OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 109 : 'ยุ่งนัก...รักเฉพาะกิจ' 01. คิดถึง...ซึ้งป่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    14 เม.ย. 57



Special

คิดถึง...ซึ้งป่ะ?

 

เทส...

 

เทส เทส...

 

อ่าฮะ กราบสวัสดีมิตรรักแฟนคนหล่อ นายเป็นต่อ พ่อทุกสถาบัน มารายงานตัวแล้วครับผม คิดถึงผมมั้ย ผมอ่ะคิดถึงทุกคนมากเลยน้า ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยเนอะ คุณเป็นยังไงกันบ้างสบายดีมั้ยครับ?

 

ส่วนผมน่ะเหรอ อืม จะว่ายังไงดีล่ะ จะว่าสบายก็สบาย จะว่าไม่สบายก็ไม่สบายเหมือนกัน เอ่อะ ดูงงๆ กับชีวิตอ่ะนะ ก็แน่ล่ะครับ อย่างที่คุณๆ รู้กันนั่นแหล่ะว่าการใช้ชีวิตกับผู้ชายอย่างไอ้พี่พาย ไอ้คุณชายธราเทพน่ะ มันก็หนักเอาเรื่องเหมือนกัน

 

ห้ะ! อะไร ใครแซวว่าที่หนักเพราะว่าพี่พายมันกดขี่ข่มขืน เอ๊ย ข่มเหง ไม่ใช่หนักแบบนั้นครับ ถึงมันจะหนักหน่วงจริงๆ ก็เถอะ หึๆ เอ้าๆ แล้วผมจะเอาเรื่องจริงมาให้คุณอิจฉากันทำไมล่ะเนี่ย ไม่เอาครับอย่าอิจฉาผมเลย ถ้าคุณเป็นผมคุณจะเข้าใจวิถีของชีวิตมากกว่าที่เคยเข้าใจ และบางทีคุณอาจจะไม่อยากมีไอ้พี่พายเป็นผะ...เอ่อ เป็นแฟนก็ได้

 

“ต่อ มึงเวิ่นอะไรในใจคนเดียวครับ” มาแล้วครับไอ้ตัวรู้มาก รู้ดีจนน่ากลัว ผมคิดในใจไอ้พี่พายมันรู้ได้ไงวะ หรือว่ามันได้ยินเสียงของผม

 

“ใครเค้าจะไปได้ยินเสียงมึงเล่า แค่มองหน้ามึงก็รู้หมดแล้วว่าคิดอะไร” มันเดินเข้ามาใกล้ๆ ผมก็กระโดดหนีไปทางด้านหลังแบบทันที ไอ้พี่พายมันอยู่ในช่วงติดสัดครับ เผลอไม่ได้แม่งจะจับไปแดกลูกเดียว

 

แต่จะว่าไปมันก็เป็นแบบนี้ตลอดปีตลอดชาตินั่นแหล่ะ เหอะๆ

 

“ไม่ต้องเข้ามาใกล้กูเลยไอ้พี่พาย เป็นตายร้ายดียังไงกูก็ไม่ยอมให้มึงมาติ๊ดชึ่งกูหรอกครับ วันพรุ่งนี้กูต้องรีบตื่นแต่เช้าเว้ย นัดแม่เอาไว้แล้วด้วยช่วยเข้าใจกูด้วยนะครับ ห้ามงอน ห้ามงี่เง่า ห้ามเอาแต่ใจ...”

 

“งั้นกูเอาแต่ตัวก่อนก็ได้ ยังไงซะใจมึงกูก็เอามาได้แล้ว...ได้มาตั้งนานแล้วด้วย หึ” หึทำห่าอะไรของมึง ผ่านมากี่ปีมึงก็ยังหึใส่กูอยู่ได้ไอ้หล่อนี่

 

“โน! ไม่ได้ไอ้พี่พาย พรุ่งนี้วันสำคัญของกูครับ เพราะฉะนั้นมึงช่วยสงบจิตใจเอาไว้ก่อน อย่าได้บังอาจมาทำร้ายร่างกายและจิตใจของกู ไม่อย่างนั้นกู...” อะไรดีวะ กูจะอะไรดีล่ะเนี่ย ขู่มันไปไม่เคยเห็นว่ามันจะกลัวเลยสักนิด ก็รู้กันอยู่ว่าพี่พายแม่งเนียน ด้าน และมั่นหนังหน้ามากแค่ไหน

 

“ไม่อย่างนั้นมึงจะอะไรเหรอ...” มันเดินเข้ามาใกล้ผม พลางส่งยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ใส่ ผมเดินถอยหลังไปเรื่อย แอบชำเลืองมองทางด้านหลังเล็กน้อย ผมว่าผมกำลังจะจนมุมว่ะ ก็ข้างหลังผมมันเป็นโซฟานี่หว่า สถานที่ช่างพร้อมรบมากเหลือเกิน

 

“กูก็จะ...ไม่รักมึงไง” ผมตัดสินใจพูดออกไปแบบโคตรรวบรวมความกล้า เพราะว่าพี่พายมันไม่ชอบให้ผมพูดแบบนี้ พูดมาทีไรกูจะตายแม่งคาที่ทุกที แล้วนี่กูพูดออกมาทำไมครับ ถามว่าพูดออกมาทำไม อ้อ สงสัยกูอยากตายคาที่สินะ ไอ้ห่าต่อเอ๊ย

 

“ทำได้หรอ...กล้าไม่รักพี่พายหรอครับเป็นต่อ พูดแบบนี้วอนตายคาที่สินะ” ย๊าก!! พี่พายแม่งกระโจนเข้ามาหาผมแล้วครับ โชคดีที่เจอแบบนี้บ่อยผมเลยจับทางมันได้ กระโดดหลบไปอีกทางจนไอ้คุณชายมันกระโจนเข้าใส่โซฟาแทนผม ผมหยิบไอ้ตัวร้ายมาถือเอาไว้แล้วฟาดใส่ไอ้พี่พายมันสองถึงสามที ส่งเสียงหัวเราะด้วยความสะใจแล้ววิ่งหนีไปทันที

 

“ฮ่าๆ สะใจโว้ย เป็นไงล่ะพี่พาย เจอฤทธิ์ไอ้ตัวร้ายไปเต็มๆ ไม่ได้แดกกูหรอกครับ” รู้ครับว่ากำลังหาเรื่องใส่ตัว ก็อย่างที่คุณรู้และอย่างที่ผมรู้นั่นแหล่ะ ว่าทำแบบนี้แล้วไอ้พี่พายมันจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงและเก็บแรงแค้นมาใส่กับผม แต่จะให้ทิ้งตัวลงนอนแล้วขยิบตาเชิญชวนใส่มันรึไงกัน มันไม่ใช่แนวผมเหอะ

 

ยกเว้นตอนผมเมาเอาไว้สักเรื่องก็แล้วกัน เหอะๆ

 

ผมยืนเกาะขอบประตูห้องนอนแอบมองไอ้พี่พายที่มันนอนแผ่หลานิ่งๆ อยู่ที่บนโซฟา มันไม่ลุกขึ้นมาวิ่งไล่กวดผมเหมือนอย่างทุกครั้ง ผมโผล่หน้ามองมันอย่างสงสัยว่ามันเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะว่าเมื่อกี้ผมก็ฟาดใส่มันไม่ใช่เบาซะด้วยสิ

 

“มันเป็นอะไรรึเปล่าวะนั่น ถ้ากูทำไอ้พี่พายตายขึ้นมามีหวังกูติดคุกแน่ๆ” ผมไม่ค่อยไว้ใจพี่พายมันเลย มันชอบทำเป็นเนียนใส่ผม พอผมเดินเข้าไปใกล้ๆ มันก็จัดการฆ่าตัดตอนผมทันที เอาจริงๆ นะพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของคนหล่ออย่างนายเป็นต่อ เป็นวันคล้ายวันเกิดของผม วันที่ผมอายุครบ 22 ปี ครับ ผมนัดแม่กับไอ้ต็อปเอาไว้ว่าจะไปทำบุญถวายสังฆทานด้วยกัน เลยอยากจะนอนให้เต็มที่ เพราะพรุ่งนี้ทำบุญเสร็จก็จะไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านเด็กกำพร้ากัน นัดกับพวกเพื่อนๆ พี่ๆ เอาไว้แล้ว

 

“พี่พาย...มึงตายยัง” ผมตะโกนถามไอ้คนที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟา มันไม่กระดุกกระดิกเลยสักนิด ผมว่าแม่งอำผมว่ะ ท่าทางแม่งจะเนียนเอาเรื่องเลยนะนั่น ถึงผมจะฟาดมันแรงแต่ไอ้ที่ใช้มันเป็นแค่ไอ้ตัวร้าย ไอ้ตุ๊กตาปิศาจที่ใช้แทนตัวไอ้พี่พายมันเท่านั้นเอง พ่อไม่ได้เอาไม้ฟาดนะเว้ย

 

“พี่พาย ฮัลโหล มึงยังอยู่มั้ย” ผมขยับก้าวเดินไปอีกสองก้าว ยังเว้นระยะทำใจเอาไว้สักหน่อย พี่พายมันชอบทำให้ผมตายใจเพื่อที่มันจะได้กินผมอย่างเต็มที่ แต่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนทุกครั้ง มึงไม่มีทางได้แดกกูหรอกครับสัดพี่พาย

 

“หกสิบ...พี่พายตายยัง” ผมขยับไปอีกสองก้าว นี่อีกราวๆ สามก้าวก็จะถึงโซฟาแล้วนะเว้ย พี่พายมันยังนอนหลับตานิ่งๆ เหมือนมันยังหายใจอยู่นะ แต่ไม่ยอมลืมตาไม่ยอมลุกขึ้นมาแก้แค้นผม หรือว่ามันจะอาการหนัก โคม่าหรือเปล่าวะเนี่ย ตายห่าแล้วกู

 

“พี่พาย ถ้าง่วงนอนก็ไปนอนในห้องดิ มานอนตรงนี้ทำไมกูไม่หามกลับเข้าห้องนะเว้ย” ยังมีหน้าไปพูดกับมันแบบนั้นอีก แต่ไอ้พี่พายมันก็ไม่แยกเขี้ยวใส่ผม ไม่หือ ไม่อือ ไม่มีท่าทีอะไรเลย มันนอนนิ่งๆ อยู่ท่าเดิมมานานเกินแล้วนะเว้ย

 

ผมสาวเท้าก้าวเดินเข้าไปนั่งยองๆ ข้างๆ โซฟาทันที เขย่าแขนพี่พายสองสามครั้งมันก็ยังคงนิ่ง ผมว่ามันไม่ได้เล่นแล้วหล่ะ เพราะคนแบบไอ้พี่พายมันไม่มีความอดทนกับผมนานขนาดนี้หรอก ผมเขย่าพี่พายแรงๆ อีกสองสามทีมันก็ไม่ยอมลืมตาขึ้นมา

 

“พี่พายนี่กูไม่เล่นแล้วนะ มึงเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย กูไม่ขำนะเว้ย ลุกขึ้นมาเร็วๆ” ผมดึงแขนพี่พายให้มันลุกขึ้น แต่มันก็ไม่ยอมลุก ไม่ลืมตา หรืทอว่ามันจะสลบวะ แต่เฮ้ย...ผมไม่ได้ทำกับมันรุนแรงเลยนะเว้ย ก็แค่พาดเข้าเต็มๆ หน้าแค่นั้นเอง มันจะตายจริงๆ หรอวะ

 

“พี่พาย” ผมเริ่มใจคอไม่ดีแล้วว่ะ พี่พายมันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะเว้ย ผมลุกขึ้นยืนหมายจะเดินไปคว้ามือถือมากดโทรหาไอ้พี่โก้ แต่ไม่ทันได้เดินก็ถูกมือของพี่พายจับข้อมือของผมเอาไว้ พอหันกลับไปมองก็อยากจะดีใจหรอกที่มันลืมตาขึ้นมาแล้ว แต่ทว่าเปลี่ยนเป็นปาดเหงื่อแทนแล้วกัน เพราะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กับสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างสุดซึ้งของพี่พาย ที่หมายจะฆ่าผมทิ้งเพราะสิ่งที่ผมทำกับมัน

 

แม่ครับ...พรุ่งนี้มารับศพลูกชายด้วยนะครับ ฮือ

 

โครม!

 

“สัดพี่พาย กูเจ็บนะเว้ย” ไม่เจ็บได้ไงแม่งกระชากแบบเต็มที่ ชนิดที่เรียกว่าหัวผมนี่โหม่งโซฟา ผมกุมหัวแล้วดิ้นไปมาอย่างมารยาคูณสิบ จริงๆ ก็เจ็บนะเว้ย แต่มารยาเข้าไปอีกสิบเท่า ให้ไอ้พี่พายมันสงสารและละเว้นผมไง

 

“แล้วไอ้ที่ฟาดใส่หน้ากูแบบเต็มเหนี่ยวไม่มียังแบบนั้นน่ะ กูไม่เจ็บหรอครับ” เสร็จละกู ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเองเลยครับ ถูกจับกดให้นอนราบลงบนโซฟา พร้อมกับร่างของไอ้หมาพี่พายที่นอนทับนาบลงมาแบบเต็มที่ ไอ้นอนทับน่ะไม่เท่าไหร่ ไอ้หน้าตาหื่นกามโรคจิตนี่ดิที่น่ากลัวฉิบหาย

 

“ขอโทษคร้าบ กูไม่ได้ตั้งใจนะพี่พาย มือกูมันไปเองอ่ะ กูห้ามมือไม่ได้ นี่แน่ะ ไอ้มือไม่รักดี ไอ้มือไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง...” ผมตีมือตัวเองแรงๆ สองสามทีอย่างลงโทษ เผื่อว่าพี่พายมันจะสงสารและเห็นใจผม ไม่ทำการอุกอาจและทำร้ายร่างกายอันแสนจะอ่อนแอของผมให้ต้องบอบช้ำ

 

“อย่ามาแสดงครับหมาต่อ มึงก็รู้ว่ากูมันพวกแค้นฝังหุ่น ใครทำกูเจ็บกูต้องเอาคืนให้เจ็บยิ่งกว่า” โหย นี่กูแฟนมึงนะเว้ย ใจคอจะฆ่ากูทิ้งเพียงแค่เพราะกูเอาหมอนฟาดหน้ามึงแบบแรงโคตรๆ แค่สองสามทีเองเนี่ยนะ

 

“นี่กูแฟนมึงป่ะเนี่ยถามจริงๆ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องผูกใจเจ็บด้วยวะ เอาเลย จะทำอะไรกูก็เอาเลย แค้นมากลากกูไปฆ่าทิ้งเลยไป” ผมนอนหลับตานิ่งๆ อย่างประชด ไอ้พี่พายมันไม่ฆ่าผมหรอกก็มันรักผมจะตายไป แต่แอบหมั่นไส้มันทำไมชอบทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายรองรับมันทุกครั้ง

 

ทั้งๆ ที่ผมอยากจะ ลองรุก มันดูบ้าง เหอะๆ

 

“ไม่ใช่แฟนแต่เป็นเมีย เป็นน้องมายของพี่เพียไงจำไม่ได้หรอวะ” นิ่งครับ ไม่ตอบครับ ประชดครับ เลยถูกแดกปากเลยครับ อยากจะถามมันว่าอร่อยมั๊ยปากกูเนี่น เลียๆ จูบๆ ลูบๆ อยู่นั่นแหล่ะ คิดว่าการที่จูบกูแบบนี้แล้วกูจะระทวยหรอวะ

 

“เป็นต่อ งอนหรอ...เดี๋ยวไม่รักนะ” สัดพี่พายแม่งอย่ามาทำเสียงมุ้งมิ้งเลยห่า ส้นตีนหมาเอ๊ย ทำไมกูต้องใจอ่อนแค่เพราะมันทำเสียงมุ้งมิ้งน่ารักใส่กูด้วยวะเนี่ย

 

“กูให้โอกาสมึงอีกแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ยอพูดกับกู กูจะจัดการขั้นสุดแล้วนะต่อ...”

 

“ไม่ได้งอนเว้ย ไม่รักก็ไม่ต้องมารักเลย เหอะ คิดว่ากูง้อหรอวะ” ผมมองหน้ามันอย่างเคืองๆ เอะอะก็เอาแต่พูดว่าไม่รัก ไม่รัก เดี๋ยวนี้นิสัยเสียนะไอ้พี่พาย รู้ว่ากูต้องง้อก็เลยมาทำตัวงอนมุ้งมิ้งใส่ เดี๋ยวพ่อจับทำเมียซะเลย

 

“มึงไม่ง้อเดี๋ยวกูง้อเองก็ได้ หลับตาดิ...” นี่แถวบ้านมึงเรียกง้อหรอวะไอ้ห่า แถวบ้านกูเรียกว่าบังคับ เผด็จการ เว้ยไม่ใช่ง้อ แต่ผมก็หลับตาลงนะ ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไป ตามใจมันไปเหอะเพราะขัดขืนไปก็เท่านั้น เดี๋ยวโซฟาพังขึ้นมาขี้เกียจจะเปลี่ยน ฮ่าๆ

 

ผมนอนหลับตานิ่งๆ รู้สึกได้ว่าไอ้พี่พายมันลุกขึ้นไปจากตัวผม มันกำชับกับผมว่าห้ามลืมตาขึ้นมาเด็ดขาด ผมก็ว่าง่ายกับมันเหลือเกิน ไม่ลืมตา นอนนิ่งๆ รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างยังไงก็ไม่ร็ เป็นกันมั้ยครับเวลานอนหลับตาแล้วมันระแวงกลัวว่าจะมีคนมาจ้องหน้าเรา กลัวว่าลืมตาขึ้นมาแล้วจะจ๊ะเอ๋กับแขกไม่ได้รับเชิญ

 

นี่กูเพ้อห่าอะไรของกูนักวะเนี่ย

 

ผมสัมผัสได้ถึงไอร้อนและแสงสว่างจากบางสิ่ง แต่ยังไม่มีสัญญาณให้ผมลืมตาผมก็ยังคงนอนหลับตามันอยู่อย่างนั้น แต่นอนไปนอนมาทำไมแม่งง่วงแล้ววะเนี่ย ถ้าพี่พายมันยังไม่ยอมให้ผมลืมตา ผมว่าผมจะเข้าสู่นิทรามันที่โซฟานี่แหล่ะ

 

“ลืมตาครับ” แหม่ะ ทำเสียงน่ารักมุ้งมิ้งใส่กูอีกแล้ว พี่พายมันอยากโดนจับทำเมียมากเลยใช่มั้ยวะ ฮ่าๆ ผมลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือแสงสว่างจากเทียนท่ามกลางความมืดของห้อง ในมือของไอ้คนที่นั่งยองๆ อยู่ตรงข้างๆ โซฟามีเค้กก้อนเล็กๆ ประดับด้วยเทียนเพียงแค่เล่มเดียวเท่านั้น

 

“สุขสันต์วันเกิดครับเป็นต่อ” ผมขยับลุกขึ้นนั่งพลางส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่ยิ้มให้กับผมด้วยรอยยิ้มที่ผมโคตรหลง โคตรรัก แบบชนิดที่เรียกว่าไปไหนไม่รอดแล้วหล่ะ ตายห่าคาที่มันอยู่ตรงนี้นี่แหล่ะ

 

“อธิษฐานครับ แล้วเป่าเทียน”  ผมหลับตาพลางอธิษฐานขอสิ่งดีๆ ในใจ มันก็เรื่องเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เรื่องสุขภาพของแม่ เรื่องความสุขของครอบครัวเรา เรื่องความรักของผมกับพี่พาย เป็นสิ่งเดิมๆ ที่ผมมักจะขอในทุกครั้งที่ทำการอธิษฐาน

 

ฟู่ว...

 

“ขอบคุณครับพี่พาย รักพี่พายนะ” ผมเป่าเทียนพลางส่งยิ้มให้กับพี่พาย พี่พายป้ายเนื้อครีมบนเค้กมาปาดที่แก้มของผม เจอแบบนี้ตลอดแหล่ะครับเลยไม่รู้ว่าจะโวยวายไปทำไม ผมจัดการปาดเนื้อเค้กและป้ายลงบนปากของไอ้พี่พาย ขอทำอะไรแบบที่นานๆ ถึงจะทำให้มันสักทีก็แล้วกัน

 

“เค้กร้านนี้อร่อยมั้ยนะ” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แลบลิ้นเลียเนื้อครีมบนปากของพี่พาย รายนี้ก็รู้ตายยกมือขึ้นมาโอบกอดรอบคอผมและยินยอมให้ผมลิ้มรสชาติความอร่อยของเนื้อครีมที่แสนหวานอย่างที่ไม่เคยได้ชิมจากที่ไหนมาก่อน

 

รสจูบของพี่พายยังคงหวานและแฝงเอาไว้ซึ่งความอบอุ่นเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ความรักของพี่พายที่มีต่อผมมันไม่เคยลดน้อยลงไปเลย ความรักของรามันเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและไม่น่าเชื่อว่ามันจะคือรักแท้และรักจริง ผู้ชายที่ไม่คิดว่าจะรักใครเป็นแบบพี่พายกลับมอบความรักที่ผมไม่เคยได้จากใครมาให้ผม

 

ไม่รักพี่พายแล้วจะให้ไปรักหมาที่ไหน รักไอ้หมาดุคนนี้คนเดียวเท่านั้นจริงๆ

 

“รักมึงเหมือนกันครับเป็นต่อ” พี่พายวางมือลงบนหัวของผมและยีเบาๆ พี่พายแตะลิ้นลงมาที่แก้มของผมและเลียปาดเนื้อครีมที่เลอะอยู่ออกจนหมด แวะเวียนมาจูบที่ริมฝีปากของผมอีกครั้งอย่างเนิ่นนาน ผมรู้ว่าพี่พายมันต้องการผม แต่มันกำลังพยายามสะกดอารมณ์ตัวเองเอาไว้

 

“นี่ก็วันเกิดปีที่สองของกูที่เราได้อยู่ด้วยกันสินะพี่พาย ปีหน้าก็อยู่ด้วยกันอีกนะ...”

 

“กุก็อยู่กับมึงทุกปีนั่นแหล่ะ อยู่ด้วยกันจนเบื่อหน้ากันไปเลยดีมั้ยวะ” พี่พายกอดคอผมและดึงผมให้เดินออกไปรับลมที่ระเบียงด้วยกัน บรรยากาศในเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล ไม่ว่าจะดึกดื่นมากแค่ไหนไฟสีสวยจากถนนหนทางและรถรายังคงมีให้เห็นได้ตลอดเวลาจริงๆ

 

“อยากได้อะไรมั้ยต่อ...” พี่พายสวมกอดผมจากทางด้านหลังพลางเกยคางลงบนไหล่ของผม จมูกโด่งๆ ไล้อยู่ที่ไหล่และซอกคอ ผมส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ต้องคิด

 

“ไม่เอาอะไรทั้งนั้นนั่นแหล่ะ มันสิ้นเปลือง ของที่อยากได้ก็มีหมดแล้ว เดี๋ยวถ้ากูอยากได้อะไรกูเก็บเงินซื้อเอง” ผมไม่อยากเอาเปรียบให้พี่พายมาซื้ออะไรแพงๆ ให้ ถึงตอนนี้พี่พายมันจะทำงานและมีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้วก็ตามที ผมรักมันที่ตัวไม่ใช่ที่เงินทองของมัน

 

“น่ารักจังเลยเมียใครวะ ทำไมน้องมายของพี่เพียน่ารักแบบนี้ อย่างนี้ไม่ให้รักได้ไงไหว” พี่พายกระชับอ้อมกอดและรั้งให้ผมหันหน้าไปหา ริมฝีปากหยุ่นๆ กดทับลงมาบนปากของผมอีกครั้งอย่างอ่อนโยน

 

“รักมึงที่สุดเลยต่อ ถ้าไม่มีมึงกูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้มันจะเป็นยังไง กูจะเป็นผู้เป็นคนแบบนี้มั้ย ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตกูดีขึ้นได้เพราะมีมึงเข้ามาในชีวิต กูไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่ากูจะรักใครได้มากขนาดนี้...”

 

“ครับๆ รู้แล้วครับว่ามึงรักกูมากแค่ไหน กูก็รักมึงเหมือนกันครับ รักแบบชนิดที่ว่าใครก็อย่าได้คิดมาแย่งไป กูไม่มีวันยอมปล่อยมือจากมึงแน่ๆ” ผมสอดนิ้วมือเข้ากับนิ้วของพี่พายและกระชับมือกันเอาไว้แน่น ส่งยิ้มให้กันท่ามกลางความรู้สึกที่มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่เรามีให้ต่อกัน

 

“ปีนี้มึงเรียนจบแล้ว เทอมหน้าลงปอโทด้วยกันมั้ย กูว่าจะเรียนบริหารสักหน่อย...”

 

“อยากให้พ่อภูมิใจอ่ะดิ หึๆ เรียนครับเรียน ถึงกุจะไม่รู้ว่าสมองตัวเองจะไหวรึเปล่า แต่กูจะพยายามก็แล้วกัน” ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร ที่จบมาได้นี่อาศัยความพยายามล้วนๆ ผิดกับไอ้พี่พายที่แม่งไม่รู้จะเกิดมาเพียบพร้อมอะไรขนาดนั้น เห็นเลวๆ แบบนี้ พ่อได้เกียรตินิยมนะครับ แฟนใครวะแม่งโคตรเจ๋ง

 

“กูเชื่อว่ามึงต้องทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรมึงก็มีความตั้งใจและความพยายามเสมอ มันเป็นข้อดีของมึงนะต่อ กูรักมึงเพราะมึงเป็นมึง เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วกูมีความสุข อยู่กับมึงแล้วเหมือนได้อยู่บ้าน มึงเป็นบ้านของกูนะต่อ” พี่พายหอมแก้มผมและสวมกอดผมเอาไว้แนบแน่น ผมได้แต่ยิ้มให้กับสิ่งที่พี่พายมันพูด รักพี่พายจริงๆ รักไอ้คุณชายแบดบอยคนนี้อย่างไม่รู้ว่าจะเปรียบกับอะไรอีกแล้ว

 

“กูรักมึงว่ะพี่พาย รักมากแบบไม่รู้ว่าจะเขียนกอไก่สักกี่ล้านตัวดี” ผมหันกลับมาหาพี่พาย วางมือลงบนหัวมันและยีเบาๆ เราสองคนโอบกอดกันและกันใต้แสงจันทรา ยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน บอกรักกัน ทำเหมือนกับว่าทุกๆ วันคือวันพิเศษของเรา

 

แน่นอนครับว่าทุกๆ วันคือวันพิเศษของเรา เพราะการที่เรามีเรา การที่เรามีกันและกัน มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากจริงๆ

 

....................

 

 

เช้านี้เป็นอีกเช้าที่ผมและไอ้พี่พายตื่นนอนเช้ากว่าปกติ ตื่นมาถึงก็แทบทรุดเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกเวนคืนพื้นที่ทั้งคืน แหม่ะ ไอ้เป็นต่อแม่งแรดครับ ปากบอกว่าไม่แต่ใจมันยอมไอ้พี่พายจนไม่เหลือซาก ก็นะ ผมแพ้ทางมันนี่หว่า เจอมันมามุ้งมิ้งหงิงหงิงใส่แบบนั้น ตายห่าคาที่ไปเลย

 

เอาเหอะ ผมก็คิดอยู่แล้วว่าตัวเองน่ะไม่สามารถเอาชนะไอ้พี่พายมันได้ ไม่ว่าจะพยายามใจแข็งมากแค่ไหนก็แพ้ใจตัวเองซะทุกที มันอยากทำอะไรก็ปล่อยให้มันทำไป ขอแค่มันมีความสุขผมก็โอเค

 

“เร็วเหอะพี่พาย นี่ไปวัดทำบุญครับไม่ได้ไปเดินแบบ มึงจะเนี้ยบไปไหนของมึงวะ ได้ข่าววันเกิดกูเถอะ” ผมรีบๆ แต่งตัว เช็ดผมให้พอหมาด เดี๋ยวไปเป่าแอร์บนรถเอาก็ได้ ขืนไปสายคุณนายอาจจะบ่นได้  เห็นคุณนายเค้าเป็นคนสบายๆ แต่เค้าก็ไม่ชอบให้ไปสายนักหรอก

 

“ก็กูหล่อไงต่อ คนไม่หล่อแบบมึงไม่มีทางเข้าใจหัวอกคนหล่อหรอก...” สัดนี่ กูอยากจะเอาหมอนฟาดหน้าแม่งอีกสักทีสองที พูดเรื่องนี้แล้วกูปรี๊ดมากไอ้ห่า กล้าที่จะพูดว่ากูไม่หล่อ เวลากูส่องกระจกทีไรกูก็เห็นแต่คนหล่อทุกที

 

อ้อ ลืมไปว่าเวลาส่องกระจกมักจะไม่ไอ้พี่พายมันมายืนซ้อนทางด้านหลัง งั้นคนหล่อที่กูเห็นก็ไอ้พี่พายสิวะ เหอะๆ มารสังคม ไอ้คนหน้าตาดี ไอ้คนลีลาเด็ด ไอ้คน...มัน กรุณาเติมคำในช่องว่างเอาเองครับ หึๆ

 

“มึงชักช้ากูไม่รอนะพี่พาย แม่ไม่ชอบคนผิดเวลานะครับจำได้มั้ย” ผมน่ะเสร็จพร้อมเดินทางแล้วครับ แต่ไอ้พี่พายนี่ยังหล่อไม่เสร็จสักที ผมยืนกดดันมันอยู่ที่หน้าประตูห้องจ้องมองมันด้วยสายตาที่กดดันแบบสุดๆ

 

“ครับๆ นี่กูได้เมียหรือว่าได้แม่วะเนี่ย โคตรขี้บ่นเลยครับมึงน่ะ” ไอ้พี่พายมันคว้ากุญแจรถกับมือถือและกระเป๋าเงินเดินตามผมมาทันที ผมมองดูเวลานี่ก็เพิ่งจะหกโมงยังพอมีเวลาอยู่บ้าง แม่จัดเตรียมสังฆทานด้วยตัวเองทุกปี รักจริงๆ เลยคุณนายพรทิพย์สุดที่รักของผมเนี่ย

 

ผมกับพี่พายขึ้นนั่งบนรถประจำที่ของตัวเอง พี่พายมันเป็นสารถีของผมครับ ผมอยากจะไปนั่งกระดิกตีนที่เบาะหลังเหมือนกัน แต่อย่าเลยไอ้พี่พายมันห่างผมเกินหนึ่งเมตรไม่ได้ เดี๋ยวมันจะลงแดงตาย

 

“เป็นต่อ...” ผมกำลังนั่งเอาหัวจ่อแอร์เป่าผมให้มันแห้งเงยหน้ามองไอ้พี่พายที่เรียกผมด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนกว่าปกติ เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นรอยยิ้มหล่อๆ บนใบหน้าของมัน รู้สึกว่าปากตัวเองแม่งกระตุกยิ้มตามแบบไม่มีสาเหตุ

 

“อะไรเล่า...” ผมใช้นิ้วมือปัดๆ สางๆ เส้นผมกับลมเย็นๆ ของแอร์ แอร์เย็นมากขนาดนี้แต่ทำไมหน้าผมยังร้อนวาบอยู่วะ อานุภาพของความรักมันรุนแรงอะไรแบบนี้ล่ะครับ คบกันมาตั้งเกือบสองปีแล้วแท้ๆ ทำเหมือนเพิ่งรักกันซะงั้น แค่มันยิ้มหล่อๆ ให้ก็ใจเต้นได้นะไอ้เป็นต่อ

 

“รักนะครับ” ผมยิ้มตอบกลับพลางเอื้อมมือไปวางบนหัวไอ้พี่พาย ยีเบาๆ อย่างหมั่นไส้ มันยิ้มมุมปากนิดๆ พลางยื่นหน้ามาจูบปากผมซะงั้น มึงครับ นี่มันลานจอดรถนะครับ ถึงจะไม่ค่อยมีคนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะจูบก็ที่ไหนก็ทำมันที่นั่นนะครับไอ้พี่พาย

 

“ขอบคุณครับ กูก็รักมึงเหมือนกัน”  มันก็น่าจะชินแล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่ชินสักที ยังเขินๆ เก้อๆ กับคำบอกรักของพี่พายมันเสียทุกครั้ง เอาเถอะ...จนกว่าจะชินนี่คงอีกนานแสนนานเลยหล่ะมั้ง

 

“สุขสันต์วันเกิดครับเมีย ของขวัญที่กูให้เมื่อคืนที่ผ่านมาคงทำมึงเพลียสินะ นอนพักก่อนก็ได้ถึงบ้านแม่ยายเดี๋ยวกูปลุก” ต่อยปากผัว เอ๊ย ต่อยปากพี่เพียสักทีได้มั้ยวะ ไอ้พี่พายแม่งกวนส้นตีน คือมึงจะให้กูสุดสักอารมณ์นึงได้มั้ย ไม่ใช่หยอดให้เขินพอกูเขินไม่ทันเสร็จมึงก็กวนตีนกูอีกแล้ว

 

“อันนั้นไม่ใช่ของขวัญวันเกิดมั้งไอ้พี่พาย กูเห็นมึงให้กูตลอดศกอ่ะครับ จัดหนักกับร่างกายกูมากๆ กูก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ” ผมส่ายหน้าไปมาพลางจ่อหน้าเข้าหาแอร์อย่างสบายอารมณ์ แม่งเย็นได้ใจจริงๆ แต่อย่าได้ลงจากรถเลยนะครับ นี่มันเดือนเมษาครับผม เดือนเมษาที่โคตรร้อน โคตรทรมานและโคตรอยากจะแก้ผ้าโดดสระน้ำทั้งวัน

 

“ก็การที่ได้อยู่กับมึงมันทำให้ทุกวันของกูคือวันพิเศษว่ะต่อ” พี่พายเอื้อมมือมาวางบนหัวของผมและตบปุๆ เบาๆ พลางโยกหัวของผมไปมา รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อๆ ของไอ้พี่พายเป็นอะไรที่ผมโคตรชอบเลยว่ะ แรกๆ บนหน้าหล่อๆ นี่มีแต่รอยยิ้มกวนตีนแบบน่าเอาตีนไปวัดหน้ามันมาก แต่หลังๆ มานี่มีแต่รอยยิ้มหล่อๆ ที่ทำให้ผมใจละลายได้มันทุกครั้ง

 

อันตรายฉิบหายไอ้ผู้ชายคนนี้

 

ผมนั่งหลับตานิ่งๆ อย่างโคตรว่าง่าย ง่วงนอนจริงๆ นั่นแหล่ะ ตั้งแต่เรียนจบไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมก็ไม่ค่อยได้ตื่นเช้าสักเท่าไหร่ จะว่าไปก็คิดถึงการไปเรียนเหมือนกัน คิดถึงเพื่อนๆ ทั้งพวกไอ้เฟีย ไอ้โฟน ไอ้จั่น คิดถึงพวกสินกำที่เฮฮากันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คิดถึงพวกเกรียนอย่างไอ้ป้าไอ้เมา

 

มิตรภาพดีๆ ที่ได้รับมา ผมจะเก็บมันเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดี อย่างไม่มีวันยอมให้มันลืมเลือนไปจากใจผมได้อย่างแน่นอน ชีวิตในรั้วมหาลัยให้อะไรกับผมมากจริงๆ ทั้งเรื่องที่น่าจดจำและเรื่องที่ไม่น่าจดจำทั้งหลาย แต่ผมก็ยังจดจำมันได้อย่างไม่เคยลืมเลือน

 

คิดถึง...

 

เพื่อนๆ หลายๆ คนไม่ใช่คนกรุงเทพ มันมาจากต่างจังหวัดกันแทบจะทั้งนั้น หลายๆ คนเรียนจบก็กลับบ้าน หลายๆ คนก็ทำงานกันอยู่ในกรุงเทพ แต่พอเรียนจบแล้วหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็คงเยอะมากขึ้น เวลาว่างที่จะได้มาเจอกันนั้นคงน้อยมาก คงจะติดต่อกันผ่านทางไลน์ทางโลกโซเชียลเป็นส่วนมาก

 

ผมมันเป็นคนประเภทที่อ่อนไหวง่ายกับเรื่องของมิตรภาพ และเรื่องความสัมพันธ์ของเพื่อน คนอื่นเป็นรึเปล่าอันนี้ไม่รู้แฮะ แต่สำหรับผมจะซึมไปเป็นเดือนๆ ทุกครั้งที่เรียนจบแต่ละระดับชั้น แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างมันจะเข้าที่เข้าทางของมันเอง

 

อ้าว เพ้อแค่แป๊บเดียวตอนนี้รถของไอ้พี่พายมาจอดที่หน้าบ้านของผมแล้วครับ ผมว่าผมนอนหลับตาไม่นานเท่าไหร่ นี่ไอ้พี่พายมันขับรถเร็วหรือเพราะว่าผมปล่อยใจคิดอะไรไปเรื่อยจนลืมเรื่องระยะทางไปเลย

 

“ง่วงว่ะพี่พาย ฮ้าว...” ผมบิดตัวไปมาไล่ไอ้ตัวขี้เกียจมันไปไกลๆ ตบหน้าตัวเองสองสามทีพยายามทำตัวให้มันสดชื่นก่อนที่จะไปเจอแม่ แม่อุตส่าห์จัดชุดสังฆทานให้ผม ผมที่เป็นเจ้าของวันเกิดก็ต้องทำตัวให้มันสดชื่นต้อนรับวันดีๆ หน่อย

 

“เดี๋ยวคืนนี้นอนยาวเลยมึง แต่ตอนนี้รีบๆ เลยครับต่อ จะสายแล้ว” แหม่ะ โยนมาทางกูเลยนะครับไอ้พี่พาย คนที่ช้าเพราะมัวแต่แต่งตัวหล่อเนี้ยบนี่หมาที่ไหน ทั้งๆ ที่แต่ก่อนแม่งง่ายๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ออกจากบ้านได้แล้ว เดี๋ยวนี้จะแต่งตัวหล่อไปเพื่อล่อใครครับ

 

“ครับๆ สายเพราะกูครับกูจะจำเอาไว้” ผมลงจากรถและรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที เห็นคุณนายนั่งพับดอกบัวอยู่ก็ตรงดิ่งเข้าไปนั่งข้างๆ และกอดเอวคุณนายเอาไว้แน่นๆ หอมแก้มนวลๆ สักฟอดใหญ่ๆ คิดถึงที่สุดเลย

 

“คิดถึงแม่จัง...”

 

“คิดถึงจริงก็ต้องมาหาบ่อยๆ สิ นี่อะไรปากก็บอกว่าคิดถึง แต่ไม่เคยมาหาแม่เลย แม่ไม่รักต่อแล้ว...” เอ้าๆ แม่ทำหน้างอนใส่ผมแถมยังบอกว่าไม่รักอีก เฮ้ย เดี๋ยวนะปกติแล้วคุณนายไม่เคยมีท่าทีแบบนี้ใส่ผมเลยนะ

 

“แม่...”

 

“อ๊ะๆ วันนี้วันอะไรจ๊ะเป็นต่อ วันนี้วันโกหกใช่มั้ย เชื่อคนง่ายจริงๆ เลยนะลูกแม่เนี่ย” แม่ยิ้มให้ผมพร้อมกับกอดตอบและหอมแก้มผม แม่ผมนี่ล้ำเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทำเอาผมตกใจหมดเลยอ่ะ

 

“แม่อ่ะ ทำแบบนี้ต่อเสียใจนะ แม่พูดว่าไม่รักต่อได้ไงอ่ะ ทั้งๆ ที่ต่ออ่ะรักแม่มากๆ แบบกอไก่แสนล้านตัวเลยนะครับ” ผมทำหน้างอนๆ ใส่แม่ แม่หัวเราะน้อยๆ พลางลูบหัวของผมเบาๆ

 

“อายุ 22 ปีแล้วนะครับต่อ โตแล้ว เรียนจบแล้วด้วย คิดว่าทำหน้าตาแบบนี้น่ารักมากเลยรึไงกัน...”

 

“น่ารักครับแม่ แล้วก็รักมากๆ ด้วย” ไอ้พี่พาย ใครเค้าถามมึงไม่ทราบไอ้สลัดผักเอ๊ย มันยกมือไหว้แม่พลางยิ้มหล่อๆ ไปให้ แค่นี้แม่กูก็รักมึงมากกว่ารักกูแล้วครับไอ้หน้าหมา

 

“พายนี่ขยันบอกรักน้องจริงๆ เลยน้า ลูกแม่นี่โชคดีจริงๆ เลยที่มีคนรักน่ารักๆ แบบนี้ เห็นลูกรักกันแม่ก็ดีใจ ฝากดูแลเป็นต่อของแม่ด้วยนะครับ รายนี้น่ะโตแต่ตัวแต่นิสัยยังเด็กไม่เคยเปลี่ยน” โห แม่ผมนี่เข้าข้างพี่พายตลอดเลยอ่ะ ทั้งๆ ที่คนเป็นลูกนี่ผมหรือเปล่าครับแม่ แต่ก็เอาเถอะ ให้แม่รักพี่พายน่ะดีแล้ว เพราะผมอยากให้คนที่ผมรักดีต่อกันให้มากๆ

 

“ครับแม่ ผมจะดูแลต่อให้ดีที่สุดเลยครับ ว่าแต่แม่ทานมื้อเช้าหรือยังครับ” นอบน้อมมากไอ้ตัวสร้างภาพ เหอะๆ ดูแลกูดีมากเลยครับ จับกูแก้ผ้าและดูแลแลดูทุกซอกทุกมุมตลอดๆ แถวบ้านกูเรียกว่าข่มแหงเถอะครับไอ้พี่พาย

 

“แม่ทานแล้วจ้า ต่อกับพายคงยังไม่ได้ทานอะไรมาแน่ๆ งั้นไปทานมื้อเช้าก่อนไปลูก เดี๋ยวจะได้เดินทางไปวัดกันเลย นี่ต็อปก็โทรมาถามกับแม่แล้วนะ เห็นว่าจะไปเจอกันที่วัดเลย...”

 

“ครับแม่ ว่าแต่พี่ปอมันยังไม่ตื่นหรอแม่ หรือว่าไปค้างที่บ้านพี่ฝ้าย” ผมรับคำพลางมองหาพี่ปอ ต้องไถของขวัญเว้ย ไม่งั้นมันจะเนียนไม่ให้ผม ยังไงซะผมก็ยังเป็นน้องมัน ถึงจะโตแล้วเรียนจบแล้วก็เถอะ ยังไงมันก็ต้องให้ชองขวัญผมดิ

 

“ปอไปต่างจังหวัดไงลูก ไปดูสวนผักที่ส่งผักให้บ้านเสบียงไงครับ พรุ่งนี้ถึงจะกลับ” ผมพยักหน้ารับพลางลุกขึ้นเดินไปดูว่ามีอะไรกิน วันนี้เป็นข้าวต้มกุ้งตัวโตๆ เห็นแล้วหิวเลยเว้ย ขอกินอะไรรองท้องก่อนแล้วกัน ก่อนจะไปจัดหนักกับมื้อกลางวันที่บ้านเด็กกำพร้า

 

ถ้ามีเวลาว่างกินอ่ะนะ เพราะเท่าที่เคยประสบพบเจอการไปเลี้ยงอาหารเด็กเราต้องดูแลน้องๆ ให้น้องๆ ได้กินกันอย่างมีความสุข มันก็ยุ่งๆ แต่มีความสุขเพราะได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ นั่นแหล่ะครับ

 

ผมกับพี่พายนั่งทานข้าวต้มกันเงียบๆ แบบเร่งรีบเพราะกลัวว่าจะสายเลยเวลานัดกับไอ้ต็อป เดี๋ยวแม่งโวยวายใส่ผมอีก ไอ้นี่มันไม่ชอบไปรอใคร แต่มันสามารถปล่อยให้ผมรอได้เป็นชาติ เหอะๆ คนรอบตัวกูนี่ยังไงครับ เอาเปรียบ กดขี่ ข่มเหงกูกันตลอด

 

“พี่พายกลางวันนี้มีใครมาบ้างวะ...”ก็ที่บอกไปน่ะครับว่าจะไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านเด็กกำพร้า นัดกับพวกเพื่อนพี่พายเอาไว้ ก็พวกพี่ต้น พี่ปาล์ม พี่ปริ้น พี่โก้นี่มาแน่ๆ ไม่ต้องสงสัยเพราะว่าไอ้ต็อปมา อ้อ ที่ลืมไม่ได้เลยก็พี่กอล์ฟที่คงพาใหญ่มาด้วย สองคนนี้นี่ตกลงมาได้กันได้ไงวะครับผมล่ะสงสัย เห็นใหญ่มันเอะอะโวยวายคิดว่าเป็นทอมไม่ชอบผู้ชายแล้วนะนั่น

 

“เพื่อนกูก็มาครบอ่ะ นัดกันว่าหลังจากเลี้ยงเด็กเสร็จจะไปหาอะไรกินกัน เปลี่ยนที่นัดเจอกันบ้างปกติเจอกันแต่ที่บ้านเสบียง...”

 

“เพื่อนกูมาด้วยนะครับ คนที่มึงอยากเจอหน้าที่สุดก็มาด้วยนะครับ ห้ามทำตัวไม่น่ารักนะครับ เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมามึงบอกว่าจะทำตัวดีๆ หักล้างกับที่มึงลากกูลงไปแดกในน้ำทั้งคืน” นี่พี่พายหรือตัวเห้ครับ ฮ่าๆ   แต่ก็แอบหน้าคล้ายกันนะเฮ้ย หรือว่ามันจะเป็นฝาแฝดที่พลัดพรากจากกันมานานหลายปี

 

“นินทากูอยู่ กูรู้นะหมาต่อ กินๆ เข้าไปอย่าให้แม่รอนาน ส่วนเรื่องเพื่อนมึงน่ะมันเก่าไปแล้วครับ กูไม่สนใจหรอก...” กูจะพยายามเชื่อก็แล้วกัน เวลากูไลน์คุยกันแม่งยังเนียนมาเดินผ่านไปมาทางด้านหลัง คิดว่าไม่รู้รึไงว่ามึงแอบดูน่ะ ทีมือถือมึงกูยังไม่เคยยุ่งเลยเหอะ

 

“ดีแล้วที่ไม่สนใจ กูจะได้คุยกับเพื่อนกูได้ไม่ใช่ถูกประกบจนขยับไปไหนไม่ได้” ผมจัดการเก็บชามของผมไปล้าง ไอ้พี่พายมันเร่งผมแต่มันกินเสร็จช้ากว่าผมอีก ไอ้นี่มันจะวางท่าทำหน้าหล่อไปไหนของมันวะ แค่นี้กูยังหลงไม่พออีกรึไงไอ้หอกหัก

 

“คิดว่ากูหวงมึงมากรึไง วันนี้กูจะปล่อยมึงให้เป็นอิสระวันนึงก็ได้ แต่กูจับตาดูมึงทุกฝีก้าวนะหมาต่อ ทำอะไรไม่สบอารมณ์คืนนี้มึงเจอบทโหดแน่...” นี่คือการให้อิสระกูตรงไหนวะ กูว่าเราสองคนคุยกันคนละภาษาว่ะพี่พาย แต่ก็เอาเถอะ คนแบบมันจะหวังอะไรได้มากมายนัก พุดอะไรออกมาก็เท่านั้น มันเปลี่ยนได้เรื่อยแหล่ะ

 

“ครับๆ อิสระโคตรๆ เลยครับ” ผมล้างชามข้าวต้มของผมกับพี่พาย มันยื่นแก้วน้ำมาแตะที่ปากของผม ผมดูดน้ำดับกระหายและเร่งรีบล้างจานให้เสร็จ แอบสะบัดน้ำใส่ไอ้พี่พายมันไปหนึ่งที มันมองผมด้วยสายตาหยามเหยียดประหนึ่งผมข่มขืนมัน

 

“สกปรก ซกมก...”

 

“เยอะครับพี่พาย” มองเหยียดมากูก็มองเหยียดกลับอ่ะเอาดิ  เดินหนีแม่งไปหาแม่ที่ห้องรับแขกดีกว่า ตอนนี้พร้อมเดินทางละครับทุกคน เราจะไปวัดที่พวกเรามักจะไปทำบุญด้วยกันยามที่เรามีโอกาส อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เงียบสงบและไม่วุ่นวายด้วย

 

“พร้อมแล้วครับแม่...”

 

“ผมถือของให้ครับ แม่ค่อยๆ ลุกนะครับ” ผมมองดูไอ้มารสังคมที่กำลังทำตัวเป็นคนดีเอาหน้าแม่ผมอยู่ ทั้งๆ ที่ผมจะเดินเข้ามากอดแม่แท้ๆ แม่งปาดหน้าเดินเข้าไปตอแหลใส่แม่ทันที คุณนายก็ปลื้มสิครับ ยิ่งชอบคนหล่อมากกว่าลูกชายหล่อๆ อย่างผมอยู่ด้วย

 

“พายนี่น่ารักจังเลยน้า น่ารักกว่าลูกแท้ๆ ของแม่เสียอีก...” นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ เอาเลยครับ เชิญเข้าข้างกันเข้าไป ผมชินแล้วครับ ไม่มีหรอกอาการน้อยใจอะไรน่ะ ยิ่งรักกันมากเท่าไหร่ผมยิ่งมีความสุขครับ

 

“แต่พี่พายมันก็น่ารักจริงๆ นะแม่ เวลาที่มันติดกิ๊บหรือมัดจุกนะหน้าอย่างหวานอ่ะ  ถ้าบอกว่ามันเคยเป็นแฟนพี่โก้มาก่อนต่อก็เชื่อ...” ฮี่ๆ โก้พายยังไม่ตายไปจากใจกูครับ ทุกวันนี้ยังแกล้งแซวมันอยู่เรื่อย มันก็ด่าผมอยู่เรื่อยๆ นั่นแหล่ะ แต่นี่อยู่ต่อหน้าแม่มันไม่กล้าด่าผมหรอก

 

“แม่อย่าไปฟังต่อเลยครับ รายนี้ชอบเพ้อเจ้อไปเรื่อย นี่ถ้าไม่ติดว่าผมรักมากๆ ล่ะก็ ป่านนี้จับมัดปากไม่ให้พูดแล้วจริงๆ” โห นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าแม่กูมึงยังกล้าที่จะพูดแบบนี้อีกหรอวะ แม่ยอมได้ไง มันว่าลูกแม่นะครับ จัดการมันเลยแม่

 

“พายก็ว่าไปนั่น ทำกับน้องแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะครับ...” เป็นไงมึง เจอแม่กูว่าเข้าสำนึกมั้ย นี่เป็นต่อลูกรักเลยนะเว้ย

 

“แค่มัดปากอย่างเดียวไม่ได้หรอก ต้องจับมัดมือมัดเท้าด้วยถึงจะเอาอยู่ รายนี้น่ะทั้งพูดมาก มือไวแถมยังซนไปเรื่อย จับมัดบ้างก็ดีเผื่อจะอยู่นิ่งๆ กับเค้าเป็นบ้าง...”

 

“ต่อว่าแม่เอาไอ้พี่พายมาเป็นลูกชายเลยดีกว่า เข้าข้างคนอื่นตลอดๆ  นี่ไม่ได้งอนนะ แต่มันน้อยใจ” ฮึ่ยๆ เดินหอบของหนีออกมาเลยครับ แล้วไงล่ะ ไม่มีคนง้อหรอกครับ มีแต่เสียงหัวเราะของแม่กับไอ้พี่พายที่ตามหลังมาไง รู้หรอกว่าแม่แกล้งเล่น ไม่ได้น้อยใจแม่หรอก แต่หมั่นไส้ไอ้พี่พายมันมากกว่า เดี๋ยวเถอะมึง กลับไปคืนนี้กูจะหาวิธีเล่นงานมึงให้สาสมเลยไอ้หมาพี่พาย

 

....................

 

 

 

ตอนนี้ผมรู้สึกอิ่มบุญพูนสุขมากครับพี่น้อง การได้มาทำบุญกับคนที่เรารักมันเป็นอะไรที่รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจมาก คนที่ผมรักในที่นี้หมายถึงคุณนายนะครับ ส่วนไอ้ที่รักน่ะเบื่อหน้ามันจะตายอยู่แล้ว หมั่นไส้มันมากชอบเอาหน้ากับแม่ผมนัก เหอะๆ

 

ว่าแต่ว่าตอนนี้อยู่ในวัดต้องสำรวมทั้งกาย วาจา และใจ สินะ เพราะฉะนั้นผมจะไม่คิดเรื่องไม่ดีก็แล้วกัน ถึงจะแอบหมั่นไส้ไอ้พี่พายกับไอ้ต็อปมากก็เถอะ ทำไมน่ะหรอ ก็มันเอาแต่แกล้งผมอยู่ได้ แซวผมว่าอิ่มบุญจนหน้าบาน มันหลอกด่าผมว่าอ้วนขึ้นต่างหาก

 

“แม่ ต่อว่าจะถามตั้งหลายครั้งแล้วว่าทำไมอาหารที่นำมาถวายพระมีแต่สีเขียวทั้งนั้นเลย ไหนจะแกงเขียวหวาน ไหนจะหมี่หยกเป็ดย่าง ขนมก็เปียกปูน เห็นเป็นแบบนี้เกือบทุกปี” อันนี้เป็นความสงสัยส่วนตัว คือสงสัยมาตั้งแต่ปีก่อนๆ แล้วหล่ะ แต่ก็ไม่ได้ถาม พอปีนี้มาเจอเมนูคล้ายๆ เดิมก็เลยอดที่จะถามไม่ได้ หรือว่าคุณนายเค้าจะขี้เกียจคิดเมนูใหม่วะ

 

“ก็เพราะว่าต่อเกิดวันพุธกลางวันไงลูก  พุธกลางวันให้เน้นเป็นอาหารสีเขียว อันนี้แม่หมอบอกแม่มาน่ะนะ ถ้าเป็นพุธกลางคืนก็จะเป็นอาหารประเภทหมักดอง อย่างพวกผักกาดดองผัดไข่ อะไรประมาณนั้น” ผมพยักหน้ารับเหมือนจะเข้าใจ แต่จริงๆ ก็ไม่เข้าใจหรอก ทำไมถึงมีพุธกลางวัน พุธกลางคืนล่ะครับ งงเหมือนกัน แต่ก็เอาเถอะ คุณนายเค้าไม่พลาดหรอกเรื่องแบบนี้ เพราะเค้ามีแม่หมอประจำตัวที่คอยดูเรื่องดวงเรื่องอะไรแบบนี้ให้

 

“ต่อจะไปปล่อยปลาสักหน่อย แม่ไปกับต่อมั้ย หรือถ้าร้อนก็นั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อนก็ได้นะแม่ เดี๋ยวต่อรีบมา” ผมพาแม่มานั่งหลบร้อนที่ใต้ร่มไม้ นี่เดือนเมษานะครับ อย่าเล่นไปนะครับ ร้อนแม่งตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่เปลี่ยนเวรกับพระจันทร์ จะร้อนไปไหนก็ไม่รู้

 

“ไปเป็นเพื่อนมั้ย...” ไอ้พี่พายมันถามผมเหมือนจะกวนตีน ว่าจะไม่ด่ามันแล้วนะแต่ก็อดไม่ได้จริงๆ สีหน้า ท่าทาง และสายตามันดูกวนตีนจนน่าจะเอามันไปโยนให้ปลากินแทนขนมปังกับหัวอาหาร

 

“เรื่องของคุณครับ อยากจะทำอะไรก็ตามสบายเลยครับ” ผมเดินนำหน้าไปยังท่าน้ำที่มีชาวบ้านนั่งขายปลา ขายนก ขายอาหารปลา ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำแล้วมันได้บุญจริงหรือเปล่า แต่การไถ่ชีวิตก็น่าจะได้บุญแหล่ะมั้ง

 

“งอนอะไรครับที่รัก” ใครงอนมึงครับ ไม่มีเว้ย วันนี้วันดีของกูครับ กูไม่อยากจะเอาเวลามาเสียกับคนไร้ค่าแบบมึง ฮ่าๆ ทำไมกูด่าไอ้พี่พายมันได้แค่ในใจวะ ไอ้หมาต่อเอ๊ย งอนอะไรแค่ถูกล้อว่าอ้วน อ้วนที่ไหนออกจะหุ่นดี อย่าไปสนใจพวกมันเลย

 

“งอนเพื่อนหรอวะต่อ เดี๋ยวกูไม่รักเลยนี่” ไอ้ต็อปมันเดินเข้ามากอดเอวผมแล้วทำตาปิ๊งๆ ใส่ นี่คือมันกำลังง้อเว้ย อารมณ์นี้เหมือนถูกตบหัวและลูบหลังยังไงก็ไม่รู้

 

“งอนไอ้พายมันมากๆ เดี๋ยวกูลากมันกลับไปกินเองนะ...”

 

“พี่โก้ นี่ในวัดเหอะ ไว้ออกจากวัดแล้วค่อยเอาเรื่องโก้พายมาแกล้งไอ้ต่อมันก็ได้ ไอ้นี่มันซับพอร์ตโก้พายนะ ฮ่าๆ” ไอ้ต็อปมันรู้ใจผมมาก ผมนี่ชอบแซะเรื่องโก้พายนะ ตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ก็ยังชอบแกล้งมันอยู่ เวลาที่พี่พายมันทำหน้าตายใส่ผมนี่โคตรฮา มันคงเอือมระอาผมมาก

 

“ไอ้โก้มึงทำกูขนลุกเลยห่า...”

 

“ไอ้ที่ขนลุกเนี่ยเพราะว่ามึงสยิวใช่มั้ยพี่พาย...”

 

“ทุกคนครับ นี่ในวัดนะครับ ถ้าอยากจะผิดศีลอยากจะบาปก็รอก้าวขาออกนอกวัดก่อนเถอะครับ” ไอ้ต็อปมันยั้งและเบรกพวกเราเอาไว้ ไม่อย่างนั้นอาจจะต่อประเด็นของพี่โก้พี่พายไปอีกไกล ชอบจริงเวลาแซวมันเนี่ย ขำหน้าไอ้พี่พายมากๆ อ่ะ

 

“เออเนอะ นี่ในวัดนี่นะ  กูว่าแล้วว่าทำไมดูร้อนๆ แบบแปลกๆ ตอนแรกก็คิดว่าอากาศร้อน แต่ตอนนี้กูรู้แล้วว่ากูร้อนเพราะเข้ามาในวัดเนี่ยแหล่ะ” พี่โก้มันถกแขนเสื้อพลางโบกมือไล่ความร้อนที่หน้า ไอ้ต็อปมันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อให้กับพี่โก้ เพื่อนผมนี่น่ารักขึ้นเยอะเลยนะ หมายถึงกับพี่โก้นะไม่ใช่กับผม เพราะกับผมมันยังคงเส้นคงวา เสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

 

คือกวนตีนไม่เปลี่ยนไปน่ะครับ หึ

 

“หนึ่งปีกูเข้าวัดแค่สองวันเองนะมึงรู้ป่ะ วันปีใหม่ที่มาสวดมนต์ข้ามปีด้วยกันกับวันเกิดมึง แค่สองวันนี้นี่แหล่ะที่กูเข้าวัดกับเค้าเป็น” ก็จริงอย่างที่พี่พายมันว่า ผมยังพอมีโอกาสมาทำบุญกับแม่บ้างตามช่วงเทศกาลต่างๆ หรือวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ แต่ไอ้พี่พายนี่ไม่ได้มากับผมบ่อยนักหรอก มันบอกว่าเวลาเข้าวัดแล้วมันร้อนรุ่ม เหอะๆ ไอ้บ้า

 

“กูถามหรอครับ ไม่ได้อยากรู้เลยครับ เรื่องของคุณครับคุณพาย” ผมเดินเบียดไอ้พี่พายมันอย่างตั้งใจ แกล้งแม่งให้มันหงุดหงิดเล่นๆ หึๆ มีความสุขว่ะครับ

 

“ไอ้ต่อมันวอนตายครับพี่น้อง แต่ก็นะ มันชอบความเจ็บปวดนี่หว่า เพราะฉะนั้นคืนนี้ต้องมีคนเจ็บครับ” ไอ้ต็อปมันแซวตามหลังผมมาไม่ห่าง พี่พายเดินเข้ามาประชิดและกอดคอผมเอาไว้แน่น รอยยิ้มกวนประสาทที่มันส่งมาให้ผมน่ะ เป็นรอยยิ้มเตือนให้รู้ว่าถ้าผมซ่ากับมันมากนัก ผมจะเจอจัดหนักแบบเมื่อคืน

 

อุ้ยๆ นี่อยู่ในวัดห้ามคิดเรื่องอกุศลสิครับ พวกคุณนี่ชอบพาผมหลงทางอยู่เรื่อยเลย

 

“หายงอนเร็วๆ ไม่งั้นก็ไม่รักมึงแล้วนะต่อ” พี่พายมึงอย่ามามุ่งมิ้งในวัดสิไอ้บ้า อายนกอายปลา อายแม่ค้าพ่อค้าที่เค้ามองตาแป๋วๆ กูก็อายเป็นนะเว้ย

 

“หายครับหาย ผมหายงอนคุณแล้วครับคุณพาย...”

 

“เรียกกูว่าคุณพายอีกทีกูตบมึงแน่ต่อ ตบด้วยปากต่อหน้าทุกคน...เอามั้ยครับ” พี่พายมันยื่นหน้ามากระซิบใส่ ได้ยินเสียงพี่โก้กับไอ้ต็อปมันแซวมาแบบลอยๆ ว่า ในวัดครับในวัด มันเป็นการเตือนสติให้ผมรู้ว่า ผมควรจะกลับมาเป็นไอ้หมาต่อคนเดิมที่เชื่องกับไอ้พี่พาย เดี๋ยวมันทำตามที่มันพูดขึ้นมา คนแถวนี้เค้าจะช็อกตายห่ากันหมด

 

“ครับพี่พาย หายงอนแบบสนิทศิษย์ส่ายหน้าเลยครับ” ผมฉีกยิ้มให้มันอย่างจำใจ ดันหน้าพี่พายออกแล้วรีบชิ่งไปซื้อปลาเพื่อเตรียมไปปล่อยลงน้ำ ซื้ออาหารปลากับขนมปังมาเผื่อไอ้พี่พายกับไอ้คู่รักเสาไฟฟ้ากับตอหม้อด้วย

 

จะว่าไปแล้วก็คิดถึงไอ้พวกนั้นมันเหมือนกัน เมื่อคืนก่อนไลน์ไปชวนพวกมันมาเลี้ยงอาหารที่บ้านเด็กกำพร้า มันว่าจะมาให้ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่ามีใครมาได้บ้าง ก็ไม่ได้เจอกันมาครึ่งเดือนได้แล้วมั้ง ตั้งแต่เรียนจบมาเนี่ย คิดถึงเพื่อนครับพี่น้อง

 

“เดินดีๆ นะต่อ ลื่นตกน้ำลงไปกูงมไม่ไหวนะเว้ย มึงเห็นป่ะปลาตัวเท่าขาเลยนั่น มึงตกลงไปมันรุมตอดมึงจนเนื้อแหว่งแน่ๆ” พี่พายมันจับแขนผมเอาไว้ตอนที่ผมค่อยๆ เดินลงบันไดไปเพื่อเตรียมตัวปล่อยปลา มึงไม่ต้องมาขู่กูหรอกครับ กูรู้หรอกน่าเห็นขนาดตัวมันแล้วก็กูไม่กล้าซุ่มซ่ามตกลงไปให้มันดูดกูหรอก กูเก็บเอาไว้ให้มึงดูด...อุ้ย ไอ้ห่าต่อ นี่ในวัดเว้ย

 

“ครับๆ มึงก็จับกูเอาไว้ด้วยนะครับพี่พาย กูยิ่งซุ่มซ่ามอยู่” ผมยอมรับเลยว่าตัวเองซุ่มซ่ามมากแค่ไหน พี่พายมันนั่งลงข้างๆ พลางจับตัวผมเอาไว้ ผมกำลังจะเทปลาลงในน้ำแต่ไอ้ห่าต็อปกับพี่โก้โยนขนมปังลงในน้ำตรงหน้าผม เหล่าปลาตัวเท่าขาแม่งมารุมกันกินแบบน้ำกระเซ็นเต็มหน้าผมกับไอ้พี่พาย เราสองคนพร้อมใจกันหันไปมองไอ้คู่รักเปรตเตี้ยอย่างอาฆาต

 

“นี่ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในวัดกูจะฆ่าแม่งทั้งคู่เลย...”

 

“เดี๋ยวพ้นบริเวณวัดเมื่อไหร่ มึงจัดเลยนะพี่พาย” อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ไอ้สองคนนั้นมันจงใจแกล้งเรา ทั้งผมทั้งพี่พายนี่ถูกปลาสะบัดครีบสะบัดหางใส่จนหน้าเปียก เสื้อผ้าเปียกเป็นหย่อมๆ ดวงๆ ดีแค่ไหนที่ไม่เปียกโชก แล้วมึงรู้กันมั้ยครับว่าน้ำมันหอมมากแค่ไหน ไอ้บัดซบ

 

“เอาๆ เค้าให้มาปล่อยปลาไม่ใช่ให้มาเล่นน้ำ อยากเล่นน้ำไปลงสระสิครับเพื่อน” ไอ้พี่โก้แม่งกวนตีน มันสองตัวยังไม่หยุดปาขนมปังลงมาในน้ำตรงหน้าที่ผมกับพี่พายนั่งกันอยู่ ไอ้พี่โก้มันรีบออกโรงก่อนเลยเพราะกลัวว่าพี่พายจะเล่นงานไอ้เตี้ยของมันน่ะสิ

 

“เดี๋ยวก่อนนะไอ้โก้ รอให้ออกจากวัดก่อนมึงเจอกูแน่” พี่พายมันหันมาจับเอวผมเอาไว้ ผมเทปลาปล่อยมันลงไปในน้ำและโบกมือบ๊ายบายมัน ฮ่าๆ น่ารักมุ้งมิ้งมั้ยล่ะกู ไอ้ห่าต่อ ปัญญาอ่อนขึ้นทุกวันแล้วนะครับ

 

ผมลุกขึ้นยืนและค่อยๆ เดินขึ้นบันไดทีละก้าวอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่วายลื่นเพราะตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามขั้นบันได ไอ้พี่พายคว้าเอวของผมเอาไว้แน่นไม่อย่างนั้นผมได้กลิ้งลงไปเป็นอาหารปลาที่หน้าตาดีที่สุดในโลกแน่ๆ

 

“ซุ่มซ่ามไม่เคยเปลี่ยนเลยนะมึง...แต่ก็รักว่ะ” วู้ว อากาศมันร้อนวาบๆ แบบแปลกๆ ไงไม่รู้ดิ แล้วมาจำเพราะเจาะจงร้อนแค่ที่หน้าแบบนี้ เฮ้อ แพ้ไอ้บ้านี่จริงๆ สินะกู

 

“แหม่ะ เค้าสวีทกันกลางวัดเลยอ่ะพี่โก้ ดูดิไอ้หมาต่อหน้าแดงแปร๊ดเลย ทำเหมือนสาวแรกรุ่นเพิ่งมีความรัก ทั้งๆ ที่ถูกจัดหนักมาตั้งสองปีแล้วแท้ๆ”

 

“เอ้าๆ ในวัดนะเว้ยต็อป บาปนะเนี่ย เอาเรื่องจริงมาพูด ไว้ออกนอกวัดก่อนเราค่อยแซวมันก็ยังไม่สายหรอก” กูล่ะเชื่อไอ้พี่โก้มันเลย มันตามใจไอ้ต็อปมากเกินไป ให้ท้ายทุกอย่าง ให้ท้ายเรื่องอื่นกูจะไม่พูดอะไรเลย นี่คือห่าอะไร ให้ท้ายไอ้ต็อปมันมารุมกูอ่ะ บัดซบมากไอ้คนบ้ารอยสัก นี่ถ้ามันไปสักเพิ่มอีกสักสี่ห้ารอย มันคงไม่มีพื้นที่เหลือให้ไอ้ต็อปทำรอยแล้วหล่ะ

 

“ขันติ ท่องเอาไว้ไอ้ต่อ ขันติเว้ย แต่ว่าขันแม่งเริ่มจะแตกแล้วว่ะ กูว่าเรารีบไปกันดีกว่ามั้ยวะพี่พาย ไปส่งแม่ที่บ้านแล้วจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เหม็นคาวมากครับ” ผมดมเสื้อไอ้พี่พายที่เปียกเป็นวงเล็กวงน้อย ไอ้พี่พายมันยิ้มห่าอะไรของมัน ผมก็แค่ทำจมูกฟุดฟิดแถวๆ ปกเสื้อมันก็แค่นั้น ก็ดมกลิ่นน้ำไง ทำไมวะ

 

“ดมใกล้อีกนิดก็ได้นะหมาต่อ ที่ซอกคอเลยก็ได้” อ้อ เข้าใจและว่าทำไม เหอะ ผมว่ารีบออกจากวัดกันดีกว่ามั้ยวะ ก่อนที่จะตกนรกเพราะสมองและจิตใจมีแต่เรื่องอะไรแบบนี้กันเต็มไปหมด

 

“ต่อ สุขสันต์วันเกิดนะเว้ย ของขวัญไม่มี มีแค่หัวใจ รับไปนะ” ไอ้ต็อปแม่งทำท่าควักหัวใจของมันออกมาจะปาให้ผม พี่โก้เลยครับ แม่งทำท่างับของในมือไอ้ต็อปแบบหน้าตาเฉย ทำเอาผมกับพี่หายมองหน้ากันและฮาลั่นทันที

 

“ไม่เอา นี่ของกู กูไม่ให้คนอื่น ถึงจะเป็นไอ้ต่อกูก็ไม่ให้” พี่โก้แม่งมุ้งมิ้งขี้หวงว่ะ แหมๆ ทำพี่พายหลุดมือมาให้กูคนนึงแล้วกลัวว่าจะเสียไอ้ต็อปให้กูอีกหรอครับ ฮ่าๆ กูว่ากูเพ้อเจ้อเกินไปแล้วเปล่าวะเนี่ย เพลียกับอากาศร้อนจนเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

“เหอะ ถึงไอ้สั้นมันให้มาไอ้ต่อมันก็ไม่เอาหรอกเว้ย ไอ้ต่อมันเอาแต่ใจกูคนเดียวเท่านั้น เนอะ...” เดี๋ยว อะไรคือการที่โก้พายเค้ามามุ้งมิ้งแข่งกันวะครับ ผมกับไอ้ต็อปมองหน้ากันอย่างมึนๆ เราสองคนเดินเข้ามาหากันและควงแขนกันเดินไปแบบหน้าตาเฉย ทิ้งให้โก้พายเค้ามุ้งมิ้งกันสองคน

 

ฮ่าๆ โอย กูปวดท้องมากละตอนนี้ กลั้นหัวเราะกับไอ้ต็อปสองคนจนสะเทือนไปทั้งร่างแล้วเว้ย นานๆ สองคนนั้นจะมีมุมมุ้งมิ้งให้เห็นสักที นี่ยังไม่ล้มเลิกความคิดจะจับพี่พายมาทำเมียหรอกนะจะบอกให้

 

“สุขสันต์วันเกิดนะเพื่อนรัก กูโคตรรักมึงเลย” ไอ้ต็อปมันกอดแขนผมพลางส่งยิ้มอย่างน่ารักตามแบบฉบับของมันมาให้ ผมยีหัวไอ้ต็อปเบาๆ และส่งยิ้มกลับคืน

 

“ขอบใจนะต็อป กูก็รักมึงมากเหมือนกันไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” เราสองคนเดินตรงไปหาแม่ที่นั่งยิ้มรับพวกเราอยู่ ผมกับไอ้ต็อปนั่งลงขนาบข้างแม่และกอดแขนแม่คนละข้าง

 

“ร้อนเนอะแม่ เรากลับบ้านกันดีกว่า ป่านนี้พวกพ่อครัวไปเตรียมของที่บ้านเด็กกำพร้าแล้วมั้ง เราจะได้รีบไปกันนะแม่ เพื่อนต่อน่าจะมากันบ้างแล้วหล่ะ อยากเจอพวกมันจะแย่” ผมดึงแม่ให้ลุกขึ้นและกอดแขนท่านเอาไว้แน่น แม่ลูบหัวผมเบาๆ และเราก็พากันเดินไปยังลานจอดรถ พี่โก้ พี่พาย และไอ้ต็อปก็เดินเรียงแถวหน้ากระดานกันแบบมึงไม่คิดจะเว้นที่ให้รถหรือให้คนเข้าออกสัญจรกันเลยสินะ หรือว่ามันจะคิดว่านี่คือแคทวอล์ค โชว์หน้าตาหล่อๆ กันทำไม นี่ในวัดเว้ย

 

“เราแยกย้ายกันก่อนก็แล้วกัน กูขอกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนแล้วจะรีบตามไปที่บ้านเด็กกำพร้า มึงกับพี่โก้ไปที่นั่นก่อนเลยก็ได้ ถ้าไปถึงแล้วมีใครมาถึงก็ไลน์มาบอกกูบ้างนะ...”

 

“ไอ้หินมันมาด้วยรึเปล่า...” เอ้าๆ มีคนมีอาการเว้ย ก็ไม่มีอะไรแค่หันมามองหน้าผมทันที ไอ้นี่ไม่จบไม่สิ้นสินะ

 

“เห็นว่าจะมาอาจจะพาลูกแก้วมาด้วย หรืออาจจะไม่มา ไม่รู้ดิเดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหล่ะน่า แยกย้ายเหอะร้อนตับจะออกมาเต้นแร๊พแล้วเว้ย” เปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนประเด็นแล้วแยกย้ายกันเถอะครับ อากาศร้อนไม่ใช่เรื่องตลกเลยจริงๆ

 

“ไม่ได้หวง ไม่ได้หึง แต่ถ้าแอบมองคนอื่น มึงก็ตายนะต่อ” พี่พายมันพูดกับผมก่อนที่จะขึ้นไปนั่งประจำที่ทำหน้าที่สารถีหน้าตาดีให้คุณนายพรทิพย์กับผม ผมว่าพี่พายมันมีปัญหาทางจิตนะ หวงอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ถ้าผมจะชอบคนอื่นผมคงชอบไปนานแล้ว ก็มีคนเข้ามาบ้างช่วงที่พี่พายมันเรียนจบไป แต่ก็ไม่ได้สนใจใครเพราะผมให้ทุกคนได้แค่ เพื่อน พี่ น้อง เท่านั้น

 

“เกิดมาหน้าตาดีก็ต้องทำใจนะเป็นต่อ เฮ้อ” ไอ้พี่พายมันลดกระจกแล้วมองหน้าด้วยสายตาระอาใจ คุณนายพรทิพย์เร่งผมให้เข้ามาในรถสักทีหลังจากที่ยืนเอ๋ออยู่คนเดียวในขณะที่คนอื่นเค้าขึ้นไปนั่งรับแอร์อย่างสบายใจเฉิบกันหมดแล้ว

 

“ยืนเอ๋ออะไรน่ะต่อ ไหนบ่นว่าร้อนแต่ก็ไม่ยอมขึ้นมานั่งบนรถ ลูกคนนี้นี่ละสายตาไม่ได้เลยนะ...”

 

“ใช่ครับแม่ ละสายตาไม่ได้จริงๆ ถ้าใครมาฉกเอาไป ผมคงแย่...” เมื่อกี้มีอะไรระเบิดหรือเปล่าวะ เหมือนผมได้ยินเสียงระเบิดก้องในหัว อ้อ ไอ้ที่ระเบิดนี่คงเป็นผมเองสินะ ไม่ชินเว้ย ให้ตายยังไงก็ไม่ชินจริงๆ ไอ้ห่าพี่พายมันชอบมาหยอดผมต่อหน้าแม่แบบนี้ แล้วคุณนายพรทิพย์นี่เข้าข้างคนหล่อทุกคน ทั้งๆ ที่ผมก็หล่อบาดจิตไม่แพ้ใครแท้ๆ

 

“อุ้ย มีคนหน้าแดงแจ๋ด้วยหล่ะ ท่าทางอากาศจะร้อนมากเลยสินะ ลูกแม่ถึงได้หน้าแดงแก้มแดงขนาดนี้” แม่แซวนี่ไม่เท่าไหร่ ไม่เท่ากับมือของไอ้พี่พายที่ยื่นมาบีบแก้มผมเบาๆ หลังจากที่แม่แซวผม ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เลยคว้าเอาหมอนอิงมากอดแล้วซุกหน้าแม่งลงไปเลย

 

ไม่ได้เขินครับ แค่รู้สึกง่วงอย่างเฉียบพลันเท่านั้นเอง อ๊ากกกกก

 

....................

 

 

ผมแทบจะเร่งเวลาเพื่อที่จะให้ไอ้พี่พายมันขับรถไปถึงบ้านเด็กกำพร้าเร็วๆ เพราะว่าไอ้ต็อปมันไลน์มาบอกว่าเพื่อนมากันเยอะมาก มาแบบเกือบครบองค์ประชุม เพราะทุกคนก็อยากมาทำบุญเหมือนกัน

 

หลายๆ คนยังไม่ได้เดินทางกลับบ้าน เท่าที่คุยๆ กันมันจะกลับช่วงสงกรานต์ จะว่าไปแล้วสงกรานต์ผมก็มีโปรแกรมเดินทางไปชลบุรีเหมือนกันนี่หว่า ก็เหมือนทุกๆ ปีที่ผมกับแม่จะไปเยี่ยมป้า ปีที่แล้วไอ้หมาพี่พายแม่งแอบตามไป แต่ปีนี้คงไม่แอบเพราะมันคงตามไปด้วยแบบหน้าด้านๆ

 

“พี่พายเร็วๆ ดิวะ นี่คิดถึงเพื่อนมากๆ นะรู้ป่ะ” ผมเร่งพี่พายจนมันหันมามองตาขวาง นี่แม่มาด้วยหรอกนะไม่อย่างนั้นมันคงหันมาตบหัวผมแล้วหล่ะ เพราะผมเขย่าแขนมันหลายครั้ง

 

“เร่งมากๆ เดี๋ยวพายไม่มีสมาธิขับรถนะต่อ ไม่ต้องกลัวหรอกจ้าเดี๋ยวก็ได้เจอกับเพื่อนๆ แล้ว คนนี้นี่โตแค่ไหนนิสัยก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ พายรู้มั้ยเวลาที่เรียนจบแต่ละระดับชั้นรายนี้ทั้งเศร้าทั้งซึม เอาแต่บ่นคิดถึงเพื่อน ยิ่งตอนที่ขาหักแล้วนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล รายนี้ติดลูกหินมาก ตอนที่ออกจากโรงพยาบาลเอาแต่ร้องไห้จนแม่ล่ะเป็นห่วงแทบแย่...” ฉึก! สายตาทิ่มแทงที่ส่งตรงมาจากใบหน้าโคตรหล่อของพ่อทูนหัวโคตรน่ากลัวเลยครับ แม่จะรู้บ้างมั้ยว่ากำลังรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ เอามาเล่าใหม่ แล้วไอ้พี่พายแม่งเป็นพวกเก็บทุกหน่วย เดี๋ยวกลับไปมันต้องเอามาฉะกับผมแน่ๆ

 

“โห แม่อ่ะเม้าใหญ่เลยครับ ก็ไอ้หินมันเป็นเพื่อนนี่แม่ เพื่อนอ่ะเพื่อน ต่อรักเพื่อนมากแค่ไหนแม่ก็รู้” เน้นแบบชัดๆ ว่าเพื่อนครับเพื่อน เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งเป็นปีๆ แล้วแท้ๆ แต่พี่พายมันยังไม่รู้จักจบสักที ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้ไม่ถูกชะตากับไอ้หินมากขนาดนั้น ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรกับผมเลย ก็แค่โทรคุยกัน ไลน์คุยกันบ้างตามประสา เพราะไม่ว่าผมจะมีแฟนหรือจะยังไงก็แล้วแต่ ความเป็นเพื่อนของผมกับมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป

 

“แต่จริงๆ ต่อเค้าก็ติดเพื่อนทุกคนนั่นแหล่ะ แต่คนนี้แค่ไม่นานก็สนิทกันมาก ลูกหินเค้าเข้ากับต่อดีมากเลยนะ กินเล่นกันอยู่ทุกวัน พอต้องห่างกันไปต่อก็เลยซึมไปพักใหญ่ๆ นี่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งต่อคงดีใจใหญ่เลยสินะ...”

 

“เรื่องมันนานแล้วครับแม่ ตั้งเป็นปีแล้วเหอะครับ ต่อว่าเราเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่ามั้ย คุยเรื่องเพื่อนแล้วอยากไปถึงบ้านเด็กกำพร้าเร็วๆ” คือเปลี่ยนเรื่องเถอะครับคุณนาย ไอ้พี่พายแม่งปล่อยรังสีอำมหิตมาใส่ต่อแล้วเนี่ย แม่ไม่รู้แม่ไม่ผิด แต่ไอ้คนที่รู้แล้วยังไม่ยอมเปลี่ยนแนวคิดนี่แหล่ะที่ผิด

 

“ อดทนอีกนิดนะครับต่อ เดี๋ยวได้เจอเพื่อนรัก...แล้วหล่ะ” เอาแหล่ว เอาแล้ว มาแล้วครับกระแสสายธารแห่งการกดดัน แต่ช่างแม่งอย่าไปสนใจ ตอนนี้แม่อยู่ไอ้พี่พายไม่ได้แดกกูหรอกครับ วันนี้ทั้งวันกูก็จะเกาะติดกับเพื่อนไม่ให้มันเข้าใกล้ได้เลย เดี๋ยวผมค่อยกลับไปตายคาเตียงทีเดียวก็แล้วกัน

 

เออ ว่าแต่ว่าทำไมชีวิตกูถึงได้ถูกกดขี่จากคนรอบข้างแบบนี้วะ ยิ่งกับไอ้พี่พายนี่ทำไมกูต้องยอมมันตลอดวะเฮ้ย ถึงเวลาปฏิวัติแล้วเว้ย...แต่เอาไว้วันหลังค่อยปฏิวัติก็แล้วกัน ทำไม่ลงสงสารไอ้พี่พายมัน ฮ่าๆ

 

ทันทีที่รถจอดสนิทผมก็รีบลงจากรถทันที ทิ้งแม่ทิ้งผัว อุ้ยๆ ทิ้งแฟนครับไม่ใช่ผัว ตอนนี้ผมโสดเฉพาะกิจเว้ย เพราะว่าผมรู้ดีว่าไอ้พี่พายมันชอบเอาหน้าแม่ผม เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะยกคุณนายให้มันดูแลแบบเต็มที่ หึๆ อย่าได้หวังจะมารังแกกูได้ครับพี่พาย

 

“มาแล้วเว้ย เจ้าของวันเกิดของเรามาแล้ว” เสียงตะโกนโหวกเหวกจากกลุ่มคนที่กำลังยืนรวมกลุ่มกันดังทันทีที่ผมก้าวลงจากรถ ผมเดินเก๊กเข้าไปหากลุ่มเพื่อนๆ ที่เน้นไปทางฝั่งสินกำซะมากกว่าครึ่ง เพื่อนที่คณะก็มีแค่ไอ้เฟียกับไอ้โฟน ไอ้จั่นไม่ได้มาด้วยเหมือนว่ามันจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

 

ทางฝั่งสินกำนี่มากันเต็มอัตราเลยเว้ย มันคงชวนๆ กันมาเพราะอยากมาทำบุญมากกว่ามาอวยพรวันเกิดผม เหอะๆ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าพวกมันรักผมกันมากแค่ไหน

 

“แหม่ะ วันนี้เพื่อนต่อดูมีออร่าเปล่งประกาย แก่ขึ้นอีกปีแล้วนะเว้ย” ไอ้เฟียมันแกล้งมองผมและมองเลยไปทางด้านหลัง สายตามึงบ่งบอกมากว่าอยากแซวกูกันแค่ไหน แต่ผมขี้เกียจจะแซวพวกมันแล้วครับ เยอะคู่เกินแซวไม่ไหว แม่งแดกกันเองทั้งคณะครับไอ้พวกสินกำน่ะ

 

“พวกมึง นี่แม่กู แม่ครับนี่เพื่อนต่อ ไม่แนะนำรายคนนะแม่ มันเยอะเกิน” ไอ้พวกนั้นมันยกมือไหว้แม่ผมอย่างพร้อมเพรียง คุณนายนี่ยิ้มปลื้มเชียว ก็แหม คุณนายแพ้คนหล่อนี่ครับ แล้วที่ยืนกันหน้าสลอนนี่ก็หล่อเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร แต่สันดานแต่ละคนนี่อย่าให้พูดครับ

 

“สวัสดีครับ” ทักทายแม่กูอย่างพร้อมเพรียงมาก แม่นี่ยิ้มรับให้กับทุกคน แต่ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่กูนี่ไม่ยิ้ม ไม่แย้ม แถมยังทำหน้าตาน่าเอาตีนไปแปะหน้ามากที่สุด

 

“ไอ้พายเว้ย ทางนี่ครับเพื่อน” เสียงพี่โก้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังกลุ่มพวกเพื่อนๆ ผม มองเลยไปก็เห็น พี่ปริ้น พี่ปาล์ม พี่กอล์ฟ แต่ไม่เห็นพี่ต้นว่ะ สงสัยพี่ต้นคงไม่ได้มาจากชลบุรีมั้ง อ้อ เม้าเลยครับ พี่ต้นมันติดเด็กครับ มันหนีไปตั้งรกรากเฝ้าน้องเลิฟที่นั่นแบบเอาจริงเอาจังมาก ท่าทางจะหลงเด็กจนไปไหนไม่รอดแล้วหล่ะ

 

“แม่ครับ เดี๋ยวพายไปหาเพื่อนๆ ก่อนนะครับ” ไอ้พี่พายมึงนอบน้อมมาก มึงยิ้มให้แม่กูอย่างหล่อ แต่ทีกับเพื่อนกูนี่ทำหน้าหมาใส่หมายความว่าไงวะ แต่ทุกคนไม่สนใจพี่พายมันหรอกครับ เพราะไอ้พี่พายมันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร มนุษยสัมพันธ์ห่วยขั้นสุดแต่มันก็ไม่ได้ไปไล่กัดไล่เห่าเพื่อนผมนะ

 

นี่พี่พายมันเป็นคนหรือหมาวะกูเริ่มจะสงสัย

 

“แม่ไปนั่งพักก่อนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวต่อขอคุยกับเพื่อนๆ ก่อน แล้วกัน...”

 

“เดี๋ยวลูกแก้วพาแม่พรทิพย์ไปนั่งพักเองค่ะ ปล่อยให้หนุ่มๆ เค้าคุยกันไปดีกว่าค่ะแม่” ลูกแก้วน่ารักเสมอไม่เคยเปลี่ยน ตอนนี้เข้าเรียนมหาลัยแล้ว ไอ้หินคนวิ่งตามหวงน้องสาวจนไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ อ้อ พูดถึงไอ้หิน ตอนนั้นมันบอกว่าไอ้ปีนมาจีบลูกแก้ว แต่ไม่รู้ว่าจีกันอิท่าไหนา ถึงได้เสร็จกันเองซะงั้น เหอะๆ แดกกันเองให้หมดเลยพวกสินกำเนี่ย

 

“เดี๋ยวได้เวลาเลี้ยงอาหารน้องๆ แล้วแม่ให้คนมาตามนะต่อ ตอนนี้ก็นั่งคุยกันไปให้หายคิดถึง เดี๋ยวเพื่อนๆ กลับก็จะมานั่งหงอยอีก” คุณนายนี่ไม่วายเม้าผมต่อหน้าเพื่อนๆ น้องๆ อีกแล้ว ทำไมทุกคนรอบตัวผมดูรักผมกันจังเลยวะ ฮ่าๆ

 

“ไงมึง ไม่ได้เจอกันตั้งครึ่งเดือน คิดถึงว่ะ” ไอ้หินมันต่อยแขนผมเบาๆ ผมยักคิ้วให้มันพลางต่อยกลับแบบเย้าๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ตอนนี้แม่งอยู่กันครบองค์ประชุมมากจริงๆพวกสินกำนี่มากันเกือบหมด ทั้งไอ้หยี ไอ้ไม้ ไอ้แบงค์ ดีโน่ ไอ้เมา ไอ้ป้า และพวกๆ แฟนๆ มัน แต่ไม่เห็นใหญ่กับโจ้แฮะ

 

“เป็นต่อขา โอยยย ไม่ได้เจอหน้ามาครึ่งเดือนคิดถึงมากมายก่ายกองแบบมหาศาล...สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะคนดี” พูดถึงโจ้ โจ้ก็มา หน้าเด้งมาแต่ไกล ควงแขนกับใหญ่มาด้วยกัน ก็ว่าแล้วว่าพี่กอล์ฟมาใหญ่ก็น่าจะมาด้วย

 

“ของขวัญอ่ะ นี่มากันเป็นสิบไม่มีใครให้ของขวัญกูเลยสักคน โคตรงกเลยครับ” ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องของขวัญหรอก แค่แกล้งพวกมันเท่านั้นเอง พวกมันทำหน้าตายใส่แบบไม่สนใจในสิ่งที่ผมพูด แต่เปลี่ยนมาเม้ามอยกันตามประสาคนช่างจ้อ

 

“อุ้ยๆ เพิ่งจะสังเกตนะเนี่ยว่าเจ้ใหญ่ใส่กระโปรง แหมๆ ตั้งแต่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเจ้แอบหวานขึ้นนะคะ” ไอ้ป้าแกล้งแซวพี่รหัสตนเองและเลียนแบบวิธีการพูดแบบพี่กอล์ฟ คือชอบมาก คือสะใจ เพราะใหญ่มันเคยลงให้ใครที่ไหน ไม่รู้ไปพลาดท่าเสียทีให้พี่กอล์ฟได้ยังไง

 

“แหม่ะ ยังไม่เลิกแซวกูอีกหรอคะไอ้ป้า เอาเวลามาแซวกูไปดูแลน้องไอน้ำผู้น่ารักไม่ดีกว่าเหรอ อีกอย่างถึงกูจะใส่กระโปรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากูยกขาถีบไม่ได้นะคะ เดี๋ยวเถอะมึง...” ใหญ่แทบจะแดกหัวไอ้ป้าอยู่แล้ว เห็นเค้าแซวๆ กันเรื่องที่ว่าเด็กวิศวะมาจีบใหญ่ ไอ้ผมก็เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกล ที่แท้ก็เพื่อนไอ้คุณชายธราเทพมันเอง

 

“โหย โหดไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้ แต่เจ้เรียนจบแล้วน้องเมาคิดถึงมากเลยอ่ะ ปีหน้าน้องเมาก็ไม่มีคนมาคอยจิกหัวด่าแล้วดิ เจ้กลับมาเรียนต่อได้มะ...”

 

“ไม่เป็นไรนะพี่เมา เดี๋ยวน้องด่าแทนเจ้ใหญ่กับเจ้โจ้เอง รับรองเลยว่าจะจิกเช้า สาย บ่าย เย็น เลยดีมั้ย” ไอ้เมามันถูกเบรกโดยไอ้เปา เห็นไอ้คู่นี้แล้วก็ฮาดี คือมันประหลาดแบบไม่อาจจะหาคำมาบรรยายได้

 

“แล้วพวกมึงจะกลับบ้านกันเลยมั้ยวะ หรือว่าอยู่รอรับปริญญากันก่อนแล้วค่อยกลับ...” เหมือนว่าหลายๆ คนมาจากต่างจังหวัด แต่อีกหลายๆ คนก็เป็นคนเมืองหลวงมาแต่กำเนิด เท่าที่คุยๆ กันเห็นว่าจะหางานทำที่นี่ มีแค่ไอ้หยีกับไอ้เฟียที่รอรับปริญญาเสร็จอาจจะพากันกลับบ้าน แอบคิดถึงพวกมันเหมือนกัน

 

“เพิ่งจะเรียนจบอย่าเพิ่งพูดเรื่องหางานทำนะคะ กูว่าจะตะลอนเที่ยวสักปีก่อนค่อยหางานทำ แบบว่าบ้านมีฐานะอะไรประมาณนั้น” โจ้แกล้งทำเป็นเชิดหน้าพูดด้วยเสียงที่ดูดัดจริตแต่น่ารักตามแบบฉบับของเจ้าตัว

 

“บ้านมีฐานะหรือว่าที่หมอออกเงินให้วะเจ้ แหม่ะ มีแฟนหล่อ รวย เรียนดี ไม่รู้หลงมาเอาเจ้ได้ไง” เป็นประเด็นที่ยกเอามาล้อโจ้กันได้ไม่จบไม่สิ้นจริงๆ แต่เธอเคยแคร์เหรอ เธอออกจะมั่นในหนังหน้าตัวเองซะขนาดนั้น ฮ่าๆ

 

“อ่ะแน่นอนค่ะ คนเรามันต้องหาหลักที่มั่นคงยึดเหนี่ยวเอาไว้ อีกอย่างเรียนหนักเครียดๆ แบบพี่ปั้นแป้ง ก็ต้องมีคนคอยบำบัดความเครียดนะคะ โฮะๆ พูดแล้วลงต่ำไปเรื่อยเลยห่า” ไอ้ท่ายกมือขึ้นมาป้องปากหัวเราะของโจ้นี่โคตรน่าหมั่นไส้อ่ะครับ มันตลกดีนะไอ้พวกนี้ ผมถือว่าผมโชคดีมากจริงๆ ที่ได้รู้จักกับพวกมัน ได้รับมิตรภาพที่ดีแสนดีตลอดเวลาสี่ปีในรั้วมหาลัย มันจะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดที่ผมจะเก็บเอาไว้อย่างไม่ยอมลืมมันไปจากใจ

 

“แล้วมึงล่ะเอาไง...” ไอ้หยีมันถามผม เหมือนเพิ่งจะได้ยินสียงมัน นี่คิดว่ามันเป็นใบ้แดกทุกที มันเป็นคนไม่ค่อยพูดมาก นิ่งตลอดศกเลยครับไอ้คนนี้

 

“กูกับพี่พายจะลงเรียนปอโทบริหาร พี่พายมันชวนเรียนกูก็คิดว่าน่าจะเรียนเอาไว้ เพราะเรียนจบกูก็คงเข้าไปช่วยที่บ้านดูแลร้าน แต่บอกตามตรงนะสมองกูแม่งรับไม่ค่อยไหว แต่ไม่เรียนไม่ได้ เหอะๆ” เอาเป็นว่ารู้กันโดยถ้วนหน้าว่าทำไมถึงไม่เรียนไม่ได้ ไอ้พวกนี้มันคงไม่ค่อยชอบพี่พายเท่าไหร่หรอก ก็นะ ไม่ได้คิดเข้าข้างแฟนตัวเองหรอกครับ เพราะนิสัยไอ้พี่พายมันไม่ดีข้อนี้ผมรู้ดี มันเป็นคนไม่ค่อยเปิดใจให้ใครเท่าไหร่ นี่ยังดีกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ปล่อยให้ผมมายืนคุยกับเพื่อนแบบนี้หรอก แม่งจะกกกูไปถึงไหนก็ไม่รู้ เหอะๆ

 

แต่ไอ้พวกนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผมหนักใจอะไรนะ เพราะว่ายังไงซะก็ต่างคนต่างอยู่อยู่แล้ว พี่พายมันเคยสร้างวีรกรรมเอาไว้กับพวกสินกำแค่ครั้งเดียว ก็ตอนไปรับน้องที่จันเมื่อปีก่อนนู้น หลังจากนั้นมันก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับพวกนี้อีก

 

“เอาน่า มีแฟนพาเรียนไม่ดีรึไงวะ ยังไงซะมึงก็เลี่ยงเค้าไม่ได้อยู่แล้วนี่หว่า ก็เรียนไปมีผัวไป...สบายอารมณ์” ไอ้สัดแบงค์ แม่งพูดซะ ถ้ามันสบายจริงๆ ก็ดีน่ะสิ นี่คือห่าอะไร แค่เรียนก็ปวดหัวจะแย่ กลับมาถึงยังต้องมาปวดตัวปวดตูดอีก เหอะๆ

 

“อ๋อ ก็คงเหมือนที่มึงเรียนไปมีผัวเรียนนิเทศไปน่ะหรอคะเพื่อนแบงค์...” ใหญ่ยิ้มแบบกวนๆ ในขณะที่แซะแบงค์กลับแทนผม ผมแอบแทคมือกับใหญ่ด้วยความสะใจและชอบใจ

 

“เอ้าๆ อย่ารุมแฟนกูครับ เดี๋ยวอารมณ์เสียขึ้นมาพาลใส่กูใครรับผิดชอบวะ” ไอ้โฟนมันหัวเราะแบบชอบใจ แต่มันก็ทำเป็นปกป้องไอ้แบงค์ พวกนี้มันเฮฮาดี ผมชอบที่ได้อยู่กับพวกมันนะ

 

“คิดว่ามีแฟนมาด้วยแล้วกูไม่กล้าหือหรอคะอิใหญ่ ตั้งแต่มีผัวเป็นตัวเป็นตนนี่แรดนะคะมึง...”

 

“โอ๊ย ไม่ต้องมีผัวกูก็แรดค่ะ อีกอย่างเป็นแค่แฟนค่ะยังไม่ถึงขั้นแอดวานซ์ กูไม่ได้ใจง่ายยอมให้ใครมาติ๊ดชึ่งได้ง่ายๆ เหมือนคนหลายๆ คนในที่นี้นะคะ...”

 

“เอ้าอินี่ ชะนีขี้เหวี่ยง เหวี่ยงแหแบบนี้รวบหมดทุกคนเลยนะคะหล่อน แหมๆ ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้หรอกค่ะว่ามันจี๊ด ซี๊ด แซ่บ แค่ไหน ลองสักครั้งแล้วมึงจะติดใจค่ะ”  โจ้ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ใส่ ตาเป็นประกายแบบวิ้งๆ อยู่ดีๆ ก็มีคนเดินเข้ามากอดไหล่โจ้และหอมแก้มมันโชว์ต่อหน้าพวกผม โจ้มันถึงขั้นหน้าแดงและหันไปตีไหล่ผู้ชายคนนั้น

 

“เรื่องแบบนี้เค้าเอาไว้รู้กันสองคนครับ เอามาพูดให้คนอื่นฟังแบบนี้ได้ไงกัน...”

 

“พี่ปั้นแป้งก็ คิดบ้างมั้ยว่าโจ้ก็อายเป็นน่ะ...” เค้าส่ายหน้าใส่ทำเอาโจ้มันเขินและเม้มปากแน่น พวกไอ้เมานี่แซวจนไม่รู้ว่าจะแซวยังไงกันแล้ว เล่นมาโชว์หวานใส่ต่อหน้าคนมากมายแบบนี้ ผมก็เคยเจอนะครับ ไอ้พี่พายแม่งก็ชอบแสดงความเป็นเจ้าของ เหอะๆ

 

ว่าแต่ทำไมกูติดหัวเราะ เหอะๆ วะเนี่ย แต่ก่อนนี่ติด หึ ต่อท้ายประโยคตลอดๆ

 

“พี่กับไอ้ปั้นจะออกไปรับซื้อของ เอาอะไรมั้ยคะ” พี่กอล์ฟแม่งเลี่ยนทั้งคำพูดและสายตา ก็พอจะเข้าใจว่าทำไมใหญ่มันยอมใจอ่อน พี่แกเล่นหยอดแบบไม่ต้องให้ใครมาแคะ หยอดเองแคะเอง ชงเองดื่มเองเลยครับผู้ชายคนนี้

 

“ไม่เอาค่ะพี่กอล์ฟ เอ แต่เอาก็ดีค่ะ ฝากซื้อตะกร้อมาครอบปากไอ้พวกหมาที่เตรียมตัวจะเห่าสักสองสามอันแล้วกันนะคะ” หมาที่ตั้งท่าจะเห่านี่ไอ้ป้ากับไอ้เมาแน่ๆ ไอ้สองคนนี้มันรักเจ้ๆ ของมันจะตายห่า แซวได้ทุกครั้งที่มีโอกาส

 

“ฮะๆ เอาน่าอย่าหงุดหงิดนะคะ วันนี้วันดีของน้องต่อนะ เดี๋ยวพี่ซื้อไอติมมาฝากเนอะ กินของเย็นๆ จะได้อารมณ์ดี” โอย เค้ามีลูบหงลูบหัวกันด้วยเว้ย มาโชว์หวานแบบนี้ไม่ชินว่ะ แล้วใหญ่มันก็เขินแบบหน้าแดงๆ แต่ก็ไม่วายหันมาถลึงตาใส่ทุกคนที่มองมันอย่างล้อๆ

 

“คะๆ ขาๆ แหม ทีกับผัวนี่พูดเพราะนะคะอิใหญ่...”

 

“ก็แน่นอนค่ะอิแบงค์ ให้พูดเพราะกับมึงกูเอาเวลาไปนั่งคุยกับขี้ดีกว่า” พอพี่กอล์ฟเดินไปไกลนางก็เริ่มกลับมาฮาร์ดคอใส่ทุกคนเหมือนเดิมทันที

 

“เอ้าอินี่ไม่มีอะไรทำจะมานั่งคุยกับขี้ เหอะๆ ว่าแต่นี่สต็อปหายไปไหนไม่เห็นเลย...”

 

“นู่นเลยเจ้ พี่ต็อปเค้าขลุกอยู่กับแก๊งวิศวะทางนู้น เค้าไม่มาสุงสิงกับเด็กสินกำแบบเราหรอก” ไอ้ป้าพยักพเยิดหน้าไปทางกลุ่มวิศวะที่กำลังยืนคุยกันอยู่ พอหันไปมองก็เจอไอ้พี่พายกำลังมองมา มันเอานิ้วชี้ที่ตาตัวเองและชี้กลับมาที่ผม เข้าใจตรงกันนะครับว่ามันสื่ออะไร

 

กูจับตามองมึงอยู่...จบข่าว ว่าว ว่าแต่ทำไมต้องว่าว เหอะๆ เรื่องว่าวนี่ต้องคุยกับพี่พาย พี่พายมันเซียน ก๊ากกกก แหมๆ เสี่ยงต่อการถูกแบนไปมั้ย ไม่หรอก ก็แค่ว่าวที่เค้าเล่นกันที่สนามหลวงก็แค่นั้น อย่าครับอย่าคิดเยอะ คนคิดนั่นแหล่ะที่หื่น

 

ผมรู้คุณก็หื่น

 

“เรียนจบแล้วก็ใจหายเหมือนกันเนอะ คิดถึงสนามหญ้าหน้าคณะ ฝากฝังน้องเมาช่วยเล็มหญ้าอ่อนๆ แทนเจ้ด้วยนะคะ เจ้ไม่สามารถอีกแล้ว...”

 

“เอ้าเจ้ รู้ได้ไงว่าน้องเมาชอบกินหญ้าอ่อน ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวจะเล็มเช้าเล็มเย็นให้อิ่มหมีพีมันไปเลย” สายตาไอ้เมามันมองไปที่ไอ้เปา เอ้าๆ นี่มาเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่ใช่มาจีบกันนอกสถานที่

 

“กลับบ้านไปแดกฟางข้าวเถอะค่ะอิโจ้ เดี๋ยวให้พี่ปั้นแป้งซื้อมาให้เอาแบบกรอบๆ เลยดีมั้ย...”

 

“เอ้าชะนี เรื่องอะไรมากัดกันเองแบบนี้คะ เดี๋ยวก็วางยาแล้วให้พี่กอล์ฟลากไปติ๊ดชึ่งเลยนี่...”

 

“โอ๊ย รุ่นนี้ไม่ต้องวางยาค่ะ ถ้าว้อนท์เมื่อไหร่เดี๋ยวจัดให้เอง...”

 

“แหม ชะนีปากดีค่ะ ถึงเวลาจริงๆ ชิ่งลากกูไปนอนด้วยไม่ได้นะคะ กูต้องบำบัดกับพี่ปั้นแป้งค่ะ” ผมว่าไอ้พวกนี้มันลับฝีปากกันโคตรมันอ่ะ หลงเข้ามาคุยกับพวกมันเหมือนหลงเข้ามาในดงสงครามกลางเมือง เห็นกัดกัน แซะกัน ทะเลาะกันแบบนี้ พวกนี้มันรักกันอย่างเหนียวแน่นเลยนะครับ

 

“ฟังพวกมันด่ากันแล้วกูปวดหัวว่ะ ว่าแต่พี่ไม้ทีเค้าจะนั่งเฝ้าน้องดีโน่ไม่ยอมลุกมาคุยกับเพื่อนฝูงเลยใช่มั้ย” ผมชะเง้อมองไปทางไอ้ไม้ มันยกมือให้ผม ส่วนดีโน่ดูหน้าซีดๆ ท่าทางจะไม่สบาย ผมยกมือทักทายทั้งคู่ เดี๋ยวค่อยเข้าไปคุยแล้วกัน

 

“น้องมันไม่ค่อยสบายน่ะ แต่อยากมาทำบุญด้วย เลยขอนั่งพักอยู่ตรงนั้นก่อน แล้วนี่ได้เวลายังวะ พวกเรามาเพื่อยืนคุยกันหรอวะ มีอะไรที่ต้องทำกันมั้ย” เออ นั่นสิ มาถึงก็ฝอยกันจนมันหยด ลืมไปหมดเลยว่าจะต้องทำอะไรบ้างมั้ย

 

“เดี๋ยวกูไปถามแม่ดูก็แล้วกัน ส่วนใหญ่คนที่ร้านจะจัดการให้จนเกือบหมด เดี๋ยวตอนที่ตักอาหารแจกน้องๆ ถึงจะไปช่วยกัน” ผมตบบ่าเพื่อนๆ เรียงตัว ตบแบบไม่เบาด้วยนะเว้ย ทำเอาพวกมันตั้งท่าจะวิ่งไร เรื่องอะไรจะอยู่รอครับผมก็วิ่งหนีดิ หันมาแลบลิ้นใส่มันแบบเกวนตีน หันไปอีกทีเบรกไม่ทันละครับ ชนเข้ากับใครบางคนอย่างจังจนแทบล้มลงไปกองที่พื้น แต่ก็ถูกรับเอาไว้ได้แบบทันทวงที

 

“คิดถึงน้องมายจังเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนานยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะครับ” เสียงนี้ที่ดังเป็นต่อเอ๋ยเอ็งฟังจำได้หรือเปล่า เอ้าๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือพี่ต้นครับ หล่อมาเลยเว้ย ออร่าจับแบบวิ้งๆ มากไอ้ผู้ชายพวกนี้ สงสัยการกินเด็กมันเป็นยาอายุวัฒนะแหงๆ ทั้งพี่พาย พี่โก้ พี่ต้น ดูหน้าใสกิ๊กกันจริง ก็นะ เค้าฟินกันบ่อยไง ฮ่าๆ ทำไมเข้าตัวกูอีกแล้ววะเนี่ย

 

“เฮ้ย พี่ต้น ไม่ได้เจอกันนานมากโคตรหล่อเลยว่ะพี่ หน้าเด็กลงด้วยนะ...”

 

“แหม่ะ จะมาเสียดายพี่ต้นเอาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วครับน้องมาย ตอนนั้นบอกให้เปลี่ยนมาเป็นน้องมนก็ไม่เชื่อ ตอนนี้พี่ต้นมีคนมาเป็นน้องมนแล้วครับ” พอมองตามสายตาของพี่ต้นไปก็พบกับเด็กในสังกัดของไอ้พี่ต้น น้องเลิฟครับ เดินน่ารักๆ เข้ามาหาไอ้พี่ต้น อยากจะสัมภาษณ์มากว่าเสียท่ามาเป็นเด็กไอ้พี่ต้นเนี่ยคิดดีแล้วหรือ

 

“เพ้อละมึง มาถึงก็เพ้อเจ้อเลยนะไอ้ต้น แล้วจะกอดเอวแฟนกูอีกนานมั้ย เอามือมึงออกไปเลย” ไอ้พี่พายมันปราดเข้ามาดึงมือพี่ต้นออกทันที ไอ้นี่ก็ขี้หวงเกิน

 

“นี่ก็วิ่งไม่รู้จักมองทางเลยนะต่อ ถ้าไอ้ที่ชนไปไม่ใช่ไอ้ต้นแต่เป็นต้นไม้ มึงได้อายต่อหน้าเพื่อนมึงแน่ๆ” โอย สวดกูอีกแล้วไอ้หน้าหมานี่ นี่กูได้ผัวหรือว่าได้พ่อวะ อยากจะมาเป็นพ่อกูมั้ยเทศน์กูจัง แง่ม

 

“กราบขออภัยนะครับพี่พายที่กูมันซุ่มซ่ามไม่รู้จักระมัดระวัง เอาดอกไม้ธูปเทียนด้วยมั้ย เดี๋ยวกูเอามาขอขมามึงถึงที่เลย...” เยอะจริงผู้ชายของใครวะ ก็รู้ว่าเป็นห่วง แต่ทำไมชอบทำหน้าหมาดุใส่กูอยู่เรื่อย เดี๋ยวพ่อไม่รักขึ้นมาแล้วจะรู้สึก

 

“กูเตือนเพราะกูรักหรอกนะ ถ้ามันไม่มีค่าก็ดี...” เคยเห็นคนหล่องอนมั้ย นี่ไง กำลังงอนเดินหนีผมไปเนี่ย ผมหันมามองหน้ากับพี่ต้น พี่ต้นตบหัวผมเบาๆ อย่างขำๆ

 

“ไปง้อมันไป ไม่งั้นกลับไปถึงบ้านน้องมายจะไม่รอดนะครับ” ไอ้ห่าพี่ต้น เอาเรื่องจริงมาพูดทำห่าอะไรก็ไม่รู้

 

“ช่างมันเหอะพี่ต้น ยังไงก็ไม่รอดว่ะวันนี้ หลายกระทงละ ฮ่าๆ หวัดดีครับเลิฟ สูงขึ้นนะเรา เดี๋ยวกลับบ้านไปบอกลูกหว้าด้วยนะว่าสงกรานต์ปีนี้พี่จะลงไปหา” ผมลูบหัวน้องเลิฟเบาๆ อย่างเอ็นดู ฉึก รู้สึกเหมือนมีอะไรพุ่งมาเสียบที่กลางหลัง หันไปก็พบเจอกับสายตาอันเฉียบคมที่จ้องมองมาไม่วางตา

 

อยากสลายร่างครับ กูอยากจะบ้า ไอ้พี่พายไอ้ผู้ชายขี้หวง

 

“ไปเหอะน้องมาย เดี๋ยวไอ้พายมันจะฆ่าพี่กับน้องเลิฟทิ้งซะก่อน ง้อมันก่อนดีกว่า ฮ่าๆ” ทำไมพี่ต้นดูสะใจจังวะ นี่ดูมีความสุขกันมากเลยนะครับที่เห็นผมเดือดร้อนได้เนี่ย

 

ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ พี่พาย ตอนนี้มันมานั่งอยู่ทางด้านหลังแม่กับลูกแก้ว เพื่อนๆ ของพี่พายกับเพื่อนๆ ของผมเริ่มไปช่วยเด็กในร้านจัดแจงสถานที่ พวกสินกำมันจัดการเอาลูกโป่งมาตกแต่งอย่างสดใสเด็กๆ เห็นน่าจะชอบ

 

“ดีกันน้า” กูก็อายตัวเองเป็นนะพี่พาย ให้มาทำเสียงง้องอนทำหน้าตาน่าสงสารใส่มึงเนี่ย แม่งมีการปรายตามองกูด้วยหางตาอีก

 

“วันนี้วันเกิดต่อนะ...เร็วๆ มาดีกัน” ผมยื่นนิ้วก้อยไปกระดิกที่ตรงหน้าพี่พาย มันมองนิ้วผมจนผมกลัวว่ามันจะงับเข้าไป ไอ้บ้านี่แม่งยิ่งเดาใจยากอยู่

 

“ไม่ได้โกรธ แต่กูเสียใจ” โหย กูต้องรีบไปฆ่าตัวตายเว้ย กูทำพี่พายเสียใจ แม่งไอ้ต่อมึงมันเลว มึงมันไม่ได้เรื่อง

 

“ต่อขอโทษ เร็วๆ มาดีกัน” ผมพยายามมุ้งมิ้งให้มากที่สุดเท่าที่คนเกรียนแตกแบบผมจะทำได้แล้วนะเว้ย เร็วๆ ไอ้พี่พายรีบๆ หายงอนกูซะที กูสัมผัสได้ถึงสายตานับสิบที่มันแอบชำเลืองมองมาทางกูกับมึง กูเริ่มจะอายจริงๆ แล้วนะ

 

“ดีกันแล้วกูได้อะไร” โหไอ้นี่ ได้คืบมึงจะเอาเมตรเลยใช่มั้ย กูมาง้อเนี่ยกูยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ากูทำห่าอะไรผิด แต่กูมาง้อเพราะหน้าที่ง้อมันหน้าที่กูนะ

 

“อยากได้อะไรให้ทุกอย่างเลยเอ้า” นี่กูจัดหนักจัดเต็มแบบสุดๆ แล้วนะ ถ้าภายในหนึ่งนาทีมึงไม่ยอมหายงอนกู กูจะ....ง้อต่อไป แม่งเอ๊ย ฮึ่ม!

 

“จำคำพูดตัวเองเอาไว้ให้ดีนะครับน้องมาย กูหายงอนแบบสนิทเลย หึ” เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของประโยคที่ลงท้ายด้วย หึ มันทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าผมพลาด และครั้งนี้ดูท่าจะพลาดมากด้วย แต่ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ เพราะชีวิตผมมันพลาดแบบหนักๆ มาแล้ว

 

ก็พลาดเอาไอ้พี่พายมันมาทำผะหรัวนั่นแหล่ะ เหอะๆ

 

...................

 

 

 

หลังจากที่หัวยุ่งกับการตักอาหารแจกจ่ายเด็กๆ เสิร์ฟขนม ของหวาน น้ำดื่มหลากหลายชนิด ที่พวกเราๆ วางเงินกองกลางช่วยกันซื้อของต่างๆ มาแจกจ่ายให้กับเด็กๆ

 

จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะว่าเป็นวันเกิดผม ถึงได้มาเลี้ยงอาหารเด็กที่บ้านเด็กกำพร้านะครับ แต่เพราะว่าถามๆ กันแล้วทุกคนว่างตรงกันมากที่สุดในวันนี้ เลยชวนๆ มาทำบุญด้วยกัน เกิดชาติหน้าจะได้มาเจอกันอีก ฮ่า

 

นอกจากเราจะเลี้ยงอาหารเด็กๆ แล้ว เรายังมีของใช้แจกจ่ายให้กับเด็กๆ และเงินก้อนหนึ่งบริจาคให้กับบ้านเด็กกำพร้าเพื่อไว้ใช้จ่ายตามอัธยาศัย ส่วนตัวผมแล้วผมว่าทำบุญกับผู้ด้อยโอกาสดีกว่าทำบุญเอาหน้าตามงานสังคม เพราะเรามั่นใจได้ว่ามันถึงมือผู้รับ ถึงมันจะน้อยนิดไม่ได้มากมายอะไร แต่เราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือพวกเค้า

 

ร่ายมาซะยาวดูมีสาระมากไปหรือเปล่าวะ มันไม่เข้ากับผมเลยนะว่ามั้ย เรากลับมาเกรียนต่อดีกว่าครับ ฮี่ๆ

 

ตอนนี้ผมนั่งเอาหน้าจ่อพัดลมอยู่ตรงมุมเสาครับ มันร้อนมากและมากๆ จนผมจะละลายอยู่แล้ว น่าแปลกที่ร้อนขนาดนี้แต่หน้าโจ้มันยังเด้งและเป๊ะเว่อร์แบบน่าไปถามว่ามันพอกหน้ามาหนาระดับไหน

 

“เจ้าของวันเกิดอู้หรอครับ หลบมานั่งทำอะไรตรงนี้” พี่ปริ้นเดินผ่านมาก็แอบแซวไปตามเรื่องตามราว แซวเสร็จก็เดินผ่านไปไม่ได้รอฟังคำตอบอะไรกับใครเค้าหรอก ส่วนไอ้ต็อปเดินผ่านมาก็มายืนซ้อนที่ด้านหลัง เอาคางเกยไหล่ เอาหน้าจ่อพัดลมเสร็จมันก็เดินไป

 

“เอ้า...” สัมผัสเย็นๆ จากขวดน้ำแตะลงบนแก้มของผม ตอนแรกคิดว่าเป็นไอ้พี่พาย แต่ไม่ใช่แฮะ กลับเป็นไอ้หินที่เอาน้ำมาให้ ผมรับมาเปิดกระดกแบบพรวดๆ ทันที

 

“เบาๆ มึง เดี๋ยวก็สำลักน้ำพอดี” มันเบรกผมทีเดียวผมสำลักเลยครับ ไอ้หินมันหันไปคว้าม้วนกระดาษทิชชู่มาส่งให้ผม ผมดึงมันมาหลายๆ แผ่นและเช็ดหน้าเช็ดปากตัวเองยกใหญ่

 

“แม่งร้อนมากจนตับกูจะออกมาเต้นฮิปฮอปละ อยากลงไปนอนแช่ในสระน้ำสักชาติเศษ” ผมเกิดหน้าร้อนแต่ผมก็ไม่ได้ชอบหน้าร้อนนะ ผมชอบอากาศเย็นๆ แต่ก็ไม่ได้ชอบเย็นเว่อร์แบบพี่พายที่นอนเปิดแอร์แบบเย็นจับขั้วหัวใจ

 

“ก็มันหน้าร้อนนี่หว่า ไม่แปลกหรอกที่มันจะร้อนแบบนี้ ว่าแต่ว่ามึงปวดขาหรือเปล่า ทำไมมึงเดินแปลกๆ วะ...” เฮ้ยๆ นี่กูอุตส่าห์ไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วนะ มึงยังสังเกตเห็นได้ไง ต้องไปซัดไอ้ห่าพี่พายเลย เพราะว่ามันนั่นแหล่ะที่ทำให้กูเดินแปลกๆ แบบนี้

 

“มึงก็รู้ว่ากูมันพวกซุ่มซ่าม เมื่อเช้าไปลื่นที่บันไดวัดมาขาเลยเจ็บมั้ง ว่าแต่ว่าลูกแก้วเป็นไงบ้างวะ เรียนมหาลัยแล้วพอไหวมั้ย” ว่าจะถามกับลูกแก้วเองก็ยังไม่ได้คุยกันเลย น้องไปขลุกอยู่กับแม่ผมตลอดเวลา นี่ถ้าไม่ติดว่าผมมีไอ้พี่พายแล้วนะ ผมจะจีบลูกแก้วมาเป็นแฟน ฮ่าๆ ฝันมากกู

 

“กูว่ามึงระวังๆ หน่อยก็ดีนะ ซุ่มซ่ามจนกูเหนื่อยแทน มองหน้ากูด้วยสายตาแบบนี้นี่เคืองหรอวะ กูว่ามึงน่าจะชินได้แล้วนะ ส่วนลูกแก้วน่ะไม่ต้องห่วงไป น้องกูมนุษยสัมพันธ์ดีเว่อร์ เข้ากับคนง่ายจะตายห่า” ไอ้หิน มึงนะมึง มีหน้ามาหัวเราะเยาะกูได้ลงคอ ใช่สิ ตอนนี้กูไม่สำคัญเท่าน้องปีนเกลียวของมึงนี่ครับ ฮ่าๆ

 

“เอาน่า ปล่อยกูไปเหอะ กูชินแล้ว แต่กูเชื่อนะว่าลูกแก้วเข้ากับคนง่าย น่ารักขนาดนั้นมึงเหนื่อยแย่” ผมมองไปรอบๆ เพราะรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่พุ่งมากระแทกเข้าที่กลางหลัง นั่นไง ไอ้ตัวแผ่รังสีมันยืนหลบมุมเสาแอบมองผมด้วยสายตาโคตรจะน่ากลัว

 

ว่าแต่ทำไมแม่งต้องแอบหลบมุมเสาด้วยวะ บ้าขึ้นทุกวันแล้วนะมึง

 

“ก็อย่างที่มึงเห็นนั่นแหล่ะ แค่ปีแรกกูก็จะเป็นบ้าแล้ว เอาแค่ที่คณะกูก็กันไม่หวาดไม่ไหว ทำใจว่ะ มีน้องน่ารักแบบนี้” จริงๆ ผมอยากลองมีน้องสาวน่ารักๆ ดูบ้าง อยากเข้าใจอารมณ์ของพี่ชายที่หวงน้องสาวมันจะเป็นยังไง ผมก็มีน้องสาวนะ ยัยลูกหว้าไง แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยไม่ค่อยได้แสดงความหวงออกมาเท่าไหร่

 

“เฮ้อ เรียนจบแล้วก็ใจหายว่ะ ไม่ได้ไปเกรียนกับเพื่อนๆ แล้ว เหงาๆ ยังไงก็ไม่รู้...” ไอ้ห่าพี่พายมันจะยืนแอบตรงเสาทำไมวะ ตั้งแต่ผมสยองสายตามันจนตอนนี้ผมจะขำกับท่าทางลับๆ ล่อๆ ของมันแล้วนะเว้ย

 

“เหงามากก็ไลน์มา เดี๋ยวกูถล่มไลน์กลับไป ไม่ใช่แค่มึงหรอกที่เหงา กูก็เหงาเหมือนกัน ไม่มีพวกพี่ๆ เจ้ใหญ่ เจ้โจ้ คณะคงเงียบเหงาไปเยอะเลย แถมไม่ได้เจอมึงอีก กูคงคิดถึงแย่” ผมรู้ดีว่าตอนนี้ในสายตาของไอ้หิน สำหรับผมแล้วก็เป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น แต่กับคนบางคนนี่แม่งไม่เคยเปลี่ยนความคิดอะไรกับใครเค้าหรอก เหอะๆ

 

“ก็นะ ชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้านี่หว่า กูเก็บความทรงจำดีๆ เอาไว้อย่างดี จะไม่มีวันลืมเลย สักวันก็ต้องได้เจอกันอีก เหมือนที่มึงกับกูได้กลับมาเจอกันอีกไง” ผมกับไอ้หินใช้กำปั้นต่อยกันเบาๆ มันลุกขึ้นยืนและตบบ่าผมสองสามที ก่อนจะเดินจากไป ท่าทางมันคงเห็นผมชำเลืองมองไปทางไอ้พี่พายอยู่บ่อยครั้งด้วยมั้ง

 

“ว่าแต่ว่าอู้มานานเกินไปแล้วกู ไปช่วยเค้าทำงานดีกว่า...” ผมลุกขึ้นและเดินไปหาแม่กับลูกแก้วที่กำลังดูแลน้องๆ เด็กๆ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับอาหารมากมายและขนมนมเนยอีกหลากหลาย เห็นรอยยิ้มของพวกเค้า กับดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ ผมก็ได้แต่คิดอย่างไม่เข้าใจว่าจิตใจของพ่อแม่เด็กๆ พวกนี้ทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ใจร้ายกับพวกเค้าได้ลงคอ

 

พอย้อนคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าตนเองโชคดีมากแค่ไหนที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักอย่างมากล้น มีแม่ที่รักและคอยดูแลเป็นอย่างดีมาตลอด ผมรู้สึกขอบคุณแม่จริงๆ ที่รักผมมากขนาดนี้

 

“ต่อรักแม่จัง” ผมเดินเข้ามาสวมกอดและหอมแก้มแม่ที่กำลังง่วงกับการแกะขนมเทใส่จานให้น้องๆ

 

“แม่กะแล้วเชียวว่าต่อต้องรู้สึกไม่ค่อยดีกับสิ่งที่กำลังคิดอยู่ คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ หยิบยื่นน้ำใจไมตรีให้แก่กันเท่าที่เราจะสามารถทำได้ วันนี้วันเกิดต่อนะ อย่าคิดมากครับ” แม่รู้ใจผมจัง ผมซบหน้าลงบนไหล่ของแม่พลางส่งยิ้มให้กับลูกแก้ว

 

“พี่ต่ออย่างอแงนะคะ โอ๋เอ๋น้า” ลูกแก้วทำท่าทางปลอบผมเหมือนผมเป็นเด็ก ผมยิ้มให้ลูกแก้วพลางเสียวสันหลังอีกครั้ง พอหันกลับไปก็ตกใจเพราะไอ้พี่พายมันยืนเป็นผีเฝ้าเสาอยู่ไม่ไกลจากตรงที่ผมยืน มันทำตัวประหลาดไปมั้ยวะ

 

“ถ้าไม่ติดว่าต่อมีแฟนแล้วนะ แม่จะจองตัวลูกแก้วจริงๆ น่ารักน่าเอ็นดูซะขนาดนี้...”

 

“ปล่อยให้น้องไปเจอคนดีๆ เถอะแม่ ลูกแก้วยังมีโอกาสได้เจอคนที่ดีกว่าต่ออีกเยอะครับ เนอะลูกแก้ว” ลูกแก้วยิ้มอย่างน่ารัก มือไม้ก็แกะขนมจัดใส่จานแล้วยกไปเสิร์ฟให้น้องๆ ได้ทานกันอย่างขันแข็ง

 

“แม่ พี่พายมันไปชลบุรีด้วยนะ...”

 

“ต่อไม่บอกแม่ก็รู้จ้า พายห่างต่อได้ที่ไหนกัน จะปล่อยให้ต่อไปคนเดียวได้ไง แล้วนั่นเค้ายืนเฝ้าเสาทำไมกันเด็กคนนี้ ขี้หวงจริงๆ เลยน้า” ขนาดแม่ยังมองเห็นเลย แล้วคนอื่นจะไม่เห็นได้ไง ที่ไอ้หินกับลูกแก้วเดินหนีผมไปก็คงเพราะไอ้ตัวแผ่รังสีมันปล่อยรังสีมาทำลายบรรยากาศดีๆ จนหมดน่ะสิ

 

“นั่นแหล่ะนิสัยไอ้พี่พาย ปล่อยเค้าไปเหอะแม่ กับพี่พายต่อยังมีเวลาอยู่กับมันอีกนาน แต่กับเพื่อนๆ คงไม่มีโอกาสได้มารวมตัวด้วยกันแบบนี้บ่อยครั้งนักหรอก ต่อคิดถึงพวกมันจังเลยแม่” ผมแกล้งทำหน้าตางอแงกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้อ่อนไหวกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

 

“ช่วงชีวิตของคนเรามันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายครับต่อ ได้พบ ได้รู้จัก ได้รัก เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่พอเวลาเลยผ่านก็จะห่างหายกันไปคนละทิศคนละทาง แต่สิ่งหนึ่งที่มันจะไม่หายไปและจะอยู่กับต่อไปจนวันตายคืออะไรรู้มั้ย...” ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สิ่งที่แม่พูดมามันถูกต้องทุกอย่าง กี่ครั้งแล้วที่เปลี่ยนระดับชั้นและเพื่อนที่สนิทๆ ต่างก็กระจายกันไปคนละทิศคนละทาง นานๆ ถึงจะติดต่อกันที

 

“รู้ครับแม่ ต่อจะไม่มีวันลืมความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้นในรั้วมหาลัย มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของต่อเลยนะแม่...”

 

“ขี้แงนะต่อ” พี่พายมันขยับเข้ามายืนข้างๆ ผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีมันก็วางมือลงบนหัวผมและยีเบาๆ มือมันยื่นมาแตะที่ขอบตาของผม เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังน้ำตาซึม ขี้แงเกินไปไอ้หมาต่อ

 

“อ่อนไหวสมเป็นเค้าล่ะ อย่าคิดมากนะต่อ แม่เชื่อว่าเพื่อนๆ เองก็คงคิดถึงต่อเหมือนอย่างที่ต่อคิดถึงพวกเค้า แต่ละคนก็มีชีวิตของตัวเองที่ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า ให้ความทรงจำย่ำอยู่กับที่ก็พอ” ผมยิ้มให้แม่ทั้งน้ำตา พี่พายมันลูบหัวผมเบาๆ ไอ้พวกนั้นมันก็มองกันด้วยความสงสัยว่าผมเป็นอะไร ไอ้ต็อปมันเดินเข้ามาหาผมและมองหน้าผมด้วยความเป็นห่วง

 

“มึงไม่สบายรึเปล่าวะต่อ เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม”  ไอ้ต็อปเป็นเพื่อนที่ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมันก็ไม่เคยไปไหนไกลจากผมเลย เรายังคงอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาลยันเรียนจบ และผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

 

“ต่อมันเหงาน่ะ มันกลัวเพื่อนลืมมัน...” พี่พายมันโยกหัวผมไปมา ไอ้ต็อปมันกอดผมและลูบหลังผมไม่ห่าง

 

“คิดมากทำไมวะ มึงนี่อ่อนไหวไปนะต่อ ไอ้พวกนั้นมันไม่มีทางลืมมึงหรอกน่า คนเราน่ะถ้าลองได้เป็นเพื่อนกันแล้ว มันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงหรอก เหมือนที่กูกับมึงเป็นเพื่อนกันตลอดมาและมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป” ไอ้ต็อปมันเกี่ยวนิ้วก้อยกับผมแทนคำสัญญา ผมรักมันมากที่สุด เพราะมันคือเพื่อนรักของผม ต่อให้เราทะเลาะกัน แกล้งกันสารพัด แต่ผมก็รู้ดีเสมอว่ามันจะไม่มีทางทิ้งผมไปไหน

 

“มึงเป็นอะไรวะต่อ...ไม่สบายหรือเปล่า” ไอ้เฟียกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ เริ่มเดินเข้ามาหาผมเพราะมันคงเห็นว่าผมมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าผมปล่อยความคิดให้มันเข้ามาตีกันหลายเรื่อง แต่ละเรื่องที่คิดทำให้ใจผมมันหดหู่จนความอ่อนแอมันทำร้ายตัวเอง

 

“ไม่สบายก็นั่งพักก่อนก็ได้ เดี๋ยวพวกกูช่วยกันทำงานเอง หรือมึงจะเอายาเดี๋ยวกูไปขอเจ้าหน้าที่ให้...” แม่กระทั่งไอ้หยีที่ดูไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจามันยังเป็นห่วงผม ผมยิ้มให้กับพวกมันพลางส่ายหน้าไปมา

 

“กูไม่ได้ป่วย กูแค่...”

 

“มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เรียนจบนั่นแหล่ะ มันคิดถึงพวกมึง มันกลัวว่าพวกมึงจะลืมมันไง...” ไอ้ต็อปแม่ง ถึงกูจะคิดแบบนั้นก็จริงแต่ก็ไม่ต้องบไปบอกพวกมันจนหมดหรอก กูก็อายเป็นเหมือนกันนะเว้ย ที่โตจะตายห่าแต่ยังมางอแงกับเรื่องแบบนี้อยู่ได้

 

“ไอ้ต่อเอ๊ย กูก็คิดว่ามึงไม่สบายหรือว่าเป็นอะไร ทำเอาตกอกตกใจหมด” ไอ้ไม้มันขยี้หัวผมเบาๆ คนอื่นๆ ก็พากันรุมขยี้หัวผมจนไม่รู้ว่าผมแม่งร่วงไปกี่สิบเส้นแล้วเนี่ย

 

“ไม่มีใครกล้าลืมมึงหรอกไอ้ต่อ วีรกรรมมึงเยอะซะขนาดนั้น คนบ้าอะไรแม่งทุบรถตัวเองเพราะอกหัก...”

 

“โห! ไอ้แบงค์ มึงขุดเอาเรื่องที่กูลืมไม่ลงมาตอกย้ำกูแบบนี้...”

 

“ไหนจะฆ่าตัวตายอีกล่ะ นี่กูยังไม่ลืมนะ...”

 

“ไอ้โฟนมึงนี่น่าฆ่าทิ้งนะ กูไม่ได้กินยาฆ่าตัวตายอย่าจำอะไรที่มันผิดๆ ดิวะ” ผมโวยใส่พวกมัน ตอนนี้อาการซึมๆ ของผมจางลงไปเยอะแล้ว เพราะพวกมันแต่ละคนนี่แหล่ะที่ทำให้ผมยิ้มได้

 

“เป็นต่อคะ อย่าคิดมานะ ใครลืมเป็นต่อลงก็บ้าแล้ว เพื่อนดีๆ แบบนี้จะหาได้จากที่ไหนกัน ไม่เอาไม่งอแงนะคะ ถ้างอแงมากๆ กูลากไปปลอบสองต่อสองนะมึง...”

 

“อิตุ๊ดคะ อยากถูกฆ่าทิ้งก็เอาค่ะ เจ้าของเค้ายืนมองอยู่ตรงนั้นอ่ะค่ะ ว่าแต่ว่ามึงไม่ต้องกลัวว่าพวกกูจะลืมหรอกต่อ อย่างที่โจ้มันพูดนั่นแหล่ะ เพื่อนดีๆ แบบมึงน่ะหายากมากแค่ไหน ใครมันจะไปลืมลงวะ” ผมถูกรายล้อมด้วยเพื่อนๆ นับสิบชีวิต พวกมันรุมขยี้หัวผมจนหัวยุ่งไปหมด แต่ผมไม่โกรธพวกมันเลยสักนิด เพราะว่ามันเป็นการตอกย้ำกับผมว่าพวกมันจะไม่ลืมผม เหมือนที่ผมจะไม่ลืมพวกมัน

 

“กูไม่เคยพูดคำนี้ออกมาเลยก็จริง แต่รู้เอาไว้นะ กูโคตรรักพวกมึงเลย” ผมยิ้มให้กับพวกมัน รอยยิ้มของแต่ละคนที่ส่งกลับมาให้ ผมรับรู้ได้เลยว่าพวกมันเองก็รู้สึกไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่

 

ผมถูกพวกมันเฮโลมารุมล้อมกอดเอาไว้ พวกเราอาจจะเรียนคนละคณะ แต่ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา พวกเราได้อยู่ด้วยกัน ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน มันทำให้เราสนิทกันมาก

 

“พวกกูก็รักมึงไอ้เอ๋อเอ๊ย มาทำซึ้งห่าอะไรตอนนี้วะเนี่ย” ผมมองไปรอบๆ ก็เห็นพี่พายมันยืมมองดูผมด้วยรอยยิ้ม ผมดีใจมากจริงๆ ที่ถูกรายล้อมด้วยคนที่รักผมมากแบบนี้

 

“นั่นสิ เป็นต่อที่รักทำโจ้น้ำตาซึมนะคะ โอ๋ๆ รักกันเยอะๆ เลยนะพวกเรา” ความรู้สึกนี้มันจะอยู่กับผมตลอดไป มันจะไม่มีวันลบเลือนไปจากใจอย่างแน่นอน

 

 

หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาที่โคตรซึ้งมาแล้ว ตอนนี้ผมนั่งดูพวกไอ้ป้าไอ้เมามันกำลังร้องเล่นเต้นบ้าบอสร้างสีสันให้กับน้องๆ ที่ลุกขึ้นมาเต้นเล่นมาเต้นกับพวกพี่ๆ ไอ้พี่พายมันนั่งอยู่ข้างๆ ผม มือของมันลูบหัวผมไปมาอย่างอ่อนโยน

 

“รู้สึกดีขึ้นรึยังต่อ...” ผมพยักหน้ารับทันทีอย่างไม่ต้องคิดทบทวน

 

“กูดีใจนะที่มึงได้เจอแต่เพื่อนดีๆ หนึ่งปีที่ผ่านมาที่กูเรียนจบออกมาแล้ว กูเบาใจเรื่องมึงไปเยอะเพราะกูรู้ว่าเพื่อนมึงเป็นคนดี สามารถดูแลมึงแทนกูได้ กูรู้สึกขอบใจพวกมันนะที่ดูแลมึงให้กู” ผมล่ะแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นี่แกล้งทำท่าแคะหูพร้อมกับมองหน้าพี่พายเหมือนเห็นตัวประหลาด มันดีดหน้าผากผมไม่แรงนัก

 

“นี่ใช่พี่พายตัวจริงป่ะวะ กูว่าต้องไม่ใช่แน่ๆ มึงเอาพี่พายของกูไปไว้ที่ไหน” ไอ้พี่พายมันต่อยลงมาที่อกผม ไม่ได้แรงนะแค่เอากำปั้นแตะลงมาเท่านั้น มันยิ้มมุมปากนิดๆ อย่างเจ้าเล่ห์ นี่สิถึงจะสมเป็นไอ้พี่พาย

 

“เก็บเอาไว้ในนี้ไง ในใจมึงน่ะ...” โอเคกูแพ้ก็ได้ ไปไม่เป็นเลยทีนี้  ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อยอมแพ้ เรานั่งรวมๆ กันมองดูการแสดงของไอ้พวกสินกำ เห็นมันร้องเล่นเต้นเฮฮากันแบบนี้ก็มีความสุขดีนะ

 

“เพื่อนมึงเจ๋งดีว่ะ” พี่โก้มันนั่งอยู่ทางด้านหลังผมกับพี่พาย ไอ้ต็อปมันไปตีกลองอยู่กับไอ้พวกสินกำนู่น

 

“ไอ้ที่เจ๋งนี่คนที่กำลังรัวกลองป่ะวะ...” พี่ต้นเริ่มปฏิบัติการแซะและแซวพี่โก้อีกครั้ง พวกนี้เค้านัดเจอกันบ่อยๆ เพราะว่าแต่ละคนอยู่กรุงเทพทั้งนั้น มีแค่พี่ต้นคนเดียวที่ไปทำงานที่ชลบุรี

 

“อันนั้นมันเจ๋งมากสำหรับกูอยู่แล้ว มึงเถอะไอ้ต้น ท่าทางเด็กมึงจะเจ๋งเว่อร์ ถึงได้กลับบ้านกลับช่องไม่ถูก...”

 

“ก็นะ เด็กๆ เนื้อมันนุ่ม เคี้ยวอร่อย กูก็แค่เดินตามรอยพวกมึงไง กินเด็กเป็นอาหาร หึๆ”

 

“กูกับไอ้พายนี่ไม่ได้พรากผู้เยาว์นะครับ ของมึงนี่อายุเท่าไหร่วะ ยังเรียนมอปลายอยู่เลยไม่ใช่รึไง ระวังเหอะมึง คุกจะถามหา” เออจริง น้องเลิฟยังเรียนอยู่มอปลายเองนี่หว่า พี่ต้นแม่งล่อลวงน้องมันตั้งแต่เด็กเลยเว้ย

 

“พวกมึงนี่ก็หาคุกหาตารางให้กูเนอะ เห็นแบบนี้พี่ต้นก็ยังไม่ได้สีน้องมันเกินเลยจากที่ควรนะครับ กูจริงจังนะเว้ย หลงจนไม่รู้ว่าจะหลงยังไงแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงกูไม่เอาตัวเองเดินเข้าคุกแน่ๆ แต่คุกคามทางเพศนี่ห้ามไม่ได้ครับ งานถนัดกูเลย” ฮ่าๆ โคตรฮาพี่ต้นเลย พี่ปริ้นกับพี่ปาล์มนี่ส่ายหน้าไปมาคงระอากับเพื่อนตัวเอง พี่กอล์ฟนี่ไปแทคแคร์สุดที่รักของเค้าอยู่นู่น

 

 

 

 

หลังจากที่พวกเราเลี้ยงอาหาร มอบสิ่งของเครื่องใช้ให้กับเด็กๆ และมอบเงินก้อนหนึ่งที่พวกเรารวบรวมกันมาให้กับทางบ้านเด็กกำพร้า เงินก้อนนี้ก็ถือว่าเยอะพอสมควรเพราะได้รับเงินสมทบมาจากพ่อของดีโน่ ท่านชอบช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นประจำอยู่แล้ว

 

ตอนนี้พวกเราก็เก็บของกันอย่างขันแข็ง ช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างไม่มีใครเกี่ยงใคร แม้แต่ไอ้พี่พายมันยังช่วยทำ คนอื่นนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย พวกนี้มันมีน้ำใจและไม่เห็นแก่ตัวกันอยู่แล้ว

 

“เอาอย่างนี้ดีมั้ย วันที่ 1 เมษา ของทุกๆ ปี เรานัดกันมาเลี้ยงเด็ก มาทำบุญกันมั้ย ใครว่างก็มา ใครไม่ว่างก็มาในปีต่อๆ ไป จะได้เป็นการนัดเจอกันด้วย” โจ้มันยกเก้าอี้ซ้อนๆ กันอยู่ เสนอขึ้นมาและดูเหมือนว่าหลายๆ คนก็เห็นด้วย

 

“เออ ก็ดีเหมือนกันนะเจ้ ปีหนึ่งก็มาเจอกันสักครั้ง ใครมาได้ก็มาเจอๆ กัน นัดเที่ยวกันด้วย ปีหน้าเจ้ไม่ได้เรียนที่มอแล้วน้องเมาคิดถึงมากแน่ๆ” เมากอดเอวโจ้ ไม่เห็นว่าแฟนมันจะหึงจะหวงเลย นี่ถ้ามีคนมากอดมาโอบไหล่ผม ถ้าไม่ใช่ไอ้ต็อปนะ รับรองเลยว่าระเบิดลง...ลงกับผมนี่แหล่ะ

 

“งั้นเอาตามนี้แล้วกัน ใครไม่มาเดี๋ยวให้ชะนีตามไปวีนถึงบ้าน...”

 

“จ้าๆ งานโหดนี่โยนให้กูตลอดเลยค่า แต่ก็ดีนะ มาเจอๆ กัน เผื่อคนแถวนี้เค้าจะได้ไม่เหงา” คนแถวนี้ที่ว่าคือผมสินะ เพราะว่าพวกมันน่ะจ้องมาทางผมเป็นตาเดียว ผมทำหน้าตายแบบไม่รู้สึกอะไร ทั้งๆ ที่แววตาของผมคงบอกความรู้สึกกับพวกมันไปจนหมดแล้ว

 

“หนึ่ง สอง สาม...” อยู่ดีๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมา แล้วไอ้พวกที่มันยืนๆ ล้อมผมกันอยู่ในตอนแรกก็แหวกออกกันหมด ผมมองไปข้างหน้าก็เห็นดีโน่กับไอน้ำเดินถือเค้กก้อนโตเข้ามาใกล้ พวกมันแต่ละคนมองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับผม

 

Happy birthday to you, Happy birthday to you 
Happy birthday Happy birthday, Happy birthday to you…  ไอ้บ้าพวกนี้มันทำให้ผมซึ้งจนไม่รู้จะซึ้งยังไงแล้ว พวกมันทุกคนรวมทั้งพวกพี่พายและเพื่อนๆ ต่างยืมรุมล้อมผม ผมมองดูเค้กที่เขียนอวยพรวันเกิดให้ผม ในประโยคนั้นมีหนึ่งคำที่ผมรู้สึกดีใจที่ได้รู้จักกับพวกมัน...คำว่า เพื่อนรักนี่แหล่ะที่ทำให้ผมน้ำตาซึมอีกรอบ

 

“อธิษฐานเลยต่อ” ไอ้ต็อปมันกอดเอวผม น้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่อยู่รอบๆ ผมในตอนนี้ คือคนสำคัญของผมทั้งนั้น วันนี้เป็นวันที่ดีมากจริงๆ

 

ผมหลับตาลงเพื่ออธิษฐาน ภาพต่างๆ มากมายตลอดเวลาที่ได้รู้จักกันมันฉายฉัดในหัวของผม มันเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุด

 

ผมเป่าเทียนจบดับหมดทุกเล่ม และเหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปแล้ว เพราะผมป้ายเนื้อครีมปาดหน้าคนที่อยู่ใกล้มากที่สุดไปสามคน คือไอ้เฟีย โจ้ และน้องดีโน่ ทำเอาสงครามป้ายเค้กเกิดขึ้นทันที

 

“เฮ้ยๆ กูไม่เล่นนะเว้ย...” แรกๆ มันก็ร้องแบบนี้ทุกคน แต่พอใครโดนป้ายแล้ว การเอาคืนมันก็จะเริ่มต้นทันที ป้ายกันต่อๆ ไป จนสุดท้ายก็เละกันถ้วนหน้า แต่มันกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่พวกเรามอบให้แก่กัน

 

“ขอบใจพวกมึงทุกคนเลยนะ ทั้งน้องๆ ทั้งเพื่อนๆ และพี่ๆ ทุกคนเลย ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ” ผมยิ้มให้อย่างไร้น้ำตา มีแต่ความตื้นตันและความอิ่มเอมใจ ในยามนี้ผมมีความสุขมากที่สุด และผมเชื่อว่าหลายๆ คนในที่นี้ก็คงมีความสุขเหมือนผม

 

“ก็นะ เพื่อนกัน แค่นี้มันยังน้อยไปเลยว่ะ” ไอ้เฟีย

 

“มีความสุขมากๆ นะมึง ไว้พวกกูจะไลน์มาหาเอาให้มึงเบื่อกันไปข้าง...” ไอ้โฟน

 

“ที่ผ่านมาที่กูแกล้งมึงกูแกล้งเพราะรักนะต่อ มึงเป็นเพื่อนที่ดีมากที่สุดคนหนึ่งเลยนะ” ไอ้แบงค์

 

“ขอบใจมึงมากๆ นะที่ช่วยเหลือพวกกูมาตลอด วันที่ 1 เมษา ปีหน้ากูกับไอ้เฟียจะมาทำบุญกับพวกมึงแน่นอน” ไอ้หยี

 

“กูกับมึงคงได้เจอกันบ่อยๆ ก็อย่างที่รู้กันว่าอะไรคือเหตุผล เพราะฉะนั้นฝากตัวด้วยนะคะ” ใหญ่

 

“เดี๋ยวตอนรับปริญญาผมจะไปแสดงความยินดีแน่นอน เจอกันพี่ต่อ” พวกไอ้ป้าไอ้เมา

 

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือตลอดเวลาที่ผ่านมานะครับพี่ต่อ ขอบคุณครับ” ไอน้ำเปาและปีน

 

“พี่ต่อ ไว้ไปเที่ยวกันนะ รักพี่ต่อมากๆ เลย” ดีโน่

 

และคำอวยพรอีกมายมายที่ผมฟังแทบไม่ทัน ผมถูกพวกมันกอดเรียงคนเลยตอนนี้

 

“มีความสุขมากนะต่อ มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของกู และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป” ไอ้หินมันกอดผมเบาๆ มันยิ้มผม เรายิ้มให้กัน และพวกเราก็เฮโลมากอดกันอีกครั้ง เป็นภาพความประทับใจที่ผมจะไม่มีวันลืมเลือนมันไปได้เลย

 

“ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะ โคตรรักพวกมึงเลย” ผมตะโกนลั่นอย่างไม่อายกันเลยทีเดียว กับเพื่อน กับคนสำคัญ มากกว่านี้ยังให้ได้เลยเว้ย

 

รักพวกมันมากที่สุด ความเป็นเพื่อนของพวกเราจะไม่มีวันจบสิ้นลงง่ายๆ มิตรภาพที่ดีที่สุดจะถูกเก็บเอาไว้ในกล่องความทรงจำที่แน่นหนา ขอบคุณพวกมึงทุกคนมากจริงๆ กูรักพวกมึง

 

..........100%..........

 

#สเปพายต่อ #ยุ่งนัก

ยาวมากตอนนี้  44 หน้า A5 ตอนแรกตั้งใจว่าจะแต่งแบบสั้นๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมกลายเป็นยาวทุกที เหอะๆ อินี่เป็นแบบนี้ตลอดๆ จ้า

พอได้กลับมาแต่งน้องต่อกับพี่พายอีกครั้ง รู้สึกนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เกรทเลยตัดสินใจว่าจะแต่งยุ่งนักต่อ แต่ไม่ใช่ภาคสองนะคะ จะเป็น ยุ่งนัก...รักเฉพาะกิจ เป็นตอนพิเศษต่อจากวันเกิดของน้องต่อ กี่ตอนยังบอกไม่ได้ แต่จะมาลงให้อ่านเรื่อยๆ เผื่อใครที่คิดถึงคู่นี้จะได้หายคิดถึงกันลงไปบ้างเนอะ

อาจจะมีคนงงเรื่องช่วงเวลา อ่านตอนนี้ให้ลืมเรื่องของปอชายไปก่อนค่ะ เพราะช่วงเวลาของตอนนี้คือตอนที่น้องต่อเรียนจบค่ะ คือผ่านมา 1 ปีจากเรื่องหลักจ้า

หวังว่าคนอ่านยุ่งนักที่รัก จะยังให้การต้อนรับกันอยู่นะคะ

เจอกันค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15816 June Rattanakorn (@june-kung1412) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 02:01
    ไม่ว่าจะกลับมาอ่านตอนนี้กี่รอบ มิตรภาพของคนกลุ่มนี้ก็ทำให้น้ำตาซึมได้ทุกรอบ ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายดีๆให้ได้อ่าน :)
    #15816
    0
  2. #15731 backlight (@artemis-03) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 19:29
    ต่อนี่โชคดีนะที่เมีเพื่อนน่ารักๆ แบบนี้
    #15731
    0
  3. #14542 littlegirl's (@littlegirls43) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 21:41
    อ่านแล้วซึ้งมากก ชอบสุดๆ
    #14542
    0
  4. #14498 ice (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 10:35
    ยาวจริงๆ เเต่ก็สนุกสุดๆ
    #14498
    0
  5. #14285 p*chu*ka (@pchuka) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 11:57
    ต่อยังคงน่ารักเหมือนเดิม
    #14285
    0
  6. #14275 So-far-so-good (@giftgibbgive) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 15:33
    อ่านแล้วซึ้งมาก

    ทำให้เหนภาพตอนตัวเองในช่วงเวลาแบบนั้น
    #14275
    0
  7. #14273 So-far-so-good (@giftgibbgive) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 14:08
    อ่านแล้วซึ้งมาก

    ทำให้เหนภาพตอนตัวเองในช่วงเวลาแบบนั้น
    #14273
    0
  8. #13714 dsjdkh (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 20:02
    อ่านแล้วยิ้มมมมมมมมมม ยุ่งนักเฉพาะกิจรออ่านเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา แต่เรายังไม่ได้อ่านคุ่พ่อลูกเลยอ่ะ หยุดยาวก็กลับบ้านไม่มีเน็ต ยิ่งหลายตอนเข้าไปเรื่อยๆอ่ะ
    #13714
    0
  9. #13696 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 01:26
    เป็นมิตรภาพที่ดีมากๆอ่ะ
    สุดยอด
    อยากมีแบบนี้บ้าง
    #13696
    0
  10. #13653 Masato (@keyvongola) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 00:26
    น้ำตาไหลเลยอ่าา
    #13653
    0
  11. #13640 M-Seraph♆ (@m-my-mew) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 21:19
    คิดถึงคู่นี้เว่อๆๆๆๆๆๆๆ
    love u all
    miss u all
    #13640
    0
  12. #13638 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 13:38
    โครตซึ้งอ่ะ อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนมากก น้ำตาซึมเลย 55
    #13638
    0
  13. #13635 Vanilla (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 11:49
    สุขสันต์วันเกิดนะเป็นต่อ คิดถึงมากๆเลย
    #13635
    0
  14. #13633 kiray (@kira-nnnnn) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 10:22
    ซึ้งมากกกกกกกก นํ้าตาชึมเลยอ่ะ รักพายต่อ รักยุ่งนัก รักคนแต่ง รักๆๆๆๆๆๆๆ และ จะรักตลอดไปนะค่
    #13633
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. #13628 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 03:01
    โอยย..แอบน้ำตาซึมเล็กน้อยเลยอ่า จบแบบซาบซึ้งใจจัง ^^
    #13628
    0
  17. #13626 nana17 (@nana17) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 02:30
    เพื่อนกัน...ตลอดไป... ดีใจที่ได้อ่าน สุขใจไปกับต่อพาย... จะติดตาม...ตลอดไป.....
    #13626
    0
  18. #13625 Po Pleng (@pepsisise) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 02:26
    อ่านแล้วมีความสุขจัง พาย ต่อ เลิฟมาก คิดถึงงมาก อ่านหลายรอบมาก #นี่พูดเลย
    #13625
    0
  19. #13624 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 01:59
    ชอบบบบบ อิพี่พายอิเด็กขี้หึงแม่ยังดูออกอ่าาา 55555 ตอนจบกอดกันพี่พายไม่หินอ่ออ คิดถึงงมาอีกบ่อยๆๆน่าาา
    #13624
    0
  20. #13622 PuiPui (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 23:45
    เต็มอิ่มมากกก ความสุขมันล้นทะลักใจเลยค่ะน้องเกรท อ่านแล้วแอบเหงาแอบใจหายเหมือนกันแบบทุกคนต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางตัวเองคงไม่ได้รวมกลุ่มแบบพร้อมเพรียงครบหน้ากันบ่อยๆ ฮาพี่พายสิงเสามากกกกกกก ฮีคงคอนเส็ปต์หวงเว่อร์อะไรเว่อร์ตลอด รักกันนานๆนะคะไม่ใช่แค่พี่พายกับเป็นต่อแต่ทุกๆคนเลย
    #13622
    0
  21. #13619 MinjunKT (@tae-why) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 22:37
    ชอบแก๊งค์เพื่อนต่อมากเลย ทุกคนรักกันมาก ^^
    #13619
    0
  22. #13618 เฟย์ (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 22:24
    คือขำพี่พายสิงเสาอ่ะ 55555555555555555555555
    #13618
    0
  23. #13617 Ao-o (@onenanoon) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 21:53
    แบบว่าอยากให้มี ตอนของใหญ่กับโจ้บ้างจังเลย ถ้าจะมันส์ ...
    #13617
    0
  24. #13614 Produck (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 20:23
    เพื่อน คำๆนี้ไม่มีวันจางหาย รักกันไปนานน่ะ ^^
    #13614
    0
  25. #13613 mi_natty (@minatty) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 20:21
    อิ่มเสมอ.... อิ่มใจ เพื่อนดีๆ หาไม่ได้ง่ายๆ เลย
    #13613
    0