OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 106 : .....ดื้อนัก! รักดีมั้ย ..... 01. ลูกชาย...สุดที่รัก (ฮ่องเต้)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 เม.ย. 57


01. ลูกชาย...สุดที่รัก (ฮ่องเต้)

 

บรรยากาศในยามเช้ามันช่างแสนเงียบสงบและสบายมากจริงๆ นะครับ คุณว่ามั้ย? สำหรับผมแล้วในยามเช้าตรู่เช่นนี้ได้กาแฟสักถ้วย ขนมปังปิ้งสักแผ่นกับหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับ มันก็สามารถทำให้ผมนั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

 

แต่ในความเป็นจริงนั้นมันไม่ได้เงียบสงบเหมือนอย่างที่ผมต้องการเลยจริงๆ เพราะว่ามันมักจะมีเสียงก่อกวนดังขึ้นมาเป็นระยะๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจของผมให้ละจากหน้าหนังสือพิมพ์ออกไปมองเจ้าของเสียงอ้อนๆ ที่ดังมาเป็นระยะๆ นั่น

 

“หิวข้าวอ่า...” เสียงใสๆ ที่ดังอยู่ตรงหน้าผม ทำให้ผมอมยิ้มอยู่ทางด้านหลังหนังสือพิมพ์ที่ยกขึ้นมากางกั้นหน้าไอ้ตัวแสบมันเอาไว้

 

“น้ำปั่นหิวข้าว”  คราวนี้ไอ้ตัวยุ่งไม่ได้ทำเพียงแค่เรียก แต่มือเรียวๆ จัดการจับหนังสือพิมพ์ในมือของผมพับทันที ผมมองใบหน้าน่ารักๆ ของ น้ำปั่น ที่ทำแก้มพองลมใส่ผม มือก็ลูบท้องป้อยๆ เพื่อแสดงให้ผมรู้ว่าเจ้าตัวกำลังหิวอย่างที่พูดจริงๆ

 

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียก ป๊า อีกอย่างป๊าไม่ได้ชื่อ ฮ่องเต้ ชื่อ เต้เฉยๆ เข้าใจบ้างมั้ย...หืม” ผมเอียงคอมองเด็กตรงหน้าผม เด็กผู้ชายที่ดันไม่รู้จักโต ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ น่ารักๆ ดวงตากลมโตกับกับปากอิ่มสีชมพูจัด จนบางทีผมก็คิดว่าลูกผมเป็นเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชายเสียอีก

 

“น้ำปั่นไม่เรียกป๊าหรอก...ฮ่องเต้ยังไม่แก่ขนาดนั้นนี่นา อีกอย่างน้ำปั่นอยากเรียกว่าฮ่องเต้...ไม่ได้หรอ” ทำเสียงอ้อนๆ พร้อมกับเดินเข้ามานั่งตักผมซะงั้น ดูนิสัยลูกชายผมเอาเองเถอะครับว่าเหมือนเด็กผู้หญิงมากแค่ไหน

 

“ทำไมไม่เรียกป๊าว่าป๊านะน้ำปั่น เรียกแต่ฮ่องเต้ๆ ตั้งแต่เด็กจนโตแบบนี้...ไม่อยากให้ป๊าเป็นป๊ารึไง” ผมลูบหัวของน้ำปั่นที่ดูยุ่งไม่น้อย เจ้าตัวยังใส่เสื้อเชิ้ตของผมอยู่เลย เป็นชุดนอนที่น้ำปั่นชอบใส่มาตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้อายุจะ 16 ปีแล้วก็ยังชอบใส่แบบนี้ เสื้อผมตัวใหญ่หรือว่าน้ำปั่นตัวเล็กเองกันวะ เสื้อของผมยาวคลุมเข่าของน้ำปั่น ทำให้นึกถึงตอนที่น้ำปั่นเด็กๆ เสื้อนอนของผมยาวคลุมเท้าของเจ้าตัวยุ่งพอดี

 

“ก็ไม่ได้อยากให้ฮ่องเต้เป็นป๊านี่นา ไม่เอาไม่พูดเรื่องนี้แล้ว น้ำปั่นทั้งง่วงทั้งหิว ฮ่องเต้ว่าน้ำปั่นทำอะไรก่อนดี” หัวยุ่งๆ ถูไปมาที่หน้าอกของผม ผมได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างระอาปนเอ็นดูกับท่าทางของไอ้ตัวยุ่ง

 

“ง่วงก็ไปนอนต่อไป เดี๋ยวตื่นมาป๊าเตรียมมื้อเช้าเอาไว้ให้ วันนี้ไม่ได้ไปไหนคงได้อยู่ฟังเสียงแง้วๆ เหมือนลูกแมวนี่ทั้งวัน” ผมแกล้งเอากำปั้นเคาะหัวน้ำปั่นเบาๆ ไอ้ตัวแสบมันงับหน้าอกผมตอบกลับมาไม่ใช่เบาเลยจริงๆ

 

“ชอบทำเหมือนน้ำปั่นเป็นเด็กอยู่เรื่อย...” ผมเอียงคอมองหน้างอนๆ ของคนที่ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองยังเป็นแค่เด็ก น้ำปั่นทำตาโตๆ ถลึงตาใส่ผมแต่มือทั้งสองข้างก็ยกขึ้นมาโอบกอดรอบคอของผมเอาไว้

 

“ก็ในสายตาป๊าน้ำปั่นยังเด็กอยู่นี่นา...”

 

“ถ้าน้ำปั่นยังเด็กอยู่ งั้นฮ่องเต้อาบน้ำให้น้ำปั่นหน่อย...ได้มั้ยล่ะ” ไอ้ตัวแสบมันมองผมด้วยดวงตากลมโตแป๋วๆ เห็นแล้วอยากจะจับมันมาฟัดเหมือนเมื่อสองสามปีก่อน แต่ตอนนี้น้ำปั่นน่ะโตแล้ว ทำบัตรประชาชนแล้ว ถึงในสายตาของผมจะมองว่าน้ำปั่นยังคงเป็นเด็กน้อยเสมอ แต่ก็นะ อายุ 16 ปี แล้ว จะให้มานั่งอาบน้ำให้ก็กระไรอยู่

 

“เราน่ะยังเด็กนะน้ำปั่น แต่ก็โตเกินกว่าจะมาให้ป๊าอาบน้ำให้แล้ว” พอผมตอบไปแบบนั้นน้ำปั่นก็ทำหน้างอนๆ ใส่ผม พร้อมกับซุกหน้าลงมาที่อกผมตามเดิม

 

“ฮ่องเต้พูดจาไม่รู้เรื่อง ตกลงแล้วน้ำปั่นยังเด็กหรือว่าโตแล้วเอาให้เคลียร์สิ เดี๋ยววันนึงก็บอกว่าน้ำปั่นยังเด็กอยู่นะห้ามมีแฟน พอตอนนี้มาบอกว่าโตแล้วอาบน้ำให้ไม่ได้...” ไอ้ตัวดีมันยอกย้อนผมอีกแล้ว ผมเลี้ยงมากับมือทำไมถึงได้ไม่เชื่อฟังผมเอาซะเลย ยิ่งเรื่องที่ให้เรียกว่าป๊าเนี่ยบังคับให้ตายน้ำปั่นก็ไม่เรียกผมหรอกครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

 

“คิดว่าตัวเองตัวเล็กมากรึไงมานั่งตักซุกอกป๊าแบบนี้...”

 

“ฮ่องเต้อย่าเปลี่ยนเรื่องดิ ตอบมาก่อนว่าน้ำปั่นโตแล้วหรือว่ายังเด็ก ถ้าโตแล้วน้ำปั่นก็ต้องมีแฟนได้ แต่ถ้ายังเด็กฮ่องเต้ก็ต้องอาบน้ำให้น้ำปั่นได้...” เจอคำถามนี้เข้าไปผมถึงขั้นสตั๊นไปสามวิเพราะไม่รู้ว่าจะหาคำตอบไหนมาให้ไอ้ตัวยุ่งมันดี

 

ถ้าผมบอกว่าน้ำปั่นโตแล้ว เจ้าตัวดีก็คงคิดหนีไปมีแฟนแน่ๆ ผมรักของผม ผมหวงของผมนี่นา จะยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งความรักของน้ำปั่นไปจากผมได้ยังไงกัน

 

แต่ถ้าบอกว่ายังไม่โต ยังเด็กอยู่ เจ้าตัวแสบก็จะอ้อนแกมบังคับให้ผมอาบน้ำให้ บอกตามตรงใช่ว่าไม่อยากจะอาบน้ำกับน้ำปั่นนะ แต่มันจะดีหรอวะ แบบลูกผมมันโตแล้ว แต่จริงๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไรหรอก ก็ในเมื่อเป็นผู้ชายเหมือนกัน เจ้าตัวดีมันคงคิดแบบนั้นสินะ

 

“น้ำปั่นอยากมีแฟนหรือยัง...” น้ำปั่นส่ายหน้าไปมาถูอกผมอยู่อย่างนั้น

 

“ไม่เอา ยังไม่อยากมี แล้วฮ่องเต้ก็ห้ามมีด้วย น้ำปั่นไม่เอาแม่ใหม่นะ ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่เอาทั้งนั้น น้ำปั่นมีแค่ฮ่องเต้คนเดียวก็พอแล้ว” งอแงอีกแล้วลูกชายผม น้ำปั่นเป็นเด็กที่น่าสงสารมาก น้ำปั่นมีแค่ผมเท่านั้น ผมจึงครองตัวเป็นโสดไร้คู่เคียงกายมาจนถึงทุกวันนี้นี่ไงล่ะครับ อย่าว่าแต่มีแม่ให้น้ำปั่นเลย แค่มีคนมาคุยๆ ด้วย ถ้าน้ำปั่นรู้ก็จะงอแงเอาแต่งอนจนผมเหนื่อยจะตามง้อ เลยตัดสินใจไม่มีใครแบบนี้นี่แหล่ะ

 

 “ก็ไม่ได้บอกว่าจะมีสักหน่อย ก็เห็นถามป๊าแบบนี้ก็คิดว่าตัวน้ำปั่นเองอยากจะมีแฟนแล้วซะอีก...” เจอน้ำปั่นกอดผมแบบอ้อนๆ แบบนี้ บอกตามตรงว่าผมไม่เคยใจแข็งกับน้ำปั่นได้เลย ผมค่อนข้างที่จะตามใจน้ำปั่นพอสมควร เจ้าตัวดีถึงได้เอาแต่ใจกับผมแบบนี้นี่ไง

 

“น้ำปั่นอยากให้ฮ่องเต้ตอบว่าน้ำปั่นยังเด็กต่างหาก ต่อให้น้ำปั่นจะโตแค่ไหนก็ตาม แต่ในสายตาของฮ่องเต้น้ำปั่นต้องเด็กเสมอ...นะ” ตากลมโตกะพริบปริบๆ และมองสบตากับผมอย่างคาดหวังในคำตอบ ผมไม่อาจจะหักหาญน้ำใจของไอ้ตัวแสบได้เลย

 

“ในสายตาป๊าไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี น้ำปั่นก็ยังเด็กอยู่ดีนั่นแหล่ะ...” เท่านั้นหล่ะน้ำปั่นก็โผเข้ากอดผมเสียเต็มรัก ผมก็กอดตอบและโอ๋น้ำปั่นเหมือนอย่างทุกครั้ง ผมโดนแม่ตำหนิมาหลายครั้งแล้วเรื่องที่ตามใจน้ำปั่นมากเกินไป แต่ท่านก็รักและเอ็นดูน้ำปั่นมากเหมือนกัน ที่เตือนเพราะไม่อยากให้เจ้าตัวยุ่งเคยตัวกับการโดนตามใจเท่านั้นเอง

 

“ถ้าอย่างนั้นเราไปอาบน้ำกันนะ น้ำปั่นอยากอาบน้ำกับฮ่องเต้ จะถูหลังให้ฮ่องเต้ด้วย” เหมือนว่าเจ้าตัวจะถูกใจกับคำตอบเหลือเกิน ผมระบายลมหายใจน้อยๆ แล้วพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ น้ำปั่นกระโดดลงจากตักผมแล้วดึงผมให้เดินตามไปด้วยกัน

 

 

 

ผมมองดูไอ้ตัวเล็ก...ลูกชายสุดที่รักของผม ถึงน้ำปั่นจะอายุเกือบ 16 ปี แล้ว แต่น้ำปั่นยังคงตัวเล็กและดูบอบบางมากๆ ผมมองดูเด็กผู้ชายตรงหน้าที่นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวสีชมพูสดใสด้วยความรัก รักที่ผมมีให้แค่น้ำปั่นเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

“ฮ่องเต้...ลงไปแช่ในอ่างกันนะ” น้ำปั่นเข้ามาดึงมือผม ผมพยักหน้ารับอย่างปลงๆ ปฏิเสธไม่ได้ครับเดี๋ยวลูกงอน อีกอย่างน้ำปั่นก็ตัวแค่นี้เอง ลงไปนั่งในอ่างด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนได้สบายๆ เลยหล่ะ

 

“ตามบัญชาขององค์ชายน้อยเลยครับ” ผมยิ้มตอบกลับพร้อมกับโยกหัวไอ้ตัวยุ่งไปมา

 

“ฮ่องเต้หันหลังก่อนนะ น้ำปั่นจะลงไปในอ่างก่อน” น้ำปั่นดูมีท่าทีอายๆ ยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งผมก็แอบสงสัยว่าถ้าอายที่จะอาบน้ำกับผม แล้วทำไมชอบบังคับแกมอ้อนวอนให้ผมมาอาบน้ำให้อยู่เรื่อย

 

“อายป๊าหรอ...เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก เห็นมาหมดแล้วว่ามีอะไรๆ แค่ไหน...เอ้าๆ ป๊าเจ็บนะเว้ยน้ำปั่น ตีป๊าไมครับ” ผมถูกมือเล็กๆ ฟาดมาซะเต็มหลัง แค่พูดความจริงแค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้ไอ้ลูกชายเอ๊ย

 

“ฮ่องเต้พูดมาก พูดอะไรนักก็ไม่รู้ ในห้องน้ำเสียงมันก้องไม่รู้หรอ” พูดนั่นพูดนี่ไปเรื่อยนะไอ้ดื้อ แต่ถูกตีแค่นี้ไม่ทำให้ผมเจ็บหรอก มือเล็กๆ แค่นั้นมันจะมีแรงอะไรมากมายนักเล่า

 

“ครับๆ ป๊าผิดตลอดครับ ว่าแต่ว่าป๊าลงอ่างได้ยังครับลูก” ผมเออออตามน้ำปั่นไป อย่าไปเถียงกับเค้าเลยครับ ยังไงก็แพ้ แพ้ทางน่ะครับ ลูกชายน่ารักเกินไปทำใจร้ายด้วยไม่ลง

 

“ลงมาได้แล้ว” ผมหันไปมองหน้าน้ำปั่นที่มองผมตาแป๋ว ผมว่าแปลกๆ นะ ทีตัวเองล่ะอายไม่ยอมให้ผมมอง แต่ทีกับผมเนี่ยเจ้าตัวเล่นมองตาไม่กระพริบเลย

 

“ไม่คิดว่าป๊าจะอายบ้างรึไงวะน้ำปั่น จ้องซะขนาดนี้” น้ำปั่นส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม

 

“ฮ่องเต้ไม่อายหรอกน้ำปั่นรู้ อยู่ด้วยกันมาตั้งกี่ปีฮ่องเต้เคยอายอะไรมั้ยล่ะ” เหมือนถูกหลอกด่ายังไงก็ไม่รู้ว่ะ แต่ก็ช่างเถอะครับอย่าไปใส่ใจเลย ผมดึงผ้าเช็ดตัวที่พันร่างกายส่วนล่างออก พาดมันกับราวแขวนแล้วก้าวเท้าลงไปในอ่างน้ำ ทิ้งตัวลงนั่งมองหน้าน้ำปั่นที่มองมาทางผมตลอดเวลา

 

“เมื่อไหร่เราจะโตเท่าป๊า...หึๆ” ผมเชื่อว่าน้ำปั่นรู้ว่าผมหมายถึงอะไรที่ว่าเมื่อไหร่จะโตเท่า รายนั้นวักน้ำใส่หน้าผมแล้วบ่นอุบเลยว่าผมทะลึ่ง ผมทะลึ่งที่ไหนวะเนี่ย พ่อกับลูกชายเค้าก็น่าจะคุยกันเรื่องแบบนี้เป็นปกติรึเปล่า

 

แต่ก็อย่างว่าอีกนั่นแหล่ะ ยิ่งนับวันผมยิ่งสับสนว่ะว่าน้ำปั่นนี่จะเป็นลูกชายหรือว่าลูกสาวกันแน่ ก็เล่นเหมือนเด็กผู้หญิงทั้งรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ เสียงก็ยังไม่เห็นว่าจะแตกเหมือนลูกชาวบ้านเค้าเลย

 

“ฮ่องเต้นี่ทะลึ่งแบบนี้ตลอดแหล่ะ หันหลังมาเดี๋ยวน้ำปั่นถูหลังให้” น้ำปั่นแก้มแดงน่ารักเชียว เห็นแล้วอดที่จะยื่นหน้าไปหอมแก้มไอ้ลูกชายไม่ได้ แก้มนุ่มๆ นี่ผมชอบฟัดมาก แต่หลังๆ มานี่ห่างๆ ไปบ้างกลัวว่าน้ำปั่นโตแล้วเจ้าตัวจะอึดอัด

 

“น่ารักเกินไปลูกใครวะเนี่ย” ผมยีหัวน้ำปั่นเล่นแล้วหมุนตัวหันหลังให้กับน้ำปั่น มือเล็กๆ เกาะที่ไหล่ของผมแล้วโน้มร่างทั้งร่างกอดผมจากทางด้านหลัง หน้าใสๆ ยื่นมาจากทางด้านหลังแล้วส่งยิ้มให้

 

“น้ำปั่นน่ารัก...ฮ่องเต้ก็รักน้ำปั่นให้มากๆ นะ” น้ำปั่นหอมแก้มผมคืนแล้วเจ้าตัวก็ถอยกลับไปนั่งที่เดิม มือเล็กๆ เริ่มเอาฟองน้ำมาขัดหลังให้กับผม ตกลงแล้วที่ชวนมาอาบน้ำเนี่ย จะให้ผมอาบให้หรือว่าจะอาบน้ำให้ผมกันแน่

 

“น้ำปั่นอยากไปเที่ยวไหนมั้ย ช่วงนี้ป๊าไม่ต้องเข้าบริษัทสักพักใหญ่ๆ...”

 

“ฮ่องเต้โดนย่าน้อยเล่นงานมาอีกแล้วหรือไง ไปทำอะไรขัดใจย่าน้อยเข้าล่ะ ให้น้ำปั่นไปอ้อนย่าน้อยให้มั้ย รับรองเลยว่าต้องยอมใจอ่อนแน่ๆ” จริงครับที่ว่าถ้ารายนี้ไปอ้อนแม่ของผมจะต้องยอมใจอ่อนแน่ๆ แต่ทว่าผมไม่ได้ถูกเล่นงานมาอย่างที่เจ้าตัวเข้าใจหรอก

 

“ไม่ใช่เว้ยไอ้ลูกชาย อย่างป๊าเนี่ยนะไม่มีทางถูกเล่นงานหรอก ตอนนี้ย่าน้อยของเราเค้าให้อาต้อมเข้าไปดูงานน่ะ ป๊าอยากใช้เวลาอยู่กับน้ำปั่นด้วย ปิดเทอมทั้งทีจะทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวได้ไง” ผมถูกกอดอีกครั้ง มือเล็กๆ สอดมากอดรัดที่เอวของผม ร่างของน้ำปั่นแนบชิดกับแผ่นหลังของผมมากๆ ผิวของน้ำปั่นนั้นนุ่มนิ่มไปทั้งตัวเลยจริงๆ

 

“แล้วอย่างนี้จะไม่ให้น้ำปั่นรักฮ่องเต้ได้ไง ทั้งหล่อ ทั้งใจดี โคตรๆ” ผมหัวเราะน้อยๆ กับคำพูดของน้ำปั่น ผมวางมือลงบนมือเล็กๆ ที่กอดเอวผมเอาไว้แล้วลูบมือน้ำปั่นเบาๆ

 

“รักให้เยอะๆ แหล่ะดีแล้ว ว่าแต่อยากไปเที่ยวไหนว่ามาได้เลยนะ ในประเทศ ต่างประเทศ แต่อย่าบอกว่าอยากไปเที่ยวนอกโลกนะ มันไกลเกินไป” ผมว่าน้ำปั่นกัดไหล่ผมนะ มันไม่เจ็บหรอกแต่มันรู้สึกได้ไง

 

“น้ำปั่นไม่ได้บ้า...แต่ขอคิดดูก่อนนะว่าอยากไปไหน แต่ความจริงแล้วไปไหนก็ได้ทั้งนั้นแหล่ะ ขอแค่ฮ่องเต้ไปกับน้ำปั่น น้ำปั่นไปได้ทุกที่เลย” ผมเอี้ยวตัวหันไปมอง น้ำปั่นยิ้มให้ผมแล้วบีบแก้มทั้งสองข้างของผมไปมา

 

“เจ็บครับ...” ผมดึงมือของน้ำปั่นออก หมุนตัวหันมาเผชิญหน้าน้ำปั่นอีกครั้ง พร้อมกับจับน้ำปั่นหันหลังให้ตัวเอง

 

“ป๊าถูหลังให้...เอ้าๆ นั่งดีๆ ดิน้ำปั่น ขึ้นมานั่งตักแบบนี้แล้วป๊าจะถูหลังยังไง” ผมโวยน้อยๆ เมื่อไอ้ดื้อมันขยับถอยมานั่งซ้อนบนตักของผมแบบนี้ ชอบทำเหมือนว่าตัวเองอายุแค่ห้าหกขวบอยู่เรื่อย

 

“ก็น้ำปั่นชอบ...ฮ่องเต้ไม่ต้องถูหลังให้น้ำปั่นก็ได้ ขอน้ำปั่นนอนพิงฮ่องเต้หน่อยนะ...” แล้วน้ำปั่นก็เอนหลังมาพิงอกผมพร้อมกับกอดแขนของผมเอาไว้ ผมยิ้มน้อยๆ กับท่าทางน่ารักๆ ที่ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กผู้ชายจะมีท่าทีแบบนี้

 

ก็ตั้งแต่เกิดมาผมเจอแต่เด็กผู้ชายแบบทโมน ห่ามๆ ทั้งไอ้ต้อมที่เป็นน้องชาย ทั้งเพื่อนฝูงมากมายที่คบหากันมา เด็กผู้หญิงบางคนที่เคยรู้จักกันมายังห่าม ยังห้าวกว่าลูกชายผมเลยครับว่าไปแล้วน่ะ

 

“ย่าเราจัดการเรื่องโรงเรียนของน้ำปั่นเรียบร้อยแล้วนะ เรียนที่เดิมที่เดียวกับเจ้านายแบบนี้ป๊าก็วางใจหน่อย อย่างน้อยๆ ก็มีเพื่อนสนิทๆ คอยดูแล” เจ้านายนี่เป็นเพื่อนสนิทกับน้ำปั่น เห็นคบกันมาตั้งแต่มอหนึ่ง รายนั้นก็ไม่ได้โตกว่าน้ำปั่นเท่าไหร่ แต่ดูห้าวกว่า ลูกชายผมมันนุ่มนิ่มเกินไปรึเปล่าก็ไม่รู้ กลัวว่าจะถูกคนอื่นแกล้งเอาเหมือนกัน

 

“ก็ดีแล้ว พูดถึงเจ้านาย รายนั้นไปหาแม่ที่ฝรั่งเศสยังไม่กลับมาเลย คิดถึงซะแล้วสิ เดี๋ยวคืนนี้ต้องไลน์หาหน่อยแล้ว” เห็นน้ำปั่นมีเพื่อนสนิทๆ ที่นิสัยดีแบบนี้ก็วางใจ การคบเพื่อนเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจจะส่งเสริมหรือไม่ก็อาจจะฉุดกันลงมาได้ คนเป็นพ่อแบบผมก็อดที่จะห่วงไม่ได้จริงๆ

 

“งั้นฝากบอกด้วยนะว่าป๊าคิดถึง ไว้กลับมาจะพาไปเลี้ยงมื้อใหญ่เลย” น้ำปั่นหันมามองหน้าผมทันที ผมเองก็ชะงักเหมือนว่าตัวผมทำอะไรหรือว่าพูดอะไรผิดหูเจ้าตัวไปหรือเปล่าหว่า

 

“คิดถึงคนอื่นมากกว่าน้ำปั่นแบบนี้มันไม่ใช่นะฮ่องเต้...ถึงจะเป็นเจ้านายก็เหอะ ไม่ได้ๆ” น้ำปั่นชูนิ้วชี้ขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้าผม ผมส่ายหน้าไปมาแล้วจับนิ้วเล็กๆ ที่แกว่งไปมาจนลายตาให้หยุดนิ่ง

 

“แค่คิดถึง...แต่ไม่ได้รักเหมือนอย่างที่รักเรานี่นา งอนอีกแล้วอย่างนี้ต้องง้อมั้ยครับองค์ชายน้อย” ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆ แล้วฟัดแก้มน้ำปั่นแรงๆ เป็นการง้อไปในตัว น้ำปั่นหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ที่แท้ก็แกล้งให้ผมง้อสินะ ร้ายจริงๆ

 

“รักฮ่องเต้ที่สุดอ่ะ...”

 

...................

 

 

ผมแต่งตัวให้กับน้ำปั่นหลังจากที่พากันอาบน้ำมาพักใหญ่ๆ น้ำปั่นชอบให้ผมดูแลเอาใจใส่ และผมเองก็อาจจะดูแลเอาใจใส่น้ำปั่นมากเกินไป จนเจ้าตัวเคยชินและอ้อนให้ผมทำให้อยู่ตลอด

 

ผมรู้ว่าน้ำปั่นโตแล้ว ควรทำเรื่องพวกนี้เองได้แล้ว แม่กับไอ้ต้อมก็ว่าผมว่าตามใจลูกมากเกินไป ผมก็รู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันจะทำให้น้ำปั่นเคยตัว แต่ผมก็ไม่อยากให้น้ำปั่นคิดมากหรือรู้สึกว่าผมรักเค้าน้อยลง

 

ผมไม่อยากให้น้ำปั่นต้องเจ็บปวดกับเรื่องราวและความทรงจำสีจางๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเบาบางลงไปมากแต่ทว่าเจ้าตัวก็ไม่เคยลืมมัน

 

จริงๆ แล้วน้ำปั่นไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของผม ไม่ได้มีเลือดเนื้อเชื้อไข ไม่ได้ผูกพันกันโดยสายเลือดเลยสักนิด แต่เพราะโชคชะตานำพา หัวใจอีกดวงมาให้ผม ผมรับหัวใจดวงน้อยๆ ดวงนี้เอาไว้และสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลหัวใจดวงนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่คนหนึ่งคนจะทำได้

 

ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษามหาลัยปีหนึ่ง ตอนเลิกเรียนรถผมเกิดเสียและฝนตกหนักมาก ผมทิ้งรถเอาไว้เพื่อรอให้คนที่บ้านมาจัดการลากไปเข้าอู่ ตัวผมขี้เกียจรอเลยเดินเลาะๆ หลบฝนมาตามทางเรื่อยๆ

 

เส้นทางที่ผมต้องผ่านนั้นคือสนามเด็กเล่นขนาดกลางที่มีเครื่องเล่นหลากหลายชนิด อยู่ดีๆ ฝนก็เทลงมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจนผมต้องหาที่ยืนหลบฝนเพราะถ้ามันเป็นแบบนี้ผมก็คงไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้

 

ผมเลือกที่จะเข้าไปนั่งหลบที่อุโมงค์เด็กเล่นขนาดใหญ่เพื่อหลบสายฝนที่โปรยปรายลงมา ถึงอุโมงค์จะดูใหญ่แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอยู่ดี ผมนั่งยองๆ หลบอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากสายฝนเลย

 

จนกระทั่งผมได้ยินเสียงกระซิกสะอื้นเบาๆ ดังขึ้นมา ตอนแรกนั้นผมผวาและตกใจไม่น้อยที่ได้ยินเสียงคนร้องไห้ แต่ทว่าพอหันไปเพ่งมองดูดีๆ ก็พบว่ามีร่างเล็กๆ กำลังนั่งกอดกระเป๋าใบหนึ่งแล้วสะอึกสะอื้นมือปาดป้ายน้ำตาไปมา ท่าทางของเด็กน้อยคนนั้นดูงัวเงียเหมือนคนเพิ่งจะตื่นนอนก็ไม่ปาน

 

ผมเอื้อมมือไปสะกิดเด็กน้อยก็สะดุ้งแล้วถดตัวหนีไปอีกฝั่งทันที ผมก็นั่งมองดูเจ้าตัวเล็กที่นั่งกอดกระเป๋าแน่นท่าทางดูหวาดกลัวไม่น้อย

 

“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวครับคนสวย...”

 

“น้ำปั่นไม่สวย น้ำปั่นไม่น่ารัก น้ำปั่นไม่มีคนรัก แม่ทิ้งน้ำปั่นไปแล้ว...” เจ้าตัวพูดด้วยเสียงสะอื้นฮักแล้วร้องไห้หนักยิ่งกว่าเก่า ผมเอียงคอมองแล้วขยับไปใกล้ๆ เด็กน้อยอีกนิด

 

“ไหนคนเก่งหยุดร้องไห้ก่อนนะครับ แล้วเล่าให้พี่ชายฟังสิว่าหนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” ตอนแรกผมคิดว่าบางทีเด็กคนนี้อาจจะหลงกับพ่อแม่ก็เป็นไปได้ ไม่น่าจะเป็นเด็กจรจัดเพราะเจ้าตัวเล็กดูสะอาดสะอ้านและน่ารักมากๆ วินาทีแรกที่สบตากับดวงตากลมๆ โตๆ ของเจ้าตัวเล็ก ผมรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจแบบแปลกๆ ชอบกล

 

“แม่ให้น้ำปั่นนั่งรอที่นี่ แม่บอกว่าจะมีคนใจดีมาพาน้ำปั่นไปอยู่ด้วย แม่ไปไหนก็ไม่รู้ ฝนตก ฟ้าร้อง น้ำปั่นกลัวจังเลย ฮือ...” แล้วคนที่นั่งขดตัวด้วยความหวาดกลัวก็ผวาเข้ามากอดผมเอาไว้ราวกับว่าเจ้าตัวเล็กนั้นต้องการที่พึ่งพิง เสียงฟ้าร้องคงทำให้เด็กน้อยชื่อน้ำปั่นหวาดกลัว ผมกอดเด็กน้อยเอาไว้ด้วยความสงสาร

 

“โอ๋ๆ อย่าร้องนะครับคนเก่ง พี่อยู่ด้วยแล้วนะไม่เอาไม่ร้องนะ...” ผมโอ๋น้ำปั่นอยู่นานสองนานจนฝนเริ่มซาเม็ดลง เด็กน้อยร้องไห้อยู่พักใหญ่ๆ จนสุดท้ายก็เงียบเสียงลงไปในอ้อมกอดของผม

 

ผมถือวิสาสะเปิดกระเป๋าที่เจ้าตัวกอดเอาไว้แน่นเพื่อดูว่าในนี้มีอะไรอยู่บ้าง ในกระเป๋ามีขนมปังกับนม เสื้อผ้าสองสามชุดและซองจดหมายหนึ่งซอง ผมเปิดจดหมายขึ้นมาอ่านด้วยความสงสารเด็กน้อยคนนี้เหลือเกิน เด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กลับถูกแม่เอามาปล่อยทิ้งไว้ที่อุโมงค์นี้ตามลำพัง

 

เนื้อความในจดหมายไม่มีอะไรมากแค่วอนให้คนที่มาเจอน้ำปั่นรับเด็กคนนี้ไปเลี้ยง ผมโกรธและโมโหแม่ของน้ำปั่นมากๆ เค้าจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าลูกของเค้าหวาดกลัวแค่ไหน แล้วถ้าไม่มีคนมาเจอน้ำปั่นเล่า แล้วถ้าคนที่มาเจอเป็นคนไม่ดีล่ะ...ชีวิตน้อยๆ นี้จะเป็นเช่นไร

 

“น้ำปั่นไปอยู่กับพี่มั้ยครับ...” ผมเอ่ยถามออกไปอย่างตัดสินใจแล้ว ดวงตากลมโตที่ทอดมองผมอยู่นั้น ทำให้ผมไม่สามารถละทิ้งเด็กน้อยผู้อาภัพคนนี้ไปได้จริงๆ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าผมทิ้งเอาไว้ น้ำปั่นก็ต้องอยู่ตรงนี้คนเดียวแน่นอน กว่าจะมีคนมาเจออีกทีเด็กไม่กลัวแย่หรือ

 

“น้ำปั่นจะรอแม่...ถ้าแม่กลับมารับแล้วไม่เจอน้ำปั่นจะทำยังไง...” เด็กน้อยพูดอย่างไร้เดียงสาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าวันนั้นมันอาจจะไม่มาถึง ต่อให้นั่งรออีกนานแค่ไหนแม่ของเจ้าตัวคงไม่มีทางกลับมารับอย่างแน่นอน

 

“งั้นเอาอย่างนี้มั้ยครับ เราเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ให้กับแม่น้ำปั่นกันดีมั้ย ว่าถ้าแม่ของหนูกลับมาให้ไปรับหนูที่บ้านของพี่ชาย...” ผมพยายามโน้มน้าวและกล่อมให้น้ำปั่นยอมไปกับผม มันคงดีกว่าที่จะอยู่ที่นี่คนเดียว ท่ามกลางโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้ เด็กน้อยตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวจะมีชีวิตรอดอยู่ได้อย่างไรด้วยนมหนึ่งกล่อง ขนมปังไม่กี่แผ่น ผมไม่รู้ว่าใจของแม่น้ำปั่นทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ใจร้ายกับลูกตัวเองเช่นนี้

 

กว่าที่น้ำปั่นจะยอมเชื่อผมและยอมมากับผม ผมก็โน้มน้าวจิตใจเด็กน้อยอยู่นาน ผมทำเป็นเขียนจดหมายเพื่อให้น้ำปั่นสบายใจว่าถ้าแม่ของเจ้าตัวมาพบจะได้ตามมาหาถูกที่ ก่อนจะเดินจากมาน้ำปั่นยังหันกลับไปมองกระดาษที่วางเอาไว้ในอุโมงค์อีกครั้งอย่างมีความหวัง...ความหวังว่าแม่ของตนเองจะมารับตนเองกลับไปในที่สุด

 

ผ่านมาสิบปีแล้ว สิบปีที่น้ำปั่นยังคงเฝ้ารอคอยว่าสักวันแม่แท้ๆ ของตนเองจะกลับมาหาแต่ก็ไม่เคยมา

 

 

 

 

“ฮ่องเต้...หิวข้าว” เสียงใสๆ ที่ดังขึ้นมาเรียกให้ผมละความคิดละความสนใจจากอดีตที่แสนเศร้าของน้ำปั่น กลับมายังปัจจุบันที่ดีกว่า ผมยังจำได้ว่าวันที่ผมพาน้ำปั่นกลับมาบ้านนั้นผู้คนที่บ้านพากันแตกตื่นยกใหญ่ บางคนก็ไม่เห็นด้วย แต่ทว่าแม่ของผมกลับบอกว่าผมทำถูกแล้วที่ไม่ใจดำทิ้งชีวิตน้อยๆ ที่น่าสงสารนี้เอาไว้

 

“หิวก็ต้องรอ เพราะเสียเวลาไปอาบน้ำกับใครบางคนมาเนี่ยแหล่ะ เลยยังไม่ทันได้ทำอะไรไว้รอเลย” ผมขยี้หัวของน้ำปั่นจนยุ่งไปหมด เจ้าตัวโวยเล็กๆ แล้วมานั่งเท้าคางมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น

 

“ทำมาเป็นพูดดีเถอะ น้ำปั่นรู้นะว่าฮ่องเต้อ่ะชอบอาบน้ำกับน้ำปั่น เห็นทำหน้าตามีความสุขซะขนาดนั้น...” ผมว่าไม่ใช่แค่ผมหรอกที่ชอบ เพราะเจ้าตัวยุ่งเองก็คงชอบ ถ้าไม่ชอบจะมาอ้อนให้อาบน้ำให้อยู่บ่อยๆ แบบนี้หรือ

 

“จะกินอะไร...”

 

“ฮ่องเต้เปลี่ยนเรื่องเฉยอ่ะ หน้าแดงแบบนี้เขินน้ำปั่นหรอ น้ำปั่นน่ารักอ่ะดิ คิกๆ” ดูเอาแล้วกันครับว่าเด็กนี่ดื้อแค่ไหน คงเห็นว่าการแกล้งผมได้เป็นอะไรที่สนุกล่ะมั้ง

 

 “พูดมากน่า ตอบมาก่อนว่าจะกินอะไร ไม่อย่างนั้นป๊าไม่ทำให้แล้วนะ...” ผมล่ะแพ้ทางไอ้ตัวยุ่งนี่จริงๆ ยิ่งนับวันน้ำปั่นจะมีอิทธิพลกับชีวิตของผมมากเกินไปแล้ว

 

“กินอะไรก็ได้ที่ฮ่องเต้ทำให้กิน เร็วๆ ก็ดีนะน้ำปั่นหิวมากๆ เลย” ผมหันมาจัดการผัดข้าวให้น้ำปั่นกินเป็นมื้อเช้า พอหันไปมองทีไรก็เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองมาทางผมแทบจะทุกครั้ง ผมส่งยิ้มกลับไปให้เด็กนั่นยิ่งฉีกยิ้มกว้างตอบกลับมา ลูกใครวะ...น่ารักเกินไปใจใครมันจะทนไหว

 

 “อยากให้เร็วก็นั่งเฉยๆ อย่ามายุ่งรับรองเลยว่าแป๊บเดียวก็ได้กินแล้ว” ผมพูดโดยไม่ได้ละสายตาไปจากการหั่นแครอทให้เป็นลูกเต๋าเล็กๆ

 

“เบื่อน้ำปั่นลงหรอ...น้ำปั่นยังไม่เคยเบื่อฮ่องเต้เลยนะ ออกจะรักมากซะขนาดนี้” ผมรู้สึกได้ถึงนิ้วเล็กๆ ที่จิ้มมาที่หลังของผม พอผมหันกลับไปมองก็ถูกไอ้ตัวแสบมันเขย่งตัวขึ้นมาหาพร้อมกับมือเล็กๆ ทั้งสองข้างที่กระตุกคอเสื้อของผมให้โน้มคอลงไปหา ปากแดงๆ นุ่มนิ่มปิดทับลงมาบนปากของผมแบบทันทีทันใด

 

 “มอร์นิ่งคิสครับฮ่องเต้” น้ำปั่นโอบกอดรอคอของผมแน่น เสียงใสๆ ดูมีความสุขมากๆ ยามที่ได้แสดงความรักต่อผมแบบนี้ ถึงน้ำปั่นจะไม่ยอมเรียกผมว่าป๊าตามที่ใจผมต้องการ แต่ผมก็รู้ดีว่าน้ำปั่นรักและติดผมมากเพียงใด

 

“มอร์นิ่งครับไอ้ดื้อ” ผมได้แต่ส่ายหน้าและระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ผมกำลังยิ้ม ผมมีความสุขกับการได้อยู่กับน้ำปั่นแบบนี้ ผมอุ้มน้ำปั่นขึ้นมานั่งบนเคาน์เตอร์เพื่อให้ไอ้ดื้อของผมไม่มายุ่งมาก่อกวนสมาธิของผมได้อีก

 

“นั่งตรงนี้แล้วเหมือนว่าน้ำปั่นสูงอยู่ระดับเดียวกับฮ่องเต้เลย” ผมละสายตาไปมองเล็กน้อย น้ำปั่นหยิบแอปเปิ้ลมากัด สีปากของเจ้าตัวก็แดงฉ่ำไม่ต่างจากผิวของแอปเปิ้ลลูกนั้น

 

 “กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ เราน่ะโตไม่ทันเพื่อนแล้วนะน้ำปั่น เพื่อนวัยเดียวกันกับเราน่ะเค้าโตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว...เจ้านายเองก็สูงกว่าเราเยอะแล้ว” ผมจัดการจุดไฟและเริ่มต้นลงมือทำข้าวผัดให้น้ำปั่นได้ทาน อาหารมื้อเช้าผมเป็นคนเตรียมให้ในทุกๆ เช้า เพราะเราแยกออกมาอยู่ด้วยกันสองคนหลายปีแล้ว เพราะผมอยากให้น้ำปั่นรู้สึกมีอิสระ ที่บ้านใหญ่ก็เอ็นดูน้ำปั่นกันทุกคนแหล่ะครับ แต่ผมต้องมาทำงานไกลบ้านน้ำปั่นเลยร้องขอตามมาอยู่ด้วย

 

“ไม่เห็นอยากโตเลย โตเร็วเกินไปเดี๋ยวฮ่องเต้ไม่โอ๋ ไม่รักน้ำปั่นขึ้นมาน้ำปั่นจะทำยังไงล่ะ...” พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรน้ำปั่นจะตีความหมายไปในทางนี้ทุกที ผมไม่เคยคิดเลยนะเรื่องที่ว่าจะหมดรักไอ้ดื้อเนี่ย จะหมดรักได้ไงเลี้ยงดูมาตั้งสิบเอ็ดปีแล้ว

 

มันมีแต่จะรักมากขึ้น มากขึ้นสิไม่ว่า

 

“ป๊าไม่เคยบอกน้ำปั่นเลยนะว่าถ้าโตแล้วจะไม่รัก เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่รักได้ไงคนนี้...” นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังผัดข้าวอยู่ล่ะก็ จะเดินเข้าไปกอดไอ้ตัวดื้อแน่นๆ สักที เพราะน้ำปั่นค่อนข้างที่จะเป็นเด็กที่ต้องการความรัก กลัวการถูกเมินเฉยใส่ เด็กที่ถูกแม่แท้ๆ ทิ้งเอาไว้แบบนั้นคงรู้สึกปวดร้าวน่าดู

 

“ฮ่องเต้...น้ำปั่นยังไม่อยากโตเลย ขอน้ำปั่นเป็นเด็กแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก่อนไม่ได้หรอ น้ำปั่นอยากน่ารักในสายตาของฮ่องเต้ไปนานๆ” เสียงหงอยจนผมอดที่จะใจแป้วไม่ได้ ผมปิดไฟเพื่อพักข้าวผัดเอาไว้ในกระทะ ล้างมือล้างไม้ให้สะอาดแล้วเดินมาหาไอ้ดื้อที่นั่งหน้าหงอยอยู่บนเคาน์เตอร์

 

“น้ำปั่นรู้มั้ยว่าป๊าชอบน้ำปั่นตอนไหนที่สุด...” น้ำปั่นเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผม ดวงตากลมโตคู่นี้มีแววเศร้าอยู่เสมอ ถึงเจ้าตัวจะพยายามแสดงออกว่าร่าเริงมากเพียงใดก็ตามที

 

“ตอนที่น้ำปั่นยิ้ม...” ผมพยักหน้ารับแล้วบีบแก้มทั้งสองข้างของน้ำปั่นเบาๆ เด็กน้อยที่แสนน่ารักคนนี้ไม่น่าจะต้องมีแผลในใจเลยจริงๆ

 

“ก็รู้นี่นา แล้วตอนนี้น้ำปั่นทำไมไม่ยิ้มให้ป๊าล่ะ น้ำปั่นก็รู้นี่นาว่ารอยยิ้มน่ารักๆ ของน้ำปั่นเป็นแรงกำลังใจของป๊า...ยิ้มสิครับคนเก่ง” ผมส่งยิ้มให้กับน้ำปั่น เจ้าตัวค่อยๆ คลี่ยิ้มทีละน้อยๆ ก่อนที่จะยิ้มกว้างให้กับผมในที่สุด

 

“ฮ่องเต้จะรักน้ำปั่นตลอดไปหรือเปล่า...” มือเล็กๆ ยกขึ้นมาโอบกอดรอบคอของผมเอาไว้ ผมขยับเข้าไปใกล้ๆ น้ำปั่น แทรกตัวเข้าระหว่างขาเล็กๆ ของเจ้าตัวที่ทิ้งห้องลงมาจากเคาน์เตอร์และกอดตอบกลับเบาๆ

 

“ตลอดไปครับ...ป๊าสัญญา” ผมเกี่ยวก้อยสัญญากับน้ำปั่น ผมจะละทิ้งเด็กน้อยที่น่าสงสารคนนี้ได้อย่างไร ผมเลี้ยงดูมาตั้งแต่น้ำปั่นอายุเพียงห้าขวบ จนผ่านมากว่าสิบปีแล้ว ตอนนี้น้ำปั่นจะอายุสิบหกปีแล้ว

 

“น้ำปั่นเชื่อฮ่องเต้นะ ไม่มีใครรักน้ำปั่นเท่าที่ฮ่องเต้รักแล้ว” จมูกรั้นๆ จิ้มลงมาที่แก้มของผมพร้อมกับหอมแก้มผมเสียฟอดใหญ่ ผมบีบจมูกของน้ำปั่นเบาๆ แล้วเอาหน้าผากชนกับหน้าผากของน้ำปั่นไว้

 

“น่ารักแบบนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้ว น้ำปั่นเป็นลูกของป๊านะ...” ผมยิ้มเพราะน้ำปั่นยิ้ม ความน่ารักของน้ำปั่นมันมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผมจะละทิ้งน้ำปั่นได้ยังไงกัน เราสองคนผูกพันกันมากๆ ให้ทิ้งน้ำปั่นไป มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตของผม

 

“น้ำปั่นเป็นลูกที่ไม่ดีเลยเนอะ...” ผมมองหน้าน้ำปั่นอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ ที่ผ่านมาน้ำปั่นก็เป็นเด็กดีมาตลอด เชื่อฟังผมตลอด เห็นจะมีแค่เรื่องไม่ยอมเรียกผมว่าพ่อเนี่ยแหล่ะที่บอกเท่าไหร่ๆ เจ้าตัวก็ไม่ยอมเชื่อฟัง

 

“ทำไมละครับไอ้ดื้อ...”  ผมถามออกไปด้วยความสงสัย น้ำปั่นสิ่งยิ้มให้กับผม รอยยิ้มที่ผมรักและหวงแหนมากถึงมากที่สุด

 

“ก็น้ำปั่นไม่ได้อยากเป็นองค์ชายน้อยของฮ่องเต้...แต่น้ำปั่นอยากเป็นฮองเฮาของฮ่องเต้มากกว่า...”

 

..........100%........

 

#เต้ปั่น #ยุ่งนัก << ฝากแท็กลงบนทวิตด้วยนะคะ ^^

 

คิดเอาไว้แล้วว่าต้องมีคนงงเรื่องช่วงเวลาเหมือนที่เกรทงง 55 T^T

เอางี้ค่ะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องของสองคนนี้ในปอชาย ณ ปัจจุบันตอนนี้ในเรื่องราวของคู่นี้ คือปิดเทอมใหญ่ก่อนที่จะเปิดการศึกษาใหม่ (ถ้าเทียบใน ยุ่งนัก หรือ สินกำ ก็คือปิดเทอมก่อนไอน้ำ เปา ปีน จะเข้าเรียนปี1 ก่อนแก๊งเกรียนจะขึ้นปี2 ก่อนเป็นต่อจะขึ้นปี3 ก่อนพี่พายจะขึ้นปี4 ก่อนพี่ปอจะแต่งงาน)

ในเรื่องน้ำปั่นอายุ 15 จะ 16 ส่วนฮ่องเต้ก็ อายุ 28 จะ 29 ปี เท่ากับว่าอีก สี่ปีข้างหน้าที่สองคนนี้ไปโผล่ในเรื่องปอชาย น้ำปั่นก็จะอายุ 19 ปี เท่ากับว่าเจ้าตัวเข้าเรียนระดับ มหาลัยปี 1 พอดี ... และฮ่องเต้กับพี่ปอพี่ชายในเรื่อง ณ ขณะรัก ก็อายุ 32 ปี

เพราะเกรทแต่งแบบย้อนช่วงเวลากลับมามันเลยทำให้งง ณ จุดนี้ต้องขอโทษด้วยนะคะ กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะพลาดไปบ้าง เพราะตัวละครบางตัว กับเนื้อเรื่องบางตอนมันถูกเพิ่มเข้ามาหลังจากที่แต่งยุ่งนักจบลง พยายามผูกเนื้อหาและเช็คเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด T^T

ยังไงก็แล้วแต่ถ้าเจอจุดที่มันดูแปลกๆ หรือน่าสงสัยก็ทักเข้ามาได้จ้า จะได้เช็คและแก้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15505 Jennie Prapasiri (@jenniesss-123) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 13:00
    เหยดดด หนูน้ำปั่นแซ่บมากค่ะลูก แซ่บในวัยใส คึคึ
    #15505
    0
  2. #14582 วีว่า (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 22:32
    อยากเป็นฮองเฮานี่นา
    #14582
    0
  3. #13942 Ayumu W. (@nishigi) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 00:36
    น้ำปั่นน่าร้ากกกกกกกก
    #13942
    0
  4. #13770 dsjdkh (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 15:39
    อ่านแล้วรู้สึกอุ่นๆ อบอุ่นละมุมละไมมาก เป็นคู่พ่อลูก?ที่น่ารักมากค่ะ แต่คุณพ่อเจอประโยคสุดท้ายเข้าไปจะตอบยังไงค่ะ อิอิ
    #13770
    0
  5. #13526 Masato (@keyvongola) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 03:37
    หนุกๆๆๆ >/////<
    #13526
    0
  6. #13325 Condresstra Ziwalano (@condresstra) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 18:57
    ระ ระ ไรต์คะ... อย่าว่าหนูนะคะ ตอนที่น้ำปั่นโดนทิ้งอะคะ 
    "แม่งบอกว่า... " = w= หนูอ่านไม่ผิดเลยไรต์ สตั้นเบย 55555
    #13325
    0
  7. #13264 braeben (@sai7) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 09:39
    อุ้ ว้าวว เอ่อ น้ำปั่นลูก 555 ไม่ระจะเม้นไร ประทับใจก็ประทับใจ ลุ้นก็ลุ้น โอ้ยมีจุ้บๆด้วยอ่ะ กรีดร้องง
    #13264
    0
  8. #13197 NUT_MINJUN (@nutcha77) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 21:38
    น้ำปั่นน่ารักมากเลยอ่ะ อยู่โรงเรียนคนไม่มีตามจีบเลยหรอเนี่ย
    เจอประโยคนั้นหนูไปทำป้าหัวใจวายเลยยยย
    #13197
    0
  9. #13180 ooarir (@kanchana-ooarir) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 00:56
    ฮองเต้ของฮองเฮาน่ารักที่สุดง่าาาาาา
    #13180
    0
  10. #13158 tudtu8 (@tudtujung) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 08:55
    น่ารักมากเลยคู่นี้ ฮ่องเต้ตามใจน้ำปั่นสุดๆเลยนะ
    #13158
    0
  11. #13146 PuiPui (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 02:50
    ขอบคุณนะคร้า~ชัดแจ้งใจทุกข้อแล้วค่ะ ^^

    เฮ้อ..ถึงจะเป็นเหตุให้น้ำปั่นกับฮ่องเต้พบกันแต่ก็อยากทุบหัวแม่น้ำปั่นแรงๆสักทีสองที คิดได้เนอะเอาลูกมาทิ้งไว้ที่สนามเด็กเล่น มีปัญญาทำให้เค้าเกิดก็ช่วยคิดหาทางดีๆที่ปลอดภัยตอนจะทิ้งน้องหน่อยเถอะ ถ้าไม่เจอคนดีแบบฮ่องเต้น้องมิต้องทนทุกข์รับกรรมไปจนตายรึไง.. โกรธนางมากมายค่ะ
    #13146
    0
  12. #13116 Fai (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 14:50
    น่ารักที่สุดเลย

    สู้ๆน้าไรท์ มาต่อไวไวนะคะ
    #13116
    0
  13. #13108 Twins_LuvSuJu (@crazy-korea) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 01:40
    น้ำปั่นน่ารักอ่าา~
    #13108
    0
  14. #13105 YaYee nattacha (@yayeefriendly) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 00:17
    มุ้งมิ้งมากอ่ะ อยากเป็นฮองเฮาด้วย เขิน >////<
    #13105
    0
  15. #13098 I'm SonE ... B2utY ...Cassi!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 20:41
    อายุห่างกันเท่าหนึ่งเลยนเนี่ยยยยยยย แต่น้ำปั่นนี่น่ารักจัง เหมือนผู้หญิงจริงๆนั้นล่ะ อยากเป้นฮองเฮาของฮ่องเต้ บ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา >///////////////<
    #13098
    0
  16. #13096 Zaturday KickKick (@zaturdaykick) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 19:40
    น้ำปั่นอยากเป็น ฮองเฮาของฮ่องเต้ เจิดจร้าาลูกสาว หนูได้ใจพี่มาก ฮ่าๆๆ
    #13096
    0
  17. #13095 MinjunKT (@tae-why) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 18:27
    น่ารักไปมั้ยยยย-//-
    #13095
    0
  18. #13092 Patty (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 15:36
    อัพต่อเลยจ้าไรท์ ชอบแนวนี้อ่ะ
    #13092
    0
  19. #13088 ฟลาว (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 10:00
    ชอบอ่ะ น่ารักำกก >\\
    #13088
    0
  20. #13084 นิด (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 08:27
    น่ารักเกิน 555 น้ำปั่นจะเป็นฮองเฮาเหรอลูก
    #13084
    0
  21. #13081 Mysterious (@World27) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 01:18
    นี่งะ ถ้าคราวนี้ไม่รู้อีกว่าน้ำปั่นคิดยังไง น้องคนนี้จะตามไปฟ้าดให้ฉลาดขึ้นมาเลย เค้ายอกแล้วว่าไม่อยากเป็นองค์ชาย แต่อยากเป็นฮองเฮา (ชอบบทพูดนี้จังน่ารักดี) ส่วนแม่น้ำปั่นเธอก็ใจร้ายไปนะ จากตอนที่ได้อ่านปอชาย เดี๋ยวแม่น้ำปั่นจะมาเอาตัวน้ำปั่นคืนไปอีก ต้องต้มมาม่ารอเสียแต่เนิ่นๆซะแล้ว (ความจำเค้าดีมั้ยพี่เกรท อิอิ)
    #13081
    0
  22. #13080 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 00:55
    สงสารน้ำปั่นอ่า แม่แย่จริงๆ ทิ้งลูกแบบนั้นได้ไงกัน แต่โชคดีที่มาเจอกับฮ่องเต้ ได้มีชีวิตที่ดี มีแต่คนรักคนเอ็นดู แหน่ะ น้ำปั่นเผยมาแล้วว่าอยากเป็นฮองเฮา ฮ่องเต้ล่ะ อยากได้ฮองเฮารึยังคะ อิอิ
    #13080
    0
  23. #13078 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 23:47
    พี่ฮ่องเต้กับน้ำปั่นน่ารักมากๆเลย หุหุ

    ดูจะรักกันมากๆเลยนะนั่นหน่ะ
    #13078
    0
  24. #13075 Pandora-box (@CrEmErRy) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 23:16
    เกร๊ซซซซซซซซซซซซซ~` ทำไมน้ำปั่นน่ารักงี้อ้ะ

    ป๊าไม่หวั่นไหวหรอเคอะ แล้วจะรู้สึกกกกก ><
    #13075
    0
  25. #13074 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 23:15
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    น่ารักเวอร์อ่าาาาาาาาาา

    >< 
    #13074
    0