OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 104 : .....ณ ขณะรัก..... 15. ด้วยรักและเข้าใจ (ปอ) -The End -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    15 ก.พ. 57



15. ด้วยรักและเข้าใจ (ปอ)

 

ว่ากันว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ตอนนี้หน้าต่างของหัวใจผมได้เปิดกว้างอีกครั้ง เพื่อให้คนที่ผมรักนั้นสามารถมองเข้ามาทางด้านในได้อย่างชัดเจน และเพื่อที่ผมเองจะได้มองเข้าไปในหน้าต่างของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนเช่นกัน

 

“จะจ้องตากูอีกนานมั้ยวะปอ จากที่ไม่เขินตอนนี้กูว่ากูเขินแล้วนะ” ผมเรียกให้ไอ้ชายที่มานอนเฝ้าผมมานั่งลงบนเตียง ผมอยากจะมองหน้ามัน อยากจะสบตากับมันอยากจะเห็นใบหน้าของมันที่ผมแสนจะคิดถึงให้เนิ่นนานจนกว่าผมจะรู้สึกเบื่อ

 

แต่คงยากสักหน่อยเพราะว่าถ้าผมคิดจะเบื่อมัน ผมคงไม่รักมันมานานถึงขนาดนี้

 

“กูรู้ว่ามึงเขิน แก้มมึงแดงซะขนาดนี้อิหนูของป๋านี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ จ้องตาทีไรเขินใส่ทุกที” มันส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา ผมยกมือขึ้นจับปลายคางของมันและบีบเบาๆ เพื่อให้มันไม่หันหน้าหนีผมไปไหน ที่ผ่านๆ มามองไม่เห็นเลยทำอะไรไม่ได้อย่างที่ใจคิด แต่ตอนนี้ผมสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จะหยิบจะทำอะไรเลยไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา

 

“เพ้อเจ้อแล้วครับไอ้แก่

 

“โห! มึงไม่แก่เลยเนอะชาย ได้ข่าวอายุเท่ากันนะครับ อย่าหันหน้าหนีกูสิวะชาย กูยังอยากมองหน้ามึง สบตามึงและก็ยิ้มให้มึงอยู่เลยนะ” ผมขยับตัวขึ้นเล็กน้อย ไอ้ชายมันรีบเอื้อมมือมาพยุงผมที่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนให้ลุกขึ้นได้ถนัดกว่าเดิม

 

และเพราะว่าเราต่างนั่งกันอยู่บนเตียงนอน และเพราะว่าไอ้ชายมันโน้มตัวเข้ามาหาผมที่อยู่ไม่ห่างจากมัน และตอนนี้ใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ ดวงตาของผมจ้องมองสบตากับมัน ต่างคนต่างเงียบงันกับความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

“ชายขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” ผมยกมือขึ้นสัมผัสที่ใบหน้าของมัน เคลื่อนใบหน้าตนเองเข้ามาหามันให้ชิดใกล้มากยิ่งขึ้น ปลายจมูกของเราสัมผัสกันแผ่ว ลมหายใจอุ่นๆ รินรดใบหน้าของกันและกัน ชายยังคงจ้องมองหน้าและสบตากับผมไม่ได้หันหนีไปไหน

 

“กูบอกแล้วไงว่าที่ทำทุกอย่างก็เพราะว่ารักมึง” ไม่ต้องรอให้มันพูดมากไปกว่านั้น ผมก็กดริมฝีปากลงบนปากนุ่มๆ ของมันด้วยความซาบซึ้งแสนตรึงใจ มันเป็นความรู้สึกที่แสนวิเศษมากจริงๆ

 

จูบที่ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการสัมผัสปากอย่างนั้นเนิ่นนาน จูบที่บอกผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่เรามีให้แก่กันส่งผ่านไปยังอีกฝ่ายด้วยจูบที่แสนหวานนี้ ผมถอนริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของชายนั้นมันเต็มไปด้วยแววตาของคนมีความสุข แววตาของผมเองก็คงเป็นเช่นนั้นเหมือนกันสินะ

 

“กูก็รักมึงว่ะชาย” ผมยิ้มให้กับมัน กดจูบลงบนปากของมันอีกครั้งอย่างเนินนานที่สุดเท่าที่เราทั้งคู่ต่างไม่อยากให้เวลามันเดินไปเรื่อยๆ จริงๆ

 

“เมื่อไหร่แขนจะหายสักทีก็ไม่รู้ อยากจะกอดมึงให้เต็มอ้อมกอดสักที” ผมเลื่อนมือลงมากุมมือของไอ้ชายเอาไว้และสอดประสานมันแนบแน่น มีความสุขจัง มีความสุขจนไม่รู้ว่าจะสุขได้เท่าไหร่

 

“นี่มึงคงไม่คิดอะไรหื่นๆ อยู่ในสมองหรอกนะปอ แก่แล้วนะเว้ยปลงๆ ซะบ้างเรื่องบนเตียงเนี่ย” ไอ้ชายมันตบหน้าผมเบาๆ ผมยักคิ้วและยอมปล่อยมันเป็นอิสระ มันนั่งก้มหน้ามองดูปลายเท้าของตัวเองและยิ้มอยู่อย่างนั้น ผมขยับเข้ามาหาและสวมกอดมันจากทางด้านหลังอย่างยากลำบาก

 

“กูไม่ได้หมายความถึงอย่างนั้น ถึงจะแอบหวังก็เหอะนะ ฮ่าๆ กูล้อเล่นน่าชาย กูหมายถึงกอดแบบนี้ต่างหาก” ผมเกยคางลงบนไหล่ของมัน มันหันมาส่งยิ้มให้กับผม รอยยิ้มที่มีค่ากับผมเป็นอย่างมาก

 

“กูก็อยากให้มึงหายเหมือนกันเพราะถ้ามึงหายเราจะได้ไปคุยเรื่องของเรากับพ่อ” ผมกอดเอวมันและกระชับอ้อมกอดอีกนิดเพื่อที่เราสองคนจะได้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น

 

“ไม่ต้องรอให้หายก็ได้ กูพร้อมที่จะเข้าไปคุยเรื่องของเรากับพ่อมึงทุกเมื่อ กูบอกแล้วไงว่าครั้งนี้กูจะไม่หนีอีกแล้ว กูจะทำทุกทางเพื่อให้ท่านยอมรับความสัมพันธ์ของเราให้ได้” ผมจะไม่หนี จะสู้เพื่อให้เราสามารถรักกันได้อย่างเปิดเผยในสายตาของคนที่เรารัก

 

“แล้วถ้าพ่อไม่ยอมล่ะ มึงจะทำยังไง” คำถามนี้บอกตามตรงว่าผมเองก็ยังไม่มีคำตอบให้กับมัน เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ท่านยอมรับความรักของเรา

 

“เอาตรงๆ นะกูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากูจะทำยังไง แต่กูยืนยันกับมึงได้แค่ว่ากูจะไม่ถอย จะไม่หนี จะทำทุกอย่างเท่าที่กูสามารถทำได้

 

“กูเชื่อ” ไอ้ชายมันหันมาตบหัวผมเบาๆ ทั้งๆ ที่ผมยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ แต่มันก็พูดสวนขึ้นมา มันยิ้มให้ผม เหมือนว่ามันจะไม่ได้กังวลอะไรกับเรื่องนี้เหมือนอย่างที่มันพูดออกมา มันยิ้ม ยิ้ม และหัวเราะออกมาในที่สุด

 

“ปอเรื่องกูกับมึงน่ะพ่อรู้แล้ว และกูคิดว่าคงรู้มาสักพักแล้วหล่ะ ท่านก็ไม่ได้อะไรบอกแค่ว่าถ้ามึงหายดีแล้วให้พาปลายฝนกับต้นหนาวไปหา รู้มั้ยว่าพ่อกูน่ะเอ็นดูลูกมึงมาก” ผมออกจะแปลกใจกับสิ่งที่ได้รับฟัง ทำไมมันง่ายดายเหลือเกิน ทั้งๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นพวกเราเอาแต่คิดกังวลเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอด แต่ทว่ามันกลับไม่ได้ยากเย็นเหมือนอย่างที่เรากลัวกันเลยสักนิด

 

“ทำไมมันง่ายจังวะ ทั้งๆ ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องที่เราต่างก็กลัวและหวั่นใจกับมันมาตลอดแท้ๆ” ไอ้ชายมันหันมามองหน้าผมอย่างจริงจัง มันเองก็คงคิดเหมือนอย่างที่ผมคิด เพราะเราต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถรักกันได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าเราต่างก็เป็นลูกชายคนโตทั้งคู่ เป็นที่คาดหวังจากครอบครัว มันทำให้เราทั้งคู่ต่างคิดเยอะและคิดมากมาตลอด

 

“กูก็คิดเหมือนอย่างมึง แต่พ่อพูดเรื่องนี้ตอนที่เราอยู่ด้วยกันครบหน้าทั้งครอบครัว ต่อหน้ากู ต่อหน้าไอ้พาย ต่อหน้าน้าแพน บางทีอาจจะเพราะว่ามีเรื่องดีๆ เข้ามาบวกกับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นของครอบครัวเลยทำให้พ่อปล่อยวางลงได้” ผมเชื่อนะที่ว่าถ้าเราปล่อยวางใจเราจะสงบและจะมองเห็นหนทางที่บางทีเราอาจจะมองข้ามมันไปทั้งๆ ที่มันอยู่ตรงหน้าเราแท้ๆ

 

“คือตอนนี้น้าแพนท้องได้สองเดือนแล้ว พ่อกำลังจะมีลูกใหม่ เรากำลังจะมีนิพัทธ์เจริญตัวน้อยๆ อีกคน แถมพ่อยังบอกอีกว่าจองปลายฝนกับต้นหนาวเอาไว้ให้น้องด้วย กูบอกแล้วว่าพ่อน่ะเอ็นดูลูกมึงมาก” ผมควรจะยินดีกับเรื่องไหนก่อนดีวะ เรื่องที่ไอ้ชายกำลังจะมีน้อง ทั้งๆ ที่มันก็อายุขนาดนี้แล้ว หรือควรจะยินดีเรื่องที่ว่าพ่อของไอ้ชายจับจองลูกของผมเอาไว้แล้ว นี่ตั้งใจจะเกี่ยวดองกันไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเลยมั้ยครอบครัวของเราสองคนเนี่ย

 

“กูว่าดูท่าแล้วครอบครัวเราทั้งสองครอบครัวคงจะเกี่ยวดองกันไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเลยสินะ” ผมหัวเราะน้อยๆ ความรู้สึกโล่งใจมันเข้ามาแทนที่ความกังวลที่มีอยู่ ได้ยินแบบนี้ผมเองก็ดีใจที่พ่อของไอ้ชายรักและเอ็นดูลูกของผมมากแบบนี้

 

“คงงั้นมั้ง แต่เรื่องของอนาคตนี่ก็ต้องเอาไว้ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต เรื่องของหัวใจเนี่ยมันพูดกันยาก ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของหัวใจและการตัดสินใจของเด็กๆ น่าจะดีกว่า” ผมเองก็เห็นด้วยกับไอ้ชายเพราะว่าผมไม่คิดจะบังคับลูก ผมอยากให้ลูกได้ทำตามที่ใจต้องการ เพราะการที่ต้องเลือกทำในสิ่งที่ใจไม่ได้ต้องการนั้นมันจะส่งผลไปถึงอนาคต ผมมีตัวอย่างที่สอนให้ผมรู้ว่าควรเลือกทำในสิ่งที่ใจคิดจริงๆ จะได้ไม่ทำให้ใครต้องมาเจ็บไปกับสิ่งที่เราเลือก

 

“ทีนี้เราก็สามารถแก่ไปด้วยกันได้แล้วสินะ อยู่เป็นเพื่อนกัน ดูแลกัน ประคับประคองกันตลอดไปนะ” ผมลูบหัวไอ้ชายเบาๆ โยกหัวมันสองสามทีและรั้งมันเอนซบลงมาบนไหล่ของผม

 

“มีความสุขเนอะ ได้อยู่กับมึงแบบนี้ แล้วก็รีบๆ หายซะทีกูอยากชวนมึงพาปลายฝนกับต้นหนาวไปเที่ยวด้วยกัน

 

“แบบครอบครัวสุขสันต์สินะ” มันหันมาตบหัวผมเบาๆ ทำไมแม่งชอบเขินแบบรุนแรงด้วยวะ

 

“หมอสั่งไว้ว่าอย่าให้ตากูกระเทือนครับที่รัก เขินทีก็ตบเขินทีก็ตบ เดี๋ยวตากูก็บอดจริงๆ หรอก” ผมถูกมันลูบหลังเบาๆ นี่มันเข้าข่ายตบหัวลูบหลังเลยนะอิหนู

 

“โอเคกูขอโทษครับป๋า นี่ก็ดึกมากแล้วป๋านอนนะครับกูเองก็ง่วงนอนแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้มึงก็จะได้กลับบ้านแล้วเพราะฉะนั้นคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่จะต้องนอนที่นี่ รีบๆ หลับซะครับไอ้แก่” แรกๆ ก็ดูซึ้งดีหรอกนะ แต่ทำไมต้องปิดท้ายด้วยคำว่าไอ้แก่วะเนี่ย หรือว่าผมจะหน้าแก่นำหน้ามันไปแล้ว

 

“เอ้าไอ้ห่านี่ กูแก่มึงก็แก่ เพราะฉะนั้นคนแก่สองคนก็นอนได้แล้วเว้ย” ผมยอมเป็นไอ้แก่ก็ได้ แต่มันเองก็ต้องเป็นไอ้แก่ที่อยู่เคียงข้างผมตลอดไป จะแก่มากแค่ไหนผมก็ไม่หวั่นหรอก

 

……….

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากประสบอุบัติเหตุและต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับเดือน ผมกลับมามองเห็นอีกครั้งและร่างกายของผมก็แข็งแรงขึ้นมากจนสามารถกลับมารักษาตัวที่บ้านได้ตามปกติ

 

ไอ้ชายมันเข้าบริษัทไปทำงานเหมือนอย่างทุกๆ วัน มันบอกว่าคืนนี้จะแวะเข้ามาหา มันจะมานอนค้างเป็นเพื่อนผมเพราะมันบอกว่าผมยังทำอะไรไม่ถนัดถนี่เพราะแขนยังเข้าเฝือกอยู่ แต่ก็ดีแล้วหล่ะ เพราะว่าจะได้นอนกอดมันบนเตียงนอนของผม

 

“ไม่เอานะครับปลายฝน ป๊ายังเล่นกับปลายฝนไม่ได้น้า ป๊ายังป่วยอยู่นะครับ มาเล่นกับอาต่อกับอาพายดีกว่าเนอะ” ไอ้ต่อมันดึงปลายฝนเอาไว้ ต้นหนาวนี่ไม่ได้ร้องหาผมเท่าไหร่เพราะกำลังง่วนกับการเล่นกับไอ้พาย

 

“ไม่เป็นไรหรอกต่อ กูเองก็อยากกอดลูกเหมือนกัน ปลายฝนมาหาป๊าครับ” ไอ้ต่อมันปล่อยให้ปลายฝนวิ่งเข้ามาหาผม ผมกอดลูกเอาไว้แนบอก กดจมูกลงบนแก้มนุ่มๆ ของปลายฝนเสียหลายฟอดด้วยความรักและความคิดถึง

 

“กอดกันเนอะ หนูรักป๊าน้า” มือเล็กๆ พยายามกอดผมเอาไว้ ผมกอดปลายฝนและมองเห็นต้นหนาวเดินเข้ามาหาผมและกอดแขนของผมเอาไว้แน่น เอาหัวกลมๆ มาถูแขนของผมเสียยกใหญ่

 

“ป๊าจ๋า มาเล่นกันนะขี่หลังได้มั้ย”

 

“ไม่เอา หนูจะขี่พุงป๊า นะ นะ นะ”

 

เสียงแจ้วๆ ของทั้งคู่ดังไม่หยุดไม่หย่อน แม่ให้ไอ้ต่อมาพาปลายฝนกับต้นหนาวไปเล่นอีกมุมหนึ่ง เพราะว่าผมต้องพยายามไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนที่ดวงตา ต้องไม่ให้ถูกสัมผัสหรือว่าถูกกระแทกแรงๆ เพราะฉะนั้นหนึ่งเดือนนับจากนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

 

“อาต่อว่ามาขี่หลังอาพายก่อนดีกว่าเนอะ ป๊ายังไม่หายดีเลยเราให้ป๊าพักผ่อนก่อนดีกว่า หรือว่าเด็กๆ อยากออกไปเที่ยวครับ วันนี้อาต่อกับอาพายว่างทั้งวันเลยน้า” ไอ้ต่อมันกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับลูกของผมอยู่อีกมุมหนึ่ง ผมนอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้นวมที่มุมอ่านหนังสือ มองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข

 

“ไปบ้านอาพายกันดีมั้ยครับเด็กๆ คุณปู่บ่นคิดถึงด้วยนะ วันนี้เราไปป่วนบ้านอาพายให้วุ่นกันเลยดีกว่าเนอะ...”

 

“จะดีหรอวะพี่พาย เกรงใจพ่อพี่พายกับน้าแพน อีกอย่างน้าแพนกำลังมีน้องด้วยนะเว้ย

 

“ไม่เป็นไรหรอกก็พ่อบ่นถึงต่อกับหลานอยู่บ่อยๆ ไปเยี่ยมพ่อพี่สักหน่อยเนอะที่รัก พาหลานไปเล่นสักแป๊บนึงก็ได้แล้วค่อยออกไปหาอะไรกินกัน” ไอ้ต่อมันค่อนข้างขี้เกรงใจ แต่หมายถึงเกรงใจคนอื่นนะ กับผมนี่มันไม่เห็นจะเกรงใจ

 

“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวแวะซื้อผลไม้ไปฝากพ่อพี่พายด้วยดีกว่า ผมยืมตัวปลายฝนกับต้นหนาวนะเว้ยพี่ปอ พี่จะได้นอนพักแบบไม่ต้องระวังว่าจะมีไอ้ตัวป่วนมันกะโดดไปทับ” จริงอย่างที่ไอ้ต่อมันว่านั่นแหล่ะ เพราะว่ากลัวลูกจะวิ่งเข้ามาหาและกระโดดขึ้นมาทับ ผมเลยไม่กล้านอนหลับตาสักเท่าไหร่

 

“เออ ฝากเยี่ยมพ่อมึงด้วยนะพาย ไว้หายดีแล้วกูจะพาลูกไปหาท่านด้วยตัวเอง” ผมนอนมองดูท้องฟ้าผ่านหน้าต่าง พลางคิดถึงเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับผม ที่ผ่านมานั้นเป็นบทเรียนชั้นดีที่สอนให้ผมได้คิดในหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง

 

และสอนให้ผมเรียนรู้ที่จะไม่เลือกเดินผิดพลาดเหมือนอย่างในอดีต สอนให้ผมรู้ว่าควรจะเลือกทำไหนสิ่งไหน และไม่ควรทำให้ใครต่างมาเจ็บปวดเพราะการกระทำของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

 

“ได้เลยพี่ปอ งั้นเราไปกันเลยดีกว่าต่อ เดี๋ยวแวะเอางานที่คอนโดด้วย เจอกันเย็นนี้พี่ปอ เดี๋ยวมารับไปหาอะไรอร่อยๆ ที่บ้านเสบียง” ไอ้ต่อกับไอ้พายพาหลานออกไปแล้ว ผมมองดูพวกมันอย่างนึกขอบใจที่มันรักเด็กทั้งสองคนมากขนาดนี้

 

เมื่อพวกมันออกไปกันแล้ว ผมหยิบอัลบั้มภาพเก่าๆ ขึ้นมาดูอีกครั้ง ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเด็ก ไล่มาจนไอ้ต่อมันเกิด ผมนั่งมองดูภาพตอนที่เรายังเด็ก จะว่าไปแล้วต้นหนาวกับปลายฝนนี่หน้าแอบคล้ายผมกับไอ้ต่อตอนเด็กๆ เหมือนกันนะ

 

“เป็นไงบ้างปอ ปวดหัวมั้ยลูก อย่าเพิ่งเพ่งหรือว่าใช้สายตามากนะ” แม่ยกแก้วน้ำกับขนมเค้กที่แม่อบเองมาให้ ผมวางอัลบั้มภาพลงและยิ้มให้กับแม่ด้วยความรู้สึกขอบคุณในทุกสิ่งทุกอย่างและทั้งหมดที่แม่มอบให้มาตลอด

 

“นิดหน่อยครับแม่ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แม่พักผ่อนบ้างนะครับ งานที่ร้านให้ไอ้ต่อมันจัดการไปก็ได้ มันไม่ทำร้านเราเจ๊งหรอกครับ” ไอ้ต่อมันโตขึ้นแล้ว เป็นรองผู้จัดการร้านแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังไปเสิร์ฟอาหารอยู่บ่อยๆ มันบอกว่าสนุกดีได้ทำอะไรเหมือนอย่างที่เคยทำ

 

“ต่อเก่งขึ้นเยอะเลยนะ แม่วางใจขึ้นเยอะเลยหล่ะ ปอเองก็พักผ่อนเยอะๆ จะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติสักที อีกแค่ไม่ถึงเดือนก็ถอดเฝือกออกได้แล้ว หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะครับ” แม่จับมือของผมบีบเบาๆ รอยยิ้มที่สวยที่สุดคือรอยยิ้มของแม่ รอยยิ้มของผู้หญิงที่วิเศษที่สุดคนนี้

 

“ขอบคุณครับแม่ ต่อจากนี้ไปปอจะไม่ประมาท จะไม่ทำให้แม่กับน้องเป็นห่วงอีกแล้ว ทรมานชะมัดที่ต้องอยู่ในสภาพนี้ โชคดีที่ตากลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ไม่งั้นคิดถึงหน้าสวยๆ ของแม่แย่เลยครับ” ผมกระชับมือแม่เอาไว้ แม่หัวเราะน้อยๆ พลางตักเค้กป้อนให้ผมได้ทาน เค้กฝีมือแม่นี่อร่อยที่สุด

 

“คิดถึงหน้าสวยๆ ของแม่หรือคิดถึงคนที่กำลังจะมากันแน่ พูดไม่ทันขาดคำก็มาถึงพอดี” ผมหันไปมองก็พบว่าไอ้ชายมันกำลังเดินเข้ามา มันถือกระเป๋าเสื้อผ้ากับของกินอีกสองสามอย่างติดมือมาด้วย ดูเหมือนมันจะชะงักและมีสีหน้าเก้อๆ ที่ทั้งผมและแม่ต่างก็มองไปที่มันเป็นทางเดียวแบบนั้น

 

“มีอะไรกันหรือครับแม่ หรือว่าอาการปอไม่ค่อยดีหรือเปล่า มึงปวดตาหรอวะปอหรือว่าปวดหัว ไปหาหมอมั้ย...” มันดูเป็นห่วงผมมาก ข้าวของถูกวางลงบนโซฟาส่วนตัวมันก็เดินเข้ามาหยุดที่ข้างๆ ผม มันจ้องมองผมอย่างเอาเป็นเอาตายจนผมหลุดขำออกมา

 

“เปล่า กูไม่ได้เป็นอะไร แค่กำลังคุยกับแม่อยู่แล้วมึงก็มาพอดี...”

 

“ใช่จ้ะ ไม่มีอะไรหรอกปอไม่ได้เป็นอะไร ชายมาพอดีเลยมาเพิ่งอบเค้กเสร็จด้วยล่ะ กำลังหาคนมาชิมฝีมือแม่อยู่พอดี นั่งตรงนี้เร็วลูกเดี๋ยวแม่ไปเอาเค้กมาให้” แม่กวักมือเรียกมันมานั่งแทนที่ ส่วนแม่ก็ลุกขึ้นเดินไปในครัว ไอ้ชายมองหน้าผมอย่างขอคำตอบ ดูเหมือนว่ามันจะไม่เชื่อสินะ

 

“ทำหน้าโหดจังเลยนะมึง ไม่มีอะไรหรอกแค่คุยเรื่องตาหายสักทีก็เท่านั้นมึงก็เดินเข้ามาพอดี ทำไมมาเร็ววะทำงานเสร็จแล้วหรอ” ผมเอื้อมมือไปตักเค้กอย่างลำบาก ไอ้ชายมันดันมือของผมออกแล้วมันทำหน้าที่ตักเค้กป้อนให้กับผมแทน

 

“ก็เสร็จเร็วกว่าที่คิด อีกอย่างกูเป็นห่วงมึงด้วยเลยรีบมา กลัวจะปวดหัวปวดตาจะได้พาไปหาหมอทัน กูระแวงมากไปหรือเปล่าวะ” ผมพยักหน้ารับ แต่ก็ดีใจที่มันเป็นห่วงเป็นใยผมแบบนี้ ผมมองดูมันถอดเสื้อสูทกับปลดเนคไทด์ออก วางพาดเอาไว้ที่พนัก มันปลดกระดุมที่คอเสื้อกับแขนเสื้อออกจนหมด ท่าทางจะร้อนมากสินะ

 

“ไปอาบน้ำก่อนมั้ยวะท่าทางมึงจะร้อนมาก” มันส่ายหน้าไปมาแต่ก็ปลดกระดุมไปสองสามเม็ดแล้วตอนนี้

 

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยไปอาบ รอกินเค้กฝีมือแม่ก่อนท่าทางน่าอร่อย...”

 

“ของแบบนี้ดูแค่หน้าตาไม่ได้นะชาย ต้องชิมด้วยตัวเองจ้า” แม่เดินกลับมาพร้อมกับเค้กและน้ำหวาน ไอ้ชายมันยกมือไหว้ขอบคุณแม่อย่างนอบน้อม มันตักเค้กเข้าปากพลางยิ้มกว้าง

 

“อร่อยมากครับแม่ ฝีมือแม่นี่อร่อยไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ” แม่ยิ้มแย้มอย่างชอบใจ ทั้งผมทั้งไอ้ชายแทบจะฟาดเค้กกันไปคนละสองก้อน กินกันไปนั่งคุยกันไปเรื่อยรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

 

“สัปดาห์หน้าแม่จะพาปลายฝนกับต้นหนาวไปเคารพหลุมศพของฝ้าย ปอกับชายไปด้วยกันมั้ย” ผมมองหน้าไอ้ชายมันพยักหน้ารับทันทีแบบไม่คิด ผมเองก็อยากไปเยี่ยมฝ้ายเหมือนกัน พวกเราจะพาลูกๆ ไปเคารพหลุมศพของฝ้ายเกือบทุกเดือน มีเดือนที่แล้วที่ผมไม่สามารถไปได้เพราะว่านอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

 

“ไปครับแม่ ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปเคารพหลุมศพฝ้ายเลย...ผมเองก็มีเรื่องสำคัญที่อยากจะบอกกับฝ้ายเหมือนกัน” ไอ้ชายมันยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนตามแบบฉบับของมัน ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องที่มันอยากจะบอกกับฝ้ายนั้นคือเรื่องอะไร

 

แต่ถ้ามันถึงเวลานั้นผมก็คงได้รู้เอง คงไม่จำเป็นจะต้องถามมันออกไปในตอนนี้

 

 

 

 

สรุปแล้วผมก็ไม่ได้ไปทานอาหารที่บ้านเสบียงกับทุกคน เพราะรู้สึกปวดหัวและปวดตาขึ้นมา ไอ้ชายมันเลยอยู่เป็นเพื่อนผมที่บ้าน กินมื้อเย็นแบบง่ายๆ ด้วยกันสองคน จริงๆ ผมก็คิดถึงอาหารสุดอร่อยที่บ้านเสบียงอยู่เหมือนกัน ไว้รอให้หายดีก่อนค่อยว่ากันอีกที

 

ตอนนี้ผมถูกไอ้ชายมันจับเช็ดตัวอยู่ที่ห้องนอนของผม ผมต้องเลี่ยงการให้ดวงตาเปียกน้ำ เพราะฉะนั้นไอ้ชายมันจะเช็ดตัวและเช็ดทำความสะอาดหน้าให้ผมอย่างเบามือที่สุด

 

“จะให้กูแก้ผ้าอีกนานมั้ยวะชาย กูอายเป็นนะเว้ย” ผมโวยน้อยๆ เพราะตอนนี้นี่ล่อนจ้อนมีผ้าเช็ดตัวปิดส่วนต้องห้ามเอาไว้ก็เท่านั้น ไอ้คนที่กำลังเช็ดตัวให้ผมก็หน้าแดงไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

 

“มึงก็อยู่เฉยๆ สิวะอย่าพูดมาก อย่าขยับ เดี๋ยวกูก็ไม่ทำให้ปล่อยให้เน่าตายไปเลยดีมั้ย” มันโวยกลับมาเบาๆ อย่างไม่จริงจังมากนัก ตั้งแต่ตอนที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาแล้วที่มันเป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับผม มันแย่งหน้าที่พยาบาลพิเศษหมดเลยนะนั่น

 

“จริงๆ กูทำเองได้แล้วนะ ให้มึงมาทำให้แบบนี้กูเขินๆ ยังไงก็ไม่รู้” ผมค่อยๆ ยกขาสวมกางเกงที่ไอ้ชายมันใส่ให้ เกรงใจมันด้วยไม่อยากให้มันมาทำอะไรแบบนี้ให้ตลอด ทั้งๆ ที่อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว

 

“อย่าพูดมากไอ้ปอ เห็นกันมาเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ นั่งลงดีๆ เดี๋ยวกูใส่เสื้อกล้ามให้” มันค่อยๆ ใส่เสื้อให้กับผม เจ็บนิดๆ เวลาที่มันสอดแขนเสื้อทางด้านแขนข้างที่เจ็บ แต่มันเองก็ระมัดระวังและเบามือน่าดู

 

“เห็นมาเท่าไหร่อันนี้กูไม่เคยนับว่ะ หรือว่ามึงเคยนับวะ...กูเจ็บนะเว้ยไอ้ชาย ทำไมชอบรุนแรงกับคนเจ็บวะเนี่ย” ผมทิ้งตัวนอนเพราะฤทธิ์ของยาที่เริ่มเล่นงานอย่างเต็มที่ ยาตัวนี้กินแล้วง่วงนอนแบบสุดฤทธิ์จริงๆ

 

“ง่วงแล้วหรอวะ...” ไอ้ชายมันห่มผ้าให้กับผม ตัวมันเดินไปหยิบหนังสือติดมือมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนข้างๆ ผม ผมเอื้อมมือไปคว้าหนังสือจากมือของมันมาวางใต้หมอนทันที

 

“ยังจะอ่านหนังสืออีกหรอวะ กูอยากนอนกอดมึงนะไอ้ชาย นอนเถอะ” ผมดึงให้มันนอนลง มันมองหน้าผมอย่างขำๆ กับนิสัยเอาแต่ใจของผม แต่มันก็ยอมตามใจหยุดอ่านหนังสือแล้วทิ้งตัวลงนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผม

 

“ทำไมกูต้องตามใจมึงด้วยวะ แต่ก็เอาเหอะจริงๆ กูก็ง่วงนอนแล้วเหมือนกัน ปิดไฟนอนเลยแล้วกัน” มันเอื้อมมือไปปิดไฟ ห้องทั้งห้องมืดมิดสนิท มีเพียงแค่แสงที่ลอดผ่านมาจากทางผ้าม่านที่ปลิวไสว ทำให้เห็นหน้าของกันและกันแบบเลือนราง

 

“กูรักมึงว่ะชาย ไม่รู้ดิกูแค่รู้สึกอยากจะพูดให้มึงฟัง...” ผมบอกรักเพราะผมรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่มันทำเพื่อผมมาตลอด ทั้งหมดที่มันทำให้ผมยิ่งใหญ่และผมไม่รู้ว่าจะตอบแทนมันยังไงถึงจะเพียงพอกับสิ่งที่ผมได้รับมา

 

“อะไรของมึงวะไอ้ปอ อยู่ดีๆ ก็มาบอกรักแบบนี้” มันยกมือขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมของผมไปมา มือของมันตบลงบนแก้มของผมเบาๆ รอยยิ้มของมันดูสดใสทั้งๆ ที่ห้องนี้ไร้แสงไฟจากหลอดนีออน

 

“ก็แค่อยากจะบอกให้มึงรู้ว่ากูรักและรู้สึกขอบคุณมึงมากจริงๆ ที่ทำทุกอย่างเพื่อกู ตลอดเวลาที่กูรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คนที่ช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้แบบกูน่ะ กลับมีมึงคอยดูแลและช่วยเหลือทุกอย่าง

 

“มึงทำทุกอย่างให้แบบไม่คิดรังเกียจเลยสักนิด กูคิดมาเสมอว่าในโลกนี้คงมีแค่สองคนที่จะทำทุกอย่างให้กูได้อย่างไม่รังเกียจ...คือแม่กับไอ้ต่อ แต่ตอนนี้กูรู้แล้วว่ากูคิดผิด จริงๆ คงมีสามคนที่สามารถทำทุกอย่างให้กูได้อีกคนก็คือมึง” ผมมองดูรอยยิ้มของมัน รอยยิ้มที่ผมชอบมากที่สุด ผมยกมือขึ้นวางลงบนหัวของมัน ลูบเบาๆ เหมือนอย่างที่ชอบทำยามที่กล่อมให้มันนอนหลับในยามราตรี

 

“กูเชื่อนะ ถ้าคนที่นอนช่วยตัวเองไม่ได้เป็นกู มึงเองก็จะทำเหมือนที่กูทำ ก็เพราะว่ารักไงปอ เพราะว่ารักมึงกูจึงสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อมึง เพื่อคนที่กูรัก” ความรู้สึกของมันนั้นผมสามารถรับรู้ได้ทั้งดวงใจของผม ผมเชื่อในสิ่งที่มันพูด แววตาของมันเปิดเผยความรู้สึกเหล่านั้นออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง

 

“กูเชื่อ...ขอบใจมึงมากจริงๆ อยู่ดูแลกูไปเรื่อยๆ นะ กูเองก็จะอยู่ดูแลมึงไปเรื่อยๆ เหมือนกัน” ผมจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของมัน มือเลื่อนลงมาสอดประสานและกุมมือมันเอาไว้แนบแน่น อยากจะนอนกอดมันแต่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่

 

“อย่างที่กูเคยบอกเอาไว้...แก่ไปด้วยกันนะชาย” เราทั้งคู่ต่างมองสบตากัน รอยยิ้มที่ส่งให้กันนั้นแทนคำสัญญาที่เราต่างมีให้กันและกัน และผมเองก็เชื่อว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

 

....................

 

 

 

 

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราทุกคนมารวมตัวกันที่สถานที่แห่งนี้ หน้าหลุมศพของฝ้ายผู้หญิงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมได้เคยรู้จัก แม่ของลูกสาวและลูกชายของผม พวกเราจะมาเคารพหลุมศพของฝ้ายในทุกๆ เดือน

 

ผมยืนมองดูรอยยิ้มบนแผ่นหินที่งดงามเสมอของฝ้าย มองดูด้วยความรู้สึกมากมายที่ก่อเกิดในหัวใจของผม จุดจบของฝ้ายไม่น่าลงเอยด้วยการลาจากไปไกลแสนไกลแบบนี้เลยจริงๆ

 

ผมมองดูลูกน้อยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใคร เพราะฝ้ายลาจากโลกนี้ไปตั้งแต่พวกเค้ายังไม่รู้ประสีประสา เด็กๆ คงยังไม่รับรู้ได้ถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะร้องหาฝ้ายเป็นระยะๆ ก็ตามที แต่พอมีเรื่องที่น่าสนใจทั้งคู่ก็จะลืมเลือนมันไป

 

 

“ปลายฝน ต้นหนาว มาหาย่ามาลูก” แม่เอ่ยเรียกปลายฝนกับต้นหนาวที่วิ่งเล่นกันอยู่ใต้ร่มเงาไม้มีไอ้ต่อกับไอ้พายคอยดูแล มันพาหลานมาหาแม่ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่หน้าหลุมศพของฝ้าย

 

“แม่ฝ้ายชอบดอกไม้สีขาวมากที่สุดเลยนะ ปลายฝนกับต้นหนาวเอาดอกไม้ที่แม่ฝ้ายชอบมาวางเอาไว้ตรงนี้สิลูก” ดอกลิลลี่สีขาวถูกยื่นไปตรงหน้าปลายฝนกับต้นหนาว ทั้งคู่มองดูดอกไม้ด้วยรอยยิ้มพลางรับมาถือเอาไว้ มือเล็กๆ ยกดอกไม้ขึ้นดูอย่างพินิจ

 

“สวยจัง หนูชอบดอกไม้” ปลายฝนยิ้มกว้างพลางดอมดมกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อยู่ในมือ เด็กๆ คงไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เค้ากำลังยืนอยู่หน้าหลุมศพของแม่เค้า

 

“ย่าฮับ แม่ฝ้ายอยู่ไหน หนูคิดถึง” คำถามนี้เสียดแทงหัวใจของพวกเราทุกคนทุกครั้งที่หลุดออกจากปากลูกน้อยทั้งสอง ผมมองดูแม่ รอยยิ้มจางๆ อย่างใจดีและแสนจะสงบนิ่งของแม่ทำให้ผมใจเย็นและสงบลงมาก

 

“ต้นหนาวกับปลายฝนเห็นท้องฟ้านั่นมั้ยลูก แม่ฝ้ายของปลายฝนกับต้นหนาวเฝ้ามองหนูอยู่บนนั้น แม่ฝ้ายอยู่กับพวกเราเสมอไม่ได้จากไปไหน” ปลายฝนกับต้นหนาวแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าพลางทำหน้าสงสัยอยู่สักพัก แต่ทั้งคู่ก็ยิ้มออกมาในที่สุด

 

“แม่ฝ้ายเป็นนางฟ้า นางฟ้าใจดีมีปีกสีขาว...”

 

“ใช่แล้ว แม่ฝ้ายต้องเป็นนางฟ้าแน่ๆ” ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันและพูดกันสองคน ให้ลูกเข้าใจแบบนี้คงจะดีแล้ว รอให้ลูกเติบโตมากกว่านี้เสียก่อน ให้ลูกเรียนรู้การใช้ชีวิตและเข้าใจอะไรมากขึ้น ค่อยบอกความจริงกับลูกก็คงไม่สาย

 

“ใช่แล้วครับปลายฝนต้นหนาว แม่ฝ้ายของหนูเป็นนางฟ้าที่แสนใจดีและเฝ้ามองอยู่ที่บนท้องฟ้า เพราะฉะนั้นต้องเป็นเด็กดีนะครับ อย่าให้แม่ฝ้ายผิดหวังนะรู้มั้ย” ผมลูบหัวปลายฝนกับต้นหนาวที่ยังคงแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างสนอกสนใจ

 

“ป๊าจ๋า หนูรักป๊าจัง รักทุกคนเลย” ปลายฝนกอดขาผมเงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มให้ ผมลูบหัวเจ้าตัวยุ่งเบาๆ เห็นรอยยิ้มที่แสนสดใสแล้วหายเหนื่อยกับหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างได้ในทันทีทันใด

 

“ป๊าก็รักหนูค่ะคนเก่ง เอาดอกไม้ไปวางดีกว่าเนอะ แม่ฝ้ายต้องเฝ้ามองดูหนูอยู่แน่ๆ” ผมจูงปลายฝนให้เดินไปที่หน้าหลุมศพ ผมวางช่อดอกลิลลี่สีขาวลงพลางนึกขอบคุณฝ้ายอยู่ในใจ

 

ขอบคุณนะฝ้ายสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝ้ายทำเพื่อปอมาตลอด ปอขอบคุณฝ้ายมากจริงๆ ปอสัญญานะว่าจะรักและดูแลลูกของเราให้ดีที่สุดเท่าที่ปอจะทำได้ ฝ้ายหลับให้สบายนะครับ ไม่ต้องห่วงทางนี้ เพราะทุกคนที่อยู่ตรงนี้รักและพร้อมที่จะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด

 

“ต้นหนาวมานี่ครับลูก” ผมเรียกต้นหนาวที่เอาแต่เล่นกับไอ้พายแต่มือน้อยๆ ยังกำดอกไม้เอาไว้แน่น ต้นหนาววิ่งเข้ามาหาผมพลางชูดอกไม้ในมือขึ้นมาให้ผม  ผมส่งยิ้มให้ลูกน้อยพลางบอกให้ต้นหนาววางดอกไม้ลงบนช่อดอกไม้ที่ผมวางไปก่อนหน้า

 

“แม่ฝ้ายฮับ หลับฝันดีน้า หนูจะเป็นเด็กดี จะดูแลน้องเองฮับ” ผมมองดูลูกด้วยความแปลกใจ ต้นหนาวพูดเหมือนจะรู้เรื่องแต่ผมคิดว่าเด็กคงพูดไปตามประสาเสียมากกว่า

 

“สัญญาแล้วนะครับลูก เป็นลูกผู้ชายต้องทำตามที่สัญญาเอาไว้นะครับ” ต้นหนาวชูนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของผม มือเล็กๆ เขย่าน้อยๆ อย่างให้คำมั่นสัญญา ต้นหนาววิ่งออกไปหาปลายฝนที่อยู่ในความดูแลของพี่ใจดี

 

ไอ้ต่อไอ้ต็อปและไอ้พายเดินเข้ามาเคารพหลุมศพฝ้ายพลางวางดอกไม้ลงและยืนสงบนิ่งอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะพากันเดินถอยออกมา ไอ้ชายมันเดินเข้าไปยืนนิ่งแทนที มันก้มหน้าเล็กน้อยพลางหลับตานิ่ง เหมือนมันกำลังบอกบางสิ่งบางอย่างกับฝ้าย มันยิ้มจางๆ พลางนั่งลงวางช่อดอกไม้รวมกับของพวกผม มือของมันยกขึ้นสัมผัสที่แผ่นหินที่มีรูปของฝ้ายอยู่ มันลุกขึ้นและเดินกลับมายืนข้างๆ ผม

 

“กูได้บอกสิ่งที่กูอยากบอกมาตลอดกับฝ้ายไปแล้วนะ” มันยิ้มให้ผม และสายตาของมันก็มองไปที่หลุมศพของฝ้ายอีกครั้ง พวกเรายืนสงบนิ่งท่ามกลางสายลมที่พัดโชยมาวูบหนึ่ง สายลมที่หอบเอากลีบดอกไม้สีขาวปลิวไสวลอยพัดโชยมา เป็นภาพที่สวยงามมากจริงๆ

 

ราวกับว่าฝ้ายรับรู้ความรู้สึกของพวกเราทุกคนเรียบร้อยแล้ว

 

..........

 

 

 

 

วันนี้พวกเรามารวมตัวกันที่บ้านเสบียงเพื่อทานอาหารด้วยกัน ไอ้โก้ไม่ได้ไปเคารพหลุมศพฝ้ายเพราะมันติดประชุม มันตามมาที่บ้านเสบียงทีหลัง พี่ใจดีทำหน้าที่คอยตามจับลิงทั้งสองที่วิ่งวุ่นกันไปทั่วห้องกระจกวีไอพีที่พวกเรายึดเป็นพื้นที่ทานอาหารเย็นด้วยกัน

 

“ไม่ได้มาทานมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันนานมากแล้วนะจ๊ะ ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับลูกๆ หลานๆ แบบนี้แม่มีความสุขจัง” แม่นั่งเป็นประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ สีหน้าดูอิ่มเอมและมีความสุขตามที่แม่บอกมาจริงๆ

 

“นั่นสิครับแม่ ไม่ได้ทานอาหารด้วยกันแบบนี้นานมากแล้วเนอะ สมัยก่อนที่พี่ปอกับพี่ชายกลับจากมหาลัยมานอนค้างที่บ้านถึงจะได้มานั่งกินด้วยกันแบบนี้” ไอ้ต่อมันตักอาหารใส่จานให้ไอ้พายอย่างเอาใจ ส่วนไอ้พายก็ตักคืนใส่จานไอ้ต่อ ตักกันไปตักกันมาผมว่าจานมันสองคนคงเต็มไปด้วยอาหารนับสิบชนิด

 

“ย้อนไกลเกินไปมั้ยวะไอ้ต่อ ผ่านมาตั้งเป็นสิบปีแบบนั้นยังจะย้อนไปอีกเนอะมึง” ไอ้ชายที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือตักอาหารให้ผม เพราะแขนซ้ายของผมยังไม่ได้ถอดเฝือก มันคงกลัวว่าผมจะตักอาหารทางด้านซ้ายไม่ถนัด

 

“มึงกินเถอะชาย ขืนชักช้าไม่ทันกินแน่ ดูไอ้ต่อกับไอ้พายดิแม่งตักกันมือพัลวัน” ผมเอาช้อนตีมือไอ้ต่อที่ยื่นมาจะหยิบทอดมันกุ้งชิ้นสุดท้าย ทั้งๆ ที่ในจานมันยังมีอยู่อีกสองชิ้นแบบนั้น

 

“หูย ขี้หวงว่ะพี่ปอ สั่งเพิ่มใหม่ก็ได้ไม่ใช่รึไง เนอะแม่เนอะ” มันหันไปอ้อนแม่ที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหัวโต๊ะตามนิสัยของมัน แต่ก็คงแพ้ไอ้ต็อปที่อ้อนทีไรได้ผลทุกที ผ่านมากี่ปีก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

 

“นั่นสิปออย่าไปหวงน้องเลย ให้กินเยอะๆ จะได้มีแรงทำงานไง ต็อปกับโก้อยากทานอะไรก็สั่งเพิ่มได้เลยนะลูกไม่ต้องเกรงใจ” ไอ้ต็อปมันฉีกยิ้มกว้างพลางสั่งอาหารเพิ่มทันที ส่วนไอ้โก้ทำเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น

 

“อย่าให้ต่อกินมากเลยครับแม่ ดูแก้มสิครับเนี่ยออกจนหน้าบวมแล้ว ท่าทางน้ำหนักจะขึ้นด้วย...” ไอ้พายมันหยิกแก้มไอ้ต่อท่าทางจะแรงน่าดู ไอ้ต่อมันโวยวายทันที

 

“ไม่ขึ้นเว้ย กูเพิ่งชั่งน้ำหนักเมื่อวานนี้ยังเท่าเดิม แล้วไอ้ที่หน้าบวมเนี่ยแพ้ยาหรอก ชอบบ่นว่ากูอ้วนขึ้นตลอดๆ เลยนะ...”

 

“ต่อ...พูดจากับพี่เค้าให้มันเพราะๆ หน่อยสิลูก พายอายุมากกว่าต่อนะครับ...”

 

“ครับๆ พี่พาย พี่พาย พี่พาย พี่พาย เหอะๆ” ไอ้ต่อมันถูกแม่ดุเรื่องนี้แทบจะทุกครั้ง แต่มันเคยฟังทีไหน มันก็เป็นแบบเดิมๆ พูดแบบเดิมๆ มึงๆ กูๆ กับไอ้พายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ ผมชินแล้ว ว่าแต่แม่ทานเยอะๆ นะครับจะได้ทานยา...” ไอ้พายนี่ประจบเอาใจแม่ผมน่าดู ไอ้ต่อมันมองค้อนขวับๆ อย่างหมั่นไส้

 

“ดูสิพายยังเป็นห่วงแม่ ไม่เหมือนลูกแม่เลยนะที่เอาแต่กินจนแก้มตุ่ย ไม่ยักจะเคยเตือนให้แม่กินยาเลยสักครั้ง...” ไอ้ต่อมันสำลักจนไอ้พายต้องทุบหลังและส่งน้ำให้ มันมองแม่กับไอ้พายอย่างงอนๆ ไม่ได้ต่อความอะไรกับใครเค้าหรอก มันก้มหน้าก้มตากินของมันต่อนั่นแหล่ะ

 

“แม่ก็ไปแกล้งไอ้ต่อมัน เดี๋ยวมันก็งอนไม่ยอมพูดไม่ยอมพูดจากับใครอีก ไอ้พายมึงก็ด้วยแกล้งน้องกูอยู่ได้ เดี๋ยวยึดคืนซะเลยนี่” นานๆ ผมถึงจะเข้าข้างไอ้ต่อมันสักที มันหันมายิ้มให้ผมอย่างอ้อนมืออ้อนตีน ผมยักคิ้วให้ไอ้ต่อ มันเซ่นผมด้วยกุ้งแม่น้ำตัวโตน่ากิน

 

“แกล้งเพราะรักนะพี่ปอ ไม่รักไม่แกล้งหรอกครับพี่ รักนะครับ” มันจะมาบอกรักอะไรกันกลางโต๊ะอาหารแบบนี้วะ ไอ้หมาต่อแม่งหน้าแดงแจ๋ไปแล้ว มันโกยของกินเข้าปากหนักกว่าตอนแรกด้วยซ้ำ

 

“บนโต๊ะนี้ก็ไม่มีอะไรที่มันหวานๆ เลี่ยนๆ เลยนะพี่โก้ แต่ทำไมต็อปเลี่ยนจัง” ไอ้ต็อปมันแอบแขวะคู่ไอ้ต่อกับไอ้พาย แต่ก่อนไอ้ต่อเคยบอกว่าไอ้ต็อปกลัวไอ้พายจะตายไป แต่เดี๋ยวนี้ไอ้พายมันถอดเขี้ยวเล็บแล้ว ไอ้ต็อปมันเลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่

 

“ตอนแรกก็ว่าจะสั่งของหวาน แต่ตอนนี้คงไม่แล้วดีกว่า...เดี๋ยวจะเป็นเบาหวานตายซะก่อน” ไอ้โก้เองก็ปากร้ายไม่ได้ต่างจากไอ้ต็อปเลย ผมนั่งฟังนั่งมองพวกมันเถียงกันไปมาอย่างเพลินๆ

 

“นี่ถามจริงเหอะไม่เบื่อกันบ้างรึไงวะ ผ่านมากี่ปีๆ ก็เอาแต่รุมกูกันตลอดๆ เราลองเปลี่ยนมารุมไอ้พี่พายกันบ้างมั้ยไอ้ต็อป หรือว่าเปลี่ยนไปรุมสกัมพี่โก้แทนก็ได้...”

 

“ไม่มีใครน่าแกล้งเท่ามึงอีกแล้วต่อ ใช่มั้ยครับแม่” ไอ้ต็อปมันพยายามดึงแม่มาเป็นพวก แม่หัวเราะน้อยๆ พลางพยักหน้ารับ ทำเอาไอ้ต่อทำหน้างอใส่ทุกคนทันที

 

“โอเค...เอาเลยครับ เชิญแกล้งกันตามสบายเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ ไอ้ต่อมันก็ซวยมาตั้งแต่เกิดแล้วนี่ ก็ให้มันซวยไปจนวันตายนั่นแหล่ะ ปื๊ดเว้ยเอาสละลอยแก้วมากระแทกปากหน่อย” มันร่ายยาวแบบไม่เว้นให้ใครได้พูด เสร็จก็สั่งของหวานมาตบปากปิดท้ายทันที ส่วนไอ้พาก็เอาแต่เท้าคางมองเมียมันด้วยรอยยิ้ม

 

รักกันไปนานๆ นะพวกมึง

 

“มัวแต่มองน้องมันอยู่ได้ กินข้าวดิวะปอ อยากกินกุ้งมั้ยเดี๋ยวกูแกะให้” ไอ้ชายมันสะกิดผมให้หันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า หลังจากที่เฝ้ามองดูไอ้ต่อมันมาสักพัก แต่ก็น่าจะพอได้แล้วเพราะว่าเรื่องการดูแลไอ้ต่อคงวางใจยกให้ไอ้พายมันดูแลได้อย่างไม่ต้องกังวลใจอะไร

 

“ไม่ดีกว่า กูยังไม่อยากกินของทะเล รอให้หายดีก่อนแล้วค่อยว่ากัน มึงอยากกินอะไรก็กินเลยชายไม่ต้องห่วงกู กูดูแลตัวเองได้” ผมตักอาหารที่อยู่ทางขวามือของผมใส่จานให้ไอ้ชาย อาหารมื้อนี้เป็นอีกมื้อที่ทำให้ผมรู้สึกอิ่มใจมากกว่าอิ่มท้อง อาจจะเพราะว่าเราได้มาอยู่ด้วยกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

 

ถึงมันจะดูวุ่นวายอยู่มากกับเสียงทะเลาะกันของไอ้ต่อกับไอ้พาย เสียงเอาแต่ใจออดอ้อนไอ้โก้ของไอ้ต็อป เสียงของไอ้ต่อที่ทะเลาะกับไอ้ต็อปไม่หยุด ไหนจะพวกไอ้พายไอ้โก้ไอ้ต็อปรุมไอ้ต่ออีก น่าปวดหัวใช่มั้ยล่ะ

 

แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ได้อยู่กับคนที่เรารักเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างก็ต้องการอยู่แล้วหล่ะ

 

“มีความสุขจริงๆ เลยน้า” แม่พูดขึ้นมาเบาๆ แต่ผมก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ถึงจะดูวุ่นวายแต่ก็มีความสุขมากจริงๆ รู้สึกโชคดีที่ได้กลับมามองเห็นภาพเหล่านี้อีกครั้ง

 

“นั่นสินะ...มีความสุขจริงๆ” เหมือนไอ้ชายมันจะพูดกับตัวเอง ผมยิ้มน้อยๆ พลางมองภาพความวุ่นวายของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตรงหน้า กว่าจะพบเจอความสุขได้ต้องผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์ เศร้า และเสียใจมามากมายเท่าไหร่ ผมไม่เคยลืมเลือนไปจากใจ

 

 “แม่ว่าแม่ปล่อยให้เด็กๆ อยู่กันตามลำพังดีกว่า มีคนแก่มานั่งอยู่ด้วยอาจจะคุยไม่สะดวกเนอะ...”

 

“แก่ที่ไหนกันล่ะครับแม่ แม่ยังสาวยังสวยเหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วเลยนะ...” ไอ้พายมันเอาใจแม่ผมน่าดู แต่ผมว่าที่แม่จะออกไปข้างนอกคงไม่พ้นเรื่องที่แม่ชอบทำเป็นประจำหรอก

 

“ปากหวานจริงๆ เลยนะคนนี้ แต่ชมแม่ยังไงแม่ก็คงต้องออกไปข้างนอกอยู่ดีแหล่ะจ้า พอดีนัดกับแม่หมอเอาไว้ว่าจะให้หาฤกษ์ทำบุญร้านสักหน่อย ว่าแล้วก็ได้เวลาแล้วนะ เด็กๆ น่ะคุยกันไปเถอะจ้า อยากทานอะไรก็สั่งได้เลยนะลูก...” แล้วแม่ก็เดินออกจากห้องไป ผ่านมานานแค่ไหนแม่ผมก็บังคงเชื่อเรื่องดวงเรื่องฤกษ์ยามอะไรแบบนี้อยู่ดี

 

“แม่หมอคนนี้นี่มีคุณนายเค้าเป็นลูกค้าคนเดียวก็พอแล้วมั้ง จะผ่านมากี่ปีแม่ก็ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ” ไอ้ต่อมันนั่งตบท้องแล้วตอนนี้ ถ้ามันบอกว่ามันยังไม่อิ่มผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง คงได้แต่สงสารไอ้พายล่วงหน้า ที่อาจจะหมดตัวเพราะค่ากินของไอ้ต่อมันนี่แหล่ะ

 

“ไม่ใช่เพราะแม่หมอคนนี้รึไงที่ทำให้มึงระเห็จออกจากบ้านไปได้ผัวน่ะ...”

 

“ไอ้พี่ปอ!!” ไอ้หมาต่อมันเขินหน้าแดงขึ้นมาทันที ผมก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนี่หว่า ผมก็แค่เอาความจริงมาพูดก็เท่านั้นเอง หึๆ

 

“แกล้งน้องมันทำไมนักวะปอ กินๆ เข้าไปเดี๋ยวต้องกินยากลับไปจะได้นอนพัก” ไอ้ชายมันเข้มงวดกับผมมากจนบางทีผมก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะตกอยู่ใต้การบังคับบัญชาของมัน

 

“ครับๆ” ผมเลิกสนใจไอ้ต่อแล้วหันมาสนใจไอ้ชายแทน ตอนนี้ผมค้นพบเจอความสุขแล้ว และผมจะไม่มีทางปล่อยให้ความสุขนี้หลุดลอยไปจากผมอีกแล้ว

 

………

 

 

 

สายลมโชยเอื่อยพัดกลิ่นไอน้ำยามราตรีที่มีแสงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้ามาปะทะใบหน้าของผม ลมเย็นๆ ในค่ำคืนที่สว่างไสว แสงจากดวงดาวบนผืนฟ้าสะท้อนลงมายังผืนน้ำสวยจับตาชวนให้มิอาจจะละสายตาไปได้

 

หลังจากที่ไอ้พายกับไอ้ต่อมันแยกตัวกลับไปแล้ว ไอ้โก้กับไอ้ต็อปเองก็กลับไปแล้วเช่นกัน แม่และพี่ใจดีพาปลายฝนกับต้นหนาวกลับบ้านไปพักผ่อนหลังจากที่เด็กๆ วิ่งเล่นกันจนเหนื่อยล้าและผล็อยหลับไป

 

ผมกับไอ้ชายพากันเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารอยู่ที่ริมน้ำ เราเดินมาด้วยกันท่ามกลางความเงียบงันที่ทำให้ได้ยินเสียงของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน ไฟริมน้ำถูกเปิดเอาไว้สลัวๆ พอให้มองเห็นทางเดิน ไอ้ชายมันเดินเคียงผมไม่ห่างเพื่อคอยระวังไม่ให้ผมสะดุดกับสิ่งของที่เราอาจจะมองเลยผ่านไป

 

“มืดนะไอ้ปอ เดินดีๆ ระวังหน้าทิ่มตกน้ำไปเถอะมึง” อาการของผมน่ะดีมากแล้ว แต่มันก็ยังคงเป็นห่วงและระมัดระวังความปลอดภัยให้ผมเป็นอย่างดีมาตลอด

 

“กูไม่ตกหรอก เพราะกูมีมึงคอยดูแลอยู่อย่างนี้” ผมหยุดยืนนิ่งเพื่อสูดอากาศที่สดชื่นเข้าปอดให้เต็มที่ การได้อยู่กับไอ้ชายตามลำพังเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าเราจะต่างคนต่างเงียบไม่ได้พูดสิ่งใดต่อกัน แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของมันอย่างชัดเจน

 

“เหอะ เชื่อใจกูมากขนาดนั้นเลยรึไง...”

 

“ยิ่งกว่าเชื่อ กูเชื่อว่ามึงจะไม่มีทางปล่อยให้กูเป็นอะไรไป” ผมยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับสายลมแสงดาวและจันทรา ความรู้สึกเหล่านี้คงสื่อไปถึงมันโดยที่ผมไม่จำเป็นจะต้องเอื้อนเอ่ยออกไป

 

“ก็นะ...กูจะปล่อยให้คนที่กูรักและรักกูเป็นอะไรไปได้ไง” ไอ้ชายยกมือขึ้นวางบนหัวของผมและตบเบาๆ สองสามที มันเลื่อนมือลงมากอดไหล่ของผมเอาไว้ สายตามันมองไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า

 

“นั่นสินะ เป็นกูกูก็คงปล่อยให้คนที่รักเป็นอะไรไปไม่ได้เหมือนกัน” เราสองคนต่างทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า การที่ได้อยู่ด้วยกันไม่ว่ามันจะมีเรื่องราวดีๆ หรือเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นมาก็ตาม แต่มันก็ทำให้เราไม่เดียวดาย เพราะยามที่เรามองไปยังข้างกายจะมีใครอีกคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเราอยู่ใกล้ๆ

 

“ปอ...กูบอกในสิ่งที่กูอยากบอกกับฝ้ายไปแล้วนะ กูขอบคุณที่เค้าดูแลมึงเป็นอย่างดีมาตลอด ขอบคุณที่เค้ารักมึงและทำทุกอย่างเพื่อมึง ขอบคุณที่เค้าได้มอบของขวัญที่แสนล้ำค่าไว้ให้พวกเราทุกคน...” มือของมันทิ้งลงมายังข้างลำตัว ผมคว้ามือของมันมากุมเอาไว้อย่างสอดประสาน มองดูรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของมันยามที่มันกำลังพูดความรู้สึกออกมา

 

“กูสัญญากับฝ้ายแล้วว่ากูจะดูแลมึงให้ดีที่สุด รักมึงให้ไม่น้อยไปกว่าที่ฝ้ายรัก และกูจะช่วยมึงดูแลปลายฝนกับต้นหนาวให้เค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี...” ไอ้ชายเองก็กระชับมือที่กอบกุมกับผมแน่น มันหันมามองหน้าผมพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นของมันที่ส่งมาให้

 

“กูเชื่อว่าฝ้ายต้องรับรู้ได้ถึงความรู้สึกและความตั้งใจของมึง” แล้วความเงียบก็เข้ามาแทนที่บทสนทนาของเราทั้งคู่ เรายืนอยู่ด้วยกันอย่างเงียบๆ ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมามีเพียงแค่รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนใบหน้าของเรา

 

“บางทีกูอาจจะต้องกลับไปเคลียร์งานที่เชียงรายสักเดือนสองเดือน...”

 

“ไปเถอะ...กูอยู่ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงกูหรอกเพราะว่าอีกไม่กี่วันกูก็จะเอาเฝือกออกแล้ว น่าจะหยิบจับทำอะไรได้ถนัดมากขึ้น” ไม่ต้องรอให้มันถามอะไรทั้งนั้น ผมก็ตอบไปอย่างไม่ต้องคิด ที่ผ่านมาเราอยู่ห่างไกลกันมาตั้งหลายปี จะห่างกันเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเองสักเดือนสองเดือนจะเป็นอะไรไป

 

“เพราะว่ามึงดูโอเคแล้วกูถึงสบายใจและวางใจที่จะกลับไปทำงานต่อได้ รีบๆ เคลียร์มันให้จบๆ จะได้กลับมาอยู่ที่นี่ ไปนานๆ แบบนั้นคิดถึงปลายฝนกับต้นหนาวแย่...”

 

“คิดถึงพ่อของสองคนนั้นก็บอกมาเถอะน่า หึๆ” มันหัวเราะนิดๆ แต่ก็พยักหน้ารับอย่างไม่คิดจะเลียงประเด็นไปเรื่องอื่น ตอนนี้เราสองคนเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มุมมองความรักของเราก็เปลี่ยนแปลงไปมาก

 

ความรัก คนรัก อาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เพียงแค่หัวใจของเราผูกติดกันไว้ก็เพียงพอแล้ว

 

“คิดถึงดิวะ อยากจะกลับมาอยู่ที่กรุงเทพจะได้ลดระยะทางของความคิดถึงลงไปสักหน่อย กลัวว่าคนทางนี้จะละเลยไม่ยอมสนใจดูแลตัวเอง ถ้ารู้ว่าทำให้กูเป็นห่วงก็อย่าลืมดูแลตัวเองให้มันดีๆ ล่ะ” น่ารักเนอะไอ้ชายน่ะ ได้เป็นคนสำคัญที่ได้รับความสำคัญจากมันแบบนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมากจริงๆ

 

“ครับๆ ช่วงที่มึงไม่อยู่กูจะดูแลตัวเองแทนมึงเอง ส่วนมึงก็อย่าลืมดูแลตัวเองแทนกูด้วยล่ะ คนทางนี้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แตะปากลงบนริมฝีปากของมันเบาๆ สักพัก ทำตามที่หัวใจมันเรียกร้องสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

 

“เอะอะจูบ เอะอะจูบ เดี๋ยวกูทุบแม่งสักทีดีมั้ย” เล่นบทโหดใส่ผมแบบนี้เจ้าตัวมันคงเขินอยู่นั่นแหล่ะ ผมขยับตัวเข้าไปประชิดและดึงมันเข้ามากอดเอาไว้ อยากซึมซับความอบอุ่นและความอ่อนโยนของมันเอาไว้ให้มากที่สุด คงเพราะว่าผมมันเป็นคนเห็นแก่ตัวมั้ง เลยอยากได้รับความรู้สึกของมันมากขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้

 

“มึงทำกูไม่ลงหรอกไอ้ชาย จะใจร้ายกับกูได้ลงคอหรอวะ” ผมเกยคางลงบนไหล่ของมัน ทอดสายตาไปยังผิวน้ำที่ระยิบระยับอย่างสุขใจ ไอ้ชายยกมือขึ้นมากอดเอวผมและเกยคางบนไหล่ของผมเอาไว้เช่นกัน

 

“น้อยไปสิไอ้ปอ จำไม่ได้รึไงกูเคยถีบมึงตกเตียงตั้งหลายครั้ง กูยังเป็นกูคนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไป ถึงจะดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็เถอะ แต่ที่กูไม่ทำอะไรมึงเลยเพราะว่ามึงยังเจ็บอยู่ รอให้หายดีก่อนเหอะปอ...มึงเตรียมตัวเจอบทโหดได้เลย” เหอะๆ ผมว่าผมอย่ารีบหายเลย เพราะว่าผมอยากได้ไอ้ชายเวอร์ชั่นอ่อนโยนมานอนกอด ไม่ใช่ต้องนอนระแวงว่ามันจะถีบผมลงจากเตียงเมื่อไหร่ ยิ่งเวลาที่มันอ่านหนังสือแล้วผมไปกวนมันมากๆ มันเคยเอาสันหนังสือฟาดหน้าผมมาแล้วด้วยซ้ำ

 

 “ถ้าอย่างนั้นกูไม่หายได้มั้ยวะ กูล่ะอยากได้มึงเวอร์ชั่นใจดีอ่อนโยนแบบนี้ตลอดไป...” มันดันผมออกห่างและจ้องมองผมด้วยสายตาที่โคตรกดดัน ที่ผ่านมามันไม่แสดงท่าทีแบบนี้ใส่ผมเลยสักครั้ง คงเพราะว่าผมกำลังเจ็บและรักษาตัวอยู่ แต่ตอนนี้ผมค่อยยังชั่วและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว

 

“มึงไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาต่อรองอะไรกับกูว่ะปอ ถ้ากูกลับมาแล้วมึงยังไม่รีบๆ หาย รับรองเลยว่ามึงเจอดีแน่” มันดึงผมเข้ามากอดอีกครั้ง มือของมันสอดเข้าที่เส้นผมตรงท้ายทอยของผม ดวงตาของเราประสานกันท่ามกลางแสงสว่างจากดวงดาวและดวงจันทรา ผมมองเห็นรอยยิ้มของมัน รอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ แต่ชวนให้ละสายตาไปไหนไม่ได้

 

“แต่ถ้าวันที่กูกลับมาถึงแล้วมึงหายดี ไม่ว่ามึงจะอยากได้อะไร...กูจะให้มึงทุกอย่างเลยปอ รักมึงว่ะ” จมูกของมันเฉียดแก้มของผมแผ่ว คำว่ารักที่กระซิบบอกกับผมอย่างแผ่วเบานั้น กลับย้ำความรู้สึกทั้งหมดที่มันมีอย่างหนักแน่นและชัดเจน

 

รสจูบที่แสนหวานละมุนและแผ่วเบาของมันตราตรึงในใจของผมเสมอ อ้อมกอดที่แนบชิดทำให้ผมรับรู้ได้ถึงเสียงของหัวใจที่ดังอย่างชัดเจนของมัน ความรู้สึกของเราคงไม่ต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่เราส่งผ่านรอยจูบไปถึงหัวใจของกันและกัน

 

“เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมร่างกายมึงรอได้เลยไอ้ชาย รับรองว่ากูไม่ยอมให้มึงหนีไปได้แน่ๆ หึๆ กูรักมึงเหมือนกัน” หน้าแดงๆ ของไอ้ชายบอกให้ผมรู้ว่า สิ่งที่มันส่งผ่านมาถึงผมนั้น ผมเข้าใจได้อย่างถูกต้องสินะ

 

ไว้รอให้ถึงวันนั้น วันที่มึงกลับมา วันที่กูหายดี รับรองได้เลยว่าสิ่งที่กูต้องการ และสิ่งที่มึงอยากจะมอบให้ มันจะตราตรึงติดในใจมึงและกูไปนานแสนนานเลยทีเดียว

 

“แก่ไปด้วยกันนะปอ / แก่ไปด้วยกันนะชาย” เราสองคนมองหน้ากัน ยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน กับคืนวันที่เราสามารถอยู่เคียงข้างกันได้อย่างไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดอีกต่อไป

 

ณ ขณะนี้...ณ ขณะรัก

 

..........The End……….

 

#ปอชาย #ยุ่งนัก

ท้ายที่สุดการเดินทางของยุ่งนักก็ถึงจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง จากความรักของคู่น้องมาถึงความรักของคู่พี่ จากความเจ็บปวดและทรมานของวันวาน สู่ความสุขที่แท้จริงของปัจจุบัน นั่นคือความรู้สึก ณ ขณะรัก ^^

ต่อจากนี้คงไม่มีเรื่องราวของพายต่อ (เว้นแต่ที่จะไปโผล่แว้บๆ ในสินกำ) ปอชาย อีกแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่ติดตามกันมา ไม่ว่าเริ่มต้นจะมีคนอ่านเท่าไหร่ ตอนท้ายจะเหลือคนอ่านมากน้อยแค่ไหน ก็รู้สึกขอบคุณทุกคนเสมอ

ถ้าคนอ่านอ่านแล้วมีความสุขแม้เพียงแค่น้อยนิด คนแต่งก็มีความสุขมากพอที่จะแต่งเรื่องราวเรื่องอื่นๆ ต่อไป

ขอบคุณมากค่ะ ^^

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15898 jong2509 (@jong2509) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 22:29
    ขอบคุณมากค่ะ
    #15898
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #15158 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 01:54
    ในที่สุดก็แฮปปี้แอนดิ้งงง ><
    #15158
    0
  4. #14629 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 05:27
    แฮปปี้เอ็นดิ้ง ^^
    เรื่องนี้ตอนแรกๆเศร้าจริงๆ
    #14629
    0
  5. #14580 วีว่า (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 12:44
    มีครบทุกรสอะเรื่องนี้ ขอบคุณค่ะไรต์
    #14580
    0
  6. #14534 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 14:36
    อ่าาาาาา จบแล้วววว เรื่องนี้มีครบทุกรส ครบทุกอารมณ์จริงๆ แถมยังได้เห็นมุมมองชีวิตในอีกมุมที่ไม่ค่อยได้เห็นในฟิคสักเท่าไหร่ แม้ตอนเริ่มอาจจะเศร้า แต่ถ้าลองวางทิฐิ ตอนจบมันก็อาจจะกลายเป็นเรื่องดีๆก็ได้เนอะ :-)
    #14534
    0
  7. #14069 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 02:36
    สุขเศร้าาา
    #14069
    0
  8. #13939 Ayumu W. (@nishigi) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 00:13
    ขอบคุณสำหรับความประทับใจนี้ค่ะ :)
    #13939
    0
  9. #13584 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 23:32
    อ่านตอนจบของทั้งสองคู่แล้วแบบรู้สึกอบอุ่นที่หัวใจยังไงไม่รู้ ณ ขณะนี้ ณ ขณะรัก แล้วก็อยากบอกว่ารักคู่นี้โคตรๆอ่ะ ขอบคุณพี่เกรทนะคะสนุกมากเลย ฮ่าๆถึงกับเสียน้ำตาไปเป็นถังเลยทีเดียว รักสุดสุด ><
    #13584
    0
  10. #13516 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 21:55
    เรื่องนี้ให้คติเตือนใจหลายอย่าง แสดงให้เห็นมุมมองที่แตกต่างกัน เห็นความรักแบบพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก ขอบคุณไรท์ที่เขียนเรื่องราวดีๆแบบนี้ขึ้นมา เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไป จะติดตามผลงานของไรท์ต่อไป สู้ๆครับ^^
    #13516
    0
  11. #12978 kiwi_moo (@kiwikiwikiwi) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 16:22
    ขอบคุณน้าาา ที่แต่งเรื่องดีๆอย่างพายต่อ ปอชาย โก้ต๊อป ขึ้นมา รู้สึกผูกพันมากๆเลย ใจหายเบาๆที่จะไม่ได้อ่านอีก แต่แฮปปี้เอนดิ้งกันทุกคู่ก็ดีแล้ว^^ รออ่านแก๊งสินกำต่อไป ฮิฮิ เกรียนได้โล่ ^0^
    #12978
    0
  12. #12959 mintnyreal (@mintnyreal-sj) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 04:49
    หาฟิคอ่านแล้วมาเจอฟิคเรื่องนี้เข้า คือเข้ามาเจอก็เเต่งจบเเล้ว เลยลองเข้ามาอ่าน ตอนที่อ่านเเรกก็เรื่อยๆ เเต่พออ่านมาได้เยอะพอสมควร เข้าสู่ ฟิลล คำว่า ฟิน เกรียน น่ารัก ชอบเรื่องนี้ เป็นฟิคที่เเบบรักของคนสองคน ซึ่งเป็นรักที่เรียกว่า รัก จริง ๆ เอ่องง ไหม นี่ก็งงกับตัวเองเหมือนกัน ชอบคู่ พายต่อ โก้ต๊อป ปอชาย จริงๆ เเอบจิ้น พายโก้ เหมือนกันนะ หุหุ  คู่ปอชายเป็นอะไรที่ดราม่ามาก ร้องไห้โฮก จนปวดตาเลยทีเดียว เปล่าเว่อร์น๊าา ตอนเเรกคิดว่าจะไม่สมหวังซะอีก เรื่องนี้นี่เเต่ละคนนี่เป็นคนดีเสียจริง อิมเมจนี่ก็ชวนฟินมากนะ the j กับ มินจุน นี่ก็ฟินดี 
    #12959
    0
  13. #12956 Vvaz.Ksj (@wand_wasana) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 12:49
    ชายเป็นคนดีจนกระทั้งวินาทีสุดท้าย ฮ่าๆๆๆ รักนายยิ่งใหญ่จริงๆๆๆ
    #12956
    0
  14. #12936 ModThaNoy (@mindmy-jane) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:49
    จบแล้ว...จบแบบ happy ending  ^^
    น้ำตาจิไหล T-T จบแล้วง่ะ
    สนุกดีค่ะ อยากให้แต่งเรื่อยๆ
    #12936
    0
  15. #12935 -dark angel- (@areeyafah) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:25
    ไม่ได้เข้ามาอ่านตั้งนาน

    บอกเลยว่าโคตรจุใจ

    อ่านไปยิ้มไป ซึ้งมากๆอ่ะ



    #12935
    0
  16. #12930 bigynew (@bigynew) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:49
    อ่านแล้วมีความสุขมากเลยครับ แฮปปี้สุด ๆ อ่ะ
    #12930
    0
  17. #12928 tudtu8 (@tudtujung) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:56
    แฮปปี้ก็มีความสุขแล้ว
    #12928
    0
  18. #12924 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:41

    มีความสุขแบบเศร้าๆอ่ะค่ะ

    ยังไม่อยากให้จบเลย

    พี่ปอกับพี่ชายน่ารักมากๆเลย

    ดีใจกับพี่ๆสุดๆ

    กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านอะไรตั้งมากมาย

    #12924
    0
  19. #12920 PPRANGTC (@minana) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:43
    เดี๋ยวคือกรี๊ดดด
    เดี๋ยวกรี๊ดแปป
    โฮกกกกกกกชั้นต้องซ์้อรวมเล่มปอชายให้ได้โว้ยยยยยยย
    #12920
    0
  20. #12918 ... (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:53
    มีความสุขจัง

    แต่ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ สนุกมากๆ

    แต่งสินกำต่อเร็วๆนะคะ รอคอยอยู่เสมอค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ สู้ๆค่ะ
    #12918
    0
  21. #12916 น้ำหนาว (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:16
    ตอนจบที่มันหวานจริงๆด้วย หลังจากน้ำตาไหลพรากๆมาหลายตอน ยินดีกับพี่ปอพี่ชายด้วยจริงๆ ไม่ใช่ทุกคู่จะได้ครองรักกัน

    ตลอดไป ขอบคุณนักเขียนที่แต่งนิยายซึ้งๆให้อ่าน นอกจากสนุกแล้วยังได้ข้อคิดดีๆมากมาย รู้สึกว่าทุกวินาทีมีค่าและเราโชคดี

    แค่ไหนที่ยังมีคนที่เรารักอยู่เคียงข้าง
    #12916
    0
  22. #12914 pervoice (@natcha89) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:14
    ขอบคุณนะคะไรท์เตอร์ สนุกมากๆ

    จบแลัว แอบใจหาย ตามอ่านยาวมาเลย
    ว่างๆเอามาอ่านตลอด จบแล้ว ก็โหว่งๆนะ
    ปอชาย เป็นอะไรที่อบอุ่นมาก ดีใจที่สุดท้าย ทุกคนมีควมสุข
    คิดถึงพี่พายน้องต่อ พี่โก้น้องต้อปแย่เลย
    ต้องสั่งหนังสือมาเก็บไว้ซะแล้ว *เก็บตังด่วน*
    #12914
    0
  23. #12913 Little Stream (@haruka15) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:06
    TTOTT 
    จบแล้วง่าาาา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราอ่านแล้วได้ข้อคิดเยอะเลยย
    ได้ครบทุกอารมณ์ เป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะไม่ลืมเลยย
    ขอบคุณนะที่เขียนมาให้พวกเราอ่าน จุ๊บๆๆๆ ^^
    #12913
    0
  24. #12911 thepapy (@finver) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 09:07
    ฮืออออออ คิดถึงพายต่อ จบแล้วสินะ #ปาดน้ำตา
    #12911
    0
  25. #12909 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:05
    งือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ



    จบแล้วซินะ 



    ไม่อยากให้จบอ่าาาาาาาาาาา



    TT^TT TT^TT TT^TT 
    #12909
    0