[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 9 : ◆ Lonely Flower - chapter [8]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 เม.ย. 56











.. Chapter 8 ..
 



           แพคฮยอนเคยบอกตัวเองว่า อยากเข้มแข็งให้ได้อย่างดอกไฮเดรนเยีย แต่ดูตอนนี้สิ ..

 

ภายใต้ใบหน้าที่ซ่อนความรู้สึกเอาไว้ ชานยอลกำลังทรมานที่ทำอย่างใจคิดไม่ได้ แก้มขาวๆดวงตาช้ำๆ น้ำตาพวกนั้นอีก แล้วดูสิ .. แค่มองกันแบบนี้เขาก็แทบทนดูไม่ได้แล้ว ร่างสูงก้าวไปข้างหน้าหวังอยากจะสัมผัสสักนิดให้หายคิดถึง อย่างน้อยก็ยังได้รู้ว่าความรู้สึกที่ใกล้กันมันเป็นอย่างไร ชานยอลเดินไปได้แค่ก้าวเดียวสองขาก็ต้องชะงักหยุดลง เมื่อเขารู้สึกได้ถึงบางอย่าง

 

             ชานยอลสบตากับไคอย่างรู้กัน ขณะที่คนตรงกลางนั้นไม่มีอะไรในหัวเลยนอกจากตรงหน้าของเขา

 

             “ขอโทษนะที่ผมมารบกวนคุณ อยากจะมาแสดงความยินดีแต่ก็ทำไม่ลง ไม่นึกว่ามันจะเกิดอะไรที่ผมไม่เข้าใจขึ้น แต่ยังไงก็ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี” แพคฮยอนเอื้อนเอ่ยแต่ละคำแต่ละพยางค์ออกไปให้ดีที่สุด เขาพยายามตั้งสติทั้งที่พูดไปพร้อมกับน้ำตา

 

             “ที่มาวันนี้ เพราะอยากถามอะไรคุณซักคำ”
 

             “ว่ามาสิ” ท่าทางเฉยเมยของชานยอลนั้นทำให้แพคฮยอนแทบไม่อยากจะได้คำตอบเลย เขารู้ตัวดีแล้วล่ะกับอะไรทั้งหมด แต่ไหนๆก็มาแล้วนี่ หากไม่ได้ยินกับหูตัวเองคงกลับบ้านไปแล้วนอนไม่หลับแน่ๆ

 

             “คุณน่ะ .. ไม่รักผมแล้วใช่มั้ย หรือที่ผ่านมาคุณแค่ล้อเล่น”

 

             “............”

 

             “ที่ผ่านมาผมอาจจะโง่ที่ยังไม่ยอมเชื่อ แต่วันนี้ผมแค่อยากได้ยินจากปากคุณ ผมจะได้ตัดใจให้มันจบไป แล้วผมจะไปโดยไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก..ผมสัญญา”

 

             ชานยอลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันไม่ใช่คำถามที่น่าแปลกอะไร แต่เขาไม่นึกว่าตัวเองจะต้องมาตอบในเวลาที่มันบีบคั้นอย่างนี้

 

             “อืม..มันก็แค่เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ฉันไม่ติดใจอะไรหรอก”

 

             สายลมเอื่อยผิดเวลาพัดพาถ้อยคำทำร้ายจิตใจให้ได้ยินชัดเจน

 

             รอบข้างพวกเขาแทบจะว่างเปล่าไปด้วยผู้คน รอบนอกเท่านั้นที่ตำรวจและคนที่เกี่ยวข้องจะวุ่นวายกันอยู่ โต๊ะหลายตัวและทุกสิ่งในพิธีล้มระเนระนาดไปหมดเพราะเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น คนสามคนท่ามกลางความเงียบยืนนิ่งไปด้วยความรู้สึกลึกๆที่แทบไม่ต่างกัน

 

แพคฮยอนที่บอกตัวเองให้เข้มแข็งก่อนมา พอเอาเข้าจริงแล้วก็แทบจะไร้ความรู้สึก มันเจ็บจนชาไปทั้งร่าง ขณะที่ชานยอลยืนกำมือแน่นฝืนทำเฉยออกไป ทุกอย่างจึงนิ่งงันไปหมด บรรยากาศรอบข้างที่เขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างก็พลอยนิ่งไปเช่นกัน

 

             “กลับบ้านนายไปเถอะนะพยอนแพคฮยอน”

 

             “แสดงว่าที่ผ่านมาผมโง่คิดไปเองคนเดียวใช่มั้ย”

 

             “ใช่ ..นายมันโง่เอง”

 

             และหากยังไม่ชัด ปาร์คชานยอลก็จะบอกให้พยอนแพคฮยอนจำเอาไว้อีกที

 

             “ฉันไม่ได้รักนาย”

 

 

             จบแล้ว ..แค่นี้แหละที่แพคฮยอนอยากได้ยิน

 

 

             คนตัวเล็กยืนช้ำใจอยู่ระหว่างอีกสองคนที่กำลังประมวลเหตุการณ์บางอย่างที่เขาไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย แพคฮยอนรู้แค่ว่าน้ำตาของเขาเท่านั้นที่ไหลรินลงมาหยดแล้วหยดเล่า

 

 

             “ขอบคุณครับที่กรุณาบอกให้ผมทราบ”

 

             “.........”

 

             “ต่อไปผมจะได้เข้าใจ ว่าเรามันก็แค่ ... คนเคยรู้จัก”

 

             ประโยคที่ไม่ได้อยากฟังทิ่มแทงลงไปในใจอย่างยากจะเอ่ย ชานยอลอยากจะก้าวหันหลังแล้วเดินจากไปแต่เขากลับเลือกที่จะยืนสบตากับคนตรงหน้าอยู่อย่างนี้ ความรู้สึกปวดหนึบในใจแม้ว่ามันมีผลแค่ไหนแต่เขาจะไม่แสดงออกมา สิ่งที่สมองควรคิดในอีกเรื่องก็สั่งให้มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปภายใต้เสื้อสูทที่ใส่อยู่เพื่อกำวัตถุบางอย่างเอาไว้

 

             พยอนแพคฮยอนยืนก้มหน้าน้ำตาไหลอย่างหนักเสียจนคนที่ยืนมองด้านหลังอยากจะเข้าไปช่วยพยุงเอาไว้เหลือเกิน  ไคไม่เพียงแต่คิดเท่านั้น เขาสบตากับผู้เป็นนายก่อนที่จะพยักหน้ารับคำสั่งที่ส่งมาผ่านเพียงสายตา

 

             และวินาทีที่บางอย่างเริ่มเคลื่อนไหว

 

             คิมจงอินปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี เข้าวิ่งเข้าไปคว้าเอาร่างเล็กไว้อย่างรวดเร็ว ไม่มีแรงขัดขืนอย่างทุกครั้งที่เป็น ร่างอ่อนแรงเหมือนไร้วิญญาณถูกเขาโอบไว้ให้วิ่งออกไปด้วยกัน

 

             ชานยอลยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งจนคนทั้งสองลับตาไป ร่างสูงจึงรีบตวัดตัวหลบกระสุนที่พุ่งตรงมาที่เขาแทน มือข้างที่ซ่อนไว้ในเสื้อกระชากวัตถุสีดำออกมาป้องกันตัว .. และบางเรื่องที่เขาต้องทนมานาน ไม่นึกว่าเวลาที่จะได้สะสางนั้นจะใกล้เข้ามาทุกที

                                                   

 

 

 

 

 

 

             เมื่อพ้นประตูรั้วออกมาได้ คนทั้งสองจึงหยุดวิ่งลงอย่างทุลักทุเล ไคพยุงร่างของแพคฮยอนเอาไว้ก่อนที่รถสีดำคันหนึ่งจะแล่นมาจอดลงต่อหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว

 

              “มาได้ทันใจจริงนะไอ้ตัวต้นเหตุ”

เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆซึ่งคนในอ้อมกอดก็ใช่ว่าจะมีสติพอที่จะได้ยิน ไคหันซ้ายหันขวาก่อนจะรีบดันร่างของแพคฮยอนเข้าไปที่เบาะหลังแล้วปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว เขารีบขึ้นนั่งข้างคนขับทันทีที่รถเริ่มออกตัวไปตามถนน  ใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตานั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำอะไร แพคฮยอนเวียนหัวอย่างมากเพราะความเสียใจที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีสติ

 

             “คุณโอเคมั้ยแพคฮยอน” ไคหันกลับมาถามเพราะความเป็นห่วง ร่างเล็กตัวสั่นเทาเพราะหมดเรี่ยวแรง แพคฮยอนไม่ได้ตอบคำถามที่ได้ยินเขาเพียงแต่หลับตาลงเพื่อควบคุมตัวเองครู่หนึ่งแล้วลืมขึ้นอย่างเก่า แพคฮยอนสบตากับไคก่อนจะเบนหนีแล้วก็ต้องพบว่าใครอีกคนที่กำลังบังคับพวงมาลัยอยู่นั้นเป็นใคร แม้ว่าจะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างแต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเองจำได้ไม่มีผิดแน่

 

             “ลู่หาน..” แพคฮยอนครางชื่อนี้ออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ความฉงนสงสัยปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา และเมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไรแพคฮยอนก็พอจะเข้าใจดี

 

             “นาย .. ทำไมถึง ......”  แพคฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจอเรื่องอะไรมากมายไปอีกนานแค่ไหน ที่สำคัญคนพวกนี้จะหลอกลวงเขาไปถึงไหนกัน เขาเงียบและไม่พูดอะไรอีกเลย นั่นทำให้ไครู้สึกลำบากใจขึ้นมาเช่นเดียวกับคนซึ่งเป็นสาเหตุที่ตอนนี้ทำได้แค่บังคับพวงมาลัยไปด้วยความรู้สึกผิด เขาทำตามหน้าที่ แต่หากจะผิด ลู่หานก็ขอยอมรับผิดเพราะทำให้แพคฮยอนเสียใจ

 

             “ผมขอโทษ” ถึงลู่หานจะบอกออกไป คนฟังก็ไม่คิดอยากจะได้ยิน และยิ่งแพคฮยอนเงียบก็ยิ่งทำให้คนทั้งสองรู้สึกหวั่นใจ พวกเขาจะทำอย่างไรกับคนที่เอาแต่นั่งน้ำตาไหล แม้ไม่ได้ฟูมฟายปานจะขาดใจแต่ก็กลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะน้ำตาหมดตัวแล้วช็อคไปเสียก่อน ไคและลู่หานหันมามองหน้ากันครู่หนึ่ง

 

             “ดื่มน้ำก่อนสิคุณ” ไคยื่นขวดน้ำที่รับมาจากลู่หานให้กับแพคฮยอน มือบางไม่คิดจะขยับมารับทำให้ไคต้องถอนหายใจแล้วจับมือของแพคฮยอนมารับเอาไว้ แพคฮยอนดื่มน้ำที่ไคให้มาและครู่เดียวเท่านั้นที่ขวดน้ำของลู่หานได้ผลตามที่คาด

 

ผ่านไปไม่กี่นาทีที่แพคฮยอนรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาเสียดื้อๆ สักพักร่างเล็กจึงเอนหลับลงไปตามแนวยาวของเบาะรถในทันที เห็นอย่างนั้นไคก็ส่ายหน้าให้กับจอมวางแผน ซึ่งลู่หานไม่แน่ใจนักว่าเป็นการชมหรือด่ากันแน่

 

             “ต้องขอบใจนายใช่มั้ยกับยานอนหลับในน้ำเนี่ย”

 

             “แน่ล่ะ .. ขืนไม่ให้หลับฉันว่าได้ร้องไห้จนเป็นลมแน่”

 

             ไคมองคนที่หลับไปก่อนจะสั่งให้ลู่หานจอดรถลงที่ข้างทางเมื่อคาดว่าออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว

 

             “อะไรของนายวะไค” ชายหนุ่มที่เบรกรถลงมองตามเพื่อนรักที่รีบเปิดประตูลงมาดูคนที่หลับพับไปกับเบาะ ไคจับร่างของแพคฮยอนให้นอนราบไปในท่าที่ดีที่สุดและคิดว่าจะสบายที่สุด ร่างสูงจัดแจงถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้วคลุมลงไปบนร่างเล็กที่มีคราบน้ำตาอยู่เต็มหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นในสายตาของลู่หานตลอดเวลา และนั่นทำให้คนมองพอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ไคกลับเข้ามานั่งประจำที่เดิมก่อนที่รถจะแล่นออกไปอีกครั้ง

 

             “หึ .. ห่วงใยจริงนะ”

 

             “มันหน้าที่ว่ะ คุณชายสั่งเราไว้ยังไงนายจำได้ไม่ใช่เหรอลู่หาน”

 

             “จำได้สิ ดูแลให้ดีที่สุด”

 

             “อืม”

 

             ถึงกระนั้นก็ตาม ลู่หานก็อดไม่ได้ที่จะส่งสายตารู้ทันไปให้ไค ซึ่งแน่นอนว่าที่ได้กลับมาจะเป็นหน้าตาที่บูดบึ้งอย่างไม่ยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป

 

             “อย่ามองแบบนี้สิวะ ก็บอกแล้วไงว่ามันหน้าที่”

 

             “เออๆๆๆ ไม่เห็นต้องทำหน้าดุเลยนี่หว่า”

 

 

         

             “แต่ว่านะไค ถึงเราจะดูแลดีแค่ไหน .. มันก็แค่ภายนอกเท่านั้น”

 

             “..................”

 

             “อยากจะบอกคุณชายเหลือเกินว่ามันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อหัวใจของคุณแพคฮยอนเค้าแหลกละเอียดไปหมดแล้ว”


 

 

-----◆◆-------------◆◆-----

 

 

.. คนเรา หากลองได้รักแล้วก็ยากจะถอนใจใช่ไหม

แล้วถ้าลองได้เจ็บล่ะ มันเลือกที่จะเดินหนีได้ยากเหมือนกันรึเปล่า ..

 

 

 

             ร้านดอกไม้เล็กๆในมุมหนึ่งของชานเมืองกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง จะมีเปลี่ยนไปก็แค่ในวันนี้มีเพียงแค่เจ้าของร้านคนเดิมและคนเดียว สองบอดี้การ์ดหนุ่มนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน เขาทั้งสองไม่ได้ถูกชวนให้อยู่ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถูกไล่ให้กลับไปเช่นกัน มันอาจจะฟังดูดีแต่กลับกัน เพราะนั่นยิ่งแย่ไปใหญ่เมื่อคุณเจ้าของร้านกลับทำเหมือนมองไม่เห็นพวกเขาเลยมากกว่า

 

ไคและลู่หานนั่งถอนหายใจกับเรื่องทุกอย่างที่คุณชายของพวกเขาวางเอาไว้แต่กลับล้มไม่เป็นท่าเพราะคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แค่ลู่หานปล่อยให้แพคฮยอนโผล่เข้าไปในงานเมื่อวานนี้ก็มากพอแล้ว ไคที่น่าจะจัดการได้ก็ดันพาออกไปไม่ทันอีก มันเรื่องบังเอิญหรือโชคชะตากำหนดก็ไม่รู้

 

ทั้งสองนั่งเงียบไปโดยที่มองใครอีกคนไปด้วยเช่นกัน ตั้งแต่เมื่อวานนี้ที่วุ่นวายจนปวดหัวทุกอย่างก็กลับมาสงบลง จนเช้านี้ที่พวกเขาเอาแต่นั่งมองร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ตั้งอกตั้งใจทำงานเสียเหลือเกิน

 

             และเพราะทนดูไม่ไหว เมื่อลู่หานเห็นว่าแพคฮยอนกำลังยกของหนัก เขาก็ตรงเข้าไปหมายจะช่วยด้วยความเคยชิน แต่คนเคยเป็นเจ้านายกลับไม่คิดจะรับมันไว้

 

             “ไม่เป็นไรหรอก ฉันยกเองได้”

 

             “แต่ว่าผม..”

 

             “คุณก็เป็นเหมือนแขกของร้าน เชิญนั่งที่เดิมตามสบายดีกว่านะครับ” ใบหน้าที่มีแววตาหม่นหมองนั้นยิ้มมาให้เล็กน้อย ท่าทางหมางเมินแบบนั้นทำให้คนฟังได้แต่นิ่งไปเพราะไม่มีเหตุผลจะไปดึงดัน ลู่หานพูดไม่ออกเลยสักนิดเพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองผิดที่หลอกลวงจึงทำให้เขาแทบไม่มีหน้าจะมองอีกฝ่ายต่อไป ชายหนุ่มจึงถอยออกมานั่งอยู่ข้างเพื่อนรักที่เดิม ไคเข้าใจดีจึงไม่ได้ออกความเห็นอะไรอีก

 

 

             แพคฮยอนจัดร้านไปตามปกติ ทั้งยกดอกไม้ที่เตรียมไว้สำหรับออเดอร์ออกมาจากตู้แช่ ทั้งจัดเรียงอุปกรณ์ทำช่อตามที่ลูกค้าสั่ง เขาหันไปง่วนอยู่กับสมุดบัญชีครู่หนึ่งก่อนที่จะจัดการทุกอย่างแล้วมาจบลงที่การยืนคัดกุหลาบแต่ละดอก ทุกการกระทำของแพคฮยอนอยู่ในสายตาของไคและลู่หานตลอดเวลา

 

 

 

ทั้งสองต่างรู้ดีกว่าภายในใจของอีกฝ่ายนั้นมันคงกำลังเจ็บทนแทบทนไม่ไหว ตอนนี้ทั้งสองคนไม่มีอะไรให้ต้องห่วงกับเรื่องของคุณชายของพวกเขาเท่าไหร่ ห่วงได้ก็แค่จิตใจที่คงจะร้อนรนจนแทบทำอะไรไม่ได้เลยมากกว่า สองบอดี้การ์ดหนุ่มจึงได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แพคฮยอนแปลกใจที่เช้านี้ไม่มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเลยสักคน แต่ก็ดีแล้ว เพราะเขามีออเดอร์ตั้งเยอะให้จัดการ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวจะไม่ทันเสียก่อน

 

             ขณะที่ในหัวคิดไปต่างๆนานาเพื่อให้ลืมใครบางคน สัญญาณที่ดูท่าว่างานจะมีมาเพิ่มอีกก็ปรากฏขึ้น เสียงเครื่องยนต์ของรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดที่หน้าร้านของเขาราวกับกำลังต้องการดอกไม้สักช่ออย่างเร่งด่วน แพคฮยอนมองไปยังประตูกระจกของร้านพลางปั้นยิ้มเอาไว้ ขณะเดียวกันก็รีบเช็ดมือให้สะอาดจากกองกุหลาบตรงหน้าเพื่อไปรับลูกค้าที่กำลังจะเข้ามาในร้าน มือบางรีบเช็ดมือออกอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะวิ่งออกไปไม่ทันแต่อย่างน้อยขณะที่รีบอยู่เขาก็ไม่ลืมจะส่งเสียงไปต้อนรับก่อน

 

             “สวัสดีครับ .. ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับ..........” ชายหนุ่มเงยขึ้นสบตากับลูกค้าตรงหน้าที่ก้าวเข้ามายืนตรงข้ามกับเขา สองขาชะงักไปทันทีเมื่อพบว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ร่างเล็กก้าวถอยห่างออกมาด้วยแววตาที่คนมองไม่อยากจะคิดเลยว่ามันคือความเกลียดชัง

 

             มาทำไม แพคฮยอนถามออกไปตรงๆยิ่งเป็นการปิดกั้นให้คนผิดไม่กล้าจะเอ่ยแม้แต่คำว่าขอโทษ
 

             “แพคฮยอน นายฟังฉันก่อน........”

 

             ไม่ ผมไม่ว่าง

 

“แต่ฉันมีเรื่อง......”

 

“อะไรของคุณ เราเกี่ยวข้องอะไรกันอีกเหรอ ผมไม่ว่างมาฟังอะไรจากคุณอีกหรอกนะ”

 

“แพคฮยอน......”

 

“แล้วที่สำคัญ ถ้าคุณไม่ได้มาซื้อดอกไม้ร้านผม ก็ออกไปได้แล้ว”

 

ท่าทีที่ทำให้เห็นว่าไม่ต้องการให้เขามาเหยียบที่นี่ทำให้ชานยอลต้องหัวเราะตัวเองในใจ

.. เป็นไงล่ะ ถูกเกลียดเข้าแล้วสิ

 

 

             ร่างสูงภายใต้เชิ้ตสีเข้มกำลังซ่อนบางอย่างเอาไว้ แต่มันไม่ทันแล้วสิ ลูกน้องของเขาทั้งสองต่างก็ต้องมองเป็นตาเดียวกันเมื่อเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากแขนเสื้อก่อนที่มันจะไหลลงมาตามแขนข้างหนึ่งของเขา แพคฮยอนมองตามอย่างตกใจพลางตรงเข้าหาอย่างลืมตัว

 

             “คุณเป็นอะไร ทำไมเลือดออก...” แพคฮยอนถามอย่างเป็นห่วง ท่าทางเดือดร้อนอย่างนั้นทำให้คนมองอดจะนึกถึงเรื่องในวันวานไม่ได้ แผลแค่นี้อีกฝ่ายยังห่วงเขาเลย ถ้าเลือกได้ให้กลับไปเจ็บปางตายแบบเมื่อก่อนเขาก็ยอม

 

             ชานยอลมองแพคฮยอนอยู่ครู่หนึ่ง และนั่นทำให้เขาต้องผิดหวังขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีเปลี่ยนไป คนตรงหน้าขยับกายออกห่างก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เขาต้องเจ็บเข้าไปในใจไม่น้อย

 

             “ให้ผมเรียกหมอให้มั้ย คุณจะได้หายเร็วๆและไม่ต้องไปหลอกใครเค้า”

 

              ชานยอลอึ้งไปไม่ต่างกับอีกสองคนที่ดูอยู่ห่างๆ เขาถอนหายใจพลางยกมือขึ้นห้ามลูกน้องที่ทำท่าเหมือนจะเข้ามาช่วย แผลแค่กระสุนเฉียดเหมือนมดกัดแค่นี้ ชานยอลไม่ได้สนใจอะไรมักนักหรอก สิ่งที่เขาสนใจคือคนตรงหน้ามากกว่า

 

แพคฮยอนพยายามจะไม่คิดแล้วเชียว แต่พอชานยอลขยับเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องถอยออกห่าง ร่างเล็กชนเข้ากับแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆเข้า มันหล่นลงกระแทกพื้นแล้วแตกออกเป็นเสี่ยงจนคนทำต้องตกใจ แพคฮยอนรีบก้มลงหมายจะเก็บมันขึ้นตามความเคยชิน และด้วยความเป็นห่วงชานยอลจึงหมายจะห้ามเอาไว้

 

             “อย่านะ ... อย่ามาใกล้ผม” แพคฮยอนปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว ความอดทนของเขามันกำลังหายไปหมดแล้ว หัวใจของเขาไม่ใช่ก้อนหินนะที่เจ็บแค่ไหนก็ไม่มีความรู้สึก และต่อให้เกลียดมากแค่ไหนมันก็คงไม่หายไปได้เพียงแค่วันเดียวหรอก ร่างเล็กลุกขึ้นยืนแต่นั่นก็ทำให้มือหนาของคนตรงหน้าเอื้อมมาหาอย่างไม่ยอมลดละ

 

เขาถอยออกจากชานยอลด้วยแววตาที่ดูจะรังเกียจและไม่อยากเข้าใกล้ ใบหน้าคมชาวาบไปหมดกับท่าทางอย่างนั้นที่เขาไม่อยากจะเห็น ในตอนนี้พยอนแพคฮยอนผู้ที่บอกให้ตัวเองเข้มแข็งและลืมทุกอย่างนั้นไม่มีอีกแล้ว เขาคนที่อ่อนแอกลับมาอีกครั้ง ทั้งร่างหมดทางจะไปจึงตัดสินใจวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ด้านหลังและปิดประตูลงเสียงดังลั่น

 

             “คุณชาย...” ลู่หานมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความวิตก เขาไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นแบบนี้ ไม่สิ ก็รู้อยู่แต่ก็แค่ไม่อยากให้เกิดเท่านั้นเอง

 

             “เอาเหอะ .. ไม่มีอะไรหรอก พวกนายไม่ต้องห่วง” ถึงจะบอกอย่างใจเย็น แต่คนเป็นเจ้านายที่พูดออกมานั้นกลับไม่ได้มีท่าทีใจเย็นไปด้วยเลย ชานยอลคว้าเอากุญแจที่เขายังคงมีอยู่แล้วเดินตรงเข้าไปที่หน้าห้อง ไคและลู่หานมองตามเจ้านายตัวเองที่กำลังไขกุญแจอยู่ก่อนจะหายเข้าไปในห้องด้วยกันกับอีกคน ลู่หานมีท่าทีร้อนใจจนไคต้องเอื้อมมาตบบ่าเบาๆ

 

             “ใจเย็นน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

 

             “เออ โทษทีว่ะ สงสัยจะอิน”

 

             แม้จะเอ่ยราวกับว่ามันน่าขัน แต่แท้จริงแล้วเขาทั้งสองก็กลุ้มไปด้วยไม่น้อย

 

 

 

             “คุณเข้ามาทำไม” แพคฮยอนถามอย่างตกใจเพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะกล้าเข้ามาในห้องของเขาอย่างถือวิสาสะ ชานยอลอยากจะเอ่ยคำว่าขอโทษออกไปแต่สายตาเขาดันไปสะดุดอยู่กับแหวนที่วางไว้บนโต๊ะเสียก่อน

 

             “นายยังเก็บมันไว้ใช่ไหม” ชายหนุ่มถามราวกับอยากได้คำตอบยืนยันว่ายังมีใจให้กัน

 

             “ก็แค่เก็บไว้ ไม่ได้ใส่เอาไว้ .. หึ ผมน่ะฉลาดแล้วนะ ไม่ได้โง่งมถึงขนาดนั้นหรอก เชิญคุณเอากลับคืนไปได้เลย” แพคฮยอนไม่มีท่าทีว่าจะลดราวาศอกในคำพูดของเขาลงเลย ชานยอลไม่คิดจะถือโกรธแม้แต่นิด คนที่ผิดคือเขาต่างหากล่ะ

 

             “ฟังนะแพคฮยอน  คือว่าทั้งหมดน่ะ...”


             “พอแล้วครับคุณปาร์คชานยอล!! คุณเลิกยุ่งกับผมทีเถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน คุณอยากมาไถ่โทษเพราะรู้สึกผิดใช่มั้ยล่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ทำอย่างเดิมสิ ทิ้งเงินไว้ให้ผมสักก้อนแล้วเขียนโน๊ตสั้นๆว่าลาก่อน แค่นั้นเอง ง่ายจะตายไป”

 

             พระเจ้า .. ปาร์คชานยอลเหมือนกับกำลังถูกก้อนหินหนักๆทับลงมาที่อกให้เขาไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ มันถึงเวลาที่คนโง่อย่างเขาจะเริ่มฉลาดและจัดการเรื่องของตัวเองโดยไม่ต้องทำร้ายคนที่รักได้แล้ว แต่มันคงสายไปใช่ไหม ในเมื่อเขาไม่สามารถจะเอ่ยเป็นคำพูดออกไปได้

 

             “นายฟังนะแพคฮยอน ฉันน่ะ...”

 

             “พอได้แล้ว ผมเกลียดคุณเหมือนกันนั่นแหละ ได้ยินมั้ยว่าผมเกลียดคุณ!!

 

แพคฮยอนตะโกนใส่หน้าชานยอลพลันรีบวิ่งผ่านอีกฝ่ายออกมานอกห้อง ร่างเล็กแทบจะชนคนที่ยืนอยู่ซึ่งมองมาอย่างตกใจ ไคจ้องแพคฮยอนโดยที่ลู่หานซึ่งก้มลงเก็บกวาดเศษแจกันอยู่ก็มองตามมาอย่างตกอกตกใจเช่นกัน

 

             “ไค ช่วยพาฉันไปข้างนอกทีสิ ฉันอยากไปข้างนอก” แพคฮยอนที่ไม่ยอมพูดคุยด้วยเหมือนเดิมกลับเอ่ยขอร้องกับไคอย่างเคย บอดี้การ์ดหนุ่มยืนนิ่งพลางมองไปยังด้านหลังของอีกฝ่ายที่ปรากฏร่างของเจ้านายตัวเองเดินตามออกมาช้าๆ แพคฮยอนไม่หันไปมองหน้าชานยอล เขาไม่อยากเห็นหน้า หรืออันที่จริงกำลังอยากจะหนีมากกว่า ลู่หานยืนขึ้นทั้งที่ในมือจะยังเก็บกวาดพื้นไม่เรียบร้อย เขาเริ่มเห็นอะไรบางอย่างระหว่างสามคนนี้แล้วสิ

 

             “เอ่อ คือ..” ไคไม่กล้ารับปากแพคฮยอนด้วยเพราะไม่มีคำสั่ง เขามองเจ้านายตัวเองกับคนตรงหน้าสลับกันไปมาเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร ชานยอลเห็นความลำบากใจของไคจึงพยักหน้าให้ช้าๆ

 

 

น่าแปลก .. เจ้านายของเขากล้าจะยอมตามใจผู้ชายธรรมดาๆคนนี้ขนาดนี้เลยหรือ

 

 

             สวนสนุกเล็กๆในเมืองกลายเป็นที่ที่แพคฮยอนเลือกจะเดินอยู่เงียบๆคนเดียวโดยมีไคเดินตามหลัง เป็นอย่างนั้นอยู่พักใหญ่กว่าที่จะเริ่มรู้สึกตัวว่าเหนื่อยแล้ว

 

             “รอตรงนี้นะ ผมจะไปซื้อน้ำมาให้”

 

             “ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้ก็กวนนายมากพอแล้ว”

 

             “เหอะน่ะ”

 

             ไคหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับน้ำผลไม้กระป๋องในมือ กระป๋องหนึ่งของเขาเองส่วนอีกอันนั้นเขายื่นให้คนที่นั่งรออยู่แล้ว แพคฮยอนรับมันมาดื่มพลางมองไปรอบกายข้างกันกับไคที่นั่งเป็นเพื่อน เสียงหัวเราะของเด็กๆ หนุ่มสาวที่เดินจับมือกันผ่านไป ครอบครัวที่สุขสันต์ ทั้งหมดนี้ทำไมนะเขาถึงได้อิจฉาเสียเหลือเกิน แทบลืมไปเลยว่ากำลังหนีใครบางคนมา ทั้งเจ็บทั้งเกลียด แต่ทำอะไรได้ล่ะ

 

พอลองได้นั่งเงียบๆแล้วแพคฮยอนก็ใจเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับไคนั้นอาจเป็นคนที่แพคฮยอนโมโหน้อยที่สุดก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลอกอะไรเขา แต่เท่าที่นึกได้มันก็มีอยู่เรื่องหนึ่งนี่นะ

 

             นี่ไค นายหลอกฉันอยู่เรื่องหนึ่งใช่ไหม

 

             หลอกเหรอ อะไรล่ะ

 

             ก็ที่นายเคยบอกว่ามีคนมาสมัครงานที่ร้านของฉัน ที่แท้นายก็แค่กุเรื่องขึ้นมา แล้ววันที่นายไม่อยู่ลู่หานที่นัดกันไว้ก็โผล่มาหาฉัน .. หึ ฉันโง่เองนั่นแหละ แพคฮยอนพูดไปก็หัวเราะในความไม่ฉลาดของตัวเอง ไคจึงรู้สึกแย่ไปด้วย แต่ดูเหมือนเขาเองก็มีเรื่องอยากจะบอกแพคฮยอนว่าที่เขาโกหกน่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกนะ คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยออกไป

 

             “แพคฮยอน ผมขอโทษนะเรื่องวันนั้นน่ะ วันที่เราดูพลุกัน”

 

             “ช่างเหอะน่ะ .. บอกแล้วไงว่าฉันไม่โกรธหรอก นายคงคิดถึงแฟนเก่ามากไม่งั้นคงไม่มาจูบฉันหรอกจริงไหม”

 

             “เอ่อ ผมแค่อยากขอโทษที่ผม.....”

 

             “บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร อย่าพูดถึงอีกเลย” แพคฮยอนบอกปัดเพราะเวลานี้เขาไม่อยากจะนึกเรื่องไม่เป็นเรื่องเท่าไหร่ ไคพยายามจะอธิบายแล้ว ชายหนุ่มกำลังอยากจะขอโทษเรื่องที่เขาโกหกต่างหากล่ะ แต่แพคฮยอนก็ดันไม่ฟังเสียเลย ไคจึงต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ ถ้ามีโอกาสไว้เขาจะบอกแล้วกัน

 

             “นี่ไค เราไปเล่นไอ้นั่นกันมั้ย”

 

             “หือ...”

 

             “ก็รถไฟเหอะไง ไม่พอนะ ถ้านายคิดว่าแน่จริงลองเข้าบ้านผีสิงกับฉันซักรอบเป็นไง” จู่ๆรอยยิ้มที่ไคไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ปรากฎขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ เขายังอึ้งๆอยู่เลยพยักหน้ารับปากไปเสียแล้ว แพคฮยอนฉุดไคให้ลุกไปกับเขาเพื่อทำในสิ่งที่คิดว่าจะได้ไม่ต้องคิดเรื่องบางอย่างให้ว้าวุ่นใจ

 

 

 

             ทั้งหมดระหว่างคนทั้งสองนั้นปรากฏแก่สายตาสองคู่ที่ยืนมองอยู่ในมุมหนึ่งของสวนสนุก ชานยอลและลู่หานยืนมองคนทั้งคู่อยู่ตลอดเวลาหลังจากที่ตามมาตั้งแต่แรก รอยยิ้มสดใสที่ไคได้รับนั้นเป็นนสิ่งที่ชานยอลต้องการมากที่สุด แม้ว่าจะเป็นเพราะเขาเองที่พรากมันไปก็ตาม

 

ร่างสูงยืนนิ่งเสียจนคนข้างกายที่มาด้วยเริ่มจะเป็นห่วง ที่สำคัญลู่หานกำลังหวั่นใจเรื่องที่ได้ยินพร้อมๆกับคุณชาย เพื่อนรักของเขาจะงานเข้าแล้วมั้ยล่ะ ดันไปทำเรื่องแบบนั้นกับคนรักของเจ้านายแล้วยังจะมาขอโทษกันในเวลานี้ให้ชานยอลได้ยินอีก

 

           

             .. ไอ้บ้าไค นายทำอะไรลงไปวะ จูบคุณแพคฮยอนเนี่ยนะ

 

            

              “เอ่อ ..คุณชายครับ แผลยังเจ็บอยู่ไหม”

 

“ไม่ล่ะ แค่เฉี่ยวๆเอง ขอบใจที่ปิดแผลให้”

 

“เรายืนอยู่นี่นานแล้วนะ น้ำซักแก้วมั้ยผมจะไปซื้อให้”

 

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของลู่หานแต่อย่างใด  ชานยอลส่ายหน้าให้พลางถอนหายใจเบาๆ เขาเหนื่อยน่ะเหนื่อย แต่มันเหนื่อยใจมากกว่าเป็นไหนๆ

 

             “นายหิวก็ไปหาอะไรกินได้นะ”

 

             “ครับ” ลู่หานตอบ

แต่ทว่าเขากับคุณชายยังคงยืนมองตามคนทั้งสองที่กำลังสนุกสนานกันอยู่ ใบหน้าคมนิ่งเฉยหากแต่คนที่ยืนมองชักจะเริ่มเป็นห่วง ลู่หานมองดูก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เพื่อนรักตัวเองชอบคนรักของเจ้านายไม่เท่าไหร่ แต่ในเวลาปัญหาแบบนี้ เจ้านายที่ยืนมองคนรักของตัวเองมีความสุขอยู่กับลูกน้องนี่สิ ไหนจะเรื่องที่ได้ยินนั่นอีก เห็นแล้วเขาหนักใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

 

             ชานยอลตัดสินใจกลับไปรอที่บ้านโดยมีลู่หานขับรถให้อย่างรู้ใจ ระหว่างทางใบหน้าคมของผู้เป็นนายก็เอาแต่นิ่งทั้งที่ในใจขบคิดไปต่างๆนานา

 

             “เอ่อ .. คุณชาย...”


             “เรื่องพ่อกับแม่เคลียร์แล้วนะ นายไม่ต้องห่วง พวกท่านปลอดภัยดี ส่วนเรื่องอื่นก็อย่างที่รู้ ฉันกำลังตามอยู่ ไงพรุ่งนี้ฝากนายสองคนไปเช็คอีกทีละกันนะลู่หาน”

 

             “ครับ คุณชายชานยอล”

 

             ทั้งรถเงียบไปอีกทีเมื่อบทสนทนาสั้นๆที่เข้าใจแค่ระหว่างกันได้จบลง

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

Tbc. Chapter 9

 

 

 

 

 

ระหว่างที่อ่านเรื่องนี้กัน เชื่อว่าต้องมีคนอ่านหลายคนที่เลิกอ่านเพราะ “อะไรของมันเนี่ย” “ไม่เข้าใจ” “อึดอัดว่ะ” ประมาณนี้  T T  ...  จริงๆอยากบอกว่าเรื่องมันไม่ได้อึดอัดขนาดนั้น(เหรอ?) ฟิคเรื่องนี้ก็แค่พล็อตเดิมๆ น้ำเน่าเคล้าเงาจันทร์ตามประสาแหละค่ะ .... ช่วงหลังมานี่คงคลายความตึงเครียดลงมาบ้าง  เหลืออีกไม่กี่พาร์ทก็จะได้พบบทสรุปกันแล้ว

 

แอบอยากเปลี่ยนชื่อจาก “ดอกไม้เหงา” เป็น “ดอกไม้อึด” นุ้งแบคคืออึดมากเลยทั้งเรื่อง

ส่วนบอดี้การ์ดทั้งสองของคุณชายชานยอล คาดว่าคนอ่านแทบจะทุกคนต้องหลงรักแน่ๆ

ส่วนพ่อพระเอกนั้น ...... #ไว้อาลัยให้หนึ่งดอก ==

 

หลังสงกรานต์เปิดจองรวมเล่มนะคะ

ส่วนใครที่ตาม Just A Beat (KaiBaek) อยู่ รอๆกันหน่อยนะคะ ปั่นทุกอย่างไม่ทันจริงๆ ;_____;

 

ปล.ขอซักคอมเมนท์ได้มั้ยคะ ที่เห็นใจพ่อพระเอกของเรา #เดี๋ยวนะ 555555555555 // ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ เจอกันค่า ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #693 oohseoktuan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:43
    ถ้าจะมารู้สึกผิดตอนนี้น่ะมันก็ไม่ทันแล้วล่ะ ถ้ารักเค้าแล้วจะบอกตัดความสัมพันธ์ทำไมล่ะ
    #693
    0
  2. #681 PINKLAND (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:20
    โอ้ยยยยย ไม่เอาแบบนี้ๆ
    #681
    0
  3. #647 คุณพวยพวย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 20:56
    แบคเกลียดชานยอลแล้วง่ะ
    #647
    0
  4. #631 96line's (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 16:12
    อย่างนี้ชานยอลไม่ผิดใจกับไคแย่หรอเนี่ยย
    ตายแล้นนนนนนนนน
    #631
    0
  5. #608 ˋoshpcy. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 23:09
    เป็นไงคุณชายปวดใจไหมละ= =
    #608
    0
  6. #592 [~Black_Pearl~] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 19:01
    tt เรื่องมันเศร้า
    #592
    0
  7. #567 Weeraphat Suebjakplong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 00:49
    เปลี่ยนชื่อเป็นบอดี้กาดที่รักได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะไรต์ ฮ่าาา
    #567
    0
  8. #556 baekky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 10:27
    คุณชายโดนซะแล้ว

    หน่วงๆอ่ะ สงสารทั้งแบคที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

    สงสารชายชานที่มีเหตุผลที่ต้องทำ

    สงสารไคที่แอบคนคนรักเจ้านาย

    สงสารลู่หานที่ทำอะไรไม่ได้เลย = =
    #556
    0
  9. #541 If13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 18:42
    สมน้ำหน้าอิหยอย 
    #541
    0
  10. #532 sweet_memory (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 13:19
    โอ๊ยตายยยยยยย งานจะเข้าคิมไคมั๊ยน่ะ ><
    แว๊กๆๆๆ ๆเสี่ยวลู่เหมือนต้องคอยจัดการอะไรให้สามคนนี้เลยเนอะ 555
    แบคของเราก็เข้มเเข็งแล้ว
    อึกอัดใจเบาๆค่ะ อยากรู้เหตุผลของคุณชายจริงๆเลยยย
    #532
    0
  11. #511 skyrealdream (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 23:13
    ตอนนี้เชียร์ไคแบคสุดหัวใจ><
    #511
    0
  12. #496 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 16:26
    โอ๊ยยยยยยยยยยยย พี่ยอลลลลลล ดูแลพี่แบคเร็ววว เอาหัวใจของพี่แบคมาเป็นของพี่อีกรอบเร็วว

    พี่แบคไม่ได้เกลียดอะไรพี่เลยนะ ยังรักพี่อยู่อย่างล้นใจ แต่เป็นเพราะมันบอบช้ำ พี่ต้องค่อยๆเยียวยา

    ถึงฉันจะชอบไคแบค แต่ฉันรักชานแบคมากกว่านะ ♥
    #496
    0
  13. #476 LosT MY MiND (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 08:49
    แบคทิ้งยอลมาหาไคเลยยย :(((
    #476
    0
  14. #462 Pe'am (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 01:57
    โธ่ แบค น่าจะฟังสักนิด แบค แกคบกับไค ไปเลย
    #462
    0
  15. #440 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 20:19
    ชานยอลโดนแบคทิ้งไปหาจงอินแล้ว น่าสงสารเนอะ
    #440
    0
  16. #413 de.fang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 20:21
    แบคทำถูกแล้วลูก
    หากหัวใจมันได้แหลกละเอียดไปแล้ว
    การที่มันจะกลับมาเหมือนเดิมได้มันไม่ใช่อะไรที่ง่ายเลย
    หากถูกทำร้ายขนาดนั้นแล้วกล้ากลับไปเชื่อให้เขาทำลายได้ง่ายๆก็โง่ไปแล้ว
    สู้ๆนะแบค แบคยังมีไคอยู่นะ อิ๊อิ๊
    #413
    0
  17. #394 May Sirirat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 18:01
    ก็สมควรที่จะไม่ฟังอยู่หรอกเล่นไปพูดกับเขาไว้แบบนั้น

    แต่นายก็ใจแข็งเกิ๊นนะแบค - -"
    #394
    0
  18. #376 parksoya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 14:36
    โอ้ยยย ไคแบคคคคค
    T__________T สงสารไคอะ คนกลางเลย
    #376
    0
  19. #326 Beloved-jae (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 18:52
    อึดอัดอ่าาาาา อะไรเนี้ยะ ทำไม

    ทำไม ทำไม และทำไม เปนแบบนี้

    ฟังก่อนได้ไหมพยอน นี้ก็เอาแต่เสียใจเนาะ 

    โอยยยยยยยย อยากจิพูดแทน
    #326
    0
  20. #281 Clothia (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 18:08
    ตอนแรกก็จะสมน้ำหน้าชานยอลหรอกนะ แต่ตอนนี้มันรู้สึกสงสาร หน่วง อึดอัดจิตใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกสงสารทุกคนเลย หวังว่าปัญหาจะคลี่คลายโดยเร็วนะ
    #281
    0
  21. #274 chanchan123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 21:47
    สงสารชานยอลมากอ่ะ คงต้องใช้ความอดทนกับปัญหาหลาย ๆ อย่างที่รุมเร้ามาก ๆ แถมเรื่องหัวใจยังเป็นแบบนี้อีก
    #274
    0
  22. #258 ヽจี | ดี . (?) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 23:33
    ไคจูบเเบค = [ ] = 
    เห้ยอะไรเเบคก็มีใจให้ไคเหรอ #ไม่หน่าาา ไม่มีทาง
    เเต่เห้ยยยยย เเเงงงองง้อยยงิ


    #258
    0
  23. #250 byunbiii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 10:06
    โอ๊ยยย เกลียดยอลแท้ :(
    เต็มปากไม่รัก โกรธว่ ะ
    อาลู่แมนมาก !! มันต้องอย่างงี้ซิ !!
    ไคก็อบอุ่นซะ
    แบคไม่น่ามาเจอยอลเลย ฮึยย!
    #250
    0
  24. #225 TOONuknik (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 10:57
    ชอบพี่ลู่แมนอะ ชอบบบบ
    ตอนนี้ยกใตให้ไคเต็มๆๆๆๆ *สิงร่างบยอน*
    แอบสงสารชานยอลนะ แต่แอบสะใจลึกๆ555555555
    #225
    0
  25. #206 Wu.F (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 23:59
    อู๊ย ไคแบค ละมุมเว่อร์ ~ -/-
    #206
    0