[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 8 : ◆ Lonely Flower - chapter [7]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 เม.ย. 56














.. Chapter 7 ..

 

              ถึงแม้ไม่ได้อยากจะมาร่วมแสดงความยินดีจากใจ แต่เขาก็ขอเลือกที่จะทำตามหัวใจตัวเองอีกครั้ง แพคฮยอนไม่ได้คาดหวัง แค่อยากได้ยินชัดๆเพื่อที่ความเชื่อใจที่ยังหลงเหลืออยู่จะหมดไปเสียที

 

             รั้วสูงตระหง่านของบ้านหลังใหญ่เปิดรับแขกเหรื่อมากมายเข้าสู่พิธีวิวาห์ที่จัดขึ้นภายใน ความกว้างของอาณาบริเวณและความโอ่อ่าของสถานที่ได้โอบล้อมแขกมีระดับเอาไว้ ร่างเล็กในชุดสูทดูดีที่ชีวิตนี้แทบจะไม่ค่อยได้ใส่เลยนั้นกำลังยืนมองอยู่อีกฝั่งของรั้วบ้านหลังใหญ่

 

แพคฮยอนยืนมองแขกที่ทยอยเดินผ่านเข้าไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มกำลังใช้ความคิดว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะผ่านเข้าไปได้ ไม่มีบัตรเชิญอย่างเขาขืนเดินเข้าไปมีหวังแย่แน่ๆ คิดแล้วก็เดินข้ามไปที่ฝั่งนั้นแล้วยืนหลบมาอีกด้านเมื่อเห็นสายตาแปลกๆจากบอดี้การ์ดร่างใหญ่หน้างานที่มองตรงมาหาเขา แพคฮยอนถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก แต่อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว จะกลับออกไปก็คงไม่ใช่เรื่อง วูบหนึ่งในความรู้สึกกำลังบอกว่าตัวเองนั้นเปลี่ยนไป นิสัยตามใครไม่ทันก็ยังเหมือนเดิม แต่นิสัยดื้อดึงและทำในเรื่องโง่เง่าอย่างนี้มันได้มาจากใคร ผู้ชายคนนั้นใช่ไหมที่เข้ามาสอนให้เขารู้จัก

 

             เขาใช้เวลาในการคิดอยู่นานจนไม่รู้ว่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาสักพักได้แล้ว ใบหน้าหมองเศร้าอย่างคนหมดหวังเงยขึ้นมองผ่านรั้วสูงขึ้นไปยังระเบียงห้องๆหนึ่งที่เคยมีคนใจร้ายออกมายิ้มเยาะให้เขา ด้านล่างที่ตอนนี้มีผู้คนมากมายแต่ชั้นบนนั้นมีเพียงความว่างเปล่าและท้องฟ้ากับสายลมเอื่อยๆเป็นฉากหลัง แพคฮยอนรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ที่ตรงนั้นคงไม่มีใครอยู่ ผู้ชายคนนั้นคงไม่ว่างมายืนให้เห็นอย่างที่อยากจะให้เป็น

             คนๆนั้น  คงกำลังแต่งตัวหล่อในฐานะเจ้าบ่าว
             และคนๆนั้น .. กำลังจะมีความรักครั้งใหม่

             ไม่สิ นี่อาจเป็นรักครั้งแรกและครั้งเดียวของเค้าก็ได้ ผู้หญิงที่โชคดีคนนี้คงมาก่อนนานแล้ว คิดแบบนั้นน้ำตาของแพคฮยอนก็แทบจะไหลออกมาให้ได้ เขาจึงรีบก้มลงจัดการปาดมันออก


             แพคฮยอนสองจิตสองใจอยู่นานว่าจะทำอย่างไรต่อไป จู่ๆความไม่ยอมแพ้ก็แผ่ซ่านไปทั้งตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เขาถือโอกาสที่ไม่มีใครสังเกตเดินตามครอบครัวหนึ่งเข้าไป อย่างน้อยลูกชายสองคนที่เดินตามหลังพ่อกับแม่ก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา ชั่วอึดใจเท่านั้นที่สองสามีภรรยาวุ่นอยู่กับโต๊ะลงทะเบียนเข้างาน แพคฮยอนใจไม่ดีแต่แล้วก็ถือโอกาสที่คนเยอะได้ก้าวเดินผ่านเข้ามาในงานจนได้ มันยากมากที่ต้องแกล้งทำให้แนบเนียนกับสภาพที่ไม่คุ้นเคย มิหนำซ้ำยังกดดันตัวเองไปเสียหมด

 

แต่ก็น่าแปลกนัก บังเอิญเหลือเกินว่าวิธีเชยๆอย่างนี้ที่เห็นในละครมันจะได้ผลเข้าจริงๆ ร่างเล็กแอบโล่งใจที่สองขาได้เหยียบยืนอยู่ในงานใหญ่โตท่ามกลางแขกเหรื่อและช่างภาพ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาดีใจ มันไม่ใช่สิ่งที่แพคฮยอนต้องการ มันก็แค่ขั้นแรกเท่านั้น บรรยากาศในงานวิวาห์เหมือนกับงานของคนมีชื่อเสียงอย่างที่เขาเห็นบ่อยๆในโทรทัศน์ แพคฮยอนยืนอยู่คนเดียวพลางหันซ้ายหันขวาอย่างทำตัวไม่ถูก คนนอกอย่างเขาจะว่าไปแล้วก็เหมือนกำลังสำคัญตัวผิด


 


             เขาชะเง้อมองไปตามจุดต่างๆที่คิดว่าคู่บ่าวสาวจะยืนอยู่ แต่หากว่าถ้าเจอแล้วล่ะ จะต้องแสดงความยินดีออกไปหรือบอกตรงๆว่ากำลังเสียใจ แพคฮยอนพยายามอดทนกับตัวเองให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขานึกขอบคุณชานยอลอยู่ไม่น้อยที่สอนให้ชีวิตธรรมดาๆและขี้ขลาดของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะได้กล้าทำในสิ่งที่แสนโง่เง่าและน่าสมเพชได้อย่างไม่ลังเล


             หึ .. ขอบคุณคนใจร้ายอย่างคุณจริงๆเมื่อความคิดลึกๆเข้าครอบงำสติ เขาก็เอาแต่ยืนนิ่ง สายตาทั้งคู่ที่คอยมองหาอีกคนตอนนี้ทำได้เพียงก้มมองพื้นเท่านั้น .. ในเวลาที่มองหา หายังไงก็หาไม่เจอ แต่ในตอนที่ไม่นึกว่าจะเจอ

             ..นั่นไง


             แพคฮยอนเงยขึ้นอีกครั้งก็พบชานยอลแล้ว เขามองอีกฝ่ายจากที่ไกลๆผ่านผู้คนที่ยืนอยู่ในงาน คู่บ่าวสาวยืนเคียงข้างกันบริเวณหน้าเวทีที่ตบแต่งด้วยระบายผ้าสีขาวและดอกไม้สีอ่อนที่เข้ากับบรรยากาศงานแต่งงาน ทุกคนยืนจ้องมองไปยังคนทั้งคู่


             นี่เธอดูสิ เจ้าสาวหน้าแดงแล้วตอนถูกหอมแก้ม
             แหงล่ะ เป็นฉันนะคงเขินแย่เลย คุณชายบ้านนี้ก็หล่อเหลือเกิน
             เหมาะกันดีเนอะ น่ารักจริงๆ


             เสียงพูดคุยกันของสามสาวไฮโซที่ยืนอยู่ไม่ห่างนั้นดังขึ้นให้แพคฮยอนได้ยิน ซึ่งมันก็คือความจริง เพราเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ดวงตาทั้งคู่กระพริบถี่ๆเพื่อไล่น้ำตาที่มันพาลจะไหลออกมาให้หยุดอยู่แค่นั้น ร่างเล็กยืนมองคนทั้งคู่อยู่เช่นกัน สองมือที่จับกันเอาไว้มันกำลังบอกให้เขารู้ว่าทั้งสองรักกันแค่ไหน รอยยิ้มพวกนั้นอีกที่ทำร้ายหัวใจของเขาให้ไม่มีชิ้นดี


             .. คุณคงรักเค้ามากสินะ แล้วผมล่ะ ของเล่นชั่วคราวเวลาเบื่อหรือคุณไม่เคยคิดอะไรด้วยเลยแต่แรกแล้ว      

    

             เสียงเฮฮาร่วมยินดี เสียงคนพูดคุยกันรอบข้าง ตอนนี้แพคฮยอนแทบจะไม่ได้ยินมันแล้ว เขาอยากออกไปจากที่นี่ แพคฮยอนกำลังอยากกลับบ้าน


             เฮ้นี่..นาย!เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังเรียกให้แพคฮยอนรีบหันกลับไปมอง ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร


             นายเข้ามาได้ยังไง หรือว่า...ชายร่างสูงที่เคยลากแพคฮยอนออกไปจากบ้านหลังนี้ในวันนั้นกำลังจ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง บอดี้การ์ดร่างยักษ์มั่นใจว่าตัวเองจำคนตัวเล็กนี้ได้ไม่ผิดแน่


             เอ่อคือ ผมแค่..


             นาย ถ้าคุณท่านรู้ได้เจอดีแน่ .. มานี่

 

น้ำเสียงน่ากลัวกัดฟันพูดเบาๆเพื่อไม่ให้แขกเหรื่อในงานได้ยิน แพคฮยอนไม่ฟังเอาแต่ถอยหลังไปจนสุดท้ายก็ชนเข้ากับโต๊ะตัวหนึ่งในงานทำให้ไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก

 


             ในใจนึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่เขาจำต้องหันกลับไปมอง ชานยอลคงไม่มีทางรู้ว่าสายตาคนที่ไม่ได้ยินดีคนนี้กำลังจับจ้องด้วยแววตาตัดพ้อ แพคฮยอนกำลังจะต้องถูกโยนออกไปข้างนอกอย่างคราวที่แล้ว แต่ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีครั้งต่อไปอย่างแน่นอน บอดี้การ์ดร่างใหญ่ไม่ได้ใจดีให้เวลาเขาใช้ความคิดอะไรอีก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหมดทางจึงรีบหมายจะจัดการให้เสร็จไป


             ผลั่ก!!!


             เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นทำเอาแพคฮยอนอดประหลาดใจไม่ได้ ภาพของชายร่างใหญ่ที่เอื้อมมือจะมาคว้าตัวเขาออกไป ในสายตาแพคฮยอนกลับถูกแทนที่ด้วยแผ่นหลังของใครบางคนที่เข้ามาขวางเขาเอาไว้ ร่างสูงในชุดสูทแบบเดียวกันนั้นแม้ยังไม่ได้หันมาแต่เขาก็จำได้ดีว่าเป็นใคร


             ทำอะไรของแกน่ะไค


             หึ .. แกนั่นแหละจะทำอะไรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามคนตรงหน้าที่จ้องมาด้วยแววตาแข็งกร้าว


             ไม่เห็นรึไง ว่าหมอนี่เป็นใคร แกลืมแล้วเหรอว่ามันเป็นคนเดียวกันกับที่คุณท่านให้เราโยนมันออกไปวันนั้นน่ะเพื่อนร่วมอาชีพเอ่ยเตือนความจำให้กับไค ซึ่งคนด้านหลังก็คิดแบบเดียวกัน


             แกนั่นแหละซางจูที่ไม่รู้อะไรร่างสูงที่หันหลังบังคนตัวเล็กเอาไว้กลับเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น


             หมายความว่าไง


             ก็หมายความว่า ถ้าแกไม่อยากจะหางานใหม่ทำก็ไสหัวไปที่อื่นซะ


             หนอย แก แกกล้าขัดคำสั่งคุณท่านเรอะ ถ้าคุณท่านรู้มีหวังแกถูกไล่ออกแน่คำขู่ไล่ออกที่ไม่ว่าใครก็กลัวกันหนักหนาถูกเอ่ยออกมาให้ได้ยิน แต่สำหรับคนฟังแล้วมันช่างไม่มีผลอะไรเลยจริงๆ

 

ไคไม่นึกโกรธเคืองอีกฝ่ายเพราะเข้าใจว่าทำไปตามหน้าที่ แต่หากจะโกรธก็คงไม่พ้นความรู้สึกส่วนตัวของเขาเองมากกว่าความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่อยากให้มือคู่นั้นมาแตะต้องคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขา


             ฉันว่าแกนั่นแหละ ถ้าไม่อยากจะโดนอย่างที่ตัวเองพูดก็อย่ามายุ่งกับคนๆนี้ดีกว่า ถือว่าเตือนแล้วนะซางจู


             “...........”


             ฉันไม่กล้าขัดคำสั่งคุณท่านหรอก แต่ถ้าแกกล้าจะขัดคำสั่งคุณชายก็เอาเลย คุณชายคงไม่เอาแกไว้แน่ถ้าขืนแกยังยุ่งกับแขกของคุณชายอยู่อย่างนี้พูดจบคนฟังที่กำลังจะเถียงจึงต้องอึ้งไปไม่ต่างกับคนที่ถูกพูดถึงเลย

 

คำว่าแขกที่ไคพูด แม้แพคฮยอนไม่อยากจะเชื่อ แต่แววตาดำสนิทมีแต่ความจริงจังก็ทำให้บอดี้การ์ดร่างใหญ่ยอมเชื่อแต่โดยดี หรืออีกอย่างคือไม่อยากจะเสี่ยงกับการถูกไล่ออก เพราะคนอย่างไคคงไม่คิดล้อเล่นเป็นแน่  ซางจูยอมถอยออกไปจากที่ตรงนี้เพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ส่วนเรื่องของเจ้านาย ขืนเขาเข้าไปยุ่งก็ไม่มีประโยชน์อะไร ปล่อยให้ไคคนเก่งจัดการน่าจะดีกว่า

 

 

 

             ทันทีที่อีกคนเดินจากไปบรรยากาศบริเวณนั้นก็กลับมาอย่างเก่า ไคหันกลับมาอย่างไม่รอช้า แพคฮยอนรู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่อีกฝ่ายช่วยเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรกับเขาต่อ


             คุณเข้ามาได้ยังไงภายใต้ใบหน้าที่ยังคงนิ่งขรึมนั้นได้ฉายความรู้สึกออกมาเพียงนิด


             ฉัน คือ คือว่า...เสียงหวานหลบตาพลางตอบแบบอ้ำๆอึ้งๆจนคนฟังเหนื่อยใจไปด้วย ร่างสูงที่ถอนหายใจจึงพาลคิดถึงใครบางคนขึ้นมา เขาไม่เข้าใจเลยว่าปล่อยให้คนตรงหน้าเขามายืนอยู่ที่นี่ได้ยังไง


             เอาเถอะๆ ไม่ต้องตอบผมหรอก ยังไงตอนนี้คุณรีบกลับบ้านเถอะ .. อยู่ที่มันอันต.....ไครีบหยุดปากตัวเองลงเมื่อพลั้งพูดอะไรออกไปไม่คิด แพคฮยอนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หลายอย่างและสิ่งที่ได้ยินมันตีกันอยู่ในหัวของเขาไปหมด ทั้งเรื่องที่บอกว่าเขาเป็นแขกของคุณชาย ทั้งเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าจะถูกโยนออกไปหรือไม่

 

               และสิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้ แพคฮยอนฟังออกนะว่าคำๆนั้นคือ อันตราย
 

ถึงตรงนี้อาการกล้าๆกลัวๆของเขาก็เริ่มจะหายไป ดวงตากลมโตที่เอาแต่หลบกลับจ้องจะเอาคำตอบกับคนตรงหน้าอย่างไม่นึกกลัวเกรง


             ทำไม คุณชายของนายจะฆ่าฉันงั้นเหรอได้ยินอย่างนั้นไคก็พูดไม่ออก เอาอีกแล้วสิที่คนๆนี้จะคิดเองเออเองไปคนเดียว แต่ไคไม่คิดจะโทษแพคฮยอนเลย ในเมื่อทุกอย่างเจ้าตัวกลับน่าสงสารที่ไม่ได้ถูกให้รู้อะไรเลยสักนิด


             ก็เอาสิไค ถ้านายกลัวฉันตายเพราะฝีมือเจ้านายของนายล่ะก็ บอกมาตรงๆเลยดีกว่า


             มันไม่ใช่อย่างนั้น ....จะให้เขาบอกหรืออย่างไรว่าหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาคงไม่มีทางมามัวยืนพูดด้วยแบบนี้หรอก


             แพคฮยอนยืนกำมือแน่นไม่ยอมขยับไปไหน เอาแต่จ้องหน้าไคอย่างไม่ยอมลดละ บอดี้การ์ดหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ ไคคิดจะเปลี่ยนเรื่องจึงยิ้มออกมาให้แพคฮยอน และนั่นก็ทำให้คนอวดดีต้องมีแววตาอ่อนลง


             ไม่เจอกันนานนะ คุณสบายดีเหรอความห่วงใยที่พยายามซุกซ่อนเอาไว้ในใจถูกแสดงออกผ่านเพียงแค่หนึ่งคำถามที่แสนธรรมดา และแน่นอน แพคฮยอนเองก็แค่รู้สึกขอบคุณจากใจอย่างทุกครั้ง


             นายเป็นห่วงฉันเหรอ


             ก็ ...... ใช่ ผมห่วงแขกของคุณชายทุกคนนั่นแหละ


             .. แต่ไม่ได้คิดถึงทุกคน เหมือนกับที่คิดถึงคุณหรอกนะ พยอนแพคฮยอน
            

             งั้นเหรอ งั้นก็ขอบใจ


             “............” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าไม่ค่อยชอบใจนัก ไคก็โล่งใจที่คนตรงหน้ายังคิดเหมือนเดิม แต่เขาแอบผิดหวังนิดๆที่แพคฮยอนไม่มีทางได้ล่วงรู้บางอย่างในใจของเขา แต่ก็ช่างเถอะ เขาไม่อยากจะคิดอะไรที่ไม่สมกับเป็นตัวเองนักหรอก


             ว่าแต่แขกของคุณชายงั้นเหรอ นายก็รู้ว่าไม่ใช่แล้วจะพูดทำไม


             งั้นผมถอนคำพูดก็ได้


             แล้ว ... นายจะโยนฉันออกไปข้างนอกเมื่อไหร่ล่ะแพคฮยอนเริ่มทำหน้ากลัวขึ้นมาเสียดื้อๆ เรียกรอยยิ้มจากไคได้ไม่ยาก


             หัวเราะอะไร


             เปล่า ..ฮะฮะ คุณนี่ก็แปลกดีนะ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวก็ทำหน้าดุ เดี๋ยวก็เหมือนจะร้องไห้ อะไรของคุณกันเนี่ยไคส่ายหัวไปมาเพราะนึกขำ แพคฮยอนจึงทำหน้าไม่ถูกที่โดนแซวเสียแบบนี้ แล้วบรรยากาศเบาๆก็เข้าแทรกกลางระหว่างคนทั้งสอง สักพักร่างสูงที่เอาแต่ยิ้มรู้สึกตัวขึ้นมาจึงหุบยิ้มนั่นลงไปเสียแทบหมดเพราะเสียงโทรศัพท์ในกะเป๋าที่ดังขึ้น


             รออยู่นี่อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวผมมาไคบอกแพคฮยอนก่อนจะเอื้อมมือกดปุ่มรับสายที่ปลายหูฟังอันเล็กซึ่งคาดอยู่ที่หูด้านหนึ่งของเขาแล้วเดินห่างออกไปเพื่อคุยอะไรบางอย่างกับคนในสาย

 


             ว่าไง มีอะไรแก้ตัวเสียงทุ้มเอ่ยถามโดยไม่ต้องฟังสิ่งที่เสียงในสายจะบอกเขาเลย ไคเดาได้ว่ามันคือเรื่องอะไร


             อย่ามาตลกนะไค พูดแบบนี้รู้แล้วใช่มั้ย


             เออสิ

 

          อย่าบอกนะว่าเค้าอยู่ที่นั่นจริงๆ แล้วนายเจอรึยัง

 

เสียงในสายร้อนรนแทบทนไม่ไหว แต่คนฟังมีหรือจะเต้นเร่าๆไปด้วย ไคถอนหายใจกับความผิดพลาดของเพื่อนตัวเองที่แทบจะไม่เคยมีให้เห็นเลย นึกแล้วก็ขำ กับแค่ผู้ชายธรรมดาตัวเล็กๆคนหนึ่งพวกเขากลับจัดการไม่ได้เลยหรือนี่


             ใจเย็นๆ ตอนนี้เค้าอยู่ที่นี่แหละ


             ซวยแล้วไง แล้วคุณชายเห็นเค้ารึเปล่า โธ่เว้ย .. นายพาเค้าออกมาเลยนะ ได้ยินมั้ยวะคิมจงอิน!


             เออๆๆ รู้แล้วล่ะน่า ครั้งนี้จะถือว่าช่วยเพื่อน ถ้าต่อไปพลาดขึ้นมาอีกฉันไม่รู้ด้วยนะ


             เออ ขอบพระคุณอย่างสูงเลยว่ะ


             งั้นแค่นี้ก่อนนะเว้ยลู่หาน จะรีบพากลับเดี๋ยวนี้แหละว่าแล้วไคก็กดตัดสายไป

 

ร่างสูงเดินวกกลับมาที่เดิมซึ่งเขาเดินจากไปแค่ไม่ไกล แต่แล้วความประหลาดใจก็ต้องปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา ไคพูดไม่ออกกับความว่างเปล่าตรงหน้า .. แพคฮยอนไม่อยู่ตรงนี้แล้ว


             ให้ตายเหอะจงอิน นายมันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆบอดี้การ์ดหนุ่มสบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย ร่างสูงยืนตื้อไปพักหนึ่งก่อนที่จะตั้งสติได้แล้วจึงออกเดินหาคนที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน

 

 

 

 

-----◆◆-------------◆◆-----

 

 


 

             พิธีวิวาห์กำลังดำเนินมาถึงช่วงเวลาสำคัญ


 

 

ร่างเล็กก้าวเดินต่อไปไม่ไหวจึงอยากจะถอยออกมา แต่แล้วเสียงในใจมันก็คัดค้านขึ้น ถึงเวลาที่ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังคนทั้งสองซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยดอกไม้สีขาวรอบกายในพิธีสำคัญ คู่บ่าวสาวยืนหันหน้าเข้าหากันโดยมีบาทหลวงยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังของพวกเขา

 

ความปิติยินดีถูกฉายอยู่บนใบหน้าของใครหลายคน รวมถึงใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าบ่าวในชุดทักสิโด้สีขาวดูดีมีราคา ผู้ที่ใครหมายปองอยากได้เป็นคู่ชีวิตเพียงเพราะความสมบูรณ์แบบที่พึงจะมี แต่สุดท้ายแล้วผู้ที่ได้ครอบครองกลับเป็นเธอคนนี้ หญิงสาวหน้าตางดงามรูปร่างสมส่วนในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ที่มีราคาแสนแพงการันตีความมีระดับให้กับเธอไม่แพ้คนที่ยืนข้างกายเช่นกัน


             และเมื่อบาทหลวงกล่าวถามคนทั้งคู่ตามพิธีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เจ้าบ่าวต้องสวมแหวนให้เจ้าสาว ชานยอลจับมือของเธอขึ้นเพื่อจะสวมแหวนให้ เขาค่อยๆบรรจงจับแหวนสวมลงไปให้เธออย่างตั้งใจ แต่ใครเลยจะรู้ว่ามือคู่นี้มันเย็นจนแทบจะขยับไม่ออก หัวใจมันเริ่มสั่นอย่างยากจะควบคุม .. ภาพที่เคยสวมแหวนให้กับใครบางคนในวันวานกำลังย้อนกลับเข้ามาในหัว ซ้อนทับกับสิ่งที่กำลังจะทำอยู่

 


              ชานยอลหยุดนิ่งไปขณะที่มือจับแหวนค้างเอาไว้ เป็นที่น่าแปลกใจต่อแขกเหรื่อในงานมากมาย ดวงตาคมหลับลงเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ เขาคิดว่าตัวเองรู้ดีว่าเวลาไหนควรทำอะไร เวลาไหนควรนึกอะไร แต่ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้กันเล่า
 

 

ชานยอลดึงมือตัวเองออกพร้อมกับแหวน ก่อนที่เขาจะตั้งสติและเริ่มจะสวมมันเข้าไปใหม่ แต่แล้วครั้งนี้กลับต้องชะงักไปมากกว่าเก่า เมื่อภาพตรงหน้าของคือเจ้าสาวแสนสวยยืนยิ้มให้เขาอยู่ แต่ภาพของใครบางคนซึ่งไม่นึกว่าจะได้เห็นกลับปรากฏขึ้นมาในสายตาของเขาเช่นกัน ภาพของใครคนนั้นก้าวขาโผล่พ้นออกมาจากภาพเจ้าสาวสะกดให้เขาต้องมองอย่างเลี่ยงไม่ได้

 


             ชานยอลนึกเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังอาจจะคิดถึงมากไปหน่อยเลยเพ้อไปเอง แต่มันไม่ใช่แล้วล่ะ


             พยอนแพคฮยอนกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาตัดพ้อ

 


             ทุกอย่างที่กำลังดำเนินอยู่ต้องชะงักไปจนหมด แพคฮยอนเองก็ก้าวขาต่อไปไม่ออกเช่นกัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะโผล่ออกมาให้เห็น แค่สักครั้งเดียว สักครั้งก็ยังดี กับสิ่งที่เขาอยากจะขอได้ยินกับหูตัวเอง นึกแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลออกมา แพคฮยอนไม่สามารถบังคับตัวเองให้เดินออกไปจากที่ตรงนี้ได้ เช่นเดียวกับอีกคนที่แม้ว่าอยากจะสานต่อในสิ่งที่กำลังทำอยู่แค่ไหน

 

หากแต่คนที่ปรากฎกายขึ้นมากลับทำให้หัวใจของเขาต้องกระตุกวูบ ณ เวลานี้ คุณชายผู้เด็ดขาดกับทุกคำสั่งของตัวเองมาตลอดกลับไม่ได้คิดหาคำต่อว่าหรือบทลงโทษให้กับลูกน้องตัวดีที่กล้าขัดคำสั่งเขา เรื่องนั้นจะคิดบัญชีเมื่อไหร่ก็ได้เพราะไม่สำคัญอะไร .. แต่ตอนนี้สิ จะเอายังไงกับใจของตัวเองต่อดี


เขาสบตากับคนที่ยืนมองมาด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่แท้จริงแล้วปาร์คชานยอลแทบจะลืมหายใจไปเลยด้วยซ้ำ น้ำตาของคนที่ยืนห่างออกไปแค่มันปริ่มออกมาเขาก็แทบจะหายใจไม่ออก เหมือนมีใครเอามีดมาตัดลมหายใจให้ขาดห้วงไป แล้วเขาจะต่อให้ติดดังเดิมได้อย่างไร

             เจ้าบ่าวที่ยืนนิ่งไปเพราะใครบางคนจะทำอย่างไร เขาจะสวมแหวนลงไปที่นิ้วเจ้าสาวแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งไปหาหัวใจตัวเอง

             แน่นอน ต้องเลือกวิธีแรกสิ มันต้องเป็นวิธีแรกอยู่แล้ว


             แต่ พระเจ้า ..  ลูกไม่อยากทำร้ายดวงใจของลูกที่อยู่ใกล้กันแค่นี้เลยจริงๆ
 

 

 

 

 

 

 

 

 


             ไคหยุดยืนมองร่างของคนที่เขาตามหาทั่วงาน แต่พอเจอเข้ามันก็สายไปแล้ว นอกจากจะทำอะไรไม่ได้มันยังทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด เหตุการณ์ตรงหน้าที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นนั้นทำเอาเขาแทบอยากจะบ้า ไม่ได้กลัวนักหรอกว่าเจ้านายจะทำโทษเพราะพวกเขาทำพลาด แต่บรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่กำลังเป็นอยู่นั้นมันมีผลเสียเท่าไหร่เขาย่อมรู้ดี

 

 

             ในพิธีวิวาห์ซึ่งรอบกายเคยเคลื่อนไหว ในตอนนี้ราวกับมีใครมาสั่งให้ทุกอย่างหยุดลง ใจดวงน้อยยืนคอยในสิ่งที่เป็นความหวังลมๆแล้งๆ พยอนแพคฮยอนเคยนึกว่าตัวเองอาจจะเป็นคนที่อีกฝ่ายเลือก เรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่น แต่ดูในตอนนี้สิ ในความเป็นจริงที่เป็นอยู่คือเขาที่ไม่รู้ว่าจะก้าวออกไปทางไหน เขาไม่สามารถหลบตาคู่นั้นที่สบกันอยู่ไปได้ เกลียดใจตัวเองนักที่ดื้อดึงไม่เข้าเรื่อง เหมือนเป็นตัวอะไรที่มาอยู่ผิดที่ผิดเวลา

 

ทุกสายตาเริ่มจับจ้องกับอาการที่น่าแปลกใจ เจ้าบ่าวที่ชะงักไปเอาแต่มองไปที่ใครสักคนซึ่งจ้องตอบกลับมาเช่นกัน

ปาร์คชานยอลปล่อยให้เวลาแต่ละวินาทีผ่านไปโดยที่ใจของเขาไม่คิดที่จะเลือกอีกแล้ว .. เพราะยังไงเสีย คนไม่ดีคนนี้ก็เห็นแก่ตัวเกินกว่าจะยอมเสียดวงใจของตัวเองไปได้

 

 

             .. ขอโทษนะ แพคฮยอน

 

             ใบหน้าคมเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ก่อนจะตัดใจหันหนีดวงตาคู่นั้นที่เขาไม่อยากเห็นมันต้องมีน้ำตา แหวนเพชรเม็ดงามค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่เรียวนิ้วของเจ้าสาวแสนสวย ขณะที่ใจของคนๆหนึ่งกำลังกล้ำกลืน ขณะที่ใจของคนอีกคนกำลังแตกสลาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             ปัง ปัง ..ปัง!!!

 

 

             เสียงปืนไม่กี่นัดดังลั่นไปทั่วทั้งงาน แขกเหรื่อมากมายไม่รอช้าให้ความไม่ปลอดภัยคืบคลานเข้ามา พิธีวิวาห์ที่ดำเนินอยู่จึงต้องหยุดทุกอย่างโดยที่ความวุ่นวายโกลาหลได้บดบังไปจนหมด หลายคนวิ่งหนีออกจากงานไป หลายคนก็หลบอยู่ตามโต๊ะหรือมุมต่างๆ

 

ชานยอลตื่นตระหนกมากเพียงใดเขาก็ยังมีสติครบ ร่างสูงไม่รอให้ใครต้องตัดสินใจ เขาถือโอกาสฝากเจ้าสาวเอาไว้กับบอดี้การ์ดของหล่อนที่วิ่งเข้ามาหาอย่างทันท่วงที

 

             “ชานยอลคะ ...”

 

             “ไม่ต้องห่วง คุณหลบไปก่อนนะมินอา” ชานยอลพูดจบหญิงสาวก็พยักหน้าให้อย่างอย่างรวดเร็ว เมื่อคิมมินอา

ออกไปจากที่ตรงนี้แล้วชานยอลก็ไม่ลืมจะกวาดสายตาไปหาพ่อกับแม่ของตัวเองที่ตอนนี้ปลอดภัยและมีคนคุ้มกันอย่างแน่นหนาแล้ว ความวุ่นวายในงานที่ล่มไม่เป็นท่านั้นไม่ได้ทำให้คนที่รู้กันดีสงสัยเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ใครเลยจะคิดว่าจะโดนกัดกันกลางงานอย่างนี้

 

 

             ชายหนุ่มวิ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อจะหาคนที่เขาห่วงสุดหัวใจ เวลานี้ไม่จำเป็นแล้วที่ต้องเก็บความห่วงเอาไว้ คนหลายคนวิ่งผ่านเขาเข้ามาชนคนแล้วคนเล่าทำให้ไม่ง่ายนักต่อการจะวิ่งออกไปหาคนๆนั้น แต่แล้วชานยอลก็หลุดออกมาจากผู้คนได้

 

เขาชะเง้อหาแพคฮยอนซึ่งกำลังยืนอยู่ที่เดิม แค่นั้นแหละที่หัวใจมันแทบจะหยุดเต้นเพราะเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่แค่คนเดียว ลูกน้องคนเก่งที่เขาไว้ใจให้ดูแลนอกจากจะทำพลาดที่ปล่อยให้เข้ามาในงานได้แล้วยังผิดที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหนกันหมด   ชานยอลนึกอยากจะฆ่าลูกน้องตัวดีทั้งสองคนเหลือเกิน  

 

พยอนแพคฮยอนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาไม่ได้เป็นอะไร แต่หากว่าช้าไปแค่วินาทีแล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ ต่อให้เขาอยู่ห่างแค่สามก้าวแต่ถ้าไม่ทันแล้วจะทำยังไง ห้วงความคิดทั้งหมดแล่นวนในหัวผ่านสายตาอันแสนห่วงใยออกมาอย่างไม่มีปิดบัง วินาทีนั้นเองที่แพคฮยอนได้เห็นก็รู้สึกเหมือนกำลังฝันไป คุณชายชานยอลคนนี้กำลังห่วงเขาใช่ไหม .. ใช่หรือเปล่า

 

             ไม่ทันจะได้ก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิมเท่าใด คนที่ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ก็วิ่งเข้ามาอีกทาง ไคเข้าประชิดตัวพยอนแพคฮยอนอย่างรวดเร็วก่อนจะสบตากับเจ้านายตัวเองอย่างรู้กัน บอดี้การ์ดหนุ่มพยักหน้าให้พร้อมทั้งคว้าเข้าที่คนตัวเล็กอย่างไม่รอช้า แพคฮยอนที่ยืนอึ้งไปเมื่อรู้สึกตัวจึงดันตัวเองออกจากการเกาะกุมนั้น

 

             “นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ ..”

 

             “อย่าดื้อเลยน่าคุณ ไปกับผมเดี๋ยวนี้ อยู่นี่อันตรายแค่ไหนไม่เห็นรึไง”

 

             “ไม่ ปล่อย ฉันไม่ไป ..  ขอร้องล่ะ นายอย่าพาฉันไปเลยนะไค ขอร้องแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเอง”

 

แพคฮยอนรั้งตัวเองออกพลางอ้อนวอนให้มือคู่นั้นปล่อยเขาไปแต่ก็ยังถูกดึงเอาไว้เหมือนเดิม แววตาหมดหวังหันมาอีกคนที่เขาอยากเจอ ชานยอลที่ยืนอยู่จึงรีบหันหน้าหนีและพยายามจะเดินจากไป ไคมองภาพคนที่เขาจับมือเอาไว้อย่างแสนสงสาร น้ำตานองหน้าอย่างนี้กับท่าทางจะวิ่งตามคนที่รักมันสะเทือนเข้าไปในใจของไคจนเจ็บตามไปด้วย เขาไม่ได้อยากจะรั้งแพคฮยอนเอาไว้อย่างนี้หรอกนะแต่มันไม่สามารถปล่อยไปได้เพราะเป็นคำสั่ง

 

             “ฮึก .. ปล่อยฉันไค ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาคุณชายของนาย แล้วไม่เห็นรึไงว่าเค้ากำลังจะเดินหนีฉันไป ขอร้องล่ะ” ไคแข็งใจไม่ยอมปล่อยมือ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ อยากอ้อนวอนให้คนตัวเล็กกลับไปกับเขาดีๆแต่ก็พูดไม่ออก จะปล่อยก็ไม่กล้า ให้ตายสิ ถ้าไม่ติดว่าเขารู้และเข้าใจคุณชายของตัวเองล่ะก็นะ คงนึกว่ามันโหดร้ายเกินไปตั้งแต่แรกแล้วล่ะ

 

             “ชานยอล!! คุณอย่าเดินหนีได้มั้ย .. ขอผมถามแค่นิดเดียว แล้วผมจะไม่มาอีก” แพคฮยอนดันตัวเองออกจากไคซึ่งมันไม่มีผลอะไรเลย เขาจึงได้แต่หมดแรงและตะโกนเรียกคนที่กำลังเดินจากไป ชานยอลข่มใจก้าวต่อไปโดยไม่หันมามอง เขาตั้งใจแล้วว่าจะไม่ใจอ่อนในเวลานี้ แต่เสียงที่ดังตามหลังมานี่สิที่ยังไม่หยุด น้ำเสียงที่เขาไม่เคยลืมกำลังตะโกนร้องขอให้เขากลับไป ร่างสูงหยุดเดินก่อนจะหันมาช้าๆ

 

            “ปล่อยได้แล้วไค..”

เขาสั่งแค่สั้นๆร่างเล็กของแพคฮยอนก็เป็นอิสระทันที ไคมองคนข้างกายที่วิ่งตรงไปข้างหน้าพลางระวังอันตรายทั้งหมดที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ในเวลานี้ แพคฮยอนหยุดยืนห่างจากชานยอลไม่ไกลมากนัก อย่างน้อยก็ได้ยินเสียงโดยไม่จำเป็นต้องตะโกน

 

             “คุณมันใจร้ายจริงนะ..”

 

 

 

 

             .. แล้วพยอนแพคฮยอนจะรู้ไหมนะ ว่าคนใจร้ายคนนี้มันเจ็บแค่ไหน

 

            

 

 

 

.

.

Tbc. Chapter 8

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องนี้จริงๆพอมาอ่านเองแล้ว ก็ยอมรับนะคะว่ามันอ่านยากยืดเยื้อ ไม่จรรโลงใจและไม่น่าตื่นเต้น .... หึหึหึ
แต่ก็เป็นคอนเซปท์ของมันล่ะค่ะ 
เป็นฟิคที่ไม่แปลก แต่ก็แอบแปลกๆ // อยากบอกว่ามันดำเนินมาครึ่งทางแล้วหรือเลยครึ่งมานิดหน่อย
คนอ่านจะว่ามั้ยว่า  "ห๊ะ ยังไม่เคลียร์เลยนะ" .... ตอบแบบเดิมค่ะ คอนเซปท์มันแบบนี้แล ^^! (แต่เคลียร์แน่นอน)

 

 

อ๊อย ทอล์คไรไม่รู้ ไปแล้วดีกว่า

 

ปล.ขอบคุณทุกคอมเมนท์อีกครั้งค่า^^



ปล2.กำลังจะรวมเล่มจ้า เผื่อใครสนใจ น่าจะทันไปบูธงานวันที่6 พ.ค. ด้วยแหละ 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #691 มัคคึซาราง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 23:30
    ทีแรกคิดว่าจะไม่ร้องไห้ แต่ร้องไห้เฉยเลย
    #691
    0
  2. #680 PINKLAND (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 15:52
    บีบหัวใจเหลือเกิน
    #680
    0
  3. #665 Dyo.A (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 11:40
    เศร้า น้ำตาแตก
    #665
    0
  4. #646 คุณพวยพวย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 20:50
    เฮ้ยยยยยย

    ยอลเจ็บ
    #646
    0
  5. #630 96line's (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 16:03
    เจ็บและจริงๆก็พร้อมจะไป  โถ่ อธิบายไม่ออกเลย
    คือสงสารทั้งสองคนแหละค่ะ .
    #630
    0
  6. #617 Cha27 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 13:24
    สงสารชานยอล สงสารแบคฮยอน T______T
    #617
    0
  7. #607 ˋoshpcy. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 23:03
    ยอลลลลลลรู้นะว่าเจ็บ... 
    #607
    0
  8. #591 [~Black_Pearl~] (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 18:54
    ยอลล TT
    #591
    0
  9. #555 baekky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 04:05
    ก็ยังอยากรู้เหตุผลชานยอลอยู่ดี

    ชานก็ยังรักและห่วงแบคอยู่นิ

    ทำไมไม่บอกเหตุผลแบคล่ะ

    จะได้ไม่เสียใจทั้งสองฝ่ายยังงี้ หน่วงงงง TT'
    #555
    0
  10. #531 sweet_memory (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 13:06
    คุณชายช่วยแถลงข่าว้วยนะคะ
    ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้
    เสีี่ยวลู่กับจงอิน (เอิ่มมม แอบกรี๊ดคู่นี้นะ แม้ในเรื่องเค้าจะเป็นเพื่อนกันก็เถอะ 555)
    แล้วใครก็กลางงานแต่งขนาดนี้ล่ะเนี่ยยย
    #531
    0
  11. #510 skyrealdream (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 22:54
    อยากรู้เหตุผลหยอยอ่ะ..ทำไมทำแบบนี้
    กลัวแบคจะเป็นอันตราย?
    แล้วทำไมไม่ออกมาปกป้องเอง..ยืมแต่มือคนอื่นอยู่ได้  เชอะ=3=!!
    #510
    0
  12. #495 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 16:17
    จะร้องไห้ โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทรมานใจ ปวดร้าวววว
    #495
    0
  13. #461 Pe'am (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 01:49
    เพราะกลัวแบคเป็นอันตราย หรอ ถึงทำแบบนี้ น่ะ
    #461
    0
  14. #439 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 20:02
    ชานยอลไม่อยากให้แบคเป็นอันตรายสินะถึงได้ทำแบบนี้
    #439
    0
  15. #427 Acoustic fair (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2556 / 14:42
    เพราะอะไร ทำไมชานยอลถึงทำแบบนี้กับแบค สงสารแบคมาก จิง ๆ
    #427
    0
  16. #412 de.fang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 20:02
    โฮกก เข้าใจอารมณ์ของทั้งคู่นะ
    เศร้าไปม้ายยย สงสารแบคอ่า
    #412
    0
  17. #393 May Sirirat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 17:36
    แต่งงานกันเพื่อธุรกิจสินะ
    น่าสงสารทั้งคู่  T^T
    #393
    0
  18. #375 parksoya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 14:29
    สงสารลู่หานสุดนะตอนนี้ ทำงานพลาดเนี่ย OTL
    #375
    0
  19. #324 Beloved-jae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 18:36
    สงสารพยอนอ่า สงสารจิงๆ

    จะมาทำไมก็ไม่รู้ มาให้ตัวเองเจ็บ

    ฮือออออออออออออออออ
    #324
    0
  20. #280 Clothia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 17:40
    อ่านแล้วเจ็บปวดใจสุดๆอะ สงสารทั้งแบคฮยอน ชานยอล รวมถึงไคด้วย จุดจบเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดนี้จะเป็นยังไง เราจะติดตามแน่นอนค่ะไรท์
    #280
    0
  21. #273 chanchan123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 21:21
    เม้นท์ไม่ออกเลย อยากรู้เหตุผลของชานยอลว่าทำไมต้องทำแบบนี้
    #273
    0
  22. #249 byunbiii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 10:05
    สงสารหมดเลย โอ๊ยย เศร้าแท้ TTT
    หน่วงมาก ทำไมยอลไม่กล้า
    ทำแบบนี้มันดีแล้วหรอฮะ !!
    #249
    0
  23. #234 chanyeol159 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 13:20
    สงสาร แบค ชานยอล ไคด้วย ฮืออออ ตกลงยอลแต่งงานจริงๆหรอ
    #234
    0
  24. #224 TOONuknik (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 09:56
    สงสารทั้งชานยอลทั้งบยอนเลยย
    สะเทือนใจมากตอนสวมแหวน ฮือ TT
    #224
    0
  25. #205 Wu.F (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 23:52
    ตอนนี้เชียไคแบคสุดติ่งอ่ะ - -
    #205
    0