[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 4 : ◆ Lonely Flower - chapter [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    27 ก.พ. 56










..
Chapter 3 ..

 

   

             แต่ในเมื่ออุตส่าห์โง่มาขนาดนี้แล้ว แพคฮยอนก็ขอโง่อีกสักครั้ง เขายังเชื่อมั่นกับสิ่งที่ผ่านมา ชานยอลต้องไม่ได้โกหก อีกฝ่ายคงกำลังมีปัญหาอะไรแน่ๆ ในฐานะคนรักกัน แพคฮยอนขอโง่ที่จะทำตามที่คิดอีกสักครั้ง
            

             ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์กับการรอคอยด้วยความหวังว่าอีกคนจะกลับมาหากัน สุดท้ายแล้วก็ไม่มีแม้แต่เงา แพคฮยอนที่ยังคงเชื่ออยู่ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้


             ปาร์คชานยอล


             ชื่อนี้ที่บังเอิญว่าเป็นแพคฮยอน หากเป็นคนอื่น เรื่องมันอาจง่ายกว่านี้  ชื่อนี้เป็นเพียงอย่างเดียวที่แพคฮยอนจะใช้ตามหาชานยอลได้ ร่างเล็กหายวับออกจากร้านที่เปิดทิ้งไว้ไปยังร้านอินเตอร์เน็ตในเมืองทันที และมันก็ช่วยตอกย้ำความโง่ของตัวเองได้อย่างชัดเจน ดวงตาทั้งคู่นิ่งค้างอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เสียงอ่านเบาๆดึงขึ้นกับตัวเอง


             ปาร์คชานยอล ลูกชายคนโตของ ..ริมฝีปากบางอ้าค้างอยู่เมื่ออ่านต่อไปไม่ออก บรรทัดนั้นที่กำลังจดจ้องมันเขียนเอาไว้ถึงนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่ง คนที่ใครๆก็รู้จัก และเป็นคนที่แพคฮยอนเพิ่งรู้วันนี้เองว่าเป็นพ่อของอีกฝ่าย


             หึ โง่จริงเชียวที่นายไม่รู้จัก เป็นกบในกะลาไม่เปลี่ยนเขาใช้เวลาไม่กี่นาทีในการตั้งสติและตอกย้ำว่าตัวเองไม่ได้เรื่องเพียงใด แต่ก็บอกแล้วว่าครั้งนี้ขออีกสักครั้ง แพคฮยอนปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็งเอาไว้ เขาหาที่อยู่ของชานยอลจนเจอโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องอื่นเลย มีทางเดียวเท่านั้นที่จะได้พบอีกฝ่าย แพคฮยอนต้องรู้กับตัวเองให้ได้ว่าทำไม ทำไมต้องบอกว่าลาก่อน อยากลากันจริงๆหรือว่าจำเป็น


             การตั้งหน้าตั้งตาทำเรื่องแบบนี้ทำให้ตัวเองไม่มีเวลาคิดอะไรอีกเลย ไม่ได้แม้แต่จะคิดว่าทำบ้าอะไรลงไป คนเค้าทิ้งกันแล้วยังจะไปถามเอาความจริงให้มันได้อะไรกัน .. แต่ใจอีกด้านมันบอกว่าแพคฮยอนยังเชื่อชานยอลอยู่เต็มอก เขามั่นใจว่าชานยอลไม่มีวันโกหก มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ

 

                                                                               -----◆◆-------------◆◆-----



             อากาศหนาวปะทะผ่านเสื้อโค้ทตัวนอกเข้ามาในเนื้อกายที่สั่นระริก แสงไฟจากตึกสูงในเมืองหลวงหวนให้คิดถึงสมัยที่เคยอยู่ เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียครอบครัวไป และตอนนี้ก็กำลังจะสูญเสียคนสำคัญอีกคนไปไม่ต่างกัน เรื่องนี้ที่ยังจัดการไม่ได้ เมื่อมานึกถึงเรื่องครอบครัวแล้วจิตใจมันก็ห่อเหี่ยวจนแทบก้าวขาไม่ออก แพคฮยอนคิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ และน้องสาวที่น่ารักของเขา จะทำยังไงถึงจะได้คนพวกนี้กลับคืนมา เขาจะทำยังไงในเมื่อรั้งไว้ไม่ได้แล้วต้องตายตามไปหรืออย่างไร

             .. ทำไมความรัก มันถึงไขว่คว้าเอาไว้ได้ยากเหลือเกิน

             ริมทางยามพลบค่ำมีรถคันอื่นวิ่งผ่านไปมาโดยไม่มีใครสนใจกัน มือบางกางแผ่นกระดาษที่อยู่ออกดูหลังจากที่เดินทางมาถึงได้ไม่นาน ด้วยความหวังที่มีอยู่ กับแค่การถามหาบ้านของใครสักคนที่เป็นถึงคนมีชื่อเสียง แค่นี้ไม่ได้ลำบากเกินความสามารถของเขาอยู่แล้ว

             .. พ่อครับ แม่ครับ ช่วยผมด้วยนะ


             แพคฮยอนตั้งใจอยู่ตามลำพังกับการจะพบชานยอลให้ได้ เขาใช้เวลาไม่มากนักในการตามหาบ้านของอีกฝ่าย ในใจก็กล้าๆกลัวๆจนเกือบจะถอดใจแล้ว แต่พอมาถึงที่แล้วจะให้กลับไปเลยมันก็ทำไม่ทันเสียแล้ว
            

             ประตูรั้วสูงตระหง่านล้อมรอบบ้านหลังใหญ่โออ่าราวกับวังเอาไว้ ภายในอ้อมล้อมไปด้วยสวนหย่อมดูดีที่แสนกว้างขวาง รถหลายคันเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบพร้อมด้วยชายคนขับรถหลายคนที่อยู่พร้อมรับใช้ หน้าประตูรั้วที่เขามองผ่านเข้าไปนั้นเห็นชายในชุดดำหลายคนยืนเป็นแถวตามจุดต่างๆของบ้าน แสงไฟจากหลอดลายเรียบสวยที่ปลายรั้วกระทบกับใบหน้าของแพคฮยอนยามที่ยืนมองอยู่ห่างๆ จากที่กำลังชั่งใจอยู่โชคชะตาก็ไม่ให้เวลากันเลยเมื่อคนด้านในสองคนตรงออกมาหาเขาทันที ร่างเล็กเงยหน้ามองก่อนจะถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ ท่าทางขึงขังของชายร่างใหญ่ที่เหมือนจะหักกระดูกของเขาทิ้งได้นั้น ดูยังไงก็ไม่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้หรอก


             นายเป็นใครคำถามตรงๆไม่ต่างกับท่าทางดังออกมาจากปากของหนึ่งในนั้น แววตาน่ากลัวยื่นเข้ามาใกล้กว่าเดิม และหากไม่ตอบเดี๋ยวนี้มีหวังต้องตายแน่ๆ


             อ่ะ เอ่อ ผมชื่อพยอนแพคฮยอน จะมาขอพบคุณชายของพวกคุณ


             คุณชาย .. คุณชายชานยอลเหรอ


             ชะ ใช่ครับ ผมมาพบคุณปาร์คชานยอลแพคฮยอนบอกอีกครั้งด้วยความหวังว่าจะสื่อกันรู้เรื่อง คนตรงหน้ายิ้มออกมานิดๆทำให้คนที่หวังอยู่ยิ้มตามไปด้วย แต่แล้ว ..


             เสียใจด้วยนะ คุณชายไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบความหวังที่มีถูกตัดฉับเอาง่ายๆเมื่อได้รับการปฏิเสธตรงๆ แพคฮยอนจุกที่ในอกด้วยความไม่กล้า แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก


             ขอผมพบเถอะนะครับ บอกเค้าว่าแพคฮยอนมาพบ เค้าอนุญาตแน่ๆ นะครับ


             ไม่ได้


             ขอร้องเถอะนะครับ นะครับ ผมมีเรื่องด่วนจริงๆ


             เฮ้ยนี่ บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ พูดไม่รู้เรื่องรึไงกันอีกฝ่ายเริ่มกระชากเสียงใส่อย่างไม่ไยดี แต่แพคฮยอนก็ยังคงดึงดันจะเข้าไปให้ได้


             ขอร้องเถอะนะครับ เห็นใจผมเถอะ ผมต้องพบคุณชายของพวกคุณให้ได้เลยนะ


             บอกว่าไม่


             เอางี้ คุณบอกให้เค้าออกมาหาผมก็ได้นะ ผมจะรอตรงนี้แหละ ไม่เข้าไปก็ได้


             ยิ่งไม่ได้ไปใหญ่ นายเป็นใครกัน ถ้าสำคัญนักคุณชายคงบอกพวกเราไว้แล้ว นี่อะไร...พูดแล้วก็ก้มมองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูถูกดูแคลน แพคฮยอนเริ่มไม่พอใจบ้างแล้ว เขาเสียใจมากพอแล้วนะที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ก็ในเมื่อพูดไม่รู้เรื่องเหมือนกันก็ไม่จำเป็นต้องพูดอีกต่อไป ร่างเล็กถือโอกาสที่คนพวกนี้กำลังพิจารณาเขา สองเท้ารีบวิ่งผ่านประตูรั้วขนาดใหญ่เข้าไปอย่างรวดเร็ว


             เฮ้ย หยุดนะ!คนทั้งสองตะโกนเรียกเอาไว้อย่างไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกล้าขนาดนี้ แพคฮยอนวิ่งผ่านเข้ามาด้านในโดยมีสองร่างของชายตัวใหญ่ตามมาติดๆ เรียวแขนข้างหนึ่งถูกกระชากไว้เมื่อคนข้างหลังวิ่งตามมาทัน ร่างของเขาทรงตัวไม่อยู่ขณะที่ดันมืออีกฝ่ายออก แพคฮยอนรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีกระทืบลงไปบนเท้าของคนทั้งสอง เขาหันกลับมาก่อนจะตัดสินใจตะโกนเรียกคนที่ต้องการมาพบให้ได้


             ชานยอล ชานยอล ออกมาหาผมทีได้มั้ย!!เสียงร้องโหวกเหวกของแพคฮยอนดังขึ้นเรียกให้แม่บ้านและสาวใช้ต่างต้องวิ่งออกมาดู ทุกคนที่ได้ยินต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นในเวลาอย่างนี้ ชายทั้งสองเห็นท่าว่าจะเกินเลยแล้วจึงตรงเข้ารวบคนตัวเล็กเอาไว้อีกครั้ง


             ปล่อยนะเว้ย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปหาชานยอล


             หนอย .. พูดดีๆไม่รู้เรื่อง งั้นต้องใช้กำลังกันแล้วมั้งหมัดข้างหนึ่งยกขึ้นหมายจะทำร้ายคนตรงหน้าที่ไม่ยอมทำตาม ดวงตากลมที่เริ่มมีน้ำตาคลอรีบหลับลงแน่นด้วยความหวาดกลัว


             หมัดหนักๆแทรกผ่านอากาศตรงเข้าที่ใบหน้าของคนที่ไม่มีทางหลบ และก่อนที่มันจะสัมผัสโดนก็ชนเข้ากับมือของใครบางคนเสียก่อน .. ร่างสูงของใครสักคนกายเข้ามาขวางแพคฮยอนเอาไว้ เสียงทุ้มเอ่ยอย่างราบเรียบแต่ฟังดูเอาเรื่องมากทีเดียว


             อย่าได้ทำอะไร ถ้าคุณชายไม่ได้สั่ง


             แววตานิ่งขึงแฝงไว้ด้วยความดุดันยามจ้องมองคนตรงหน้า ทั้งสองร่างที่อยู่ข้างกันต้องยอมปล่อยมือออกจากการบีบแขนแพคฮยอนเอาไว้


             เหอะ แกคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นแขกของคุณชายจริงรึไงวะไค


             “ .. แต่ถ้าไม่มีใครสั่ง แกก็ไม่มีสิทธิ์เมื่อยื่นคำขาดสั้นๆ อีกฝ่ายก็ไม่มีคำจะเถียง


             แพคฮยอนขยับกายออกมาจากคนทั้งสามที่จ้องหน้ากันอยู่ สองมือลูบขึ้นลงที่แขนตัวเองด้วยความเจ็บ รอยแดงเป็นจ้ำปรากฎขึ้นให้เห็นชัดเจน เขาไม่รู้หรอกว่าคนที่มาขวางเอาไว้เป็นใคร แต่ถ้าอีกฝ่ายจะหันมาเสียหน่อยเขาก็อยากจะขอบคุณจากใจเป็นการตอบแทน ร่างสูงในชุดสูทสีดำมีเพียงความเงียบขรึมในระหว่างนั้น สายตาคมนิ่งเย็นหันขวับมาหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก คนอื่นๆจ้องมองเหตุการณ์ต่างๆต่อไปจนลืมหน้าที่ตัวเองไปแล้ว


             คุณ เป็นอะไรมากมั้ยเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมเดินเข้ามาใกล้ ผิดคาดกับที่แพคฮยอนคิด คนๆนี้ช่างแตกต่างกับเพื่อนร่วมงานอีกสองคนเสียจริงๆ อย่างน้อยก็ใช้สรรพนามได้ให้เกียรติกันมาก จะเว้นก็แต่สายตานี่แหละที่มันนิ่งจนเดาอะไรไม่ได้ .. คล้ายกับใครบางคน


             เอ่อ ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณมากนะที่ช่วยฉันเอาไว้


             ไม่เป็นไร ผมแค่ไม่อยากทำเกินคำสั่งที่ได้รับ


             แพคฮยอนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะกำลังกลัวคนตรงหน้า แต่แค่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อดี ตอนนี้มันชาๆในหัวจนปวดไปหมด .. บอกตรงๆว่าเหนื่อยเหลือเกิน


             เหนื่อยเหรอราวกับได้ยินสิ่งที่อยู่ภายในใจ ผู้ชายที่แพคฮยอนได้ยินว่าชื่อไคนั้นกล่าวถามออกมาตรงๆ เขาอยากจะขอบคุณอีกครั้งที่ยังอุตส่าห์ถามกัน แต่ก็ช่างเถอะ ก็คงแค่ทำตามหน้าที่ให้ผ่านๆไป หลายคนที่ยืนมองอยู่ทำให้แพคฮยอนเริ่มจะเกิดอาการแปลกๆ


             เอ่อ คือ นายช่วยบอกชานยอลให้มาพบฉันทีได้มั้ย


             คุณชายชานยอล


             ก็ใช่น่ะสิ นะๆ ฉันจำเป็นต้องพบเค้าจริงๆ


             แล้วคุณเป็นอะไรกับคุณชายล่ะ


             ก็เป็น ...


             นั่นสิ จะต้องบอกว่าเป็นอะไรล่ะ แล้วตอนนี้เป็นอะไรกันแน่ ตาทั้งคู่ฉายแววหวั่นใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ไคก็ยังคงยืนนิ่งรอฟังอยู่ น่าแปลกที่ไม่ต้องให้อีกฝ่ายร้องขอให้มากความ เขาอยากจะทำตามที่ขอเสียเดี๋ยวนั้นเลย


             งั้น คุณรออยู่ตรงนี้นะ ...


             ใครน่ะ!!


             ไม่ทันจะพูดจบ เสียงผู้หญิงที่ฟังดูมีอำนาจในบ้านหลังนี้ก็ย่างกรายออกมายังด้านนอก แม่บ้านและสาวใช้หลายคนโค้งให้ก่อนจะรีบกลับเข้าไปทำหน้าที่ของตนเมื่อถูกสายตาของเจ้านายปราดมองโดยไม่ต้องเอ่ย ถึงแม้อย่างนั้นก็ใช่ว่าพวกเธอทั้งหลายจะไม่สนใจมองลอดหน้าต่างออกมาเลยเสียทีเดียว


             หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความงามบนใบหน้านั้นจ้องมองออกมายังชายหนุ่มคนแปลกหน้า เรียวตาสวยหรี่ลงมองอย่างแปลกใจและสงสัย ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงมีราคาเหยียดออกเมื่อก้าวตรงมาหาแพคฮยอน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนๆนี้เป็นใคร ไคโค้งให้ก่อนจะขยับกายออกมาให้ผู้เป็นเจ้านายเดินผ่าน


             เธอเป็นกันใครเหรอหนุ่มน้อย อยากพบลูกชายของฉันมีธุระอะไรไม่ทราบเสียงเอ่ยต่ำอย่างไว้เชิงถามออกมาให้คนที่ยืนอยู่เกิดอาการประหม่ามากขึ้น


             ผม ผมชื่อพยอนแพคฮยอน จะมาพบคุณชานยอล


             หือ .. มาพบงั้นเหรอ ธุระอะไรล่ะ


             ธุระ เอ่อ คือ ไม่มีหรอกครับ แต่แค่ขอพบแป๊บเดียวเท่านั้น ไม่นานหรอกครับยิ่งพยายามขอร้องเท่าไหร่แพคฮยอนก็รู้สึกเหมือนน้ำตาตกในเท่านั้น น่าสมเพชตัวเองไม่หายที่มาให้ขายหน้าคนอื่นเปล่าๆ ขนาดเจ้าตัวเค้ายังไม่โผล่ออกมาดูเลยด้วยซ้ำ


             ว่าแต่เธอเป็นใครล่ะ เป็นอะไรกับชานยอล


             ผม ผมเป็น ...อีกครั้งแล้วที่แพคฮยอนพูดไม่ออก มันตอบไม่ได้หรอกว่าเป็นอะไรกันฉันถามไม่ได้ยินรึไง


             เอ่อ คือ ..........


             งั้นก็พอแค่นี้แหละ เธอคงมาผิดที่แล้วล่ะมั้ง กำลังมืดแบบนี้ .. สงสัยจะหลงทางท้ายประโยคเน้นเบาๆให้แพคฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขยะมากขึ้น

             .. หลงทางงั้นเหรอ


             ผมไม่ได้หลงทาง ผมมาหาชานยอล ปาร์คชานยอลน่ะ คุณก็รู้แพคฮยอนหมดความอดทนแทบจะในทันที เขาพูดเสียงดังฟังชัดให้ได้ยินกันทุกคน และคนตรงหน้าที่ยืนอยู่ก็คงจะเข้าใจได้ง่ายๆ


             หึ กล้าดีเหมือนกันนะ ชานยอลคงไม่รู้จักคนแบบเธอหรอกยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉียบแบบผู้ใหญ่ แววตาดูถูกปรายมองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทางที่ปฏิบัติต่อผู้มาเยือนอย่างนี้ แพคฮยอนไม่เข้าใจว่าที่นี่สอนกันมาแบบนี้ตั้งแต่เจ้านายยันลูกน้องเลยหรือยังไง


             แต่ฉันจะบอกอะไรให้ ไม่ว่าเธอจะเป็นใครหรือเป็นอะไรกับชานยอล ก็อย่าได้สำคัญตัวผิดไป ลูกชายฉันเป็นคนเบื่อง่าย บางทีเค้าก็จะชอบออกนอกบ้านไปหาอะไรสนุกๆทำอยู่สักพักแล้วก็กลับมา อย่างนี้ล่ะนะ ไม่สนุกก็เลิก


             “.............”


             นั่นแหละ เผื่อเธอจะรู้จักเค้ามากขึ้นเหมือนจะหวังดี แต่ที่จริงแล้วสำหรับคนรอบข้างในที่นี้ไม่มีใครไม่เข้าใจกับสิ่งที่เจ้านายตัวเองพูด ร่างสูงในชุดสูทสีดำที่ยืนอยู่ห่างออกมาไม่มากกำลังจ้องมองคนตัวเล็กอยู่ แพคฮยอนกำมือเบาๆเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้แสดงออกไปถึงความอ่อนแอที่มีในตอนนี้


             ไม่จริงหรอก คุณพูดอะไรน่ะผมไม่เข้าใจ!


             ไม่เข้าใจงั้นเหรอ...


             ใช่ ผมไม่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไร คุณบังคับชานยอลให้ไม่ยอมพบผมใช่มั้ยล่ะ คุณบังคับเค้าแน่ๆเสียงดังขึ้นของแพคฮยอนทำให้คนอื่นๆนึกกลัวตามไปด้วย ไม่เคยมีใครที่ไหนจู่ๆก็มาตะโกนใส่หน้าคุณผู้หญิงของบ้านอย่างนี้


             ท่านครับ ให้เรา...


             ยังก่อน ฉันยังไม่อยากใจร้ายหล่อนผายมือขึ้นเป็นเชิงห้ามเมื่อบอดี้การ์ดร่างยักษ์คนหนึ่งเข้ามากระซิบถามอย่างเป็นห่วง ไคข่มสายตาให้นิ่งเอาไว้ เขามองคนตัวเล็กที่ฝืนยืนหยัดอยู่ด้วยความสงสาร อยากจะบอกเหลือเกินว่าให้รีบกลับบ้านไปเสียตอนนี้จะดีกว่า


             เธอบอกว่าฉันบังคับเค้าเหรอ มากเกินไปรึเปล่า


             ถ้าแม่ไม่ได้บังคับ งั้นพ่อก็ต้องบังคับ


             ลามปาม!!


             “ .. คุณโกหก ชานยอลอยู่ที่นี่และเค้าก็อยากพบผมด้วย


             อย่ารู้ดีไปหน่อยเลยน่ะ ลูกชายฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอคิดหรอก


             ไม่ ผมไม่เชื่อ!


             ในเมื่อแพคฮยอนเริ่มสติขาดผึงอารมณ์ทุกอย่างมันก็ปะทุออกมาผ่านสายตาและคำพูด ดวงตาเริ่มมีน้ำคลอออกมาอีกครั้ง มันรู้สึกตันในอกไปหมดจนอยากจะร้องไห้ สภาพการณ์แบบนี้ ไม่มีใครมาเจอเองไม่รู้สึกหรอก


             ปาร์คชานยอล .. ออกมาหาผมสิ คุณออกมาสิ!!!เขาร้องตะโกนขึ้นไปรอบๆอย่างไม่กลัวเกรง ดวงตาคมแบบเดียวกับลูกชายต้องเลิกคิ้วขึ้นกับเด็กคนนี้ที่หล่อนคิดว่าจะกล้ามากไปแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าลูกชายของตัวเองไม่น่าไปให้ความหวังใครไว้เลยจริงๆ


             คนทั้งหมดที่ยืนอยู่รอบข้างจ้องคุณผู้หญิงของพวกเขาด้วยรอคำสั่ง ไม่เว้นแม้แต่ไคที่เริ่มจะต้องคิดตาม เขาอดสงสารคนที่กำลังมองดูอยู่ไม่ได้เลยจริงๆ อุตส่าห์มาถึงที่นี่ จะกล้ามากไปรึเปล่า ถ้าเป็นคนอื่นไคคงคิดสงสารว่าสำคัญตัวผิดไปแน่ .. แต่นี่ไม่ใช่ เพราะเขารู้ดีกว่าเจ้าตัวเสียอีกว่าสำคัญตัวผิดหรือไม่


             ร่างเพรียวในชุดกระโปรงผ้าลื่นตัวยาวเริ่มขยับเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีท่าทางจะหยุดทำบ้าๆเสียที แพคฮยอนเองก็รู้สึกอึดอัดเช่นกันที่ทุกอย่างไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น ร่างเล็กตัดสินใจถีบตัววิ่งผ่านคนตรงหน้าเพื่อจะเข้าไปข้างในให้ได้


.. เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังทำเรื่องบ้าๆอยู่ แต่ขอสักครั้ง ขอแค่สักครั้ง อยากเจอ อยากถาม ในความรู้สึกมันบอกแพคฮยอนว่าชานยอลอยู่ที่นี่ ไม่ได้ไปไหน


             จับเอาไว้สิ!!เสียงแหลมของนายหญิงร้องสั่งให้ลูกน้องที่ยืนรออยู่นั้นทำหน้าที่ที่ควรเสียที แพคฮยอนวิ่งอย่างสุดแรงตรงเข้าไปข้างในเพื่อจะพบชานยอลให้ได้ แต่แล้ว .. ก็อย่างที่น่าจะรู้  เข้าไปได้ก็แปลกเกินไปแล้วแพคฮยอน


             ชายชุดดำร่างใหญ่สองคนตรงรี่เข้ารวบเอาร่างเล็กๆที่ดิ้นสุดแรงให้ออกมาด้านนอกตามเดิม


             ปล่อย ปล่อยนะเว้ย ปล่อยฉัน!!แพคฮยอนร้องลั่นเมื่อหนีไปไหนไม่รอด ร่างเล็กถูกลากหรือจะเรียกว่าหิ้วติดมือออกมาง่ายๆเห็นจะดีกว่า เรียวปากสีแดงของคนสั่งยกยิ้มขึ้นชวนให้ขนลุก ก่อนที่หล่อนจะขยับเข้ามาใกล้แล้วหุบยิ้มลง


             อย่าคิดลองดี ถ้าเธอไม่อยากเจ็บตัว


             อึก .. ไม่ คุณบังคับเค้าแน่ๆ ผมรู้


             งั้นเหรอ อวดดีจริงนะหนุ่มน้อย สำคัญตัวมากไปแล้วเสียงเย็นกระซิบเมื่อยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ แรงกดทับในอกของแพคฮยอนมากขึ้นๆตามความรู้สึกในเวลานี้ เขารู้ได้ถึงน้ำตาที่เริ่มจะเอ่อออกมา

 


             เขากลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ริมฝีปากทั้งคู่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างไม่คิดจะเอ่ยอะไร

 

             เฮ้อ .. ว่าแล้วไง ไหนๆก็อยากเจอลูกชายฉันแล้ว งั้นก็ดูเอาเองแล้วกันว่าฉันไม่คิดจะโกหกพูดจบ ใบหน้าสวยคมที่แต่งแต้มเครื่องสำอางยี่ห้อดีก็เงยหน้ามองไปที่ชั้นบนของตัวบ้าน สองแขนที่ถูกรวบเอาไว้บัดนี้เป็นอิสระแล้ว แพคฮยอนถูกสะบัดออกมาให้ทรุดอยู่กับพื้น

 

เขามองตามขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัยพร้อมๆกับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ หน้าต่างบานใหญ่ของห้องที่แพคฮยอนคิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนนั้นสว่างขึ้นด้วยไฟสีส้มอ่อน ร่างสูงที่ไม่คิดจะได้เจอกันแบบนี้หยุดยืนมองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดแล้ว แพคฮยอนฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่าย ความหวังทั้งหมดตีล้นเข้ามาในอกของเขาอย่างสุดจะบรรยาย ในที่สุดชานยอลก็ออกมาแล้ว ชานยอลกำลังจะมองลงมาที่แพคฮยอน เขากำลังจะเห็นว่าคนรักของตัวเองอยู่ตรงนี้ .. เขาจะต้องลงมาหาแล้วบอกกับทุกคนว่าเราเป็นอะไรกัน


             ชานยอล..เสียงครางเบาๆของแพคฮยอนหลุดออกมาจากปากยามที่กำลังดีใจ ถึงตอนนี้ต่อให้เขาต้องทรุดนั่งลงกับพื้นก็ยอม ได้โปรด อย่าให้ต้องรอนานกว่านี้อีกแม้เพียงอีกวินาทีเลย พลันความคิดยังไม่สิ้นสุด ร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างก็ค่อยๆก้มหน้าลงมายังคนด้านล่าง สองสายตาสบกันอย่างง่ายดาย แพคฮยอนยิ้มกว้างไปให้ เขากำลังหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาเช่นกัน .. ยิ้มอย่างเคยในเวลาที่อยู่ด้วยกัน


             แต่ไม่เลย .. แพคฮยอนคงคิดผิดมากกว่า


             ใบหน้าหล่อเหลามีเพียงแววตานิ่งขรึมและเฉยชาให้ได้สัมผัส รอยยิ้มที่ฉาบไว้บนใบหน้าหวานของคนด้านล่างนั้นค้างอยู่ไม่นานก็ค่อยๆเลือนหายไป มันไม่ใช่เรื่องตลกหรือน่าขันเลยสักนิดหากว่าอีกฝ่ายจะล้อกันเล่น ความเย็นจากสายตาอันแสนเมินเฉยทะลุผ่านหัวใจคนตัวเล็กไปเสียดื้อๆ ยิ่งจ้องตากันไกลเท่าไหร่ยิ่งเหมือนห่างออกไปมากกว่าเก่า


             ชานยอล ...เสียงเรียกชื่อเบาๆเอ่ยออกมาแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินมันเลยก็ตาม สีหน้าผิดหวังฉายออกมาอย่างไม่คิดจะอายใคร ทุกสายตามองตามร่างเล็กที่นั่งทรุดกับพื้นขณะที่ใบหน้านั้นเงยขึ้นมองคนด้านบนไม่ขยับไปไหน คุณชายผู้เยือกเย็นของเหล่าลูกน้องยังคงเป็นอย่างนั้นไม่มีเปลี่ยนไป หากใครลองถูกล่อให้ติดกับแล้วถูกทิ้งเหมือนลูกหมาข้างถนนก็ต้องโชคร้ายทรมานกันไป .. เหมือนกับ อี แพคฮยอน คนนี้ ไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไร แค่ทุกคำพูดที่ผ่านสายตาคู่นั้นออกมา แค่นี้เขาก็รู้แล้ว


             “.......... ไม่จริง ทำไมแพคฮยอนรู้สึกเหมือนน้ำตามันจะไหลออกมาอีก แววตาหมองเศร้ากำลังร้องขอให้คนที่สบตากันอยู่ได้เข้าใจเสียที แต่ไม่เลย ปาร์คชานยอล ทำเพียงแค่ยกยิ้มนิดๆราวกับกำลังมองลูกหมาข้างถนนตัวนี้อย่างแสนสมเพช
ปาร์คชานยอลคงไม่คิดจะแคร์ แม้ว่าตอนนี้น้ำตาของคนๆนี้มันกำลังไหลออกมาราวกับห่าฝน  และแม้ว่าตอนนี้ พยอนแพคฮยอนกำลังเจ็บเจียนตาย .. ก็ตาม


             ฮึก .. ชานยอลเสียงแผ่วเบาที่พูดกับตัวเองดังพอที่คนรอบข้างจะได้ยินมัน ไม่เว้นแม้แต่ร่างสูงของหนึ่งในบอดี้การ์ดอีกคนที่ยืนเงียบและทำได้เพียงแค่มองอย่างเห็นใจ คิม ไคไม่เข้าใจตัวเองนักหรอก ไม่เข้าใจว่าทำไมวูบหนึ่งในใจมันอยากพาคนๆนี้ออกไปจากที่นี่เหลือเกิน


             คุณผู้หญิงของบ้านที่มองเหตุการณ์อยู่นั้นถอนหายใจออกมาเบาๆ หล่อนไม่ถึงกับใจร้ายขนาดที่พอใจกับการกระทำของลูกชายตนเองหรอก แต่ก็ต้องถือซะว่าอีกฝ่ายโชคร้ายเองที่ถูกทำแบบนี้


             เธอกลับไปเถอะ เค้าเห็นเธอแล้วไง พอรึยัง แต่ก็นะ .. ชานยอลไม่ลงมาหรอก


             “..............”


             นี่ ได้ยินมั้ยที่ฉันพูดเสียงแหลมเพิ่มระดับความดังขึ้นอีกแต่ก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะสนใจ แพคฮยอนกำลังไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น ฉากสุดท้ายอันแสนเศร้าจบลงด้วยการที่คนด้านบนส่ายหัวให้กับเขาอย่างไม่ไยดีก่อนที่ม่านลายหรูจะถูกตวัดปิดหน้าต่างบานนั้นลง และภาพสุดท้ายก็คือใบหน้าของคนรักที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ก่อนที่ภาพอื่นๆมันจะกลายเป็นเบลอไปหมดเพราะม่านน้ำตาที่บดบังทุกอย่างรอบกาย เสียงสะอื้นเบาๆแทรกผ่านอากาศเย็นเยียบให้คนรอบกายแทบทั้งบ้านหลังโตได้เพียงแค่มองตามด้วยความรู้สึกหดหู่


             เฮ้อ .. ดื้อจริงนะหนุ่มน้อย ถือว่าเธอโชคร้ายหน่อยละกันนะที่มาเจอลูกชายฉัน รายนี้เค้าเบื่อเร็ว อีกอย่างก็ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนเธอถึงต้องมาถูกทิ้งอย่างนี้ กลับบ้านเถอะนะ


             ฮึก....แพคฮยอนไม่ยอมแม้แต่จะขยับตัวไปไหนทั้งสิ้น และนั่นทำให้คุณผู้หญิงต้องใจร้ายด้วยอีกครั้ง แรงดึงที่เรียวแขนของเขาโดยของชายร่างใหญ่สองคน เพียงแค่ตวัดนิดเดียวก็ทำเอาร่างเล็กปลิวติดมือมาได้แล้ว สภาพที่เหมือนตัวอะไรสักอย่างกำลังถูกหิ้วออกมานอกบ้านนั้นประจักษ์แก่สายตาของคนทั้งหมดที่ยืนอยู่



             .. แล้วลูกหมาข้างถนนตัวนี้ ก็ถูกเขี่ยให้ออกไปอยู่ข้างถนนอย่างเดิม

 

 

 

          

 

          จบแล้วสินะ


             นี่คือความคิดทั้งหมดที่แทรกผ่านสายฝนพรำเข้ามาในใจ มีเพียงเท่านี้จริงๆที่รับรู้ได้ แม้แต่หยดน้ำที่ซึมไหลไปตามร่างกายก็แทบไม่ได้อยากจะสนใจมันนัก


             หนาว .. พยอนแพคฮยอนกำลังหนาว แต่ไม่ใช่เพราะเสื้อที่เปียก ไม่ใช่เพราะความมืดและสายฝนพรำที่ทำให้เขาต้องยืนตากมันอยู่ข้างถนนอย่างนี้ พยอนแพคฮยอน กำลังหนาวเพราะปาร์คชานยอล


             ฮึก ...เสียงสะอื้นเบาๆที่พยายามกลั้นเอาไว้ บัดนี้ไม่ต้องอายใครมากกว่าเดิมเสียอีก รถราที่ผ่านไปมาคันแล้วคันเล่าไม่ได้มีใครคิดจะมาเหลียวแลอยู่แล้ว เขาจะยืนให้อายอยู่ตรงนี้ก็ช่างประไรไป ขาทั้งคู่เริ่มจะก้าวเดินไปตามข้างทางอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนัก แต่แล้วก็ต้องหยุดก้าวอีกครั้ง แพคฮยอนเดินต่อไปไม่ออก เขาแทบไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นนอกจากใบหน้าของใครบางคนที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน แววตาเย็นชากับรอยยิ้มที่กำลังมองมาอย่างสมเพช ..


นี่สินะที่บอกทุกอย่าง คำตอบที่แพคฮยอนพยายามจะหาให้ได้ ที่แท้แล้วก็เพียงสั้นๆแค่นี้เอง ผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตของแพคฮยอนพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ และ .. จากไปในวันฝนพรำเช่นวันนี้ น้ำตาที่ไหลอาบแก้มคงไม่มีใครรู้ เพราะมันหลอมรวมไปกับสายน้ำเย็นที่ทำให้เปียกโชกไปทั้งร่าง เนื้อกายสีขาวผุดผ่องแนบติดกับเสื้อเชิ้ตตัวบางในยามที่ขาก้าวไม่ออกอีกแล้ว

             ร่างกายของเขาแข็งแรงดี แต่ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังจะตายก็ไม่ปาน
             แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งที่จอดเทียบลงข้างๆนั้นได้ส่องกระทบแผ่นหลังของร่างเล็กที่ยังคงไม่ไปไหน แพคฮยอนไม่ได้คิดสนใจจะหันกลับมามองเลยว่ามันเกี่ยวข้องกับตัวเองอย่างไร ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำได้ถอดเสื้อนอกออกแล้วลงมาจากรถพร้อมร่มคันหนึ่งในมือ ก่อนที่จะเดินตรงมาแล้วยื่นมันออกไปบังสายฝนไม่ให้ตกลงกระทบร่างตรงหน้าได้อีก สำหรับแพคฮยอน ตอนนี้เม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่าที่กระทบลงมาแรงๆบนร่างกายได้หายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงหยดน้ำกระทบลงบนร่มเท่านั้น ใบหน้าขาวซีดเพราะความหนาวกับตาบวมช้ำค่อยๆเงยขึ้นมองใครสักคนในตอนนี้ บอดี้การ์ดคนเดิมที่เคยช่วยเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้กำลังก้มมองลงมาด้วยสายตานิ่งๆอย่างเคย


             คุณกำลังจะกลับบ้านใช่มั้ย


             ไคพยายามถามให้ดังกว่าปกติ เนื่องจากเสียงฝนที่ตกกระทบบนร่มอาจทำให้อีกฝ่ายไม่ได้ยินที่เขาพูด แต่คนฟังก็ดูท่าว่าจะไม่ได้ยินอย่างที่คิดจริงๆ ก็ในเมื่อถามแล้วไม่ยอมตอบอย่างนี้ แพคฮยอนหลบสายตาคู่นั้นด้วยการหันหลังกลับแล้วจะเดินออกไปให้พ้นๆ แต่ยิ่งเดินออกมาเท่าไหร่กลับยังไม่พ้นปลายร่มที่ยังคงกางอยู่บนหัวตัวเองเสียที ไคไม่ได้ดึงอีกฝ่ายเอาไว้อย่างที่อยากจะทำ หรืออีกนัยหนึ่งคือเขาจะทำอย่างนั้นไม่ได้ จึงต้องเดินกางร่มตามหลังไปช้าๆโดยที่กลายเป็นตัวเองที่ต้องเปียกเสียเอง แต่ก็คงไม่เท่าไหร่หากเทียบกับอีกคนที่ดูท่าจะสำลักน้ำฝนและจมน้ำตาไปแล้วในเวลานี้


             คุณ .. ขึ้นรถสิ ผมจะไปส่ง

 

             “…........” แพคฮยอนยังคงไม่ตอบ แต่ก็ยังพอมีสติอยู่บ้างจึงหยุดเดินแล้วหันมามองอย่างแปลกใจ ปรอยผมสีดำขลับลู่ลงมาตามแก้ม ขณะที่คิ้วเรียวทั้งคู่จะขมวดเข้าหากันพลางเชิดหน้าขึ้นมอง หยดน้ำฝนที่ยังหลงเหลือเกาะอยู่บนใบหน้าข่าวผ่อง ยิ่งยืนใกล้ๆกันอย่างนี้ไคก็อดจะอยากมองนานๆไม่ได้


             นายจะใจดีเกินไปรึเปล่า .. หรือคุณชายของนายเค้ามีน้ำใจให้ลูกน้องมาส่งแขกให้ถึงบ้านแบบนี้กันทุกคนสำหรับไคแล้ว หากแพคฮยอนจะพูดถูกก็แค่บางส่วน แต่บางส่วนมันก็ใช่ว่าจะเป็นอย่างที่อีกฝ่ายคิดไปเสียหมด


             คงจะอย่างงั้น


             “…........”


             เอาเป็นว่า คุณมากับผมเถอะ


             แล้วทำไมฉันต้องไปกับนาย


             ไคเหนื่อยใจอีกรอบกับคนตรงหน้า เขาไม่คิดจะตื๊ออีกต่อไปเพราะบางอย่างมันบอกว่าหากแพคฮยอนบอกว่าไม่แล้วก็คงจะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ แล้วอย่างนี้ไคจะต้องทำอย่างไร บอดี้การ์ดหนุ่มยืนนิ่งอยู่อย่างเดิมพลางใช้ความคิดอย่างหนัก จะให้ขอร้องก็คงเป็นไปได้ยาก ครั้นจะใช้วิธีแบบเดียวกับคนทั่วไปก็ทำไม่ได้อีก แต่แล้วตอนนี้เขาก็ใช่ว่าจะมีเวลามาคิดมากต่อไปอีกเท่าไหร่นัก เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังเดินหนีไปอีกแล้ว มือหนาข้างหนึ่งคว้าเข้าที่แขนของแพคฮยอนทันทีที่เริ่มก้าวขา


             อะไรน่ะ มาจับฉันทำไม! .. ฝากบอกเจ้านายของนายด้วยว่าแขกคนนี้ไม่ต้องการความหวังดี ขอบใจมากพูดจบก็สะบัดแขนตัวเองออกแรงๆเหมือนอยากจะไปให้พ้นๆ ไคก็ยังคงไม่ปล่อย เขาพยายามเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหวังอย่างยิ่งว่าแขนของอีกฝ่ายจะไม่มีแม้แต่รอยช้ำ

.. มันยากนะ กับการต้องมาบังคับใครสักคนโดยที่มีข้อจำกัดอยู่อย่างนี้ ถ้าเป็นคนอื่นพูดคำเดียวไม่รู้เรื่องเขาก็คงแค่เอาปืนจ่อหัวไปก็จบ แต่นี่อะไร จะแตะจะต้องก็ใช่ว่าจะทำได้


             ไคถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างจนปัญญากับคนแสนดื้อแบบนี้ แขนข้างหนึ่งยังคงถือร่มเอาไว้และอีกแขนก็ยังไม่ยอมปล่อยจากอีกคนเช่นกัน แพคฮยอนทุบแขนของไคหลายๆครั้งเพื่อให้ปล่อย คนหนึ่งยื้อยุดแขนตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่อีกคนกลับยืนนิ่งและไม่ยอมปล่อยง่ายๆเช่นกัน ร่างสูงถอนหายใจอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ และบางทีเขาก็คงจะอดสงสารคนตรงหน้านี้ไม่ได้อีกเหมือนกัน


             คุณพยอนแพคฮยอน .. มืดแล้วมันอันตราย ผมจะไปส่งคุณเองเสียงทุ้มลึกกล่าวดังฟังชัด สักพักคนฟังก็นิ่งไป แพคฮยอนหยุดยื้อแล้วมองหน้าไคอีกที เขาไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้กำลังต้องการอะไร เวลานี้แพคฮยอนไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ไคยืนอยู่ท่าเดิมรอให้แพคฮยอนหยุดไปเองอย่างที่กำลังเป็น แต่ท่าจะให้ดี ... เขาขอใจร้ายอีกสักหน่อยละกัน


             อย่าปฏิเสธน้ำใจคุณชายชานยอลเลย .. ไม่เคยมีแขกคนไหนเคยปฏิเสธมาก่อนดูเหมือนจะได้ผลดีกว่าครั้งแรก เมื่อแพคฮยอนได้ยินชื่อนี้เข้าไปจากที่แทบไม่รับรู้อะไร ตอนนี้เขายิ่งอยากจะลืมหายใจไปให้ได้เลยด้วยซ้ำ ไคมองอาการคนตรงหน้าด้วยสายตานิ่งเฉย ทั้งที่จริงกำลังสงสารจับใจ เขาไม่ได้ตั้งใจแต่มันจำเป็นต้องใจร้าย

 

            .. ความรักทำให้คนเราเจ็บขนาดนี้เลยสินะ

 


             ใบหน้าขาวผ่องที่เกาะไปด้วยหยาดน้ำฝน บัดนี้กลับอาบไปด้วยหยดน้ำตา

 

             แพคฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองจะตายอีกแล้ว ในหัวมันอื้อไปหมด แล้วจู่ๆคนตัวสูงกว่าก็ต้องตกใจที่ผลการกระทำของตัวเองดูท่าจะรุนแรงไป ชายหนุ่มปล่อยร่มในมือข้างหนึ่งให้หลุดลงกับพื้น ก่อนจะคว้าเอาร่างที่เอนล้มหมดสติเอาไว้กับตัวเอง


             คุณพยอนแพคฮยอน! .. คุณ


             ไคไม่รอช้าที่จะช้อนเอาร่างของแพคฮยอนขึ้นอุ้มแล้ววิ่งฝ่าสายฝนไปที่รถทันที ให้ตายสิ ใครจะนึกล่ะว่าจะเป็นลมไปอย่างนี้ ถึงมันจะง่ายต่อการพากลับบ้านก็เถอะนะ

 

 

 

                                                                         -----◆◆-------------◆◆-----

 



             แม้ในยามหลับ ไม่ต่างจากในยามตื่น ความเจ็บช้ำมันยังคงอยู่ แม้ในความฝัน ..


             ผนังห้องสีขาวไม่คุ้นถูกกวาดมองจนรอบ ดวงตากลมโตหลับลงแล้วลืมขึ้นอีกครั้ง แพคฮยอนไม่ได้อาการหนักขนาดที่จะลืมไปว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร และทำไมถึงมานอนที่ห้องแบบนี้ เขากวาดตามองอีกครั้งก่อนที่จะรู้ว่ามันคือห้องคนไข้ พยาบาลสาวคนหนึ่งเดินเลี้ยวเข้ามาอย่างเป็นห่วงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอแปลกใจกับท่าทางตกใจของคนบนเตียงที่ลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกันร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มคนเดิมก็โผล่เข้ามาเสียแล้ว


             คุณพยอนแพคฮยอน .. ตื่นแล้วเหรอ


             ชะ ใช่ .. นาย


             ผมชื่อไค ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณตกใจจนเป็นลมไปถึงตรงนี้แล้วแพคฮยอนก็แทบพูดไม่ออก เขาไม่ลืมหรอกว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น และเขาก็ไม่มีวันแน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง


             ผมให้คุณพยาบาลเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณน่ะ คุณหลับไปหนึ่งชั่วโมงเต็มพูดแล้วก็หันมามองพยาบาลสาวด้วยความขอบคุณ แต่แพคฮยอนกลับไม่ได้สนใจ .. หนึ่งชั่วโมงงั้นเหรอ งั้นมันก็ยังไม่ช้าไปหรอกสินะ ร่างเล็กลุกลงจากเตียงด้วยเสื้อผ้าที่คาดว่าเป็นของไค แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาไม่อยากสนใจ ในหัวตอนนี้มันบอกแค่ว่าอยากไปให้พ้นๆ .. อยากขอเวลาทำใจ


             เดี๋ยวสิ นี่คุณจะไปไหนไคดึงแขนนั้นไว้ไม่ให้เดินออกไปจากห้อง พยาบาลสาวมองแล้วยิ้มแห้งๆอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจคนทั้งคู่นัก


             ฉันจะกลับบ้าน


             เดี๋ยวผมไปส่ง


             ไม่ .. ฉันกลับเองได้ว่าแล้วก็สะบัดแขนออกแรงๆก่อนจะวิ่งออกไปทันที

 

           ไคยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าคนๆนี้จะดื้อไปถึงไหน เพิ่งสลบมาแค่ชั่วโมงเดียวแล้วเอาแรงที่ไหนมาวิ่งหนีกันไปแบบนี้ ชายหนุ่มถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ตอนนี้ที่รู้คือเขากำลังวิ่งตามคนๆนั้นออกไปอย่างไม่รอให้เสียเวลา คราวนี้ไคไม่ตามตื๊อแพคฮยอนอย่างเคย เขาวิ่งตามไปจนเห็นหลังอีกฝ่ายอยู่ไม่ไกลนัก คนตัวเล็กทั้งเดินทั้งวิ่งสลับกันเพราะร่างกายที่คงจะไม่มีแรงเท่าไหร่นัก นั่นทำให้ไคได้แต่เดินตามช้าๆไม่ให้รู้ตัว เขาเฝ้าเดินตามแพคฮยอนจนออกนอกโรงพยาบาลไปยังถนนด้านนอก .. เฝ้ามองจนดูออกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ไปไหน และทำอย่างไร

             แพคฮยอนหอบหายใจถี่ๆหลังจากที่ขึ้นรถแท็กซี่หน้าโรงพยาบาลออกมายังถนนในเมืองเพื่อตรงไปยังที่ๆเขามา นี่เพิ่งจะไม่กี่ทุ่ม รถคงยังไม่หมดหรอก ใบหน้าที่ช้ำจากการร้องไห้ได้หลับตาลงอย่างอ่อนล้า .. สุดท้ายแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับคนบ้าและโง่


             หลังจากใช้เวลาไม่กี่นาทีเขาก็มาถึงสถานที่รอรถบัสเพื่อกลับไปยังเมืองของตัวเอง แพคฮยอนกำมือเบาๆเพื่อให้กำลังใจตัวเองในยามที่ไม่มีใคร ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถไปด้วยสภาพที่ดูเป็นปกติกว่าเดิม สายฝนด้านนอกกระจกซาลงเรื่อยๆตามทางที่รถเคลื่อนผ่าน แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าหมองเศร้าเป็นระยะสลับกับเงาของต้นไม้ข้างทางที่จะออกจากกรุงโซล แพคฮยอนยกแขนสองข้างขึ้นโอบตัวเองเอาไว้ จะหลับก็หลับไม่ลงทั้งที่เขาก็ง่วงมากเหลือเกิน .. ภาพของคนใจร้ายที่หน้าต่างห้องนั้นยังคงติดตาอยู่จนตอนนี้ ทำยังไงก็สลัดออกไปไม่ได้ มันโผล่เข้ามาเรียกน้ำจากตาของเขาอยู่ร่ำไป

             .. เสียใจกว่านี้ไม่มีอีกแล้วสินะ พยอนแพคฮยอนจะเจ็บกว่านี้ได้อีกไหม

 

 

                                                                      -----◆◆-------------◆◆-----

 


             ราวกับค่ำคืนนี้เดินผ่านไปทีละวินาที


             ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย หนทางทอดยาวเข้าสู่เมืองผ่านเขตป่าข้างทางในยามเช้ามืดที่ยังไม่สว่างของอีกวัน เปลือกตาทั้งคู่ลืมขึ้นช้าๆเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงขยับของคนอื่นๆในรถเช่นกัน แพคฮยอนมองไปยังข้างทางด้วยแววตาเช่นเดิม รถบัสแล่นผ่านมาตามทางเรื่อยๆก่อนที่จะหยุดลงหน้าทางเล็กที่ทอดไปอีกทาง ชายหนุ่มก้าวขาลงจากรถบัสก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวจากไปท่ามกลางความมืดอีกครั้ง แรงอ่อนล้าแล่นเข้ามายังขาทั้งคู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศในยามนี้ เสื้อผ้าชั้นเดียวไม่มีอย่างอื่นปกคลุมไม่ได้ช่วยให้เขาอุ่นขึ้นเลยแม้แต่นิด แพคฮยอนฝืนเดินไปเรื่อยๆตามทางที่ตรงไปยังบ้านของตัวเอง แต่เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องหยุดลงเมื่อรถคันสีดำคุ้นตาจอดลงข้างๆกับตัวเอง


             นาย...แพคฮยอนเอ่ยเรียกคนตรงหน้าเบาๆเมื่ออีกฝ่ายลงจากรถแล้วตรงเข้ามาหา ไคมองมาด้วยสายตาเรียบเฉยอย่างเคย ผิดจากแพคฮยอนที่ทำหน้าตกใจไม่หาย


             ขึ้นรถสิ หนาวแบบนี้เดินไม่ไหวหรอกอย่าบอกนะว่าเป็นอย่างที่เขาคาดไม่ถึง แพคฮยอนยังคงจ้องไคไม่วางตาพร้อมกับความแปลกใจที่ยังคงอยู่


             อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ผมหนาวเหมือนกันนะ ขึ้นรถเถอะไคบอกอีกครั้งเพราะแพคฮยอนเอาแต่มองหน้าเขา


             นาย .. มาที่นี่ได้ไง


             ก็ขับรถมา


             อย่าบอกนะ ..


             อย่างที่คุณเข้าใจนั่นแหละครับ


             “…….....”


             ก็ไม่ให้ผมมาส่ง ผมก็เลยขับรถตามคุณมาตลอดทางก็แค่นั้นเอง .. เอ้า ยืนอยู่ทำไมล่ะ ขึ้นรถเถอะว่าแล้วแขนแกร่งก็วาดออกไปเกี่ยวมือของแพคฮยอนให้เดินตามเขามาขึ้นรถ ร่างเล็กที่ยังอึ้งไม่หายนั้นกลับไม่ได้ขัดขืนอย่างที่ควรจะเป็น ทำได้ก็เพียงนั่งเงียบตลอดเส้นทางเล็กๆที่ตรงไปยังบ้านที่เขาอยากให้ถึงเร็วๆเหลือเกิน


             เมื่อถึงแล้วแพคฮยอนก็วิ่งเข้าบ้านไปทันทีปล่อยให้ไคยืนมองอยู่อึดใจแล้วเดินตามเข้าไปโดยที่ไม่ต้องการคำเชิญ ระหว่างที่ก้าวเดินสายตาคมกวาดมองรอบตัวบ้านเพื่อรอดูสิ่งผิดปกติ .. เงาของใครสักคน

 

             เสียงกลอนล็อคแน่นขึ้นทำเอาแพคฮยอนต้องหันไปมอง ไคเดินไปปิดผ้าม่านลงจากหน้าต่างแทบทุกบานโดยไม่สนสายตาที่มองมาเลย


             ทำอะไรน่ะแพคฮยอนถามเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายถือวิสาสะทำเหมือนเป็นบ้านตัวเอง ยังไม่นับกับเรื่องการตามมาบังคับเขาให้ต้องประหลาดใจนั่นอีก ไคไม่ตอบ แต่กลับเดินเร็วๆไปเปิดห้องต่างๆออกดูเพื่อให้แน่ใจอะไรบางอย่าง


             นี่ หยุดนะ !! ใครใช้ให้นายมาทำแบบนี้ในบ้านของฉันแพคฮยอนขึ้นเสียงกว่าเดิมขณะที่เดินตามคนตัวสูงไปติดๆ ไคหันกลับมาหาคนด้านหลังอย่างรวดเร็ว สายตาคมนิ่งขึงจ้องแพคฮยอนจนแทบไม่กล้าจะพูดต่อ


             กรุณาอย่าส่งเสียงดังกว่านี้เถอะครับ ..แพคฮยอนชะงักลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามไคไปอีก


             นี่ ฉันเป็นเจ้าของบ้าน ขอสั่งให้นายออกไปเดี๋ยวนี้ไคยังคงเงียบเช่นเคย ชายหนุ่มกำลังทำหน้าที่ของตัวเองขณะที่อีกคนเริ่มจะส่งเสียงมากกว่าเก่า คนฟังถอนหายใจเป็นรอบที่สิบแล้ว ก่อนจะหันกลับมาหาอีกที


             ผม บอก ให้ คุณ เงียบไคเค้นเสียงทุ้มดังฟังชัดออกมาจนแพคฮยอนต้องแอบตกใจ สายตาแข็งกร้าวที่ดุราวกับเหยี่ยวทำให้แพคฮยอนต้องก้าวถอยหลังออกมาเพียงนิด แต่ก็ไม่วายเชิดหน้าเอาไว้


             หึ คิดว่าฉันกลัวรึไง


             อย่าส่งเสียง


             ไม่ นายจะทำไมล่ะ จะทำไม


             ผมบอกให้คุณเงียบ


             ไม่ ฉันไม่เงียบ ไม่เงียบๆๆๆ ได้ยินมั้ย!!!!แพคฮยอนหมดความอดทนที่เก็บมาตลอด เขาขึ้นเสียงจนแทบจะเป็นตะโกน ไคหมดทางจึงต้องใช้วิธีเดียวที่เขาจำต้องทำ ร่างสูงกลั้นใจเพียงนิดก่อนจะชักปืนออกมาจากเอวให้แพคฮยอนเห็น เขาเพียงแค่ดึงมันออกมาให้อีกฝ่ายเห็นก็เท่านั้น .. ได้ผล แพคฮยอนก้มมองวัตถุในมือของคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ ใช่อยู่ที่เขาขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าสู้ แต่ภาพแบบนี้ใช่ว่าเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก


             มื่อนานมาแล้วในคืนพายุฝนวันนั้น วันที่คนๆนั้นเคยดึงมันออกมาให้เขาไม่มีทางขัดแย้ง ..


             ถึงตรงนี้น้ำตาหนึ่งหยดก็กลิ้งลงมาตามแก้มอย่างรวดเร็ว แพคฮยอนรีบยกมือเช็ดมันออกเร็วๆเช่นกัน

 
             เอาสิ .. ฉันไม่กลัวนายหรอก


             “...........” ไคพยายามกลั้นอารมณ์เอาไว้ เขากัดฟันแน่นเมื่อแพคฮยอนเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม


             ครั้งแรกที่เจอกับคุณชายของนายเค้าก็ทำกับฉันแบบนี้แหละ เอาเลย นายจะระเบิดหัวฉันทิ้งเลยก็ได้นะ ..น้ำเสียงสั่นเครือของคนตรงหน้าแทรกผ่านความรู้สึกของไคอย่างยากจะห้าม ชายหนุ่มนึกตามกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่รู้หรอกนะว่าคุณชายของตัวเองกับคนๆนี้เริ่มต้นความสัมพันธ์กันมายังไง แต่นี่มันไม่ใช่จุดจบอย่างที่อีกฝ่ายคิด .. แม้ว่าแพคฮยอนจะน่าสงสารแค่ไหนก็ตาม


             เอาสิ ฆ่าฉันเลยสิ!พูดแล้วมือบางทั้งสองข้างก็ผลักเข้าที่หน้าอกของไค แพคฮยอนดันตัวเองเข้าหาอย่างไม่กลัวความตายเลยสักนิด ไคถอยหลังออกมาบ้างเมื่อถูกอีกฝ่ายทั้งผลักทั้งต่อว่า สายตาตัดพ้อจ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทที่ยังนิ่งเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา

 

ร่างสูงเบือนหน้าหนีไม่อยากจะมองหรืออีกอย่างคือไม่รู้จะทำอย่างไร สายตาคมยังไม่วายกวาดมองไปรอบๆบ้านและหน้าต่างที่เขาดึงม่านลง หวังว่าคงไม่มีอะไร และบังเอิญการที่อีกฝ่ายกำลังเสียใจที่ถูกคุณชายของเขาทิ้งไปอย่างนี้มันอาจจะเข้าแผนที่วางไว้ก็ได้  ไคหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง


             คุณชายของนายมีอะไรดีทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้


             “............”


             “... เค้า ทิ้งฉันไปแล้วจริงๆใช่มั้ย นายบอกทีสิ เค้าไม่ได้หลอกฉันใช่รึเปล่า



        

 

            ... ยิงฉันให้ตายไปเลยสิ

 

             ไครู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขากำลังจะเอื้อมมือออกไปปลอบประโลมแต่แล้วก็ตระหนักได้ว่ามันไม่ควร

ชายหนุ่มจึงฝืนใจลดมือลงข้างกายตามเดิม


             ไคปล่อยให้อีกฝ่ายเริ่มเงียบไปและก้มหน้าลง เขาเหนื่อยใจกับคนๆนี้อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จากที่ยืนเงียบมานานก็ได้ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 


             “ .. มีเบียร์มั้ย


             ประโยคที่ไม่นึกว่าจะได้ยินทำเอาแพคฮยอนต้องเงยขึ้นมองอย่างแปลกใจ


             ผมถามว่ามีเบียร์มั้ยไคถามย้ำอีกครั้งเบาๆ น่าแปลกที่แพคฮยอนไม่ได้จะถูกยิงอย่างที่คิดเอาไว้ รางเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันกับท่าทีของคนตรงหน้า เจ้าของบ้านงุนงงจนพูดแทบไม่ออก และก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าทำไมจะต้องยินดีเสนอบางอย่างออกไป


             ไม่มีหรอก .. แต่ ถ้านายอยากได้ เดี๋ยวฉันออกไปซื้อให้ก็ได้นะ


             หึหึ คุณหยุดโวยวายแล้วเหรอถึงจะว่างออกไปซื้อให้น่ะไคเลิกคิ้วขึ้นราวกับถามเด็กน้อย แน่นอนที่คนฟังอดจะขุ่นเคืองไม่ได้เช่นกัน


             นายแกล้งฉันเหรอ


             เปล่า ..


             งั้นเดี๋ยวฉันไปซื้อให้ ยังไงเจ้าของบ้านคนนี้มันก็เหมือนคนรับใช้พวกนายอยู่แล้วนี่!!แพคฮยอนกัดฟันพูดพาดพิงไปถึงอีกคนด้วย .. ใช่สิ คนพวกนี้อยากทำอะไรกับเขาก็ทำ ในเมื่อตกเป็นรองอยู่แบบนี้ แค่เบียร์กระป๋องเดียวเขาคนนี้ก็หามาให้ได้อยู่แล้ว


             ไคยืนมองท่าทางประชดของแพคฮยอนขณะที่กำลังจะทำอย่างว่าจริงๆ


             ไม่ต้องออกไปหรอก ตอนนี้ร้านที่ไหนเค้าเปิดกันล่ะคุณ


             ฉันรู้ที่ขายหรอกน่ะ


             แต่ผมบอกว่าอย่าออกไปแพคฮยอนไม่ฟังที่ไคพูดเลยแม้แต่นิด เสี้ยววินาทีเดียวที่ไคเผลอ คนตัวเล็กก้าวฉับตรงไปที่ประตูพลางเอื้อมมือหมายจะเปิดมันออก และไม่ทันเสียแล้ว ไคพลาดแล้วที่รั้งไว้ไม่ทัน เขาไม่มีทางเลือกอีกแล้ว


             อย่าออกไปนะ ถ้าไม่อยากตาย!!เสียงทุ้มพูดสั้นดังๆจนคนฟังตกใจหันกลับมา พร้อมกับเจอวัตถุสีดำอันเดิมที่จ่อมายังตัวเอง แพคฮยอนปล่อยมือออกอย่างตกใจ แววตาของไคเหมือนคนจะเอาจริงมากกว่าก่อนหน้านี้มาก เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น น้ำตามันปริ่มๆจะไหลออกมาอีกที่ถูกทำแบบนี้ด้วย


             เข้าห้องไปซะ .. เดี๋ยวนี้ไคยื่นคำขาดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงดุดันกว่าที่เคย แพคฮยอนอึ้งไปและรู้สึกขุ่นมัวในใจอย่างบอกไม่ถูก เขามองที่ปลายกระบอกปืนสลับกับใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างกำลังต่อว่าอยู่ในใจ


             ถ้าฉันออกไปแล้วนายจะยิงฉันงั้นสิ


             ผมบอกว่าให้เข้าห้องไงล่ะ ไปสิ!!


             โถ่เอ๊ย .. อยากทำอะไรก็ทำไปเลยนะไอ้คนชอบใช้กำลังว่าแล้วร่างเล็กก็วิ่งไปผลักไคออกให้พ้นทางแล้วตรงเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ไคลดปืนลงเก็บพลางมองไปยังบานประตูที่ปิดลงไปแล้ว ใบหน้านิ่งเฉยในตอนนี้ฉายแววบางอย่างออกมายามที่อยู่คนเดียว เขาอดจะรู้สึกหัวเสียไม่ได้ที่ต้องมาทำอะไรอย่างนี้ แค่เรื่องของแพคฮยอนใครเลยจะรู้ว่ามันจะยากลำบากกว่าเรื่องไหนๆ


             เฮ้อ .. ก็เพราะไม่อยากให้ตายไง ถึงไม่ให้ออกไปร่างสูงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งพลางกวาดตามองไปรอบๆอีกครั้ง ปลายผ้าม่านของหน้าต่างบานหนึ่งปลิวขึ้นเพียงนิด เผยให้เห็นเงาของใครบางคนกำลังวิ่งผ่านไป สายตาคมดุดันขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังเล่นไม่ซื่อ


             หึ .. ไงล่ะ หมาลอบกัด


             แม้ว่าที่ทำไปมันจะไม่มีประโยชน์ และพอนึกถึงเจ้านายตัวเองที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องรถของเขาที่จอดอยู่หน้าบ้านหลังนี้เลยก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าที่ทำไปก็ได้ผลแค่ครึ่งหนึ่ง ไคมองไปที่บานประตูห้องของแพคฮยอนอีกครั้ง ก่อนที่จะเคลื่อนตัวจากเก้าอี้เดิมไปยังห้องครัว ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวามองสำรวจไปตามทุกซอกทุกมุม โต๊ะอาหารขนาดเล็กอยู่ที่มุมหนึ่ง และส่วนของครัวก็อยู่อีกมุม


             ไม่มีเบียร์งั้นสินะพูดกับตัวเองพลางเปิดตู้เย็นขนาดกลางออกเพื่อหาอะไรเย็นๆดื่ม ในยามที่อากาศหนาวอย่างนี้มันคงจะทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นพิลึก ขณะที่เปิดออกนั้นจู่ๆแผ่นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งที่คิดว่าคงจะติดอยู่ข้างตู้เย็นนานแล้วก็ปลิวตกลงมาที่พื้น ไคหยิบมันขึ้นดูอย่างเสียไม่ได้


               - อย่าลืมทานข้าวบ้างล่ะ คุณเจ้าของร้าน ^^ -
                                                       .. ชานยอล

 



             “.. คงจะรักมากสินะคุณชาย

            เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆในลำคอยามที่ไล่สายตาไปตามตัวอักษรลายมือของเจ้านายตัวเอง กระดาษแผ่นนี้คงถูกเขียนเอาไว้นานแล้ว ไคมองมันและนึกไปถึงคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง

 

 ถ้ารักกันขนาดนี้แล้วฝ่ายหนึ่งถูกทิ้งไป มันก็น่าสงสารไม่น้อยเลยทีเดียว ไควางมันลงที่หลังตู้เย็นก่อนจะก้มลงไปหยิบเอาขวดน้ำผลไม้ออกมาดื่ม นาฬิกาที่ข้อมือบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้นอนมากี่ชั่วโมงแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือ ...

 

 

 

             ฮัลโหล .. ครับ อีกสองวันงั้นเหรอครับ .................

 

 

 

 

 

 

 

 

 .
.

Tbc. Chapter 4

 

 

         





 

หะหะ เป็นไงคะ พาร์ทนี้ ยาว ยืด เยื้อ .. แต่ไม่มีเยื่อไย
คิมไคออกมาแว้วววว ไรท์เตอร์ต้องกรี๊ดมั้ย ทุกคนบอก มากไปๆ 5555
บทนี้นุ้งแบคลูกนี่ไม่แปลกเลยที่จะเป็นลมไป ขนาดตัดบทน้ำตาแตกมันออกแล้วนะท้ายๆ

ความแมนหนูหายไปหมดเลย (ได้ข่าวว่าเรื่องนี้มันไม่มีแต่แรกแล้ว ==)

รีบลงมากเลยค่ะ คงไม่ได้ทอล์คอะไรมากนะคะ

อยากขอแค่ขอบคุณทุกคนที่ติดตามแค่นั้นพอ T T

ปล.หวาๆ คงรู้แล้วสินะคะว่าใครชอบแนวนี้ก็ทนอ่านต่อไปได้ ...ฮา 
เจอกันพาร์ทหน้าคร่า
~~

 

 

ปล.2 ฝากฟิคเรื่องใหม่ค่ะ ^^

Just A Beat | KaiBaek






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #676 PINKLAND (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 13:14
    ที่ชานทิ้งแบคมันเป็นแผนใช่มั้ย
    #676
    0
  2. #671 Kulapron (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 14:16
    โอ้ย ทำไมรำคาญแบคอะ ถ้าไม่โวยวายจะน่าสงสารกว่านี้เยอะ 55555
    #671
    0
  3. #664 Dyo.A (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 10:16
    แบคของบ่าว
    #664
    0
  4. #663 Dyo.A (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 10:13
    แบคของบ่าว
    #663
    0
  5. #642 คุณพวยพวย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 20:31
    พี่ปาร์คแม่งงงงงงง
    #642
    0
  6. #626 96line's (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 15:25
    เพราะว่ามันอันตราย ไคเลยมาดูแลใช่ไหมคะ
    ชานยอลคงไม่ได้ลืมแบคจริงๆหรอกใช่ไหม T T
    #626
    0
  7. #615 Cha27 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 12:08
    ลุ้นนนนนน สองวันอะไร
    #615
    0
  8. #603 ˋoshpcy. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 22:52
    แม่ชานยอลใจร้ายต้องบังคับชานยอลแน่ๆ

    #603
    0
  9. #587 [~Black_Pearl~] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 18:31
    แอบมีแนว ไคแบค นะเนี่ย 555
    #587
    0
  10. #586 [~Black_Pearl~] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 18:24
    ยอลใจร้าย TT
    #586
    0
  11. #564 meenty1234 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 / 01:04
    เศร้างะ
    #564
    0
  12. #551 baekky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 02:29
    อิคุณชายปาร์ค ตกลงรักหรือไม่รักแบคเนี่ย??

    ไม่งั้นจะเชียร์ไคแบคแล้วนะ!!!

    แล้วเงาตะคุมๆนี่มันใครกัน?
    #551
    0
  13. #527 sweet_memory (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 12:19
    เกิดอาการงงกับท่าทีของคุณชายเป็นที่สุด
    แล้วก็ลับลมคมในของคิมไคอีก
    กรี๊ดดดดดดดดดด คิมไค (เกือบลืม 5555)
    มาแบบหล่อๆ วินๆ ยุให้แพคฮยอนไปหาคิมไค
    แล้วอะไร ใคร ยังไง หมาลอบกัดอะไร ?
    ส่งคนมาจะทำร้ายแพคฮยอนหรอ มากไปแล้ว!!!
    #527
    0
  14. #506 skyrealdream (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 21:24
    หยอยต้องมีเหตุผลที่ทิ้งแบคสิT___T
    #506
    0
  15. #491 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 15:50
    โอยยยยยยยยยยยยยย ลุ้นมากก พี่ยอลใจแข็ง ใจร้ายยยยย!!!
    #491
    0
  16. #487 shiaki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 14:59
    เจ็บดิ เจ็บ T^T

    #487
    0
  17. #483 khaekdong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 13:03
    ลุ้นๆๆๆ เรื่องเป็นไงมาไงอ่ะ



    งง หมดแร้ว..



    ชานยอลแกหายไปไหน
    #483
    0
  18. #457 Pe'am (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 01:30
    ตอนนี้ คือ ต้องการเหตุผล ว่า ทิ้ง แบค ไปทำไม !
    #457
    0
  19. #435 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 18:11
    ชานยอลมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทิ้งแบคไปใช่ไหมอะ
    #435
    0
  20. #423 Acoustic fair (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2556 / 10:32
    เกิดอะไรขึ้นกับ ชานแบค สงสารแบคมาก ดีนะมีไคช่วยไว้ ดราม่าเหลือเกิน
    #423
    0
  21. #408 de.fang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 19:14
    ฮืออออ แบกกี้ย่าาาาาาาาาาาา ทำไมหนูร้องไห้โหดขนาดนี้
    เรื่องมันชักจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินไปแล้ว T^T
    #408
    0
  22. #389 May Sirirat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2556 / 21:32
    ไรท์ทำให้น้ำตาตก
    บยอนน่าสงสารมาก T^T
    #389
    0
  23. #372 parksoya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 11:56
    ตอนนี้ยาวมากกกกกกกกกกกกกก
    แอบเชียร์ไคแบค555555555555555555555555
    #372
    0
  24. #320 Beloved-jae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 15:48
    น้ำตาตกอ่า สงสารพยอนมาก

    แต่เราเข้าใจหยอยนะ รักม่กเลยต้องปกป้งอะเดะ

    พยอนดื้ออ่า เห็นใจกัมจงนะ ปราบยาก

    เห็นใจมันเถอะกัมจง พยอนมันเศร้าอยู่
    #320
    0
  25. #270 chanchan123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 20:35
    เหนื่อยแทนไค แบคก้อดื้อเอาเรื่องเหมือนกันนะ ชานยอลมีเหตุผลอะไรที่ทิ้งแบคไป อยากรูู้อ่ะ
    #270
    0