[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 17 : ◆ Lonely Flower - Last chapter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 พ.ค. 56













.. Last chapter ..

 
 

            คุณเคยสัมผัสความรักใช่ไหม ..

 

           เคยมีคนบอกว่ามันมีหลายรูปแบบนะ จับต้องได้ สัมผัสได้ รู้สึกได้


            แต่บางที .. เราก็ไขว่คว้ามันเอาไว้ไม่ได้ แต่สำหรับผมแล้ว มันอาจจะไม่เสมอไป
            เพราะถึงแม้ว่าผมจะคว้ามันเอาไว้ไม่ได้ แต่มันจะยังอยู่กับผมตลอดไป

 



 

             “สวัสดีครับ วันนี้มีอะไรให้รับใช้ครับ”

             เสียงของคุณเจ้าของร้านเอ่ยรับลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มในเช้าอันสดใส ร่างของพยอนแพคฮยอนยังคงวุ่นวายกับงานที่ร้านดอกไม้เล็กๆแห่งนี้อยู่เพียงคนเดียว อากาศหนาวเหน็บของฤดูก่อนผ่านพ้นไปได้ไม่นาน แต่สำหรับเขา แต่ละวันแต่ละคืนทำไมมันช่างยาวนานเหลือเกิน

             “ครับ ครับ ได้ครับ .. เดี๋ยวยังไงผมจะเร่งให้ทันวันนั้นเลย” คุณเจ้าของร้านคนขยันให้คำมั่นลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ ลูกค้ารายย่อยที่มีความหมายกับร้านเล็กๆของเขา แพคฮยอนนึกถึงคำของไคเรื่องจ้างคนมาทำงานด้วย ถึงแม้ว่าตอนนั้นอาจจะเป็นประโยคที่แสร้งพูดเพื่อหวังผลก็เถอะนะ แต่เขาก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย แต่พอจะลองทำอย่างนั้นเข้าหน่อยก็อดจะนึกถึงใครอีกคนไม่ได้ ลู่หานคนที่เคยเป็นลูกน้องคนขยันของเขา หากจะหาอย่างนั้นได้อีกก็คงยาก

             “เฮ้อ ..” นึกแล้วก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อได้นึกถึงหน้าของคนทั้งสองที่เขาไม่ได้เจอมาสักพักแล้ว เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างกันมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ซึ่งแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆแต่เขาคงลืมมันไม่ลง

 
 

             ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ

             ทุกอย่างกลับมาสงบอย่างเคย แต่มันก็ไม่เหมือนก่อนที่แม้จะเหงาแต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องของใครให้ว้าวุ่นใจ หิมะอันหนาวเหน็บพาความเจ็บปวดผ่านพ้นไปแล้ว เหลือไว้เพียงความว้าเหว่อย่างเคย ร่างเล็กถอนหายใจกับตัวเองเหมือนคนบ้า ในยามที่ร้านไม่มีลูกค้าเขาก็นั่งเหม่อโดยที่ผ้ากันเปื้อนยังสวมไว้อย่างนั้น แพคฮยอนหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูข้อความนัดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าที่เขาเพิ่งได้รับมันมาเมื่อวานนี้

 

 

 

             ร้านไอศกรีมร้านเดิมที่เคยมาด้วยกันบ่อยๆถูกใช่เป็นที่นัดพบและสนทนากันตรงโต๊ะเล็กมุมหนึ่งติดกับกระจก ไอศกรีมสีหวานหายไปทีละนิดจนพร่องไปทั้งถ้วยแก้ว สักพักเจ้าของมันก็สั่งมาใหม่ ต่างจากอีกคนที่แม้จะชอบมันไม่แพ้กันแต่ก็คงจะน้อยกว่านักเมื่อเทียบกับคนตรงหน้า แพคฮยอนมองลู่หานที่คล้ายจะเหมือนลูกน้องคนเดิมของเขาเข้าไปทุกที

             “หืม .. มองแบบนี้ผมอายนะคุณแพคฮยอน” บอดี้การ์ดหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์นอกเวลางานเอ่ยขึ้น แพคฮยอนจึงได้แต่ยิ้มน้อยๆไปให้

             “นายน่ารักดีนะ ว่าแต่นัดฉันออกมาเนี่ยมีอะไรรึเปล่า”

             “ก็เปล่าหรอกครับ แค่อยากมาเยี่ยมคุณเฉยๆ ไม่เจอกันนานสบายดีรึเปล่า”

             “ก็ .. เหมือนเดิมนั่นแหละ สบายดี ไม่มีอะไรเปลี่ยนเท่าไหร่ ว่าแต่ถามอย่างนี้อยากมาทำงานกับฉันอีกรึไง” แพคฮยอนรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองฝืนยิ้มเอาไว้ คำถามทีเล่นทีจริงแบบนี้ทำให้ลู่หานต้องยิ้มกว้าง
 

             “แล้วคุณจะรับมั้ยล่ะ”

             “แล้วนายจะมาได้มั้ยล่ะลู่หาน” แพคฮยอนสวนกลับไปทำเอามุขตื้นๆของลู่หานต้องสะดุดอยู่ที่เดิม

             “คุณก็ล้อเล่นไปนะครับ แต่ไม่แน่นะ ผมถูกไล่ออกเมื่อไหร่ จะมาสมัครร้านคุณเป็นที่แรกเลย”

             “ให้มันจริงเหอะ” แพคฮยอนเบ้ปากนิดๆเหมือนไม่เชื่อ เสียงหัวเราะดังขึ้นระหว่างกันเมื่อได้คุยถูกคอในเรื่องอื่นๆ แต่แล้วมันก็ต้องหายไปเมื่อลู่หานตั้งใจจะเอ่ยถึงใครอีกคน

             “เหงามั้ยครับ”

             “ก็ ไม่รู้สิ .. โตแล้วจะเหงาได้ไง” แพคฮยอนว่าไปนั่นแต่คนฟังกลับมองออกว่าในใจกำลังฝืนไว้จะแย่

             “ผมหมายถึง คุณคิดถึง เอ่อ คุณชายบ้างมั้ย” ลู่หานพูดจบก็เพิ่งจะนึกได้ว่าทำไมต้องถามอะไรโง่ๆออกไปด้วย แต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว ความรู้สึกของแพคฮยอนไม่ได้มีไว้ให้ใครรักษานักหรอก เขายิ้มออกมาอย่างยอมรับในสิ่งที่เป็น

             “คิดถึงสิ คิดถึงมากด้วย”

             “.........”

             “ไม่มีเค้าแล้วฉันก็ยังคิดถึงได้ใช่ไหม ฉันต้องทำอะไรอีกล่ะ ทำใจแล้วได้อะไร มันทำให้ฉันได้เค้ากลับคืนมารึเปล่า...”

 

             แพคฮยอนยืนมองรถคันสีดำสนิทแล่นออกไปจากบ้านของเขาหลังจากที่อีกฝ่ายมาส่งในตอนเย็น ลู่หานมาเยี่ยมแค่ไม่นานแต่แพคฮยอนก็รู้สึกว่าตัวเองยังยิ้มได้และยังมีคนที่คิดถึงเขาอยู่ คนพวกนี้ทำให้เขาต้องนึกขอบคุณจากใจจริงทุกทีเลยสิ

             “ขอบใจนะ”

 

 ◆◆◆◆


 

 

             เวลาล่วงเข้าสู่เดือนที่สองแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์เลวร้ายได้ผ่านพ้นไป ร้านดอกไม้เล็กๆแห่งนี้ยังเปิดให้บริการโดยเจ้าของมันคนเดียวเช่นเคย

 

             ชีวิตตัวคนเดียวดำเนินไปอย่างเก่าไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน แม้จะภาวนาให้กลับมาเป็นตัวเองอย่างแต่ก่อน แต่แพคฮยอนก็ไม่เคยคิดจะลืมเรื่องราวของใครสักคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ความคิดถึงส่งไปให้ใครคนนั้นแทบทุกวันผ่านทางความรู้สึกที่มี แพคฮยอนนึกถึงเรื่องเก่าๆระหว่างเขากับชานยอลและห้วงความคิดมันก็มักจบลงด้วยภาพของอีกฝ่ายที่นอนแน่นิ่งไปกับกองเลือดในอ้อมกอดของเขา

 
 

           .. ชีวิตของคนทุกคนมีค่าก็จริง แต่ทำไมชีวิตของคุณชายปาร์คชานยอลถึงได้มีค่าแค่แลกกับชีวิตของคนอย่างเขา




 

             เสียงใบไม้พลิ้วไหวนอกหน้าต่างแทรกผ่านความเงียบงันเข้ามาในร้านที่ไร้ซึ่งลูกค้า ร่างของชายหนุ่มในชุดสีครีมที่ทับด้วยผ้ากันเปื้อนอีกทีเงยขึ้นจากช่อลิลลี่ขนาดใหญ่ที่เขาตั้งใจอยู่กับมันเป็นชั่วโมง มือบางยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายออกมาบนหน้าผาก ความเหนื่อยหายไปแล้วแทนที่ด้วยรอยยิ้มกับผลงานของตัวเอง

             “เสร็จซะที ...” แพคฮยอนหยุดมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มจัดการออร์เดอร์ของลูกค้ารายต่อไป ดวงตาของคนขยันสะดุดลงที่กุหลาบดอกหนึ่งซึ่งวางอยู่ข้างกาย หนามของมันชวนให้นึกถึงเรื่องเดิมๆที่ไม่เคยจะลืมเลือน สองครั้งแล้วที่เขาซุ่มซ่ามแล้วเสียทีให้กับหนามกุหลาบแสนสวย แต่ก็ทั้งสองครั้งอีกเช่นกันที่ใครบางคนเข้ามาทำให้ลืมความเจ็บไปจนหมด ใครคนนั้นมักทำให้ใจของเขาสั่นไหวจนเกินจะห้าม แม้แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่ความคิดถึงเต็มอกแพคฮยอนก็ยังใจสั่นได้ไม่มีเปลี่ยน

แพคฮยอนยกมือข้างที่สวมแหวนวงนั้นขึ้นมากอดไว้แนบอก น้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นลงมาอย่างคนไร้ซึ่งหนทาง

             “ผมลืมคุณไม่ได้หรอกนะชานยอล”

 

 

             ดวงดาวนับพันส่องสว่างกลางหมูเมฆหมอกในค่ำคืนที่แสนเดียวดายอย่างทุกที ร่างเล็กนั่งเหม่อมองพวกมันอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเดิมราวกับเป็นของต่างหน้าของคนๆนั้น อากาศเย็นทำให้มือบางต้องกระชับชายเสื้อคลุมเข้าหากัน ชานยอลจะรับรู้ไหมนะว่าเขาคิดถึงแค่ไหน อยากย้อนเวลากลับไป ถ้าทำได้แพคฮยอนอยากจะเชื่อชานยอลตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายมาขอโทษแล้ว แต่คงสายเกินไปเพราะเหตุการณ์ร้ายๆได้เกิดขึ้นเสียก่อน

             “ถ้าคุณยังอยู่กับผม คุณจะยังเอาแต่ใจรึเปล่านะ” ใบหน้าหวานยิ้มเศร้าๆกับดวงดาวมากมายที่เป็นเพื่อนในยามนี้ ไม่มีเสียงตอบรับแพคฮยอนก็รู้ดี

             แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย บอกแล้วไงว่าความรักนี้จะยังอยู่กับผมตลอดไป  .. ถึงไม่มีคุณก็ตาม


◆◆◆◆

 
 

             เช้าอันสดใสและบรรยากาศระหว่างทางที่ออกมาจากเมืองหลวงชวนให้คุณชายเล็กต้องชะเง้อมองออกไปนอกกระจกราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งเคยออกมาเที่ยว คนขับรถจำเป็นที่ไม่เต็มใจรับหน้าที่นี้สักเท่าไหร่จึงนึกสนุกได้ทีเอ่ยแซว

 

             “อยู่เมืองนอกเสียนาน เพิ่งเคยออกมาเที่ยวนอกกรุงรึไงครับคุณคยองซู”

              บอดี้การ์ดหนุ่มในสังกัดของพี่ชายสุดที่รักทำให้ต้องตวัดใบหน้ามามองด้วยสายตาเบื่อหน่าย คุณชายคยองซูที่พยายามจะอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยหลังจากที่ทนนั่งมากับ
คนไม่ชอบหน้ามาตลอดทางนั้นต้องแอบเบ้ปากเล็กๆ เขารู้ว่าไคไม่ได้ว่าอะไรเสียหาย แต่ในความเป็นจริงแล้วคนๆนี้จะพูดอะไรก็คงไม่เข้าหูเขาอยู่ดี

 

             “นายมีหน้าที่ขับรถใช่ไหม ขับไปเร็วๆแล้วหุบปากเสียๆของนายไปซะ”

             “โอ้โห .. ปากใครแน่ที่เสีย”

             “ไค ..” คุณชายจอมหยิ่งเอ่ยชื่อขึ้นมาคำเดียวพลางมองด้วยหางตาหวังจะให้อีกฝ่ายเกรงกันบ้าง แต่ไม่เลย ไคยังคงทำหน้าตายขับรถต่อไป คยองซูเองจึงนิ่งเข้าไว้ตามแบบฉบับของตัวเอง เขาไม่อยากจะอารมณ์เสียเป็นคนบ้าในสายตาผู้ชายคนนี้ ที่สำคัญในเวลาแบบนี้เขาไม่อยากหมดอารมณ์ก่อนจะไปเห็นหน้าคุณเจ้าของร้านดอกไม้คนนั้นที่มีดีอะไรพี่ชายของเขาถึงรักนักรักหนาขนาดที่ยอมตายแทนได้
 

             “นี่ไค คนที่ชื่อแพคฮยอนเค้าน่ารักมากใช่มั้ย” สักพักคยองซูก็หันมาถามไคที่คราวนี้ไม่ได้มีการตอบคำถามแบบกวนประสาทอย่างเคย ชื่อที่เอ่ยออกมาทำให้ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาเรียบๆ

             “ก็ไม่รู้สิ แค่ผู้ชายธรรมดาๆน่ะครับ ธรรมดามากเลยล่ะ”

             “เพราะธรรมดาสินะ” คยองซูบอกแค่นั้นก่อนจะใช้ความคิดจินตนาการไปต่างๆนานาเกี่ยวกับคนที่เขากำลังจะไปเห็นหน้า แต่ก็ไม่รู้จะคิดไปทำไมในเมื่ออีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะได้เจออยู่แล้ว ตอนนี้เอาเวลาที่เหลือแก้แค้นคนข้างๆคืนดีกว่า

             “ว่าแต่ว่า เห็นลู่หานบอกว่านายอกหักเหรอไค” เอาแล้วไง ไคอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด ไอ้เพื่อนรักตัวดีหักหลังเขาจนได้ ใบหน้านิ่งเฉยที่เป็นปกติธรรมดาของเขาจึงเริ่มจะออกอาการแปลกๆหน่อย คยองซูรู้ดีว่าไคคงไม่ถึงกับหน้าแดงแต่แค่พูดไม่ออกแบบนี้เขาก็รู้สึกสะใจเล็กๆขึ้นมาแล้วล่ะ

             “ฮ้า .. โทษทีๆ ไม่ได้ตั้งใจแกล้งหรอกนะ ก็แค่ถามดู คุณแพคฮยอนของนายที่ทำให้ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องหลงรักได้เนี่ย จะธรรมดาจริงอย่างที่บอกมั้ยนะ หึหึหึ” คยองซูคิดไปราวกับเป็นเรื่องสนุก เขาดีใจที่ได้แกล้งไคให้เงียบไปได้บ้าง แต่พอนึกถึงหน้าพี่ชายตัวเองแล้วเขาก็สนุกไม่ออกสักเท่าไหร่ ทำไมชีวิตของชานยอลถึงได้น่าสงสารอย่างนี้นะ
 

             “นี่คุณคยองซูครับ จะนั่งยิ้มหรือทำหน้าเศร้าก็เลือกเอาสักอย่างเถอะครับ”

             “หมายความว่าไง”

             “ก็อย่างที่พูดไงครับ กลัวว่าคุณจะสับสนกับอารมณ์แล้วเครียดเองเปล่าๆ” ไคกำลังหาว่าคยองซูโรคจิต ถึงไม่พูดตรงๆแต่แบบนี้แหละที่ทำให้เขาเจ็บใจที่สุด คยองซูกัดฟันข่มอารมณ์อยากด่าไอ้บอดี้การ์ดคนนี้เอาไว้ ทำไมถึงได้เกิดมากวนประสาทกันแบบนี้นะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

             “นั่นไง ..  เอาอีกแล้ว อย่าทำหน้าโกรธสิครับ เดี๋ยวไม่น่ารักนะ”

             “ฉันไม่ใช่เด็ก หุบปากแล้วรีบขับไป เห็นมั้ยว่าลู่หานทิ้งห่างไปแล้วน่ะ”

คยองซูเปลี่ยนเรื่องบ้างเมื่อเห็นว่ารถคันข้างหน้าที่พวกเขาขับตามมาจะห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่ประเด็นอะไรหรอกนะ แค่คยองซูรู้สึกหงุดหงิดใจเท่านั้นเองที่คนข้างกายดูเหมือนจะขับช้าลงเพื่อยืดเวลากวนประสาทเขาในรถคันนี้ออกไป ไคไม่ได้ตั้งใจแต่นึกแล้วก็อยากจะหัวเราะออกมานัก

             “รีบเหรอครับ งั้นก็ได้ ผมจะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาแม้สักนาทีเลยล่ะ” ว่าแล้วร่างสูงก็จงใจเหยียบคันเร่งเสียจนมิด รถทั้งคันตวัดแซงคันข้างหน้าก่อนจะพุ่งไปตามเลนอย่างรวดเร็ว คุณชายคยองซูที่ไม่ต่างกับคุณหนูผู้เย่อหยิ่งจึงร้องออกมาแทบไม่ทัน มือเล็กกำเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นขณะที่คนข้างๆจะยกยิ้มพอใจและไม่ลดแรงลงเลยแม้แต่นิด

 

 

             “ไอ้บ้าเอ๊ย คอยดูนะฉันจะให้พ่อไล่นายออก!!







 

 

               ดอกไม้ในร้านส่งกลิ่นหอมอบอวลล้อมรอบกายของเขาไปหมดแพคฮยอนกำลังยุ่งกับการถ่ายย้ายดอกไม้ในถังแช่ สักพักเสียงรถจากด้านนอกก็บอกให้รู้ว่าเขากำลังมีลูกค้า

 

             แพคฮยอนมองออกไปด้านนอกแล้วก็ต้องหยุดยืนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นั่นมันไคที่เขาไม่ได้เจอเสียนาน แล้วนั่นใครอีกคนที่มาด้วยกัน ความสงสัยต้องหยุดเอาไว้เมื่อสองคนที่ว่าก้าวเข้ามาในร้านของเขาแล้ว

             “สวัสดีครับคุณแพคฮยอน” ไคเอ่ยทักทายขณะที่เดินนำมาก่อน ร่างสูงผายมือมาที่คนด้านหลังขณะที่แพคฮยอนยังมีท่าทีเก้อๆอยู่

             “นี่คุณชายคยองซู ลูกชายคนเล็กของคุณท่าน และเป็นน้องชายของคุณชานยอล” ไคแนะนำเสียหมด และคนที่ถูกแนะนำก็ทำให้เขาลอบถอยหายใจออกมาเบาๆกับท่าทีไว้ท่าตามเคย

             “สวัสดีครับ ผมพยอนแพคฮยอน ยินดีที่ได้รู้จัก”

             “อืม .. นายคือพยอนแพคฮยอนสินะ หน้าตาไม่เลวนี่” คยองซูเอ่ยออกไปตามอย่างที่ใจคิด เขามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ไม่นึกเลยว่าผู้ชายคนนี้จะดูซื่อๆยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

แม้ว่าคยองซูจะสนใจใคร่รู้มากกว่านี้แต่เขาก็ทำได้แค่จับตามองโดยไม่ต้องเอ่ยถามอะไรออกไป คุณชายเล็กจึงเลือกจะทิ้งตัวนั่งลงตรงโซฟาตัวนุ่มมุมหนึ่งโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของมันต้องเชิญแม้สักคำ ไคมองตามเจ้านายตัวเองก่อนจะหันมาหาคนข้างกายที่ตอนนี้ได้แต่ยิ้มเอาไว้ทั้งที่กำลังงุนงงไม่น้อย


             “คุณสบายดีเหรอแพคฮยอน” ไคถามอย่างห่วงใย ไม่ได้เจอกันนานเขาก็อดจะคิดถึงไม่ได้

             “อ่ะ อื้ม .. ก็ตามสภาพล่ะนะ”

             “ดีแล้วล่ะครับ”

             “ว่าแต่ว่า นายกับ เอ่อ คุณคยองซู มีธุระอะไรเหรอ ทำไมถึงได้โผล่มาที่นี่ไม่บอกอะไรเลย หรือว่ามาเที่ยวแล้วแวะมาเยี่ยมกันเฉยๆ” นั่นไงล่ะ ไคคิดในใจว่านิสัยชอบเดาออกมาตรงๆแบบนี้ของแพคฮยอนมันยังไม่เปลี่ยนไปเลย ใบหน้านิ่งเฉยหลุดยิ้มออกมาจนคนมองเริ่มจะวิตกว่าตัวเองทำอะไรน่าอายลงไปรึเปล่า

             “หัวเราะอะไรน่ะ”

             “เปล่าครับ แค่คิดว่าคุณนี่ชอบคิดเองตลอดเลยนะ”

             “ผิดรึไง ฉันก็แค่...” แพคฮยอนพูดไม่ทันจบเสียงกระแอมไอจากใครอีกคนที่คิดว่าตัวเองอาจจะเป็นอากาศธาตุไปแล้วก็ดังขึ้นขัดจังหวะ คยองซูนั่งกอดอกมองคนทั้งสองอย่างหงุดหงิดนิดๆ

             “นี่คุณพยอนแพคฮยอน ขอน้ำให้แขกหน่อยได้มั้ย รู้สึกจะคอแห้งแล้วด้วย” คยองซูบอกตรงๆอีกครั้งและก็ทำให้คุณเจ้าของร้านต้องรีบกุลีกุจอกลับเข้าไปในครัวเพื่อจะเอาน้ำออกมาให้แขก ในระหว่างที่รอน้ำอยู่นั้นคุณบอดี้การ์ดที่พ่วงตำแหน่งคนขับรถให้กับคุณชายที่เอาแต่ใจคนนี้ก็ตรงเข้ามานั่งลงข้างๆในทันที

             “นี่คุณชายครับ กรุณาอย่าออกคำสั่งที่นี่บ่อยนักเลย ไม่มีคนรับใช้อยู่ให้คุณจิกใช้ตามใจนักหรอกนะ” ว่าแล้วคนฟังก็หันกลับมาสวนกลับทันควันอย่างไม่พอใจ

             “ทำไม พูดแค่นี้นายจะลำบากอะไรนักหนากันฮะไค กลัวคุณแพคฮยอนของนายเค้าเหนื่อยรึไง”

             “อย่ามามั่วนะคุณ”

             “ทำไม กลัวฉันรู้เหรอว่านายกำลังเก็บความรู้สึกอยู่”

             “นี่คุณชาย...”

             “อะไรล่ะนายคนขับรถ”

             คยองซูเชิดหน้าให้อย่างไม่ยอมแพ้ และก่อนที่เขาจะทำให้ไคหมดความอดทน คนที่หายไปเอาน้ำจากในครัวก็เดินเข้ามาพอดีจึงทำให้บรรยากาศที่เริ่มจะคุขึ้นมาคลายลงในทันที

             ทั้งสามคนสนทนากันในลักษณะที่ค่อนข้างจะแปลกไปหน่อย ไคนั่งเงียบไม่พูดอะไรนอกจากดูคนทั้งสอง แพคฮยอนเองก็ได้แต่ตอบคำถามของคุณชายคยองซูที่เอาแต่ถามอยู่ฝ่ายเดียว เขานึกอะไรได้และอยากรู้อะไรก็ถามมันเรื่อยๆจนบางทีแพคฮยอนต้องหันไปมองหน้าไคอย่างขอความช่วยเหลือ

             “นี่คุณชาย ให้คุณแพคฮยอนเค้าหายใจบ้างเหอะ ถามอยู่นั่นแหละ ไม่คิดว่าเค้าต้องทำงานทำการบ้างเหรอ”

             “อะไรกัน นายว่างอยู่ใช่ไหมแพคฮยอน” คยองซูหันมาขอคำตอบจากอีกคนที่เอาแต่พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แพคฮยอนยิ้มจึงยิ้มให้อย่างเดียว ซึ่งตอนหลังกลับเป็นเขาที่ต้องมองอีกสองคนเถียงกันอย่างไม่รู้จักหยุด

 

             เสียงรถคันต่อมาพาให้เขาต้องลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องเปิดประตูให้ ใครอีกคนก็เปิดมันเข้ามาเสียก่อน

 

             “ลู่หาน” แพคฮยอนหยุดยืนด้วยอาการแปลกใจที่เห็นคนตรงหน้า

             “หวัดดีครับคุณแพคฮยอน” ใบหน้าของคนมาใหม่ส่งยิ้มกว้างมาให้ก่อนจะหันไปหาอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน แพคฮยอนมองตามอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนักว่าทำไมคนพวกนี้ถึงโผล่มาเยี่ยมเขาพร้อมกัน ลู่หานตอบความสงสัยของแพคฮยอนก่อนจะสบตากับใครอีกคนที่เขาเอ่ยถึงไปด้วย

             “พวกเรามาด้วยกันน่ะครับ แต่ดูท่าว่าคุณบอดี้การ์ดคนเก่งบางคนคงจะใจร้อนเลยต้องรีบเหยียบแซงหน้าผมมาถึงที่นี่ก่อน สงสัยจะคิดถึงเจ้าของร้านนี้จนแทบทนไม่ไหวน่ะครับ” พูดจบก็ยิ้มเสียตาหยีราวกับเรื่องที่พูดออกมานั้นมันปกติธรรมดา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันเหมือนกับทิ้งระเบิดไว้ให้คนอื่น

ไคกัดฟันปั้นหน้าให้นิ่งเข้าไว้แม้ในใจอยากจะฆ่าไอ้เพื่อนคนนี้เต็มทีก็เถอะนะ คุณเจ้าของร้านที่ถูกพาดพิงไปด้วยก็เลยทำหน้าไม่ถูกเข้าไปใหญ่ คยองซูปรายตามองคนข้างกายที่หน้าไม่เคยจะแดงแต่ทำไมเขาจะดูไม่ออก เห็นแล้วเลยอดจะหมั่นไส้ไม่ได้ บรรยากาศแปลกๆของแต่ละคนทำเอาตัวต้นเหตุอย่างลู่หานพออกพอใจกับผลงานตัวเองไปโดยปริยาย


             “ไม่ต้องหรอกน่ะแพคฮยอน มีอะไรก็ไปทำเถอะไป” คุณชายคยองซูที่เมื่อครู่ยังบอกว่าอยู่เลยว่าแพคฮยอนว่างอยู่ ทำไมตอนนี้ถึงได้เกิดไล่ให้ไปทำงานอีกล่ะ

 

 

             แพคฮยอนมองคนทั้งสามโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เขาหลบออกมาทำงานของตัวเองต่ออย่างไม่รีบร้อนขณะเดียวกันก็ลอบมองใบหน้าของคุณชายคยองซูไปด้วย คนบ้านนี้หน้าตาดีกันหมดเลยรึยังไงกันนะ จากที่แอบมองเพราะความอยากรู้แต่ก็เพลินจนแทบละสายตาไม่ได้ พี่น้องกันแต่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด ถึงอย่างนั้นแพคฮยอนกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่คล้ายกันระหว่างพี่ชายและน้องชาย ความมุ่งมั่นดื้อดึงไม่ยอมใครที่แฝงเอาไว้ในแววตามันคล้ายกันมากเลยทีเดียว เขารู้สึกว่าหายใจไม่ถนัดขึ้นมาแล้วเวลาที่ต้องนึกถึงชานยอล มันจุกที่หน้าอกทุกที มันทับแน่นลงมาให้ทรมานเสียจนน้ำตาแทบไหล 

             แพคฮยอนสะบัดหน้าหนีกับภาพของคนที่เขาเฝ้ามองอยู่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คยองซูจะหันมาพอดี ท่าทางแปลกๆของคุณเจ้าของร้านจึงทำให้คุณชายที่ตรงไปตรงมาต้องหมดความอดทน เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงมาหาแพคฮยอน

             “นี่นาย เหนื่อยมั้ยทำอยู่คนเดียวเนี่ย” คยองซูถาม

             “เอ่อ ก็ ไม่เท่าไหร่หรอกครับ” แพคฮยอนยิ้มให้ คยองซูถอนหายใจออกมาดังๆพลางส่ายหน้าอย่างไม่มีปิดบัง

             “ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมนายต้องบอกว่าโอเค ทำไมนายต้องยิ้ม ไม่เหนื่อยเลยรึไง” คยองซูพูดออกมาตรงๆ รอยยิ้มของแพคฮยอนยังค้างอยู่บนใบหน้าระคนกับความสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายมาพูดกับเขาแบบนี้

             “ไม่ต้องยิ้มแล้วก็ได้คุณพยอนแพคฮยอน ฉันรู้หรอกน่ะว่ามันเป็นยังไง”

             “คุณ พูดเรื่อง ...”

             “อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไปเลย อยากจะต่อว่าหรือปฏิเสธก็พูดออกไปเลย ยอมคนอื่นมากๆมันอาจทำให้เราเจ็บก็ได้นะ”

             “..........”

 

             ไคและลู่หานที่มองอยู่กำลังนิ่งไปกับที่เห็น และก่อนที่ไคจะไปดึงให้คุณชายที่เอาแต่ใจออกมาจากอีกคน ลู่หานที่อยู่ข้างๆจึงเดินเข้าไปหาคนทั้งสองเสียก่อน และเป็นที่รู้กันระหว่างพวกเขาในสิ่งที่กำลังเอ่ยออกไป


             “คุณแพคฮยอนครับ คุณน่าจะมีคนช่วยในร้านบ้างนะ”

             “มะ หมายความว่าไงน่ะลู่หาน” แพคฮยอนปาดน้ำตาออกพลางเงยหน้าขึ้นถาม เรื่องที่คยองซูพูดยังไม่จบดีลู่หานก็เพิ่มเรื่องใหม่ให้เขาต้องไม่เข้าใจขึ้นมาอีก

             “ผมคิดว่ามีใครบางคนเค้าอยากมาสมัครงานที่นี่ คุณน่าจะใจดีรับเค้าไว้นะครับ .. ผมปล่อยให้เค้านั่งรอในรถนานแล้ว” ว่าแล้วร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มทั้งสองก็ถอยออกมายืนข้างกับคุณชายที่ขยับออกมาก่อนแล้ว













 

             ประตูกระจกของร้านส่งเสียงกระดิ่งเบาๆเข้ามาท่ามกลางความเงียบ

             ร่างสูงของคนที่คุ้นเคยก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของเขา เสื้อเชิ้ตตัวนอกเปิดกระดุมเผยให้เห็นผ้าพันแผลที่พาดผ่านหน้าอกลงมาขณะที่ขาสองข้างแม้จะก้าวไม่คล่องอย่างเคยแต่ก็มุ่งเดินตรงมา แพคฮยอนยืนนิ่งไปกับภาพที่เห็น คนที่เขาเฝ้ารอคอยโผล่มาเอาตอนที่อุตส่าห์เข้าใจไปแล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดจะตามมาหากันถึงที่นี่ และก็อาจจะไม่ได้พบกันอีก สองสายตาสบกัน ใบหน้านั้นยิ้มให้กับคนที่นิ่งไปราวกับเป็นก้อนหิน

 

 

             แพคฮยอนอยากจะร้องไห้ เขารู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้ามายืนอยู่ตรงนี้ทำไม





             “คุณ .. หายแล้วเหรอ”

             “ยังหรอก ภายนอกไม่เท่าไหร่นายก็น่าจะรู้” ชานยอลบอกกับแพคฮยอนที่พยายามจะไม่สบตากับเขา คุณเจ้าของร้านกำลังมีแววตาวูบไหวพลางข่มใจให้ไม่แสดงอะไรออกไป แพคฮยอนสับสนกับเรื่องแบบนี้อีกครั้ง แต่เขาต้องทำอย่างไรในเมื่อความจริงมันก็เห็นๆอยู่ว่าตัวเองไม่เหมาะสมเลยสักนิด คิดแล้วก็ทำท่าจะเดินหนี
 

             “อย่าเพิ่งไปนะ นายจะทิ้งฉันไปอีกเหรอแพคฮยอน”

             “..........”


             “รู้ไหมว่าหัวใจของฉันที่มันหยุดเต้นไปแล้วกลับมาเหมือนเดิมได้อีกครั้งเพราะใคร เพราะนายคนเดียวเลยนะที่ทำให้ฉันยอมไม่ได้ ในเมื่อโชคชะตาไม่เข้าข้างเราเท่าไหร่ แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าชาติหน้าจะได้พบกับนายอีก เพราะงั้นในชาตินี้ฉันก็จะไม่ยอมตายไปจากนายเด็ดขาด”


             “..........”

             “ตั้งแต่วันนั้นนายอยู่เฝ้าฉันที่โรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืนเลยสินะ แต่พอตื่นขึ้นมาแล้วทำไมฉันถึงไม่เห็นหน้านาย .. ตอนนี้ฉันรู้หมดแล้ว” ชานยอลบอก ทำให้แพคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองพลางขมวดคิ้วหากันทันที

             “คุณหมายความว่าไง”

             “แม่พูดอะไรกับนายที่โรงพยาบาลไว้ใช่มั้ย”

             “คุณ คุณรู้ได้ไง....” แพคฮยอนอึ้งไปกับสิ่งที่ชานยอลหลุดปากออกมา

 

 


 

             ย้อนกลับไปในตอนนั้น

             ตั้งแต่ตอนนั้นที่ชานยอลหยุดหายใจไปแพคฮยอนก็แทบขาดใจไปด้วย แต่แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นที่ลู่หานกับไคพร้อมทั้งตำรวจหลายคนมาเจอพวกเขาเข้าทันเวลา ถึงอย่างนั้นชานยอลก็หยุดหายใจไปแล้ว ร่างของคุณชายถูกพาไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองทันที พร้อมกับชเวซึงฮยอนที่ยังนอนหายใจและก็พ้นขีดอันตรายไปอย่างง่ายดาย ซึ่งภายหลังจะเป็นอย่างไรในส่วนนี้แพคฮยอนเองก็คงไม่คิดจะสนใจ เขาจำได้ว่าตัวเองเอาแต่นั่งน้ำตาไหลอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพราะความหมดหวังโดยมีลู่หานนั่งโอบไหล่อยู่ข้างๆ แต่ช่วงเวลาที่หมดหวังก็เหมือนจะมีหวังอยู่บ้าง มันน้อยนิดมาก มากขนาดที่มันอาจจะไม่มีเลยก็ได้

             แต่แล้วเมื่อทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปราวกับปาฏิหาริย์ ชานยอลที่หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งก็ทำให้เขาดีใจจนแทบบ้า เลือดที่เสียไปของชานยอลได้กลับคืนมาบ้างจากเลือดของแพคฮยอนที่ยกให้ไปจำนวนหนึ่ง หลายวันกว่าที่ชานยอลจะตื่นขึ้นมาแพคฮยอนก็เฝ้าอยู่อย่างนั้นมาโดยตลอด เขาหวังว่าเมื่ออีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาทุกอย่างก็จะกลับมาดีขึ้น

             แต่เรื่องของความรักมันยังไม่จบแค่นั้นเมื่ออุปสรรคตัวสุดท้ายเข้ามาทักทายเข้าจนได้ ก่อนวันที่ชานยอลจะฟื้นขึ้นมา คนเป็นแม่ที่เป็นถึงนายท่านของบ้านก็เรียกเขาไปพบพลางเอ่ยในสิ่งที่ทำให้หัวใจดวงน้อยต้องแตกสลายลงโดยพลัน ไม่ว่าจะฐานะและสภาพสังคมหรือแม้แต่เรื่องอื่นๆ พยอนแพคฮยอนคนนี้ก็ไม่มีอะไรที่คู่ควรกับคุณชายปาร์คชานยอลเลยแม้แต่นิด

 
 

             “สมัยนี้แล้วฉันเข้าใจนะพ่อหนุ่ม แต่ลูกฉันเกือบตายขนาดนี้จะมีใครกล้ารับผิดชอบอีก ลองคิดดูดีๆสิ นี่มันความจริงนะ ไม่ใช่นิยาย”

 

 




 

             แพคฮยอนในตอนนั้นจึงกลายเป็นเหมือนคนไม่รู้ทิศทางอะไรอีก เขาต้องเลือกว่าจะยอมเข้าใจหรือว่าดื้อดึงต่อไป คำตอบไม่ได้มีเวลาให้คิดนานเท่าไหร่ แพคฮยอนไม่ได้ตอบอะไรออกไปนอกจากตัดสินใจจากมาโดยไม่บอกอะไรใครสักคำ

 

             “ก็ผม ผม .. ผมมันไม่ควรจะยุ่งกับคุณอย่างที่แม่ของคุณบอกเอาไว้จริงๆนั่นแหละ”

             “แล้วไงล่ะ มากกว่านั้นนายยังไม่ยอมเลย แล้วนายก็เคยเถียงแม่ฉันมาแล้ว แค่นี้ทำไมจะต้องฟัง”

             “....................”

             “ผ่านมาขนาดนี้แล้ว ฉันทำลงไปตั้งเท่าไหร่ นายยังไม่รู้อีกเหรอ”

             “....................”

             “ฉันตายแทนได้ขนาดนั้นแล้ว จะทิ้งกันได้ลงรึไงพยอนแพคฮยอน” คุณชายคนเดิมเอ่ยประโยคเอาแต่ใจออกมาแต่แววตากลับอ้อนวอนขอความรักออกมาอย่างไม่มีปิดบัง แพคฮยอนหัวใจสั่นไหวพร้อมกับสบตาคมคู่นั้นด้วยแววตาที่คลอไปด้วยน้ำตา แพคฮยอนเกลียดตัวเองนัก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้มันเทียบได้ที่ไหนกับคนตรงหน้าที่รักเขามากขนาดนี้ และเขาเองก็รักมากจนไม่อาจขาดผู้ชายคนนี้ได้เหมือนกัน

            

             ร่างสูงที่ยังคงไม่หายดีจากบาดแผลเอื้อมแขนมาคว้าร่างของคนที่รักเข้าไปกอดเอาไว้ ชานยอลซุกหน้าลงที่เรือนผมนุ่ม แม้จะแค่สองเดือนแต่เขากลับรู้สึกว่ามันนานมากที่ไม่ได้กอดแบบนี้ แพคฮยอนซบหน้าลงกับอกของชานยอลทันทีเช่นกัน

 

ใจดวงน้อยกลับมาเต้นแรงอีกครั้งกับความเป็นจริงในตอนนี้ที่ราวกับความฝัน ในที่สุดเขาก็ได้ความรักครั้งนี้กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์

 

คนโง่อย่างเขาที่เดินจากมาง่ายๆจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว อะไรก็ตามที่ทำให้ชานยอลไม่มีความสุข แพคฮยอนจะไม่ยอมฟังอีกเด็ดขาด

 
 

             สองร่างโอบกอดกันเอาไว้โดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรออกมาในตอนนี้

             ส่วนสายตาของคนทั้งสามที่มองมาก็เป็นอันต้องชะงักเมื่อคุณชายหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นมา

             “ให้มันได้อย่างงี้สิ ผมกลับก่อนนะพี่ชานยอล ส่วนกล่องยาลู่หานวางเอาไว้ให้ที่เบาะหลังนะ” เสียงของคยองซูโพล่งออกมาประโยคเดียวก่อนจะเอื้อมแขนไปกระตุกคนข้างกายให้เดินตามเขาออกมา ไคยิ้มให้กับความรักของคนทั้งสองก่อนจะเดินตามคยองซูออกไป ตามด้วยลู่หานที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบมากกว่าเขาเสียอีก

             “ผมวางกุญแจรถไว้ที่โต๊ะนะครับคุณชาย .. เจอกันนะครับคุณแพคฮยอน” ลู่หานว่าแล้วก็รีบจ้ำเท้าออกไปจากร้านเสียก่อนที่คุณชายของเขาจะต้องเอ่ยปากไล่เพราะไม่ต้องการให้ใครมาอยู่เป็นกว้างขวางคอในตอนนี้

          

 

 

             แพคฮยอนที่เอาแต่น้ำตาไหลอยู่เงียบๆจึงเงยขึ้น เขาดันอกแกร่งออกเบาๆเพื่อให้พ้นจากอ้อมกอด ได้ยินเสียงลู่หานจึงอยากจะหันไปขอบใจและเดินออกไปส่ง แต่มีหรือที่อีกคนจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ชานยอลแกล้งร้องเสียงหลงเมื่อมือบางวางลงที่แผลของเขา

             “โอ๊ย .. แพคฮยอน ฉันเจ็บแผลนะ”

             “จริงด้วย คุณยังไม่หายเลย ขอโทษนะผมไม่ได้ตั้งใจ” แพคฮยอนคว้าที่แขนชานยอลเอาไว้พลางก้มดูว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ขณะที่คนตัวเล็กกำลังเป็นห่วงเป็นใยอยู่นั้นก็หารู้ไม่ว่าอีกคนลอบยิ้มออกมาขณะที่มองตามรถคันหนึ่งที่แล่นออกไปจากหน้าร้าน ทีนี้เขาก็จะได้อยู่กันสองคนเสียที

             “คุณเป็นอะไรมากมั้ย รู้รึเปล่าว่าที่ผ่านมาผมเป็นห่วงคุณแค่ไหน”

             “รู้สิ”

             “คุณน่ะ ตายยากจริงๆเลยนะ ไม่เข้าใจเลยว่าเจอมาขนาดนี้แล้วยังไม่ตายยังเป็นคนอยู่รึเปล่า” แพคฮยอนพูดออกมาจากใจจริงแต่คนฟังดันทำหน้าแปลกใจ

             “พูดแบบนี้ลู่หานมันสอนมาเหรอ”

             “เปล่า ก็จริงนี่นา คุณน่ะเลือดออกขนาดนั้น แถมยัง....” เขาตั้งใจจะพูดให้จบแต่พอนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาก็พาให้ใจมันวูบขึ้นมาเสียดื้อๆ ชานยอลก็ไม่อยากจะให้คนที่เขารักต้องใจหายกับเรื่องนั้นอีกจึงดึงร่างตรงหน้าเข้ามาสวมกอดอีกครั้ง

             “ผมโง่เองแหละ ขนาดนี้แล้ว ยังนึกไปได้ว่าคุณจะไม่มา”

             “ว่าไงนะ ก็ฉันบอกลู่หานให่ส่งข่าวมาหาแล้วนี่นา นี่ก็แค่มาเร็วให้แปลกใจเล่นเฉยๆ .. นี่อย่าบอกนะว่าไม่รู้” ชานยอลขมวดคิ้วเล็กน้อย

             “ก็ใช่น่ะสิ ไม่เห็นลู่หานพูดเลยว่าคุณรู้เรื่องและให้ผมรอ” แพคฮยอนบอกตามตรง และนั่นก็ทำให้ชานยอลกระจ่างขึ้นมาเมื่อนึกถึงคนที่กล่าวถึง

             “ถึงว่า ทำไมนายทำท่าจะหนีฉันไปแบบนั้น เพราะคิดว่าฉันจะไม่มา และก็เห็นไม่ส่งข่าวสินะ .. หนอย เจ้าลูกน้องตัวดี บังอาจมาแกล้งฉันได้คอยดูนะกลับไปจะสั่งสอนให้เข็ดเลย” ชานยอลที่ถูกลู่หานแกล้งเอากลับได้แต่เจ็บใจทั้งที่ทำอะไรไม่ได้ นึกถึงใบหน้าที่ยิ้มกวนอารมณ์แล้วก็ต้องกัดฟันข่มอารมณ์โมโหลูกน้องตัวดี

             “อย่าโทษลู่หานเลยชานยอล เค้าคงอยากยื่นบทพิสูจน์สุดท้ายให้ผมอีกล่ะมั้ง” แพคฮยอนพูดไปทีเล่นทีจริง แต่ชานยอลไม่ขำด้วยเลย

             “พิสูจน์บ้าอะไรอีก ทรมานนายเป็นเดือนๆเลยนะ”

             “เอาน่า ช่างมันเถอะ เพราะต่อให้เป็นปีๆ ผมก็คงไม่มีใครแล้ว เพราะลืมคุณไม่ได้จริงๆ”แพคฮยอนเอ่ยออกมาอย่างที่คิดให้คนฟังต้องหัวใจพองโตคับอก ชานยอลชื่นใจจนเขาแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่
 

             “ขอบใจนะแพคฮยอน รู้อะไรมั้ย ฉันคิดว่าอยากจะพักฟื้นให้เสร็จก่อนน่ะ เพราะไม่อยากให้นายลำบากดูแล แต่ก็ทนคิดถึงไม่ได้จริงๆ เลยต้องพาตัวเองมาถึงที่เผื่อว่านายอยากจะดูแล .. เหมือนแต่ก่อน”

             “โธ่เอ๊ย .. เพิ่งนึกได้เหรอว่าควรจะทำ คราวหน้าคราวหลังคิดอะไรหรือตัดสินใจอะไรจะบอกผมสักนิดก็ดีนะ อย่างน้อยผมก็จะได้รู้อะไรบ้าง ไม่ใช่ไม่รู้อะไรอย่างทุกครั้งที่คุณทำกับผม”

             “ฉันขอโทษ” สั้นๆคำเดียวทำเอาหัวใจของแพคฮยอนอ่อนยวบไปดังเช่นทุกที อย่างนี้สินะ เพราะอย่างนี้ไงล่ะ เขาถึงไม่เคยชนะผู้ชายคนนี้ได้เลย

 

 

             ใบหน้าของเขาทั้งสองอิงแนบกันด้วยความห่วงหา ชานยอลสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้เขาจะรู้จักคำว่าเชื่อและไว้ใจ เขาจะไม่ทำให้แพคฮยอนเป็นคนรักที่ไม่ได้รับการบอกกล่าวเรื่องสำคัญอะไรอีก

 

 

 

ความตายเคยพรากสองหัวใจให้จากกันมาแล้ว และหากจะมีอะไรให้ต้องเผชิญ

ขอแค่ทั้งสองยังไม่เปลี่ยนใจ ก็คงไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

แล้วผีเสื้อตัวนี้  ก็จะไม่ปล่อยให้ดอกไม้ต้องเหงาอีกต่อไป  

 

 
 

 ◆ Finish

 











.
.

Tbc. Epilogue
(บทต่อไปนี้มีฉากจุดจุดจุด เพราะฉะนั้นวิธีอ่านคือ 
หาลิงค์ในTwitterค้นจาก #ดอกไม้เหงา นะคะ  ให้ทั้งตอนเลยค่ะ
หรือใครไม่เล่นทวิต ทิ้งเมล์ไว้ก็ได้ เด๋วส่งให้ค่ะ TvT)






















Talk :)


ขอโทษที่ให้รอนะคะ ขอทอล์คยาวๆในบทส่งท้ายแล้วกันค่ะ >~<
ลงต่อพร้อมกันเลยค่ะ


ปล.รวมเล่มเหลืออยู่หน่อยนะคะ เผื่อใครอยากได้ถามมานะ อิอิ
อาจจะรีอีกเดือนหน้าๆๆ อิอิ #อัลไลของมัน ==









ก่อนไปอ่านบทส่งท้าย ขอฝากKAIBAEKเรื่องใหม่และเรื่องเก่าไว้ด้วยนะคะ
เพราะช่วงนี้คงหมกอยู่กับ2เพจนี้แหละ เจอกันได้ค่ะ TvT




 

Just A Beat | KaiBaek

Imagination with KaiBaek


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #687 PINKLAND (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:32
    โอ้ยยยยย นึกว่าตายจริงๆ ฮือออออ
    #687
    0
  2. #668 winneey (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 23:16
    ชอบเรื่องนี้มากเลยอ่ะลู่นะลู่ทำกันได้
    #668
    0
  3. #655 12exo9snsd (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 07:56
    เฮ้ออ นึกว่าชานตายแล้วสักอีก
    ลู่ไม่น่าแกล้งกันเลย
    #655
    0
  4. #652 คุณพวยพวย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 22:06
    ตอนแรกๆนึกว่าอิพี่ปาร์คตายไปแล้วซะอีก
    #652
    0
  5. #637 96line's (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 17:17
    นึกว่าจะตายแล้วซะอีก โถ่เอ๊ยย T T
    ชานยอลคงเกิดมาเพื่อแบค แบคคงจะเกิดมาเพื่อชานยอลจริงๆ
    แบคอาจจะเป็นคนเดียวที่ยอมรับทุกอย่างของชานยอลได้
    #637
    0
  6. #620 Cha27 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 18:59
    สนุกกกมากกกกกกกกก ชานยอลกับแบคฮยอนน่ารัก

    #620
    0
  7. #619 Cha27 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 14:46
    สนุกกกมากกกกกกกกก ชานยอลกับแบคฮยอนน่ารัก

    #619
    0
  8. #565 meenty1234 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 / 02:20
    จบแล้ว , ร้ายจริงนะ อาลู่ 
    #565
    0
  9. #562 baekky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 01:34
    =v= ชอบจัง สุดท้ายผีเสื้อก็กลับมาอยู่กับดอกไม้

    ซึ้ง!!!! ในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกัน >////<

    เป็นอะไรที่ชอบมากๆเลยคะ ถึงจะมีเศร้า เสียใจ หน่วงๆ ไปบ้าง

    แต่เรื่องนี้ก็สนุกมากๆเลยคะ ชอบฉากจบแบบนี้ ฟินน~~
    #562
    0
  10. #538 sweet_memory (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 15:05
    สุดท้ายผีเสื้อกับกลับมาอยู่คู่กับดอกไม้ กรี๊ดดดด ><
    ชอบจังเลยค่ะ

    #538
    0
  11. #519 Golderland (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 23:19
    อ่านตอนที่เเล้วนึกว่าชานยอลไปเเล้วจริงๆ ไหนจะข้อความที่ไรท์เขียนจริงๆเเล้วนี่จะเป็นบทจบเลย เศร้าอ่ะ ร้องไห้เเบบไหลไปทางเลย พอมาอ่านตอนนี้ อ่าวววว หักมุมซะงั้น เกือบกู้อารมณ์ไม่ขึ้น เเต่ก็จบสวยนะไรท์เตอร์ เเต่งเก่งจังเลย ซ้อมเนื้อหาได้เยอะเลย ชอบๆๆๆๆๆๆ

    เเบคนี่ดื้อจนเกือบจะท้ายเรื่องเลย ฟินนะบางที ชานยอลยอมหนูเเบค 55555



    #519
    0
  12. #517 skyrealdream (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 00:57
    โหย...ซึ้งง่ะT^T
    #517
    0
  13. #502 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 17:09
    โอยยยยยยยยยยยย รักแท้เหนือปาฏิหาริย์จริงๆ

    รักกันให้มากๆนะ อย่าทิ้งกันนะ แต่ฉันเชื่อว่าพวกพี่ไม่มีวันทิ้งกันอยู่แล้ว

    รักชานแบคที่สุดเลยยย ♥
    #502
    0
  14. #468 Pe'am (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 02:30
    อ่านตอนแรก ชั้นคิดว่าเธอตาน -..- แมะ แต่ก็แฮปปี้ ดีนะ
    #468
    0
  15. #453 อุลต้าแมน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 15:54
    ขอหน่อยนะค่ะไรค์เตอร์ meawmrt@gmail.com ขอบคุณมากค่ะ
    #453
    0
  16. #451 LosT MY MiND (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 09:14
    แฮปปี้ ชานแบค >///<~~~
    #451
    0
  17. #447 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 22:26
    ในที่สุดก้อแฮปป๊้ๆๆๆๆ
    #447
    0
  18. #429 Acoustic fair (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2556 / 19:55
    ร้องไห้เลย ตอนยอลสวมแหวนให้แบค นึกว่าชานยอลตายซะแล้ว ดีใจ ^^
    #429
    0
  19. #419 de.fang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 22:15
    โอ้ยย ตอนแรกนึกว่ายอลตายไปแล้วเสียอีด งืออ T^T
    จบแบบละมุนๆแบบนี้ เราชอบฮ่ะ 555
    #419
    0
  20. #400 May Sirirat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 19:59
    ตอนแรกมาเศร้าๆคิดว่ายอลไม่อยู่แล้ว

    แต่จบแฮปปีะอะ  ><"
    #400
    0
  21. #384 junei (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 23:27
    ยอลมาแล้ววว

    แฮปปี้ๆๆๆๆ
    #384
    0
  22. #381 Bai_Baek (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 23:21
    ขอหน่อยค่ะไรเตอร์ bb-lollipop-jung@hotmail.com

    ขอบคุณค่ะ
    #381
    0
  23. #368 NaMo_K (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 01:05
    เกือบจะไม่แฮปปี้ อาลู่ตัวเเสบบบบบ

    หรอกเค้าด้วยนะเนี่ยยยยยย

    มาให้จูบทำโทษเลยน้าาา แอร๊ยยยย



    ก็นี่ล่ะน้าาาา คนรักกันน่ะ มันต้องเเชร์กันทุกๆเรื่อง

    ไม่ว่าจะเศร้าหรือสุข ให้เค้าได้มีิสิทธิ์รับรู้

    มีสิทธิ์ตัดสินใจ เดินแล้วล้มไปด้วยกัน

    มันยังดีซะกว่าเดินไปลำพัง แล้วให้อีกคนเฝ้ามองเวลาที่เราล้มลง
    #368
    0
  24. #367 chanchan123 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 11:52
    ค่อยยังชั่วหน่อย เล่นเอาแอบคิดไม่ได้เหมือนกันว่าตกลงชานยอลรอดหรือตาย เหอ ๆ แต่ลึก ๆ ข้างในก้อเชื่อว่าต้องรอดแหละ แต่ไม่เห็นชานยอลโผล่มาที อดใจหายไม่ได้ อิอิ ในที่สุดก้อสมหวังแล้วนะ จบแฮปปี้แบบนี้คนอ่านก้อมีความสุขนะคะ ขอบคุณไรท์มาก ๆ ค่ะ
    #367
    0
  25. #359 KimKey (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 13:45
    โอ่ยยย นึกว่าตายแล้วซะอีกใจหายหมด
    #359
    0