[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 16 : ◆ Lonely Flower - chapter [13]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 พ.ค. 56













.. Chapter 13 ..




 

            นานเท่าไหร่แล้วนะที่แพคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองนอนหนาวอยู่ตรงนี้แต่ก็ยังไม่หมดลมหายใจ
           
            แสงแดดอ่อนที่ส่องลงมาให้รับรู้ว่าล่วงเข้าสู่เช้ามืดแล้ว แพคฮยอนหมดแรงแม้กระทั่งจะกระพริบตา มือสองข้างที่ถูกพันธนาการไว้ที่ด้านหลังด้วยเชือกเส้นหนาทำยังไงก็ไม่มีทางให้มันหลุดออกไปได้ ผิวขาวที่โผล่พ้นเสื้อผ้าเนื้อบางเป็นรอยแดงจากการถูกหิมะกัด แต่ถึงยังไงมันคงไม่ทรมานเท่าที่หัวใจ

 

             นอกจากครอบครัวแสนรักที่จากไป เกิดมาชีวิตนี้ก็เพิ่งจะเคยมีความรักสักครั้งอย่างคนอื่นเค้า พยอนแพคฮยอนไม่ได้อยากจะขออะไรมากเลยจริงๆ แต่ ณ เวลานี้ถ้าเขาจะต้องตายไป หากขอพรได้ก็แค่อยากเห็นหน้าคนๆนั้นอีกสักครั้ง

 

            แค่สักครั้งเท่านั้น ต่อให้เป็นแค่ภาพลวงตา อย่างน้อยเขาก็พอจะหลอกตัวเองให้ยิ้มได้ก่อนจะหมดลมหายใจ

 

 

 

 

             “แพคฮยอน!!!
 

             ราวกับสวรรค์เห็นใจและได้ยินในสิ่งที่คนตัวเล็กขอ เสียงดังที่แว่วมาแต่ไกลดึงสติให้ลมหายใจแผ่วเบายังคงเข้าออกอย่างเดิม และตามสัญชาตญาณแพคฮยอนจึงขยับกายที่แน่นิ่งเพียงนิดเท่าที่แรงในตอนนี้จะมี เขาอาจจะฝันเหมือนจริงก็เป็นได้กับสัมผัสอบอุ่นที่แตะต้องลงมาบนเนื้อตัว
 

             “แพคฮยอน แพคฮยอน ...” เสียงของชานยอลตะโกนเรียกทั้งที่อีกฝ่ายอยู่ใกล้แค่ในอ้อมกอด ชายหนุ่มวิ่งแบบแทบไม่คิดชีวิตเพื่อตรงเข้ามาโอบร่างนี้ไว้ เขาดีใจแค่ไหนที่หาอีกฝ่ายจนเจอแต่สภาพที่เห็นทำเอาชานยอลแทบหัวใจสลายลงในทันที ร่างสูงตั้งสติพลางรีบแก้เชือกหนาที่ข้อมือเล็กออกอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเขย่าคนในอ้อมกอดให้รับรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้
 

             “คุณมาหาผมจริงๆใช่มั้ย หรือว่าผมฝันไป”
 

             “ไม่ นายไม่ได้ฝันหรอก ฉันอยู่นี่แล้วไงแพคฮยอน” เสียงทุ้มก้มลงกระซิบที่ข้างหูพลางแนบใบหน้าลงกับคนที่เขาห่วงหาอย่างสุดแสน ชานยอลถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้วคลุมให้ร่างเล็กนี้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง เขากอดทับอีกฝ่ายไว้อีกทีด้วยความอบอุ่นที่อย่างน้อยก็พอจะบรรเทาความหนาวได้ในเวลานี้
 

             “ฮึก .. คุณมาจริงๆด้วย”
 

             “ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”
 

             “ผมไม่ได้กลัวแล้ว แค่รู้ว่าคุณมาตามหาก็พอใจแล้วล่ะ” แพคฮยอนพูดได้แค่นั้นก็พลันต้องน้ำตาไหล สองมือเล็กที่แทบไม่มีแรงยกโอบชานยอลเอาไว้แน่น ร่างสูงที่ได้ยินก็ไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาอีก เขาขอเวลาทำใจก่อนได้ไหมกับจิตใจที่โล่งอก ทั้งสองคนกอดกันแน่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนเพียงน้อยนิดที่ส่องอยู่ไกลๆในเช้ามืดที่ยังไม่สว่างดี
 

             สักพักชานยอลก็เป็นฝ่ายดันร่างเล็กออกจากอกพลางจ้องตาเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สิ่งไหนเลยจะเท่าความห่วงใยของเขาที่มีในตอนนี้
 

             “มันทำอะไรนายรึเปล่า”
 

             “ปะ เปล่าหรอก เค้าทิ้งผมไว้ที่นี่” นั่นไงล่ะ คนที่มองโลกในแง่ดีตอบปฏิเสธแทบจะในทันทีว่าไม่ได้ถูกทำอะไร งั้นสิ่งที่เจอและสภาพที่ชานยอลเห็นมันก็แค่การทิ้งไว้เฉยๆงั้นสินะ
 

             “เฮ้อ .. รู้มั้ยว่าฉันตามหาแทบแย่ ทีหลังอย่า.....” ถึงตรงนี้เขาก็เงียบไปขณะที่สบตากับคนในอ้อมกอดที่เงยมองอย่างรอฟังในสิ่งที่เขาจะพูด ชานยอลแค่กำลังจะบอกว่าอย่าหายไปอย่างนี้อีก แต่เขาจะพูดได้อย่างไรในเมื่อเรื่องโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายมันมาจากเขาทั้งนั้น ใช่ว่าแพคฮยอนอยากจะออกมานอนหนาวอยู่ตรงนี้เสียเมื่อไหร่ ใบหน้าขาวซีดพร้อมคราบน้ำตามองมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ชานยอลกลั้นใจมองใบหน้าของแพคฮยอนที่ทำให้เขาเจ็บกว่านัก
 

             “ทีหลังฉันจะดูแลนายดีๆ จะไม่ให้ห่างสายตา จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องได้อีก” ทุกถ้อยคำและทุกพยางค์ที่เน้นย้ำออกมาชัดๆแสดงผ่านคำพูดและสายตาจริงจังของชานยอลราวกับคำมั่นสัญญาที่ไม่มีวันจะลืมเลือน แพคฮยอนที่เพิ่งจะผ่านฝันร้ายมาจึงได้แต่อึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน ในอกกำลังเต็มตื้นจนแทบจะล้นปรี่
 

             “งั้นเรื่องที่ผ่านมา เรื่องที่สองคนนั้นเล่าให้ผมฟัง”
 

             “ใช่แล้วล่ะ อย่างที่พวกนั้นเล่าให้นายฟัง .. ฉันขอโทษ”
 

             “แล้วทำไมคุณไม่บอก คุณโกหกทำไม.........”
 

             ขณะที่พูดคุยกันได้แค่ไม่กี่ประโยค คนตัวเล็กที่ยังแคลงใจก็ต้องหยุดขมวดคิ้วพร้อมกับสีหน้าตกใจกับสิ่งที่กำลังเห็น ร่างของคนใจร้ายที่แพคฮยอนไม่นึกว่าจะมาปรากฏกายขึ้นนั้นโผล่มายืนข้างหลังของชานยอลตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ท่อนไม้ยาวใหญ่ในมือของอีกฝ่ายง้างขึ้นกลางอากาศพร้อมๆกับที่แพคฮยอนอ้าปากขึ้นจะร้องบอกชานยอลที่หันหลังให้คนๆนั้น
 

             “คุณชานยอล!!

 

 

             ผลั่ก!!

 

             ไม่ทันเสียแล้ว ท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกฟาดลงที่ศีรษะด้านข้างของชานยอลอย่างแรง ร่างสูงของคุณชายเอนล้มไปตามแรงที่ถูกของแข็งฟาดลงมา เลือดสีแดงไหลลงมาตามขมับพร้อมกับมือที่ยกขึ้นกุมด้วยความเจ็บ แพคฮยอนดึงแขนชานยอลเอาไว้ด้วยอาการที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

 

             “ชานยอล คุณ คุณเลือดออก”
 

             “อึก .. แพคฮยอนหลบไป” ชายหนุ่มพยายามดันตัวเองขึ้นจากพื้นเอื้อมปัดป้องให้อีกคนถอยออกไปจากเขา ห่วงเหลือเกินว่าคนที่โผล่เข้ามาจะทำร้ายอีกฝ่ายได้
 

             “แหมๆ ห่วงกันดีจังนะ”
 

             “แก ถอยไปนะ” ชานยอลส่งเสียงดังไล่คนที่ก้มหน้ามองพวกเขาอย่างไม่คิดจะปราณีอะไรอีก สองแขนกางออกกั้นร่างเล็กให้พ้นออกมาจากคนตรงหน้า แพคฮยอนเลยทำได้เพียงหลบอยู่ข้างหลังของชานยอล และไม่นึกว่าตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายห่วงมากขนาดที่สมองอันปราดเปรื่องจะลดทอนประสิทธิภาพลงไป อาการมึนและชาที่หัวมันไม่ได้ทำให้ชานยอลหวั่นใจเท่าไหร่นักหากเทียบกับคนด้านหลังที่เขาห่วงยิ่งกว่าชีวิต
 

             “จะตายแล้วยังทำเก่งอีกนะพวกแก!” ชเวซึงฮยอนเปลี่ยนจากยิ้มร้ายมาเป็นสายตาอาฆาตแทบจะในทันที มือข้างหนึ่งที่ถือปืนยกขึ้นจ่อสองร่างที่อยู่แทบเท้าของเขา

             ชานยอลไม่ใช่คนที่จะจนมุมเอาง่ายๆในสถานการณ์อย่างนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะถูกทำร้ายจากด้านหลังก็ตามที มือที่ปกป้องคนรักเอาไว้ไม่รอช้าที่จะชักเอาปืนในเสื้อออกมาป้องกันตัวจากคนตรงหน้า หากแต่มันคงจะช้าไปนิดเมื่อจุดอ่อนของเขามันอยู่ที่อีกคนมากกว่า ร่างสูงใหญ่เตะเข้าไปที่มือของชานยอลทำให้ปืนที่เพิ่งดึงออกมาได้กระเด็นตกลงที่พื้น และจังหวะเดียวกันกับที่เขาเอื้อมจะไปคว้ามันขึ้นมาคืนก็ถูกสองขาคู่เดิมซัดเข้าที่ท้ายทอยจนล้มพับลงไปอีก แค่วินาทีเดียวเท่านั้นที่ชานยอลไม่สามารถปกป้องแพคฮยอนไว้ได้ ร่างของศัตรูจึงตรงเข้าดึงเอาคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นยืน
แล้วกระชากให้เดินตามไป


 

             “แพคฮยอน!” ชานยอลเซลงไปพร้อมกับเลือดบนหัวที่เปรอะแดงไปทั้งเสื้อเชิ้ตสีขาว ชายหนุ่มแทบขาดใจเมื่อเห็นคนรักถูกใครอีกคนลากออกไปจากตัวเขา แพคฮยอนที่ยังคงชาไปทั้งร่างถูกมือใหญ่นั่นลากถูไปกับกองหิมะที่บาดเย็นลงไปตามขาของเขา ร่างเล็กปัดป้องตัวเองด้วยแรงอันน้อยนิดโดยไม่ลืมหันไปมองยังอีกคนที่กำลังเจ็บ

 

             “ชานยอล!

 

 

             “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!
 

             ชานยอลลืมไปแล้วซึ่งความเจ็บหรืออะไรทุกอย่าง เขารู้แค่ไม่มีทางปล่อยให้ไอ้คนชั่วมันทำอะไรคนที่เขารักได้อีกแล้ว ร่างสูงตะกายเท้าฝ่ากองหิมะวิ่งตามพร้อมกับปืนในมือที่เตรียมเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ ชเวซึงฮยอนเห็นท่าไม่ดีจึงตรงเข้าล็อคคอของแพคฮยอนเอาไว้พร้อมกับกดปลายกระบอกปืนลงไปที่ศีรษะ
 

             “ฮะฮะฮะ ก็ยิงมาเลยสิวะ ฆ่าฉันอย่างที่แกอยากฆ่าเลยสิ ฉันจะได้ฆ่าหมอนี่แลกกันไง” หลังจากตะโกนแล้วก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา

               ชานยอลจำต้องหยุดยืนห่างออกไปแค่ไม่กี่ก้าวพร้อมกับใจแทบขาดเมื่อเห็นว่าสีหน้าคนรักที่เหนื่อยอ่อนกำลังหวาดกลัวจนตั่วสั่น ร่างสูงของคุณชายยืดแขนออกไปข้างหน้าพร้อมกับปืนที่จ่อเล็งไปยังเป้าหมาย แต่เขาจะทำอะไรต่อไปได้อีกในเมื่อตัวประกันนั้นอยู่ในสภาพที่บังคับให้เขากระดิกไม่ได้เหมือนกัน แพคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองกำลังน้ำตาไหลออกมาทีละหยดอีกครั้ง มือบางกำรั้งท่อนแขนที่ล็อคคอของเขาเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก ปลายกระบอกปืนเย็นเยียบสัมผัสเข้าที่ขมับให้รู้ว่าหากขยับหรือคิดหนีเข้าหน่อยมันก็พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อ

 

             พอแล้วล่ะ พยอนแพคฮยอนเหนื่อยเหลือเกิน เขาจะทนได้อีกเท่าไหร่ถ้าต้องเห็นคนตรงหน้าเจ็บตัวไปกว่านี้
 

             “ฮึก .. ชานยอล คุณหนีไปเถอะ ไม่ต้องห่วงผมอีกแล้ว”
 

             “พูดอะไรน่ะแพคฮยอน”
 

             “ก็มันไม่จริงรึไง คุณยังมีอนาคต มีคนที่รักคุณและรอคุณอยู่ อย่าเอาชีวิตมีค่าของคุณมาแลกกับผมเลยนะ”
 

             “.............” ชานยอลที่จ่อปืนตรงไปข้างหน้ายังคงอยู่ในท่าเดิมขณะที่ฟังเสียงแพคฮยอนพร่ำบอกออกมา ใบหน้าของคนใจร้ายแสยะยิ้มอีกทีกับความทรมานของคนที่เขาอยากให้เจ็บเจียนตาย

 

             “คุณน่ะ ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วชานยอล แค่คุณมาหาผม แค่คุณยังรักผม แค่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว .. เชื่อผมนะ กลับไปเถอะ” สิ้นพยางค์สุดท้ายท่อนแขนใหญ่ก็ล็อคลำคอขาวให้แน่นขึ้นพร้อมทั้งกดย้ำปลายกระบอกปืนลงไปมากกว่าเก่า และการกดดันนี้ก็เป็นไปตามที่ตัวเองคาดการณ์ไว้ คุณชายชานยอลที่ทนดูไม่ได้จึงจำต้องตะโกนถามออกไปอย่างไม่มีทางเลือก

 

             “แกต้องการอะไร บอกฉันมาแล้วปล่อยเค้าไป”
 

             “ต้องการอะไรงั้นเหรอ ไม่รู้รึไงวะไอ้ผู้ดีที่เก่งแต่โง่ ฮ่าฮ่า”
 

             “.. ถ้าอยากให้ฉันเลิกยุ่งกับแกงั้นก็ปล่อยเค้ามาหาฉันซะ แล้วแกจะไปไหนก็ไป ฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับแกอีก เรื่องที่ผ่านมาฉันก็จะลืมมันแล้วเราก็ถือว่าจบกัน” ชานยอลกัดฟันพูดเรียบๆกับข้อเสนอที่คิดว่ามากพอให้กับอีกฝ่าย แม้มันจะหมายถึงต้องแลกกับทั้งหมดที่เพียรพยายามมา แต่งานนี้ต้องจะแลกกับอะไรอีกเขาก็ยอม
 

             ชเวซึงฮยอนหัวเราะลั่นอีกครั้งกับข้อเสนอที่ไม่นึกว่าจะได้ยินจากปากของคุณชายคนที่เขาคิดว่าจะแน่สักแค่ไหน แม้มันจะน่าสนแต่จะเอาอะไรเป็นหลักประกันล่ะ ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วจะให้เชื่อว่าจะปล่อยกันไปอย่างนั้นหรือ เชื่อก็โง่แล้ว
 

             “โธ่เอ๋ย คุณชายปาร์คชานยอล คิดว่าเงื่อนไขหลอกเด็กแบบนั้นมันใช้กับคนอย่างฉันได้งั้นเหรอ”
 

             “แล้วแกต้องการอะไร”
 

             “ก็ต้องการให้แกได้รับรู้ถึงความเจ็บของการพ่ายแพ้ยังไงล่ะ”
 

             “พ่ายแพ้ นายแพ้เพราะตัวนายเองไม่ใช่เพราะคนอื่น ทุกอย่างหัดยอมรับตามกติกาซะมั่งสิ ... ”
 

             “งั้นกติกาอะไรไม่ทราบที่ทำให้แกมีสิทธิ์แย่งคนที่ฉันรักไปน่ะฮะ!!” เมื่อถึงตรงนี้เสียงทุ้มของคนที่ล็อคร่างแพคฮยอนเอาไว้ก็ตะคอกออกมาด้วยอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างน่ากลัว นอกจากการแข่งขันกันเรื่องธุรกิจแล้วก็ใช่ว่าชานยอลไม่รู้อะไรเลยหรอกนะ แต่เขาจะพูดยังไงได้อีกในเมื่อเหตุผลคนเรามันต่างกันขนาดนี้

 

             “มินอาเค้ารักแกมั้ยล่ะ เค้าเคยบอกว่ารักแกมั้ยหรือคิดไปเองคนเดียว หรือถ้าเค้ารักแกจริงเค้าคงไม่ทิ้งให้แกอยู่กับความอาฆาตและทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ได้หรอก เพราะงั้นอย่าได้เที่ยวโทษคนอื่นอีกเลย เพราะแกเองนั่นแหละ แกทำตัวของแกเอง...”
 

             “หุบปาก!! อย่าได้รู้ดีไปหน่อยเลย คนที่ไม่เคยถีบตัวเองมาจากที่ต่ำๆอย่างแกคงไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน”
 

             ชานยอลได้ยินแล้วก็อยากจะหัวเราะออกมาเสียเหลือเกิน

 

             .. ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ คนอื่นมองว่าเขาได้อะไรมาง่ายๆงั้นเหรอ จริงอยู่ว่าเขาเกิดมามีพร้อมขณะที่คนอื่นอิจฉากันหนักหนา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าความสำเร็จและเพรียบพร้อมของเขานั้นแลกมาด้วยอะไรบ้าง

 

             “แกต่างหากล่ะที่ไม่รู้ แกคิดว่าตัวเองลำบากอยู่คนเดียวงั้นสิ คิดว่าฉันไม่พยายามหรือยังไงกัน หึ .. และถ้าแกคิดว่าตัวเองถีบตัวมาจากที่ต่ำๆได้แล้วทำไมถึงปล่อยให้จิตใจตัวเองกลับไปต่ำแบบนั้นได้อีกล่ะ”
 

             “หนอยไอ้นี่ ถ้าแกไม่อยากให้มันตายก็หุบปากพล่อยๆของแกไปซะ” ว่าแล้วร่างนั้นก็กระชับคนตัวเล็กพลางลากให้ถอยหลังออกมาอีกก้าว ปืนที่จ่ออยู่เหมือนจะถูกเจ้าของมันเตรียมลั่นไกเพราะอารมณ์ขุ่นมัวในตอนนี้ ชานยอลเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้าที่เขาไม่รู้จะยื้อมันไว้ด้วยวิธีไหนนอกจากตะโกนขอร้องออกไป
 

             “อย่านะ อย่าทำอะไรเค้า ฉันขอร้อง” ร่างสูงที่กำปืนยื่นตรงไปบัดนี้จึงต้องลดมันลงข้างกาย เขาใจสั่นแค่ไหนที่นึกว่าเสียงปืนจะดังเมื่อไหร่ แต่ยังดีที่โชคเข้าข้างอยู่บ้างแพคฮยอนจึงยังคงปลอดภัยจากน้ำมือของคนชั่ว
 

             “ขอร้องงั้นเหรอ ..อา คำนี้ไม่นึกเลยนะว่าจะได้ยินจากปากของแก ว่าแต่ว่าผู้ชายคนนี้มันมีดีอะไรนักหนานะ คุณชายที่ไม่เคยยอมใครถึงได้จะเป็นจะตายด้วยนัก” ว่าแล้วยิ้มเหี้ยมเกรียมก็แสร้งปรากฎขึ้นก่อนจะก้มลงซุกไซร้ไปเบาๆตามพวงแก้มที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา แพคฮยอนหลับตาลงแน่นกับสัมผัสที่น่าขยะแขยงเช่นนี้ เขาทรมานเหลือเกินกับเหตุการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเช่นไร
 

             ชานยอลยืนมองภาพตรงหน้าที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากร้องขอและอ้อนวอน

 

             “อย่าทำอะไรเค้า ขอร้อง ฉันขอร้องจริงๆ อยากฆ่าก็มาทำที่ฉันนี่ อย่าทำอะไรแพคฮยอนเลย ได้โปรด”

 

             “ไม่ อย่าขอร้องมันนะชานยอล!” แพคฮยอนตะโกนบอกด้วยใบหน้าทรมาน

 

             สองคนที่ห่วงหากันด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ยิ่งเห็นก็ยิ่งสะใจผู้ชายคนนี้มากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว แต่ทำไมนะเสี้ยวหนึ่งภายในใจมันถึงได้รู้สึกหงุดหงิดกับความรักของสองคนนี้ขึ้นมา และโดยไม่รู้ตัวว่าสาเหตุมันมาจากความอิจฉา เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วจึงอยากจะทำลายมันซะ

 

             “วางปืนลง”
 

             “...........”
 

             “ฉันบอกให้แกโยนปืนทิ้งไปเดี๋ยวนี้ไงเล่า ได้ยินมั้ยฮะ!!” ชเวซึงฮยอนคำรามลั่นไปทั้งป่า และต่อให้แพคฮยอนร้องห้ามแค่ไหนชานยอลก็คงทำตามไม่ได้อยู่ดี   ชายหนุ่มนิ่งไปสักพักก่อนจะตัดสินใจโยนปืนของตัวเองลงไปที่พ้นห่างจากตัว แขนสองข้างยกขึ้นช้าๆให้รู้ว่าเขาไม่มีอาวุธอีกแล้ว
 

             “พอใจรึยัง ฉันสู้อะไรแกไม่ได้แล้ว เพราะงั้นปล่อยเค้าไปแล้วแกจะทำอะไรกับฉันก็ได้” ชานยอลยอมแล้วจริงๆ ถ้าแลกกับการที่ลูกปืนนัดนั้นไม่ต้องสัมผัสกับร่างกายของแพคฮยอนแค่นี้เขายอมได้ คนสามคนที่ยืนห่างออกไปเป็นสองฝั่งกำลังจ้องกันและกันอย่างไม่ลดละ แพคฮยอนรู้สึกว่าทั้งหมดมันแน่นอยู่ในอกปานจะขาดใจ แรงสะอื้นของเขาแผ่วเบาเหลือเกินยามเมื่อจองตากับคนที่รักสุดหัวใจ ต่อให้พยายามจะไขว่คว้าไว้แค่ไหนทำไมมันเอื้อมไม่ถึงเสียที

 

             “รักกันนักใช่มั้ย ดี!! ในเมื่อแกไม่อยากให้ฉันทำอะไรคนๆนี้ ฉันก็จะไม่ทำงั้นเริ่มที่แกเลยแล้วกัน”

 

             ว่าแล้วปืนที่จ่ออยู่ขมับของแพคฮยอนก็เปลี่ยนทิศในทันที





 

 

             ปัง!!!!!

 




 

             สิ้นเสียงดังลั่นเหล่านกไม่กี่ชีวิตในป่าบริเวณนี้ก็บินกระเจิงหนีไป เลือดสีแดงสดทะลักออกมาจากขาข้างหนึ่งของชานยอลก่อนจะไหลซึมย้อมให้พื้นสีขาวโพลนแดงฉานไปทั้งบริเวณที่ยืนอยู่ ร่างสูงทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นเพราะไม่สามารถต้านความเจ็บปวดที่ต้นขาไป ชานยอลกัดฟันฝืนสติให้ทนความเจ็บเข้าไว้โดยไม่ลืมจะเงยขึ้นสบตากับคนที่มองมาอย่างห่วงใยเพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร
 

             “ไม่!! ไม่นะ อย่าทำเค้า ชานยอล ชานยอล ..” แพคฮยอนมองเลือดของคนตรงหน้าที่ไหลออกมาผ่านม่านน้ำตาของตัวเอง เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมอย่างไม่คิดชีวิต แต่แรงแค่นั้นมันคงไม่สามารถหลุดออกไปได้ สายตาของคุณชายที่เคยอวดดีกับเขา ในตอนนี้มีเพียงแววตาห่วงหาอาวรณ์ส่งมาให้ ชานยอลแค่คิดว่าเขาเจ็บแทนได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
 

             “ปล่อยเค้าไปได้รึยัง”
 

             “ฮ่าฮ่าฮ่า แค่นี้เองเหรอวะ ฉันยังสนุกไม่พอหรอก” ว่าแล้วกระสุนอีกนัดก็ตรงเข้าทะลวงที่หัวไหล่ด้านเดียวกับขาก่อนหน้านี้ ครั้งนี้แทบทำให้ชายหนุ่มทรุดลงไปทั้งร่างเช่นเดียวกับตัวประกันที่ร้องลั่นปานจะขาดใจ แต่นั่นมันก็แค่เรื่องสนุกสนานสำหรับคนที่ทำมันลงไปเท่านั้นเอง
 

             “ไอ้คนเลว นายมันเลวที่สุด ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะฉันจะไปหาเค้า ฮึก .. ปล่อยนะ!!” ร่างเล็กดิ้นไปมาขณะที่คนหัวเราะไม่คิดจะสนใจอะไร แต่แล้วท่อนแขนใหญ่ที่เคยล็อคร่างนี้ไว้ก็เผลอคลายออกเพราความชะล่าใจ เป็นจังหวะกับที่ฟันซี่เล็กจะกัดเข้าให้เต็มแรง
 

             “โอ๊ย!” ชเวซึงฮยอนร้องออกมาเพราะความเจ็บก่อนที่คนในอ้อมแขนจะได้โอกาสหนีไปจากเขาได้ ร่างเล็กโผเข้าหาคนตรงหน้าที่นั่งอยู่กับกองเลือดอย่างเป็นห่วง แต่ชานยอลกลับเป็นฝ่ายที่ห่วงแพคฮยอนมากกว่า ดวงตาเจ็บปวดมองตามปืนที่เล็งมาที่แพคฮยอนก่อนที่ทางเลือกมันจะเหลือน้อยเต็มที หรืออันที่จริงแล้วมันคงไม่มีเลยมากกว่านอกจากร่างกายของเขาเองที่เจ็บแทนและสามารถตายแทนได้ทุกเมื่อ
 

             “แพคฮยอน..” ชานยอลโอบคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนจะตวัดกายเข้าบังทั้งร่างของแพคฮยอนจากกระสุนนัดปลิดชีพ

 



 

             ครั้งที่สามที่เลือดของเขาต้องหลั่ง

 

             แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ที่แขนหรือที่ขาเพราะมันตรงเข้าทะลุที่อกจากทางด้านหลัง ชานยอลแน่นิ่งขณะที่โอบกอดแพคฮยอนไว้แน่น แรงกอดของอ้อมแขนที่คลายออกทำเอาหัวใจดวงน้อยคล้ายจะหยุดเต้น แพคฮยอนรับน้ำหนักของชานยอลเอาไว้ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งตัวลงมาบนตักของเขา
 

             “ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเชื่อเลยว่าแกรักกันจริงๆ นี่ถึงขนาดยอมตายแทนได้เลยใช่มั้ยคุณชาย” เสียงหัวเราะอันโหดร้ายยังคงดังก้องสะท้อนไอหนาว ผู้ชายคนนี้ยืนมองเหยื่อที่ไม่มีทางรอดจากเงื้อมมือของเขาด้วยแววตาสั่นระริกอย่างภาคภูมิใจ

 

 

             เลือดที่ไหลออกมาจากร่างกายในคราวนี้ยิ่งกว่าน้ำที่ไหลเสียอีก สีแดงฉานย้อมกลืนเกล็ดหิมะรอบกายรวมถึงเสื้อผ้าของคนทั้งสองที่นั่งกอดกันอยู่อย่างนั้น
 

             “ฮึก ชานยอล ชานยอล คุณเลือดออกมากขนาดนี้ต้องแข็งใจไว้นะ เดี๋ยวลู่หานกับไคคงจะต้องหาเราเจอ ถ้าคุณเป็นอะไรไปสองคนนั้นคงต้องโกรธผมแน่ๆ” แพคฮยอนน้ำตาอาบแก้มละล่ำละลักพูดไปทั้งที่หัวใจบอบช้ำเกินทน คนที่นอนอยู่บนตักหน้าซีดไร้สีเลือดกำลังยกยิ้มอ่อนโยนมาให้ มือหนายกขึ้นสัมผัสแก้มนั้นนั้นอย่างทะนุถนอม น้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นลงมาบนหน้าของเขา

             “อย่าร้องเลย ต่อให้ฉันต้องตายสองคนนั้นมันก็ไม่โทษนายหรอก”
 

             “อย่าพูดนะว่าคุณจะตาย คุณต้องไม่เป็นไรนะ อย่าทิ้งผมไปนะ”
 

             “ที่ผ่านมาฉันขอโทษ อึก ..ปล่อยให้สองคนนั้นมันดูแลนายทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย วันนี้ก็ถือว่าฉันได้ทำหน้าที่ของฉันบ้างแล้วนะ”
 

             “ใครบอกล่ะว่าคุณไม่ได้ทำอะไร คำสั่งของคุณไม่ใช่รึไงที่บอกให้พวกเค้าดูแลผมให้ดีๆ ถึงคุณไม่ได้ทำเองแต่ทั้งหมดมันก็คือคุณ เข้าใจมั้ยชานยอล ..ฮือ” แพคฮยอนโอบร่างที่จมกองเลือดเอาไว้ด้วยใจที่ร้าวราน แต่ละวินาทีมันพร้อมจะพรากผู้ชายคนนี้ไปจากเขาได้ตลอดเวลา            

             “ขอโทษนะ ฉันมันเห็นแก่ตัว ฉันแค่กลัวว่าถ้านายรู้แล้วจะจากฉันไป ถ้านายรู้เรื่องของฉันนายอาจจะรังเกียจและกลัวจนไม่อยากยุ่งเกี่ยว อึก .. ฉันแค่อยากจัดการให้เสร็จ แล้วกลับมาหา ฉันผิดเอง ขอโทษ ...”
 

             “ไม่ต้องขอโทษแล้ว ฮึก ผมมันดูโลเลขนาดนั้นเลยรึไงกัน” เสียงเล็กทั้งต่อว่าตัดพ้อพลางสะอึกสะอื้นไปด้วย
 

             “ไม่ใช่หรอก ฉันมันไม่ดีเอง..”
 

             “พอแล้ว ช่างมันเถอะนะ เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ ตอนนี้ต่างหากล่ะที่ผมกลัวว่าจะต้องเสียคุณไป” ว่าแล้วแพคฮยอนก็แนบใบหน้าลงข้างแก้มของชานยอล

 

             เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าใครอีกคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปสามารถยิงกระสุนออกมาอีกเพื่อคร่าชีวิตเขาไปด้วยได้ แพคฮยอนกอดร่างของชานยอลด้วยอ้อมแขนที่สั่นเทา


คนที่เลือดไหลออกจากหน้าอกจนแทบกระอักจำต้องหลั่งน้ำตาออกมาบ้าง ชายหนุ่มหมดแรงแม้จะพร่ำพรรณนาอะไรออกไปได้อีก เขาจึงเลือกจะพูดตามที่หัวใจสั่งในเวลานี้
 

             “รู้อะไรมั้ย นายทำให้ฉันเข้าใจว่ารักแรกพบมันมีจริง ตั้งแต่วันนั้น วันฝนตก นายที่วิ่งออกมานั่งลงข้างๆฉัน แค่เห็นหน้า อึก.. ฉันก็ตกหลุมรักอย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะ” ชานยอลเอื้อนเอ่ยบางสิ่งที่ไม่เคยปริปากบอกแพคฮยอนออกมาให้รู้ และมันก็ยิ่งรั้งหัวใจคนฟังให้สั่นไหวยิ่งกว่าเก่า

 

          รักแรกพบงั้นเหรอ ผู้ชายคนนี้รักเขาได้เร็วขนาดนั้นได้ยังไง ยิ่งฟังก็ยิ่งซึ้งลงไปในใจ

 

             แพคฮยอนเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นเพื่อกลั้นอาการสะอื้นไห้ออกมากับทุกสิ่งทุกอย่าง เขาที่โง่มานานจึงต้องยอมรับได้แล้วว่าควรจะเชื่อผู้ชายคนนี้เสียที
 

             สองร่างที่พร่ำรำพรรณท่ามกลางหยดน้ำตาและเลือดสีแดงฉานกลับยิ่งทำให้คนที่ยืนมองอยู่รู้สึกโมโหขึ้นมาทั้งที่น่าจะยินดีมากกว่า ความริษยาในรักแท้ที่ตัวเองไม่เคยได้รับกำลังทำให้ใจของเขาพาลเกลียดไปทุกสิ่ง ทำไมยิ่งมีอุปสรรคความรักของคนอื่นกลับยิ่งทวีค่ามากกว่าเก่า ต่างจากตัวเองที่ยิ่งวิ่งหาก็ยิ่งเหมือนผลักไสให้ความรักหนีไป

 

             “หึ .. ฮ่าฮ่าฮ่า รักกันมากนักใช่มั้ย งั้นตายไปด้วยกันเลยดีกว่านะ” ทันทีที่มือข้างที่ถือปืนยกขึ้นเตรียมเหนี่ยวไกมาที่พวกเขา ชานยอลก็รู้ได้ว่าเป้าหมายของมันคงไม่พ้นคนตัวเล็กที่เอาแต่ร้องไห้กอดเขาอยู่เป็นแน่ แม้จะไร้แรงไปเสียทุกส่วนแต่สายตาที่กวาดไปรอบกายก็พบสิ่งที่ทำให้ในใจพอจะมีความหวังขึ้นมา

 

 

             .. แม้ว่าพระเจ้าอาจจะไม่เข้าข้างเขา แต่สำหรับพยอนแพคฮยอนแล้ว ถึงพระเจ้าจะใจร้ายแค่ไหน เขาก็จะไม่ยอมให้คนๆนี้เป็นอะไรไปเด็ดขาด

 




 

             ปัง  !!

 

             ไม่มีคำว่าโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตอีกแล้วสำหรับปาร์คชานยอล กระสุนหนึ่งนัดที่ยิงสวนออกไปตรงเข้าทะลวงร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ให้ล้มลงไปในทันทีเพราะฝีมือของเขาเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งชะตาบ้าบออะไรอีก ชเวซึงฮยอนแน่นิ่งไปพร้อมกับปืนที่ไม่ทันจะได้เหนี่ยวไกซึ่งกระเด็นหลุดจากมือไป ใบหน้าของคนที่มีแต่ความริษยากำลังนอนหายใจรวยรินพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากลำตัว

 

             ไอเขม่าลอยคลุ้งจากปลายประบอกปืนที่ทำหน้าที่ปกป้องผู้เป็นดั่งดวงใจเอาไว้ก่อนจะหล่นจากมือลงสู่พื้นดินอันเย็นเยียบอย่างเคย เช่นเดียวกับมือข้างนั้นที่อาบด้วยเลือดจากบาดแผลที่พร้อมจะพาหัวใจให้หยุดเต้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของคนเจ็บหยุดสะดุ้งกับเหตุการณ์ที่รวดเร็วชวนให้ตกใจ แพคฮยอนไม่กล้าจะหันไปมองคนด้านหลังที่นอนอยู่กับพื้นห่างออกไป ผู้ชายคนนั้นแม้จะไม่ตายแต่ดูท่าว่ากระสุนของชานยอลจะทะลวงเข้าสู่จุดสำคัญและทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ในเวลานี้แน่ๆ ที่สำคัญ เขาคงไม่มีเวลาไปสนใจใครอีกนอกจากคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แม้ว่าร่างกายจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเพียงใดก็ตาม

 

 

             เรื่องนี้ที่คนไม่ดีพ่ายแพ้ไปมันอาจจะจบลงด้วยดีอย่างที่ควร แต่สำหรับแพคฮยอนมันไม่ใช่เลยสักนิดในเมื่อผู้ชายที่เขาเฝ้าคิดถึงกำลังนอนจมกองเลือดเพราะเอาตัวเองปกป้องเขาไว้ แพคฮยอนจะทำอย่างไรดีกับชานยอลที่เสียเลือดมากมายขนาดนี้

 

             ชานยอลอยากจะกอดแพคฮยอนเอาไว้อีกนานเท่านาน แต่มันสายไปแล้วเมื่อเขาจำต้องคลายอ้อมแขนที่ทำหน้าที่สุดท้ายเสร็จสิ้น

 

             ร่างของคุณชายที่ไม่เคยแพ้ใครกลับต้องนอนอาบเลือดของตัวเองบนตักคนรัก เสื้อเชิ้ตสีขาวย้อมกลืนเป็นสีแดงด้วยเลือดที่ไหลซึมออกมา แพคฮยอนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้นอกจากกอดชานยอลเอาไว้แนบอก ผู้ชายคนนี้ปกป้องเขาเอาไว้จนนาทีสุดท้ายอีกแล้วสินะ
 

             “บอกแล้วไงว่าอย่าร้อง” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนมาให้ แพคฮยอนส่ายหน้าเพราะไม่อยากจะรับรู้อะไรแล้วในเวลานี้ หลายครั้งที่พยายามเงยหน้ามองซ้ายมองขวาเพื่อหาทางจะออกไปจากที่นี่ แต่รอบกายกับคนที่แทบจะหยุดหายใจในอ้อมกอดของเขาก็ทำให้ท้อใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มลุกยืน
 

             “ชานยอล ผมจะพาคุณไปหาหมอนะ ฮึก .. คุณต้องอดทนนะ” ว่าแล้วก็พยายามออกแรงดันคนอีกฝ่ายขึ้นแต่มือนั้นกลับคว้าเขาเอาไว้เสียก่อน
 

             “ไม่ต้องหรอกแพคฮยอน ไม่ต้องลำบาก”
 

             “ลำบากตรงไหน ผมไม่....”
 

             “ไม่ต้องหรอก เชื่อฉันสิ” ชานยอลบอกเบาๆเพราะรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ร่างสูงพยายามดันตัวเองออกไปเพื่อเอื้อมไปคว้าเอาเสื้อนอกของที่ตกอยู่ข้างๆหลังจากที่มันหลุดจากตัวของแพคฮยอนไปแล้ว เขากางมันออกคลุมให้ร่างเล็กอย่างห่วงใย
 

             “แดดมันยังไม่ออกเท่าไหร่ สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มีซะด้วย ไม่นานสองคนนั้นคงจะตามหานายเจอ”
 

             “............”
 

             “สวมนี่ไว้ก่อน อาจไม่อุ่นนักแต่ระหว่างที่รอเวลานายจะได้ไม่หนาว”

 

             ชานยอลยิ้มให้ทั้งน้ำตา แพคฮยอนหมดคำพูดใดๆนอกจากมองการกระทำนั้นด้วยน้ำตาที่ร่วงไหลลงมาตามแก้มอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเหมือนกัน เขาไม่เข้าใจนักหรอกว่าคนตรงหน้าเกิดมาเพื่อเจ็บกับทุกแผลเลยหรืออย่างไร หนักขนาดนี้แล้วยังฝืนขยับกายมาห่วงเขาได้อีก มันมากเกินไปหรือเปล่า
 

             “อย่าพูดแบบนี้ได้มั้ย อย่าบอกว่าคุณจะปล่อยให้ผมอยู่ที่นี่คนเดียว”
 

             “ใครบอกว่าคนเดียวล่ะ ฉันจะอยู่กับนายตรงนี้ จนกว่าสองคนนั้นจะมา”
 

             “หมายความว่าไง อยู่จนกว่าผมจะไปงั้นเหรอ”
 

             “ใช่แล้ว อยู่ตรงนี้จนกว่าคนอื่นจะมา เค้ามาเมื่อไหร่ฉันจะได้ไม่ต้องห่วงนาย”
 

             “ไม่ ไม่ ขอร้องนะชานยอล ฮึก...”
 

             “อึก!!!” จู่ๆมือหนาก็ล่วงลงมาจากเสื้อนอกหลังจากที่วางมันลงบนตัวของคนที่เขารักมากที่สุด เลือดสีแดงไหลทะลักออกมาจากภายในผ่านริมฝีปากของเขาขณะที่ร่างกายจะหมดแรงทรุดลงไปกับพื้น แพคฮยอนรีบคว้าเอาร่างของชานยอลไว้แนบอกอีกครั้ง เขาก้มมองสบตากับคนใกล้ขาดใจด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถจะร้อยเรียงมันออกมาเป็นคำพูดได้
 

             “ผมรักคุณนะ ผมรักคุณที่สุด ได้ยินมั้ย ฮือ”
 

             “ฉันรู้....” ชานยอลอยากจะพูดต่อแค่ไหนก็ทำไม่ได้แล้วเมื่อนึกได้ว่าไม่ควรจะเสียเวลาให้มาก

 

 

             มือข้างหนึ่งคลำเข้าบริเวณกระเป๋าเสื้อที่โชกไปด้วยเลือดก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาช้าๆ แหวนวงเดิมปรากฎแก่สายตาของแพคฮยอนที่ไม่เข้าใจกับการกระทำอย่างนี้นัก

             “จะเป็นไรมั้ยถ้าจะขอให้สวมมันไว้อีกครั้ง .. ก่อนฉันจะตาย ยังไม่ได้ขอนายแต่งงานเลย” ใบหน้าซีดไร้สีเลือดเอ่ยออกมาในสิ่งที่เขาต้องการ คนฟังนิ่งอยู่อย่างเดิมและรอฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดเพรารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาตลก

 

 

             “แต่งงานกับฉันนะแพคฮยอน”

 

             หากรักคือการให้ ปาร์คชานยอลก็อยากจะขอมันจากพยอนแพคฮยอนอีกสักครั้ง เขาอยากจะขอความรักทั้งหมดที่แสดงออกผ่านแค่การตอบตกลงกับคำขอของเขา

 

 

             แพคฮยอนพยักหน้ารับช้าๆกับสิ่งที่ชานยอลขอ มือบางที่สั่นเทาถูกมือของอีกคนดึงขึ้นมาอย่างแผ่วเบา สองมือที่จับกันไว้ไม่ได้แนบแน่นน้อยลงไปเลยแม้ว่ามันจะชโลมไปด้วยเลือดก็ตาม ชานยอลใช้แรงเฮือกสุดท้ายสวมแหวนลงไปที่นิ้วข้างเดิมของแพคฮยอน น้ำตาของคนที่เขารักจึงจำต้องร่วงรินอาบแก้มลงมาอีก มันไหลออกมาจากดวงตาช้ำๆแล้วหยดลงกระทบบนใบหน้าของเขาหลอมรวมกับเลือดที่เปรอะไปทั่วทั้งร่าง มือคู่เดิมยกขึ้นแนบใบหน้านั้นอย่างห่วงหาอาวรณ์

 

             “ถ้าฉันไม่อยู่ สัญญานะว่าจะดูแลตัวเองดีๆ” ยิ่งเอ่ยเท่าไหร่ใจคนฟังยิ่งจะขาดรอนๆลงให้ได้ ความอบอุ่นแผ่ผ่านความรู้สึกทางมือที่สัมผัสลงที่แก้มนิ่ม

 

             แพคฮยอนยกมือตัวเองขึ้นมากุมที่มือของชานยอลเอาไว้อีกที

 

             “ฉันรักนายนะแพคฮยอน”

 

             “ผมก็รักคุณ .. ชานยอล”

 

 

             ความตายที่พร้อมจะพรากชีวิตให้พวกเขาแยกจากนั้นกำลังเดินทางมาหา หยดน้ำตาของสองหัวใจร่วงรินหลอมรวมกับเลือดซึมลึกลงไปยังเนื้อหิมะเย็นเยียบ ฝ่ามือที่ไร้ซึ่งความอุ่นกลับเต็มไปด้วยไออุ่นที่โอบล้อมหัวใจทั้งสองเอาไว้ แม้มันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ และแม้ว่าอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย หรือไม่มีอีกแล้วก็ตาม

 



 

             ผมขอสาบาน .. ถึงความตายจะพรากผมไปจากเค้าได้ แต่ไม่มีทางพรากความรักไปจากใจของเรา .. ไม่มีทาง

 



 

             สายลมเย็นพัดผ่านพาให้หัวใจดวงน้อยแทบจะต้องหยุดเต้น เพราะอีกหนึ่งหัวใจใกล้จะดับสูญ มือของผู้ชายที่เคยถูกตราหน้า
จากคนที่รักว่าใจร้าย ค่อยๆคลายออกและร่วงลงสู่พื้นดินข้างกาย
 
...

















.
.

End of  - 13th chapter -











 

จริงๆอยากบอกว่าถ้าตามเนื้อหาปกติ มันจบแล้วนะคะ

 

เรื่องซึงฮยอนอปป้า ขอโทษแฟนๆด้วยนะ กอนอยากได้คนหล่อๆอ่ะ เอาคนอื่นกลัวจิ้นกันไม่ออก (ไม่ได้แก้ตัวนะTT)

 

จนจะจบเรื่องแล้ว เพิ่งมามีแท็กเป็นเรื่องเป็นราวก็ประมาณตอนที่ 9  ใครอยากติดแท็กหรือตามไปสครีมก็

#ดอกไม้เหงา เลยนะคะ (ไม่มีไรมากหรอก บอกแล้วเรื่องนี้ไม่ได้ป๊อบอะไร อิอิ) แท็กนี้ให้เครดิตเพื่อนฟุ้ง @_byoelC ค่ะ

ไม่ทอล์คเยอะนะคะ จะรีบไปลงอีกเรื่องต่อ เจอกันตอนจบค่ะ TT

 

 

ปล.ใครสั่งฟิคทางไปรนีฯ ถ้ายังไม่ได้รับบอกกอนเลยนะเด๋วตามให้

 

 

*จากใจไรท์เตอร์ “ไม่รักใครเท่าคนอ่านเลยจริงๆนะ!!”




 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #686 PINKLAND (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:14
    ไม่เอาแบบนี้ซี่ ฮืออออ
    #686
    0
  2. #654 12exo9snsd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 07:36
    ปาร์คอย่าดิ ไม่น้าาา
    แบคน่าสงสาร
    #654
    0
  3. #651 คุณพวยพวย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 22:00
    พี่ปาร์คอย่าตายนะะะะ
    #651
    0
  4. #636 96line's (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 17:09
    ตายจริงดิ = [] =
    สงสารแบคอ่ะ ทำไมเศร้าแบบนี้ล่ะคะ T T
    ชานยอลต้องไม่ตายน้าา อยุ่กับแบคก่อน
    #636
    0
  5. #572 ชานหยอยหูกาง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 22:58
    อิปู่ท็อปตายแล้วใช่มั๊ยเนี๊ย อย่าฟื้นขึ้นมาเลย 
    #572
    0
  6. #561 baekky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 00:52
    เฮ้ย!!! ชาน อย่าเป็นไรนะเว้ยยยยยยยยยยย

    แล้วแบคกี้จะอยู่ยังไง TT^TT

    ฟิคเรื่องนี้ทำให้เกียดพี่ท็อป 555
    #561
    0
  7. #537 sweet_memory (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 14:55
    เฮือกกกกกกกกกกกกกกกกก
    บีบคั้นจิตใจเป็นที่สุดเลยค่ะ แงงงงงงง
    ชานยอลอย่าเป็นอะไรไปนะ
    ยังไมไ่ด้แต่งงานกันเลยยยย TT
    #537
    0
  8. #516 skyrealdream (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 00:43
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย//โหยหวน
    #516
    0
  9. #501 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 17:00
    โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไม่เอาแบบนี้
    พี่ยอลอยู่กับพี่แบคก่อนสิ ทิ้งคนข้างหลังให้คิดถึงแบบนี้มันทรมานรู้ไหม !!!!!!!!!!
    #501
    0
  10. #467 Pe'am (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 02:26
    ลู่ ไค พวกแกกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดกันอยู่รึไง หะ !
    #467
    0
  11. #450 LosT MY MiND (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 09:08
    สงสารซึ้งมากอ้ะ
    ลู่ไค เที่ยวที่ไหนอยู่~~~
    #450
    0
  12. #446 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 22:14
    ชานยอลไม่ตายใช่ไหมอ่ะ แล้วอีไคกับพี่ลู่อยู่ไหนเนี้ยไปซื้อชานมไข่มุกกันอยู่รึไง
    #446
    0
  13. #418 de.fang (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 21:55
    โฮกกกก ลู่ ไค พวกแกอยู่หนายยยย
    จะให้ยอลนอนจมกองเลือดตายไปเลยหรือย่างไร ฮือ T^T
    #418
    0
  14. #399 May Sirirat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 19:28
    ไคลู่นายสองคนอยู่ไหน!!!!!
    #399
    0
  15. #383 junei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 23:16
    ชานยอลลลลลลลลลลลTT
    #383
    0
  16. #366 chanchan123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 10:22

    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

     

    เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ไคกับลู่หานอยู่ไหน ไหนจะลูกน้องอีกอ่ะ หายไปไหนกันหมด

    จะให้ชานยอลตายจริงหรออออ ไม่จริงนะ ยังหวังว่าชานยอลจะรอด แหะ ๆ
    #366
    0
  17. #347 ChanBaek_F (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 21:55
    ยอลกลับมาอีกได้ไหม สงสารเเบค โอ้ยยย

    เจ็บปวดกับความรักอีกเเล้ว T T ความสุขชานเเบคอยู่ที่ไหน!!!!
    #347
    0
  18. #346 Kurousa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 21:00
    บีบหัวใจอ่ะ สงสารแพคฮยอนใจจะขาด ต้องทรมานกับความรักเหลือเกินนะ
    #346
    0
  19. #345 .: bowlingz :. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 21:58
    โฮรวววววว คุณชายยยยย คุณปาร์คชานยอลลลลลล อย่าเพิ่งตายได้มั้ยยยย
    ฮือออออออ T________T
    สงสารน้องแพคสุดหัวใจ คือแบบ..ไม่เคยรักใคร แต่พอมีรักจริง กลับมีอุปสรรคมากมายขนาดนี้
    ฟ้าอย่าใจร้ายกับน้องเลยนะ ให้น้องครองรักกับคุณชายเถอะ คุณชายขอแต่งงานแล้วด้วย
    แงงงงง เจ็บปวดดดด บอดี้การ์คไคอยู่ไหนคะ มาช่วยเดี๋ยวนี้ T^T

    #345
    0
  20. #344 NaMo_K (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 14:05
    คุณชายต้อวงไม่เป็นอะไรนะคะ

    คุณชายต้องอยู่กับแก้วนะ #ผิด

    ฮ่าๆๆๆๆๆ อินผสมกันหลายเรื่อง

    ไคลู่มาเร็วเร๊ววววววว
    #344
    0
  21. #343 Hunhanศรีริโด้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 23:01
    อย่าตายได้ไหมคะ ฮรืออ



    บอดี้การ์ดไปไหนหมด รอดมากี่ครั้งแล้วจะมาตายได้ไง



    ไม่เอาเราไม่ให้ตาย มันยังไม่ได้สวีทกันเลย





    ปล.เม้นทั้งน้ำตา
    #343
    0
  22. #342 KimKey (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 20:50
    ม่ายยยย อย่าตายนะ
    #342
    0
  23. #341 อุรณา _ เมฆ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 15:38
    สงสารทั้งสองคนเลย ยอลอย่าตายนะ
    #341
    0
  24. #339 byunbiii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 10:58
    กรี้ดดดด!!!! อย่าให้ยอลตายนะTT ให้มันได้รักกันบ้างเถอะ เจ็บใาเยอะล่ะนะ อย่าตายนะ แงงงง
    #339
    0
  25. #337 ヽจี | ดี . (?) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 09:21
    เเง้ชานยออลลลลลลลลลล ฮืออเศร้าอะ
    #337
    0