[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 15 : ◆ Lonely Flower - chapter [12]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 พ.ค. 56














.. Chapter 12 ..



 

             ไคออกไปพร้อมกับลู่หานแล้ว ตอนนี้แพคฮยอนจึงอยู่ที่ร้านคนเดียว

             แม้ว่าจะรู้สึกไม่ดีแต่เขาก็เปิดร้านเพื่อทำงานไปตามปกติโดยที่มีลูกค้าแวะเวียนเข้าออกอยู่เหมือนเคย ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน คุณเจ้าของร้านทำหน้าที่ของตัวเองไปตามปกติโดยที่พยายามจะไม่คิดอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ ..

 

 

             “ของคุณซอนมีนัดรับวันที่สิบหกนะครับ แพคฮยอนทวนรายการให้ลูกค้าสาวรายหนึ่ง แต่หล่อนกลับขมวดคิ้วให้เขาเสียอย่างนั้น
 

             “เอ่อ .. เรานัดกันวันที่สิบสองไม่ใช่เหรอคะ หล่อนบอก ทำให้แพคฮยอนนึกได้จึงต้องรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
 

             “เอ่อ นั่นสินะครับ ขอโทษนะครับขอโทษ ผมจำผิดเอง ขอโทษมากๆเลยนะครับ แพคฮยอนโค้งให้หญิงสาวเสียหลายครั้ง
 

             “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร

 

             เพราะมัวแต่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แพคฮยอนจึงรู้สึกเหนื่อยใจกับตัวเอง แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เพระเขาก็เป็นอย่างนี้ไปทั้งวัน โทรศัพท์มือถือถูกจ้องแล้วจ้องอีก สุดท้ายเจ้าของมันก็หยิบขึ้นมาจนได้

 

 

             ในตอนที่ร้านใกล้จะปิด แพคฮยอนติดต่อไปหาลู่หานแต่อีกฝ่ายก็ไม่รับสายเขาเลย เขาตัดสินใจติดต่อไปที่เบอร์ของชานยอลแต่ก็พบว่ามันติดต่อไม่ได้อย่างเคย ไคเองก็ไม่เคยติดต่อกันด้วยแล้วอย่างนี้จะต้องรออยู่นี่อย่างเดียวเลยรึไง แพคฮยอนเริ่มจะร้อนใจ เขาเดินวนไปวนมาในร้านก่อนจะตัดสินใจโทรไปยังเบอร์ของลู่หานอีกครั้งด้วยความหวังที่ว่าอีกฝ่ายจะรับสายเขาบ้าง

             
              แพคฮยอนไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการที่ได้ยินว่าใครบางคนปลอดภัยดี

 

             “ครับคุณแพคฮยอน เสียงปลายสายตอบรับกลับมาทำให้เขายิ้มออกมาอย่างดีใจ
 

             “นี่นายอยู่ไหนน่ะ แล้ว เอ่อ .. แพคฮยอนอยากจะถามอะไรต่างๆนานา แต่เอาเข้าจริงเขากลับทำได้เพียงพูดออกไปสั้นๆแค่นั้น แต่มีหรือที่คนฟังจะไม่รู้ ลู่หานรู้อยู่เต็มอกตั้งแต่แรกแล้วว่าแพคฮยอนคงจะเป็นห่วงชานยอลแน่ๆ
 

             “คืองี้นะครับคุณแพคฮยอน เรื่องของ..........
 

             “เดี๋ยวนะลู่หาน แพคฮยอนเบรกอีกฝ่ายไว้ก่อนเมื่อเขาสังเกตได้ว่าประตูกระจกด้านนอกข้างร้านปรากฏเงาของใครสักคนที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกค้า ยิ่งเห็นว่าไม่ยอมเดินเข้ามาแพคฮยอนก็นึกห่วงว่ามีอะไรหรือไม่ ด้วยสามัญสำนึกในหน้าที่จึงต้องพักเรื่องของตัวเองเอาไว้ก่อน

             “นี่ลู่หาน เดี๋ยวนายถือสายรอก่อนนะ แพคฮยอนกำโทรศัพท์เครื่องเล็กเอาไว้ในมือก่อนจะรีบตรงไปเปิดประตูร้าน

 

 

             “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่า.................... คำพูดติดปากที่เอ่ยประจำกับแขกหยุดชะงักลงทันใด

ใบหน้าของคุณเจ้าของร้านต้องเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นความตกใจเข้ามาแทนที่ มือข้างที่เอื้อมไปเปิดประตูยังคงค้างอยู่อย่างเดิม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ



 

โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กหล่นลงไปบนพื้นทั้งที่ปลายสายยังไม่ได้วางไปแต่อย่างใด

 







 

             “อะไรเนี่ย ทำไมไม่รับสายล่ะ
         
              ร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มยืนร้อนใจอยู่ตรงหน้าประตูห้องของเจ้านายที่เขาเพิ่งหลบออกมาคุยโทรศัพท์ได้ไม่นาน หลังจากที่เรียกแล้วเรียกอีกแต่แพคฮยอนก็ไม่ตอบกลับมาลู่หานจึงโทรไปใหม่อีกรอบแต่ทางนั้นก็ไม่รับสายเขาอีก

ชายหนุ่มยังคงไม่ลดละความพยายามจะติดต่อให้ได้ ภายในห้องนอนข้างในกำลังมีหมอมาทำแผลที่ถูกกระสุนเฉียดไปแค่นิดเดียวให้กับชานยอล

 

 

             ลู่หานยังไม่ได้บอกแพคฮยอนเลยว่าคุณชายของเขาปลอดภัยดี นึกโกรธคนที่โทรมาบอกที่ไม่ชัดเจนจนทำให้พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าคุณชายเป็นอะไรมากกว่านี้ ชายหนุ่มยังกดโทรหาอีกคนอย่างไม่ยอมลดละ สักพักไคที่เดินออกมาก็พบกับท่าทางแปลกๆของเพื่อนตัวเอง


 

             “เป็นอะไรน่ะ แล้วเมื่อกี้ใครโทรมา ไคถามเพราะสงสัยตั้งแต่แรกแล้ว นั่นมันเบอร์ส่วนตัวที่ลู่หานไม่ได้ใช้ในงาน เพราะฉะนั้นถ้าให้เขาเดาล่ะก็
 

             “ก็คุณแพคฮยอนน่ะสิโทรมา คงอดห่วงคุณชายไม่ได้ แต่ฉันยังไม่ได้บอกเค้าเลยว่าคุณชายไม่ได้เป็นอะไรมาก เค้าก็บอกให้รอก่อนแล้วก็เงียบไปเลย โทรไปอีกก็ไม่รับ
 

             “ติดลูกค้าอยู่ล่ะมั้ง
 

             “ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่นี่โทรกลับเป็นสิบรอบแล้วนะ เค้าน่าจะรับบ้าง .. ถ้าเกิดว่าอยู่ที่ร้าน
 

             “หมายความว่าไง นายจะบอกว่าคุณแพคฮยอนเค้าไม่ได้อยู่งั้นเหรอ
 

             “ก็ ไม่รู้สิ ฉันคงไม่คิดมากถ้าหากว่า….”
 

             “ว่าอะไรล่ะ ไคเริ่มรู้สึกไม่ทันใจกับคนตรงหน้าเอาเสียเลย ลู่หานจึงเงยหน้าตอบอย่างหวั่นใจ
 

             “ว่าตอนที่เค้าเงียบไป ฉันรู้สึกได้ยินเสียงอะไรหล่นลงบนพื้น ฉันอาจจะคิดไปเองนะ แต่ก็แค่คิดว่าโทรศัพท์คุณแพคฮยอนนั่นแหละที่หล่น จบประโยคสั้นๆง่ายๆทั้งสองก็มองหน้ากันอย่างเข้าใจในความหมายเดียวกัน

พวกเขาพูดไม่ออกเพราะกลัวในสิ่งที่กำลังคิด จากที่สบตากันก็ต้องเบนหน้าไปมองยังบานประตูห้องนอนของคนเป็นเจ้านาย ทันใดนั้นเองที่ประตูบานนั้นก็ถูกผลักออกมาเสียแล้ว ร่างสูงที่แขนข้างหนึ่งเพิ่งผ่านการพันแผลมาหมาดๆเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางที่มันนิ่งมากเสียจนคนทั้งสองเริ่มจะหวั่นวิตกกับท่าทีจริงจังอย่างนั้น

 

             “มีอะไรจะบอกฉันรึเปล่า ดูเหมือนชานยอลคงจะได้ยินในสิ่งที่พวกเขาพูดกันแล้ว ลู่หานมองหน้าไคก่อนจะหันมาหาคุณชายที่รอฟังในสิ่งที่เขากำลังจะบอก

             “คือว่า............

 

 

 -----◆◆-------------◆◆-----

 

 

             ระหว่างทางที่ตะวันกำลังคล้อยต่ำ ลู่หานลอบมองใครบางคนผ่านกระจกหลังขณะที่เขากำลังขับรถไปตามทางด้วยความเร็วสูงเพื่อดูอาการอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไคที่นั่งอยู่ข้างๆก็เอาแต่เงียบชวนให้เขารู้สึกว่าคงเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ไม่ได้แน่ๆ ถึงแม้ว่าเจ้านายจะนั่งนิ่งอยู่ด้านหลังแต่เขาก็รู้ว่ากำลังร้อนใจแค่ไหน

 

             ชานยอลไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนในชีวิต ใช่ว่าเขาไม่เคยมีความรักอย่างใครๆ แต่ครั้งนี้มันฝังลึกลงไปในใจขนาดที่ว่าหากต้องเสียไปเขาคงต้องขาดใจตายแน่ๆ ถึงตอนนี้แล้วคุณชายที่เคยเข้มแข็งซึ่งอยู่เหนือใครต่อใครมาโดยตลอดจึงขอเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างแลกกับรักครั้งนี้ให้เขาไม่ต้องเสียมันไป

 

             นอกจากความเห็นแก้ตัวแล้ว ชานยอลก็ไม่เคยลืมว่าตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายแพคฮยอนมาโดยตลอด ถ้าเขาไม่เข้ามาในชีวิตของอีกฝ่าย ไม่เป็นคนเริ่มความรักระหว่างกัน เรื่องอย่างนี้มันคงไม่เกิดขึ้นในชีวิตของเจ้าของร้านดอกไม้เล็กๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิด เพราะฉะนั้นแล้วถ้าผู้ชายคนนี้จะต้องเป็นอะไรไปล่ะก็ มันก็ล้วนมาจากเขาคนนี้เพียงคนเดียวทั้งสิ้น


 

             วันแรกที่พบกัน ฉันก็ติดหนี้ชีวิตนายมาครั้งหนึ่งแล้วนะ แพคฮยอน

 

 

             “จอดรถข้างหน้านี่แหละ” สิ้นเสียงสั่งเพียงสั้นๆรถทั้งคันก็จอดลงเทียบข้างทางในทันที ความฉงนสงสัยของสองบอดี้การ์ดหนุ่มแสดงผ่านแววตาที่สบกันแค่เพียงนิด คุณชายที่นั่งอยู่เบาะหลังผลักประตูรถออกมาหาคนขับด้วยท่าทางอย่างเดิม
 

             “เดี๋ยวฉันขับเอง”
 

             เท่านั้นแหละที่ลู่หานทำตามทันทีอีกเช่นกัน

             ความร้อนใจที่ไม่แสดงออกผ่านใบหน้าหากแต่มันรวมกันไปยังปลายเท้าที่เหยียบคันเร่งจนมิด ไคนั่งตัวติดกับเบาะไม่ต่างกับลู่หานที่นั่งหวั่นใจอยู่ด้านหลัง ก่อนจะห่วงคุณแพคฮยอนพวกเขาจึงภาวนาให้รถทั้งคันไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยเสียก่อน

 




 

               แสงจันทร์สลัวส่องกระทบเปลือกตาที่อ่อนล้าให้ลืมขึ้นช้าๆ แพคฮยอนรู้สึกปวดหัวและรับรู้ได้เพียงอย่างเดียวคือหิมะขาวๆกำลังร่วงโรยและหล่นลงมารอบกายของเขา แต่น่าแปลกที่มันหยุดอยู่แค่ภายในสายตาไม่ได้สัมผัสลงมาที่ตัวเขาแต่อย่างใด

แพคฮยอนขยับตัวเพื่อจะตั้งสติให้ตื่นเต็มตาแต่แล้วก็พบว่ามือของเขามันไม่สามารถขยับได้อีกแล้ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อชัดเจนแล้วว่าตัวเองกำลังถูกมัดไว้กับเบาะด้านข้างคนขับของรถคันหนึ่ง หิมะด้านนอกยังคงตกลงมากระทบกระจกรถและชวนให้อึดอัดนักเมื่อกวาดสายตาไปรอบข้างก็เจอแต่ต้นไม้ที่คาดว่าคงจะเป็นป่าแถวนี้แน่ๆ และพอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ทำให้เขากลัวขึ้นมาจับใจ

ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่คิดว่าคือลูกค้าแต่มันกลับไม่ใช่เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้เขาก็คือกระบอกปืนที่จ่อตรงมา แพคฮยอนจำได้ว่าจากนั้นไออะไรบางอย่างก็พุ่งมาที่หน้าของเขาแล้วก็จำอะไรไม่ได้อีก


 

             ร่างเล็กไม่ลืมที่จะมองหาใครคนนั้นซึ่งน่าจะยังไม่ไปไหน นึกแล้วก็กลัวจนแทบทนไม่ไหว แพคฮยอนคาดว่าจากที่นี่ไปไม่น่าจะไกลจากบ้านของเขานัก ภายนอกจะหนาวแค่ไหนแต่เขาก็จะออกไปจากรถคันนี้ให้ได้

 

             ทันใดนั้นเองสิ่งที่กลัวที่สุดก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ประตูด้านคนขับถูกกระชากออกแล้วตามเข้ามาด้วยร่างสูงของชายคนหนึ่ง แรงปิดกระตูกลับคืนเสียงดังจนแพคฮยอนต้องสะดุ้ง ใบหน้าหล่อคมและแววตาดุดันจ้องกลับมาพลางขยับเข้าหาราวกับพร้อมจะฆ่าเขาได้อย่างเลือดเย็น แพคฮยอนกลัวจนแทบขยับไม่ออก ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้น่ากลัวนัก

 

             “จะหนีไปไหนลูกหมาน้อย .. ไม่ต้องกลัวๆ ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก

            เสียงทุ้มต่ำพูดเนิบๆก่อนจะหัวเราะลั่นกับตัวเองเหมือนคนสติไม่ค่อยจะดี ท่าทางผู้ชายคนนี้ดูดีมีฐานะไม่น้อย แต่แพคฮยอนไม่รู้หรอกว่ามาทำแบบนี้กับเขาทำไม ในใจมันกลัวจนลืมจะถามออกไปแต่อีกฝ่ายกลับตวัดสายตามาหาเขาแล้วพูดต่อ

 

             “สงสัยล่ะสิ ว่าฉันเป็นใคร ฮะฮะ น่าสงสารนะที่ต้องมาตายโดยที่ไม่รู้อะไรเลย รอยยิ้มเย็นฉาบไว้เต็มใบหน้าขณะที่ยื่นเข้ามาพูดใกล้ๆ คนตัวเล็กเบนหน้าหนีจนติดประตูรถ แพคฮยอนบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ จู่ๆสิ่งที่ได้ยินก็ทำให้เขาต้องตั้งใจหันกลับไปหาอีกฝ่ายบ้าง
 

             “คุณพูดอะไร ใครจะตาย คุณจะฆ่าผมรึไงแพคฮยอนถามออกไปตรงๆพลางพยายามซ่อนอาการหวาดกลัวเอาไว้
 

             “หึหึ อันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับใครบางคนนะ
 

             “หมายถึงใคร
 

             “ใครน่ะเหรอ แค่นี้ไม่รู้รึไง ก็คนที่ทำให้นายต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ไง
 

             “..............
 

             “รักมันมากใช่มั้ยล่ะ โถๆ จะมีคนรักทั้งทีหาที่ดีกว่านี้ไม่ได้รึไงนะ
 

             “ไม่ดียังไง ชานยอลไม่ดีตรงไหนแพคฮยอนเถียงกลับไปเพราะเริ่มจะเข้าใจเหตุการณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว
 

             “โฮ่ !! ปกป้องกันดีซะด้วยสิ หมอนั่นมันคงรักนายมากสินะ
 

             “..............
 

             “ฉันว่าแล้วเชียว ไอ้คุณชายที่แสนเก่งกาจกลายเป็นคนไม่เอาไหนเพราะนายนี่แหละนะ น่าสมเพชนะ คงกลัวว่าคนที่ตัวเองรักจะรังเกียจล่ะสิ หึ .. ตั้งใจจะหลอกฉันว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนาย แรกๆก็หลงเชื่ออยู่หรอก แต่สุดท้ายแผนมันก็แตกจนได้ คิดว่าจะจับฉันได้แต่พลาดท่าให้ฉันหนีมาได้แล้วคิดเหรอว่านายจะปลอดภัยดี ฮ่าฮ่าฮ่า!! คนพวกนี้เริ่มต้นก็ดีมาตลอด แต่ตอนจบพวกมันก็โง่เหลือเกิน นายว่ามั้ย ฮ่าฮ่าฮ่าพูดไปหัวเราะไปราวกับคนบ้า

 

 

             เรื่องที่ได้ยินย้ำลงไปในใจของแพคฮยอนให้นึกถึงเรื่องที่ลู่หานเล่ามาทั้งหมด ทุกอย่างมันเริ่มจะโยงเข้าหากันและทำให้แพคฮยอนรู้สึกว่าเขาน่าจะยอมฟังชานยอลตั้งแต่แรก และเรื่องนี้หากคิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล ที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นชานยอลแค่เล่นละครใช่ไหม คำว่าไม่รักที่แพคฮยอนได้ยินที่แท้แล้วมันมาจากความรัก ชานยอลกลัวว่าเขาจะไม่ปลอดภัย กลัวว่าใครจะมาทำร้าย

 

 

             “คุณใช่มั้ยที่ทำให้คุณชานยอลต้องเป็นแบบนี้ คุณทำให้ชีวิตของเค้าต้องเจ็บเพราะการกระทำของคุณ ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกัน
 

             “เพื่ออะไรงั้นเหรอ!! อย่ามาย้อนถามฉันหน่อยเลย
 

             “ผมไม่ได้ย้อน แต่วิธีที่คุณทำไปมันไม่ใช่วิธีของลูกผู้ชายเค้าทำกันหรอกนะ
 

             “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ .. นายจะรู้อะไรกันฮะ ในเมื่อนายไม่เคยล้มหรือแพ้เพราะคนอย่างไอ้หมอนั่น
นายไม่เคยโดนเหยียบให้จมดินเพราะอำนาจของพวกมัน และนายก็คงไม่เคยถูกแย่งของรักไปแน่ๆ

 

             “ของรัก...
 

             “ก็ใช่น่ะสิ คนที่มันตั้งใจแต่งงานด้วยเพื่อชื่อเสียงหน้าตา นั่นแหละคือคนที่ฉันรัก แต่เขาก็หนีฉันไปแต่งงานกับมัน สุดท้ายแล้วมันก็แย่งทุกอย่างไปจากฉันจนหมด เพราะงั้นวันนั้นก็อย่าหวังว่างานจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ตราบใดที่ฉันยังอยู่พวกมันก็อย่าหวังว่าจะได้ครองรักกันเลย ชายที่แพคฮยอนคาดว่าอายุคงมากกว่าชานยอลไม่เท่าไหร่กำลังเอ่ยออกมาด้วยความเคียดแค้น


เขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่า
ลู่หานคาดการณ์ผิดไปแค่นิดเดียว ที่จริงแล้วงานแต่งงานพังลงไม่ใช่แค่เพราะอยากทำลายชานยอล


แต่เพราะว่าเจ้าสาวต่างหากล่ะที่เป็นสาเหตุหลัก

 


 

             แพคฮยอนไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนั้นกับผู้ชายคนนี้เคยมีอดีตด้วยกันมาอย่างไร แต่เขาก็เชื่อว่าหากเธอคนนั้นจะหมดรักผู้ชายคนนี้ก็คงไม่แปลก คนที่ยอมใช้วิธีสกปรกเพื่อทำลายคนอื่นคงไม่มีใครอยากคบด้วย บางทีเรื่องนี้เธอคนนั้นก็คงจะรู้และยอมจะแต่งงานกับชานยอลก่อนจะไปเรียนต่อเมืองนอกตามที่ตั้งใจ และหวังว่ามันอาจเป็นการทำให้เรื่องจบลงที่ว่าเธอกับเขาแต่งงานกัน แต่ดูเหมือนความหวังดีมันดันเป็นการเติมน้ำมันลงในกองไฟเมื่อคนๆนี้กลับไม่ได้คิดจะรามือไปอย่างที่คิด

 

 

             แพคฮยอนเริ่มจะหายใจไม่ออกเมื่อไม่ว่ายังไงเขาก็ยังคงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากว่าเป็นอย่างที่ตัวเองเข้าใจ ไม่ผิดหรอก มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

 

             “ถ้าคุณรักเค้า แล้วทำไมเค้าต้องจากคุณไปล่ะ
 

             “เพราะมันไง
 

             “ไม่ใช่หรอก คุณเองต่างหากล่ะ
 

             “ฉันบอกให้หยุดพูดไงเล่า ใบหน้าเหี้ยมโหดหันมาตวาดแพคฮยอนด้วยความโกรธ แสงจันทร์ที่ส่องมากระทบใบหน้าของผู้ชายคนนี้ดูยังไงแพคฮยอนก็ไม่อยากจะมองทุกที แบบนี้สินะที่เค้าเรียกว่าปีศาจในร่างมนุษย์ เพราะแรงโทสะและความอาฆาตหากได้เกาะกินจิตใจของใครแล้วก็พร้อมจะทำลายคนรอบข้างได้ทุกเมื่อ อย่างที่ผู้ชายคนนี้เป็น

มือหนาฉวยเข้าที่ใบหน้าของแพคฮยอนพลางบีบที่แก้มจนช้ำ

 

             “หึ .. อย่าทำมาเป็นคนดีทั้งที่ก็แค่ปากดีเลย รอวันทรมานจากนี้ไปได้เลย ในเมื่อมันรักมากก็ต้องรู้ซะมั่งว่าเจ็บมันเป็นยังไง
 

             “ฮึก .. คุณจะทำอะไรอีก ที่ผ่านมามันก็มากพอแล้ว เลิกทำแบบนี้กับชานยอลเสียที
 

             “เลิกเอ่ยถึงมันได้แล้วมั้ง จะห่วงอะไรนักหนา ไม่รู้ว่าป่านนี้ยังจะหายใจอยู่รึเปล่า พูดจบก็เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ ชายคนนี้อยากจะหัวเราะลั่นเมื่อเห็นแววตาคู่ใสกำลังเริ่มจะมีน้ำตา
 

             “คุณทำอะไรเค้า ชานยอลเป็นอะไร แพคฮยอนพูดไปก็พยายามขยับหน้าหนีแต่ไม่มีทางจะต้านแรงบีบจากมือของอีกฝ่ายได้ ร่างเล็กบิดแขนตัวเองให้หลุดจากเชือกเท่าไหร่ก็ไม่มีผลเช่นกัน ตอนนี้ทั้งกายและใจของเขากำลังจนตรอก

 

 

นึกย้อนไปถึงสิ่งที่รอฟังจากลู่หานแล้วก็ต้องเสียดายและเสียใจที่ไม่ฟังให้จบก่อน



 

             “ทำไม คิดว่ามันกำลังนั่งสบายรึไง
 

             “ฮึก .. คุณใจร้าย คุณทำอะไรเค้า
 

             “ก็แค่นิดๆหน่อยๆ แต่สงสัยจะแรงไป
 

             “ไม่ ผมไม่เชื่อ คุณโกหก
 

             “นั่นสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า แกนี่ก็ยังมีส่วนของความฉลาดอยู่บ้างที่ยังไม่ยอมเชื่อง่ายๆ ดี!! งั้นจะบอกให้ก็ได้นะ คนอย่างฉันไม่ให้มันได้ตายง่ายๆหรอก มันต้องเจ็บและรู้ซึ้งเสียมั่ง” ว่าแล้วก็ผลักประตูรถด้านของแพคฮยอนออก

 

             แรงผลักดันให้ร่างที่ถูกมัดมือไพล่หลังไว้ตกลงไปบนพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ความเย็นยะเยือกแทรกซึมลงสู่ผิวกายในทันทีที่ออกมากจากรถ ชายหนุ่มในชุดเสื้อผ้าธรรมดาตะเกียกตะกายไปตามพื้นหิมะอย่างยากลำบากท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่พอจะส่องให้มองเห็นทาง ต่อให้ต้องตายอยู่ด้านนอกเขาก็ไม่ขอกลับเข้าไปในรถคันนั้นอีกแล้ว แต่แพคฮยอนก็คิดผิดไปแค่นิดเดียว เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการจะปล่อยให้เขาหนาวตายอยู่ที่นี่


ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในเสื้อโค้ทตัวหนาเดิน
ลงมาจากรถแล้วออกแรงลากเขากลับไปยังเบาะหน้าอย่างเดิม


ก่อนที่เลือดในตัวของเหยื่อในเกมนี้อย่างเขาจะหยุดไหลเวียนไปเสียก่อน

 

 







 

             เวลายามเย็นล่วงเข้าสู่พลบค่ำก่อนที่จะเปลี่ยนไปให้เห็นพระจันทร์ลอยเด่นขึ้นบนท้องฟ้า ปุยหิมะสีขาวเริ่มพากันทิ้งตัวผ่านอากาศเย็นเยียบลงมายังพื้นถนน

 

             ไม่นานนักผลจากการพุ่งตรงมาอย่างเดียวของรถทั้งคันก็ทำให้พวกเขามาถึงร้านดอกไม้แห่งเดิมเร็วกว่าปกติ ร่างสูงพุ่งลงมาจากรถอย่างรวดเร็วและเมื่อเห็นแค่ประตูร้านเปิดเอาไว้และข้างในมืดสนิทหัวใจของเขามันก็เริ่มจะวูบไหวแล้ว อีกสองคนที่วิ่งตามมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอื้อมไปกดเปิดสวิตซ์ให้ทั้งร้านสว่างขึ้นมา

 

             ชานยอลกวาดสายตาไปทั้งร้านและก็ยิ่งใจไม่ดีไปใหญ่ มันไม่มีอะไรในร้านที่ผิดแปลกไปหรอก มันปกติมากเสียจนน่าแปลกต่างหากว่าทำไมป่านนี้แล้วเจ้าของร้านคนขยันยังไม่เก็บร้านและปิดประตูอย่างเคย ชานยอลรู้สึกว่าเท้าของเขาจะสะดุดกับอะไรบางอย่างและพอก้มหน้าลงไปที่พื้นเท่านั้นก็พบกับโทรศัพท์มือถือที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใคร เขานิ่งไปก่อนจะรีบก้มลงเก็บมันขึ้นมา

 

             “ของคุณแพคฮยอนนี่ครับ” ลู่หานเอ่ยด้วยเสียงที่บ่งบอกว่ากำลังเครียดไม่แพ้กัน ทั้งสามเงียบกันไปอีกทีและมั่นใจว่าสิ่งที่คิดนั้นไม่ต่างกันนัก ชานยอลเก็บโทรศัพท์มือถือของแพคฮยอนเอาไว้กับตัวแล้วรีบวิ่งเข้าไปด้านในบ้านด้วยความหวังที่คิดว่าจะพบอีกคนแม้ว่ามันจะไม่น่าเป็นไปได้ก็ตามที

 

             ชายหนุ่มหยุดยืนในห้องนอนที่ว่างเปล่าอย่างคนหมดหนทาง สายตาที่กวาดไปทั้งห้องพบเข้ากับแหวนและกระดาษโน๊ตของตัวเองที่เพิ่งจะทิ้งเอาไว้ แหวนที่เจ้าของมันยังไม่ได้สวมใส่ถูกเขาหยิบขึ้นมากำเอาไว้ ชานยอลเดินหาแพคฮยอนจนทั่วก็ไม่พบแล้วอย่างนี้จะให้เขาคิดไปในแง่ดีได้อย่างไร

 

             คนทั้งสามยืนอยู่กลางร้านพลางมองหน้ากันบ้าง ขบคิดไปต่างๆนานาบ้าง มันอาจจะไม่น่าห่วงนักหรอกหากว่าใครบางคนมันไม่ดันกำลังหลบหนีอยู่ในตอนนี้ นี่ก็ดึกมากแล้วและสภาพที่เห็นก็มากพอที่จะเข้าใจว่าคิดไม่ผิดแน่ แล้วจู่ๆคุณชายที่อารมณ์โกรธใกล้จะปะทุออกมาต้องชะงักไป ชานยอลดึงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเพราะมีข้อความเข้า คลิปวีดีโอจากใครสักคนถูกส่งมาให้เขาต้องขมวดคิ้วแล้วจึงรีบเปิดดูด้วยมือที่สั่นอย่างห้ามไม่อยู่

 

             คุณชายตระกูลปาร์คยืนจ้องสิ่งที่ฉายอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ด้วยแววตาที่แสนทรมาน เขาอยากจะเขวี้ยงมันออกไปด้วยซ้ำหากไม่ติดว่าในใจมันหวงแหนคนในคลิปมากแค่ไหน ภาพของร่างเล็กที่ถูกเชือกมัดแขนไว้ที่ด้านหลังกำลังนอนขดกายอยู่กับกองหิมะอันแสนหนาวเหน็บ พยอนแพคฮยอนพยายามจะตะเกียกตะกายหนีมือของคนโหดร้ายที่ยื่นออกมา ขาทั้งคู่ของใครสักคนเขี่ยร่างที่แทบจะแข็งเพราะความหนาวให้ไม่ต้องเผลอตายไปเสียก่อน ร่างนั้นถูกประชากไปตามพื้นแล้วดึงขึ้นไปในรถพลางหอบหายใจรวยรินแล้วถูกโยนลงมาใหม่ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนจะหมดลมของแพคฮยอนทำให้ชานยอลที่ยืนจ้องอยู่นั้นแทบจะกำโทรศัพท์ให้แหลกคามือได้เลยในตอนนี้ คุณชายที่เก็บความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยมาตลอด บัดนี้ทุกอย่างมันกลับพังทลายออกมาจนหมด แววตาที่ทรมานหรี่ลงอย่างเจ็บปวด ความโกรธแค้นและห่วงหาคนในโทรศัพท์ถูกแสดงออกมาอย่างไม่มีปิดบัง เส้นเลือดที่นูนขึ้นตามมืออีกข้างที่กำแน่นทำเอาคนที่มองอยู่รู้สึกเป็นห่วง

 

             ลู่หานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นออกมาจากมือของเจ้านาย เขาทั้งสองยืนก้มหน้าดูในโทรศัพท์ปล่อยให้คุณชายยืนปวดใจและโกรธจนแทบยืนไม่ไหว

 

             “นี่มัน...” ลู่หานและไคเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น พวกเขาไม่อยากจะเชื่อนักว่าอีกฝ่ายที่เจ้านายให้ทำหน้าที่ดูแลมาตลอดจะถูกเล่นงานได้รวดเร็วอย่างนี้ ไอ้คนชั่วมันลอบกัดกันในตอนที่พวกเขาเผลอ แค่ช่วงจังหวะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แค่บังเอิญกับที่พวกเขาปล่อยคุณแพคฮยอนให้อยู่ที่ร้านคนเดียวแล้วมันกลับหนีการเผชิญหน้าทางกฎหมายออกมาได้ ใครเลยจะคิดว่าเรื่องจะเป็นอย่างนี้

 

             ไคหัวเสียกับความชะล่าใจในหน้าที่และยิ่งรู้สึกผิดมากไปอีกที่คุณชายไม่คิดจะเอ่ยต่อว่ามาสักคำ ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดโทรศัพท์ที่ลู่หานถืออยู่ก็ดังขึ้นเพราะมีสายเข้า เขายื่นมันคืนให้คุณชายพร้อมกับมองดูเหตุการณ์อย่างตั้งใจ ชานยอลรีบกดรับอย่างไม่รอช้า และก็เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ

 

             “แกต้องการอะไร” เขากรอกเสียงลงไปชัดๆและพยายามกลั้นความขุ่นมัวในจิตใจเอาไว้
 

             “ไม่ได้ต้องการอะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าคลิปที่ส่งไปถูกใจรึเปล่า”
 

             “มึง....”
 

             “อ้าวๆๆๆ คุณชายชานยอลครับ ปกติแล้วคุณไม่เคยใช้สรรพนามหยาบคายแบบนี้กับผมเลยนะ” ปลายสายว่าพลางกลั้วหัวเราะในลำคอซึ่งทำให้คนฟังโมโหยิ่งกว่าเก่า


ชายหนุ่มนึกถึงทุกครั้งที่ต้องเจอหน้ากันไม่ว่าจะเรื่องงานหรือในงานเลี้ยงใหญ่โตของคนในวงการธุรกิจ เขากับคนๆนี้ก็ได้แต่ยิ้มและพูดคุยกันในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจซึ่งในใจต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่านั่นคือการเสแสร้งแกล้งทำ เพราะภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มให้กันเพื่อหน้าตาในสังคม ความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ทำอยู่นั้นพวกเขาต่างก็ห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หากแต่จะเลยเถิดล้ำเส้นกันเกินไปหน่อยก็เห็นจะเป็นฝ่ายเดียวเท่านั้นที่จงใจใช้วิธีสกปรกทำร้ายกัน

 

             “ฮ่าฮ่าฮ่า .. เป็นอะไรไปครับคุณชาย ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ”

              เสียงนั้นตั้งใจยั่วอารมณ์ให้คนฟังโมโหมากไปกว่าเก่า ชานยอลรู้ดีว่าถ้าเขาจะเต้นเร่าๆตามที่มันต้องการก็เห็นจะเข้าทางและเปล่าประโยชน์อะไร ถึงรู้อย่างนั้นก็เถอะ แต่พอนึกถึงหน้าใครบางคนที่ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างเขาก็ควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้แล้วเหมือนกัน

 

             “ฉันจะถามแกอีกครั้งนะชเวซึงฮยอน แกเอาเค้าไปไว้ที่ไหน”
 

             “ก็ดูเอาเองสิ แค่นี้ไม่รู้เหรอว่าอยู่ที่ไหน .. อา ก็แค่นอนเล่นอยู่ในกองหิมะเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า”
 

             “แก...”
 

             “ไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว อีกแค่นิดเดียว ถ้าแกยังอยากจะชนะก็หาเอาเองละกันนะครับคุณชายคนเก่ง” ว่าแล้วเสียงหัวเราะอย่างคนไร้สติก็ดังขึ้นก่อนจะกดตัดสายไปทิ้งให้คุณชายที่ใครก็ว่าเก่งนักเก่งหนาร้อนใจจนแทบบ้า
 

             “โทรบอกให้พวกที่เหลือมาที่นี่และหาให้ทั่ว นอกนั้นพวกนายก็จัดการกันเอง ถ้าไม่เจอก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า” ชานยอลสั่งเสียงเข้มให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ตรงหน้าต้องรับคำอย่างเข้าใจ ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแต่คนเป็นเจ้านายกลับเป็นฝ่ายที่รีบบึ่งออกไปจากร้านเสียเอง

 

 

             ชานยอลเกลียดตัวเองนักที่เก่งไปเสียทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของผู้ชายธรรมดาอย่างพยอนแพคฮยอน เขาจะทำอย่างไร หัวใจมันเต้นรัวเสียจนแทบก้าวขาไม่ออก กลัวงั้นหรือ กลัวว่าจะทำใจไม่ได้หากต้องเสียอีกฝ่ายไป กลัวว่าตัวเองจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีคนๆนี้


 

 -----◆◆-------------◆◆-----

 

 

             ยามมืดที่แสงจันทร์สาดส่องพร้อมกับเกล็ดหิมะที่ยังคงร่วงโรยลงมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ยามที่รถทั้งคันเบรกลงตามถนนแถบชานเมืองที่เจ้าของมันคาดว่าจะเป็นสถานที่ที่อาจจะพบใครคนนั้น หลายครั้งที่ชานยอลจอดรถลงเพื่อตามหาแพคฮยอนในบริเวณที่น่าจะเป็นป่าเพราะเท่าที่เขาเห็นมันปกคลุมไปด้วยหิมะและเป็นลานกว้างห้อมล้อมด้วยต้นไม้สูง แต่ทุกที่ก็ไม่เจอคนที่เขาห่วงหาเลยแม้แต่เงา ในเวลาเร่งรีบอย่างนี้ล่ะนะที่โชคมักไม่เข้าข้าง

 

             “บ้าเอ๊ย ..” ชานยอลที่เริ่มหัวเสียแทบจะทนไม่ไหวจึงต้องสถบกับตัวเอง เขาขับรถวนไปทุกที่แล้ว วิ่งตามจนแทบบ้าแต่ก็ไม่พบวี่แววของแพคฮยอนเลย ชานยอลฟาดฝ่ามือลงไปกับพวงมาลัยรถหลายครั้ง สภาพตัวเองตอนนี้เหมือนกับคนใกล้ขาดอากาศหายใจเข้าไปทุกที

 

 

             “คุณน่ะ .. ไม่รักผมแล้วใช่มั้ย หรือที่ผ่านมาคุณแค่ล้อเล่น”

 

 

             ประโยคที่เคยได้ยินในตอนนั้นหวนเข้ามาทำให้โสตประสาทของเขาเริ่มจะบีบตัวมากขึ้นจนกลั่นออกมาผ่านหยดน้ำตา นึกถึงใบหน้าที่ร้องไห้อยู่เงียบๆมันยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกผิดจนแทบไม่อยากให้อภัยตัวเอง ที่ทำได้มากที่สุดก็คงไม่พ้นที่จะเข้าไปกอดเอาไว้แล้วบอกว่าเขารักมากแค่ไหน อยากบอกให้รู้ว่าปาร์คชานยอลคนนี้รักพยอนแพคฮยอนได้แค่คนเดียว

 

             “.. ก็บอกแล้วไงว่าฉันรักนาย เพราะฉันรักนาย ได้ยินรึเปล่าแพคฮยอน”

 

 








 

             ความเย็นไม่ต่างจากน้ำแข็งที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายกำลังจะทำให้เขาหยุดหายใจได้แล้วในตอนนี้ หากครั้นเปลือกตาจะปิดลงก็ทรมานอย่างสุดแสนเมื่อมีมือคู่เดิมมากระชากร่างกายที่รวดร้าวจากความชาให้กลับเข้าสู่ความอุ่นกว่าเดิมแค่เพียงนิดจากรถยนต์ที่จอดอยู่ แต่นั่นมันก็สามารถหล่อเลี้ยงให้เลือดของเขาไหลเวียนใหม่ได้อีกครั้ง และสักพักก็ถูกผลักให้ลงมากองอยู่ที่เดิมอย่างเก่า

 

             เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆท่ามกลางสายตาของคนโหดเหี้ยมที่ยิ้มเยาะอย่างพอใจกับผลงานของตัวเอง ชเวซึงฮยอนที่ตอนนี้ไม่เหลือคราบของคนมีหน้ามีตาในสังคมกำลังรอคอยฝ่ายตรงข้ามที่เขาแสนเกลียดว่าจะมาถึงที่นี่ได้หรือเปล่า แม้ว่าอาจจะดูโง่ไปหน่อยที่ไม่ระวังตัวแต่เขามีอะไรให้ต้องเสียอีกล่ะ หากจะต้องถูกจองจำหรือรับโทษข้อหาอะไรก็ขอให้ไอ้คุณชายที่แย่งทุกอย่างไปจากเขาได้ลิ้มรสของการสูญเสียบ้างจะเป็นไรไป

 

             “ฮ้า .. นี่ก็ใกล้จะตีสองแล้ว ดูเหมือนว่าไอ้คุณชายที่นายรักนักรักหนาจะหานายไม่เจอแล้วล่ะมั้ง แต่เอ๊ะ หรือว่าไม่คิดจะหากันแน่นะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะของปีศาจในร่างมนุษย์เรียกให้แพคฮยอนที่นอนหายใจรวยรินกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หากจะตายตรงนี้เขาก็ขอสาบานเลยว่าชาติหน้าอย่าได้ต้องเกิดมาเป็นคนไม่มีหัวใจและไร้รักอย่างผู้ชายคนนี้เลย

 

             ร่างสูงใหญ่ในโค้ทตัวหนายืนบดบังแสงจันทร์ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมอง แววตาน่ากลัวไล่มองเหยื่อที่ใกล้จะหนาวตายพร้อมแสยะยิ้มร้ายให้ แพคฮยอนไม่อยากจะมองมันนักจึงหลับตาลง ไม่นานนักหูของเขาก็ได้ยินเสียงรถทั้งคันแล่นจากไปพร้อมกับคนใจโหดโดยที่ไม่สามารถหันไปมองได้ว่ามันแล่นไปทางไหน และหากสองขาของเขาไม่ชาจนหมดแรงก็คงพอจะลุกวิ่งหนีไปแล้วเหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นทิ้งเขาเอาไว้ให้นอนรอความหวังหรือรอความตายกันแน่เขาก็ไม่อาจรู้ได้ ที่แน่ๆในตอนนี้รู้แค่ว่าได้ยินแค่เสียงลมเย็นๆกับลมหายใจแผ่วเบาของตัวเองที่นอนนิ่งรอเวลาให้ใครมาเจอเข้าเท่านั้น

 

             “ฮึก....”

             ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่แพคฮยอนจะยังเข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหมว่าสำคัญขนาดที่ชานยอลต้องตามหาเขาจนเจอ สิ่งที่ได้ยินจากผู้ชายคนนั้นมันอาจทำให้ใจไขว้เขวไปบ้างแต่ในเมื่อแพคฮยอนได้เชื่อแล้วก็จะขอเชื่ออีกสักครั้ง

             ที่ผ่านมาเขาดันทุรังไปก็มาก หากจะดื้อด้านกับรักครั้งนี้อีกหน่อยก็คงจะไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีกแล้ว


 

             แพคฮยอนหลับตาอย่างหมดหวังกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เขาน้อยใจทั้งที่ไม่อยากจะเป็นอย่างนี้เลยแม้แต่นิด
 

 

             .. คุณจะมาใช่ไหม คุณตามหาผมอยู่ใช่หรือเปล่า

 

 

 

 





 

             สองขาของคนหมดทางวิ่งผ่านต้นไม้สูงที่โอบรอบเขาไว้ ยิ่งวิ่งก็ยิ่งไกลออกไปในป่าลึก
            
             ร่างสูงที่ละทิ้งรถไว้ที่ด้านนอกกำลังวิ่งเหยียบไปบนพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเหมือนแข่งกับอะไรสักอย่าง เสื้อนอกอันเรียบหรูปลิวสะบัดไปตามแรงวิ่งที่ไม่แม้แต่จะสนใจอะไรอีกแล้ว ชานยอลที่ใกล้จะหมดหวังแต่พอนึกถึงคนที่รักแล้วความท้อที่มีอยู่เต็มอกก็พลันหายไป แรงกายแรงใจของเขาทั้งหมดมันคงรวมกันอยู่ที่สมองและร่างกายในตอนนี้แล้ว เขาไม่รู้หรอกว่าแพคฮยอนอยู่ที่ไหนแต่ก็ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว ในเมื่อหาจนทั่วก็ไม่พบและสิ่งที่มั่นใจคือคนเลวคนนั้นคงไม่พาแพคฮยอนออกไปไกลจากที่นี่หรอก เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องวิ่งต่อไป

 

 

                ต่อให้ต้องออกแรงฝ่าหิมะไปจนเช้าเขาก็จะทำ ..














.
.

Tbc. chapter 13



 

สวัสดีอีกครั้งค่ะ รวดเดียวเลยจากเปิดจองรวมเล่มที่เหลือ (ปวดตามาก)

ณ จุดนี้ ถึงตรงนี้แล้วด้วย ไม่มีอะไรจะพูดเลยค่ะนอกจากขอบคุณที่ติดตามกันมา ไม่รักอะไรเท่าคนอ่านอีกแล้ว บ่องตง


 

 

 

แล้วปาร์คชานยอลจะทำยังไงล่ะทีนี้   ทำไมคนเขียนโหดร้ายกับตัวละครแบบนี้ (ยกเว้นพี่ลู่ ไม่ได้ไบแอสน้า) T T




 

เจอกันตอนหน้าค้าบบบบบบ ^^V



ปล. ฝากถึงคนที่รอ Just A Beat ไคแบคนะคะ อยากบอกว่าปั่นสุดตัวอยู่ค่ะ ยุ่งๆกับดอกไม้เหงาแทบตายเลย เจอกันนะคะ .. ขอโทษที่ดองน้า TT





 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #685 PINKLAND (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:44
    หาแบคให้เจอนะชานยอล ฮืออ
    #685
    0
  2. #635 96line's (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 17:00
    ต้องไปช่วยแบคฮยอนให้ได้นะ
    #635
    0
  3. #596 [~Black_Pearl~] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 19:38
    ต่อหน้าการ์ดนะเนี่ย -0-
    #596
    0
  4. #560 baekky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 00:15
    รีบช่วยแบคให้ได้นะชายชานๆๆๆ

    เป็นกำลังใจให้ แบค!! อย่าพึ่งหมดกำลังใจไปซะก่อนนะ!!
    #560
    0
  5. #536 sweet_memory (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 14:48
    คุณชายรีบๆไปช่วยแพคฮยอนเร็วๆนะ
    ได้โปรดดดดดดดดดด
    สรุปแล้วคือไม่ใ่ช่เรื่องธุรกิจการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักล้วนๆ
    เฮ้ออออ รักหนอรัก ><
    #536
    0
  6. #515 skyrealdream (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 00:39
    หยอยหาแบคให้เจอนะT^T!
    #515
    0
  7. #500 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 16:53
    เนื้อคู่กันแล้ว คงไม่แคล้วกันหรอก

    สู้ๆนะพี่ยอล อีกนิดเดียว หัวใจพี่แบคก็จะมาอยู่กับพี่เต็มดวงละนะ ♥

    ช่วยพี่แบคด้วยนะ
    #500
    0
  8. #466 Pe'am (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 02:25
    ชานยอล กำลังไปช่วยนะ แบค ! 
    #466
    0
  9. #449 LosT MY MiND (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 09:05
    ยอลรีบหาแบคอยู่น้าาาาา
    #449
    0
  10. #445 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 22:03
    ชานยอลเร็วเข้าแบคจะแข็งตายอยู่แล้ว ลุ้นสุดๆ
    #445
    0
  11. #417 de.fang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 21:36
    หนูแบคจะแข็งตายมั้ย=o=
    #417
    0
  12. #404 '(SunYeon.,* (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2556 / 00:28
    ถ้าตามเนื้อหาปกติมันจบแล้ว... ไรเตอร์ทำไมจบดราม่าแบบนี้ล่าาา ร้องไห้นะเนี่ย
    #404
    0
  13. #398 May Sirirat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 19:11
    หนูแบคน่าสงสารทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ T^T
    #398
    0
  14. #365 chanchan123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 09:11
    ยังไงชานยอลก้อหาแบคเจอ (ใช่มั้ย) แต่แบคอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปก่อนนะ
    #365
    0
  15. #340 อุรณา _ เมฆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 15:27
    ชานสู้ๆนะ ท็อปไปตายซะ
    #340
    0
  16. #338 byunbiii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 10:54
    แบคอย่าเป็นอะไรนะ!!! ยอลจะมาช่วยแล้ว ยอลต้องมาแน่!!
    #338
    0
  17. #330 Beloved-jae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 19:40
    อะหออออออ ปี้ท็อปโหดไปนะ โรคจิตไปนะ

    อะไรกัน ทำกับพยอนแบบนี้ได้ไง

    พยอนน่าสงสารน้า อย่าทำร้ายแบบนี้สิ

    อ ิหยอยจะตามมาเจอไหม แล้วจะโดนอะไรรึป่าว

    สงสารพยอน สงสารอ ิหยอย
    #330
    0
  18. #318 junei (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 22:13
    แบคอดทนนะ

    ชานยอลสู้ๆ

    ตามหาแบคให้เจอนะ
    #318
    0
  19. #316 **แบคกี้** (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 20:24
    หาเจอไวๆนะยอลลลลลลลล T3T
    แบคอดทนอีกหน่อย
    #316
    0
  20. #315 PianoSoda (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 11:42
    มาถึงตอนนี้แล้ว ไม่มีอารัยจะต้องบอกมากมาย แต่บอกว่าฟิคเรื่องนี้ทำให้อินมากมาย กัดจิตและใจเหลือเกิน

    ทรมานได้ถึงตอนนี้แล้ว ไม่ว่าต่อไปจะเกิดอารัยขึ้นเราจะรับได้ใช่ไหม *บอกไว้เลยว่าไม่มีอารัยทำให้หยุดอ่านได้

    เป็นฟิคที่อินมากมาย ทุกตัวถูกถ่ายทอดลงไปในฟิค คำบรรยายที่กินใจเหล่านั้นถูกรอยเรียงผ่านตัวหนังสือ

    ต่อให้ฟิคพี่เป็นฟิคที่นอกกระแสไม่ได้ดังมากมาย....แต่เชื่อเลยว่าถ้าใครได้ลองอ่านมันสักครั้ง จะไม่สามารถหยุดได้

    อีกอย่างพี่เป็นคนที่เลือกเพลงได้เข้ากับฟิคดีนะคะ เสียงฮอกักเพราะมากเลย *โดยส่วนตัวชอบอยู่แล้วแบบว่าเสียง

    นุ่มดีอ่านแล้วฟังไปด้วยยิ่งอินมากขึ้น อุ้ยยยยยยยยยยไม่ใช่อารัยนะทำให้น้ำตาหยดง่ายมากเลยแบบบางคำน้ำตาก็

    ไหลแล้วอ่า อินเกินไปใช่ไหมคะ

    *********************************************************************************

    เอาใช่ช่วยชายปาร์คนะคะ สู้ๆ แพคฮยอนอีกนิดเดียวนะ ทนอีกนิดรักที่รอคอยใกล้จะสมหวังแล้ว รักที่บริสุทธิ์ใกล้

    จะเป็นจริงแล้ว ยังอยากรอตอนที่ 13 - 14 อยู่นะคะ >.< แล้วพบกันตอนหน้านะคะ >.<
    #315
    0
  21. #314 KimKey (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 11:36
    แบคหนาวจะแย่แล้ว T_T
    #314
    0
  22. #313 ChanBaek_F (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 11:33
    ยอลหาเเบคให้เจอนะ

    สงสารทั้งเเบคทั้งยอล T T
    #313
    0
  23. #312 NaMo_K (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 10:26
    รีบๆหาแบคฮยอนให้เจอนะปาร์ค

    โฮววววววววว อิหนูแบคของเจ้
    #312
    0
  24. #310 PARIINK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 01:04
    น้องแพคคคคคค หนาวแย่~ กรี๊ดดดด ใจร้ายและโหดร้าย

    มากจริงๆ ฮื่อออ อย่าเพิ่งหมดหวัง ชานยอลตามหาสุดพลัง

    สุดหัวใจเลยยยย ฮื่ออออ ต่องหาให้เจอนะๆๆๆ ลุ้นน รออ่านนะค่ะ
    #310
    0
  25. #309 ++ Phoenix ++ DD (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 00:16
    ชายชาน สู้ๆๆ ฮืออออ แบคอดทนนะ อดทนอีกนิดเดียวว
    #309
    0