[FIC EXO] Lonely Flower (ChanBaek)

ตอนที่ 12 : ◆ Lonely Flower - chapter [10]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 เม.ย. 56












.. Chapter 10 ..

 

             ที่ผ่านมา พยอนแพคฮยอนถูกทำให้จมปลักกับความเจ็บปวดอย่างคนที่ไม่รู้อะไรเลย เพราะงั้น
ในตอนนี้ เขาจึงลืมจะเอะใจไปกับอะไรบางอย่าง .. บางอย่าง ที่ถ้าตั้งคำถามกับมันหน่อย
ปาร์คชานยอลอาจจะมีโอกาสได้บอกไปมากกว่านี้

 

 

             อ้อมแขนแกร่งที่ใช้ทำร้ายร่างกายอีกคนให้ต้องชอกช้ำ ยังคงกอดร่างเล็กเอาไว้แนบกายตลอดทั้งคืน
 

             ในยามเช้า ชานยอลตื่นขึ้นมาพบเพียงความว่างเปล่า ที่นอนซึ่งยับยู่และร่องรอยต่างๆจากเรื่องเมื่อคืนยิ่งตอกย้ำให้เจ็บใจตัวเองมากไปกว่าเก่า ชานยอลถอนหายใจอย่างหัวเสียก่อนสักพักความกลัวจะปราดเข้ามาในสมองอย่างทุกทีเหมือนคนบ้า เขารีบคว้าเอาเสื้อขึ้นสวมแล้ววิ่งออกจากห้องเพื่อไปยังส่วนที่เป็นหน้าร้านดอกไม้ ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก 
 

             ชายหนุ่มยืนมองอีกฝ่ายเงียบๆ แพคฮยอนกำลังทำงานอย่างปกติ จะต่างไปก็คือความสดใสที่เคยมี ตอนนี้เหลือเพียงแต่ความหม่นหมองในดวงตาคู่นั้น 

             ชานยอลนึกถึงแต่ก่อนที่เขาเคยมายืนตรงนี้ วันที่เคยจีบอีกฝ่าย วันนั้นที่บอกรักออกไป เขาอยากจะย้อนเวลา

 

             “อ๊ะ ..บ้าจริง” เสียงเอ็ดตัวเองดังขึ้นเมื่อความเจ็บเกิดขึ้นที่ปลายนิ้ว หนามกุหลาบช่อโตปักเข้าเต็มๆให้เลือดหยดออกมา แพคฮยอนเบื่อตัวเองเต็มทีกับความไม่เอาไหน ไม่รู้ว่าเพราะซุ่มซ่ามจนเป็นนิสัยหรือเหม่ออะไรกันแน่ ก้มดูที่นิ้วของตัวเองก็อดนึกถึงเรื่องใน
วันวานไม่ได้ เหตุการณ์เหมือนกันไม่มีผิด

จู่ๆชานยอลก็โผล่เข้ามาคว้ามือของแพคฮยอนไปดูอย่างเป็นห่วง แพคฮยอนตกใจแต่กำลังอึ้งมากกว่าเมื่อเหตุการ์เดิมมันบังเอิญย้อนกลับมาซ้ำกันให้ต้องคิดถึง

 

             “ทำอะไรน่ะ...” แพคฮยอนรีบดึงมือตัวเองออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากได้ความหวังดีนั่นอีก นั่นมันก็แค่การหลอกลวงอย่างไม่คิดจริงจังอะไร
 

             “เลือดนายออก”
 

             “ไม่เป็นไร แค่นี้เจ็บไม่ถึงตาย .. ไม่เท่าเมื่อคืนหรอก”
 

             “............” ชานยอลได้ยินอย่างนั้นก็ไม่สามารถจะเอ่ยอะไรออกมาได้อีก
 

             ความหวังดีถูกปฏิเสธพร้อมทั้งผลักไส ชานยอลทำเหมือนจะบอกอะไรกับแพคฮยอน แต่แล้วลูกค้าของร้านที่แวะมาแต่เช้าก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน คุณเจ้าของร้านจึงปรับสีหน้าหันไปยิ้มรับตามหน้าที่ ทิ้งให้อีกคนยืนมองอยู่ห่างๆ

 

             วันทั้งวันผ่านไปโดยที่ชานยอลแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ชายหนุ่มทำราวกับคนว่างงานที่นอนอยู่บ้านเฉยๆ เขาใช้เวลาทั้งหมดไตร่ตรองและจัดการบางอย่างทางโทรศัพท์เป็นระยะ ขณะเดียวกันถึงอีกคนจะไม่สนใจเขาก็ช่างปะไร
 

             “คุณจะทำอะไร” แพคฮยอนถามขึ้นเมื่อชานยอลเข้ามายืนถือนู่นจัดนี่ข้างๆเขา โดยมีลูกค้าไม่กี่คนนั่งรออยู่ในตอนกลางวัน
 

             “ก็ทำแบบที่เคยทำไง” เสียงทุ้มหันมาตอบกับคนข้างกายที่ทำทีจะต่อว่าเขาขึ้นมาเพราะไม่พอใจ เขาจึงต้องรีบปรามขึ้นก่อน
 

             “แน่ะ .. อย่าเรื่องมากนักเลย ไม่เห็นรึไงว่าลูกค้ารออยู่ รีบจัดเข้าสิ”
 

            “ไม่ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นผมจะ ....”
 

             “จะอะไร ลูกค้ามองแล้วเห็นมั้ยนั่น” ชานยอลกระซิบแพคฮยอนเบาๆเมื่อท่าทางแปลกๆของพวกเขากำลังถูกมองมาอยู่ แพคฮยอนเงียบไปแต่ส่งสายตาไม่พอใจไปให้
 

ชานยอลเห็นคนหน้างอก้มหน้าจัดดอกไม้ต่อไปจึงยิ้มออกมานิดๆ ก่อนที่สักพักมันจะหายไป เขาจดจ้องคนข้างกายด้วยแววตาแตกต่างจากเมื่อครู่ มันหม่นลงอย่างไร้ซึ่งความหวัง แพคฮยอนไม่ยอมรับเขาอีกแล้ว คนๆนี้ไม่มีวันจะยอมคิดกับเขาอย่างเดิมได้หรอก แล้วเรื่องเมื่อคืนนั่นอีก

 

 

             “เมื่อคืนน่ะ ฉันขอโทษนะ” เสียงกระซิบเบาๆทำเอามือที่กำลังจับดอกไม้ต้องแอบสั่นไหว เหมือนกับหัวใจ แต่เรื่องแบบนี้ก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว แพคฮยอนไม่ยอมเจ็บซ้ำสองหรอก
 

             “ช่างมันเถอะ ผมไม่ถือ”
 

             “............”
 

             แพคฮยอนเดินหนีไปอีกมุมด้วยท่าทีเฉยชา



 

             ต่างคนต่างเจ็บ ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเยื่อใยระหว่างกันมันยังไม่ได้หมดไป

 

             เมื่อร้านปิดลงความเงียบจึงเข้ามาเยือน คุณเจ้าของบ้านไม่ได้ไล่แขกคนเดิมที่หน้าทนอยู่ต่อให้ออกไปเพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ที่สำคัญคือเขาไม่อยากจะพูดด้วยมากกว่า หลายครั้งที่แพคฮยอนต้องแอบร้องไห้คนเดียวเพราะยังเสียใจกับเรื่องเดิมๆที่ไม่ว่าจะบอกให้ตัวเองเข้มแข็งแค่ไหน เอาเข้าจริงมันก็ยังลืมไม่ได้ แล้วยิ่งต้องมาเห็นหน้ากันอยู่อย่างนี้มันยิ่งเจ็บไปกว่าเก่า และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ชานยอลทำไปเพียงแค่ต้องการระบายความใคร่ ทำร้ายจิตใจกันมามากแล้วยังต้องการเรื่องอย่างนี้จากเขาอีก

 

และขณะที่แพคฮยอนเอาแต่หลบหน้าเขา ชานยอลที่พยายามจะหาโอกาสอธิบายเรื่องทั้งหมดก็แทบจะท้อ แค่พูดมันง่าย แต่เขาที่จุกในอกไปหมดและความละอายก็ทำให้ไม่กล้าแม้จะเอ่ย แล้วอีกฝ่ายก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาเลยด้วย




 

             แม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ลู่หานและไคก็พอจะมองออกว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ถึงในสายตาของสองบอดี้การ์ดหนุ่มจะคิดว่ามันออกจะรุนแรงเกินไปหน่อยสำหรับรอยแดงตามตัวของคุณเจ้าของร้าน แต่พวกเขาก็ใช่ว่าจะมีสิทธิ์ไปออกความคิดเห็นอะไรกับเรื่องของเจ้านายได้ ที่สำคัญเขาทั้งสองก็รู้ดีว่าคุณชายคงไม่ได้ตั้งใจ แต่ลู่หานที่พอจะรู้สาเหตุเมื่อเล่าให้ไคฟังจึงลงความเห็นว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ นอกจากความเครียดบวกกับความหึงแล้วยังมาเจอเหล้าเข้าไปอีก เลยคงจะคุมตัวเองไม่อยู่ ไคคิดว่าตัวเองไม่น่าพูดเรื่องวันดูพลุกับแพคฮยอนออกไปในตอนนั้นเลย คุณแพคฮยอนเลยต้องมาเจ็บตัวเพราะความโกรธของคุณชายของเขา

            

             ระหว่างที่แพคฮยอนอยู่ในบ้านของค่ำวันนี้ ด้านนอกตรงโต๊ะไม้ตัวเดิมที่ชานยอลเคยจัดการเอามาวางไว้จึงเป็นที่สำหรับให้คนทั้งสามนั่งปรึกษาบางอย่างกันได้ พวกเขาไม่ลืมที่จะกวาดสายตาไปรอบๆบริเวณที่ดูจะน่าโล่งใจมากขึ้นเพราะเรื่องที่พวกเขากำลังจัดการนั้นกำลังไปได้ดี หลังจากพูดคุยกันตามประสาเจ้านายลูกน้อง สักพักชานยอลจึงเอ่ยบางอย่างที่ทำบรรยากาศดูจะต้องนิ่งไป
 

             ชอบเหรอ เสียงทุ้มเอ่ยถามสั้นๆกับหนึ่งในสองคนตรงหน้าเขา บรรยากาศเริ่มจะอึดอัดเมื่อเสียงนิ่งๆนั้นไม่พูดอะไรออกมาอีกนอกจากจ้องหน้าไคอย่างรอคำตอบ บอดี้การ์ดหนุ่มไม่คิดจะหลีกหนีคำถามนี้เท่าไหร่เพราะถึงยังไงเจ้านายของเขาก็ต้องรู้
 

             ครับ
 

             กล้าดีนะ ฉันให้นายมาดูแล แต่ดันไปทำมากกว่านั้นซะได้
 

             คุณชายคงได้ยินแล้ว ผมขอโทษ ผมผิดเอง แต่คุณแพคฮยอนเค้าไม่ได้....
 

             ไม่ต้องรีบออกตัวปกป้องกันขนาดนั้นหรอกน่ะ
 

             ไม่ใช่นะครับ ผมแค่เอ่ยตามความจริง คุณแพคฮยอนเค้าไม่เคยมองคนอื่นนอกจากคุณชายเลย เพราะงั้นถ้าคุณชายจะโกรธก็มาลงที่ผมเถอะ
 

             พอแล้ว อย่ามาทำปกป้องกันขนาดนั้นเลย ฉันไม่ชอบ
 

             ชานยอลเอ่ยออกมาตรงๆด้วยดวงตานิ่งขึง ต่างจากไคที่สบตากลับไปอย่างยอมรับในความผิดของตัวเอง คนที่นั่งเงียบอย่างลู่หานเลยได้แต่ภาวนาให้เวลานี้ผ่านไปได้ด้วยดี เขาล่ะห่วงอารมณ์ของคนทั้งสองเหลือเกิน
 

             “นายดูแลเค้าได้ดีมาก ถ้าเค้าจะเทหัวใจให้นายมากกว่าฉันมันก็ถูกแล้ว”
 

             “ไม่ใช่นะครับคุณชาย ผมกับ....”
 

             “เลิกพูดเถอะ”
 

             “ไม่ครับ ผมจะไม่หยุดจนกว่าคุณจะ....”
 

             “ฉันบอกแกว่าหุบปากไปไง คิมจงอิน!” ชานยอลตะโกนลั่น แววตาทั้งคู่แดงก่ำเหมือนกับมีน้ำตาคลอ แต่คนที่ถูกเรียกชื่อจริงกลับยังไม่ยอมแพ้ ลู่หานชะงักไปเมื่อคนข้างกายเอ่ยออกไปอีก
 

             “เมื่อไหร่คุณจะฉลาดเสียทีนะคุณชาย คุณเองไม่ใช่เหรอครับที่ควรหยุดฟังคนอื่นเค้าบ้าง.....”
 

             “แก..........” ชานยอลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนที่วัตถุสีดำจะถูกชักออกมาแล้วจ่อเข้าที่ศีรษะของไค
 

             “คุณชาย...” ลู่หานอุทานเบาๆกับภาพตรงหน้า
 

             “แกกล้ามาสั่งสอนฉันงั้นเหรอ”
 

             “เปล่าครับ ผมไม่ได้สั่ง” ไคเงยหน้าพูดไปโดยไม่มีท่าทีกลัวเกรงต่ออาวุธปืนในมือเจ้านายที่จ่ออยู่กับหัวตัวเองเลย
 

             “คุณชายอยากจะยิงก็เชิญเลยครับ”
 

             “...............”
 

             “แต่ก่อนตาย ผมอยากจะพูดอะไรหน่อย คุณเป็นคนฉลาด คนเก่ง และสำหรับพวกผมแล้วคุณเป็นเจ้านายที่ดี พวกเราเชื่อว่าคุณรู้ทุกอย่าง คุณเข้าใจทุกคน แต่เพราะความเสียใจทำให้คุณไม่กล้าจะยอมรับ”
 

             “................”
 

             “ช่วยยอมรับได้มั้ยครับ ว่าคนที่คุณรัก เค้าไม่เคยรักใครเลยนอกจากคุณ”
 

             ถึงตรงนี้น้ำตาของชานยอลก็ไหลออกมาหนึ่งหยด ต่อหน้าลูกน้องที่แสนภักดีที่ชีวิตนี้ไม่เคยได้เห็นน้ำตาของเขาเลย

 

            ลู่หานอึ้งไปจนแทบลืมหายใจ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปช้าๆ

 

             “อย่างที่ไคว่าแหละครับ เวลานี้ ไม่ใช่เวลาที่คุณชายจะปล่อยมือจากคุณแพคฮยอนนะครับ แล้วก็ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทะเลาะกันเองด้วย”

 

            สายลมเย็นพัดผ่านระหว่างคนทั้งสาม สายตานิ่งงันจ้องมองกันครู่หนึ่ง

 

             ชานยอลหลับตาลงช้าๆก่อนจะดึงปืนกระบอกนั้นกลับเข้าหาตัว ร่างสูงจ้องตากับลูกน้องทั้งสองอย่างเคย เขารู้ว่าตัวเองกำลังเครียดมาก และทั้งสองก็คงรู้ดี

             “พวกนายรู้จักฉันดีจังเลยนะ สมแล้วที่อยู่ด้วยกันมานาน” ชานยอลนั่งลงตามเดิม
 

             ฐานที่นายทำงานที่ฉันมอบหมายให้ได้เป็นอย่างดี ฉันจะยกโทษให้ แล้วพวกนายก็เลิกทำหน้าเหมือนจะถูกฉันฆ่าได้แล้ว ชานยอลถอนหายใจเป็นเชิงว่าเขาไม่ได้คิดอะไร ซึ่งแน่นอนที่คนทั้งสองจะโล่งใจขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะลู่หานที่ดูจะรู้สึกรอดตายมากกว่าคนผิดจริงๆเสียอีก ชานยอลระบายยิ้มเศร้าๆออกมาเพียงนิดก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน        
 

             สำหรับเค้าแล้ว ไม่ผิดหรอกนะที่ใครจะชอบ ใครจะรัก ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งห้ามใจไม่ไหวใช่ไหมล่ะ .. เพราะตั้งแต่แรกแล้วที่ฉันไม่เคยทำมันได้เลย

 

             “นายรู้จักฉันดี แต่ว่านะลู่หาน ใครบอกกันว่าฉันจะปล่อยมือจากเค้า .. ไม่มีทาง”

 

-----◆◆-------------◆◆-----


 

             ไม่กี่วันผ่านไปอย่างเชื่องช้า คนสองคนอยู่ด้วยกันแต่สามารถนับคำพูดกันได้เลยทีเดียว สุดท้ายคนที่ทนไม่ไหวจึงต้องเอ่ยปากถามในสิ่งที่คาใจมานาน

 

             “ทำไมไม่กลับไปหาภรรยาของคุณ”
 

             “พิธีล่มแบบนั้น ยังจะให้ฉันกลับไป”
 

             “แล้วที่ทำอยู่นี่ต้องการอะไร บอกผมมาตรงๆแล้วไปจากที่นี่เสียที”
 

             “แล้วถ้าบอกไป นายจะเชื่อฉันได้รึเปล่า”
 

             “...............”
 

             “แพคฮยอน คือว่านะ เรื่องวันนั้นที่..............”
 

 

เสียงเครื่องยนต์จากด้านนอกก็บังเอิญเข้ามาขัดจังหวะพอดี  ไคกับลู่หานที่หายหน้าไปทำหน้าที่กลับมาอย่างดูจะเครียดไม่น้อย เขาทั้งสองมองสองคนที่อยู่ก่อนแล้วสลับกันไปมา ชานยอลรู้ดีจึงปลีกตัวไปคุยกับลูกน้องด้านนอกทิ้งให้แพคฮยอนต้องอยู่ในความเงียบงันคนเดียวในบ้าน เขามองผ่านความมืดด้านนอกออกไปก็พบว่าคนทั้งสามกำลังคุยอะไรบางอย่างกันอยู่ข้างกับรถที่จอดไว้ ในใจกำลังต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

 

             ช่างเถอะ .. มันคงไม่มีอะไร อย่าหวังอะไรอีกเลย

             พยอนแพคฮยอนต้องเจ็บปวดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองไม่เคยรู้อะไร ที่จริงแล้วเขาเองไม่เคยรู้อะไรตั้งแต่เริ่มเลยมากกว่า เพราะไม่มีใครอยากจะหยิบยื่นเรื่องอะไรให้เขารู้  เหมือนกับหัวใจ ที่สลายอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน

            

             แพคฮยอนไม่รู้อะไรเลยจริงๆนั่นแหละ ไม่รู้สักนิด ไม่รู้ว่าตอนที่แอบร้องไห้ ทุกเสียงสะอื้น ทุกหยาดน้ำตามันจะบาดลึกลงไปในใจของใครบางคนที่แอบมองอยู่ห่างๆ

           

             .. ไม่รู้แม้กระทั่งว่าสำหรับผู้ชายคนหนึ่งแล้ว ..  ตัวเองจะสำคัญมากแค่ไหน




 

             เวลาล่วงเข้าสู่ยามเย็น

 

             “ผมช่วย” ไคเอ่ยขึ้นก่อนจะออกไปข้างนอกกับลู่หานซึ่งรออยู่ข้างนอกแล้ว เขาอยากจะช่วยแพคฮยอนยกของก่อนจะปิดร้าน
 

             “ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะ” ใบหน้านั้นยิ้มให้เล็กน้อย ไคถอนหายใจพลางมองตามร่างของแพคฮยอนไป แล้วเขาก็ตัดสินใจเดินไปหาใกล้กว่าเดิม
 

             “แพคฮยอน ผมมีเรื่องอยากจะบอก”
 

             “อืม .. ว่ามาสิ” แพคฮยอนหยุดเดินและพร้อมจะฟัง เขาสังเกตได้ว่าใบหน้าของไคดูจะประหม่าเล็กน้อย
 

             “คือ ผมขอโทษนะเรื่องวันนั้น วันที่เราดูพลุกันน่ะ”
 

             “เรื่องนั้นน่ะเอง บอกกี่ทีแล้วไงว่าฉันไม่ได้โกรธ นายก็แค่คิดถึง..”
 

             “ไม่ใช่อย่างนั้น ที่ผมอยากขอโทษน่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น” ไคขัดขึ้นตรงๆ ทำให้คนฟังต้องเงียบไป
 

             “คือ เรื่องแฟนเก่าที่บอกคุณไปน่ะ ผมโกหก .... ที่จริงแล้วผมไม่มีแฟนมานานมากแล้ว ผมสร้างเรื่องขึ้นเอง”
 

             “..............” คนฟังเงียบไปแทบจะในทันที แพคฮยอนมองหน้าไคโดยที่ยิ้มน้อยๆของเขากำลังเจื่อนลงไป ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งเพราะต่างฝ่ายต่างคิดไม่ออกว่าจะเอ่ยอะไร แพคฮยอนไม่รู้ว่าจะยิ้มให้หรือว่าต้องเดินหนี เขาไม่โง่ถึงขนาดไม่รู้หรอกนะว่ามันหมายถึงอะไร ก็หมายถึงว่าวันนั้นที่ไคจูบเขาเพราะอยากจะจูบน่ะสิ แพคฮยอนทำหน้าไม่ถูกจึงหันไปมองทางอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไคที่เป็นฝ่ายผิดจึงรีบเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
 

             “ผมขอโทษนะ ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณเองก็อย่าคิดมากเลย มันไม่มีอะไรหรอก”
 

             “ไม่มีอะไร ทั้งที่นาย เอ่อ นายชอบฉัน .. ใช่ไหม” แพคฮยอนเงยหน้าขึ้นถามจากใจไม่ได้เสแสร้ง
 

             “ก็ คงงั้นล่ะมั้ง .. นี่คุณอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ผมไม่ได้อยากให้คุณลำบากใจนะ”
 

             “แต่ฉัน..”
 

             “คุณไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าทำหน้าแบบนี้ได้มั้ย”
 

             “..............”
 

             ไคเห็นว่าอีกฝ่ายทำเหมือนรู้สึกผิดจึงพยายามบอกว่ามันไม่ใช่เลย
 

             “คุณน่ะ ไม่ผิดตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด” ไคนึกย้อนไปทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องของเขา แต่มันเรื่องอื่นด้วย เพราะไม่อยากให้แพคฮยอนลำบากใจกับความรู้สึกของเขา แต่ขณะเดียวกันคำพูดกำกวมมันก็ทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้ว
 

             “นายหมายความว่าไง ใครผิดแต่แรก”
 

             “ผมหมายถึง .. เอ่อ ไว้เดี๋ยวคุณก็รู้เอง” ไคทำท่าจะเดินหนีแต่แพคฮยอนก็ขวางเขาเอาไว้ก่อน ร่างสูงเลยได้แต่ด่าตัวเองในใจว่าไม่น่าหลุดพูดอะไรออกไปเลยจริงๆ
 

             “อะไรกันไค มีอะไรทำไมไม่บอก”
 

             “ก็บอกแล้วนี่ไงว่าผมชอบคุณ” ไคหมดทางจึงดึงเรื่องเก่ากลับมาใหม่เพราะไม่อยากให้แพคฮยอนถามอะไรเขาไปไกลอีก และนั่นก็ได้ผล ใบหน้าของคนแสนดีกลับมารู้สึกผิดกับเรื่องเดิมอีกแล้วสิ
 

             “ฉันต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษ ไม่นึกว่านายจะคิดแบบนั้นกับฉัน ขอบใจสำหรับความรู้สึกดีๆนะ แล้วก็ขอบใจมากนะที่ดีกับฉัน”
 

             “ไม่เป็นไรหรอก .. ผมทำไปตามหน้าที่น่ะ”
 

             ไคยิ้มกว้างให้กับแพคฮยอน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้จากคนตรงหน้า แม้ไม่ได้เอ่ยอะไรอีกแต่แพคฮยอนก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

แพคฮยอนจะไม่นึกเรื่องแย่ๆเกี่ยวกับลูกน้องที่ทำตามคำสั่งของเจ้านาย แต่เขารู้สึกขอบคุณสำหรับทุกอย่างระหว่างกันมากกว่า ไคเองก็คงรู้สึกอย่างนั้น

 

             “อันที่จริงแล้ว ลู่หานเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณนะ” เมื่อเอ่ยประโยคที่แทนการอธิบายสั้นๆจบไคก็ยิ้มให้อีกทีแล้วรีบออกจากหน้าร้านไปหาลู่หานที่ยืนรอด้านนอก แพคฮยอนยิ้มออกมาพลางมองตาม เขาก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดลู่หานหรอกนะ แค่เสียใจเท่านั้นเอง   


 

             แม้แพคฮยอนจะเข้าใจว่าไคทำหน้าที่ดูแลแขกของคุณชาย แต่คำว่า ทำไปตามหน้าที่มันสะกิดใจของเขาให้นึกไปถึงใครอีกคนที่เคยพูด และหากมันจะเป็นเรื่องเดียวกัน แพคฮยอนก็ชักสงสัยแล้วสิว่าทำไมลู่หานถึงแกล้งมาทำงานที่นี่ แล้วหลอกให้เขาเข้าใจว่าเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไป  .. นั่นสิ ทำไมเขาเพิ่งจะนึกได้นะ มันเพราะอะไรกัน


 

-----◆◆-------------◆◆-----

 

 

             เมื่อนั่งรถออกมาจากบ้านหลังเล็ก คนที่ทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยก็หันมาถามคนข้างกายที่นั่งเงียบมาตลอดทาง
 

             “เป็นไรมากมั้ยไค”
 

             “นิดหน่อยน่ะ”
 

             “ผิดหวังมากมั้ย ฉันเข้าใจนะเว้ย”
 

             “บอกตามตรงว่าไม่ผิดหวังเลยซักนิดว่ะ”

 

             สำหรับเรื่องของแพคฮยอนแล้ว ไคยอมรับเต็มหัวใจเลยว่าเขาเผลอเทใจให้ผู้ชายคนนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ คนธรรมดาๆที่อยู่ใกล้แล้วเหมือนถูกสะกดจิตให้หลงรัก .. บ้าไปกันใหญ่แล้ว แพคฮยอนไม่ใช่พ่อมดหรือนักสะกดจิตเสียหน่อย

 

             “ที่ไม่ผิดหวังน่ะลู่หาน เพราะฉันก็ไม่ได้หวังแต่แรกอยู่แล้ว”

 

 

             ระหว่างที่เพื่อนรักกำลังนั่งจัดการกับจาจังมยอนร้านข้างทางหลังจากที่เข้าเขตเมืองหลวงมา ไคที่ไม่คิดจะต่ออีกชามจึงเดินออกมารับลมหนาวริมถนนที่รถขับผ่านไปมาไม่มากนัก ชายหนุ่มหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบพลางกระชับชายเสื้อโค้ทตัวยาวเข้าหากัน

 

ใบหน้าคมเงยขึ้นมองท้องฟ้าในคืนที่ดวงดาวพร่างพราว ชายหนุ่มพ่นควันสีเทาให้พวยพุ่งหายไปกับอากาศ ริมฝีปากหนาระบายยิ้มออกมาน้อยๆ

 

             .. คุณคงเป็นเหมือนดาวส่องสว่างกลางความมืดมิดในใจของคุณชายชานยอล แต่ไม่ใช่แค่กับเค้าหรอก กับผมก็เหมือนกัน







 

 

 

             ค่ำคืนที่ต้องอยู่ด้วยกันในห้องมาเยือนอีกครั้ง บอดี้การ์ดหนุ่มสองคนนั้นได้ออกไปทำธุระให้กับคุณชายอย่างเคย เหลือไว้เพียงคนสองคนที่แม้จะอยู่ด้วยกันแต่ภายในห้องก็เงียบเหลือเกิน แพคฮยอนทำเหมือนไม่มีอะไรผิดแปลกไป ชานยอลคิดว่าเอ่ยปากไล่หรือด่ากันยังดีกว่าทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนแบบนี้ ตอนนี้เรื่องทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี ยกเว้นก็แต่เรื่องของแพคฮยอนนี่แหละ ชานยอลดูท่าทางแล้วอีกฝ่ายยังไม่เย็นลง เอาไว้เขาค่อยอธิบายก็แล้วกัน

 

             ร่างสูงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเล็กมุมหนึ่งของห้องขณะที่กำลังใช้ผ้าเช็ดกระบอกปืนสีดำสนิทไปเงียบๆ ถึงกระนั้นสายตาก็จดจ้องอยู่ที่ร่างเล็กซึ่งเดินผ่านเขาไปมาเพื่อเตรียมจะเข้านอน เขาก้มมองวัตถุในมือก่อนที่สายตาจะพลันไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่วางหลบๆอยู่บริเวณข้างกันกับหนังสือบนโต๊ะ

 

             .. แหวน

             ชานยอลหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆแล้วจึงมองไปที่เจ้าของมันซึ่งหลับตาลงไปแล้ว เขาเหนื่อยทั้งกายแต่หัวใจมันมากกว่าเป็นไหนๆ เข้าใจดีว่าแพคฮยอนคงจะรับมันไม่ทันหากเขาจะเริ่มทำอะไรลงไป เรื่องมันอาจจะง่ายกว่านี้ เขาอาจจะปรับความเข้าใจกับแพคฮยอนได้ง่ายขึ้นหากว่าวันนั้นอีกฝ่ายไปโผล่เข้าไปในงานแต่งงานของเขาเสียก่อน เหตุการณ์มันจึงบีบบังคับให้เขาต้องตัดเยื่อใยให้ขาดสะบั้นจนถูกเกลียดอย่างนี้ แล้วจู่ๆจะมาสารภาพเรื่องไม่เอาไหนออกไปมันก็คงจะดูไร้เหตุผลเกินไป เขาจึงคิดว่าค่อยเป็นค่อยไปน่าจะเป็นการดีกว่า และถ้ามันจะต้องเริ่มใหม่เขาก็พร้อมและยินดี

 

             ส่วนคนที่กำลังข่มตาหลับอยู่นั้นก็อดจะคิดเรื่องเดิมๆไม่ได้

 

             แรงยวบลงของที่นอนทำให้แพคฮยอนนอนนิ่งมากกว่าเดิมเพราะยังไม่หลับ เขารู้สึกได้ถึงเสียงหายใจของชานยอลที่ห่างกันแค่เอื้อมมือ วินาทีนั้นเองที่จู่ๆสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น แพคฮยอนถูกร่างสูงโอบกอดเอาไว้จากทางด้านหลัง เขาตกใจแต่ก็นอนนิ่งให้เหมือนกับกำลังหลับไปแล้ว
 

             “หลับเร็วอีกแล้วนะ ชานยอลเอ่ยอยู่ข้างหูของแพคฮยอนที่เขาเข้าใจว่าคงหลับไปแล้วจริงๆ ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอขาวโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ใจของคนในอ้อมกอดนี่สิที่กำลังเต้นตึกตักอยู่ในอก
 

             แหวนวงนี้ไม่อยากใส่แล้วเหรอ ชานยอลยังคงเอ่ยเบาๆแต่ดูเหมือนเขาจะพูดอยู่กับตัวเองมากกว่า ไม่มีการตอบรับหรือคำด่าว่าอะไรเลยแม้แต่นิด และนั่นก็ทำให้เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงหลับไปแล้วจริงๆ และไม่มีทางที่คนซึ่งหลับไปจะได้เห็นแววตาเศร้าหมองของเขาในตอนนี้ วงแขนหลวมๆสวมกอดคนข้างกายเอาไว้ไม่ยอมปล่อยพร้อมกับแหวนในมือที่ไม่กล้าจะสวมใส่ให้คืนอย่างที่อยากจะทำ    
       

             สองหัวใจที่แนบไว้ข้างกันในยามนี้ไม่ได้มีอะไรมากั้นเอาไว้หรอก เพียงแค่มันยังไม่พร้อมจะสื่อถึงกัน มันเหนื่อยจนล้า คืนนี้จึงน่าจะเป็นนิทราที่เงียบสงบและอบอุ่นอย่างที่ส่วนลึกในใจกำลังโหยหา .. ก่อนที่มันอาจจะไม่มีอีกแล้ว

 

-----◆◆-------------◆◆-----


 

             เช้าวันต่อมา ชานยอลตื่นมาก็พบว่าคนขยันลุกไปเปิดร้านแต่เช้าอย่างเคย อาหารเช้าแสนธรรมดาที่แม้ไม่ได้พิเศษหรือพิถีพิถันอะไรแต่เขาก็ยอมรับทุกครั้งว่ามันถูกปากตลอดไม่เคยเปลี่ยน ชานยอลอยู่กับตัวเองจนเริ่มจะคิดได้ว่าที่ผ่านมามัวทำบ้าอะไรอยู่ ไม่กี่วันมานี่ที่อยู่กันสองคนเขามัวทำอะไร ทำไมไม่รีบเคลียร์ปัญหาหัวใจให้มันจบๆไป
 

             ชานยอลตามออกมาดูก็พบว่าแพคฮยอนออกไปพร้อมกับดอกไม้หลายช่อของลูกค้า
 

             “เฮ้อ ... จะไปทำไมไม่บอกกันเลยซักคำ”
 

             ชายหนุ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่นึกเลยว่าผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งคนนี้จะทำให้เขาวิ่งตามอยู่ได้ไม่มีหยุดหย่อน ชานยอลเตรียมจะวิ่งออกไปยังรถเพื่อขับตามแพคฮยอนไปเพราะเขาไม่ไว้ใจ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

 

             Rrrrrrrrrrrrrrrrr

             “ว่าไงไค .. ตอนนี้ตำรวจเข้ามาถึงแล้วใช่ไหม อืมๆ.. ว่าไงนะ  ตอนนี้เลยเหรอ งั้นรออยู่นั่นแหละ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ชานยอลวางสายไปก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายกลับไปที่โซลแทน ไคถามเขาเกี่ยวกับเรื่องทางนี้แต่ชานยอลคิดว่าในเมื่อมันจำเป็น และทุกอย่างกำลังอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา เพราะงั้นรีบไปรีบกลับน่าจะดีกว่า

 


 

             แพคฮยอนจอดรถลงที่หน้าบ้านของลูกค้าในมุมหนึ่งของเมือง ร่างเล็กมองตามรถคันคุ้นตาที่วิ่งผ่านไปตามถนนอย่างรวดเร็ว ชานยอลไม่เห็นเขาหรอก เขากำลังสงสัยว่าอีกฝ่ายไปไหนหรือว่าจะตัดสินใจไม่อยู่ที่นี่แล้ว ซึ่งมันน่าจะดีอย่างที่แพคฮยอนต้องการ แต่เอาเข้าจริงกลับเหมือนกำลังหลอกตัวเองอยู่ รู้สึกเหมือนกับการจากลาแบบเดิมที่เขาไม่ปรารถนาอยากจะได้

             วันนี้ทั้งวันแพคฮยอนไม่กลับมาที่ร้านจนเวลาล่วงเลยสู่ยามค่ำ มอเตอร์ไซค์คันเล็กแล่นช้าๆไปตามถนนในเมืองออกสู่อีกเส้นทางซึ่งไม่ได้ห่างไกลเท่าไหร่นัก ถนนเล็กทอดยาวไปยังทางที่หากเลี้ยวอีกทีจะเป็นทางตรงเข้าไปยังที่ร้านดอกไม้ของตัวเอง เมื่อเริ่มค่ำทางก็เริ่มจะเปลี่ยวปลอดผู้คน แพคฮยอนรู้ดีว่าบ้านที่รอเขาอยู่กำลังกลับมาเป็นอย่างเก่า ไม่มีแล้วผู้ชายที่ชื่อปาร์คชานยอล

 

 

             ครึก ครึก!

             ล้อเล็กๆเริ่มคดไปตามร่องถนนที่มองไม่ถนัด แพคฮยอนปล่อยใจเหม่อไปจนแทบควบคุมรถตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ จนในที่สุดรถก็เสียหลักล้มลงข้างทางอย่างแรง แต่ยังดีที่เจ้าของมันยังไม่เป็นอะไรมาก และแทนที่จะรีบลุกขึ้นหรือร้องโอดครวญอะไร แพคฮยอนกลับทำเพียงแค่นั่งก้มหน้าอยู่กับตัวเอง เจ็บตัวไม่เท่าไหร่แต่เหมือนหัวใจมันพังไปแล้ว

 

             “...ฮึก”

 

             น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาอาบแก้มจนเปียกไปหมด ผู้ชายคนนี้กำลังร้องไห้ราวกับคนหลงทาง ในเมื่อสุดท้ายแล้วคนๆนั้นก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างที่ส่วนลึกในใจแอบหวัง แพคฮยอนกำลังเจ็บปวดและหมดแรง ไม่ไหวแล้ว หมดแล้วซึ่งทุกอย่าง คนอ่อนแอยอมแพ้อย่างไม่มีข้อแก้ตัว

 

             ใจหนอใจ รักเขาจนยากจะถอนแล้วจริงๆ

 

 




 

             แสงไฟจากหน้ารถคันสีดำส่องกระทบกับร่างของคนที่นั่งกองอยู่กับพื้น รถทั้งคันเบรกลงอย่างรวดเร็วก่อนที่เจ้าของมันจะรีบรุดวิ่งลงมา ชานยอลตกใจไม่น้อยที่เห็นแพคฮยอนนั่งอยู่ข้างกับรถมอเตอร์ไซค์ที่ล้มไม่เป็นท่า

 

             “แพคฮยอน เจ็บตรงไหนรึเปล่า” ชานยอลนั่งลงเพื่อประคองร่างของคนที่เขารัก แต่แล้วจู่ๆคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็โผเข้ากอดเขาไว้แน่น แพคฮยอนซบหน้าลงกับไหล่กว้างพร้อมหยดน้ำตามากมายที่ซึมผ่านเข้าไปถึงผิวเนื้อของชานยอล จะให้บอกไหมว่าแพคฮยอนคิดว่าจะไม่ได้เจอชานยอลอีกแล้ว คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่กลับมาแล้วเสียอีก อ้อมแขนแกร่งค่อยๆยกขึ้นกอดรัดร่างอีกฝ่ายเอาไว้ ชานยอลแนบใบหน้าลงไปอย่างหวงแหน
 

             “เงียบซะ ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่เป็นอะไรหรอกน่ะ”
 

             “ผม ผม...”
 

             “ไหนบอกมาซิว่าร้องไห้ทำไม เจ็บใช่มั้ย ให้ฉันดูแผลก่อนนะ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยน แต่แพคฮยอนกลับไม่ขยับแม้แต่นิด ชานยอลนั่งกอดร่างของแพคฮยอนเอาไว้เช่นกัน เขาจะไม่เอ่ยถามอะไรออกไปอีกในเมื่ออีกฝ่ายอยากจะอยู่อย่างนี้เขาก็จะยอมนั่งกอดเอาไว้เงียบๆแล้วกัน

 

             สักพักร่างเล็กที่ดูจะมีสติมากขึ้นจึงค่อยๆผละออก
 

             “เฮ้อ มืดแบบนี้แล้วทำไมไม่รีบกลับบ้าน” ชานยอลถาม
 

             “คุณจะรู้ทำไมล่ะ คุณจะไม่กลับมาแล้วนี่ แล้วมันเรื่องของผมทำไมต้องบอกคุณด้วย” ดวงตาช้ำๆตวัดมองค้อนคนตัวสูงกว่า ท่าทีที่ต่างไปจากเมื่อกี้ทำเอาชานยอลเหนื่อยใจ แต่เขาก็แอบดีใจนะที่เห็นว่าแพคฮยอนยังต้องการเขาอยู่
 

             “ใครบอกว่าจะไม่กลับ
 

             ก็ผมเห็นคุณไม่อยู่แล้ว
 

             ก็กลับมาแล้วนี่ไง แล้วจะตอบได้รึยังว่ามาทำอะไรตรงนี้
 

             เรื่องของผม แพคฮยอนยังคงตั้งท่าไม่ยอมรับอย่างเดิม ทำเอาคนฟังแทบจะต้องส่ายหน้ากับความดื้อนี้ แต่ก็เอาเถอะ ดูก็รู้แล้วล่ะนะว่ารถล้ม แพคฮยอนทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่แล้วทั้งร่างกลับถูกรวบไปกอดเอาไว้
 

             “อย่าเพิ่งหนีเลยนะ”
 

             “...............”
 

             “ขอร้องล่ะ ฟังฉันสักนิดเถอะนะ แค่ประโยคเดียวก็ยังดี”
 

             “...............”

 

              ขณะที่กำลังอึ้งอยู่นั้น เสียงที่เอ่ยบอกข้างหูก็ทำเอาใจดวงน้อยต้องสั่นไหว

 

 



 

             “ฉันรักนายนะแพคฮยอน”









 

.

.

Tbc. Chapter 11

 










 

ไม่รู้จะว่ายังไงดีค่ะ นายเอกของเราก็เกือบจะซึน แต่เอาเข้าจริงก็ขาดเค้าไม่ได้  *ดึงลูกชายเข้ามากอดปลอบ TT

ฟิคเรื่องนี้อึนมาก ทั้งเรื่องไม่มีอะไร แต่เหมือนพาคนอ่านไปสิงนายเอก เลยเห็นแต่มุมนายเอก ==

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ  *ยื่นถังออกซิเจนให้ ^^ ...

 

ตอนหน้านี้ ขอแอบบอกว่าเรื่องทุกอย่าง(ที่น้ำเน่ามว๊ากกกกกกก)กำลังจะถูกเฉลย ตั้งสติก่อนอ่านกันนะคะ

(ไม่ใช่อะไร ตัวหนังสือมันเยอะ ==)

 

ปล.งาน Korea Season Y & Fiction #4  วันที่ 6 พ.ค.  ใครอยากสอยฟิคเรื่องนี้มาชาบู(?)ก็มุดๆไปกันหน่อยนะคะ อยู่บูธY4ค่ะ ^^V




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

695 ความคิดเห็น

  1. #683 PINKLAND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:35
    พูดออกมาแล้วววว
    #683
    0
  2. #649 คุณพวยพวย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 20:21
    กว่าจะพูด โด่วววว
    #649
    0
  3. #633 96line's (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 16:38
    ช่วยบอกให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นเถอะนะ
    สงสารบยอนมาก
    #633
    0
  4. #618 Cha27 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 14:17
    อย่าทิ้งแบคฮยอนไปอีกเลยนะชานยอล
    #618
    0
  5. #610 ˋoshpcy. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 23:17
    ถึงชานยอลจะนิสัยไม่ดีแต่ช่วยฟังนางสัก5นาทีเถอะนะ
    #610
    0
  6. #594 [~Black_Pearl~] (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 19:15
    ยอลโดนยิง!!!! ไม่นะ TT
    #594
    0
  7. #558 baekky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 11:33
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ในที่สุดยอลก็บอกออกไปแล้ว

    ว่าแต่แบค บอกอยากให้เค้าไปพอเขากลับมากอดซะแน่นเลย 555
    #558
    0
  8. #534 sweet_memory (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 14:21
    รอเฉลยทุกๆอย่างค่ะ

    แต่สงสารคิมไคอะ งื้ออออออออออ

    ได้กับเสี่ยวลู่ ได้กับเสี่ยวลู่ 5555 (เชียร์ไปเอง 555)

    ชานยอลบอกรักอีกครั้งแล้ววว แต่แพคฮยอนจะเชื่อมั๊ยเนี่ยยย
    #534
    0
  9. #513 skyrealdream (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 00:20
    เริ่องนี้เสี่ยแลดูเป็นคนดีมาก..ปกติเห็นจะแบดๆตลอด555
    #513
    0
  10. #498 Starlight "★☆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 16:38
    อย่าดื้อเลยนะพี่แบค ฟังพี่ยอลก่อนนะ

    พี่ยอลรักพี่มากเลยนะ ♥
    #498
    0
  11. #478 LosT MY MiND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 08:58
    แบคฟังยอลหน่อยยย
    #478
    0
  12. #464 Pe'am (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 02:18
    แก ต้องฟังเค้านะ แบค !!!!
    #464
    0
  13. #443 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 21:27
    ฟังชานยอลหน่อยแบคเค้ากำลังจะเล่าทุกอย่างให้แกฟังแล้ว
    #443
    0
  14. #415 de.fang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 21:03
    โฮกกก
    ขอบคุณรถ....ที่ล้ม
    ทำให้เกิดโมเมนต์ที่ละมุนแบบนี้ 555
    #415
    0
  15. #402 '(SunYeon.,* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 23:40
    ห้ะไม่นะ ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทุกทีสิน่าาา
    #402
    0
  16. #396 May Sirirat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 18:31
    กว่านายจะบอกนะยอล

    แบคนายรับรักอีกครังเถอะ
    #396
    0
  17. #378 parksoya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 14:47
    กว่าจะบอกรักกกกกกกกกกกกก T_T
    สงสารจงอินอะ ฮือๆๆๆๆๆๆ
    #378
    0
  18. #328 Beloved-jae (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 19:16
    อ๊ายยยยย เข้าใจกันสักที

    ทำไมปี้ท็อปมาเปนตัวโกงละเนี้ยะ

    แล้วปี้ท็อปทำอะไรคยองซู นิสัยเสียนะ

    เด่วจะโดน ไปทำอะไรให้ไรท์โกรธใช่ไหม

    เขาถึงจับมาเปนตัวโกงเนี้ยะ??????
    #328
    0
  19. #300 ChanBaek_F (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 13:00
    อยากให้ชานเเบคมีความสุข

    ยอลรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จนะ
    #300
    0
  20. #283 อุรณา _ เมฆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 21:36
    ส่งคยองซูมาปลอบใจไคเลยไรท์ แบคฟังชานหน่อยนะ ชานก็พูดไปเลยทุกอย่างที่อยากบอกอ่ะ พูดออกไปให้หมด
    #283
    0
  21. #275 chanchan123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 22:21
    จะดีกันแล้วใช่มั้ย อิอิ
    #275
    0
  22. #263 dokidoki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 22:38
    เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ชานยอลจะจัดการทุกอย่างแล้ว
    น้องแบคจะมีความสุขแล้วสินะ ดีใจน้ำตาจิไหล ;-;
    รักไคมากพระเอกสุด -3-
    #263
    0
  23. #262 TOONuknik (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 17:25
    โอ้ยยยคุณไคพระเอกมากกกกกก
    ชอบมากที่บอกไม่ได้หวังง โอ้ยยยขอผู้ชายคนนี้ ฮือออ
    ยอลบอกรักไปแล้ว อ๊ากกดดกจะสวีทกันเหมือนเดิมแล้วใช่ม้ายย
    ยอลกล้าบอกกล้าพูดไปเลยยยย แพคคคสุดท้ายก็ขาด
    ปรีชาญชัยมิได้ ดีมากกกกลูกมิ๊ อิ้อิ้
    #262
    0
  24. #261 tHeSP (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 15:16
    มันไม่เกือบจะซึนนะ มันซึนจริงๆ 55555555555555555555

    อิแบคนี่ไม่ยอมฟังอิยอลมันเล้ยยยยยยย หัดเงียบแล้วฟังบ้างเถอะ

    ถึงแกจะคิดว่ามันโกหก แต่ก็ทนฟังมันหน่อยจะเป็นไรไปเล่า า าาาาาาา

    เห็นปะละ พอเค้าอยู่ก็ทำเป็นเมินเค้า พอเค้าไปก็โหยหาเค้า

    ชอบอ่ะ ชอบตอนที่อิยอลไปเจอแบครถล้ม อิแบคโผเข้ากอด แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    อิแบคแลดูไม่ซึน แลดูซื่อสัตย์กับเสียงของหัวใจตัวเองดี

    อิยอลก็น่าจะใจชื้นขึ้นมาได้แล้วนะ เพราะเห็นได้ชัดเลยว่าแบคต้องการตัวเอง

    นี่ละนะ... คนรักกัน ยังไงก็ยังรักกัน แม้ว่าจะดีร้ายยังไงก็ยังรักกันจริงๆ...

    คำบอกรักของอิยอลนี่จะทำให้แบคฮยอนดีใจหรือเจ็บปวดกันละเนี่ย... ฉันกลัวอย่างหลัง...

    อธิบายด้วยนะชานยอลลลลลลลลลล อธิบายเรื่องราวที่ผ่านมาด้วย

    อิแบคจะได้หายซึนสักที หรือมันจะซึนหนักกว่าเดิมวะ? -0-



    จงอินหล่อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!! กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    พระร๊องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง พระรองงงงงงงงงงงงงงง แอร๊ยยยยยยยยย >/////<

    เป็นอะไรที่กล้ามากแมนมาก ไม่กลัวชานยอลเลย ไม่กลัวที่จะยอมรับความจริง

    ชอบก็บอกว่าชอบ แม่งหล่อสวดดดดดดดดดดด ไม่โง่เหมือนอิยอล 555555555

    ฉันอยากจะไคแบคจริงๆ ให้ตาย ฮึ้ยยยยยยยยย ><



    #261
    0
  25. #260 ヽจี | ดี . (?) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 00:17
    แอร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ><'
    จะคืนดีกันเเล้วใช่มั้ยยย เย้เย้
    #260
    0