[Yaoi : KHR All59] The Short Series

ตอนที่ 14 : ::ประกวดฟิคสั้น:: Betting life Dramatic [1859]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ธ.ค. 57







เวลาโหวตนะจ๊ะ ใส่ชื่อคนโหวต+ชื่อเรื่องที่จะโหวต (Betting Life 1859) นะจ๊ะ



ป.ล.ไม่แนะนำให้โหวต เพราะอะไร....ไปดูตอนจบได้ค่ะ - -* 555 //โดนสอยย?

ป.ล.2 ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องดิฉันมิได้ขัดเกลาแต่อย่างใด ถ้าเพี๊ยนก็ข้ามการบรรยายได้นะคะ //สอบตกเรื่องนี้สุดๆ = =!!

ป.ล.3 แค่เม้นท์ให้ข้าพเจ้าก็พอ โหวตนั้น ไม่สนใจอยู่แล้วค่ะ >[ ]<!! เราเอาแค่เม้นท์?? 555

ป.ล.4 ฟิคทุกเรื่องเริ่มปฏิบัติการเดินฟิคแล้วนะจ๊ะ //ทยอยอัพในเร็วๆ นี้ *สาธุเถอะ เมิงขาาา 555*

ป.ล.5 ขอฝาก ขค. ถึงนักอ่านที่ไม่มี id ทุกท่านนะจ๊ะ อยากให้มาคุยกันหน้า id บ้าง
(มีคนนึงล่ะที่เราอยากส่งกระแสจิตไปหา 555 //ไม่บอกหรอกใคร ชื่อ ผู้ชอบ 59 คนนั้นแหละ #ขนาดไม่พูดนะ -*-)

>> หน้า id เรกิ เองงงง!! <<

เราอยากรู้จักท่านนี้มากกกกกก TvT ถ้าเขายังอ่านฟิคเราอยู่ก็คงจะดีนะ //นั่งยิ้มแต่น้ำตาคลอ??


 

Title : Betting Life Dramatic
Pair : 1859 [Hibari Kyoya X Gokudera Hayato]
Rate : PG-13(?)
Category : Romantic & Drama
Writer : TheSeeker Reki.





“กรุณางดบุหรี่ในบริเวณโรงเรียน เจ้าสัตว์กินพืชหน้าไม่อาย”

เสียงดุดันพูดแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันเงียบงันที่เคว้งคว้างบนดาดฟ้านามิโมริทันทีเมื่อเขากำลังเดินตรวจสถาบันอันเป็นที่รักอยู่ ขณะเดียวกันชายเจ้าของเรือนผมสีเงินที่โดนกล่าวถึงกำลังยืนดูดสารพิษแท่งเล็กอย่างสบายอารมณ์ มันทำให้เขาเริ่มชักสีหน้าใส่อย่างหงุดหงิดพร้อมกับเดินหลีกเลี่ยงหนีชายที่กำลังยืนจ้องมองด้วยสายตาอันไม่เป็นมิตรที่ส่งมาให้ เพราะตัวร่างบางเกิดอาการรำคาญและไม่ชอบใจที่เอะอะก็เอาแต่มาห้ามขัดใจอยู่เรื่อย หรือไม่ก็ชอบมาสั่งนู่น บังคับนี่

 

โกคุเดระเป็นคนที่รักอิสระไม่ชอบให้ให้มาควบคุมใจอยู่แล้ว ดังนั้นการที่ฮิบาริขึ้นมาพูดแบบนี้ซ้ำๆ มันก็ไม่แปลกเลยที่ร่างบางจะหงุดหงิด พูดง่ายๆ

....โกคุเดระก็เหมือนกับสายลมที่อยากจะพัดไปทางไหนก็ได้ตามใจฉันนั่นแหละ

 

“หนวกหู”

ริมฝีปากปากพูดโดยไม่สนใจหัวหน้ากรรมการนักเรียนเลยแม้แต่จะมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ขาบางเรียวยาวสาวเท้าเดินหนีไปอย่างเบื่อหน่าย บุหรี่ตัวแรกที่โกคุเดระคาบไว้อยู่ เขาก็คายลงกับพื้นและใช้เท้าคู่เล็กบดขยี้มันด้วยความฉุนเฉียวและเตรียมจุดบุหรี่ตัวที่สองขึ้นมาใหม่ หารู้ไม่ว่ายิ่งกระทำแบบนี้มันยิ่งเป็นการกระตุ้นต่อมของหัวหน้ากรรมการนักเรียนเป็นอย่างดี

 

ฮิบาริยืนมองชายที่แสดงพฤติกรรมเอาแต่ใจและยากต่อการบังคับ ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับเอ่ยปากขู่ชายที่กำลังสูบบุหรี่อย่างพอใจ

 

“ผมจะนับ 1 ถึง 3 ถ้าคุณไม่คิดจะดับมันล่ะก็...หึหึ เจอดีแน่!

แต่ประโยคคำขู่แสนจะเผด็จการของฮิบารินั้น เหมือนเจ้าตัวก่อปัญหาจะไม่สนใจคำพูดของชายเรือนผมสีดำรัตติกาลเลยแม้แต่น้อย บุหรี่ตัวที่สอง เขาก็ยังคงจุดและดูดมันไปเรื่อยๆ พร้อมกับคายควันบุหรี่สีเทาออกมาไม่รู้จักพอ

 

ร่างสูงที่ยืนมองอยู่นั้นก็เริ่มตัดสินใจสาวเท้าเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนพิงกำแพง สูบบุหรี่และเอาแต่แหงนมองท้องนภาอันกว้างใหญ่

 

....อยากขย้ำหัวใจของชายที่รบกวนก้อนเนื้อข้างซ้ายมาเป็นเวลานานเหลือเกิน....

 

“1”

ร่างบางยังคงไม่สนใจเสียงของฮิบาริ เขาเริ่มเปลี่ยนอิริยาบสท่ายืนพิงกำแพงเป็นทรุดนั่งลงอย่างช้าๆ หัวหน้ากรรกมการนักเรียนก็ยังคงไม่ละสายตา ทำให้โกคุเดระต้องสะบัดเบือนโครงหน้าหนีฮิบาริที่ยืนจ้องมองตนเองไม่เลิก เพราะเขาอยู่ตรงข้ามตนเองเพียงแค่ไม่กี่ก้าว

 

“2”

ร่างสูงเริ่มสาวเท้าก้าวมาข้างหน้าอย่างช้าๆ ด้วยความใจเย็น แต่โกคุเดระก็ยังคงดื้อดึงไม่สนใจทำเป็นไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว แถมยังไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะประสบกับอะไร เขาพ่นเขม่าควันสีเทาออกมาฟุ้งกระจายไปทั่วเพื่อไม่ให้ฮิบาริเข้าใกล้ตัวเขาเลย แต่นั่นมันกลับกลายเป็นยั่วประสาทฮิบาริเองซะมากกว่า

 

....คิดจะเล่นกับใคร ก็ให้มันรู้จักหน่อย ฮายาโตะ....

 

“3”

ทันทีที่จบตัวเลขสุดท้ายของชายเรือนผมสีดำรัตติกาล ฮิบาริก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของร่างบางที่เอาแต่ดูดสารพิษอย่างไม่เกรงใจ ร่างสูงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วค่อยๆ นั่งลงตรงหน้าชายเจ้าปัญหาช้าๆ ฮิบารินั่งจ้องมองนัยน์ตามรกตคู่สว่างงามที่กรอกตาหนีจนพอใจ เขาก็ใช้แขนทั้งสองข้างของตนกั้นพื้นที่ให้โกคุเดระขยับตัวหนีไม่ได้ หรือเรียกว่าคร่อมตัวนั่นแหละนะ นัยน์ตาเขียวสว่างที่หลบสายตากลับเบิกตากว้างอย่างแปลกใจพร้อมกับถอนบุหรี่ออกจากริมฝีปากตนเองเพื่อต้องการจะแหกปากโวยวายชายที่มารบกวนเวลาความสุขของตน

 

แต่การที่ร่างบางคิดจะโวยวายโต้เถียงกับฮิบาริ เคียวยะ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดถนัดเลยทีเดียว

 

....พลาดซะแล้วล่ะ....

 

“อุ๊!! อื้อออ....”

ริมฝีปากหนาพุ่งจู่โจมรุกเข้าไปที่โพรงปากเล็กหวานอวบอิ่มและชุ่มชื้นอันนุ่มนวลทันทีที่ร่างบางปล่อยโอกาสทองออกมา ลิ้นของฝ่ายรุกเริ่มสอดแทรกไล่ต้อนลิ้นเล็กที่อ่อนประสบการณ์และเริ่มคุมเกมส์เรื่อยๆ แม้จะมีแต่กลิ่นของบุหรี่แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารังเกลียดหรือต่อต้านแต่อย่างใด แขนทั้งสองข้างของฮิบาริ จากที่กั้นบังอาณาเขตโกคุเดระเขาก็เปลี่ยนอิริยาบสมาสวมกอดร่างบางที่ตัวอ่อนหมดเรี่ยวแรงในการขัดขืน ริมฝีปากหนายังคงบดขยี้รุกล้ำไม่หยุดหย่อน แต่เพราะมือวุ่นวายของชายเรือนผมสีเงินที่อยู่ไม่สุขนั้น เอาแต่ทุบตีและใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักตัวฮิบาริที่กำลังแลกลิ้นอย่างเพลินอารมณ์ จนในที่สุดหัวหน้ากรรมการนักเรียนก็ต้องยอมถอนจูบออกมาอย่างเสียดาย และทันทีที่ร่างบางได้โอกาสตัวเองกลับคืนมา เสียงหวานก็เริ่มอาละวาดใส่อย่างฉุน

 

“ท ทำอะไรของแก ฮิบาริ!!

 

“จูบไง ก็ผมบอกแล้วว่า ถ้าคุณไม่ดับบุหรี่ภายใน 3 วิ เจอดีแน่”

 

“บ บ้าไปกันใหญ่แล้ว แกประสาทรึยังไงมาจูบผู้ชายด้วยกันเองน่ะ”

 

“ผมจะจูบ แล้วคุณจะทำไม”

สิ้นประโยคคำขาดของฮิบาริ ทำเอาโครงหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขิน แต่ใจโกคุเดระยังไม่ยอมรับกับความรู้สึกของตัวเอง แน่นอนล่ะ จู่ๆ ก็โดนจูบบนดาดฟ้าแถมคนที่จูบเป็นชายที่ไม่ชอบขี้หน้า เป็นใครก็คงจะต้องตะลึงอึ้งช็อคไม่น้อย เสียงหวานยังคงรับไม่ได้ก็เถียงกลับไปทั้งที่ยังเขินและสั่นอายอยู่ แม้ว่าจะเถียงสู้ไม่ได้ก็ตาม

 

“ช ชะ ชั้นไม่ชอบ!!

 

“แต่หน้ามันฟ้องว่าคุณชอบ”

 

“ช ชอบ ชอบอะไรของแก ฮิบาริ!!

 

“หึ นี่เป็นจูบแรกของผม จำไว้ซะด้วย”

ร่างสูงพูดไปพลาง เอามือไปลูบแก้มที่แดงระเรื่อไม่หยุดไปพลาง แถมยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อสบตามองมรกตคู่สวยสว่าง หารู้ไม่ว่ายิ่งฮิบาริทำแบบนี้ หัวใจของร่างบางแทบเต้นรัวไม่เป็นจังหวะปกติทวีคูณ และไม่ใช่แค่เพียงหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาเท่านั้น อุณหภูมิในร่างกายเริ่มร้อนขึ้นจนแสดงออกพุ่งไปที่ใบหน้าขาวสวยหนักกว่าเก่า

 

ปรี้ดดดดด...

 

โกคุเดระหน้าแดงเกินขีดจำกัดอย่างชัดเจน เพราะการกระทำของร่างสูงที่ทั้งทารุนกลั่นแกล้งหัวใจอันแสนบอบบางราวกับผ้าไหม และความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายในลึกๆ ของฮิบาริ มันทำให้ร่างกายของโกคุเดระสั่นๆ แต่เพราะนิสัยอันอวดเก่งยังคงมีมาดอยู่ไม่น้อย มือบางจึงรีบปัดมือหนาที่กำลังลูบแก้มนิ่มๆ แสนจะร้อนระอุด้วยพิษเขิน โกคุเดระจึงรีบตวาดใส่แก้ความอ่อนแอในใจทันที

 

“ชั้นต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายพูดมากกว่าเฟร้ยย!! ฮิบาริ!!

 

“....เมื่อไหร่จะเชื่องซักทีนะ เจ้าสัตว์กินพืช”

ฮิบาริยังคงไม่ลดละความพยายาม เขาไม่สนใจคำพูดคำจาที่โผงผางรุนแรงของร่างบางซักนิดเดียว มือหนายังคงซุกซนต่อไปไม่หยุด เขาเปลี่ยนจากลูบแก้มที่แดงระเรื่อที่เพิ่งโดนปัดทิ้งเมื่อครู่ เป็นยีเรือนผมสีเงาสวยแทนและนั่งลงพิงกำแพงข้างๆ ชายที่ก่อปัญหา โกคุเดระไม่สามารถจะต่อต้านการกระทำของฮิบาริได้เลย เขาจึงทำได้แค่เบือนหน้า เบือนสายตาหลบหนีชายเรือนผมสีดำรัตติกาลที่นั่งข้างๆ ตนเอง และก็คงมีแค่เพียงพูดจาถกเถียงใส่แทนเท่านั้นที่เขาทำได้ในตอนนี้

 

“ช ชั้นเป็นคนนะเว้ย!! ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของแก ฮิบาริ!

หัวหน้ากรรมการคุมกฏที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขำออกมาในลำคอเบาๆ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้โกคุเดระพร้อมทั้งพูดสวนกลับไปทันที

 

“หึ ใช่หรือไม่ อนาคตคุณก็ต้องเป็นของผม”

 

ฉ่า ฉ่า ฉ่า ฉ่า....

 

เหมือนร่างกายของโกคุเดระจะยับยั้งความรู้สึกแปลกๆ นี้ไม่ได้ มันทำให้ความร้อนในร่างกายไหลออกมาเรื่อยๆ และไปแสดงผลที่หน้าหวานซ้ำอีกครั้ง จนโกคุเดระที่อดทนกับการกระทำของฮิบาริไม่ไหว เขาต้องผลักใบหน้าหล่อคมออกห่าง แน่นอน ต่อจากผลักใบหน้าชายที่รักกฏระเบียบออกไปแล้ว สิ่งที่ต้องตามมาก็คือ เสียงตะโกนของร่างบาง ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ

 

“ป เป็น เป็นอะไร อย่ามาพูดจาเหลวไหลหน่อยเลย!

 

“เหลวไหลหรือไม่ ยังไงคุณก็ต้องเป็นของผม”

 

“พอซักที! แกอย่ามากวนใจชั้นจะได้มั้ย ฮิบาริ!!

สิ้นประโยคของโกคุเดระ ร่างสูงชะงักตัวชั่วครู่หลังจากที่ได้ยินประโยคอันเสียดแทงใจ เขาจึงเลิกเย้าแหย่ร่างบาง ไม่ว่าจะเป็นมือไม้ที่แสนซุกซนอยู่ไม่สุข หรือการที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้บ่อยๆ ฮิบาริกลับเข้าสู่โหมดนิ่งเงียบขรึมอีกครั้ง และนั่งอยู่นิ่งๆ เพื่อให้โกคุเดระเลิกฉุนเลิกหัวเสียไประยะหนึ่ง

 

เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้แล้ว ฮิบาริจึงเริ่มปริปากถามเข้าประเด็นที่คารังคาซังหัวใจของตน

 

“คุณรำคาญ?”

 

“เออสิ! ชอบมาขัดอารมณ์ชั้นอยู่เรื่อย”

โกคุเดระพูดทันทีที่ได้ยินคำถาม เขาตอบอย่างไม่คิดอะไรเลยซักนิด และฮิบาริก็ยังคงถามต่อไป

 

“คุณไม่ชอบ?”

 

“แหง๋ล่ะ! มากวนเวลาแบบนี้ ใครเค้าจะชอบกันบ้างล่ะ”

 

“งั้น....คุณเกลียด?”

 

“....”

ริมฝีปากบางที่กำลังจะอ้าปากเถียง ถึงกับค้าง เขาอ้าปากค้างไปชั่วขณะ เพราะคำถามที่ได้ยินมันให้ความรู้สึก

...ตรงกันข้ามกับหัวใจตนเอง...

คำถามนี้ทำให้โกคุเดระนิ่งเงียบเป็นหินและไม่คิดที่จะตอบคำถามฮิบาริ เอาแต่เงยหน้ามองท้องฟ้าเลี่ยงตอบคำถามแทน นัยน์ตาสีนิลจ้องพฤติกรรมของชายที่ชอบแหกกฏ แล้วเน้นย้ำคำถามเดิมอีกครั้งเพื่อเค้นคำตอบจากโกคุเดระ

 

“คุณเกลียด ใช่หรือไม่ กรุณาตอบ”

ร่างบางนิ่งไปชั่วครู่แล้วค่อยๆ ยอมตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าตอบไม่ได้ แต่เพราะความสับสนในใจลึกๆ นั่นแหละ เป็นชนักของคำตอบมากกว่า

 

“....ไม่ ไม่ได้เกลียด แล้วก็ไม่ได้ชอบด้วย”

ความอึดอัดในใจของหัวหน้ากรรมการนักเรียนที่แบกรับกลั้นไว้มานานถึงกับโล่งปลอดโปร่งทันใด ฮิบาริฉีกยิ้มอย่างหมดทุกข์ราวกับ...เรื่องทุกอย่างมันใกล้จะเป็นความสุขที่แท้จริง

มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปจับศีรษะเล็กอย่างถนอมมือแล้วดันให้มาซบไหล่ตนเอง ทำให้สภาพทุกอย่างกลายเป็นโกคุเดระนอนซบพิงบ่าแสนกว้างของฮิบาริสมใจที่เขาอยากให้ร่างบางกระทำมานาน แต่มีหรือว่าชายขี้โวยวายจะอยู่นิ่งๆ ให้ตามใจ ร่างบางก็เริ่มดิ้นขลุกตัวไปมาเพื่อต้องจากที่จะหลุดจากพันธนาการแสนอบอุ่น เพียงเพราะแค่ใจยังไม่พร้อมจะรับเท่านั้นแหละ

 

แต่สิ่งยุติสยบความเอาแต่ใจของโกคุเดระได้นั้น ก็เป็นแค่เพียง

...คำพูดสั้นๆ

 

“แต่ผมชอบคุณ”

นิ่ง นิ่งยาว นิ่งสนิท โกคุเดระเลิกดิ้น เลิกโวยวาย เลิกกระทำทุกสิ่ง แล้วกลายเป็นเอาใบหน้าของตนเองมาซุกซบที่ไหล่ของฮิบาริอย่างอ่อนล้าด้วยตัวเองแทน ตอนนี้เขาแทบจะพูดอะไรไม่ออกซักคำ คิดจะเถียงหรือโวยวายยังไปต่อไม่ได้ สมองแทบจะขาวโพลนไปหมด เพราะแค่คำพูดคำเดียวที่ทำให้ทุกๆ อย่างกระจ่างชัดเจนมากขึ้น

มือหนาของฮิบาริเลิกบังคับดันศีรษะเล็กน่ารักให้นอนซบบ่าตนเองก็แล้วเปลี่ยนมาลูบเรือนผมสีเงินอย่างเบาๆ พร้อมกับพูดความในใจระบายมันออกมาเรื่อยๆ

 

“ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง ผมก็ชอบคุณ ฮายาโตะ”

 

“ช ชั้นเกลียดแก! ฮิบาริคนบ้า!!

เสียงหวานตะคอกใส่ทั้งๆ ที่ยังคงซุกหน้าหนีความรู้สึกตัวเองที่มีให้กับฮิบาริอยู่ดี แต่นั่นไม่ได้แปลว่าปฏิเสธหัวใจตนเองเลย มันเรียกว่า ปากไม่ตรงกับใจ มากกว่า เพราะร่างสูงลอบยิ้มอย่างอ่อนโยนออกมาได้อย่างเปิดเผย ความรู้สึกของโกคุเดระนั้น ฮิบาริเป็นคนเดียวที่รู้และเข้าใจ ไม่แปลกที่เขาจะยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุขขนาดนี้

 

“โกหกไม่เนียนนะ แล้วก็ผมขอล่ะ เรื่องสูบบุหรี่ ช่วยรักตัวเองเพื่อผมบ้าง ทำได้มั้ย ฮายาโตะ”

ทั้งประโยค คำห่วงใย ทุกคำพูดต่างๆ แทบไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้ได้เลยด้วยซ้ำ มันกลับย้ำใจโกคุเดระขึ้นเรื่อยๆ เพราะคงจะเลี่ยงเสียงของหัวใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว โครงหน้าสวยจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสนทนาด้วยเพราะคำขอร้องแสนจะหายากจากผู้ชายที่อันตรายคนนี้

 

“...ช ชั้นจะไม่สูบก็ได้ แต่ชั้นไม่ได้ทำเพื่อแกนะ ฮิบาริ อย่าคิดไปไกลซะล่ะ”

ประโยคขัดใจของโกคุเดระมันส่งผลให้ฮิบาริหน้าแดงเล็กน้อย ถึงคนอื่นจะฟังดูแล้วมันไม่ได้ให้ความโรแมนติกเลยซักนิด แต่สำหรับเจ้าตัวแล้ว มันให้ทั้งความรู้สึกอ่อนหวานและอ่อนโยน เพราะหน้าตาของทั้งสองคนนั้น ยิ้มออกมาอย่างไม่อายใคร รอยยิ้มของความสุขใจ เป็นใครก็ต้องอิจฉาถ้าได้ลองมาเห็นภาพเหล่านี้

 

“คุณนี่มัน...สัตว์กินพืชจริงๆ”

จบประโยคคำติดปากของร่างสูงที่ชอบพูดเป็นประจำ ฮิบาริค่อยๆ ดึงโกคุเดระเข้ามาไว้ในอ้อมแขนของตนเองด้วยความโหยหา ซึ่งมันมากกว่าคำว่า รัก แม้คำพูดของชายทั้งสองคนนั้น ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้แลดูไม่น่าจะเป็นคนรักกันได้เลยแม้แต่น้อยก็ตาม แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองคนมันก็ฟังดูน่ารักไปอีกแบบเลยล่ะ ถ้าไม่ใช่คนรักกันก็คงไม่เข้าใจคำพูดเหล่านี้หรอก เพราะเขาไม่ได้ใช้ประโยคร้ายๆ มาบอกรักกัน แต่ทุกๆ ครั้งที่ได้คุยกัน พวกเขาทั้งสองคนนั้น ต่างใช้...ความรู้สึกของหัวใจมาคุยกันต่างหาก

 

มันเป็น...รักแรกพบของผม พูดแล้วอาจจะไม่เชื่อก็ได้ เพราะมาถึงก็เอาแต่หาเรื่องทะเลาะกันทุกๆ ครั้ง ตั้งแต่ที่เราสองคนเจอกัน

 

แต่คุณก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้หรอก ภายนอกเราสองคนจะเล่นงานซะหนักจนน่ากลัวก็ตาม แต่ความหอมหวานอบอวลภายในมันเหนือกว่าสิ่งอื่นใดจริงๆ ถึงจะไม่มีใครเข้าใจเราสองคนก็ตามที

 

 ถ้าเป็นไปได้จริงๆ ล่ะก็ ผมอยากย้อนเวลาตอนนั้นให้หวนกลับมาเหลือเกิน

เวลาอันแสนสั้นแต่มันทั้งอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ ความสุขที่ยิ่งใหญ่

แต่เวลาเหล่านั้นมันก็จบลงอย่างรวดเร็ว...เพราะมันสั้น จนเกินกว่าจะบอกว่า สั้นเกินไป ซะอีกด้วยซ้ำ

 

ผู้ชายคนนึงที่เจ้าระเบียบเนี๊ยบเป๊ะกับกฏเหล็ก วันๆ ก็เอาแต่ขลุกตัวกับนามิโมริ

ส่วนผู้ชายอีกคนที่เอาแต่อยากจะฝักใฝ่เป็นว่าที่มือขวาวองโกเล่อย่างภาคภูมิ

 

มันไม่น่าเชื่อว่าต่างคน ก็ต่างบุคลิก แต่กลับต้องมาเจอกันในที่ที่เรียบง่าย...ช่างน่าประหลาดเสียจริง

ความเย็นชา กับ ความบ้าระห่ำ...มันเข้ากันได้ดีเกินคาด ทั้งที่หลายๆ คนชอบพูดกรอกหูกันอยู่บ่อยๆ สม่ำเสมอประจำ คู่นี้ต้องอยู่ไม่รอดแน่ๆ

แน่นอนล่ะว่า เรื่องทะเลาะกัน เราสองคนก็มีบ่อยๆ ไป เรียกว่า วันไหนไม่กัดกันคงเป็นวันที่โลกใกล้ระเบิดแล้วจริงๆ ครับ

แต่การทะเลาะของเราทั้งคู่ มันทำให้อะไรๆ ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น แถมยังได้รู้จักนิสัยตัวตนที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้าม ข้อนี้นับว่าเป็นข้อที่ดีที่สุดมากกว่าซะอีก ใครจะว่ายังไงก็ตาม แต่พวกเราสองคนก็ไม่เคยแคร์หรือสนใจเลยก็ตาม

 

มันจึงกลายเป็นความหนักแน่นมากขึ้น

 

ความรักของพวกเราจึงสวยงามและเปล่งประกายตลอดเวลา

การโคจรของเราทั้งสองคนนั้น ผมคงจะเรียกว่า พรหมลิขิต ก็คงจะได้ล่ะนะ และคิดว่าคงจะเป็นแบบนั้น

เรื่องราวของพวกเรานั้น ใครต่อใครก็รับรู้กันทั่วโลกแล้วจริงๆ ว่าพวกเราคบหากัน เป็นแฟนกัน

แน่นอนล่ะว่า ศัตรูคู่แข่งมีเยอะจนน่ากลัวไม่น้อยเลย แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะมีคนพรากเราทั้งสองคนออกไปจากกันได้ ผมมั่นใจและมันก็ยังคงเป็นแบบนั้นเรื่อยมา...จนกระทั่ง....

 

!!!!!!!!!!!!

 

พระเจ้าเถอะ!! เกิดเรื่องบ้าอะไรกับผมด้วย เชื่อมั้ยว่าผมแค่ตั้งใจจะเดินมามุงดูเฉยๆ เองนะ ก็เห็นพวกวัยรุ่นแห่กันวิ่งกรูเข้ามาดูให้ล้นกลางท้องถนน ไม่เพียงแค่นั้นนะ ยังจะเอาเหล็กมากั้นปิดทางแบบนี้อีก เป็นคุณก็ต้องสนใจ ใช่มั้ยล่ะ!

 

วันนี้มันกลายเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะมีอิสระ เพราะว่าไอ้ไทมุงนั่นแหละ!! มันกลับทำให้ผมต้องประสบปัญหานี่อย่างเหลือเชื่อจริงๆ เพราะเจ้านั่นมันหาว่าผม...

 

โดนต้องสาป!?

 

แต่ที่ไม่น่าเชื่อเลยอีกเรื่องจริงๆ ก็เพราะไอ้เกมส์นรกซังเตที่ผมโดนบังคับนี่เท่านั้นแหละนะ มันทำให้ผมได้รู้อะไรหลายๆ อย่างจากคนที่ผมเกลียดที่สุดใน 10 จักรวาลทางช้างเผือกเลยเหมือนกัน จะเรียกว่า....

 

เกลียดจนกลายเป็นคนรักไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไม่สิ...หรือมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้

 

ผมว่า ผมรักเขามานานแต่เพิ่งจะมารู้ตัวมากกว่ามั้ง? เพราะใครหลายคนก็มองพวกเราเป็นคนรักกัน แต่ผมก็ไม่ได้รังเกลียดหรือขัดใจอะไร ความรู้มันบอกว่า....

 

....รู้สึกดี….

 

เมื่ออยู่กับผู้ชายคนนี้ แม้ว่าพวกเราจะทะเลาะกัน เถียงกัน กัดกัน ทุกวันก็ตามเถอะ...

 

และกว่าจะมารู้ตัวอีกที ความรักของผมที่วิเศษกว่าใครๆ ทั้งสวยงามและสดใส และความรักครั้งแรกที่ผมได้รับนั้น มันกลับขาดลงไปก่อนที่จะได้เห็นตอนจบ ซึ่งมันมีเพียงมีแค่ครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย

 

...ตอนจบของความรัก

 

ตัวของผมเองก็เพิ่งจะมารู้ตัวว่าผม...คิดยังไงกับผู้ชายคนนี้ คนที่ผมเกลียดที่สุด และคงเป็นวันนั้นนั่นแหละ ที่ผมโดนหมอนั่นขโมยจูบบนดาดฟ้าน่ะ

 

แต่ก็ขอยอมรับ ผมกล้าพูดได้จริงๆ จากใจเลยนะ คุณจะเชื่อมั้ยล่ะ วันนั้นที่เจ้าบ้านั่นมาพูดกับผมว่า

 

“ช่วยรักตัวเองเพื่อผมบ้าง ทำได้มั้ย” เพียงแค่ประโยคนี้ประโยคเดียวที่ทำให้ผมงดบุหรี่ได้เกินครึ่ง!!

 

นี่ตัวผมไม่ได้คิดจะเชื่อฟังอะไรหมอนั่นเลยซักนิด แต่ภาพของเจ้าบ้าเลือดรักสถาบันมันกลับลอยเด้งขึ้นมาทุกครั้งเมื่อผมอยากจะสูบบุหรี่ ภาพที่ดูหายากทั้งอ่อนโยน ใจดี และมีเสน่ห์ มันสะกดการกระทำที่ติดเป็นนิสัยเสียๆ ได้และมีเพียงแค่ผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่รั้งได้....แค่คนเดียว

 

ไม่เพียงเท่านั้นนะ ใบหน้าของคนบ้าที่ผมไม่ชอบยังจะหลอกหลอนปั่นป่วนหัวใจของผมตลอดเวลาที่ผมนั่งเหม่อหรือเจอกันทุกที จนตอนนี้ผมกลับเป็นฝ่ายถอนตัวจากความรู้สึกนั่นไม่ได้อีกแล้ว

 

นี่สินะ ที่เขาเรียกกันว่า....ตกหลุมรัก

 

ย้อนกลับไปก่อนที่ผมจะเดินมาแถวไทมุงดีกว่านะครับ

ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากจุดนี้...

ผมจะไม่โทษใครทั้งนั้น นอกเสียจาก

 

...ตัวผมเองที่ผิด...

 

 

“โกคุเดระ วันนี้ว่างรึเปล่า”

ต้นเสียงจากโทรศัพท์มือถือของร่างบางพูดแทรกขึ้นมาทันทีที่เขารับสายอย่างเร่งรีบเล็กน้อยพร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมาทันที ทำให้เจ้าของมือถือที่เพิ่งรับสายขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในขณะที่กำลังจะจุดบุหรี่สูบพอดี

 

“ว่าง แล้วมีธุระอะไร เจ้าบ้าเบสบอล”

เสียงหวานตอบกลับไปอย่างไม่ได้คิดอะไร ทำให้ปลายสายที่โทรเข้ามาได้ยินเช่นนั้นก็กระดี้กระด้าขึ้นมาราวกับถูกหวยร้อยล้านได้

 

“ไชโย่!! โกคุเดระว่างจริงๆ สินะ”

เพราะว่าปลายสายที่ติดต่อเขานั้นทำตัวเด่นสะดุดเกินไปของทุกๆ วัน มันส่งผลให้โกคุเดระที่กำลังสูบบุหรี่อย่างเพลินอารมณ์ต้องดับบุหรี่ลงและรีบตั้งคำถามสวนกลับไปด้วยความไม่เข้าใจหนักกว่าเก่า

 

“อะไรของแก ชั้นว่างแล้วจะดีใจทำไม มีอะไรให้น่าดีใจกันนักหนา”

 

“ก็วันนี้ชั้นมีแข่งเบสบอลนัดรอบชิงชนะเลิศด้วย เลยอยากให้โกคุเดระมาดูให้ได้น่ะ”

ร่างบางที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบกลับไปอย่างไม่ต้องคิดคำตอบและไม่รอช้า

 

“อ๋อ ถ้าเรื่องนั้น ชั้นขอผ่าน”

เสียงของยามาโมโตะร้องตะโกนออกมาอย่างดังจนโกคุเดระต้องเอามือถือเบี่ยงออกจากใบหูของตนเองทันที

 

“เอ๋!! ทำไมล่ะ นี่ชั้นอยู่หน้าแมนชั่นนายแล้วนะ เอาตั๋วมาให้โกคุเดระโดยเฉพาะด้วย”

 

“ก แก!! มาอยู่ที่หน้าแมนชั่นชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ยามาโมโตะ”

มือบางขยี้หัวตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะตัวเขาโดนมัดมือชกซะแล้ว เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับยามาโมโตะ ผิดถนัดเลยล่ะ ซึ่งต้องบอกว่าเขาเตรียมพร้อมดักทางมาดีเลยทีเดียว

 

“ฮ่าๆๆๆ ตั้งแต่ที่โทรไปแล้วล่ะ”

 

“เออๆๆ เข้าใจแล้วๆ รอ 5 นาที แล้วชั้นจะไปด้วยแล้วกัน”

ในที่สุด โกคุเดระจึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างจำเป็น เขาเริ่มเปิดตู้เสื้อผ้าควานหาเสื้อตัวโปรดมาเปลี่ยนเสื้อด้วยความช่วยไม่ได้

 

“สัญญาแล้วนะ”

 

“เออ!!

 

ติ๊ดดด...

 

หลังจากที่มือบางตัดสายเจ้าปัญหาทิ้ง เขาก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดแจงหน้าตาทรงผมตัวเองเล็กน้อยก่อน จากนั้นคว้ากระเป๋าเงิน มือถือ กุญแจห้องออกไปทันทีเพราะไม่อยากให้เพื่อนของตนต้องมายืนรอนาน

 

และเมื่อชายเรือนผมสีเงินลงจากแมนชั่นมาก็พบกับชายนักกีฬาเบสบอลที่ยืนยิ้มแป้นทำเนียน ร่างบางจึงรีบเดินเข้าไปหาและตะคอกใส่อย่างฉุนและไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

“ให้ตายสิ! ทำไมแกถึงต้องทำแบบนี้ด้วย ยามาโมโตะ”

ร่างหนายืนเกาหัวไปมาและยิ้มแหยๆ แก้ตัวไปเหมือนปกติทุกครั้ง

 

“ชั้นกลัวโกคุเดระไม่ไปจริงๆ นินา”

 

“ก็ไม่คิดจะไปอยู่แล้วล่ะ”

 

“ใจร้ายอ่ะ โกคุเดระไม่ไป ชั้นก็แพ้สิ”

 

“ไอ้เจ้าโง่!! ไม่เกี่ยวกับชั้นเลยนะเฟร้ยยย!!

โกคุเดระฟิวล์ขาดกับคำพูดคำจาของยามาโมโตะที่ไม่เชื่อมั่นตนเอง ทำให้เขาสะบัดหน้าหนีเพราะไม่อยากคุยด้วย แต่นั่นมันเข้าทางของชายแสนเนียนมากกว่า

 

“เกี่ยวสิ ก็โกคุเดระเป็นคนสำคัญของชั้นนิ”

เมื่อชายนักกีฬาเบสบอลพูดจบเขาก็โน้มหน้าตนเองลงไปจูบกับแก้มอันนุ่มนิ่มของร่างบางทันทีที่ได้โอกาส

 

จุ๊บบบ

 

“ก แก!! จ เจ้าบ้าเบสบอล!! อย่ามาทำแบบนี้ได้มั้ยฟร่ะ!!

เสียงหวานตะคอกและโวยวายเสียงดังพร้อมกับเช็ดแก้มตนเองทันที เนื่องจากเขาตกใจและไม่อยากให้ใครมากระทำกับตนเองแบบนี้บ่อยครั้ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้แค่ผู้ชายคนเดียวที่เขาหลงรักเท่านั้น

 

“น่าๆ แค่หอมแก้มเองนะโกคุเดระ ฮิบาริไม่ได้อยู่แถวนี้ซะหน่อย อย่าตกใจแบบนั้นสิ”

คำพูดอันประชดประชันใจตัวเองของยามาโมโตะนั้น มันทำให้ชายเรือนผมสีเงาหน้าแดงเล็กน้อยแล้วรีบเถียงกลับไปเพื่อต้องการเปลี่ยนเรื่อง

 

“พอเลยๆ จะอะไรก็ช่าง ฮิบาริก็ส่วนฮิบาริสิฟร่ะ!!

 

“แต่นายสองคน ได้ข่าวว่าคบกัน? ไม่ใช่หรอ?”

นักกีฬาเบสบอลยังคงตอแยไม่เลิก แม้จะเจ็บใจลึกๆ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมรับมันนักหรอก ที่เขาจงใจพูดออกไปก็เพื่อที่จะสังเกตพฤติกรรมของโกคุเดระมากกว่า ว่าข่าวลือหนาหูนั่น จะจริงหรือเท็จกันแน่

 

“ไม่รู้เฟร้ยยยยย!! ชั้นไม่รู้!!

ร่างบางหันไปแว๊ดใส่ยามาโมโตะที่ซอกแซกไม่รู้จักจบเรื่องราวอย่างไม่สบอารมณ์

 

“ไม่รู้จริงๆ หรอ? ถ้างั้นก็มาคบกับชั้น อ๊อกกก....”

ยังไม่ทันพูดจบ หนุ่มนักกีฬาเบสบอลก็โดนข้อศอกเข้าที่หน้าท้องตนเองเต็มๆ

 

“อย่ามาพูดจาพล่อยๆ หน่อยเลยเจ้าบ้าเบสบอล ชั้นกับฮิบาริก็แค่คนที่ชอบทะเลาะกันบ่อยๆ เฟร้ย!!

เสียงหวานรีบพูดโวยวายแก้ตัวยกใหญ่ ส่วนชายที่เพิ่งโดนทำร้ายร่างกายเพราะปากตนเองเป็นเหตุก็ลงไปนั่งทรุดกับพื้นอย่างปวดไม่น้อย แต่ก็ไม่เลิกรบเร้าความอยากรู้อยู่ดี

 

“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ โกคุเดระ”

 

“ก ก็อากาศมันร้อนนิเว้ยยย!! นี่ตกลงจะไปแข่งรึเปล่ายามาโมโตะ มัวแต่มาพูดจาไม่เข้าหูอยู่นั่นแหละ งั้นชั้นจะกลับล่ะ”

คำพูดและท่าทีของร่างบางที่หันตัวจะกลับเข้าแมนชั่นตนเองนั้น ทำให้ยามาโมโตะรีบลุกพรวดพราดและจับแขนรั้งชายอารมณ์ร้อนพร้อมกับลากให้เดินไปด้วยกัน

 

“ไปสิๆ แหมๆ แสดงว่าใจจริงโกคุเดระก็อยากไปดูชั้นแข่งใช่มั้ยล๊...โอ๊ยยยย!!

แต่เพราะปากเป็นสาเหตุของความเจ็บตัว หนุ่มร่างสูงโดนเท้าเรียวบางเหยียบที่เท้าตนเองเต็มแรงอย่างไม่น่าให้อภัย

 

“พูดมากไปแล้วนะ เจ้าบ้า!

 

“อย่าเขินแล้วพาลสิ”

เหมือนร่างกายของชายหนุ่มนักกีฬาจะทนทานกับสิ่งเร้าที่ร่างบางทุบตีสารพัดอย่างแสนจะทารุนกรรม โดนทำร้ายร่างกายไม่นาน ปากก็เริ่มพูดจากวนไปเรื่อยไม่จบไม่สิ้น มันทำให้ต่อมขี้โวยวายของร่างบางถึงขีดจำกัด

 

“หรือว่าแกอยากได้ระเบิดกัน!? ยามาโมโตะ! ชั้นจะพูดอีกครั้ง ถ้าขืนแกยังจะพล่ามไม่เข้าท่า ชั้นจะบอมพ์แกให้ตายตรงนี้ซะ!!

ไม่เพียงแค่พูดจาขู่ดุๆ เท่านั้น ไดนาไมท์มาจากไหนก็ไม่รู้ควักออกมาจากร่างบางได้เกิน 10 แท่ง พูดตรงๆ มันนับไม่ถ้วนเลยก็ว่าได้ ร่างสูงถึงกับยอมป่วนใจ แต่ที่ยอมไม่ได้กลัวว่าแท่งระเบิดของโกคุเดระจะทำพิษใส่เขาได้หรอก แต่กลัวจะทำให้ระเบิดไปโดนบ้านคนในระแวกใกล้ๆ มากกว่า

 

“ข เข้าใจแล้วจ๊ะ โกคุเดระจ๋า”

 

“เออ!! แล้วก็เลิกพูดจาแบบนั้นซะทีเถอะ....เห๊ะ! นั่นอะไรน่ะ?”

มรกตคู่สวยเหลือบไปเห็นในขณะที่กำลังเดินคุย?ข้างๆ ยามาโมโตะ ขาเรียวบางทั้งสองข้างจึงชะงักลง มีแต่ผู้คนมากมายแห่กรูกันนับร้อยอยู่ที่ซอยถนนใหญ่ซึ่งเป็นทางผ่านของทั้งคู่พอดี แถมยังมีเหล็กกั้นปิดทางรถวิ่งผ่านอีก ยิ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดยั่งยวนต่อมอยากรู้ของชายทั้งสองคนที่หยุดยืนมองไม่น้อย ยามาโมโตะจึงหันไปถามโกคุเดระที่มองจุดสนใจตาแป๋ว

 

“เอายังไงดี สงสัยต้องอ้อมแล้วล่ะ เล่นปิดถนนด้วยแฮะ”

 

“มุงอะไรกันเยอะแยะขนาดนั้น มีชิ้นส่วนของจรวดของนาซ่าตกลงมาจากดาวอังคาร หรือว่ามี UFO โง่บินพุ่งชนถนนในเมืองรึยังไง?”

หนุ่มนักกีฬาเบสบอลอมยิ้มเล็กๆ ที่เห็นร่างบางทำท่าทางเหมือนอยากจะเข้าไปมุงด้วยให้ได้ เขาจึงจงใจพูดเปิดทางให้โกคุเดระ

 

“จะไปดูหน่อยมั้ยล่ะ”

 

“หึ ก็ดีนิ”

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจในสิ่งที่ตนเองได้ยิน เพราะใจเขาไปอยู่ที่จุดสนใจตรงหน้าเรียบร้อย

 

“คิดไว้แล้วว่าโกคุเดระต้องสนใจ”

 

“แกเองก็ทำท่าเหมือนอยากจะไปดู ถูกมั้ยล่ะ”

 

“ฮ่าๆๆ งั้นเราก็ไปดูกันเถอะ”

ชายทั้งสองที่ตกลงปลงใจกันได้แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปร่วมไทมุงกลุ่มใหญ่ทันที

 

และนั่น...เป็นจุดเริ่มต้นของผมที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างยุติลงอย่างไม่เคยเชื่อ มันเกิดขึ้นทันทีที่ผมได้ย่างกรายเหยียบเข้าอาณาเขตนั่น...ซึ่งหารู้ไม่ว่ามันจะเป็นวันสุดท้ายของเรื่องราวดีๆ สำหรับตัวผม

วันสุดท้ายที่ผมจะได้สัมผัสกับไออุ่นที่ผมโหยหา

วันสุดท้ายที่ผมจะได้สัมผัสกับความรู้สึกดีๆ

วันสุดท้ายที่ผม....

 

ร่างบางเขย่งขาเพื่อที่จะมุงดูกลุ่มคนมากมาย แต่เพราะความสูงไม่อำนวยความสะดวกในการมองเห็น จึงต้องหันไปถามเพื่อนที่กำลังกระโดดดูอยู่ข้างๆ ตน

“ยามาโมโตะ เห็นอะไรบ้างมั้ย”

 

“ไม่เลยนะ คนเยอะมากจริงๆ จะเอายังไงดีล่ะ”

 

“ถอยออกมาก่อนดีกว่า คนเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”

 

“เข้าใจล่ะ”

ทั้งสองคนต่างก็พยายามที่จะสอดส่องดูเหตุการณ์ไทมุงโชว์? ที่ตอนนี้มีแต่คนเริ่มแห่ทยอยกันมาจนแออัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั้งโกคุเดระและยามาโมโตะต้องหนีออกมาจากฝูงผู้คนมากมายอย่างจำใจ

 

ผู้คนยังคงเดินทยอยเข้ามาสุมหัวในกลุ่มจนเริ่มขยายวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แทบจะเกือบทะลุทางเข้า-ออกของถนนใหญ่เลยทีเดียว ทั้งสองคนที่ได้แต่ยืนมองดูเหตุการณ์อย่างไม่รู้เรื่องราว พวกเขาพยายามชำเลืองมองและหาคนที่พอจะไถ่ถามกันได้ แต่ก็ไม่มีใครที่จะให้ข้อมูลได้เลย จนกระทั่งเสียงอันคุ้นหูก็ดังขึ้นข้างหลังร่างบางอย่างเยือกเย็น

 

“คึหึหึหึ สนใจกันด้วยหรอครับ”

 

“มุคุโร่!!!

เสียงของชายสองคนตะโกนชื่อที่คุ้นเคยพร้อมกันและรีบหันไปหาต้นเสียงทันที

 

“ตกใจกันไปได้ ผมไม่ใช่ผีนะครับ”

ชายนัยน์ตาสองสีพูดไปยิ้มไป ไม่เพียงแค่ยืนคุยธรรมดา มือหนาสองข้างที่อยู่ไม่สุขก็เริ่มละลับละล้วงโกคุเดระทีละนิดทีละน้อย ไม่ว่าจะยีหัวร่างบาง หรือพยายามจะจับมือ แม้กระทั่งจะคว้าเอวบางมาสวมกอดในที่สาธารณะ เขาก็ไม่แคร์เลยขนาดมียามาโมโตะยืนประกอบฉากด้วยตรงหน้าก็ตาม มันส่งผลให้ตัวโกคุเดระต้องอาละวาดใส่อย่างรำคาญใจ

 

“แกเลิกทำตัวรุ่มร่ามกับตัวชั้นซักทีจะได้มั้ย มุคุโร่!

 

“หึ โกคุเดระคุงนี่ยังคงปากจัด และน่ารัก เหมือนเดิมเลยนะครับ”

 

“เลิกยุ่งกับชั้นเถอะน่า รำคาญวุ้ย!!

ภาพบาดตาที่กำลังจู๋จี๋อย่างเร่าร้อน? มันกระเทือนใจยามาโมโตะไม่น้อยแต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นไม่คิดอะไรมากแล้วตีหน้าซื่อเนียนถามเรื่องไทมุงที่ตนเองกำลังสนใจและอยากรู้แทรกขัดขวางพฤติกรรมที่ใกล้จะลวนลามร่างบาง

 

“เออนี่ นายรู้บ้างรึเปล่าว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นน่ะ มุคุโร่”

สิ้นเสียงของหนุ่มนักกีฬาเบสบอล ชายเรือนผมสีน้ำเงินเข้มจึงเลิกเย้าแหย่โกคุเดระแล้วเริ่มยืนสนทนาเป็นผู้เป็นคน

 

“รู้สึกจะเป็นเกมส์พนันชีวิตนะครับ”

 

“พนันชีวิต?”

สองเสียงพูดประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมายด้วยความตะลึงกับชื่ออันน่าสะกดใจ

 

“คึหึหึหึ อันนี้ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันคือเกมส์อะไร เพราะผมเพิ่งเข้ามาไม่นาน ก็รู้เรื่องแค่นี้แหละครับ”

เมื่อร่างโปร่งพูดจบ ว่าที่มือขวาก็เตรียมสาวเท้าออกจากอาณาเขตที่หลงเข้ามาพร้อมกับกระตุกดึงชายเสื้อยามาโมโตะเพื่อเร่งให้ออกจากไทมุง

 

“ไร้สาระ ยามาโมโตะ เราไปกันเถอะ”

 

“นั่นสินะ เดี๋ยวการแข่งก็ใกล้จะเริ่มแล้วด้วย”

ว่าแล้วสองคนก็เตรียมก้าวขาออกไปพร้อมกัน เพราะไทมุงนี่มันก็หมดความอยากรู้ของพวกเขาไปหมดแล้ว แต่ทว่า....บางสิ่งบางอย่างมันเพิ่งจะเริ่มต้น

 

....เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น....

 

“นาย!! ผู้ชายคนนั้น!! จะเป็นคนสุดท้ายที่จะได้ร่วมสนุกในเกมส์นี้ กรุณากลับมาด้วยนะครับ!!

เสียงจากกลางวงดังแทรกขึ้นมาอย่างดังทำให้ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มไทมุงฝูงใหญ่หันไปหาต้นเสียงที่กำลังชี้ไปทางผู้ชายที่กำลังจะวิ่งออกจากรั้วกั้นขอบถนน

 

ร่างบางที่กำลังจะเดินออกจากเหล็กกั้นเขตตามหลังหนุ่มนักกีฬาเบสบอลก็หันไปหาต้นเสียงเพราะทุกสายตาที่อยู่ในกลุ่มไทมุงนั้น มองมาที่ตนเองเป็นทางเดียวกัน

 

“ใคร...อะไร!?

 

“นายนั่นแหละ ผมสีเงิน ตาสีเขียว ผิวขาวซีด เสื้อสีดำ นายเป็นคนสุดท้ายที่จะได้เล่นเกมส์นี้”

 

“ไม่ตลกเลยนะ ชั้นไม่เล่น แล้วก็ไม่มีทางเล่นด้วย! และแกก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับชั้น!

เสียงหวานตะคอกอย่างโมโหที่โดนใครหน้าไหนก็ไม่รู้ว่าออกคำสั่งแกมบังคับอย่างไม่สบอารมณ์ แต่คนที่ออกคำสั่งกลับไม่ยอมปล่อยให้โกคุเดระหนี เขายังคงพูดหน้าตายและค่อยๆ เดินมาหาร่างบางที่กำลังจะหนีไปจากไทมุง

 

“ถ้าคุณคิดจะออกไปแม้แต่ก้าวเดียวจากตรงนี้ คุณจะต้องพบกับสิ่งที่คุณไม่คาดฝัน เพราะมันเป็นคำสาป!!

 

“ชั้นไม่เชื่อแกหรอก ไปกันเถอะเจ้าบ้าเบสบอล เดี๋ยวแกจะสายเอานะ”

 

“อ อื้อ นั่นสินะ งั้นวิ่งเลยแล้วกัน”

 

“ดี!! ไปกันเถอะ”

 

“โอ๊สสส!!

ร่างบางปล่อยให้ชายแปลกหน้าที่กำลังจะเดินมาถึงตัวยืนมองแผ่หลังของพวกเขาที่วิ่งออกไปทันที

 

ผู้ชายคนที่ชี้หน้าผมและบอกว่า มันเป็นคำสาป

คนคนนั้น คือชายมาจากต่างแดนที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ที่ผมรู้ภายหลังก็คือ

มันเป็นคนเลวระดับท็อปของโลกที่ชอบ ขัดขวางความสุขทุกๆ อย่าง ของคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังทุกรูปแบบ

และถ้ายิ่งเป็นความรักที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดเจนเกินหน้าเกินตาล่ะก็...

ผู้ชายคนนี้ก็จะต้องทำลายให้ได้ จนกว่าจะสำเร็จ ถึงจะหายตัวไปอย่างไร้ตัวตน

ความสามารถเน่าๆ ของมันคือ การสะกดจิตและการควบคุมร่างกายแม้จะได้เจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ตาม

มันมีนามว่า ซิล หรืออีกชื่อก็คือ The death of the killer Silver.

และที่มันมาที่นี่ ก็มีจุดประสงค์เพียงแค่....ทำลาย ทำลายผู้ชายคนนึงที่นี่เท่านั้น

 

“คึหึหึหึ ผมว่าเกมส์นี้มันไม่ธรรมดานะครับ คุณนี่ช่างคิดจริงๆ เลยนะ ซิล”

มุคุโร่พูดแทรกขึ้นในระหว่างที่เขากำลังทำลายภาพมายาที่สร้างขึ้นในถนนซอยนี้จนเหลือแต่ถนนที่ไร้ผู้คนพลุกพล่านแม้กระทั่งรถยนต์ มีแต่บ้านคนอาศัยอยู่เท่านั้นที่เป็นภาพความจริง

 

“แล้วคุณคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหลอกเด็กจริงๆ หรือยังไงครับ ผมอุตส่าห์ลงทุนจ้างให้คุณใช้ภาพมายาทำฝูงคนมากมายแถมให้คุณเล่นละครตบตาอีก ไม่ต้องห่วงผมกล้าความสนุกแน่นอน”

 

“แสดงว่ามีอะไรอีกสิ ใช่มั้ย ซิล”

 

“รอดูก็แล้วกัน ภายในคืนนี้ พวกเขาจะเดินไปหากันเอง ตามจุดที่ผมวางหมากไว้ ยังไงซะ สองคนนั้นจะต้องเดินตามเกมส์ที่ผมกำหนดเอาไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้แน่นอน คืนนี้คงจะเป็นเกมส์ที่สนุกที่สุดนะ และจะสนุกที่สุดก็ได้นะ เพราะผม...ชอบทำลายความสุข และจะสนุกกว่านี้ถ้าเป็นผู้ชายคนนั้น ดีจริงๆ ที่ผมตัดสินใจเข้ามาที่นี่”

ชายแปลกหน้ายิ้มระรื่นอย่างดีใจจนออกนอกหน้า แทบจะดีใจจนเจ้าเข้าก็ว่าได้เพราะเขาทั้งฉีกยิ้มกว้างทั้งดีใจจนตัวสั่นไปหมด มุคุโร่เองที่เห็นท่าทางของชายผู้ว่าจ้างก็แสยะยิ้มขึ้นมาไม่แพ้กัน แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ทันที เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ

 

“ก่อนที่คุณจะสนุก ผมขออะไรบางอย่างกับคุณได้มั้ย ซิล...”

เขายั้งการกระทำที่อินอารมณ์ชั่ววูบหนึ่ง แล้วหันไปถามชายร่างโปร่งที่ดันพูดแทรกขัดเวลาอันแสนสุขของตนเอง

 

“มีอะไรอีก มุคุโร่”

 

“กรุณาอย่าทำให้ฮายาโตะเป็นอะไรเด็ดขาด เพราะถ้าคุณทำเกินที่เราตกลงกันไว้ ผมจะฆ่าคุณทันที!

ชายนัยน์ตาสองสีไม่เพียงแค่พูดจาส่งๆ อาวุธประจำกายของเขาถือจ่อหลังเตรียมเสียบทะลุร่างเพื่อเป็นคำเตือนที่กล้าลงมือจริงๆ คำไหนคำนั้น

 

“หึ วางใจเถอะ ชั้นแค่อยากเห็นจุดจบแสนทรมานของผู้ชายคนนั้นเหลือเกิน อยากเห็นสภาพอันน่าเวทนาทุเรศๆ ดูซิว่า จะทำเป็นอวดเก่งปากดีได้ซักกี่น้ำกัน อีกไม่นานผมจะได้เห็นสภาพสับปะรังเคของคุณแล้วล่ะครับ คนดังที่มีชื่อเสียงจากนามิโมริ ฮิบาริ เคียวยะ”

 

“คึหึหึหึ เป็นการดีของผมเหมือนกันนะครับ ผมจะได้ตัดคู่แข่งตัวอันตรายออกไปได้ ถ้าอย่างนั้น...เรามารอดูกันดีกว่า เอาล่ะ ฮายาโตะคุง ทีนี้...คุณจะทำยังไงล่ะครับ”

 

ตัดมาทางด้านสนามเบสบอลที่เพิ่งจบเกมส์ไม่นานนัก

 

“ยามาโมโตะ สุดยอดเลยนะ เราชนะเลิศจากโรงเรียนนั้นได้ นับว่าเยี่ยมมากเลยล่ะ!!

 

“ขอบคุณครับรุ่นพี่”

เสียงของประธานชมรมพูดขึ้นมาทันทีที่เกมส์นี้ยามาโมโตะทำโฮมรันได้มากและช่วยหนุนทีมเยอะไม่น้อย ทำเอาร่างสูงยิ้มรับเล็กน้อย เพราะคำชมนี้เป็นคำชมธรรมดาเฉยๆ คำชมจริงๆ ที่เขาอยากได้คือคำพูดของชายที่เขาลากมาดูการแข่งวันนี้มากกว่า

 

“เห้! ยามาโมโตะ”

ไม่ทันไรเสียงหวานอันคุ้นหูก็เรียกทักขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อย หนุ่มร่างสูงจึงรีบปลีกตัวจากรุ่นพี่ในทีมแล้ววิ่งแยกตัวไปหาร่างบางที่เดินเข้ามาหาตนเองอย่างดีใจ

 

“โกคุเดระ! นายได้ดูรึเปล่า”

 

“ดูสิ ก็แกเป็นคนบังคับให้ชั้นมานั่งดูเองนะ แต่แกนี่ก็เก่งชะมัด ไปให้ได้ระดับโลกเลยนะเฟร้ย!! เจ้าบ้าเบสบอล!!

 

“ฮ่าๆๆ ขอบใจมากเลยนะโกคุเดระ เขินจังเลยแฮะ งั้นพวกเรากลับกันเลยมั้ย”

 

“โทษที พอดีชั้นว่าจะแวะซื้อของก่อนน่ะ ไม่เป็นไร แกกลับพร้อมกับคนในชมรมนั่นแหละ ชั้นกลับคนเดียวได้”

 

“งั้นหรอ ถ้างั้น...ถึงแล้วโทรมาหาด้วยนะ ชั้นเป็นห่วงโกคุเดระน่ะ”

 

“เออๆ แกก็รีบๆ กลับบ้านล่ะ”

 

“เข้าใจแล้วๆ โกคุเดระก็รีบซื้อของแล้วก็รีบเข้าแมนชั่นนะ”

 

“เออ ขอบใจนะ แกเองก็อย่าฝืนซ้อมเบสบอลให้มากนักล่ะ ยามาโมโตะ”

สิ้นประโยคของร่างบาง เขาก็คลี่ยิ้มหวานออกมาอย่างใสซื่อน่ารักแล้วเดินจากไป ปล่อยให้หนุ่มนักกีฬาเบสบอลยืนหน้าแดงก่ำเพราะรอยยิ้มแสนน่ารักของโกคุเดระ เขาเอาแต่มองแผ่นหลังแสนบอบบางจนหายไปในมุมมืด

 

“ผู้ชายคนนั้น!! เป็นคนสุดท้ายที่จะได้ร่วมสนุกกับเกมส์นี้ กรุณากลับมาด้วยนะครับ!!

 

“นายนั่นแหละ ผมสีเงา ตาสีเขียว ผิวขาวซีด เสื้อสีแดง-ดำ นายเป็นคนสุดท้ายที่จะได้เล่นเกมส์นี้”

 

“ถ้าคุณคิดจะออกไปแม้แต่ก้าวเดียว คุณจะต้องพบกับสิ่งที่คุณไม่คาดฝัน เพราะมันเป็นคำสาป!!

 

ทุกประโยคเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ที่ผมได้ไปประสบเจอมาเพราะความอยากรู้

มันกลับกระตุ้นแล่นขึ้นมาในโสตประสาทของผมเต็มไปหมดทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดถึงมันเลย

ผมกลับเริ่มรู้สึกว่า ผมทำพลาดครั้งยิ่งใหญ่ไปเสียแล้วที่ไป

“จุดชนวนเริ่มต้นของจุดจบนี่ด้วยตัวเอง”

 

“ฮึ่ยยย!! ในสมองทำไมมีแต่เรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วยฟร่ะ!! โว๊ยยย!! ชั้นไม่เชื่อหรอก..!!

 

วืดดดดด...

 

ไม่ทันไร ผมก็ได้ก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาแสนทรมาน

ทรมานใจเหลือเกิน

ทรมานที่จะต้อง.....เจอเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย

ความผิดผมคนเดียวจริงๆ

 

แย่ละ ร ร่างกาย มันขยับไปเอง ทำไมล่ะ เมื่อกี้ยังเดินได้เองแท้ๆ ทำไมล่ะ...

ขาสองข้างของตนเองดันไม่ขยับตามที่สมองสั่งเลยซักนิด เหมือนกำลังถูกใครควบคุมให้ร่างกายเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ซึ่งเขาพยายามต่อต้านเต็มที่แต่มันก็ยิ่งทำให้เป็นการเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิมจนกระทั่งทางเดินมันเริ่มเข้าเส้นทางที่คุ้นสายตา เสียงหวานจึงเปรยออกมาอย่างแปลกใจ เขาไม่ได้อยากมาที่นี่ในเวลานี้

 

ทางนี้มัน....นามิโมริ...ทำไมล่ะ? อ่ะ เอ๊ะ..!? ขยับไม่ได้!!’

ร่างของโกคุเดระหยุดชะงักลงในมุมมืดที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนของตนเองอย่างจงใจ เหมือนโดนใครบางคนควบคุมเวลาต่างๆ เพื่อให้ลงกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า บังเอิญ ให้มันถูกต้องตามแผนการณ์

 

ทางด้านของชายรักสถาบันนามิโมริที่ถูกจดหมายปริศนาส่งมาขู่เองก็ยืนดักรอคำเตือนที่ว่ามานานหลายชั่วโมง และเมื่อเห็นเงาที่โผล่มาตรงข้ามตนเองนั้น ก็รีบพูดจาต้อนรับออกไปทันที แต่หัวหน้ากรรมการนักเรียนกลับไม่ได้รู้ตัวเลยว่า เขากำลังโดนหลอกอยู่

 

“หึ แกเป็นสัตว์กินพืชที่ส่งจดหมายมาประกาศว่าจะถล่มนามิโมริ ใช่สินะ”

โกคุเดระที่โดนบีบบังคับร่างกายนั้น เมื่อได้ยินเสียงของฮิบาริก็รีบตะเบงเสียงออกมาจากเงามืดและไม่ทันไรเขาก็ถูกบังคับให้เดินตรงเข้าไปหาชายที่ถือทอนฟารออยู่

 

“ค เคียวยะ!!

 

“ฮายาโตะ! มาทำอะไรในที่แบบนี้ ตอนนี้”

ทั้งสองคนประจัญหน้ากันอย่างแปลกใจ ต่างคนต่างสับสนจนฮิบาริต้องลดอาวุธลงและเปลี่ยนเป็นยืนสนทนากันแทน

 

“ชั้นจะไปรู้มั้ยล่ะ ก็ร่างกายมันเหมือนโดนบังคับให้มาที่นี่เองเฟ้ย!

 

“......ถ้างั้นก็กลับไปได้แล้ว”

 

“ก็อยากจะกลับหรอกนะ แต่ร่างกายมัน...!!

ไม่ทันได้พูดดั่งใจ มือไม้ของว่าที่มือขวากลับควักระเบิดที่ซ่อนตามร่างกายออกมาเป็นจำนวนไม่น้อย เทกระจาดสาดใส่พุ่งเข้าหาหัวหน้ากรรมการนักเรียนทันที แต่โชคดีที่ฮิบาริเป็นคนไหวตัวทันอยู่แล้ว เขารีบปัดระเบิดจำนวนมากปัดให้ไประเบิดบนฟ้าแทน

 

ฟ้าววว....บรึ้มมมม บรึ้มมมม

 

นัยน์ตาสีนิลเริ่มสงสัยและแปลกใจในตัวโกคุเดระที่ทำตัวเข้าข่ายกับจดหมาย เสียงเข้มขรึมจึงตวาดใส่ไปด้วยความลังเลและโมโห

 

“ทำอะไรของคุณ คิดอะไรกันแน่ เจ้าสัตว์กินพืช!

 

“จะไปรู้มั้ยล่ะ ก็ชั้นบอกแล้วไงว่ากำลังโดนบังคับเว้ยยยย! ฟังที่ชั้นพูดหน่อยสิ!

ฮิบาริที่เตรียมจะซัดหน้าโกคุเดระที่มาทำลายข้าวของในนามิโมริก็หยุดนิ่งไประยะหนึ่งเพื่อดึงสติของตนเองกลับมา และไม่นานทุกๆ อย่างก็เริ่มกระจ่างขึ้นเมื่อมีมือที่สามโผล่มาพร้อมกับสายหมอก

 

“คึหึหึหึ ดูครื้นเครงกันดีนะครับ”

มุคุโร่โผล่มาท่ามกลางศึกที่กำลังเข้าใจผิด พร้อมกับพูดส่อแววเหมือนรู้เหตุการณ์ล่วงหน้ามาก่อนอย่างดี ทำให้หัวหน้ากรรมการนักเรียนเลิกสนใจที่จะขย้ำโกคุเดระแล้วเปลี่ยนมากันตัวให้ร่างบางถอยห่างจากชายที่โผล่มาท่ามกลางสายหมอกทันที

 

“...ผมไม่สบอารมณ์กับคำพูดของคุณ”

ไม่เพียงแค่พูดจาขรึมขู่เท่านั้น ทอนฟาคู่งามถูกชักขึ้นมาเตรียมที่จะวิ่งไปเปิดฉากสามุคุโร่ได้ทันที ทางด้านของชายที่เพิ่งเข้ามามีส่วนร่วมก็ถือหอกสามง่ามรออยู่แล้วเช่นกัน

 

“ฮิบาริ คุณไม่จำเป็นต้องเสียแรงให้กับฮายาโตะก็ได้นะครับ เรื่องที่คุณต้องสู้กันเองน่ะ ให้ผมช่วยมั้ยล่ะครับ เผื่อเรื่องราวจะง่ายขึ้น”

 

“ลองได้แตะฮายาโตะแม้แต่ปลายเส้นผมสิ คุณได้ไปทัวร์นรกแน่”

 

“แหมๆ ผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณซะหน่อยนะครับ คนที่อยู่เบื้องหลังคุณต่างหาก ฮิบาริ”

ชายเรือนผมสีดำรัตติกาลนิ่งลงไปทันทีที่ได้ยินคำพูดไม่เข้าหูและประโยคที่ได้ยินมันทำให้หัวหน้ากรรมการนักเรียนแสยะยิ้มขึ้นมา แต่หารู้ไม่ว่าคนที่อยู่ด้านหลังของตนเองนั้นกลับชิงตะโกนอาละวาดอย่างไม่พอใจออกไปซะก่อน

 

“แกเองสินะ ที่เป็นคนบังคับชั้นน่ะ มุคุโร่!!

ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงปกติแกมรู้ทัน

 

“ไม่ใช่ผมนะครับ ก็แค่เป็นผู้ชม คึหึหึหึ”

 

“หึ หรือว่าแกเป็นคนส่งจดหมายมาขู่”

ทางด้านฮิบาริเองก็เริ่มไม่ยอม เขาเริ่มคะยั้นคยอความจริงจากมุคุโร่บ้าง เพราะเขารำคาญพวกสัตว์กินพืชงี่เง่าเอาแต่อวดหรือชอบทำตัวเป็นพวกถ่วงโลกเต็มทนไม่แพ้กับโกคุเดระที่กำลังยืนสบถอย่างรำคาญ

 

“เอ...ผมว่าผมพูดแล้วนิ ว่าแค่เป็นผู้ชมที่ดีเฉยๆ เองนะครับ หึหึ”

 

“พอได้แล้ว มุคุโร่ ที่เหลือชั้นจัดการเอง”

เสียงปริศนาเจ้าของเรื่องทั้งหมดพูดขึ้นมาพร้อมกับปรบมืออย่างดังเพื่อจงใจเรียกร้องความสนใจของชายที่ไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งสองคน

 

แปะๆๆ

 

“ผมชอบจริงๆ การกระทำที่คุณทำตัวอวดดีน่ะ แถมยังทำให้สถาบันของคุณดูรุ่งเรืองดีเชียว แต่แหม...ปากก็บอกว่ารักนามิโมริ ทำไมยังปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นทำตามอำเภอใจในสถานที่คุณรักนักหนาแบบนั้นด้วยล่ะครับ รักอะไรกันแน่ครับ ฮิบาริ เคียวยะ”

เขาพูดไปพลางมองหน้าฮิบาริไปพลาง และเหลือบมองที่โกคุเดระไปพลางเช่นกัน เพื่อต้องการกระตุ้นต่อมโมโหของผู้ชายหน้าตายไร้อารมณ์อย่างหัวหน้ากรรมการนักเรียนนามิโมริ แต่คำพูดเหล่านั้นมันไม่ได้ทำให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของฮิบาริได้เลยซักนิด แถมยังถูกรอยยิ้มของเขายิ้มเสียดสีเย้ยหยันกลับไปซะอีก

 

“มันไม่ได้เกี่ยวกับคุณ”

 

“หึ ยังจะปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอพิสูจน์ดูหน่อยสิ ที่แท้จริงคุณรักอะไร เพราะผมจะคอยทำลายความสุขของคุณให้หมดไปเอง!

ชายปริศนาพูดจบก็เหวี่ยงดาบสไตล์ยุโรปเหล็กแท้ลงที่พื้นไปสองเล่มให้กับฮิบาริและโกคุเดระที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน

 

เคร้ง เคร้ง !!

 

“ถ้าหากดาบใครแทงหัวใจฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน จะถือว่าเป็นผู้ชนะของเกมส์นี้ ผมขอเรียกว่าเกมส์นี้ว่า พนันชีวิต ก็แล้วกันนะครับ”

ร่างบางที่เห็นพฤติกรรมอันโง่งี่เง่าของซิลก็ยิ้มอย่างตลกและพูดจาโผงผางแกมเหยียดหยามคำพูดของชายปริศนาออกไป เพราะเขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยิบดาบมาแทงฟันฆ่ากันเอง

 

“แกเพี๊ยนรึยังไง ใครจะฟังแกล่ะ เล่นโยนอาวุธให้ไปฆ่าตัวเองแบบนี้ บ้ารึเปล่า ไอ้เจ้าโรคจิต!! แต่มันก็ดี ชั้นจะเป็นคนสงเคราะห์ฆ่าแกก่อนเอง ไอ้สารเลว!!!

ทันทีที่ซิลได้ยินกลับแสยะยิ้มอย่างเป็นบ้าออกมา เขาคิดอยู่แล้วว่าต้องมีคนพูดแบบนี้ออกมาและมั่นใจว่าคนที่จะพูดต้องเป็นโกคุเดระ

 

“หึหึ นั่นสินะ ง่ายไปจริงๆ ซะด้วย คนอย่างคุณนี่ผมล่ะชอบจริงๆ ปากร้ายเอาเรื่องไม่แพ้กัน แต่นิสัยที่เอาแต่ใจและไม่เคยยอมใคร ตรงนี้ผมชอบนะครับ พอเข้าใจมุคุโร่แล้วล่ะว่าทำไมถึงหลงนักหนา และก็คงไม่แปลกใจที่คนอย่างคุณจะหลงรักนะครับ ฮิบาริ เคียวยะ”

สิ้นประโยค บุรุษแปลกหน้าก็เริ่มปฏิบัติการขึ้น เขาจ้องมองโกคุเดระที่เขม่นใส่ตนเองแล้วยิ้มบางๆ พร้อมกับดีดนิ้วขึ้น

 

ป๊อกกก...

 

มรกตคู่งามที่สว่างไสวกลับมืดลงไปทันที กลายเป็นว่าเขาถูกควบคุมไปทั้งหมดแล้ว ทั้งร่างกาย จิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในอำนาจของชายที่ชอบทำลายความสุข ซิล...

 

“เอาล่ะ จับดาบขึ้นมาซะซิ ฮายาโตะคุง”

โกคุเดระเดินตรงไปที่กองดาบยุโรปสองเล่มแล้วก้มลงหยิบอย่างว่าง่าย ทำให้ซิลยิ้มอย่างพอใจพร้อมกับบังคับให้โกคุเดระยืนเข้าหาฮิบาริและเตรียมตั้งท่าที่จะวิ่งพุ่งใส่ได้ทุกเวลา

 

“ดีมาก”

 

“ฮายาโตะ...แก!! พวกแกมัน...”

ฮิบาริที่คุมอารมณ์ตนเองได้ช่วงหนึ่ง เมื่อเห็นวิธีการที่สกปรกแสนโสมมของชายแปลกหน้า มันทำให้เขาหน้าถอดสีและสติหลุดทันที เพราะความไม่ยุติธรรมที่ทำร้ายโกคุเดระด้วยการบงการตัวตนของเขาทุกอย่าง  และไม่เพียงแค่บังคับตัวโกคุเดระ เขายังคงบังคับให้ฮิบาริเล่นเกมส์นี้ด้วย

 

“อย่ามัวแต่พูดสิครับ ไม่คิดจะจับดาบสินะ งั้นผมจะให้ดาบนี่แทงหัวใจของฮายาโตะเองแล้วกัน คุณจะได้ไม่เสียแรง ฮิบาริ เคียวยะ”

ไม่เพียงแค่พูดจาขู่เท่านั้น ดาบสไตล์โรมันที่ร่างบางถืออยู่ก็เตรียมท่าทีที่จะเสียบขั้วหัวใจตนเองไม่น้อย ทำให้ชายรักนามิโมริต้องยอมเก็บทอนฟาลงและไปหยิบดาบเหล็กกล้าขึ้นมาเล่นด้วยอย่างจำใจ เพราะไม่อยากให้โกคุเดระต้องมีริ้วรอยอะไรจากเกมส์ห่วยๆ นี่

 

“เอาล่ะ...งั้นก็ ready fight!!

สิ้นเสียงของซิล ว่าที่มือขวาพุ่งตัวออกไปพร้อมกับวาดลวดลายดาบออกไปทันที ซึ่งตัวฮิบาริต้องยอมจำใจรับดาบอย่างเดียวเพื่อไม่ให้โกคุเดระบาดเจ็บแม้แต่น้อย

 

เคร้งงง เคร้ง!

 

“ฮายาโตะ!! ตื่นซะที เจ้าสัตว์กินพืช!! อักกกก....”

เพราะว่าหัวหน้ากรรมการนักเรียนยั้งมือยั้งแรงไว้ ทำให้ตนเองต้องพลาดท่าให้กับโกคุเดระที่เตะเข้าเต็มๆ ที่หน้าท้องจนตัวกระเดนไปชนกับกำแพงของโรงเรียนตนเองอย่างเต็มแรง

 

ซิลคลี่ยิ้มมุมปากพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นทันทีที่เห็นสภาพของผู้ชายสุดจะแกร่งพละกำลัง ดันมาเสียท่าแถมสะบักสะบอมด้วยน้ำมือของชายที่ตนเองรักที่สุดอีก

 

“อ้าววว ผมได้ข่าวว่าคุณแข็งแกร่งที่สุดในนามิโมริไม่ใช่หรอครับ ทำไมหมดสภาพขนาดนั้นล่ะครับ หรือว่าคุณไม่ได้รักนามิโมริจริงๆ แต่กลับไปรักผู้ชายที่กำลังจะฆ่าคุณเนี่ยนะครับ ฮิบาริ เคียวยะ”

 

“ชั้นจะไม่สนใจคำพูดของพวกแก!!

ร่างสูงค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาพร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปากเล็กน้อยแล้วรีบวิ่งไปจัดการกับซิลที่ยืนยิ้มเย้ยหยัน แต่หารู้ไม่ว่าเขาได้โล่ป้องกันที่ดีมาไว้ในมือ ร่างของโกคุเดระรีบวิ่งมากันตัวบุรุษปริศนาแทน ทำให้ขาทั้งสองของฮิบาริต้องวิ่งหยุดพุ่งใส่อย่างขัดใจ

 

“โอ๊ะๆ คิดจะมาแทงผม ระวังให้ดีนะครับ เดี๋ยวจะโดนฮายาโตะไม่รู้น๊า”

ชายปริศนาพูดยั่วและยิ้มกริ่มอย่างพอใจที่เขาได้ควบคุมร่างกายของโกคุเดระ แต่สิ่งนั้นที่เกินความคาดหมายก็คือ....ความรู้สึก เขาไม่สามารถควบคุมและหยั่งถึงได้

 

“ค เคียว....ยะ...”

เสียงหวานเปรยออกมาในสภาพราวกับโดนขโมยเรี่ยวแรงชีวิตไปหมด ไม่เพียงแค่พยายามฝืนพูดเท่านั้น แต่โกคุเดระพูดออกมาทั้งน้ำตาที่นองเต็มเบ้า

 

.....ทรมานเหลือเกินที่เป็นคนอ่อนแอแบบนี้ ช่วยชั้นที เคียวยะ.....

 

เจ้าของชื่อที่กำลังหาวิธีการยุติเกมส์บ้าๆ นี่กลับตกใจจนแทบจะหายใจไม่ออก เรียกว่าช็อคค้างมากกว่า เพราะเขาเห็นสภาพชายที่รักที่สุดตกในสภาพที่ยิ่งกว่าโดนทรมาน น้ำใสๆ ของว่าที่มือขวาเริ่มไหลนองออกมาเป็นสายช้าๆ เขาต้องการที่จะสื่อสารกับหัวหน้ากรรมการนักเรียนมากมาย แต่กลับพูดอะไรไม่ได้เลย

 

“ฮายาโตะ!....แก!! ไอ้สารเลว!!!

มือหนาที่จับด้ามดาบกำแน่นจนสมองของตนเองอยากจะวิ่งไปไล่ขย้ำคนที่ยืนยิ้มหน้าเดิมๆ แต่เพราะเขาทำไม่ได้ติดตรงที่ร่างของโกคุเดระยืนบังวิถีการโจมตี จึงได้แค่มองอย่างเคียดแค้นอย่างเดียว

 

“..ช่วย...ฆ่า....ชั้น....ที....”

 

“จะบ้ารึยังไง!!

 

“.....ขอ ร้อ..ง....ได้ โปรด....”

 

“ไม่!! ไม่ว่าจะนามิโมริหรือว่าสัตว์กินพืชอย่างคุณ ผมจะไม่ทำอะไรงี่เง่าเด็ดขาด!!

 

“ชั้น...ไม่ ไหว....”

ยังไม่ทันได้พูดจนจบ ร่างของว่าที่มือขวาก็วิ่งหลาวพุ่งใส่ไปประชันกับฮิบาริที่เริ่มสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง แต่เขาก็ยังคงรับดาบได้อยู่เพราะความเก่งกาจของตนเองและประสบการณ์นั้นมีไม่น้อย แต่ฮิบาริก็พยายามเต็มที่ที่จะไม่ลงแรงมากเพราะกลัวโกคุเดระจะเจ็บไปมากกว่านี้

 

เคร้งงง!! เคร้งง!! เคร้งงงง!!

 

“นี่ เจ้าบ้า! แกให้ชั้นเช็ดโซฟานี่ทุกวันทำไมฟร่ะ เผื่อจะเจอเลขเด็ดรึยังไงห๊ะ!!

 

“โซฟาตัวนี้ ผมนอนทุกวัน ดังนั้นคุณจะต้องพิถีพิถันในการเช็ด เข้าใจมั้ย”

 

“บ้าจริงๆ คนอื่นมีเยอะแยะ แล้วทำไมต้องเป็นชั้นด้วย”

 

“ต้องสัตว์กินพืชอย่างคุณเท่านั้น ฮายาโตะ”

 

“จะเรียกชื่อชั้นอีกนาน...อื้ออออ อืออ อ....”

 

“จะทำแบบนี้ทำไมทุกวันเล่า”

 

“ก็ผมชอบจูบของคุณ”

 

“บ้า!! เคียวยะงี่เง่า! ชั้นไม่พูดด้วยแล้ว”

 

“หึ ผมบอกแล้วว่าต้องคุณคนเดียว เพราะคุณคือชีวิตใหม่ของผม”

 

เคร้งงงง!! เคร้งงงงงง!!

 

“บุหรี่น่ะ เลิกมันซักทีเถอะ”

 

“แกไม่เข้าใจหรอกที่ชั้นดูดมันเพราะอะไร”

 

“อย่าทำตัวเป็นเด็กขาดความอบอุ่นสิ ร่างกายพลอยแย่ไปด้วยนะ ฮายาโตะ”

 

“ก แก!! อย่ามากอดชั้นนะเฟร้ยยย!!

 

“ถ้าคิดถึงครอบครัวก็ลดบุหรี่ลงบ้างเถอะ ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม อดีตคุณจะแย่แค่ไหน แต่ปัจจุบันตอนนี้ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ฮายาโตะ”

 

เคร้งงง!! เคร้งงงงง!! เคร้ง!

 

“เอาเอกสารมานี่ ทำไม่ได้ก็จะไปฝืนทำไมเล่า ไม่ฉลาดเลยนะ เป็นหัวหน้ากรรมการนักเรียนนามิโมริซะเปล่า ลูกน้องมีตั้งเยอะแยะกลับไม่ยอมใช้ ทำตัวเป็นพ่อพระไปได้”

 

“ยุ่งไม่เข้าท่าเลยนะ”

 

“ชั้นแค่รำคาญเฟร้ยย!! อย่าเข้าใจผิดซะล่ะ แค่ไม่ยากติดสินบนก็เท่านั้นแหละ”

 

“สัตว์กินพืชจริงๆ”

 

“พูดมากน่า! คนอุตสส่าห์ช่วยหัดพูดจาดีๆ ซะบ้างสิ ฮิบาริ”

 

“ขอบใจนะ”

 

“มีอะไรก็หัดพูดบ้างสิ ชั้นก็เป็นห่วงนะ ทำงานหนักคนเดียวคุ้มมั้ยเนี่ยะ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง อีกอย่างชั้นไม่อยากให้ลูกน้องกระจอกๆ มาไล่จับคนระดับเซียนอย่างชั้นหรอกนะ”

 

เคร้งงงงงง!!

 

“นี่...เคียวยะ”

 

“มีอะไร”

 

“ชั้นไม่รู้จะพูดยังไงดี ทุกเรื่องที่แกช่วยเหลือชั้น...”

 

“อืม รู้แล้ว”

 

“เย็นชาชะมัด เจ้าบ้า! ช ชั้นก็แค่....อยากขอบคุณ หัดพูดจาดีๆ บ้างสิ”

 

“ผมต่างหากที่ควรจะขอบคุณ”

 

“ท ทำไมล่ะ?”

 

“ขอบคุณที่เราได้มาเจอกัน”

 

เคร้งงง!! ตุบบบบ!!

การประดาบครั้งสุดท้ายจบลง เพราะดาบของฮิบาริกระเดนหลุดมือไป เนื่องจากเขาไม่ลงแรงเต็มที่ และอ่อนข้อให้กับว่าที่มือขวาที่ถูกควบคุมร่างกาย

.....เขาไม่กล้าพอที่จะทำร้ายชายที่ตนเองรัก.....

 

“เอาล่ะ...ได้เวลาปิดฉากกันแล้วนะครับ ฮายาโตะคุงนี่บังคับยากใช่เล่นนะเนี่ย ขยับแขนหน่อยสิ คุณจะได้เป็นผู้ชนะแล้วนะ ผมเชียร์คุณอยู่ตลอดเลยนะครับ”

ซิลพูดขึ้นตบท้ายต่อทันทีหลังจากที่หัวหน้ากรรมการนักเรียนพลาดท่าเรียบร้อยแล้ว แต่ร่างกายของโกคุเดระก็ไม่ได้ขยับไปตามใจที่เขาคิดเท่าที่ควรนัก แขนขาร่างกายว่าที่มือขวากลับดื้อดึงและฝืนทนไม่ทำตามคำสั่งของซิลเท่าไหร่นัก แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าไม่ทำตาม แค่ช้าลงก็เท่านั้น

 

“ถ้ามันลำบากใจมากล่ะก็ ไม่ต้องรั้ง แทงมาตรงนี้เลย ชั้นจะคอยรับมันเอง ถ้าด้วยฝีมือของนายแล้วล่ะก็นะ ฮายาโตะ”

ชายเจ้าของเรือนผมสีดำรัตติกาลเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยืนแนบนิ่งให้โกคุเดระวิ่งมาเสียบแทงก้อนเนื้อข้างซ้ายอย่างง่ายดาย เพราะตัวเขาไม่คิดที่จะเสียใจอะไรอีกแล้ว นัยน์ตาสีนิลค่อยๆ หลับตาลงพร้อมกับรอเวลาให้ตัวเองโดนทำร้ายด้วยน้ำมือของคนที่เขารักที่สุด

 

“...เคียว....ยะ...”

ร่างบางร้องไห้ออกมาไม่หยุดหย่อน เพราะเขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว คิดจะต่อต้านแรงก็ทำไม่ได้ แค่พูดก็ใกล้จะหมดเรี่ยวแรงเต็มแก่ แถมมือที่จับดาบก็ตั้งท่าเตรียมที่จะวิ่งไปเสียบหัวใจของผู้ชายที่เขารักไม่แพ้กัน

 

....ผมบอกแล้วว่าเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นความผิดของผมเอง....

 

“....ชั้น....รั...ก....นาย....เคียว ยะ....”

ร่างบางวิ่งพุ่งตรงไปหาฮิบาริที่ยืนรอรับคมดาบของโกคุเดระ ปลายดาบแทงทะลุขั้วหัวใจจนแทบจะหยุดทำงานทันที

 

ฉึกกก!!

 

“ชั้นขอ...โทษ...”

โลหิตสีแดงข้นไหลนองออกมาจากแผลลึกฉกรรจ์ทีละนิดๆ จนกระทั่งมือบางกระชากดาบออกมาจากหน้าอกช้าๆ จนกระทั่งดาบทั้งเล่มหลุดออกจากร่างกายหมด ร่างกายที่ยืนเหยียดตรงก็ทรุดลงไปกองกับพื้นทันที เลือดไหลออกมาจากบาดแผลเรื่อยๆ และไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงได้เลย เพราะว่า...

หัวใจหยุดเต้นเสียแล้ว!!

 

นี่เป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้พูดออกไป เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้สารภาพความในใจออกไป เพราะผมกลัวว่าซักวัน เวลานี้มันจะต้องมาถึง...จุดจบของพวกเราทั้งสองคน

แม้มันจะเร็วแค่ไหนก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้บอกผู้ชายที่ผม

...เพิ่งรู้ว่ารักที่สุดจริงๆ...

ฮิบาริ เคียวยะ

 

ฟุบบบ...

ร่างกายที่โดนแทงด้วยดาบโรมันเหล็กกล้าสวยล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยสภาพไร้วิญญาณ มีเพียงแค่ร่างกายเปล่าๆ ที่ประกอบด้วยเลือดสีแดงสดไหลรินออกมาไม่หยุดจนกว่าจะหมดร่างกาย

 

“ฮายาโตะ!!

ฮิบาริค่อยๆ คลี่ดวงตาขึ้นมา ก็แทบจะเป็นบ้า เพราะเขาพบกับร่างกายที่ขาวซีดเย็นสนิทไร้สีสันของความมีชีวิต ซึ่งทั้งหมดเป็นฝีมือของตัวโกคุเดระเอง ร่างบางล้มตัวลงไปนอนจมคากองเลือดของตนเองใกล้ๆ ปลายเท้าของเขา....กลายเป็นศพไปเสียแล้ว!

 

“อย่ามาทำตัวงี่เง่าแบบนี้นะ จะทำแบบนี้ทำไมกัน แกจะทำแบบนี้ทำไม เจ้าสัตว์กินพืช!!

ร่างสูงรีบลงไปนั่งประคองช้อนตัวโกคุเดระที่ไร้วิญญาณขึ้นมาแล้วกอดรัดด้วยความเสียใจหรือยิ่งกว่าเสียใจ น้ำตาของชายที่เย็นชาหลั่งไหลออกมาเป็นทางไม่หยุดและไม่อายใครอีกต่อไป ตัวของเขาทำได้แค่กอดชายที่เย็นชืดนิ่งสนิทที่ตนเองรักที่สุดในชีวิตเท่านั้น

 

“หยุดไหลสิ หลุดไหลสิ เลือดหยุดไหลสิ!!! ฮายาโตะ!! ทำไมต้องทำแบบนี้!!

ฮิบาริเริ่มรับไม่ได้กับสิ่งที่ตนเองต้องมาเจอ เขาพยายามจะห้ามเลือดบริเวณหัวใจแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปเพราะตั้งแต่วินาทีที่โกคุเดระตัดสินใจใช้ดาบโลหะแทงเข้าไปก็สายไปเสียแล้ว

 

“ว้า...หักมุมสุดๆ เลยนะเนี่...”

ซิลที่ยืนมองก็ทำหน้าแสร้งเศร้าออกมาอย่างเสียดายแต่เขาก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือของมุคุโร่ที่ใช้หอกสามง่ามฟาดฟันที่แผ่นหลังของบุรุษปริศนาที่เผลอพลั้งมัวแต่ยืนมองอย่างพอใจ

 

ฉัวะ!!!

 

“นั่นสินะครับ คึหึหึหึ หักมุมจริงๆ ด้วย”

 

“ก แก!....มุคุโร่”

 

“ผมบอกแล้วไงว่าถ้าคุณทำให้ฮายาโตะเป็นอะไร ผมจะฆ่าคุณทันที”

 

“แก....”

 

ฟุบบบบ

และชายที่เลวระดับโลกก็ต้องมาตายง่ายๆ ด้วยฝีมือของชายสายหมอก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เรียกว่า จบอย่างโง่ๆ และโคตรงี่เง่าจริงๆ ของผู้ชายแสนเลวคนนี้

 

แปะ แปะ ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า

 

สายพิรุณเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นใจคอยช่วยลบน้ำตาแสนปวดร้าวของฮิบาริที่เอาแต่ร้องไห้ไม่รู้จักพอ ไม่เพียงแค่ร้องไห้เหมือนคนบริจาคน้ำตาอย่างเดียว เขาเอาแต่กอดศพสวยที่ไร้ชีวิตตลอดไปยอมปล่อย เสื้อเชิ้ตสีขาวบัดนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยกลิ่นคาวและสีของเลือดจากคนรักเต็มทั่วไปหมด

 

“ฮายาโตะ!! อย่าทำแบบนี้ ขอร้อง!! ลืมตาขึ้นมาสิ!! มาบ่นชั้นสิ! มาซัดหน้าชั้นสิ! นี่ไง บุหรี่ที่แกชอบน่ะ ไหนบอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนไง ฮายาโตะ!! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้....”

เวลานี้คงไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปปลอบใจหรือแม้กระทั่งพูดจาด้วยกับฮิบาริ เพราะเขากำลังพร่ำเพ้อจนเป็นคนบ้าไปหมดแล้ว ศักดิ์ศรีของความเข้มแข็งหรือหัวหน้ากรรมการนักเรียน ตอนนี้อะไรก็รั้งไว้ไม่ได้อีกแล้ว จะให้ทำใจเดี๋ยวนี้คงจะเป็นเรื่องยากที่สุด

 

“ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ฮายาโตะ ชั้นขอร้อง...อย่าทิ้งชั้นไว้แบบนี้! ตื่นขึ้นมาคุยกับชั้นก่อน แกยังไม่ได้รู้ความในใจของชั้นเลย ว่าชั้นน่ะ ชั้นน่ะ...”

 

“ชั้นรักแก รักแกมากแค่ไหน!! แล้วทำไมถึงต้องปล่อยให้ชั้นอยู่นามิโมริโดยที่ไม่มีคนอย่างแกด้วย! ชั้นจะอยู่ยังไงในเมื่อแกไม่อยู่แล้ว!! ฮายาโตะ!!

ฮิบารินั่งทรุดพร้อมกับโอบกอดตัวร่างกายที่กลายเป็นศพอยู่ตลอดตั้งแต่เกมส์อาถรรพ์ยุติลงอย่างไม่ยุติธรรม จนกระทั่งถึงเวลาเกือบรุ่งเช้า รองกรรมการนักเรียนที่เพิ่งได้เวลาออกตรวจแต่เช้าก็พบกับหัวหน้าของตนร้องไห้ไม่รู้จักพอ และยังคงกอดรัดผู้ชายที่เขาชอบทำโทษอยู่บ่อยๆ เขาถึงกับช็อคค้างและออกคำสั่งให้ทุกคนล้อมบริเวณที่เกิดเหตุขึ้นพร้อมกับเตรียมขุดหลุมศพให้ แม้ว่ารู้อยู่แก่ใจดี โกคุเดระ ฮายาโตะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว แต่มีใครบ้างจะรับได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

เวลามันเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีคำพูดใดๆ ที่จะสื่อสารกันได้เลย

นอกเสียจาก

...อยู่เพียงลำพังในห้องแคบๆ...

วันนี้เป็นวันครบรอบที่ผมจากคนที่ผมรักที่สุดทั้งชีวิตไป

ที่นี่ นามิโมริ ใต้ต้นไม้ที่ผมไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่เพราะร่างกายผมไม่รับเลยจริงๆ

...ซากุระ ความหมายของมันคือ ผลิบาน มันจะผลิในฤดูที่อบอุ่น ยิ่งอบอุ่นมากก็ยิ่งบานเร็วมากขึ้น และมันจะหล่นร่วงหลังจากที่ผลิบานออกมาให้หลังไม่นานนัก

ถ้าเปรียบเรื่องความรักของพวกเราสองคน ดอกซากุระ เป็นอะไรที่ตรงจริงๆ

ทั้งสวย ดูเปร่งประกาย มีความสุข แต่ต้องจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ผมบอกแล้วไง ว่าอยากย้อนเวลากลับไปหาอดีต

แต่มัน...ก็สายไป

ผมที่อยู่แต่ในห้องกรรมการนักเรียนได้แต่มองจากด้านบนลงไป ตอนนี้มีพวกเพื่อนๆ ของฮายาโตะมายืนไว้อาลัยหน้าหลุมศพใต้ต้นซากุระที่ผมเป็นคนขุดมันหลังจากที่...เขาต้องจากผมไป

ซาวาดะ สึนะโยชิ เอาแต่กอดแผ่นป้ายชื่อของฮายาโตะพร้อมกับร้องไห้ไม่รู้จักเหนื่อยมาตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้ พร้อมกับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองจากที่เหยาะแหยะไม่ตั้งใจเรียน กลายเป็นคนขยันและเรียนเก่งขึ้น ฮายาโตะเป็นคนสอนซาวาดะให้ตั้งใจเรียนสม่ำเสมอ ไม่แปลกที่เขาจะเรียนดีขึ้นเลย เพราะเขาทำเพื่อฮายาโตะแน่นอน

ยามาโมโตะ ทาเคชิ มาพร้อมกันกับซาวาดะแต่เช้าแล้ว เขาเอาแต่ถือบุหรี่ยี่ห้อที่ฮายาโตะชอบพร้อมกับจุดมันทิ้งไว้ และเอาไปวางหน้าป้ายหลุมศพ และมีซูชิกล่องใหญ่ที่ฮายาโตะชอบกินมาวางประดับไว้ใกล้ๆ กับบุหรี่ และเอาแต่พูดโทษตัวเองซ้ำๆ ว่า “ถ้าตอนนั้นชั้นไปพร้อมนายล่ะก็ เรื่องคงจะไม่เป็นแบบนี้สินะ โกคุเดระ” ไม่เพียงแค่นั้น เบสบอลที่หมอนั่นชอบก็ฝึกหัดหนักกว่าเดิมราวกับลงโทษตัวเอง และคงจะเป็นคำพูดที่ฮายาโตะชอบพูดเปรยไว้เป็นประจำสินะ “แกต้องเป็นนักกีฬาเบสบอลระดับโลกให้ได้นะ ยามาโมโตะ”

โรคุโด มุคุโร่ เหมือนจะนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระตั้งแต่เมื่อคืน เขาเอาแต่บ่นและด่าตัวเองเป็นวรรคเป็นเวรตลอดเวลา พูดไม่รู้จักจบทุกๆ คืน บางทีก็เอาแต่ร้องไห้อยู่คนเดียวในเวลาที่ไร้เงาของผู้คน เขาชอบมาหาฮายาโตะเวลากลางคืนหรือเวลาที่ไม่มีใครอยู่ทุกๆ วัน พร้อมกับดอกกุหลาบสีดำไม้วันละ 1 ดอก ที่เป็นกุหลายสีดำผมพอจะเข้าใจหัวอกเจ้านั่น ไม่ใช่แค่เพียง ”ความเสียใจ” แต่มันคือ “นิรันดร์” หรือจะพูดความหมายทั้งหมดคือ “รักนิรันดร์ และไม่เคยมีจริง” วันนี้รู้สึกว่าวันนี้เขาจะพูดเยอะเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดจะปริปากพูดกับใครบ่อยๆ แท้ๆ แถมดอกไม้ก็มาเป็นช่อใหญ่สวยหรูอีก เขาคงจะทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วจริงๆ สินะ เสียใจมากไม่แพ้กับผมหรือคนอื่นๆ หรอก และคงโทษแต่ตัวเองเพราะเพียงแค่ค่าจ้างกับเกมส์นรกนั่น!

ส่วนตัวผม...ทำอะไรไม่ได้เลยซักนิด ที่ทำได้ก็แค่

....พยายามฝืนทนอยู่บนโลกนี้ต่อไป....

โชคดีที่วันนี้งานมีมากจนทำให้ผมต้องเอาแต่เพ่งกระดาษมากมายที่วางเรียงรายเต็มโต๊ะของผม แน่นอนล่ะว่าที่ผมทำแบบนี้ ก็เพราะไม่อยากฟุ้งซ่านคิดถึงแต่ฮายาโตะ ไม่อย่างนั้นนามิโมริก็จะพลอยแย่ แถมฮายาโตะก็คงจะโกรธที่เอาแต่คิดถึงเขาโดยไม่สนใจหน้าที่ตนเอง แต่มันยากนะ...

...ยากที่จะไม่ให้คิดถึง...

กลับมาหาชั้นเถอะ โกคุเดระ ฮายาโตะ

อย่าปล่อยให้ชีวิตชั้นมันว่างเปล่าแบบนี้ ได้โปรด...

 

“ชั้นรักนาย เคียวยะ อยู่เพื่อชั้นด้วยนะ ขอร้อง...”

พรึบบบ!!

 

เสียงหวานลอยเข้าหูของหัวหน้ากรรมการนักเรียนที่ฟุบหลับคาโต๊ะเพราะเหลียจากการทำงานหนักเกินตัว ทำให้ฮิบาริสะดุ้งตื่นขึ้นมาและรีบหันซ้ายขวาเหลียวหน้าหลังไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน

 

“ฮ ฮายาโตะ!!

ร่างสูงค่อยๆ ยันกายลุกออกมาจากโต๊ะทำงานของตนแล้วเดินเปิดหน้าต่างเพื่อรับอากาศภายนอก

 

“สายลม คือแกใช่มั้ย ฮายาโตะ”

 

“ถ้าเป็นเช่นนั้นช่วยพัดพาให้หัวใจของชั้นได้เจอกับแกอีกครั้งเถอะ ถึงมันจะต้องใช้เวลามากมายเท่าไหร่ ชั้นจะต้องได้พบเจอแกให้ได้ ดังนั้น ช่วยรอชั้นอีกหน่อยเถอะ แล้วเราจะได้เจอกันอีกครั้ง ชั้นสัญญา”

 

ไม่ว่าจะกี่ปี หรือจะนานเท่าไหร่ก็ตาม

ถึงความรักของพวกเราจะแสนสั้นจนน่าเสียใจมากแค่ไหนก็ตาม

แต่ความทรงจำดีๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น มันไม่เคยจางหายไปเลย ไม่มีเลย

หรือแม้กระทั่งสิ่งดีๆ ที่มีให้กัน ทุกๆ อย่างก็ยังคงเก็บไว้ในใจของผมตลอดกาล นานเท่าไหร่ผมก็ไม่ลืม

...โกคุเดระ ฮายาโตะ...

และตัวผมก็ยังคงฝืนดำเนินชีวิตต่อไป แม้ว่าจะเหงามากแค่ไหน แต่ผมก็จะอยู่ต่อไป...เพื่อคำขอของ

ฮายาโตะ

 

สายลมที่ผมรักจะต้องพัดพาเมฆาไปด้วยตลอดเวลา และเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

FIN :: 1859 Betting Life



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #210 Hayato12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 08:47
    ไม่น่ะฮายาโตะตายซ่ะแล้ว สงสารเคียวยะจังเลย T_T
    #210
    0
  2. #201 mina.mimi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 09:28
    ยาวมากกกก แต่มันทำให้หนูน้ำตาไหลปริ่มๆ เลยพี่เรกิ๊!!! เกือบร้องไห้ (ร้องไปหน่อยนึงล่ะ)
    ยาวแบบนี้ชอบค่ะ จะได้ไม่ต้องไปตามแต่ละตอน 5555
    ออกแนวขี้เกียจเล็กน้อย โชคดีที่หนูเป็นคนอ่านไวหน่อย
    #201
    0
  3. #181 LawRocker (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 19:47
    เอาตรงๆเลยนะ หนูร้องไห้น้ำตานองอ่ะ กลั้นสะอื้นแทบตาย(กลัวคนอื่นรู้) หนูก๊กน่าสงสาร ฮืออออออ~ TT อ้อลืมรายงานตัวค่ะ หนูอ่านหลายตอนแล้วแหละ. . .แต่ไม่ได้เม้นต์//โดนถีบ เดี๋ยวจะรีบเม้นต์นะค๊าาาา //ไปเม้นต์
    #181
    0
  4. #125 เซเวน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 22:04
    ชอบมากเลย เจ๊เรกิซึ้งมากก
    #125
    0
  5. #124 Tulan_Nava BB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 21:56
    T^T  ก๊กจ๊างงงงงงง
    จบแบบนี้เมนต์ไม่ถูกเลยง่าา
    ตอนแรกยังฟินอยูาเลยงื่อ ไหงมาน้ำตาปริ่มง่ะT^T

    ปล.เมะยังมาเศร้ากับก๊กไม่ครบนะ ยังเหลือ เจ้าชาย Dr ม้าแก่ กบ แรมโบ้(คู่นี้ไม่รู้ใครจิ้นป่าว แต่หนูจิ้น><) คุณพี่ แล้วก็อุริ(กับสัตว์ก็ไม่เว้น) 

    พอและ เม้นไปซึ้งไป มั่วไป(?)
    #124
    0
  6. #119 Akina Karuta (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2556 / 19:18
    มันไม่ใช่ฟิกสั้นแล้วค่ะ แต่มันหนุกมากกกกกกกก น้ำตาแตกค่ะ T^T ฮือ~~ โหวตไงเนี่ยยยยย
    #119
    0
  7. #118 1859 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 23:25
    หวาน ซึ้ง เศร้า เรียกน้ำตาได้มากเลย

    ก๊กจังตาย เศร้า ฮืออออออออ

    ถึงยังไง เมฆาก็จะรอคอยวายุต่อไป รอคอยให้วายุได้พัดเมฆากลับมามีตัวตนอีกครั้ง
    #118
    0
  8. #116 My name's Pokky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 23:32
    T T เข้าใจแล้วว่าทำไมมีแต่คนบอกว่าฟิคพี่เรกิมันทำให้ใครๆ ร้องไห้ได้

    ก๊กตายนี่เอง //กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    โกรธพี่เรกิไม่ลงเพราะโชคดีที่ท่านฮิยังอยู่ #ผิด 555+

    เอาน่ะ หักมุมแบบนี้ก็ไม่เลวนะคะ แต่เยอะโหดมากเลยล่ะค่ะพี่เรกิ

    โหวตตตตต 5555 นานๆ เห็นฟิค 1859 จะลงเอยแบบดราม่าที //น้ำตาไหลเลย TT___TT
    #116
    0
  9. #115 Sakurai Winter (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 22:32
    ไม่เสียแรงที่โหวต อิอิ
    แต่ยาวไปจริง ๆ น่ะนะ
    อยากได้คอมเม้นท์ยาว ๆ ตรง ๆ มั๊ย
    เดี๋ยวจะไปบอกในแชทละกัน
    อิอิ
    #115
    0
  10. #114 ผู้ชอบ 59 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 20:19
    T^T เศร้าอ่าา

    ทำไมฮายาโตะต้องตายด้วยยยยยย ทุกคนเสียใจน่าาาาาาาาา



    ปล.ยังไงก็กลับมาอ่านอยู่แล้วจ้าาาา สู้ๆน่าาาา
    #114
    0
  11. #113 โอตาคุ เหมียว ๓owo๓ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 19:07
    ยาวไปนิ @A@

    ตาลายนิ

    ดราม่า(ไป)นิ;^;

    แต่ชอบนิ
    #113
    0
  12. #112 The Ton.Or (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 18:44
    เห้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

    พี่เรกิ ทำแบบนี้ไม่ได้นะค๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    พี่เรกิโหดร้ายที่สุดเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


    แต่ก็จะโหวต ได้อารมณ์มากเลยค่ะ 555
    #112
    0
  13. #111 LittleLiars (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 17:56
    ม่ายยยย!! ไม่ต้องไม่จบเช่นนี้!!!!!!!!!

    พี่เบญ ทำิอย่างนี้ได้ยังไงงงง!/กรีดร้องงงง!!



    อ้ากกกกกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว!!!!!!!!

    ฮึกกกกกกก!!T^T
    #111
    0
  14. #110 YJShipper.Cassiopeia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 02:33
    คือง่วงเลยไม่ได้อ่านทุกคำ....ยาวมากกกกกกกกกกกก

    แนะนำให้พี่เรกิไปแต่งเป็นเรียงความ เอ้ย! ฟิคชั่นยาวเลยจะดีมาก..

    แล้วนี้... ALL 59 รึเปล่า มาหมดเลยนะเนี่ยยยย...

    ซึ้งมาก...

    อีคุณเคียวก็จ้องจะจุ๊บน้องงง = =; อีชอบแตะอั๋งคนอื่นนนนน !!!

    สู้ๆน๊าาา พี่เรกิ :) เดี๋ยวส่งโหวตไป...

    ชอบการแต่งของพี่เรกิแบบว่า...บรรยายยาวดีอ่า ฮ่าๆๆๆ

    แต่แนะนำคือ...เรทน่าจะ PG-15 นะพี่ แบบนี้ 13 อ่านไปๆมาๆอาจตกใจ 55555' [ล้อเล่นๆ]

    สนุกมากค่าบบบบบบบบบบบบบบบ

    ไฟท์ติ้ง !!!
    #110
    0
  15. #109 BlacX Lotus (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 01:53
    ซึ้ง!!! พ่อเมพฮะ ไม่ยิงแล้ว TT
    #109
    0
  16. #108 Sakurai Winter (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 01:38
    เอร้ย ขอโหวตไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาอ่าน มั่นใจในฝีมือ โหวตเลยดีกว่า 555
    #108
    0