Honey ศิโรราบรักน้ำผึ้ง [เปลี่ยนชื่อ + รีไรท์ค่ะ]

ตอนที่ 9 : Honey : ตอนที่ 6 ตำแหน่งใหม่ 2 [ รีไรท์ค่ะ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ธ.ค. 57

ศิโรราบรักน้ำผึ้ง

รชารามิล



ตอนที่ 6 ตำแหน่งใหม่ 2



ฮันนี่กลับมาที่ห้องของตัวเองได้สำเร็จ เธอล้มตัวลงนอนทันทีที่มาถึง รู้สึกเหนื่อยอย่างไม่มีสาเหตุ เวลาอยู่กับผู้ชายเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจอย่างรภัทรแล้วสิ้นเปลืองพลังงานชะมัด นี่ยังไม่นับเรื่องอื่นๆ ที่ทำกับเขานะ

หญิงสาวนอนไปแต่ก็ไม่หลับเพราะในหัวมีแต่เรื่องที่เพิ่งผ่านมาทั้งนั้น ไม่ใช่เสียใจหรือเสียดายสิ่งที่เพิ่งเสียไป แต่กำลังคิดว่าชีวิตของเธอจะเป็นยังไงต่อไป? แผนชีวิตที่เธอวางเอาไว้หลังจากเรียนจบจะกลายเป็นจริงตามที่ตั้งใจหรือเปล่า อุปสรรคคือผู้ชายต่างวัยทั้งสองแถมยังเป็นอุปสรรคใหญ่ซะด้วย เธอคงได้แต่ภาวนาให้พวกเขาเบื่อเธอเร็วๆ เธอจะได้เลิกเป็นสิ่งของที่พวกเขาจะลากไปไหนก็ได้ตามใจซะที

เสียงออดหน้าห้องทำให้ฮันนี่ละจากเตาที่กำลังทำอาหารไปเปิดประตู ใครกันนะมาหาค่ำมืดแบบนี้

“ คุณมิลาน!

ฮันนี่อุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นคนที่ไม่อยากเจอมายืนอยู่หน้าห้อง ได้ไง เขารู้ได้ไงว่าเธอพักอยู่ที่นี่ ทั้งที่เธอให้ลูกน้องคนสนิทของเขาไปส่งที่อื่น พอคิดถึงตรงนั้นก็อยากกัดลิ้นตัวเองตาย เธอลืมไปได้ไงนะว่าเขาเป็นใคร พอหันไปมองลูกน้องคนสนิทของเขาที่เคยมาส่งฉันก็เห็นเขาทำหน้าอมยิ้มอยู่ ชิ พอกันทั้งเจ้านายลูกน้อง

“ จะไม่เชิญเข้าห้องหน่อยเหรอ “ แขกหนุ่มถามพลางปลดเนคไทที่คอด้วยท่วงท่าเขย่าใจสาวอย่างยิ่ง

“ ไม่ค่ะ “ เจ้าของห้องคนสวยบอกแล้วทำท่าจะปิดประตูแต่คนมือไวก็ต้านไว้ก่อนแถมยังออกแรงเปิดออกแล้วพาตัวเองเข้ามาอย่างถือวิสาสะอีก

“ กลิ่นอะไร “

พอเขาพูดเธอก็นึกได้ว่าทำอาหารอยู่ แม่ครัวคนสวยเลยรีบกลับไปประจำตำแหน่งเดิมอย่างไว คนเป็นแขกอึ้งอีกครั้งที่เห็นหญิงสาวกำลังหยิบนู้นใส่นี่ลงในกระทะ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนของเขาทำอาหารเป็นมาก่อน เธอเป็นมนุษย์ต่างดาวใช่มั้ย

“ คุณทานอะไรมาหรือยัง “ แม้จะไม่ชอบใจที่เขาบุกเข้ามาแต่ก็ยังไม่แล้งน้ำใจเอ่ยถาม ยังไงมีเพื่อนทานข้าวมันก็รู้สึกดีกว่าทานคนเดียวอยู่แล้วนี่นา

“ ยัง “

เขาตอบกลับแล้วเดินมานั่งรอที่โต๊ะทานข้าวเล็กๆ ใกล้ๆ โซนห้องครัวของเธอ สายตาคมก็กวาดสำรวจห้องของหญิงสาวคนเก่งไปด้วย ห้องกว้างกำลังดีแม้จะไม่กว้างมากแต่ก็ถือว่ากว้างสำหรับการอยู่คนเดียว การตกแต่งในห้องเป็นโทนสีอ่อนซะเป็นส่วนใหญ่ ของต่างๆ ถูกจัดเข้าที่เข้าทางให้อยู่ในที่ของมันอย่างเป็นระเบียบ เป็นผู้หญิงที่มีนิสัยขัดกับหน้าตาซะจริง

“ ไม่ยักรู้ว่าทำอาหารเป็น “ รภัทรถามลอยๆ เมื่อเจ้าของห้องยกอาหารมาให้

“ ก็คุณไม่ได้ถาม “ ฮันนี่ตอบลอยๆ กลับไป ก่อนจะลงมือทานอาหารฝีมือตัวเอง คนเป็นแขกเองก็ลงมือทานตามบ้าง อันที่จริงเขาจะมาชวนเธอไปดินเนอร์ ไม่คิดว่าจะได้มาดินเนอร์ในห้องเธอซะเอง

อร่อยชมอาหารที่เชฟคนสวยทำให้ในใจ เขาไม่น่าขวนขวายฝากท้องไว้กับร้านอาหารแพงๆ แต่รสชาติไม่เท่าไหร่พวกนั้นเลยทั้งที่มีเชฟมือดีอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้

“ ถ้าไม่ถูกปากก็ไม่ต้องทานหรอกค่ะ “

ฮันนี่พูดขึ้นเมื่อเห็นเขาจ้องอาหารตรงหน้าหลังจากทานไปแค่คำเดียว ผู้ชายระดับเขาคงต้องกินภัตตราหรูที่มีเชฟระดับเทพทำให้สินะ เธอเข้าใจแล้วก็ไม่ได้โกรธอะไรด้วย แต่ผิดคาค เธอนึกว่าคนตรงหน้าจะไม่แตะมันแล้วซะอีกแต่กลายเป็นว่าเขาทานไม่เหลือซะงั้น

“ สนใจจะมาเป็นแม่ครัวที่บ้านฉันไหม “ เป็นการชมที่แปลกคนมาก หญิงสาวคิดในใจ

“ ไม่ค่ะ อยู่กับเตาทั้งวันหน้าก็โทรมแย่สิคะ ฉันยังต้องใช้มันหาเงินอีกนะ “ ฮันนี่ตอบไปมือก็ล้างจานไปด้วย ไม่ได้รู้เลยว่าคนฟังกำลังไม่พอใจกับคำพูดประโยคหลังของเธออยู่

“ ยังรับงานอยู่อีกเหรอ? “ น้ำเสียงที่ถามเปลี่ยนไปจนคนหันหลังให้รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจอยู่

“ ก็มันอาชีพฉันนี่นา “ เธอไม่คิดจะขอเงินใครกิน

“ เธอเป็นผู้หญิงของฉัน และฉันไม่ต้องการให้เธอไปโชว์เนื้อหนังของเธอให้ใครดูนอกจากฉันคนเดียว “ รภัทรสั่งอย่างเอาแต่ใจ เขาไม่คิดจะแชร์ของใช้กับใคร แม้แต่ทางสายตาเขาก็ไม่ให้

 “ ถึงฉันปฏิเสธคุณก็ไม่ยอมอยู่ดี “

ฮันนี่บอกลอยๆ แล้วเดินไปเปิดทีวีดูข่าวทั่วไป เพราะเธอเอาแต่ทำงานเลยต้องอัพเดตข่าวสารบ้างเมื่อมีโอกาส และเหมือนฟ้าจงใจเมื่อมันเป็นข่าวของผู้ชายสูงวัยอีกคน ตอนนี้เขากำลังไปเข้าร่วมการประชุมอะไรซักอย่างเกี่ยวกับผู้ทำธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่เยอรมัน คงพักใหญ่ๆ กว่าเขาจะกลับมาเมืองไทย

“ ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ฉันไม่ปล่อยให้คนของฉันต้องลำบากอยู่แล้ว อยากได้เท่าไหร่ว่ามาเลย “ รภัทรพูดต่อเมื่อเห็นฮันนี่เอาแต่ดูทีวี เธอถอนหายใจกับความเอาแต่ใจที่เหมือนกันของผู้ชายต่างวัยทั้งสอง พอกันทั้งคู่ อยากได้อะไรก็คิดว่าเงินที่มากล้นของตัวเองซื้อได้ทุกอย่าง

“ คุณจะเบื่อฉันเมื่อไหร่เหรอ “ ฮันนี่ละจากหน้าจอทีวีมาถามเขาหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ คนโดนถามนิ่งไปเมื่อได้ยิน

“ ทำไม “

รภัทรถามกลับเสียงแผ่ว เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเบื่อผู้หญิงตรงหน้าเมื่อไหร่ ก็จริงที่เธอเป็นผู้หญิงที่สวยเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขานอนด้วย แต่เขากลับพอใจเธอมากกว่าใคร ไม่ใช่เพราะเธอยังบริสุทธิ์แต่เพราะหลายๆ อย่างที่เป็นเธอ ทั้งความคิด การพูด และไหวพริบที่ทำให้เธออยู่รอดในวงการมาได้จนถึงมือเขา

“ เพราะฉันแค่อยากรู้ว่าจะต้องอยู่เป็นผู้หญิงลับๆ ของคุณนานแค่ไหน “

ยังไงเธอก็หนีเขาไม่พ้นเหมือนผู้ชายอีกคน ถึงเธอจะดึงดันปฏิเสธไป คนที่อำนาจล้นฟ้าอย่างเขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อบีบให้เธอจำยอมอยู่ดี สู้โอนอ่อนทำตามที่เขาต้องการ พอเขาเบื่อ เธอก็จะได้กลับมาทำงานของเธอได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาอะไร ช่วงนี้ก็ถือว่าพักผ่อนไปในตัวล่ะกัน เธอปลอบใจตัวเองที่กำลังจะกลายเป็นผู้หญิงในมุมมืดเต็มตัว ขอแค่อย่างเดียว แค่หัวใจเธอไม่เผลอสั่นไหวให้เขาก็พอ

“ จนกว่าฉันจะแต่งงาน “ รภัทรตอบออกไปก็รู้สึกจุกแปลกๆ ขึ้นมา เขาไม่อยากเสียเธอไปแม้ตัวเองกำลังจะมีผู้หญิงที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกคน

“ ตกลงแต่ฉันมีข้อแม้ ฉันขออยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากไปอยู่บ้านหลังนั้น “ มันกว้างเกินไป เธอไม่ชินกับบ้านหลังใหญ่และคนรับใช้ที่ห้อมล้อมรอบตัว เธอโตมากับการถูกเหยียดหยามไม่ใช่เอาใจใส่สารพัดเหมือนเขา

ฮันนี่ค่อนข้างแปลกใจที่คนเอาแต่ใจอย่างเขายอมรับข้อเสนอง่ายๆ หลังจากคุยกันรู้เรื่องแล้วเขาก็กลับบ้านของเขาไปไม่ได้ทำอย่างอื่นที่เธอคิดเอาไว้ พอรภัทรกลับไปฮันนี่ก็ต่อสายหาพี่จุ๊บแจงที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวทันที หญิงสาวอ้างเหตุผลว่าช่วงนี้เธอขอลางานซึ่งพี่แกก็เข้าใจไม่ได้ซักไซ้อะไรมากมายแต่แอบบ่นนิดหน่อยเพราะเธอเป็นสินค้าขายดี พี่แกเลยสูญเงินไปเงินเยอะเลยที่เธองดรับงาน แต่ก็มีแค่วิธีนี้ที่เธอจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติหลังจากที่รภัทรเบื่อเธอแล้ว

การตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีตารางงานในหัวมันก็รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไรตรงไหนก่อนดีเพราะงั้นฮันนี่เลยตัดสินใจจะไปเยี่ยมคนคนหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้ไปเกือบเดือนมาแล้ว เธอแต่งตัวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวเหมือนปกติ ก่อนจะขึ้นรถเพื่อไปยังที่หมายก็ไม่ลืมซื้อขนมของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย

รถจอดลงที่หน้าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่คุ้นเคยดี ฮันนี่เดินหอบถุงขนมนับสิบเข้าไปด้วยรอยยิ้มและความคิดถึง เด็กๆ ที่เล่นกันอยู่ในสนามวิ่งกรูเข้ามาหาทันทีที่เห็นพี่สาวคนสวยที่คุ้นหน้า

“ พี่ฮันนี่มาแล้ว “ เด็กหลายคนตะโกนก้อง คนอื่นๆ ที่ยังอยู่ในบ้านก็กรูตามกันออกมา

“ เป็นไงบ้างเด็กๆ นี่ขนมเอาไปแบ่งกันนะ อย่าแย่งกันนะค่ะ “ ฮันนี่บอกแล้วส่งถุงขนมให้แต่ละกลุ่ม ก่อนจะเดินไปสวัสดีคุณครูป้าณีที่คอยสอนหนังสือให้เด็กๆ พวกนี้และตัวเธอในอดีต

“ สบายดีมั้ยคะครู “

“ จ้า ครูยังแข็งแรงดี แล้วหนูล่ะดูซูบไปนะ ทำงานหนักไปหรือเปล่า “ หญิงวัยกลางคนถามอย่างห่วงใยเมื่อเห็นอดีตลูกศิษย์คนสวยผอมลงอีกแล้ว

“ เปล่าเลยค่ะ แล้วแม่อัญล่ะคะ? “ ฮันนี่ตอบเสียงสูงจนคนถามหรี่ตาอย่างจับผิดก่อนจะเอ่ยถามถึงผู้มีพระคุณอีกคนที่อาวุโสที่สุด

“ อยู่ในสวนผักนู้น ห้ามก็ไม่ฟังยังลงไปรดน้ำถอนหญ้าให้ปวดหลังเล่นอีก “ ครูป้าณีบอกแกมบ่นขำๆ หญิงสาวเดินไปตามทางที่คนสูงวัยบอกทันที

“ คิดถึงจังเลยค่ะ “ เมื่อเห็นเป้าหมายก็ไม่รีรอตรงเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลัง เล่นเอาคนอายุมากเกือบหัวใจวายเพราะความตกใจ

“ ยัยหนูฮันตัวแสบ เดี๋ยวแม่หัวใจวายพอดี “ คุณอัญมณีบ่นเล็กๆ ก่อนจะหันมากอดตอบหญิงรุ่นลูกที่เป็นเหมือนเสาหลักของบ้านหลังนี้

“ มานั่งนี่เลยค่ะ เดี๋ยวฮันทำเอง แก่แล้วยังทำตัวเป็นวัยรุ่นไปได้ “

ฮันนี่บ่นขำๆ ก่อนจะพาคนสูงวัยมานั่งพักที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ก่อนที่ตัวเองจะเป็นคนลงมือรดน้ำแปลงผักสวนครัวที่เด็กๆ กับคุณครูช่วยกันปลูกไว้กินในบ้านแทน หญิงสาวสูงวัยมองหญิงสาวรุ่นลูกด้วยสายตาเอ็นดูและเวทนาเมื่อนึกไปถึงอดีตที่นางไปเจอเด็กคนนี้ แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมาก ยิ้มมากขึ้นแม้จะเป็นยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นมาก็ตาม

“ พอแล้วลูก มาๆ มานั่งพักดื่มน้ำดื่มท่าก่อนเดี๋ยวจะเป็นลมซะก่อน “ คนอายุมากบอกอย่างเอ็นดูเมื่อหญิงสาวคนสวยที่ไม่ห่วงภาพพจน์ยังทำนู้นทำนี่ไม่หยุดจนนางกลัวว่าเธอจะเป็นลมล้มไปเพราะหน้าขาวๆ ที่เหมือนไม่มีเลือดไปเลี้ยงนั่น

“ ชื่นใจจัง “ หญิงสาวรุ่นหลานบอกด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ดื่มน้ำเย็นลอยดอกมะลิหอมๆ หลังจากออกแรงให้ได้เหงื่อมาถังใหญ่ๆ

“ แล้วที่นี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ เงินพอใช้หรือเปล่า? “ ฮันนี่ถามเหมือนทุกที นอกจากแม่แท้ๆ แล้วเธอยังมีที่นี่อีกที่ต้องรับผิดชอบดูแลด้วยความเต็มใจ

“ พอจ้า ไม่มีปัญหาอะไรเลย “

คุณอัญมณีบอกแล้วยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า เด็กคนนี้เป็นผู้หญิงที่หาได้ยาก นอกจากจะสวยเกินวัยแล้วยังเข้มแข็งขัดกับรูปร่างหน้าตาที่บอบบาง มีน้ำใจเอื้อเฟื้อแม้ตัวเองจะเคยถูกกดขี่มามากมายแต่ก็ไม่เคยคิดแค้นฝังใจ ซ้ำยังกตัญญูไม่ทอดทิ้งสถานที่ที่เคยให้ที่พักพิง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ยังไม่ลืมพระคุณ เป็นเด็กที่ดีมากจริงๆ แต่ทำไมโชคชะตาถึงมีเคราะห์กรรมมากขนาดนี้นะ นางล่ะอดสงสารผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้แม้จะผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตาม

“ แม่ใหญ่คะ พวกนั้นมาอีกแล้วค่ะ “ คุณครูคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ที่นี่เดินหน้าเครียดเข้ามา

“ มีอะไรหรือเปล่าคะ “ ฮันนี่ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหญิงสูงวัยทั้งสอง

“ ไม่มีอะไรหรอกลูก เดี๋ยวแม่มานะ หนูรอนี่แหละ “ คุณอัญมณีบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไป ทิ้งความสงสัยให้อีกคนที่นั่งอยู่เป็นอย่างมาก ผ่านไปซักพักคนสูงวัยก็ยังไม่กลับมาซักที เธอเริ่มเป็นห่วงจนต้องเดินตามไปทางที่ผู้มีพระคุณเดินจากไป

เสียงดังเหมือนอะไรแตกกับอีกเสียงที่เหมือนของหนักๆ หล่นกระทบพื้นทำให้ฮันนี่เดินตามไป

“ นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องทำรุนแรงด้วย “ ฮันนี่รีบเข้าไปช่วยพยุงหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่กับพื้น ข้างๆ ก็มีข้าวของตกระเนระนาดเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด ด้านหน้าของเธอมีผู้ชายสามคนที่ดูเหมือนพวกกุ๊ยนิสัยเสียยืนทำหน้าเหี้ยมอยู่

“ ว้าว น้องสาวคนสวยอยู่ที่นี่ด้วยเหรอจ๊ะ สนใจไปเที่ยวกับพี่ไหม “ เสียงเห่าหอนดังขึ้นทันที ผู้หญิงอะไรสวยบาดใจชะมัด เธอไปอยู่ที่ไหนมาทำไมพวกเขาไม่เคยเห็นหน้า

“ นี่มันเรื่องอะไรกัน? “ ฮันนี่ถามอย่างโกรธเกรี้ยว ขนาดต้องใช้กำลังกับคนแก่เลยหรอ? พวกเขามีจิตใจกันบ้างหรือเปล่า

“ ก็แค่มาเตือนว่าให้รีบๆ ย้ายออกจากที่นี่ไปเร็วๆ ก็แค่นั้น “ หนึ่งในนั้นบอกอย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางส่งสายตาจาบจ้วงใส่หญิงสาวไม่เลิก

“ ทำไมต้องย้ายออกด้วย สัญญาเหลืออีกตั้งหลายปี “ เธอถามกลับอย่างสงสัย

“ มีคนจะมาซื้อที่เพื่อจะเอาไปสร้างคอนโดฯ แต่ติดที่เรายังไม่ยอมย้ายไป พวกเขาเลยส่งคนมาข่มขู่ทุกวันเพื่อเร่งให้เราออกไปซักที “ คุณครูแม่ณีตอบเสียงเศร้า

เลวที่สุด!

“ ฉันจะซื้อที่นี่ เขาขายเท่าไหร่ “

หญิงสาวตอบออกไปเมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางให้สถานที่ที่เป็นเหมือนบ้านที่พักพิงของคนไม่มีทางไปอย่างที่นี่ต้องถูกปิดหรอก ถ้าไม่มีที่นี่อีกหลายร้อยชีวิตจะไปอยู่ที่ไหน? เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการพวกเขาจะเป็นอย่างไร คนพวกนี้ไม่สนใจเลยใช่ไหม ขอแค่ให้ตัวเองมีความสุขบนกองเงินกองทอง ใครจะเดือนร้อนก็ช่าง เธอเกลียดที่สุด!

“ อย่างเธอน่ะหรือสาวน้อยจะซื้อที่นี่ “ เสียงหัวเราะเย้ยหยันของพวกผู้ชายจิตใจต่ำตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เธอไม่เถียงเรื่องที่เธอไม่มีปัญญาซื้อ เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น ไม่ต้องบอกกรู้ว่าที่ตรงนี้แพงมากแค่ไหน

                เสียงเคาะประตูทำให้เราทุกคนหันไปมองต้นเสียง ผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาทำให้เธอตกใจ

                “ นาวิน “ ฮันนี่อุทานชื่อของผู้ชายมาใหม่ที่เธอรู้จักดี แต่เพิ่งรู้ชื่อเมื่อวันก่อน เขาเป็นคนสนิทของผู้ชายที่คุณก็รู้ว่าใคร แล้วทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้

                “ นี่เป็นเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ เราได้ทำการซื้อเอาไว้แล้ว เชิญพวกคุณกลับไปแล้วอย่ามาที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นผมไม่รับประกันว่าชีวิตของพวกคุณจะหายใจต่อไปได้อีกไหม “ แค่ผู้ชายคนนี้เข้ามาก็เหมือนทั้งห้องจะเย็นยะเยือก ทั้งที่พูดยิ้มๆ แต่กลับทำให้กลุ่มผู้ชายตรงหน้าหน้าถอดสี รีบไสหัวตัวเองออกไปจากที่นี่โดยไม่ต้องให้เขาพูดซ้ำ

                “ นี่ครับ เอกสาร “ นาวินบอกแล้วส่งเอกสารในมือมาให้ ฮันนี่รับมาดูก็เห็นว่าเป็นโฉนดที่ดินผืนนี้จริงๆ และชื่อเจ้าของก็คือ รภัทร นิรันดร์รภัทรกุล อย่างไม่ต้องสงสัย

                หญิงสาวอยู่คุยกับคนสูงวัยต่ออีกซักพักก็ขอตัวกลับ ตอนนี้เธออยู่ในรถที่มีนาวินเป็นคนขับ เธอเพิ่งเข้าใจทุกอย่างว่าทำไมผู้ชายเอาแต่ใจคนนั้นถึงรับข้อเสนอของเธอง่ายๆ เพราะเขาส่งลูกน้องสะกดรอยตามเธอตลอดนี่เอง และพอพวกเขาเห็นว่าฉันกำลังมีปัญหาเลยรายงานไปที่หัวหน้าของตนหรือก็คือผู้ชายที่กำลังขับรถอยู่ แล้วจากนั้นก็เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจ พวกคนรวยนี่สบายจังเลยนะ ไม่ต้องกระเสือกกระสนขวนขวายอะไร อยากได้อะไรก็เอาเงินฟาดมา สะดวกดีจัง!

                “ คุณรภัทรอยู่ไหนเหรอ “ ฮันนี่ถามเมื่อคิดได้ว่าเธอควรไปขอบคุณเขาซักหน่อย

                “ อยู่บริษัทครับ กำลังประชุมอยู่ๆ เย็นๆ คงจะเลิก จะไปรอที่บ้านไหมครับ “ นาวินถามเหมือนอ่านความคิดเธอออก เธอพยักหน้าน้อยๆ เป็นการตกลง คนขับเปลี่ยนเส้นทางไปบ้านของเจ้านายทันที

                เหล่าบอดี้การ์ดโค้งทำความเคารพผู้หญิงคนพิเศษของเจ้านายทันทีที่เดินผ่าน หญิงสาวยิ้มและโค้งรับน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับคนสนิทของคนเอาแต่ใจที่ตามติดเธอทุกฝีก้าว

                “ ขึ้นไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวก่อนก็ได้นะครับ “ ฮันนี่เห็นด้วยทันทีเพราะเธอเหนียวตัวเอามากๆ แถมเสื้อผ้าก็เปื้อนเศษดินเศษหญ้าไปทั้งตัว แต่นึกขึ้นได้ว่าเธอไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน ชายตรงหน้าก็พูดขึ้นเสียก่อน    

                “ เสื้อผ้าและของใช้อยู่ที่ห้องแล้วครับ “

                เมื่อรับรู้หญิงสาวก็เดินขึ้นไปบนห้องที่เธอคุ้นเคยดี อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในแบบที่รภัทรชอบแต่เธอไม่ชอบก่อนจะลงมานั่นดูทีวีจอยักษ์รอเขาในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง และแน่นอนว่านาวินก็ยังเฝ้าเธอไม่ขยับเขยื้อนไปไหน จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไปจนฟ้าเปลี่ยนสีแล้วเจ้าของบ้านก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาเลยแล้วเธอก็ง่วงมากด้วยพอจะกลับคนที่รับคำสั่งให้มาเฝ้าเธอก็เสนอให้ไปนอนรอบนห้องของชายหนุ่มแทน เธอหลับไปไม่รู้ว่านานแค่ไหนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกถึงอะไรร้อนๆ มาแตะที่แก้มของเธอ

                “ กลับมาแล้วเหรอคะ “ ฮันนี่ลุกขึ้นถามเมื่อเห็นเจ้าของบ้านนั่งอยู่ข้างๆ เหลียวมองเวลาก็เห็นว่าเกือบเที่ยงคืนแล้ว

                “ อืม “

เจ้าของบ้านหนุ่มตอบสั้นๆ ก่อนจะขโมยจูบคนตรงหน้าไม่ให้ตั้งตัว ลิ้นร้อนๆ ควานหาความหวานไปทั่วโพรงปากของหญิงสาว สัมผัสหวานซึ้งบวกกับความประทับใจกับเรื่องที่ผ่านมาทำให้ฮันนี่ยอมรับการล้วงล้ำของอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดขืน ซ้ำยังตอบสนองการกระทำของเขาด้วยความหวานที่ไม่แพ้กันก่อนที่เสียงประท้วงจากเขาจะดังขึ้นขัดจังหวะ

                เสียงท้องร้องประท้วงหาอาหารของคนที่กำลังเพลินไปกับรสหวานๆ ที่เขาคิดถึงทำให้หญิงสาวเผลอหัวเราะออกมา

                “ ยังไม่ได้ทานอะไรเหรอคะ “ ฮันนี่ถามเสียงหวานหลังจากผละออกมาจากปากเรียวแล้ว

                “ อือ “ รภัทรบอกแล้วทำหน้าเนือยๆ เขาเข้าประชุมตั้งแต่บ่ายกว่าจะเลิกก็เกือบสองทุ่ม ไหนจะต้องมาเคลียร์งานที่กองเป็นภูเขาอีก เลยลืมเวลาทานข้าวไปเลย คิดแล้วก็หิวขึ้นมา

                “ อยากทานอะไรล่ะคะ “ ฮันนี่ถามอย่างกระตือรือร้น เธอชอบทำอาหารที่สุด

                “ สปาร์เก็ตตี้จานใหญ่ๆ ไม่ใส่มะเขือเทศนะ “

ชายหนุ่มบอกอาหารที่อยากทานเมื่อเห็นท่าทีกระตือรือร้นของคนตรงหน้า ทำให้เขารู้ว่าเธอชอบทำอาหารแค่ไหน รภัทรนั่งมองหญิงสาวหยิบนู้นจับนี่ลงกะทะอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานอาหารที่อยากทานก็มาวางอยู่ตรงหน้า เขาจัดการตักมันใส่กระเพาะทันทีโดยไม่สนภาพพจน์เอาซะเลย

                “ ขอบคุณนะคะ “ อยู่ดีๆ ฮันนี่ก็พูดขึ้น คนฟังที่กำลังทานไปด้วยเงยหน้าขึ้นมองมาเหมือนจะถามทางสายตาว่าเรื่องอะไร

“ เรื่องบ้านเด็กกำพร้าอัญมณี “ ฮันนี่ตอบเมื่อเห็นสายตาสงสัยของคนตรงหน้า เธอรอเขากลับมาเพื่อจะพูดคำนี้

                “ เธอมาจากที่นั่นเหรอ “ รภัทรถามด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่มีร่องรอยหยามเหยียดหรือเวทนาใดๆ 

                “ ไม่เชิงค่ะ “

ฮันนี่ตอบสั้นๆ แล้วยิ้มเยาะอดีตที่น่าสมเพสของตัวเอง เมื่อหลายปีก่อนระหว่างที่แม่พาเธอหนีจากพวกคนใจร้ายกลุ่มหนึ่ง สายฝนก็เทลงมาทำให้ทั้งเธอและแม่ต้องเปียกปอนหนาวสั่นอยู่ข้างถนน แม้จะมีแค่เพิงเล็กๆ ที่เราใช้กันฝนแต่แม่ก็ยังยิ้มได้ ไม่เคยเลยที่จะร้องไห้ให้เธอเห็น จนกระทั่งมีหญิงสูงวัยคนหนึ่งผ่านมาเจอเรา นางพาเราสองแม่ลูกไปที่บ้าน ให้ที่อาบน้ำ ให้เสื้อผ้าสะอาด ให้อาหารอิ่มท้อง ให้ที่หลับนอนที่อบอุ่น และบอกให้เราสองแม่ลูกซึ่งไม่มีที่ไปอยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่ต้องการ สถานที่แบบนั้นใครจะยอมให้หายไป เธอคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยอม!

                ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ยิ้มเศร้าๆ ทั้งสงสารและชื่นชมที่เธอสามารถผลักดันตัวเองมาจากสถานที่แบบนั้นได้และยังไม่ลืมกำพืชของตัวเอง โดยเฉพาะข้อนี้ทำให้เขารู้สึกชื่มชมเธอมากหลังจากได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจากคนสนิท

                “ ฉันจะหาเงินมาซื้อคืนแน่นอน “ เพราะเธอไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาเบื่อเธอแล้วเขาอาจจะไม่ต้องการเก็บที่นั่นไว้ เธออยากให้ชื่อเจ้าของเป็นแม่อัญ พวกท่านจะได้ไม่ต้องระแวงว่าจะถูกไล่ที่เมื่อไหร่

                “ ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ขายต่อแน่ ถ้าเธอไม่เชื่อเดี๋ยวฉันจัดการเปลี่ยนชื่อเจ้าของเป็นชื่อเธอก็ได้ “ รภัทรบอกเรียบๆ ไม่ได้หงุดหงิดอะไร

                “ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะหาเงินมาซื้อจากคุณเอง “ หญิงสาวดื้อกว่าที่เขาคิด

                “ งั้นฉันขายต่อเพิ่มเป็นสามเท่าจากที่ซื้อมา “ ชายหนุ่มแกล้งคนดื้อ ทั้งที่เขาซื้อให้ยังไม่รับอีก หญิงสาวอ้าปากค้างพูดไม่ออกทันทีที่ได้ยิน เขาแกล้งเธอ

                “ งั้นก็ให้ฉันรับงานสิ “ เธอแกล้งเขากลับบ้าง

                “ ไม่ต้อง ฉันรวยมากพอที่เธอแค่อยู่เฉยๆ ก็สบายไปทั้งชาติ “ รภัทรบอกอย่างหงุดหงิดที่หญิงสาวพูดเรื่องงานที่เขาไม่ชอบ ใครจะยอมให้ผู้หญิงของตัวเองไปโชว์เนื้อหนังให้คนอื่นดู เธอเป็นของเขาคนเดียวก็พอแล้ว

                “ แล้วเมื่อไหร่จะมีเงินพอไปซื้อคืนได้ล่ะ “ ฮันนี่ยังไม่เลิกแกล้งยั่วเขา

                “ เธออยากทำงานมากสินะ “ รภัทรถามเมื่อเริ่มขัดใจกับรอยยิ้มกวนโมโหของหญิงสาวคนสวยแสนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอแกล้งยั่วประสาทเขาอยู่

                “ ค่ะ “ ฮันนี่ตอบอย่างมั่นใจ ไม่ได้ดูเลยว่าสายตาที่เขามองเธอมันวาวโรจน์ไปด้วยความเจ้าเล่ห์แค่ไหน

                “ ได้ งั้นฉันจะให้งานเธอทำเอง “ รภัทรว่าจบก็เข้าไปช้อนร่างบางแนบอกตรงไปยังห้องนอนชั้นบนทันที หญิงสาวชั่งยั่วไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกเลยนอกจากร้องเสียงครางหวานๆ ที่กว่าจะสงบลงได้ก็เกือบรุ่งเช้า






แนนชอบความคิดแบบฮันนี่นะคะ นางเอกคนแรกที่ลองเขียนแนวผู้ใหญ่อยากให้เป็นคนที่เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาหรือรอแต่ปาฏิหาริย์ เป็นผู้หญิงที่มีความคิดไม่งี่เง่า แม้จะเขียนออกมาได้ไม่ชัดก็ตาม T^T  

รักค่ะ

<3

Delete : 18-06-13
Rewrite : 7-12-14

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น