Honey ศิโรราบรักน้ำผึ้ง [เปลี่ยนชื่อ + รีไรท์ค่ะ]

ตอนที่ 4 : Honey : ตอนที่ 1 ผู้หญิงของรภัทร 1 [ รีไรท์ค่ะ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 พ.ย. 57

 

ศิโรราบรักน้ำผึ้ง

รชารามิล



 

ตอนที่1 ผู้หญิงของรภัทร 1



             หญิงสาวที่จะได้รับหน้าที่เป็นนางฟ้าในไฮไลท์ของงานมอเตอร์โชว์ในค่ำคืนนี้ ต้องเป็นผู้หญิงที่สามารถสะกดความสนใจของบรรดาผู้ชมทุกเพศให้จับจ้องมาที่เธอเป็นที่เดียว และหญิงสาวที่ได้รับเลือกว่าเหมาะสมที่สุดก็คือ ฮันนี่  ผู้หญิงที่ไม่ว่าจะก้าวไปอยู่มุมหลืบไหนก็สามารถตรึงสายตารอบข้างให้จับจ้องมาที่ตนเองได้เสมอ หลังจากจบงานเธอก้าวลงจากเวทีพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่สะกดทุกใจชายราวกับถูกมนตร์เสน่ห์ของเทพีอะโฟรไดท์ แม้จะมีชายผู้กล้ามากมายที่หลงรูปเธอจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เสนอตัวเข้าไปทำความรู้จักแต่นางฟ้าแสนสวยก็สามารถปฏิเสธและออกมาจากวงล้อมเหล่านั้นได้โดยไม่มีส่วนใดสึกหรอ
 

ขาเรียวสวยก้าวเดินเข้าไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าส่วนตัวท่ามกลางสายตาชื่นชมปนอิจฉาจากเพื่อนพ้องร่วมอาชีพก่อนจะออกมาในชุดธรรมดาๆ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังความงดงามสมบูรณ์แบบของเธอได้เลย

หญิงสาวหน้าตาดีที่เพิ่งเข้าวงการครั้งแรกต่างพากันซุบซิบถามถึงหญิงสาวผู้เป็นดั่งนางฟ้าที่ผู้หญิงอย่างพวกตนยังหลงใหลได้ปลื้ม แต่คำตอบที่ได้กลับมีแค่ชื่อในวงการเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ทุกคนรู้ หญิงสาวแสนสวยที่เพิ่งจากไปนั้นเต็มไปด้วยปริศนาตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาเมื่อหลายปีก่อนจนกระทั่งวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร ชื่อจริงว่าอะไร หรือมาจากไหน ทุกคนเรียกเธอว่า ฮันนี่ ผู้หญิงที่ใครๆ ต่างก็พูดกันว่าเธอนั้นเกิดมาพร้อมกับพรของพระเจ้า ทั้งรูปร่าง หน้าตา หรือผิวพรรณล้วนแล้วแต่เป็นที่อิจฉาทั้งชายและหญิง

แต่สำหรับฮันนี่แล้วมันคืออาวุธร้ายที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ถึงแม้จะขอบคุณมันที่หาเงินให้เธอมากมาย แต่ในทางกลับกันเธอก็ต้องแลกกับอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกว่าจะมายืน ณ จุดนี้ได้

ฮันนี่เริ่มเข้ามาทำงานในวงการนี้ตั้งแต่อายุ 15 เพราะรูปร่างหน้าตาที่โตเกินวัยและเพราะฐานะทางบ้านที่ถูกกดขี่จากคนกลุ่มหนึ่งทำให้แม่ของเธอถูกบีบให้ลาออกจากงาน แม้จะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เธอจึงต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่จำความได้ ความยากลำบากอดมื้อกินมื้อ บางครั้งไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอนร่อนเร่ไปทั่วเพราะต้องหนีจากกลุ่มคนที่คนใจร้ายพวกนั้นส่งมาฆ่าเธอกับแม่ แม่พาเธอร่อนเร่อยู่นานจนมีคนมาทาบทามให้เข้าวงการนี้ แน่นอนว่ารายได้ที่มากมายทำให้เธอไม่ปฏิเสธ แต่คนพวกนั้นก็ยังไม่เลิกตามล่าพวกเธอ

ฮันนี่ทำงานเก็บเงินก้อนหนึ่งซื้อบ้านให้แม่ในจังหวัดที่ห่างไกลและไม่มีใครรู้จัก ใช้เงินที่ได้จากงานที่คนอื่นเหยียดหยามส่งตัวเองเรียนและ ใช้จ่ายเลี้ยงดูมารดา แม้จะมีผู้มีอันจะกินมากหน้าหลายตาอาสามาอุปการะแต่เธอก็ไม่ต้องการแม้คนอื่นจะมองว่าคนที่ทำอาชีพแบบเธอจะเป็นผู้หญิงอย่างว่าแต่ในเมื่อเธอไม่ได้ทำเธอก็ไม่แคร์ หากจากนั้น 5 ปี ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อผู้ชายวัยกลางคนซึ่งอายุมากกว่าเธอเท่าตัวแต่ยังคงความหล่อเหลาและสง่างาม เจ้าของเครือโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์อีกนับไม่ถ้วนก้าวเข้ามาในชีวิตของเธออย่างเป็นทางการ

เขาขอให้เธอเลิกทำงานนี้และจะเป็นคนส่งเสียทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรที่เธออยากได้เขาก็จะหามาให้ อาทิตย์หนึ่งจะมีซักครั้งสองครั้งที่เขาจะส่งคนมารับเธอ ทุกคนคิดว่าเธอเป็นอีหนูของเสี่ยซักคนไปเรียบร้อยแล้ว ซ้ำการพบกันของพวกเขาต้องเป็นในที่ลับตาคนและต้องไม่มีคนนอกรับรู้ถึงความสัมพันธ์นี้ เพราะชื่อเสียงและอำนาจที่มากล้นของเขานั่นเอง

โรมแรม ใช่ คุณเดาถูก และตอนนี้เธอก็กำลังทานอาหารมื้อค่ำสุดหรูกับเขาท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของท้องฟ้ายามราตรีและแม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงามของโรงแรมหรูอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานครที่มีคนตรงหน้าเป็นเจ้าของ

“ เมื่อไหร่จะเลิกทำงานนี้ซักที “ มหาเศรษฐีสูงวัยถามเหมือนทุกครั้งที่เขาและเธอมาเจอกัน

“ ถ้าเงินไม่พอก็บอก อยากได้อะไรก็บอกมาเลย “ คำพูดเดิมๆ กับเรื่องเดิมๆ ที่เขาถามประจำทำให้เธอเริ่มรำคาญมากทุกที

“ ฉันเลี้ยงตัวเองและแม่ได้ เก็บเงินของคุณไว้เถอะ “

ฮันนี่ปิดหัวข้อสนทนาอย่างไร้เยื้อใย ทุกครั้งที่คุยกันมันจะจบที่เรื่องเงินที่เขามีมากมายล้นฟ้าทุกที แต่เธอก็ไม่ต้องการไม่ว่าของเขาหรือของใคร ที่เธอยอมมาทานข้าวกับเขาก็เพื่อแลกกับการให้เขาเลิกส่งคนตามประกบเธอทั้งวัน มันน่ารำคาญนะเวลามีคนเดินตามไปทั่วเนี่ย เธอไม่ใช่อภิมหาเศรษฐีแบบเขาซักหน่อยที่ต้องมีบอดี้การ์ดประกบทุกฝีก้าว คิดแล้วก็ฉุนขึ้นมา มีชีวิตแบบนั้นมันจะไปมีความสุขได้ยังไงกันนะ

เหอะ! ความสุข มันคืออะไร ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยได้รับรู้ถึงความหมายของมันเลย บางทีพระเจ้าอาจจะยึดเอาสิ่งนั้นไปจากเธอหมดแล้วก็เป็นได้ เหอะ! พระเจ้าหรือ ของแบบนั้นมันมีจริงหรือเปล่า ทำไมทุกครั้งที่เธอร้องขอให้มาช่วย พระองค์ถึงได้เมินเฉยทุกที!!

“ แล้วเรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าง “ เสียงทุ้มอ่อนโยนของคนตรงหน้าเรียกเอาสติของหญิงสาวกลับมาจากอดีตที่น่าชิงชัง

“ ก็เรื่อยๆ “ เสียงหวานตอบส่งๆ ไม่ได้สนใจและไม่คิดจะสนใจ

“ ถ้าจบแล้วมาทำงานที่โรงแรมสิ ยังไงก็เรียนด้านนี้มา “

“ ขอปฏิเสธ งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้ได้เงินดีกว่าเยอะ “ ฮันนี่ตอบความจริง แต่เธอไม่คิดจะทำงานนี้ไปตลอดชีวิตหรอก เรียนจบเมื่อไหร่เธอตั้งใจจะกลับไปอยู่กับมารดาบังเกิดเกล้า ไปอยู่ในที่ห่างไกลที่ไม่มีใครหาพวกเธอเจอ

“ เอาเก็บไปคิดแล้วค่อยตอบอีกที “

คนตรงหน้าไม่ยอมแพ้แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่อาจเปลี่ยนใจเธอได้  เพราะขนาดเขาขอให้เธอเลิกทำงานแบบนั้นโดยจะจ่ายให้มากกว่าสิบเท่าเธอยังไม่ยอม แม้อำนาจที่เขามีจะสามารถบังคับให้เธอทำตามได้แต่เขาก็ไม่คิดทำ ผู้หญิงคนนี้สำคัญกับเขามากขนาดที่เขาไม่คิดจะทำให้เธอเสียใจหรือขัดใจอะไรเธอเลย

มื้อค่ำสุดหรูที่สังสรรค์เฉพาะเมนูที่หญิงสาวโปรดปรานถูกทำขึ้นโดยเชฟระดับเทพของโรงแรมห้าดาวจบลงทั้งที่ความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งสองก็ยังไม่คืบหน้าอีกครั้งในเวลาที่ดึกเกินกว่าผู้หญิงตัวคนเดียว แถมยังสวยเกินไปจะกลับตามลำพัง

“ ค้างที่นี่ก็ได้ เดี๋ยวตอนเช้าให้คนไปส่ง “ ชายสูงวัยบอกคนที่กำลังสะพายกระเป๋า

“ ขอบคุณแต่อยากกลับห้อง “ ฮันนี่ปฏิเสธอย่างไม่ถนอมน้ำใจ ไม่มีเศษเสี้ยวความลังเลในความหวังดีของคนตรงหน้า

“ งั้นจะให้คนไปส่ง “

หญิงสาวพยักหน้ารับแต่โดยดีเมื่อชายสูงวัยเสนอ ยังไงถึงเธอจะดึงดันกลับเองเขาก็ต้องให้คนตามไปอยู่แล้วเพราะงั้นให้คนของเขาไปส่งเลยล่ะกัน ไม่เปลืองตังค์ด้วย คิดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปโดยมีบอดี้การ์ดชุดดำสองคนตามไปส่งถึงที่พักตามคำสั่งเจ้านาย

ฮันนี่ล้มตัวลงนอนบนที่นอนเนื้อนุ่มอย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าเพราะงานที่รับจนไม่มีวันหยุดทำให้ร่างกายเริ่มประท้วง แต่อีกไม่นานเธอก็ไม่ต้องโหมเกินตัวอีกแล้วเพราะทันทีที่เรียบจบเธอจะกลับไปอยู่กับแม่ คนเพียงคนเดียวที่เธอมอบความรักและจริงใจให้โดยไม่เสแสร้ง เอาเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงที่เก็บหอมรอมริบมาจนครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เปิดร้านอาหารเล็กๆ ซักร้าน ทั้งเธอและมารดาชอบเข้าครัวด้วยกันทั้งคู่แถมฝีมือยังไม่แพ้ภัตตาคารหรูๆ เลยทีเดียว คิดไปปากอิ่มก็แย้มยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ไม่ได้ปั้นแต่งแสร้งทำเหมือนทุกทีแต่เป็นยิ้มที่ออกมาจากใจ อีกไม่นานความฝันของเธอก็จะเป็นจริง ชีวิตมายาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้จะได้จบลงซักที

เสียงเรียกเข้าเพลงโปรดดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น หญิงสาวที่ยังมุดอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อหนาควานหาเครื่องมือสื่อสารรุ่นล่าสุดมากดรับสายโดยไม่ต้องดูเบอร์เพราะเพลงนี้เธอตั้งค่าเพื่อคนพิเศษคนเดียวเท่านั้น

“ ค่ะแม่ “ ฮันนี่รับสายเสียงสดใสแม้หัวจะปวดจนแทบระเบิดเพราะไมเกรนกำเริบก็ตาม

“ ยังไม่ตื่นหรือลูก นอนดึกอีกแล้วใช่มั้ย “ คุณน้ำรินถามอย่างเป็นห่วง นางรู้ว่าลูกสาวโหมงามเกินตัวเสมอ

“ ตื่นแล้วค่ะ “ หญิงสาวแก้ตัวเสียงใสก่อนจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมา

“ อย่าโหมงานนักสิลูก ดูแลตัวเองบ้าง “ น้ำเสียงบอกถึงความห่วงใยมากล้นจนปลายสายอมยิ้มแก้มปริ

“ รับทราบค่ะ แล้วเงินพอใช้ไหมคะ ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า “ ผู้เป็นลูกสาวถามกลับเหมือนทุกครั้ง สำหรับตัวเธอจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่กับมารดาบังเกิดเกล้าเท่านั้นที่เธอไม่อยากให้ท่านต้องลำบาก ท่านลำบากเพราะเธอมามากแล้ว มากจนเกินไปด้วยซ้ำ

“ ไม่ขาดเลยจ่ะ มันมากไปด้วยซ้ำ ลูกเก็บไว้ใช้บ้างเถอะจะได้ไม่ต้องรับงานเยอะ “ ทำไมนางจะไม่รู้ว่าลูกสาวของนางส่งเงินที่ได้ให้นางมากกว่าเก็บไว้ใช้เองซะอีกทั้งที่คนที่ต้องใช้เงินคือลูกสาวของนางเอง

“ โอ้ย เยอะอะไรกันค่ะ นี่อาทิตย์หนึ่งรับงานแค่สองวันเองนะ “

ฮันนี่พูดไปก็แอบเอานิ้วไขว้กันไว้ด้านหลังเพราะกำลังโป้ปดคำโตแถมยังกับมารดาอีก นรกอยู่ตรงหน้ารำไรนี่เอง สองวันที่บอกคือวันพักผ่อนเสาร์อาทิตย์ของเธอต่างหาก ไม่สิ จะเรียกว่าพักผ่อนก็ไม่ได้เพราะเธอมีเรียน เอาเป็นว่าเธอทั้งทำงานทั้งเรียนไม่มีวันหยุดพักหายใจเหมือนคนอื่นๆ เขาเลย สองแม่ลูกยังคุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วๆ ไปแต่กลับมีกลิ่นอายความห่วงหาและรอยยิ้มเจือมาเสมอ ก่อนที่บทสนทนาจะจบลงเพราะหญิงสาวอ่อนวัยต้องเตรียมตัวไปเรียนแล้ว

ฮันนี่ออกมาในชุดไปรเวทธรรมดาๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์เข้ารูปสวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีหวาน ผมสีสวยถูกรวบเป็นหางม้าเผยเครื่องหน้าที่จัดเรียงบนหน้าเรียวสวยไร้เครื่องสำอางอย่างลงตัวเหมือนถูกจับวาง ผิวขาวผ่องที่สะท้อนแสงได้ยังคงเรียกสายตาคนรอบข้างให้เธอกลายเป็นจุดสนใจได้ไม่ยากเหมือนเคย ทั้งที่เธอก็ไม่ได้แต่งตัวยั่วราคีเหมือนเวลาทำงาน

แม้เธอจะทำงานหนักพร้อมๆ กับเรียนไปด้วยแต่เธอก็ทำได้ดีทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องงานที่ยังไม่มีเข้ามาไม่ขาดสาย หรือเรื่องเรียนก็อยู่ในระดับดีเพียงอีกนิดก็คว้าเกียรตินิยมมาครองได้แล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเธอทำไม่ได้แต่เธอไม่ทำต่างหาก กฎการอยู่รอดที่เธอบัญญัติและท่องจนขึ้นใจคือการไม่ทำตัวเด่นจนเกินไปไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม แม้จะมีแมวมองมาทาบทามให้เธอเข้าวงการมากมายแต่เธอก็ปฏิเสธ เพราะการเป็นที่สนใจเกินไปมันจะไปกระตุ้นต่อมอยากรู้ให้คนรอบข้างอยากรู้ที่มาที่ไปของเธอและนั่นคือสิ่งที่เธอไม่ต้องการ

ประวัติและภูมิหลังของเธอจะต้องถูกปิดผนึกไปตลอดกาล ด้วยเพราะเหตุนั้นเธอจึงไม่คิดจะคบค้ากับใครหรือสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเลยที่เธอจะเรียกว่าเพื่อนได้เต็มปาก ตัวเธอจะเป็นแค่สายรุ้งแสนสวยที่คนสนใจเมื่อพบเจอและลืมเลือนเมื่อเวลาผ่านไป แต่เธอจะรู้ไหมนะว่ามีคนดื้อด้านเอาแต่ใจที่ไม่ยอมลืมเธอ ไม่สิ ลืมไม่ได้ต่างหาก ทั้งที่สามวันผ่านไปแล้วรภัทรก็ยังเห็นหน้าเธอผุดขึ้นมาในหัวทุกวันจนไม่เป็นอันทำการทำงานต้องส่งลูกน้องออกตามหาเธอให้วุ่นโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย

ลูกน้องที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้ตามหาหญิงสาวปริศนาก็ลมจับกันเป็นแถบๆ พวกเขาจะไปหาเธอจากไหนกัน ขนาดชื่อยังไม่รู้ รู้แค่ว่าเจ้านายเจอเธอที่ผับดัง ทุกคนเรียกเธอว่า ฮันนี่ เธอรับค่าตอบแทนเป็นเงินสดไม่ก็เช็คแบบไม่ขีดคร่อม ไม่มีการโอนผ่านบัญชี ไม่มีการกรอกเอกสารสัญญาใดๆ ง่ายๆ คือไม่มีประวัติหรือเอกสารใดๆ สาวไปถึงตัวเธอได้เลย พอถามพวกทีมงาน ทุกคนก็จำเธอได้เพราะความสวยที่เด่นสะดุดตาแต่กลับไม่มีใครตอบได้เลยว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน ราวกับว่าเธอเป็นนางฟ้าจำแลงลงมาจากสวรรค์แล้วบินหนีกลับขึ้นไปหลังงานจบอย่างไรอย่างนั้น

คนสั่งงานอารมณ์เสียอีกครั้งเมื่องานที่ให้ลูกน้องไปทำแทบไม่มีอะไรคืบหน้า เขารู้เพียงว่าเธอชื่อ ฮันนี่ อาจจะเป็นชื่นเล่นหรือชื่นในวงการก็ไม่แน่ใจแค่นั้น คนเอาแต่ใจที่ต้องได้ทุกอย่างที่ต้องการสาดรังสีอำมหิตใส่ลูกน้องอย่างเท่าเทียมทุกคน พร้อมคำประกาศิตให้พวกเขาหาตัวเธอให้เจอ เส้นตายคืออีก 3 วัน คนได้รับคำสั่งกุลีกุจอออกตามหาผู้หญิงที่เจ้านายต้องการทันทีก่อนที่พวกตนจะตกงานยกก๊วน

 

 

เจ้านายหนุ่มทายาทคนโตของตระกูลค้าเพชรชื่อก้องโลกแทบจะกระโดดโลดเต้นไปด้วยความดีใจเมื่อลูกน้องรายงานว่าพบตัวหญิงสาวที่เขาหยุดคิดถึงไม่ได้แล้ว แต่ก็ต้องเก๊กหน้าเข้มเหมือนไม่รู้สึกอะไรไว้ตามประสาคนมาดเยอะ เมื่อเห็นเจ้านายอารมณ์ดีแม้จะเก็บอาการอยู่ คนรับคำสั่งทุกคนก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งออกที่ตนยังไม่ตกงาน ไม่เสียแรงที่ออกค้นหาผู้หญิงที่เจ้านายหมายตาทั้งวันทั้งคืนไปทุกงานที่มีการจ้างพริตตี้จนในที่สุดก็เจอ

ความสวยของเธอสะดุดตาพวกเขาจนแทบลืมหายใจแต่ก็ไม่คิดอาจเอื้อมเพราะรู้ดีแก่ใจว่าเธอกำลังจะกลายเป็นผู้หญิงของเจ้านาย และของที่เจ้านายของพวกเขาต้องการจะครอบครองแล้วไม่มีทางที่เขาจะปล่อยไป มีทางเดียวที่เธอจะเป็นอิสระคือฆ่าตัวเองตายไปซะ นั่นคือ รภัทร นิรันดร์รภัทรกุล จอมเผด็จการแสนเอาแต่ใจ เจ้าชายซาตานที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการและไม่แคร์ว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้วหรือไม่  ถ้ารภัทรอยากได้เขาต้องได้

เพราะคติของซาตานเอาแต่ใจผู้นี้คือ ของที่เขาอยากได้ก็คือของของเขา!

เจ้านายหนุ่มเดินออกมาจากห้องทำงานเร็วกว่าปกติ สองลูกน้องคนสนิทที่ควบตำแหน่งบอดี้การ์ดตามประกบตามหน้าที่ทันที ส่วนจุดหมายปลายทางในวันนี้คงไม่พ้นงานซึ่งหญิงสาวที่พวกเขาตามหากันให้ควั้กทำอยู่เป็นแน่

ไม่นานรภัทรก็มาถึงที่หมาย มันคือห้างดังที่กำลังจัดงานเปิดตัวเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น สิ่งที่เขาสนใจอยู่ตอนนี้คือผู้หญิงของเขา คิดเองเออเองพร้อมยกตำแหน่งให้เองเสร็จสรรพ ไม่ได้ถามความต้องการของอีกฝ่ายเลย ไม่สิ อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังจะกลายเป็น ของเล่น ชิ้นใหม่ของซาตายร้ายอย่างเขา

ของเล่นที่พร้อมจะถูกโยนทิ้งได้ทุกเมื่อถ้าเขาไม่ต้องการอีกต่อไป

ที่นั่งกิตติมาศักดิ์ถูกจัดขึ้นก่อนชายหนุ่มมาถึงเพียงแค่สิบนาที ทันทีที่เข้ามาในงาน สายตาก็กวาดหาร่างเพรียวที่แสนคิดถึง ไม่นานก็เจอเพราะเธอช่างสะดุดสายตาทุกคู่ให้จดจ่อและจับจ้องไปที่เธอซะจริง วันนี้นางฟ้าของเขามาในลุคหวานซ่อนเปรี้ยว ชุดกิโมโนสั้นสีหวาน โชว์เรียวขาสวยและเนินอกอวบๆ รำไรให้ผู้หญิงคนอื่นอิจฉาส่วนผู้ชายก็คงจินตนาการไปไกล ผมยาวสลวยถูกดัดเป็นลอนอ่อนๆ ปล่อยให้เคลียไปกับใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มบางๆ ในโทนสีหวานเปลี่ยนให้นางฟ้ามอเตอร์โชว์แสนเซ็กซี่กลายเป็นเจ้าหญิงซากุระแสนหวานในพริบตา แต่เสน่ห์ที่มากล้นของเธอมันกลับไม่ลดลงไปซักนิด ฟีโรโมนยังฟุ้งกระจายไปไกลเรียกเอาบรรดาหัวงูทั้งหลายรุมล้อมไม่ขาด ยิ่งเห็นก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ที่ไอพวกหัวงูทั้งหลายบังอาจใช้สายตาโลมเลียผู้หญิงของเขาไปทั้งตัว

ฮึ่ย น่าจับมาควักลูกตาออกให้หมด รภัทรออกอาการหวงของที่ยังไม่ได้จนลูกน้องสองคนสนิทเริ่มเหงื่อตกพร้อมกันอย่างไม่ต้องนัดหมาย เจ้านายของพวกเขาอารมณ์ปกติเหมือนชาวบ้านเขาที่ไหน เรื่องหวงของเป็นที่หนึ่ง นี่ขนาดยังไม่ได้ครอบครองนะ แต่คงอีกไม่นานหรอก เธอคนนั้นคงได้กลายมาเป็น ของเล่น ชิ้นต่อไปของเจ้านายเขาอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

งานจบลงในไม่กี่ชั่วโมงถัดมา สองลูกน้องพากันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเจ้านายของพวกเขาไม่ก่อเรื่องเหมือนอย่างที่คิดไว้ คงเพราะคำประกาศิตจากคุณหญิงเพชรกะรัต นายหญิงใหญ่แห่งนิรันดร์รภัทรกุลที่สั่งห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด คนเอาแต่ใจแต่รักครอบครัวเลยทำตามอย่างว่าง่าย แม้จะขัดใจกับภาพตรงหน้าเพียงใดก็ตาม

หญิงสาวในชุดกิโมโนหลายคนต่างแยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่องานจบลง คนใจร้อนไม่รีรอรีบตามไปทันที หญิงสาวทุกคนที่ออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าต่างเมียงมองและอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความหล่อเหลาของผู้ชายที่ ณ เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก หญิงสาวใจกล้าที่มั่นใจในความสวยของตนหลายคนพยายามทอดสะพานทั้งรอยยิ้มและสายตาเชิญชวนไปให้แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือความเย็นชาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ตอนนี้รภัทรไม่มีอารมณ์จะไปเล่นกับผู้หญิงคนไหนนอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น ซักพักหญิงสาวที่ตั้งตารอคอยก็เดินออกมา

ความดีใจเล็กๆ ผุดขึ้นกลางใจแต่ยังคงเก๊กยืนขรึมอยู่ที่เดิม ไม่แสดงอาการใดๆ จนหญิงสาวที่ตนคิดว่าคงจะมองมาด้วยสายตาชื่นชมเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ เดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่แม้จะหันมามอง คนหน้าแตกออกอาการเหวอเล็กน้อยแต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเข้มดังเดิมในเสี้ยววินาที ฮึ่ย เธอกล้าดียังไงถึงเมินเขาทั้งที่ผู้หญิงทุกคนแทบจะวิ่งใส่เขาอยู่แล้ว

หญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัวชะงักไปเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งมายืนดักหน้าอยู่พร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง รูปร่างหน้าตาไม่ต้องพูดถึง ขนาดมองด้วยหางตาข้างเดียวยังรับรู้ได้เลยว่าคนตรงหน้าหล่อและรวยแค่ไหน ผู้ชายคนนี้สินะที่พวกพริตตี้ในงานพูดถึงกัน เธอเห็นเขาตั้งแต่ในงานแล้วเพราะเสียงร่ำลือถึงความหล่อ รวยและเลวของเขามันดังกระฉ่อนไปทั่วถึงแม้ตัวเขาจะอยู่ต่างประเทศ แต่ขอโทษล่ะกันที่เสน่ห์ของเขามันใช้กับเธอไม่ได้

“ มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ “ เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มเสน่ห์ ไม่ได้อ่อยนะ แค่มันเป็นสิ่งที่ฝืนทำประจำจนติดมาเป็นนิสัยเฉยๆ คนได้รับยิ้มหวานระยะประชิดอึ้งไป 3 วินาที ก่อนจะกระแอมเบาๆ แก้เก้อ พูดเสียงเข้ม

“ ไปหาอะไรทานกัน “ ไม่ใช่ประโยคคำถามแต่เป็นคำสั่ง คำพูดสั้นๆ ไม่มีการเกริ่นนำหรือแนะนำตัวเองใดๆ เอาแต่ใจ เผด็จการ สองคำนี้ผุดขึ้นในหัวหญิงสาวทันที

“ ขอบคุณที่ชวนนะคะ แต่ฉันไม่หิว “ ฮันนี่ปฏิเสธอย่างนิ่มนวลพร้อมใบหน้าที่ยังยิ้มไม่คลาย ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่เธอเจอจนชินแล้วต่างหาก เธอเลยรู้ว่าต้องรับมือกับผู้ชายแบบเขายังไง

“ งั้นจะไปส่ง “ สั้นๆ เหมือนเดิมทำให้รู้ว่าเขาไม่ชอบการถูกปฏิเสธและต้องได้ทุกอย่างที่อยากได้

“ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ แต่ไม่รบกวนดีกว่า “ เสียงยังหวานไม่ตก แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่พอใจในคำตอบแต่เธอไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว

“ อย่าเล่นตัวให้มาก เธอน่าจะดีใจนะที่ฉันมาสนใจแบบนี้ “ คนเอาแต่ใจบอกอย่างหงุดหงิด เขาอุตส่าห์มานั่งรอเธอตั้งหลายชั่วโมงแต่เธอกลับปฏิเสธเขาเนี่ยนะ

“ ไม่ได้เล่นตัวค่ะแต่ว่าฉันกำลังรีบ ขอตัวนะคะ “ แม้จะหงุดหงิดกับคำพูดของคนตรงหน้าแค่ไหนแต่ฮันนี่ก็ยังเก็บอารมณ์ได้ดี ยิ้มตอบกลับไปเหมือนเคย

“ เท่าไหร่ “ เสียงเข้มบอกอย่างเอาแต่ใจ ให้มันรู้ไปว่าไม่มีอะไรที่เงินของเขาซื้อไม่ได้ ยังไงผู้หญิงแบบเธอก็คงเหมือนๆ กัน ซื้อได้ด้วยเงิน สิ่งที่เขามองเธอมาตั้งแต่ต้น ผู้หญิงที่ขายเรือนร่างให้คนอื่นดูก็คงขายให้ทำอย่างอื่นด้วยเหมือนกัน

“ อะไรนะคะ “ ฮันนี่ถามอย่างไม่เข้าใจทั้งที่เธอได้ยินชัดเจนทั้งคำพูดและความหมายของมันเต็มสองหูเลยเพราะเขาพูด ไม่สิ ตะวาดเสียงดังมาก เธอแค่ถามเพื่อความแน่ใจเฉยๆ

“ ฉันถามว่าจะเอาเท่าไหร่ เธอถึงจะยอมขึ้นเตียงกับฉัน!

 



 


Up : 02-03-13
Rewrite : 06-11-14

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

21 ความคิดเห็น