Honey ศิโรราบรักน้ำผึ้ง [เปลี่ยนชื่อ + รีไรท์ค่ะ]

ตอนที่ 13 : Honey : ตอนที่ 10 ความรู้สึกนี้มันคืออะไร? 2 [ รีไรท์ค่ะ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 58

ศิโรราบรักน้ำผึ้ง

รชารามิล

 

ตอนที่ 10 ความรู้สึกนี้มันคืออะไร? 2

 

ฮันนี่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างที่กกกอดเธอไว้ทั้งคืนหายไปแล้ว เธอล้มตัวลงนอนอีกครั้งนึกถึงค่ำคืนแสนหวานที่ผ่านมา ปากอิ่มสวยก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเดิมๆ ก็เปลี่ยนไป นี่เธอกำลังจะเป็นบ้าใช่มั้ย

“ อรุณสวัสดิ์ค่ะ มากันนานหรือยังคะ “ ฮันนี่ทำธุระส่วนตัวเสร็จพอออกมาจากห้องก็เจอทั้งบอสในนามและน้องชายของบอสรวมทั้งคนสนิททั้งสองอยู่กันพร้อมหน้า เธอตื่นสายเหรอ ก็ไม่น่าใช่เพราะเพิ่งจะแปดโมงเอง

“ เพิ่งมาครับ พอดีเจอพี่เขาที่ล็อบบี้เลยติดสอยห้อยตามมาด้วย “ รชตะเป็นคนตอบ แบบนี้แสดงว่ารภัทรกลับไปตอนเช้ามืดสินะ แถมเมื่อคืนเขาก็มาคนเดียวไม่ได้พาคนติดตามมาด้วย เจ้าเล่ห์จริงๆ

“ นั่งด้วยกันสิครับ เรากำลังจะทานมื้อเช้ากัน “ เป็นน้องชายของเขาที่ยังยิ้มระรื่นพูดจ้อไม่หยุด

“ ขอบคุณค่ะ “ เธอเข้าไปนั่งฝั่งซ้ายของคนที่เก็กหน้าเข้ม พอหันไปสบตาก็เห็นเขามองมาอยู่ก่อนแล้ว

“ พี่กลับวันนี้ใช่ไหม “ สองพี่น้องคุยกันหลังจากที่มื้ออาหารเช้าจบลง ไม่คุยกันระหว่างรับประทานอาหาร ชั่งเป็นผู้ดีแท้

“ ทำไม “ คนเป็นพี่ก็ยังทำเข้มอ่านหนังสือพิมพ์ไปไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ ทั้งที่ตาเรียมคมเอาแต่ชำเลืองไปที่หญิงสาวทุกสามวินาที

“ ขอผมติดเครื่องบินไปด้วยสิ “ รชตะบอกเจ้าของเครื่องบินแต่ตากลับอยู่ที่หญิงสาวคนเดียวในที่นี้

“ แล้วนายมายังไง “ รภัทรถามน้องชายทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

“ เครื่องบินส่วนตัว “ ตกลงตระกูลนี่เขาซื้อเครื่องบินส่วนตัวให้ลูกใช้กันสินะ ร่ำรวยดีแท้

“ แล้วทำไมไม่กลับของตัวเอง “ รภัทรถามเสียงเข้ม ไม่ชอบสายตาของมันที่มองเลขาฯ ของเขา

“ ก็ไม่อยากจากฮันนี่ไปนี่นา เดี๋ยวให้กัปตันบินตามไปก็ได้ “ ด้วยเพราะไม่อยากให้ไอ้น้องตัวดีสงสัยว่าทำไมเขาหวงเลขาฯ มากไปเลยจำใจต้องให้มันขึ้นเครื่องบินของเขากลับไปด้วย ระหว่างทางที่บินกลับมันก็เอาแต่หว่านเสน่ห์ใส่เธอไม่หยุด จนเขาเกือบจะทนไม่ไหวถีบน้องชายออกจากเครื่องบินไป

“ ฉันลาตรงนี้เลยนะคะ “ ฮันนี่บอกเมื่อลงเครื่องแล้ว

“ เจ้านายคุณไม่มีบริการไปส่งลูกน้องเลยเหรอ ปล่อยให้สาวสวยกลับคนเดียวได้ไง “ รชตะแสดงความเป็นห่วงเลขาฯ คนสวยของพี่ชายออกนอกหน้าจนคนเป็นพี่เกิดความรู้สึกอยากกระทืบน้องตัวเอง

“ บอสมีลูกน้องเป็นพัน จะมานั่งเทคแคร์คนคนเดียวได้ยังไงล่ะคะ “ ฮันนี่บอกเหตุผลที่คนฟังทั้งหมดยอมรับแต่โดยดี ก็บอกแล้วว่า วาจาของเธอคืออาวุธร้ายที่สยบได้ทุกสถานการณ์

“ ไปก่อนนะคะ เจอกันที่บริษัทค่ะ “

ฮันนี่บอกอีกครั้งแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คนเป็นบอสกระวนกระวายแต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ก่อนจะลากคอน้องชายตัวเองขึ้นรถกลับบ้านเมื่อมันทำท่าจะตามผู้หญิงของเขาไป ก่อนไปก็ไม่ลืมส่งสัญญาณให้ลูกน้องตามไปดูแลความปลอดภัยของเธอโดยไม่ให้ไอน้องชายตัวแสบเห็น



สองทายาทหนุ่มแห่งตระกูลที่มั่งคั่งมากที่สุดตระกูลหนึ่งของโลกกำลังนั่งคุมเชิงกันอยู่ในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์สุดหรูหลังจากที่กลับมาจากภูเก็ตด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันแต่เป้าหมายเหมือนกัน คนพี่นั่งกันไม่ให้คนน้องออกไปหาหญิงสาวที่เขาหวงหนักหนา ส่วนคนน้องก็นั่งรอโอกาสที่คนเป็นพี่เผลอเพื่อจะได้ไปหาสาวสวยที่เขาหลงใหล

“ เมื่อไหร่นายจะกลับ สาขาอเมริกาเหนือว่างมากหรือไง “ รภัทรเอาเรื่องงานมาอ้างจริงจัง ครอบครัวของเขาทำธุรกิจค้าเพชรที่มีสาขาทั่วโลก เขาถูกส่งมาดูแลสาขาเอเชียที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองไทย ส่วนไอน้องชายตัวดีดูแลสาขาอเมริกาเหนืออยู่ที่แคนาดา

“ ผมมาพักร้อนครับ คุณพี่ชาย “ รชตะตอบอย่างหน่ายๆ เขาตอบคำถามนี้มากี่รอบแล้วนะ

“ แล้วเมื่อไหร่จะกลับ “ นั่นไง มาอีกและ ถามอยู่นั่นแหละว่าจะกลับเมื่อไหร่

“ ผมเป็นน้องพี่หรือเปล่าเนี่ย ไล่กลับลูกเดียวเลย คนเขาอุตส่าห์คาบข่าวสำคัญมาบอก “

“ ข่าวอะไร “ รภัทรถามอย่างสนใจ ลองน้องชายเขาพูดขึ้นมาแบบนี้แสดงว่าสำคัญจริง

“ ก็ข่าวว่าที่นายหญิงคนใหม่ของนิรันดร์รภัทรกุลไงครับ “ มือที่กำลังยกกาแฟขึ้นดื่มชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติในเสี้ยววินาที

“ พี่ไม่สงสัยหรอว่าทำไมแม่ถึงให้พี่มาคุมสาขาเอเชียที่เมืองไทย “ รชตะถามให้คิด ก็จริงอย่างที่น้องเขาพูด ก่อนหน้านี้เขาคุมสาขาอยู่ที่ยุโรปอยู่ดีๆ พอเรียนโทจบแม่เขาก็ส่งมาเมืองไทยเฉยเลย

…………..

“ ก็เพราะว่าที่ลูกสะใภ้ที่แม่เขาอยากได้เป็นคนไทยไงครับ “ คนเป็นน้องเฉลยข้อสงสัยให้พี่ชาย

…………..

“ เห็นแม่บอกว่าเป็นลูกสาวเจ้าพ่อของเมืองไทย ทั้งอำนาจ อิทธิพลหรือทรัพย์สมบัติมากมายล้นฟ้าเทียบได้กับนิรันดร์รภัทรกุลเลย ตรงสเป็คแม่เขาล่ะ แถมยังเป็นลูกสาวคนเดียวอีก ถ้าได้มาดองกับเรา อำนาจทั้งเศรษฐกิจและการเมืองทั้งประเทศและอีกเกือบซีกโลกจะหนีไปไหน “ รชตะบรรยายสรรพคุณว่าที่พี่สะใภ้ที่ดูเหมือนโอเว่อร์แต่มันคือความจริงล้วนๆ

“ ดูพี่ไม่ดีใจเลย “ รชตะถามออกไปต่อเมื่อเห็นแววตาของพี่ชายเศร้าลงแม้จะแค่แวบเดียว แต่เขาที่โตมาด้วยกันทำไมจะดูไม่ออก

“ ฉันแค่ยังไม่อยากแต่งงาน “ ถ้าเขาแต่งงาน ผู้หญิงอีกคนจะเป็นยังไง? สัญญาระหว่างเขาและเธอจะยุติลงทันทีและเขาทนให้มันเกิดขึ้นไม่ได้

“ ก็ยังไม่ได้ให้แต่งเลยซักหน่อย ได้ยินมาว่าฝ่ายหญิงอายุน้อยกว่าผมอีก เพิ่งจบตรีจากอังกฤษมาหมาดๆ “ ประโยคนี้ทำให้รภัทรยิ้มในใจ เขายังได้อยู่กับเธอต่อไปอีกหน่อย

“ เพราะงั้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ผมขอไปเที่ยวบริษัทเพื่อศึกษาการทำงานของพี่ซักระยะนะครับ “ เป้าหมายชัดเจนมาก ทำเป็นเอาเรื่องงานมาอ้าง แค่มันอ้าปากคนเป็นพี่อย่างเขาก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้ว


วันจันทร์วันเริ่มต้นทำงานวันแรกหลังจากที่กลับมาจากประชุมที่ภูเก็ตและเป็นวันแรกที่เขามาทำงานโดยไร้เงาเลขาฯ สาวข้างกายแต่กลับเป็นชายหนุ่มรูปงามไม่แพ้กันแต่ดูเป็นมิตรและขี้เล่นมากกว่าเดินแจกยิ้มเรี่ยราดให้พนักงานสาวทุกคนที่เดินผ่าน แต่พอเดินไปถึงหน้าลิฟต์ส่วนตัวของเขา หัวใจที่แห้งเหี่ยวมาตลอดสามวันก็กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้งเมื่อเห็นร่างเพรียวอิ่มของผู้หญิงที่เขาหวงและหลงใหลมากมายยืนอยู่

“ อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส “ ฮันนี่ทักเสียงหวานพร้อมรอยยิ้ม คนโดนทักเผลอมองเสี้ยวหน้าหวานที่คิดถึงอยู่นานก่อนที่เสียงของน้อยชายจะดึงสติเขากลับมา

“ ทักแต่พี่คนเดียวเลย ผมก็อยู่นะครับฮันนี่ “ คนถูกลืมแย้งขึ้นอย่างน้อยใจ

“ อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณรชตะ เทวา นาวิน “ คราวนี้หญิงสาวเลยทักทุกคนไปเลยเดี๋ยวจะมีคนบ่นขึ้นมาอีก

ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาหญิงสาวได้กลายเป็นเลขาฯ เต็มตัว เพราะนอกจากจะมีโต๊ะทำงานอยู่หน้าห้องที่ตอนแรกว่างเปล่าแล้ว คนเป็นบอสยังมีงานมาให้เธอทำอีกเพื่อกันไม่ให้น้องชายของเขามายุ่งย่ามกับเธอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเธอเลยเพราะเธอเองก็เรียนด้านนี้มาอยู่แล้วแม้จะไม่ได้ใช้แต่ความรู้ก็ไม้ได้หายไปไหน

คนเป็นบอสอึ้งในความสามารถของเลขาฯ ในนามของเขามากที่เธอทำงานที่เขาให้เสร็จลงอย่างง่ายดายแถมยังเป็นที่น่าพอใจมากอีก แบบนี้ให้เธอมาเป็นเลขาฯ หน้าห้อง (บนเตียง) ไปชั่วชีวิตเลยก็ได้นี่นา คิดได้ก็ยิ้มถูกใจ

“ มีอะไรให้รับใช้คะบอส “ ฮันนี่รับสายเสียงหวาน เขาทำงานบ้างมั้ยเนี่ย เอาแต่โทรหาเธอตลอด

( เอากาแฟมาให้ฉันหน่อย ) รภัทรบอกแล้วก็วาง เมื่อได้รับคำสั่ง เลขาฯ อย่างเธอก็ทำตามทันที

“ เข้าไปนะคะ “

ฮันนี่ขออนุญาตเจ้านายก่อนจะเปิดประตูเข้า ปกติเธอไม่ต้องเคาะแต่เพราะระยะนี้มีน้องชายของเขาอยู่ด้วยเธอจึงต้องสวมบทเลขาฯ ดีเด่นแต่พอเข้าไปในห้องกลับไม่พบเงาของใครอีกคนที่พูดถึงเลย มีแต่เจ้านายของเธอที่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“ คุณรชตะไปไหนเหรอคะ “ อันนี่ถามอย่างสงสัยพลางเอากาแฟไปเสิร์ฟให้เขาด้วย

“ ทำไม คิดถึงมันเหรอ “ รภัทรถามเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ

“ เปล่าค่ะ ถามเฉยๆ เอง ถ้าเขาไม่อยู่จะได้ไม่ต้องเกร็งมาก “ หญิงสาวบอกความจริง น้องชายของเขาเอาแต่หว่านเสน่ห์ใส่เธอไม่หยุด ไม่ก็จับผิดเธอตลอดจนสมองเธอต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้หิวเร็วด้วย เมื่อกี้เธอก็เพิ่งคุ้ยตู้เย็นมา น้ำหนักเธอต้องขึ้นมาสามโลฯ แล้วแน่ๆ

“ ว้าย! “ อยู่ดีๆ เจ้านายหน้าเข้มก็ดึงฮันนี่ลงไปนั่งกับตักเขาซะงั้น

“ บอสค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น “ ฮันนี่บอกไปก็พยายามขืนตัวออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ

“ โรมมันกลับไปแล้ว “ รภัทรบอกเสียงพร่า จมูกก็สูดกลิ่นกายหญิงสาวอย่างหลงใหล หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ร่างกายเขาต้องห่างเธอ 

“ ถ้าเขากลับมาล่ะคะ “

“ ฉันให้นาวินเฝ้าประตูไว้แล้ว “

“ แล้วถ้า…..อืม “ ปากเรียวปิดปากอิ่มช่างสงสัยทันทีเมื่ออารมณ์ดิบลุกฮือ กว่าเขาจะมีโอกาสอยู่กับเธอสองต่อสอง เรื่องอะไรจะปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ ขอตักตวงความสุขเก็บไว้ก่อนล่ะกัน

ชายหนุ่มยกตัวหญิงสาวนั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ หญิงสาวที่ขัดขืนตอนแรกตอนนี้กลับให้ความร่วมมืออย่างดีเพราะร่างกายเธอเองก็คิดถึงเขาเหมือนกัน ปากเรียวยังคงควานหาความหวานจากปากอิ่มไม่ละไปไหน มือก็ลูบคลำบีบคลึงร่างอิ่มสวยที่ปลดเสื้อผ้าออกไปเกือบหมด ปากอิ่มที่หลุดจากปากเรียวสวยก็ครางเสียงหวานไม่ตก มือน้อยๆ เริ่มปลดเปลื้องเข็มขัดอีกฝ่าย


แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะคนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม คนอารมณ์ค้างสบถไม่พอใจก่อนจะรับสายเสียงเหี้ยม

“ มีอะไร!

( นายครับ นายหญิงเพชรกะรัตกำลังขึ้นไปครับ )

คำพูดของลูกน้องทำให้เขาหมดสิ้นอารมณ์ก่อนหน้า หน้าเครียดๆ ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรีบใส่เสื้อผ้าอย่างไว เขาเองก็จัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองไปด้วย เมื่อเห็นว่าเธอใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็พาเธอออกจากห้องทำงาน ไปยังห้องพักส่วนตัวในชั้นเดียวกันเพื่อไม่ให้นายหญิงใหญ่ของนิรันดร์รภัทรกุลหรือแม่บังเกิดเกล้าของเขาเจอเธอ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะไม่ได้เห็นเธออีกเป็นครั้งที่สอง

“ เทวา นายอยู่ดูแลฮันนี่ อย่าให้คนของแม่เห็น นายทำได้ใช่ไหม “ รภัทรสั่งคนสนิทเสียงเข้ม คนได้รับคำสั่งตอบรับเสียงหนักแน่น เข้าใจความหมายของเจ้านายดี

“ นาวิน นายมากับฉัน “ รภัทรหันมามองหน้าหญิงสาวที่ทำหน้างงๆ แวบหนึ่ง ก่อนจะดึงเธอมากอดไว้ต่อหน้าลูกน้องคนสนิท

“ เชื่อใจฉันนะ “ น้ำเสียงอ่อนโยนของเจ้านายที่บอกกับหญิงสาวทำให้สองคนสนิทเกือบหัวใจวายครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้เข้ามา ชีวิตของเจ้านายพวกเขาก็ดูจะมีสีสันและรอยยิ้มมากขึ้น ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับคนสนิทอีกคน

รภัทรกลับมาที่ห้องทำงานแสร้งทำเป็นเคร่งเครียดกับงานที่ทำอยู่จนกระทั่งลูกน้องรายงานว่าแม่ของเขามาถึงแล้ว ร่างสมส่วนของหญิงสาวเอเชียที่มีเลือดตะวันตกครึ่งหนึ่งทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงที่สวยสง่าทุกมุมมอง กริยาท่าทางที่มาดมั่นน่าเกรงขามสมตำแหน่งทำให้เขาอดหวาดหวั่นกับการมาของท่านไม่ได้

“ ลูกจ๋า คิดถึงจังเลย “ นายหญิงใหญ่ผู้น่าเกรงขามยิ้มร่าโผเข้าหาลูกชายสุดรักทันที

“ มาทำไมไม่บอกครับจะได้ไปรับ “

“ ก็หม่าม้าจะมาเซอร์ไพรซ์นี่นาเลยให้น้องไปรับแทน “ เซอร์ไพรซ์มาก เขาหัวใจจะวายอยู่แล้วเนี่ย! ที่แท้ไอ้น้องตัวดีมันไปรับแม่นี่เองถึงว่าถึงยอมล่าถอยไปง่ายนัก

“ นี่ก็เที่ยงแล้ว ไปทานข้าวเป็นเพื่อนหม่าม้าหน่อยสิ หม่าม้ามีเรื่องจะคุณกับมิลจังเยอะแยะเลย “ คนถูกชวนปิดเอกสารลงก่อนจะเดินไปให้คุณแม่ยังสาวควงออกไปหาอาหารกลางวันทานกันตามประสาแม่ลูกสองคน ( และขบวนบอดี้การ์ดอีกนับสิบ )

“ แล้วโรมล่ะครับ “ รภัทรถามถึงน้องชายที่ไม่เห็นหัวมันเลย อย่าบอกนะว่ามันคิดจะให้แม่มาพาเขาไปแล้วมันจะดอดไปหาผู้หญิงของเขา

“ ไปรอที่ร้านอาหารแล้วจ้า “ คำตอบของมารดาทำให้เขาเผลอถอนหายใจออกมาจนคนเป็นแม่เริ่มสงสัยแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร

ทางด้านของหญิงสาวที่ถูกพามาซ่อนก็ไม่ได้ถามอะไรคนสนิทที่เขาให้มาเฝ้าเธอเลย แม้จะสงสัยมากแค่ไหนก็ตามเพราะเธอเข้าใจดีว่าบางเรื่องเธอก็ไม่ควรรับรู้ หลังจากนั้นไม่นานเทวาก็พาเธอไปส่งที่คอนโดฯ อาการดูลับๆ ล่อๆ เหมือนกำลังพาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองยังไงยังงั้น แถมยังใช้ทางอ้อมโลกอีก แต่เพราะหน้าตาที่ดูเคร่งเครียดของเขาเธอเลยไม่ได้ถามอะไรออกไป

“ คุณฮันนี่ครับ ระยะนี้อย่าเพิ่งไปที่บริษัทนะครับ เอาไว้เหตุการณ์ปกติแล้วเจ้านายจะติดต่อมาอีกที “ เทวาบอกเสียงเข้มจริงจัง

“ เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ “ ฮันนี่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ซักถามหรือเซ้าซี่อะไร คำพูดสุดท้ายของเขายังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ และหัวใจเธอมันก็อบอุ่นขึ้นมาเมื่อนึกถึง

ตอนนี้เทวารู้ซึ้งแล้วว่าที่นาวินชมผู้หญิงคนนี้บ่อยๆ มันไม่เกินจริงซักนิด เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาด และเลือกที่จะฉลาดแล้วแต่สถานการณ์ ทั้งการการพูดจา มารยาท และการวางตัว ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยไหวพริบและสติปัญญา เหมือนกับนายหญิงของนิรันดร์รภัทรกุลคนปัจจุบันไม่มีผิด

ฮันนี่ขึ้นห้องมาด้วยความรู้สึกไม่เหมือนเก่า ห้องว่างเปล่าที่เธออยู่คนเดียวมานานหลายปี ตอนนี้มันกลับเงียบเหงาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เธอเคยชอบความเงียบของมัน ชอบการอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนว่าบางส่วนของชีวิตมันหายไป

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ

 





-----------------------------
 

คุณแม่มา!!!!! มาได้จังหวะเหมาะมากกกก (?)

รักค่ะ

<3


Rewrite : 19-01-15

21 ความคิดเห็น