[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 5 : (Re-write) ♥ Chapter 4 ตัวจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

CHAPTER 4

- ตัวจริง -

 









 

       “สวัสดีคนมีกรรม~ วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ ทำไมยังใส่ชุดนอนอยู่วะ”

พี่ชายตัวดีของฉันเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านอย่างอารมณ์ดีต้อนรับเช้าวันใหม่ที่มันไม่สดใสสำหรับฉันเอาซะเลย

        เมื่อคืนกว่าพี่ขนมเข่งจะทายาบริเวณแผลที่ฉันโดนต่อยเสร็จก็ปาเข้าไปเป็นชั่วโมงๆ ผิดที่ฉันที่แหละ ก็คนมันเจ็บเลยต้องหันหน้าหนีตลอด ให้ตายเถอะ! วันนี้ขอโดดเรียนวันนึงก็แล้วกันนะ ไหนๆ แต่ละวิชาเขาก็ให้หยุดได้ไม่เกินสามครั้ง ใช้สิทธิ์สักครั้งคงไม่เป็นอะไร TvT

        “มีแต่ไม่ไป -0-”

        “หน้าอย่างแกโดดเรียนเป็นด้วยเหรอ” คนถามทำหน้าแปลกใจพร้อมกับเดินมาหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาข้างๆ ฉัน

        “เป็นก็คราวนี้แหละ ไม่มีอารมณ์ไปเรียนแล้วว่ะวันนี้ ปากก็เจ็บ T^T

        “เห็นก็ยังพูดได้นี่หว่า”

        “บอกว่าไม่ไปไง เอ้อออ! =_=”

        “โอเค๊~ งั้นฉันไปล่ะ วันนี้จะรีบกลับมาดูแลน้องสาวนะจ๊ะ หมั่นไส้จริงๆ ไอ้ยุ่ง!”

พี่ขนมเข่งเอามือมาขยี้หัวฉันจากนั้นก็ผลักเบาๆ แล้วพี่แกก็ลุกขึ้นเดินผิวปากออกจากบ้านไป ไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์ของรถดังขึ้นก่อนจะค่อยๆ เบาลงจนเงียบหายไปในที่สุด

        แล้ววันนี้ฉันจะทำอะไรดีเนี่ย อยู่บ้านก็น่าเบื่อชะมัดเลย ไอ้บ้าฌอห์ณนะไอ้บ้าฌอห์ณ ฮึ่ย! ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งเจ็บใจ ทำไมฉันถึงได้ซวยอย่างนี้ล่ะ อยากรู้จังว่าฉันซวยจริงๆ หรือว่าเพิ่งจะมาซวยเพราะยัยแม่มดหมอผีนั่นกันแน่ ยัยเจ๊นั่นเล่นของใส่ฉันหรือเปล่าวะ

เฮ้อ!

        …เธอมันโง่

       ขณะที่ฉันกำลังนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียวนั้น เสียงของแอมแปร์ที่ว่าฉันเมื่อคืนก็ลอยเข้ามาทำร้ายจิตใจฉันอีกจนได้ นี่ว่าจะแกล้งลืมแล้วนะ คอยดูเถอะแอมแปร์ ฉันจะต้องทำให้นายมาเป็นแฟนฉันให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

        ตอนนี้แผลที่โดนต่อยเกือบจะหายดีแล้ว ยังมีรอยช้ำๆ อยู่บ้าง ฉันไม่ได้โผล่หน้าไปที่ริกกี้เวย์เลยเพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันต้องเตรียมงานของทางคณะน่ะสิ แต่ก็ใช่ว่าชีวิตฉันจะดำเนินไปอย่างราบเรียบซะเมื่อไหร่

เรื่องซวยพากันเข้ามาหาฉันไม่หยุดหย่อน อาทิเช่น ขณะที่ฉันกำลังเดินกินไอศกรีมโคนอย่างสบายใจอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น ก็มีลูกหมาจากไหนไม่รู้วิ่งมาไล่กัดจนฉันต้องทิ้งไอศกรีมแล้ววิ่งหนีป่าราบ นึกตามแล้วอาจจะตลกนะ แต่ถ้ามาอยู่ในเหตุการณ์แบบฉันมันจะไม่ตลกเลย อย่าให้รู้นะว่าใครเอาหมาเข้ามาแล้วไม่ดูแล ปล่อยให้ออกมาไล่กัดชาวบ้านเนี่ย คิดดูสิ คนอื่นมันก็ไม่ไล่มาไล่ฉันคนเดียว จะแสนรู้เกินไปแล้วนะยะ

เรื่องหมาจบไป อีกเรื่องที่เด็ดคือ ตอนที่ฉันกำลังเดินออกมาจากตึกคณะ ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรผิดปกติหรอกก็แค่ฉันเดินผ่านป้าแม่บ้านคนหนึ่ง เป็นโชคดีของยัยจีที่ทำหนังสือตกแล้วหยุดก้มลงไปเก็บซะก่อน ความซวยมันเลยมาตกที่ฉันคนเดียวเพราะเดินนำมาแล้วยัยป้าแม่บ้านก็สาดน้ำถูกพื้นมาโดนฉันเข้าเต็มๆ แล้วบอกว่าไม่ทันเห็น คือป้าแกจะสาดใส่โคนต้นไม้ที่ฉันเดินผ่านนั่นแหละ แต่ฉันก็ไม่ได้ตัวเล็กเท่ามดปะ ไม่เห็นได้ไงวะ TTOTT

        “วันนี้ไม่มีงานที่คณะแล้ว แกจะเริ่มแผนจีบแอมแปร์ต่อเลยมั้ยเนี่ย” จีถามฉันขณะที่เราสองคนกำลังนั่งกินกาแฟและของหวานอยู่ที่ร้านค็อฟฟี่ช็อปเล็กๆ ภายในมหาวิทยาลัย

        จีบแอมแปร์?

        “แกใช้คำว่าจีบเหรอ ฉันอยากจะฆ่าหมอนั่นให้ตายมากกว่าจีบนะ แกดูปากมันสิ”

        โป๊ก!

        “โอ๊ย! ใครวะ” ฉันยกมือลูบหัวป้อยๆ พลางหันขวับไปทางด้านหลังทันที

จู่ๆ ก็มีลูกบอลยางของเล่นลูกประมาณกำปั้นลอยมากระแทกเข้ากับหัวของฉันเต็มๆ ถึงมันจะไม่เจ็บอะไรก็เถอะ แต่เมื่อหันไปแล้วก็พบแค่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งเป็นลูกเจ้าของร้าน เด็กนั่นนั่งเล่นอยู่ปกติไม่ได้สนใจฉันแต่อย่างใด เหมือนไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่จะเป็นใครไปได้ล่ะ! แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ เด็กสมัยนี้มันร้ายกาจชะมัดเลย T^T

        “จี แกนั่งตรงข้ามฉัน แกเห็นใช่มั้ยว่าเด็กคนนั้นปาลูกบอลใส่หัวฉันเนี่ย” ฉันหันไปถามเพื่อนรัก

        “ไม่เห็นอะ ก็มัวแต่มองหน้าแกอยู่ T.T

        “เออๆ ว่าแต่พอมีแผนมั้ยล่ะว่าจะทำยังไงให้แอมแปร์ใจอ่อน หันมาสนใจฉันน่ะ”

        “ยุ” จีตอบมาคำเดียวสั้นๆ ทำเอาฉันเกือบหงายเงิบทันที ยุ อะไรของมัน

        “ฮะ?

        “เอ้า! แกก็ยุให้หมอนั่นเลิกกับแฟนไง”

โหย ยัยนี่แรงกว่าฉันอีกว่ะ แต่ฉันว่าถ้าไม่มีนิสัยคล้ายๆ กันคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอกมั้งเนี่ย เอาจริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยแรงอะไรนะสาบาน

        “โอ๊ย แค่ไปพูดคราวก่อนต่อหน้ายัยลิงหน้าวอกหน้าตุ๊กตาแฟนหมอนั่น ว่าจะทำให้เขามาเป็นแฟนฉัน ก็ไม่รู้ว่ามีนรกกี่ขุมอยู่บนหัวแล้วเนี่ย” ฉันพูดอย่างเซ็งๆ นี่ถ้าไม่จำเป็นสาบานเลยว่าฉันไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน

“เออนี่ แกว่ายัยเจ๊แม่หมอนั่นจะเล่นของใส่ฉันหรือเปล่าวะ” ฉันถามเมื่อฉุกคิดประเด็นนี้ขึ้นมาได้

        “บ้า! เขาจะทำแบบนั้นทำไมล่ะ” จีเบิกตากว้างทันทีกับความคิดของฉัน

ก็หรือมันไม่น่าคิดล่ะ คนบ้าอะไรจะซวยไปยี่สิบปีวะ มันเชื่อได้จริงๆ น่ะเหรอ ฉันรู้สึกเหมือนโดนแกล้งมากกว่า -0-

        “ก็…ยัยเจ๊นั่นไม่ถูกชะตากับฉันมั้ง”

        “แกน่ะคิดมาก ฉันว่าแกอาจจะกำลังดวงตกจริงๆ ก็ได้นะ”

        “ฉันคิดมากเพราะไอ้เรื่องดวงตกนี่แหละ”

        “แหม แต่ว่า…ไอ้ฉันจะไม่เชื่อก็ยังไงไม่รู้สิ เพราะช่วงนี้แกก็เจอเรื่องให้เจ็บตัวตลอดเลย แถมหน้าแกยังหมองๆ ด้วยนะ!” เพื่อนสาวพูดพร้อมกับจ้องหน้าฉันเขม็ง

        “หมองเพราะไม่ค่อยได้นอนมากกว่า”

ยัยบ้านี่ก็พูดไปเรื่อย จะไม่ให้หมองได้ยังไงล่ะ อาทิตย์ที่ผ่านมาเล่นทำงานกันอยู่ที่คณะยันตีหนึ่งตีสอง กว่าจะได้กลับก็ง่วงจนหายง่วงไปแล้ว ไหนจะต้องช่วยดูแลน้องปีหนึ่งเอย ช่วยงานในส่วนที่รุ่นตัวเองรับผิดชอบเอย โอ๊ย! เยอะแยะไปหมด

        “แกพูดเหมือนจะกลับมาไม่เชื่อเรื่องดวงตกแล้วอย่างนั้นแหละ T^T

        “แล้วทำไมแกต้องทำหน้าเศร้าเหมือนโดนแฟนทิ้งด้วยล่ะ”

        “ฉันโสดย่ะ! แล้วอย่างฉันไม่มีใครกล้าทิ้งหรอก ฉันจะไปทิ้งเขามากกว่า เชอะ!” เจ้าตัวพูดแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆ แต่ก็จริงอย่างว่าแหละ ยัยนี่จะไปทิ้งเขามากกว่า เห็นมีคนมาจีบหลายต่อหลายคนแล้ว แต่นางก็ไม่สนใจเลย บอกแค่ว่า…ถ้าฉันไม่สวยไอ้พวกนี้จะมาชอบฉันมั้ยเนี่ย…เออก็จริงอย่างยัยจีว่านะ

        “โอเคๆ แกนั่นแหละจะไปทิ้งเขา”

        “นี่ มาว่าเรื่องของแกต่อเถอะ”

        “เรื่องของฉัน? ฉันว่ามันบาปนะแก อีกอย่างยัยลิงหน้าวอกนั่นก็ดูไม่ได้เลวร้ายตรงไหนนี่ ถ้าแอมแปร์จะตกอยู่ใต้ความชั่วจริง ฉันว่าคงเป็นไอ้บ้าฌอห์ณอะไรนั่นแหละ”

แต่ว่าก็ว่าเถอะ ถึงฉันจะคิดแบบนั้นแต่ถ้าฉันทำให้แอมแปร์มาเป็นแฟนฉันได้สำเร็จ ฌอห์ณจะมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเหรอ?

        “จริงอะ”

        “ไม่รู้ แต่ไม่งั้นฉันจะโดนต่อยมาเหรอ” ฉันบอกพลางชี้นิ้วให้จีดูรอยช้ำจางๆ ที่หน้า

        “ก็แกเสร่อเข้าไปยืนขวางคนที่เขากำลังจะมีเรื่องกันทำไมล่ะยะ แทนที่จะหลบ”

        “คำนั้นใช้กับพี่เข่งเถอะ ฉันจะเข้าไปลากพี่ชายฉันออกมาไม่เห็นหรือไง”

        “นินทาอะไรฉันวะไอ้ชงชา”

        ไอ้พี่ชายนี่ก็ไม่เคยเรียกชื่อฉันถูกเลยให้ตายเถอะ รักน้องจริงหรือเปล่าเนี่ยถึงจำชื่อน้องตัวเองสลับพยางค์กันแบบนี้ ชื่อฉันมันจำยากตรงไหนเหรอ =_=

        “แหม มาได้จังหวะเหมือนรู้งานเลยนะพี่เข่ง รู้ได้ไงว่าฉันอยู่นี่”

        “อ๋อ เห็นจีเช็กอินในเฟซบุ๊ก” พี่ขนมเข่งพูดพร้อมกับชูโทรศัพท์ให้ฉันดูก่อนที่เขาจะยัดมันลงกระเป๋ากางเกง ร่างสูงนั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะฝั่งหนึ่งซึ่งว่างอยู่(อีกฝั่งฉันกับยัยจีวางกระเป๋าเรียบร้อย)

        “เออดี ต่อไปเวลาจะทำธุระหนักเบาเข้าห้องน้ำ คนก็รู้กันหมดอะ” ฉันพูดประชดพลางเหลือบตามองเพื่อนตัวแสบ

        “แหม~ ฉันก็เช็กอินเลือกที่นะ ไอ้ชาบ้า” จีพูดก่อนที่จะย่นจมูกใส่ฉันอย่างหมั่นไส้

โธ่เอ๊ย ใครจะไปรู้ล่ะ เกิดวันดีคืนดียัยนี่อาจจะโรคจิตเช็กอินไปหมดซะทุกที่ก็ได้ คนซวยคือฉันเนี่ยแหละที่อยู่กับมัน จะว่าไปแล้วช่วงนี้ฉันก็พูดคำว่า ซวย บ่อยเหมือนกันนะ แต่มันจริงนี่หว่าจะให้เรียกโชคดีหรือไง TTvTT

        “ไม่เรียกฉันว่าไอ้ ชา บ้า ได้มั้ยอะ เดี๋ยวคนอื่นเขานึกว่าฉันชื่อชบา เช้ยเชย =0=”

        “แหมๆ ๆ” จีทำหน้ากระแนะกระแหนก่อนจะหันไปทางพี่ชายฉัน “เออพี่หนมเข่ง แฟนแอมแปร์น่ะนิสัยดีอย่างที่ไอ้ชาบอกจริงเหรอ”

        “ไม่รู้ดิ พี่ก็ไม่ค่อยสนิทอะ แต่เท่าที่รู้ก็โอเคมั้ง ไอ้แอมป์มันชอบแบบนั้น น่ารัก เรียบร้อย” พี่ขนมเข่งตอบคำถามจีแต่ประโยคสุดท้ายกลับเหลือบตามองฉันเหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่แอมแปร์ชอบ

        เออรู้ตัวน่า

        “ไม่ต้องมามองเลย นายนั่นจะชอบแบบไหนก็เรื่องของเขาเถอะ ยังไงฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้ว บอกเลยนะว่าฉันจะวางมือ”

        “แกไม่เชื่อแม่หมอเหรอ TOT” จีเบะปากเหมือนจะร้องไห้

        “เชื่อแล้วไม่เห็นว่าชีวิตฉันมันจะเจริญขึ้นตรงไหนเลย บ้าหรือเปล่าที่จะให้ตัวเองหายซวยด้วยการไปแย่งแฟนชาวบ้านแล้วชาวบ้านก็ซวยแทนฉันน่ะ มันดูไม่สมเหตุสมผลเลยว่ะ”

        “บางทีชาวบ้านอาจจะสมควรรับกรรมนั้นก็ได้นะ” พี่ชายฉันพูดขึ้นมาด้วยท่าทางเหม่อลอย

        ชาวบ้านรับกรรม?

        “พี่เข่งพูดเหมือนรู้อะไรมา ยัยลิงหน้าวอกนั่นไปทำกรรมอะไรมาเหรอ”

        “เอ้า! ฉันจะไปรู้เหรอวะ ฮ่าๆ ไม่ได้ตรัสรู้เว้ยเฮ้ย”

        “อ้าว”

        “ชา~ ฉันว่าแกเชื่อแม่หมอเถอะนะ เพื่อตัวแกเอง” จีพูดพลางเอื้อมมือมาเขย่าแขนฉันที่เอาขึ้นมาวางบนโต๊ะ

        ไอ้ฉันก็เข้าใจอาการที่ยัยนี่เป็นอยู่นะ คงเพราะเป็นห่วงฉันด้วยแล้วก็จากเรื่องของตัวเอง เพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนางก็ไปทำบุญทำทานปล่อยนกปล่อยปลามาแล้ว ตอนแรกก็จะให้ฉันไปด้วยแต่ฉันไม่ไป พอได้ทำบุญนางก็บอกว่ารู้สึกดีขึ้นมาเป็นกองเลย

แหม ถ้าเรื่องของฉันแค่ไปทำบุญก็ดีน่ะสิ แต่นี่ให้ไปทำบาปชัดๆ เลย =_=

        “ไม่รู้ว่ะ อย่าเขย่าได้มั้ยมันสั่น” ฉันพูดพร้อมกับแกะมือเพื่อนตัวเองออกจากแขน

        “เชื่อๆ ไปเหอะ แกมาขอให้ฉันรับปากแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ช่วยแกน่ะ” พี่ขนมเข่งก็ช่วยจีเกลี้ยกล่อมฉันอีกแรง

        “เอางั้นเหรอ แต่ยัยลิงหน้าวอก…”

        “แกเพิ่งเจอครั้งสองครั้งเอง ยังไม่รู้จักยัยนั่นดีสักหน่อย ดูพี่ชายแกสิเจอมาก่อนเรายังไม่รู้เลยว่าจริงๆ เป็นยังไง”

เออ ไอ้จีก็พูดมีเหตุมีผล จะว่าไปก็จริงนะ ฉันจะสรุปว่ายัยนั่นนิสัยดีเลยก็ไม่ได้ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะร้ายตรงไหนเลยนะว่ามั้ย

        “นั่นสิ ฉันเจอตั้งหลายรอบยังไม่รู้เลยว่าดีหรือไม่ดี” พี่ชายตัวดีของฉันพูดบ้างก่อนที่จะหยิบแก้วของฉันไปดูดกาแฟหน้าตาเฉย

        “พี่เข่งไม่สนใจคนอื่นมากกว่า” ฉันว่า

        “เหอะน่า…แล้ววันนี้จะไปริกกี้มั้ย ได้ข่าวว่าพิมมี่ไปนะ คือเมื่อกี้ไอ้แอมป์โทรมาบอกว่าวันนี้จะไปเลทหน่อยเพราะไปรับแฟนสุดที่รักก่อนเห็นว่ารายนั้นไปซื้อของกับเพื่อนน่ะ”

พี่ชายฉันนี่รู้เรื่องคนอื่นดีจังเลยแฮะ ฉันถอนคำพูดว่าเขาไม่สนใจคนอื่นทันมั้ย

        “ฉันไม่ไปนะ ไม่ชินกับที่เสียงดังแบบนั้นจริงๆ (_ _|||)” จีชูมือขึ้นเป็นเชิงว่างานนี้ขอบาย

        “แกไปสู้รบกับไอ้ปีเตอร์ที่บ้านแกเถอะ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก”

        “เอาไว้วันหลังจะพาไปเล่นบ้านแกด้วยละกัน ชิ!”


        คืนวันเดียวกัน

        บรื้นนน!~ บรื้นนน!~ บรื้นนน!~ เอี๊ยด!

        “กรี๊ดดด~ พี่แอมป์เท่สุดๆ ไปเลย >O<

“กรี๊ดดด~!!!

เสียงสาวน้อยสาวใหญ่ รวมทั้งกระเทยเด็กยันรุ่นแก่คราวป้าพากันกรีดร้องทันทีที่แอมแปร์ลงมาจากรถ แน่ล่ะ ทั้งหล่อ แถมเมื่อกี้เขายังชนะอีกต่างหาก แต่จะกรี๊ดอะไรกันนักหนาก็ไม่รู้ น่ารำคาญชะมัด

“กรี๊ดดด~ ซีริกต์! >O<

        “ครับๆ ๆ ^O^” ซีริกต์ลงจากรถของตัวเอง เขาโบกไม้โบกมือทักทายแม่ยกอย่างเป็นกันเอง แล้วรีบเดินตามมากอดคอแอมแปร์ทันที “โถ่ไอ้แอมป์ อ่อนให้หน่อยก็ไม่ได้”

เมื่อกี้สองคนนี้เขาเป็นคู่แข่งกันในสนามน่ะ

        ทั้งสองคนเดินมายังกลุ่มฉันที่ยืนดูอยู่ เอ๊ะ! ไม่ใช่กลุ่มฉันสิ กลุ่มพี่ขนมเข่งมากกว่า ฉันก็แค่เสนอหน้าเข้ามามีส่วนร่วมด้วยก็เท่านั้น

        “เป็นไงบ้างพี่ ^O^” แอมแปร์ถามพี่ชายฉันพร้อมกับยิ้มกว้าง แต่แล้วก็หุบยิ้มแทบจะทันทีที่หันมาเจอหน้าฉัน

        ทำไมวะ หน้าฉันเหมือนฝันร้ายหรือไง

        “ดีขึ้นๆ ฉันว่าแข่งรอบใหญ่ประจำเดือนครั้งหน้าแกได้ที่หนึ่งอีกชัวร์” พี่ขนมเข่งพูดพลางเอื้อมมือไปตบไหล่แอมแปร์สองสามที

        “ถ้าศิษย์พี่ไม่ลงแข่ง ก็อาจจะได้อยู่ครับ”

        “เฮ้ย~! ไม่แน่หรอก นี่ฉันก็ชักสงสัยแล้วสิว่าที่ผ่านมาแกอ่อนให้ หรือว่าฉันเก่งกันแน่วะ ฮ่าๆ ๆ” พี่ชายฉันหัวเราะร่วน

        “แอมป์~ มี่ไปซื้อน้ำมาให้ค่ะ ดื่มหน่อยนะจะได้หายเหนื่อย ^_^” พิมมี่ที่ไม่รู้วิ่งมาจากทางไหน เดินแทรกเข้ามาในกลุ่มพร้อมกับยื่นขวดน้ำเปล่าเย็นๆ ส่งให้แฟนหนุ่ม

        “เห็นหน้ามี่ก็หายเหนื่อยแล้วนะ

“ฮิ้ววว~!

แอมแปร์รับขวดน้ำมาก่อนจะโอบไหล่แฟนตัวเองแล้วทำสิ่งที่ทำให้ทุกคนบริเวณนี้พากันโห่ฮิ้วทันทีนั่นก็คือก้มลงไปหอมแก้มยัยลิงหน้าวอกหน้าตุ๊กตานั่น!

        แหวะเลี่ยน =_=

        ไม่อายคนแต่ช่วยอายผีสางนางไม้บ้างได้มั้ยล่ะ

“โอ๊ย! คลื่นไส้คล้ายจะอ้วก!” ฉันพูดขึ้นเสียงดัง เหลือบตามองบน

( -_)-_)-_)-_) !!(O-O)!!(_-(_-(_-(_- )

ทุกคนในที่นี้พากันเงียบแล้วหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียวด้วยสีหน้าเอือมๆ เว้นก็แต่แอมแปร์ที่ส่งสายตาเย็นชามาให้ เย็นมากจนฉันรู้สึกหนาวเลยแหละ บรึ๋ยยยย~ (<เว่อร์ไปมะ)

        “มองทำไมกัน” ฉันถามหน้าตาเฉยอย่างไม่สนใจก่อนจะกลอกตาไปมา

        “น้องใครวะเนี่ย ไปๆ ไปนั่งคุยกันทางโน้นดีกว่าเว้ยพวกเรา” พี่ขนมเข่งโบกไม้โบกมือไล่ทุกคนให้เดินตามเขาไป แล้วก็เหลือแค่สามคนสุดท้ายเท่านั้นที่ยังคงเล่นสงครามสายตากันอยู่ ฉัน แอมแปร์แล้วก็แฟนของเขา

        “มองแบบนี้ชอบฉันขึ้นมาแล้วล่ะสิ” ฉันถามผู้ชายตรงหน้าโดยไม่สนใจผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา

อันที่จริงในใจก็รู้สึกผิดอยู่ที่ไปแทรกแซงความรักของคนอื่น แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ว่าฉันจะโดนรถชนจนพิการหรือเปล่าน่ะสิ มันก็พูดยากอะ TT_TT

        “…” แอมแปร์ไม่ตอบอะไรแต่กลับมองฉันด้วยสายตาที่นิ่งกว่าเดิมจนฉันเองยังแอบกลัวๆ เขาขึ้นมานิดหน่อย

“มี่ว่าแอมป์ตามพี่หนมเข่งไปดีกว่านะ มี่ขอคุยธุระกับชาชงแป๊บนึงนะคะ แล้วเดี๋ยวจะรีบตามไป”

เมื่อได้ยินเสียงหวานของคนที่ยืนข้างๆ บอกแบบนั้น สีหน้าของแอมแปร์ก็เปลี่ยนเป็นกังวลขึ้นมาทันทีก่อนจะหันไปมองแฟนสาวของตัวเองด้วยความเป็นห่วง

ฉันรับรู้ได้เลยล่ะ…รับรู้ได้ว่าเขารักยัยนี่มากขนาดไหน และคงไม่มีทางที่เขาจะรู้สึกแบบนั้นกับฉันแน่ๆ นี่ฉันต้องดวงตกไปอีกยี่สิบปีจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย

เฮ้อ! คิดแล้วก็ท้อ

        “จะดีเหรอ แอมป์ไม่อยากให้มี่อยู่คนผู้หญิงคนนี้ตามลำพัง”

        “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ ชาชงไม่ทำอะไรมี่หรอกน่า ^_^

โอ๊ย! ยัยนี่ก็คนดีซะเหลือเกิน นี่ขนาดฉันบอกไปแล้วนะว่าจะแย่งแฟนตัวเองมาก็ยังจะอุตส่าห์ดีกับฉันอีก ให้ตายเหอะ ฉันกลายเป็นคนชั่วไปเลยล่ะสิทีนี้(เพิ่งรู้ตัวเหรอยะ)

        “ถึงยัยนี่จะเป็นน้องพี่หนมเข่ง แต่…”

        “นะคะ ให้มี่คุยเถอะนะ เผื่ออะไรมันจะดีขึ้นกว่าตอนนี้” เมื่อเห็นว่าพิมมี่ยืนยันแบบนั้นแอมแปร์จึงตวัดสายตาคมกริบของเขาที่เชือดคอคนให้ตายได้มาที่ฉันโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะยอมเดินตามพวกพี่ขนมเข่งไปในที่สุด

        “มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอ” ฉันยกมือขึ้นมากอดอกแล้วถามผู้หญิงที่พอมองดีๆ แล้วเตี้ยกว่าฉันมาก

        “เรื่องแอมแปร์…”

พอพิมมี่เอ่ยชื่อนั้นขึ้นมาฉันก็ทำหน้าเซ็งๆ แล้วหันหลังเดินหนีมา คิดไว้อยู่แล้วแหละว่าคงไม่พ้นเรื่องนี้ แต่ถ้าฉันบอกความจริงไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นและฉันจำเป็นที่ต้องทำแบบนี้ ใครจะมาเชื่อฉันล่ะ ขนาดฉันเองยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่

        “ฉันไม่มีอะไรจะคุยด้วย”

        “แต่ฉันมีนะชาชง” พิมมี่ยังคงเดินตามฉันมาติดๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งขอร้อง

        “ฉันว่าวันนั้นฉันพูดไปชัดเจนแล้วนะ ขอโทษเธอด้วยละกันที่ต้องทำแบบนี้” ฉันพูดในขณะที่เท้ายังคงก้าวพาตัวเองเดินหนีไม่หยุด

        “ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ”

        “เธอไม่จำเป็นต้องรู้”

        “เธอจะให้ฉันรับรู้แค่ว่าเธอจะมาแย่งแอมแปร์ไปจากฉัน แล้วบอกขอโทษฉันแบบนี้น่ะเหรอ”

คำถามยัยนี่ตอบยากชะมัดเลย!

        “ฉันให้เธอรู้แค่ไหน เธอก็รู้แค่นั้นแหละน่า” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

        “ชาชง นี่เธอหยุดเดินแล้วหันมาคุยกันดีๆ ได้มั้ย ขอร้องล่ะ!

        “จะร้องก็ร้องไป ไม่ต้องมาขอฉัน -0-”

        “ฉันไม่ตลกกับเธอด้วยนะ อย่ายุ่งกับเราสองคนเลย”

        “…” ฉันไม่ตอบ แต่ยังคงเดินหนีอยู่เหมือนเดิม ยัยนี่ก็ตามติดจังเลยแฮะ

        “นี่! ฉันบอกให้หยุด หูหนวกหรือไงยัยบ้า?!” จู่ๆ เสียงเล็กหวานๆ ก็เปลี่ยนเป็นแหลมเล็กแสบหูขึ้นมา พร้อมกับเจ้าตัวที่วิ่งขึ้นมาขวางหน้าฉัน

พิมมี่จ้องมาด้วยแววตาแข็งกร้าวจนฉันแทบจะช็อกหัวใจวายขึ้นมาซะให้ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงยัยนี่บาดแก้วหูกว่าเสียงเบรกรถดังเอี๊ยดอีกนะเนี่ย บอกมาสิว่าฉันหูฝาด

ตัวจริงยัยนี่เป็นคนยังไงกันแน่?!

        “…!” ฉันชะงักเท้าเพราะพิมมี่ยืนขวาง อีกทั้งตกใจเสียงเมื่อกี้ด้วย เจอของเด็ดเข้าให้แล้วไง

        “ในเมื่อฉันขอร้องเธอดีๆ แต่เธอไม่ให้ ถ้างั้นก็ลองแข่งกันดูสักตั้งมั้ยล่ะ มาดูกันว่าเธอจะแย่งผู้ชายคนนั้นไปจากฉันได้หรือเปล่า” พิมมี่เหลือบสายตาไปทางด้านหลังฉันแล้วบอกเสียงเบาราวกับกระซิบ แต่ฉันได้ยินมันชัดเจนที่สุดเลยล่ะ

        “เธอ…” ฉันพูดอะไรไม่ออก

        “โอ๊ย! มี่เจ็บนะคะ ปล่อยมีเถอะชาชง TT.TT

ผู้หญิงตรงหน้าคว้ามือฉันบังคับให้จับแขนเธอพลางเจ้าตัวก็ทำเหมือนพยายามจะแกะมือฉันออก แต่ความจริงแล้วมันเป็นการกดมือฉันแน่นกว่าเดิมให้จับข้อมือนางไว้น่ะสิ!

        อ้าวเฮ้ยฉันขอถอนคำพูดที่บอกว่ายัยนี่ดูไม่ได้เลวร้ายตรงไหนได้มั้ย

ฉันว่าเลวร้ายก็ตอนนี้แหละ!

        “เหอะ! อยากให้ฉันบีบนักใช่มั้ย ได้~” ฉันยิ้มให้กับคนตรงหน้าก่อนจะออกแรงบีบข้อมือนั้นจริงๆ แบบเต็มแรงโดยไม่สนใจว่าจะมีเสียงวิ่งพร้อมกับตะโกนห้ามดังมาจากข้างหลัง

        “หยุด! ชาชง เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!”

แอมแปร์ที่ตามมาตอนไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาแยกฉันออกจากพิมมี่ เขากระชากมือฉันออกจากข้อมือแฟนตัวเองก่อนจะสะบัดแขนฉันทิ้งอย่างแรง โดยไม่สนใจว่าฉันจะเจ็บจากการกระทำของเขาหรือเปล่า

        “แอมป์ไม่น่าให้มี่อยู่กับผู้หญิงคนนี้ตามลำพังเลย เจ็บหรือเปล่า” แอมแปร์ถามพิมมี่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สีหน้าแสดงอาการเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง

คนถูกถามแกล้งบีบน้ำตาเรียกความสงสารพลางส่ายหน้าเบาๆ

        “ไม่เป็นไรหรอกแอมป์ แต่มี่แค่ขอร้องชาชงดีๆ ว่าให้เลิกยุ่งกับเราสองคน  ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำร้ายมี่ด้วย TT_TT

เออ บีบเข้าไปน้ำตาอะ ยัยนี่มันร้ายมาก!

        “ถ้าเธอทำอะไรพิมมี่อีกล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ อ้อ…แล้วถ้าเธอจะไปฟ้องพี่หนมเข่งก็เชิญตามสบาย เพราะฉันจะได้บอกเหมือนกันว่าน้องสาวเขาร้ายกาจขนาดไหน” แอมแปร์หันมาพูดกับฉับด้วยเสียงลอดไรฟัน

ตอนนี้หน้าเขาแดงจัดเพราะความโกรธ…นี่ไม่คิดจะถามฉันบ้างเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น ฟังความข้างเดียวชัดๆ เลยนะเนี่ย ไม่แฟร์เลยว่ะ

        “ฉัน…”

        “เธออย่าคิดนะว่าการที่ฉันนับถือพี่หนมเข่งจะเป็นข้ออ้างให้เธอทำอะไรก็ได้น่ะ รู้ไว้เลยว่าฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด”

        “นี่! ใจคอจะไม่ฟังฉันพูดบ้างหรือไง ฮะ?! มาถึงก็ฟังแต่แฟนตัวเองแล้วก็ว่าๆ ๆ ๆ ฉันคนเดียว คิดว่าแฟนตัวเองถูกหรือไง พูดอะไรถึงได้เชื่อหมด” ฉันพูดอย่างฉุนเฉียว

        “แค่เห็นก็รู้แล้ว พิมมี่สู้คนอย่างเธอไม่ได้หรอก” เขายกยิ้มมุมปาก

นายมันโง่ชะมัดเลยแอมแปร์!

        “ใช่! ยัยนี่สู้ฉันไม่ได้หรอก ระวังตัวเอาไว้ดีๆ ก็แล้วกัน” ฉันพูดพลางถลึงตาจ้องยัยหน้าตุ๊กตา รู้สึกอยากจะขย้ำให้เละ หึ

        “ผู้หญิงอัธพาล” แอมแปร์เอื้อมมือมาบีบไหล่ฉันทันทีด้วยความโมโห

        “อยากจะว่าอะไรก็ว่าให้พอใจเลย แต่รู้ไว้ด้วยว่าถึงฉันจะนิสัยไม่ดียังไง ฉันก็ไม่เสแสร้งเหมือนใครบางคน” คนโดนพูดกระทบถลึงตากลับใส่ฉันทันที แต่เนื่องจากแอมแปร์กำลังเผชิญหน้ากับฉันอยู่เขาจึงไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เขารักและกำลังปกป้องนั้นทำอะไรอยู่

        “เลิกทำแบบนี้ซะ ฉันเตือนเธอแล้วนะ” แอมแปร์สะบัดไหล่ฉันอย่างไม่ออมแรงก่อนจะเดินไปพยุงยัยลิงหน้าวอกที่แกล้งทำเป็นสำออยแล้วพากลับไปตามทางเดิมที่พวกเราเดินจากมา

นี่เตือนเหรอ? ไหล่กับไหปลาร้าฉันจะหลุดออกมามั้ยเนี่ย ไอ้บ้าเอ๊ย!

“โอ้โห! ละครรักเรื่องนี้น่าลุ้นตอนต่อไปจริงๆ ฮ่าๆ ๆ” เสียงใหม่ดังขึ้น

“ฌอห์ณ…” ฉันหรี่ตาลงมองคนที่กำลังเดินออกมาจากมุมมืดอย่างไม่ไว้ใจ

ผู้ชายผมสีบานเย็นนั่นเดินมาหยุดห่างจากฉันสองสามเมตร เขายืนในท่าสบายๆ เอามือล้วงกระเป๋าแล้วส่งยิ้มมาให้ จะว่าไปเขาเองก็หน้าตาดีไม่แพ้แอมแปร์เลยนะเนี่ย O_O

“โทษที บังเอิญฉันเดินผ่านมาน่ะ…สงสัยเรื่องที่เขาบอกว่าน้องสาวคนสวยของพี่ขนมเข่งมาชอบไอ้แอมป์จะเป็นเรื่องจริง ฮะๆ ๆ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ

“ใครบอกว่าฉันชอบหมอนั่น” ฉันถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก หมอนี่เข้ามาหาฉันต้องการอะไรกันแน่นะ ดูไม่น่าไว้ใจเลยแฮะ

“ถ้าไม่ชอบแล้วเธอจะอยากได้มันเป็นแฟนทำไม สติยังดีอยู่หรือเปล่าวะ” เขาถามแล้วเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“จะทำไมก็ไม่เกี่ยวกับนายปะวะ”

หมับ~

ฉันพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปหาพี่ขนมเข่ง แต่ก็ต้องชะงักด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ฌอห์ณก็เข้ามาคว้าแขนฉันเอาไว้แน่น!

…!

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อไอ้แอมป์มันเป็นศัตรูฉัน…” 

 











- TO BE CONTINUED -




 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1219 fandefsoul (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 21:40
    นั่นไงว่าแล้ว~~ พิมมี่ต้องร้ายโถ่ววววว
    #1,219
    0
  2. #1212 njoy13696 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 10:35
    อ่านรอบสอง ก็ยังติดงอมแงม รอนะคะ ไรท์
    #1,212
    1
  3. #1193 Nuch :3 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 09:55
    ติดตามค่ะ  เราอ่านย้อนทีเดียวทั้งเรื่อง เลยจ้าา ตามมตั้งเเต่เเรงอย่านางจะร้ายหรือจะรัก 
    ไรท์ เเต่งสนุก อ่านง่าย สู้ๆน้าา
    #1,193
    0
  4. #1189 Jenny_jb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 21:32
    ว่าล่ะ อีนี่แอ๊บบบบ!!!!!
    #1,189
    0
  5. #1179 มิเกลล์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 17:09
    พิมมี่ร้ายกาจมาก แต่ก็ไม่เท่าของนางเอกเราหรอกใล่มั้ยไรท์เตอร์ >___< 555555
    #1,179
    0
  6. #1118 TiNa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 17:09
    ว่าแล้วเชียว ยัยพิมมี่~
    #1,118
    0
  7. #1074 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 09:52
    หน้ากากหลุดออกมาแล้วสินะยัยพม่า -.-
    #1,074
    0
  8. #1040 ด.ญ.เวิ้ง ลอยลม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 22:59
    เห้อ นี่บอกเลย ถ้าเป้นชาชง นะ เรา เลิก ตามเเอมไป นานเเล้ว ไม่งอเว้ย หาไหม่ 555
    #1,040
    0
  9. #1039 ด.ญ.เวิ้ง ลอยลม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 22:19
    จริงๆเเล้ว เเอบเป้นติ่ง ชอน 555
    #1,039
    0
  10. #1000 Palaioyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 00:28
    ยัยพม่าร้ายมากกก คิดแต่แรกแล้วว่ายัยพม่าต้องไม่ใช่คนเรียบร้อย โหยยยยยย 
    #1,000
    0
  11. #475 ICCube (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 22:00
    ลายออกแล้ว ยัยมี่
    #475
    0
  12. #437 Vampires102 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 01:17
    ยัยพิมมี่ร้ายกว่าชาชงเสียอีก ชงชาจัดหนักๆเลย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กรกฎาคม 2556 / 09:21
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 24 กรกฎาคม 2556 / 09:22
    #437
    0
  13. #380 khun_pc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 17:07
    หาวิธีเอาตัวรอดให้ได้นะชาชง พี่ขนมเข่ง อย่าเป็นอะไรนะ ห่วงแว่นด้วยอ่ะ มีถอดเก็บด้วย
    #380
    0
  14. #358 Zer Mis Bua (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 00:30
    รอนานนน
    #358
    0
  15. #343 sonia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 21:22
    พม่าร้ายกาจมากค่ะ นางร้ายชัดๆๆๆๆ

    สู้ๆนะชาชง ><

    #343
    0
  16. #299 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 22:20
    พระเอกโง่อ่า โง่ทำไม อีพม่าเสแสร้งจริงๆ 
    ชาชงสู้ๆ สนุกๆ
    #299
    0
  17. #167 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 11:05
    ชงชาเอ๊ยชาชงสู้ๆๆๆ
    #167
    0
  18. #80 << Mr.O>> (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 18:31
    ฌอน
    นายจะทำอะไรชาชงเนี่ย
    ยัยพิมม่าแกเผยธาตูแท้แล้วเรอะ!
    แอมแปร์นี่โง่ได้อีกค่ะ
    #80
    0
  19. #79 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 19:53

    ป๊าดดดดด

    รอเธอเผยด้านที่แท้จริงออกมาเนี่ยล่ะ

    พระเอกก็โง่จัง มันน่าถีบให้หายโง่มั้ยเนี่ย 5555555+

    ชาชงสู้ๆ เอาให้ยัยพิมมี่เละเลย



    ส่วนฌอน เป็นศัตรูแอมป์ แล้วคิดจะแย่งชาชงด้วยป้ะเนี่ย

    ติดตามๆๆ รีบๆ มาอัพน้า >O<

    #79
    0
  20. #78 ไข่มุก>< (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 19:18
    รอตอนหน้าน้ะค้า>
    #78
    0
  21. #77 CrazY_EeaRn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 11:18
    ชัดเลยยยย เห็นด้วยกับชาชง แอมแปร์โง่อ่ะ -..-
    พิมมี่เธอร้ายมากกกกกก ชาชงสู้เขาๆ
    #77
    0
  22. #69 - ดีเลย์ ? (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 08:06
    เห็นชื่อก็รู้แล้วอะว่าเสแสร้ง 5555
    #69
    0
  23. #68 fayreen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 17:48
    อาฟเถอะนะคะ ไวไวเยย
    #68
    0
  24. #67 ขนหน้าแข้ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 17:21
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #67
    0
  25. #66 B2UTY_KUNGKING (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 09:57
    กรี๊ดดดด นังมี่แกมันตอแหลลลลล
    #66
    0