[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 4 : (Re-write) ♥ Chapter 3 ฉันนี่แหละ ชาชง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

CHAPTER 3

- ฉันนี่แหละ ชาชง -










 

         แกรบๆ~

        ฉันเดินเลาะตามทางเดินในสวนสุขภาพของมหาวิทยาลัยมาเรื่อยๆ หวังจะไปหาอะไรกินที่ร้านคอฟฟี่ช็อปหน้ามอเพื่อรอยัยจีกับพี่ขนมเข่ง วันนี้ฉันกับยัยจีเรียนคนละเซคกันน่ะ หลังสองคนนั้นเลิกเรียน เราสามคนมีนัดไปเจอยัยพิมมี่น่ะสิ

พูดเหมือนนัดเขาไว้ล่วงหน้า แต่เปล่าหรอก เข้าไปหาแบบดิบๆ นี่แหละ ^O^

        แกร๊ก!

ซ่า!!!

“เฮ้ย!!!” ขณะที่เดินอยู่ จู่ๆ สปริงเกอร์ รดน้ำต้นไม้ใบหญ้าในสวนก็เปิดขึ้นได้ยังไงไม่รู้  แล้วมันก็หมุนติ้วๆ ฉีดน้ำกระเซ็นมาโดนฉันเต็มๆ

ปกติอากาศร้อนๆ ตอนบ่ายแบบนี้เขาไม่เคยเปิดสปริงเกอร์รดน้ำต้นไม้ไม่ใช่เหรอ? คือเอาจริงๆ ปะ ฉันเห็นเปิดแต่ตอนเช้ากับตอนตะวันจะตกดินตลอดเลยอะ

        ฉันกระโดดหลบออกมาอย่างหัวเสีย แล้วก็พบว่าน้ำที่ถูกฉีดออกมาเมื่อกี้ค่อยๆ เบาลงแล้วหายไปในที่สุด…เหมือนมีคนจงใจแกล้งฉันเลยแฮะ

        “ซวยชะมัดเลย” ฉันยกมือขึ้นมาปัดปอยผมเปียกน้ำที่ตกลงมาปรกหน้าไปทัดไว้ที่ข้างหู ผมฟูๆ ยุ่งๆ ตามสไตล์คนไม่ค่อยห่วงสวยอย่างฉัน ตอนนี้มันราบเรียบไปแล้วล่ะ มีความเปียกอย่างกับเล่นสงกรานต์

ให้ตายเหอะ! ทำไมฉันถึง…

        เอ๊ะ! หรือว่าจะเป็นเพราะฉันดวงตก O_O!

        ยอมรับแบบไม่อายปากเลยนะ ตอนนี้กลายเป็นว่าฉันเชื่อเรื่องนี้ไปสนิทใจแล้วล่ะ และจะต้องทำให้แอมแปร์มาเป็นแฟนฉันให้ได้ ต่อให้เขาจะร้ายจะดียังไงฉันก็ไม่หวั่น

ฮึบ! -.,-

        “ท่าจะบ้า…”

        ฉันหันไปตามเสียงซุบซิบนินทาที่ดูเหมือนว่ามันจะดังเกินกว่าที่เรียกว่ากระซิบกระซาบกันของนักศึกษาสาวสองคน พวกนางเดินผ่านไปด้วยอาการงุนงงและไม่วายหันกลับมามองฉันอีกหลายครั้ง

ฉันมองตัวเองบ้างแล้วรีบเอามือที่ชูกำปั้นยกขึ้นมาตรงหน้าลงทันที….ให้เดานะ สีหน้าฉันเมื่อกี้ต้องตลกมากแน่ๆ เลยอะ T_T

        “คิกๆ” เสียงเล็กๆ ของผู้หญิงที่กำลังจะเดินผ่านฉันไปดังขึ้น ทำให้ฉันต้องหันไปมองอีกครั้ง จะหัวเราะอะไรกันนักหนานะไอ้คนพวกนี้

        O_O!” ฉันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปทางผู้หญิงคนนั้น ข้างๆ ยัยนั่นมีคนๆ นึงที่ฉันเพิ่งจะนึกถึงอยู่เมื่อกี้นี้…

แอมแปร์! ใช่แอมแปร์จริงๆ ด้วย

        “ชาชง”

ชื่อฉันเป็นสองพยางค์ที่หลุดออกมาจากปากแอมแปร์ สีหน้าของเขาดูจะตกใจไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่ และการที่เขาเอ่ยชื่อฉันนั่นก็ทำให้ผู้หญิงหน้าตุ๊กตาผมยาวผิวขาวผ่องคนนั้นชะงักขาที่กำลังจะก้าวเดินต่อทันทีแล้วมองฉันกับแอมแปร์สลับกัน

ถ้าฉันเดาไม่ผิด…ยัยคนนี้ต้องเป็นแฟนหมอนี่ชัวร์เลย! เพราะฉันเห็นยัยนั่นเอื้อมมือไปจับมือกับแอมแปร์ตอนที่หล่อนมองฉันด้วย!

        “ใครเหรอคะแอมป์ รู้จักกันเหรอ” หน้าสวยๆ หันไปถามผู้ชายที่เป็นแฟนของเธอ

ถึงน้ำเสียงและสีหน้าดูจะไม่แสดงอาการหึงหวงออกมา แต่ประโยคคำถามนั้นมันก็สื่อแทนเป็นนัยๆ ล่ะนะ เข้าใจนะว่าแฟนหล่อก็ต้องหวงเป็นธรรมดา แต่ไม่นานเขาต้องเป็นแฟนฉันแทนเธอแล้วล่ะ จบนะ =_=+

        “อืม น้องพี่หนมเข่งน่ะ”

        “อ๋อ สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะที่หัวเราะออกไปเมื่อกี้ ฉันชื่อพิมมี่ค่ะ เรียกว่ามี่เฉยๆ ก็ได้ ^_^” พิมมี่ถึงบางอ้อทันที ก่อนที่เธอจะหันมาพูดกับฉันอย่างเป็นมิตร

        “พิมมี่คนที่เป็นแฟนแอมแปร์น่ะเหรอ ^_^” ฉันเดินเข้าไปใกล้สองคนนั้นแล้วยิ้มหวานส่งไปให้ เมื่อมองหน้าพิมมี่ชัดๆ แล้วพบว่าเธอสวยกว่าฉันมาก น่ารักกว่าฉันมาก ดูดีกว่าฉันมาก

แล้วฉันจะเอาอะไรไปสู้ได้ล่ะเนี่ย -0-

        “…” แอมแปร์หรี่ตามองฉันเล็กน้อย เขาอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

        “ใช่ค่ะ” เจ้าตัวพยักหน้าลงสองสามครั้ง ก่อนจะตั้งคำถาม “ว่าแต่เธอชื่ออะไรนะ ชา

        “ชาชง” ฉันตอบเมื่อผู้หญิงตรงหน้าเงียบไป

        “ชื่อน่ารักจังเลยนะคะ เพิ่งรู้ว่าพี่ขนมเข่งมีน้องสาวด้วย”

        “ขอบคุณนะ หวังว่าต่อไปเราคงเจอกันบ่อยขึ้น และจะได้รู้จักกันมากกว่านี้” ฉันพูดออกไปโดยแฝงความนัยอันชั่วร้ายบางอย่างเอาไว้ หึๆ ฉันนี่แหละชาชง

        ติ๊ดดด~ ติ๊ดดด~ ติ๊ดดด~

        พิมมี่มีสีหน้าฉงนเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร เสียงโทรศัพท์ของนางก็ดังขึ้นซะก่อน เจ้าตัวล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านชื่อคนรับแล้วรีบตัดสายทิ้ง

        “เอ่อ…เพื่อนมี่โทรตามแล้ว ส่งมี่แค่นี้ก็พอ ยังไงเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะคะแอมป์” เจ้าพูดด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูรีบร้อนเหมือนกลัวจะไปไม่ทันนัดพร้อมกับโบกมือลาแฟนของตัวเอง

        “โอเคครับ เย็นนี้เจอกัน ^-^

แหวะ! ทำเป็นพูดเสียงหวาน ฉันล่ะอยากจะอ้วก นี่ไม่ใช่ว่าจะอิจฉาหรืออะไรจริงๆ แต่มันเลี่ยนอะ เลี่ยนเฉยๆ

        “แล้วเจอกันนะคะ ชาชง” หลังจากที่แอมแปร์รับคำแล้วยัยพิมมี่หน้าตุ๊กตาก็หันมาโบกไม้โบกมือให้ฉัน

        “อ๊ะ เอ่อ…ได้ๆ” ฉันที่กำลังเก็บอาการเลี่ยนอยู่เต็มทนอยู่นั้นถึงกับต้องรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มหวานตอบรับคนตรงหน้าทันที ก่อนที่นางจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

        “ดูท่าทางจะรักกันมากนะเนี่ย แล้วก็น่าจะเลิกกันเร็วๆ นี้” ฉันพูดขึ้นลอยๆ

        “อย่ามายุ่งกับเราสองคน เมื่อคืนฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่า ฉันไม่อยากทำร้ายผู้หญิง” แอมแปร์เตือนก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

        “ถ้านายทำอะไรฉัน ฉันจะฟ้องพี่เข่ง >_<” เออ เอาดิ กลัวที่ไหนล่ะ

        “เธอไม่เหมาะที่จะเป็นน้องพี่หนมเข่งเลยสักนิด ชาชง…ฉันว่าอย่าดึงเขามาเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีๆ ของเธอเลยน่าจะเหมาะกว่า” ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบ

        “พูดอย่างนี้หมายความว่าไง” ฉันถามเสียงแข็งพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นปมใหญ่

        “พี่ชายเธอเป็นคนดี แต่ฉันว่าเธอตรงข้ามไง หึ!”

        “นี่…”

        ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรต่อ เขาก็รีบหันหลังแล้วเดินกลับไปตามทางเดิมทันที

เหอะ! ฉันล่ะเกลียดสายตาที่มองฉันอย่างตำหนิตลอดเวลาของหมอนั่นเหลือเกิน คอยดูเถอะ ความรักของนายจะไม่ราบรื่นอีกต่อไป แอมแปร์…ฉันเอาหัวพี่เข่งเป็นประกัน! =.,=


หลายนาทีต่อมา

“อ้าว! น้องสาว…นี่ร้อนเว่อร์จนต้องเอาน้ำราดตัวเองเลยเหรอเด็กน้อย”

ทันทีที่ฉันเปิดประตูร้านคอฟฟี่ช็อปเข้ามาก็เจอกับพี่ชายของตัวเองที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้กับประตู ฉันเดินเข้าไปนั่งกับเขาด้วยอาการที่ยังหงุดหงิดไม่หาย

        “ราดบ้าราดบออะไรล่ะพี่เข่ง ไม่รู้ใครมันเปิดสปริงเกอร์เล่น บังเอิญฉันกำลังเดินผ่านตรงนั้นพอดี”

        “ฮ่าๆ >O<” พี่ชายหัวเราะก๊าก

        “แล้วนี่โดดเรียนมาเหรอ ไหนว่าเลิกบ่ายสามไง” ฉันถามพี่ชายตัวดีที่กำลังทำตัวเป็นคนเส้นตื้นไม่มีสติ

        “อาจารย์งดคลาสน่ะ”

        “นี่…พี่รู้มั้ยว่าเมื่อกี้ฉันเจออะไรมา” ฉันเอามือตั้งศอกกับโต๊ะแล้วเท้าค้างตัวเองทันทีพร้อมกับจ้องหน้าพี่ชายตาไม่กะพริบ

        “เจอใครไม่รู้เปิดสปริงเกอร์เล่นจนน้ำฉีดมาโดนแก จนสภาพดูแทบไม่ได้”

        “ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันหมายถึงหลังจากนั้นน่ะ (_ _|||)”

        “ไม่รู้ดิ แกยังไม่ได้เล่าเลย…จ๊วบบบ~” พี่ขนมเข่งตอบก่อนที่จะก็มลงดูดน้ำส้มปั่นในแก้วตรงหน้าตัวเอง เขานี่กวนประสาทชะมัดเลยว่ะ เดี๋ยวน้องก็ต่อยแว่นแตกซะหรอก

        “คืองี้นะ…เมื่อกี้ฉันเจอแอมแปร์กับแฟนหมอนั่นด้วย”

        “เฮ้ย! จริง?” พี่ขนมเข่งเบิกตาโพลงทันที

        “เออดิ”

        “แล้วเป็นไงบ้างอะ พิมมี่สวยกว่าแกมากใช่มั้ยล่ะ” จำเป็นต้องเย้ยน้องขนาดนี้มั้ยล่ะ

        “มั้ง…คนอะไรหน้าอย่างกับตุ๊กตา แต่ดูท่าทางก็น่าจะนิสัยดีเรียบร้อยอยู่นะ” ฉันพูดพลางนึกถึงลักษณะของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของแอมป์แปร์ แล้วไอ้ท่าทางนิสัยดีน่ารักแบบนั้นมันทำให้ฉันลังเลที่จะแย่งแอมแปร์มาไม่ลงซะด้วยสิ ในเมื่อเขาเองก็รักกันดีแล้วคนซวยมันก็คือฉันเอง ทำแบบนี้มันเห็นแก่ตัวชัดๆ เลย เฮ้อ!

        “ไอ้แอมป์มันชอบผู้หญิงแบบนั้นแหละ ฉันเองก็ไม่ได้สนิทอะไรกับแฟนมันนักหรอกเลยไม่รู้ว่าดีจริงหรือเปล่า แต่เท่าที่รู้จักก็ดีนะ” เอ๊ะ! ตกลงพี่ชายฉันรู้จักหรือไม่รู้จักพิมมี่กันแน่เนี่ย

        “งั้นประเด็นที่หมอนั่นตกอยู่ใต้อำนาจของความชั่วนี่มันอะไรเหรอ…จริงสิ! เมื่อวานพี่พูดถึงคนที่ชื่อ ฌอห์ณ ใช่มั้ย ที่ว่าเป็นคู่แข่งแอมแปร์อะ เขาเป็นใครเหรอ”

        “ไอ้ฌอห์ณน่ะเหรอ คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” พี่ขนมเข่งพูดแล้วก็เงียบไปซะเฉยๆ

        “อย่าลีลาได้มะ เล่ามาซะดีๆ” พี่ชายฉันนี่ชอบทำตัวเป็นน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงตลอด เนื้อหาสาระไม่ค่อยจะมีหรอก

        “มันก็เป็นผู้ชายคนนึงนะ หน้าตาดีจนบางทีฉันยังแอบหวั่นไหว แต่ทว่า! นิสัยไม่ได้ดีเหมือนหน้าตานะจ๊ะเบ่เบ๋ มันเป็นตัวอิจฉาของเรื่องนี้น่ะ” พี่ขนมเข่งเล่าแล้วพยักหน้ากับตัวเองสองสามครั้ง อะไรของเขาวะ

        “แค่นี้เหรอ?”

        “เอาจริงๆ ปะ มันเป็นคู่แข่งไอ้แอมป์น่ะ ตอนแรกไอ้แอมป์มันก็ไม่ได้แข่งอะไรด้วยหรอก มีแต่ไอ้ฌอห์ณที่อยากจะเอาชนะเอง ทั้งเรื่องเรียน หน้าตา และที่สำคัญคือแข่งรถน่ะแต่มันก็แพ้ไอ้แอมป์มาตลอด”

        “แล้วทำไมนายชอนไชอะไรนั่นถึงมาตั้งตัวเป็นคู่แข่งของแอมแปร์ล่ะ”

        “ก็ตอนเด็กๆ ไอ้แอมป์แม่งชอบไปแกล้งเขาน่ะสิ คือมันสองคนบ้านอยู่ใกล้กันน่ะเลยรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนที่เดียวกันมาตลอด นี่ไอ้แอมป์เป็นตัวปลุกระดมเพื่อนให้มารวมหัวกันแกล้งเลยนะ เห็นว่าตอนเด็กไอ้ฌอห์ณเป็นเด็กผู้ชายที่หน่อมแน้มมาก แม่งเลยชอบเรียกไอ้ตุ๊ดๆ ใครจะไปรู้ว่าไอ้ตุ๊ดนั่นจะโตมาเป็นแบดบอยตรงข้ามกับแต่ก่อนสุดๆ แถมผมสีบานเย็นของมันยังสะท้อนแสงมาแยงตาฉันทุกครั้งที่เจอมันตอนกลางวันด้วย =0=”

        เด็กๆ? นี้เรื่องมันต่อเนื่องมากจากสมัยเด็กเลยเหรอเนี่ย โคตรแค้นฝังหุ่นเลยอะ แต่แอมป์แปร์ตอนเด็กก็ใช่ย่อยนะ หัวโจกนี่หว่า  แล้วเมื่อกี้พี่ชายฉันเขาว่ายังไงนะ นายชอนไชนั่นทำผมสีบานเย็นเหรอ ใครแม่งแนะนำให้ไปทำวะ

        “อ๋อเหรอ…” ฉันครางเสียงเบาแล้วเหลือบตาจากหน้าพี่ขนมเข่งขึ้นไปมองที่หัวเขาทันที…ไอ้ผมสีแดงเพลิงของเขานั่นมันไม่สะท้อนแสงแยงตาคนอื่นเลยเนอะ “แล้วผมพี่...”

        “ผมฉันดูดแสงเว้ย -3-”

        “อ๋อ~ สรุปว่าฌอห์ณเป็นคนไม่ดีสินะ แต่แอมแปร์ดูจะร้ายกาจกว่ามั้ยอะ”

        “ไม่หรอก ตอนนี้ไอ้แอมป์น่ะดูเป็นเทพบุตรไปเลยถ้าเทียบกับไอ้ฌอห์ณ อ้อ! จริงสิ นี่แกจำเรื่องที่ว่าฉันไปช่วยไอ้แอมป์ไว้ตอนโดนรุมได้มั้ย ไอ้แอมป์เคยบอกด้วยว่าน่าจะเป็นฝีมือของไอ้ฌอห์ณที่จ้างพวกนั้นมาเพราะเหมือนมันจะพูดเปรยๆ บอกไอ้แอมป์ให้ระวังตัวดีๆ อะไรทำนองนั้นก่อนที่จะเกิดเรื่อง”

        หรือไม่ไอ้ฌอห์ณอะไรนั่นก็เป็นลูกหลานของยัยเจ๊แม่หมอที่ทักเรื่องดวงฉัน =_=

        “โห ทำกันขนาดนี้เลยเหรอ”

        “เออดิ นี่เดี๋ยวเย็นนี้เราไปริกกี้ก็น่าจะเจอมันแหละ แต่ก่อนไปฉันขอไปรับที่รักของฉันก่อนนะ เมื่อกลางวันเจ้าของร้านโทรมาบอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

        และหลังจากที่ฉันนั่งคุยกับพี่ขนมเข่งจนเวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็นยัยจีก็เลิกเรียนพอดี เราสามคนไปกินข้าวด้วยกัน และหลังจากนั้นยัยจีก็บอกว่าไปริกกี้เวย์ด้วยไม่ได้แล้ว เพราะที่บ้านโทรมาบอกว่าจะมีแขกผู้ใหญ่กลับจากต่างประเทศมาที่บ้าน คุณเธอก็เลยต้องจรลีกลับไปในที่สุด

ฉันกับพี่เข่งใช้เวลาหลังจากนั้นไปที่อู่ซ่อมรถของคนที่เขารู้จักและไว้ใจเพื่อรับที่รัก หรือรถที่พี่ชายฉันใช้แข่งนี่แหละ แล้วที่รักยังพาเดินทางไปโน่นมานี่ บลาๆ สารพัดประโยชน์ ซึ่งกว่าเราสองคนจะมาถึงริกกี้เวย์ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว พี่ชายฉันนั่งจ้ออยู่ที่อู่รถไปเกือบชั่วโมงแน่ะ พี่ใครก็ไม่รู้พูดมากชะมัด

        “เฮ้!”

        “อ้าว ว่าไงพี่”

        พี่ขนมเข่งเดินควงกุญแจรถนำหน้าฉันมาก่อนจะทักทายผู้ชายที่กำลังจะเดินสวนกับพวกเรา แล้วสองหนุ่มก็ยกมือขึ้นมาไฮไฟว์กันเป็นการทักทาย ถ้าฉันจำไม่ผิด ผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นน้องรหัสพี่ชายฉันนะ แล้วก็เป็นอีพี่เข่งนี่แหละที่ชักจูงเขาเข้ามาสู่สนามแข่งรถเนี่ย

        “แกมานานหรือยังวะ” พี่ขนมเข่งถามผู้ชายคนนั้น

        “ก็สักพักอะครับ”

        “เห็นพวกไอ้แอมป์บ้างมั้ย” ยังไงพี่ชายของฉันก็ยังไม่ลืมเรื่องสำคัญของน้องสาวสินะ รักจังพี่ชาย >O<

        “เห็นเดินอยู่แถวๆ โน้นน่ะ” เขาตอบพลางเอี้ยวตัวแล้วชี้ไปทางด้านหลังของตัวเองให้พี่ชายฉันมองตามไป ฉันเองก็มองตามนิ้วนั้นไปเหมือนกัน

        “ฉันว่าฉันเห็นแว็บๆ แล้วล่ะ ขอบใจแกมาก…เอ้อ! เลี้ยงสายอีกทีหลังสอบไฟนอลเลยนะ เตรียมเมา >_<” พี่เข่งพยักหน้ารับก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการกินเลี้ยงของสายรหัส เขาเป็นน้องรหัสของพี่ชายฉันจริงๆ ด้วยสินะ

        “ครับพี่ ยังไงผมขอตัวก่อนนะ” เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินสวนเราสองคนไป ฉันเดินขึ้นมายืนอยู่ข้างพี่ขนมเข่งแล้วชะเง้อมองไปทางที่ผู้ชายคนเมื่อกี้ชี้ไปอีกครั้ง

        “ยัยพิมมี่จะอยู่ด้วยมั้ยเนี่ย”

        “ฉันไม่แน่ใจว่าพิมมี่จะมาหรือเปล่านะ”

        “ฉันว่ามา เพราะเมื่อตอนบ่ายที่ฉันเจอ สองคนนั้นบอกว่าตอนเย็นค่อยเจอกันด้วย”

        “แต่นี่มันค่ำแล้วนะ =_=”

        “โว๊ะ! ทำไมพี่เข่งชอบกวนตีนวะ”

        “ครับๆ พี่ไม่เถียงกับน้องแล้วครับ” พี่ขนมเข่งทำท่าทางนอบน้อมฉันโดยการก้มหัวแล้วเอามือกุมไว้ที่เป้า

ระหว่างที่เดินไปหาเป้าหมายของฉันนั้น พี่ขนมเข่งชี้ไปที่เพื่อนของแอมแปร์แต่ละคนพร้อมกับแจกแจงชื่อให้ฉันรู้จัก แล้วฉันก็ได้รู้ว่าผู้ชายหน้าทะเล้นคนเดียวกับเมื่อวานนี้ชื่อ ซีริกต์ ส่วนเจ้าของผมสีม่วงๆ ชื่อ รีพลีต ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแอมแปร์

        “…แกไม่ยอมรับใช่มั้ย!” เสียงของผู้ชายหัวสีบานเย็นซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับคนชื่อฌอห์ณไม่ผิดตัวแน่กำลังโวยวายใส่แอมแปร์

ฉันเหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทของแอมแปร์ทั้งสองคนกับพิมมี่ยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วย ฉันกับพี่ขนมเข่งรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปตรงกลุ่มนั้นทันที

        “ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจไงวะ” แอมแปร์ตอบกลับไป

        “โกหก!”

        “โธ่! ไอ้ฌอห์ณ มันจะอะไรนักหนาว้า~ กับอีแค่ไอ้แอมป์บังเอิญเดินผ่านมา แล้วบังเอิญเดินแรงไปหน่อย ก้อนหินก็เลยบังเอิญกระเด็นไปโดนตีนแกเนี่ย แค่นี้โวยวายเหรอเฮ้ย” ซีริกต์เดินออกไปยืนข้างแอมแปร์แล้วพยายามอธิบาย ฉันกับพี่ขนมเข่งที่เดินมาถึงพอดีก็เลยเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น

        “ไอ้แอมป์บังเอิญจริงเหรอวะ ไอ้พลีต” พี่ขนมเข่งกระซิบถามรีพลีตที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะหันมาหาเราสองคนรวมทั้งพิมมี่เองก็หันมาด้วย เธอมีสีหน้าแปลกใจแต่ก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นปกติแล้วส่งยิ้มมาให้ฉันให้พี่ชาย

        “เชื่อมันสองคนเหรอพี่เข่ง กับไอ้แอมป์ไม่มีความบังเอิญหรอก มีแต่ตั้งใจ” คนถูกถามเอ่ยตอบก่อนจะตวัดตามองฉันแบบแปลกๆ

        “ว่าแล้ว…” พี่ชายฉันพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นจึงเข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างแอมแปร์และฌอห์ณเพื่อต้องการไกล่เกลี่ย

        “น้องชายทั้งหลาย พี่ว่าอย่าเพิ่งมีเรื่องกันเลยนะจ๊ะ” ฮีโร่เลยว่ะพี่ฉัน

        “ไม่ใช่เรื่องของพี่ อย่ามายุ่ง!” ฌอห์ณตวาดใส่หน้าพี่ขนมเข่งอย่างหัวเสีย

        “ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก บังเอิญไอ้แอมป์มันศิษย์น้องของฉัน” คนเข้าไปห้ามยังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนเดิม เป็นฉันเจอเด็กปีนเกลียวอย่างนี้นะ ฉันเหวี่ยงตีนไปกระแทกปากแล้ว หึ!

        “เอาเถอะพี่รู้สึกว่าความบังเอิญของพวกแกจะเยอะจังเลยนะ” ฌอห์ณพูดแล้วแค่นหัวเราะออกมา เขาจ้องแอมแปร์กับซีริกต์ด้วยดวงตาวาวโรจน์

        “ฉันว่าแกเอาเวลาที่มาพาลคนอื่นไปดูแลรถตัวเองดีกว่ามั้ย เพื่อจะชนะบ้าง” แอมแปร์พูดเสียงนิ่ง หมอนี่มันร้ายชะมัดเลย ทั้งที่ตัวเองตั้งใจแกล้งเขาก่อนแท้ๆ ยังจะไปว่าเขาพาลอีก ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ นิสัยเสียสุดๆ

        ผลัวะ!

        “ปากดีนัก! มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่กล้าพูดจาเหยียดฉันแบบนี้” ชั่วพริบตาเดียวหมัดหนักๆ ของฌอห์ณก็พุ่งตรงผ่านหน้าพี่ขนมเข่งมากระแทกเข้าที่มุมปากของแอมแปร์เต็มๆ จนได้เลือด

        “กรี๊ด! แอมป์!!!” พิมมี่กรีดร้องเหมือนโดนต่อยซะเองก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปกอดแขนแอมแปร์เพื่อดูอาการแฟนหนุ่มของตัวเอง

        “มี่หลบไปก่อน!” เขาสะบัดแขนอย่างแรงจนพิมมี่เซถลามาทางฉัน ด้วยความเป็นคนดีโดยพื้นฐานส่วนตัวฉันจึงรีบเข้าไปพยุงเธอไม่ให้ล้มทันทีพร้อมกับรีพลีตที่เข้ามาช่วยด้วยเหมือนกัน

        ผลัวะ!

        แอมแปร์ปล่อยหมัดผ่านหน้าพี่ขนมเข่งกลับไปหาคนที่ทำร้ายเขาเมื่อกี้ หมัดแลกหมัดสินะ! แล้วคนตรงกลาง…

        “โธ่พี่เข่ง! เขาจะต่อยกัน ออกมาก่อน!!!” ฉันรีบเดินไปหาพี่ชายตัวเองที่กำลังยืนมึนๆ อยู่เหมือนยังปรับตัวไม่ทันเพื่อดึงเขาออกมาจากรัศมีของหมัด แต่ทว่า…

        ผลัวะ!

        …หมัดที่สองของฌอห์ณต่อยพลาดเข้ามาเต็มๆ ที่มุมปากของฉันแทนแอมแปร์!!!

        อ๊ากกกกก!!! O_O

        เจ็บมาก เจ็บจนชาไปทั้งหน้า นั่นเป็นความรู้สึกเดียวตอนนี้ที่ฉันรับรู้ได้ เจ็บจนน้ำตาไหลออกมา แถมยังมีเลือดไหลเข้าปากอีกด้วย

        “โธ่เว้ย! ไอ้บ้า! ต่อยมาไม่ได้ดูคนเลย”

        ปึก!!!

        ฉันหันใบหน้าชาๆ ของตัวเองกลับไปหาคนที่กล้าต่อยพลาดมาโดนฉัน จากนั้นก็จัดการกระทืบเท้าของเขาไปเต็มแรงแถมกระโดดเหยียบซ้ำ

        “โอ๊ย! ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก!” ฌอห์ณร้องโอดโอยแล้วรีบเดินหนีไปในที่สุด

        “ทีโดนไอ้แอมป์ต่อยไม่ร้องสักแอะ โดนผู้หญิงกระทืบนิดนึงทำเป็นร้อง เจ็บกว่าก้อนหินกระเด็นใส่มั้ยล่ะมึง โด่ว! -3-” ซีริกต์บ่นตามไล่หลังคนหัวสีชมพูบานเย็นไป

        “กูว่าจะช่วยน้องสาวตัวเองสักหน่อย สงสัยไม่ต้องแล้ว” พี่เข่งพูดขึ้นกับตัวเองจนฉันหันขวับกลับไปมองค้อนเขาทันที

        “เพราะใครล่ะ! ทำไมไม่ยอมหลบตั้งแต่แรกวะ ให้ฉันเข้ามาทำไม”

        “เพราะเธอเดินเข้ามาไม่ดูเหตุการณ์เองไม่ใช่เหรอ พี่เข่งยืนอยู่ตั้งนานไม่เห็นเจ็บตัว เธอมันโง่” แอมแปร์พูดพลางจ้องฉันนิ่ง

อะไรวะ นี่ฉันโดนผู้ชายต่อยนะ ไม่คิดจะเห็นใจกันหน่อยเหรอ

        “นาย!”

        “ใจเย็นๆ ทั้งคู่อะ เห็นหัวฉันหน่อย”

        “ผมขอโทษครับพี่หนมเข่งที่ต้องพูดแบบนี้กับ…น้องสาวของพี่” แอมแปร์หันไปพูดกับพี่ขนมเข่งก่อนที่จะหันกลับมาเน้นคำว่า น้องสาวของพี่ ใส่หน้าฉัน

        “ทำไม?! กับอีแค่ฉันบังคับให้นายมาเป็นแฟนฉันเนี่ย มันทำให้นายต้องแสดงท่าทางแข็งกระด้างกับฉันขนาดนี้เลยเหรอฮะ! โอ๊ย!” ด้วยความที่ฉันพูดเสียงดังไปหน่อยความเจ็บที่มุมปากเลยทวีหนักกว่าเก่า

        “ว่าไงนะ!” เสียงพิมมี่ดังขึ้นทันทีก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมายืนข้างแอมแปร์พร้อมกับจ้องหน้าฉันเขม็ง

        “เอาแล้วววว~” และนี่ก็เป็นเสียงที่ออกมาจากปากของซีริกต์

        “ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก” รีพลีตมายืนข้างซีริกต์ก่อนที่จะพูดพลางส่ายหน้าเบาๆ

        “เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ไอ้หมอนี่ต้องมาเป็นแฟนฉัน! แฟนเธอต้องมาเป็นแฟนฉันน่ะเข้าใจมั้ย ฉันนี่แหละชาชง ว่าที่แฟนใหม่ของแอมแปร์” ฉันพูดพลางมองหน้าพิมมี่พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หน้าแอมแปร์ซึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่

เมื่อหันไปมองสีหน้าของเขาฉันก็รู้ว่าตอนนี้เขาคงอยากบีบคอฉันมากๆ แม้เขาจะไม่พูดอะไรก็ตาม และคงทำไปแล้วถ้าไม่ติดว่าพี่ชายฉันยืนอยู่ตรงนี้และเป็นคนที่มีบุญคุณกับเขา

        “ไอ้ชงช้า~” พี่ขนมเข่งยกมือขึ้นมาตีหน้าผากตัวเองทันที แต่ขอโทษ! ฉันชื่อชาชง พูดไม่รู้จักจำเลยฮึ่ย!

        “กลับบ้าน!” ฉันหันไปหาพี่ชายตัวเองก่อนที่จะเอ่ยปากพูดสั้นๆ ห้วนๆ เป็นเชิงสั่ง ก่อนที่จะเดินนำออกมาจากตรงนั้นทันที

 

        “ไอ้แอมป์คงยอมง่ายๆ หรอกไปพูดแบบนั้น รู้จักมันน้อยไปซะแล้ว”

        พี่ขนมเข่งพูดเมื่อเราสองคนเข้ามานั่งอยู่ในรถแล้วเรียบร้อย

        “ก็หมอนั่นมันปากหมาอะ เรื่องอะไรมาว่าฉันโง่ ปากดีอย่างที่ไอ้บ้าฌอห์ณว่านั่นแหละ เฮอะ! ที่โดนต่อยก็สมควรแล้ว” ฉันพูดพลางนึกถึงสีหน้าหยิ่งจองหองของแอมแปร์

        “บอกตัวเองเหรอ…ก็สมควรนะ เดินเข้าไปไม่ได้ดูเลย”

        “พี่เข่ง! ฉันจะเข้าไปเอาตัวพี่ออกมาไม่ให้โดนลูกหลงนะ” ฮ้า! ให้ตายเถอะ ไม่น่าหวังดีเลย ถึงยังไงพี่ชายฉันก็สู้กับฌอห์ณได้สบายๆ อยู่แล้ว =^=

        “เออๆ ขอบใจ ฉันไม่ว่าแกก็ได้วะ แต่ฉันว่า…แกประกาศตัวเป็นศัตรูกับไอ้แอมป์มากกว่าจะไปทำให้มันยอมเป็นแฟนแกนะ” พี่ขนมเข่งพูดพลางเอียงหน้ามองฉัน

        “จะประกาศอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงหมอนั่นต้องมาเป็นแฟนฉันคนเดียวเท่านั้น” ฉันพูดด้วยความมุ่งมั่น คอยดูนะ ต่อไปแอมแปร์จะต้องยอมสิโรราบแก่ฉัน อุวะฮ่าๆ >O<

        “ฉันว่าแกอยากเอาชนะมันมากกว่า ส่วนเรื่องที่มันจะทำให้แกหายดวงตกได้น่ะเป็นเรื่องรองไปเลย”

        “พี่ก็มากกว่าๆ อยู่นั่นแหละ ออกรถได้แล้วฉันเจ็บปาก ไม่ต้องมาชวนฉันคุยแล้วนะ”

        “พูดแทงใจดำอะดิ ชิ!”

พี่ชายตัวดีเบ้ปากใส่ฉันก่อนจะยอมออกรถในที่สุด ตอนนี้เสียงเครื่องยนต์รถยังดังไม่เท่าเสียงของแอมแปร์ที่ดังวนเวียนซ้ำไปมาอยู่ในหัวฉันเลย

หน็อย! ว่าฉันโง่อย่างนั้นเหรอ ฉันจะทำให้เห็นว่ายังมีคนที่โง่กว่าฉันนั่นก็คือนายไงล่ะ แอมแปร์ฉันยอมรับก็ได้ว่าตอนนี้กำลังสนใจอยากเอาชนะหมอนั่น มากกว่าสนใจเรื่องดวงตก เรื่องซวยอะไรนั่นซะแล้วล่ะ…ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

คนอย่างชาชงไม่มีคำว่าพลาดแน่!

 











- TO BE CONTINUED -





 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1218 fandefsoul (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 21:27
    พิมมี่ต้องร้ายแน่นอนเราสัมผัสได้5555555555555 เอ่อชาชงงงง แมนมากข่าาาา
    #1,218
    0
  2. #1188 Jenny_jb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 21:19
    เราว่าพิมมี่แอ๊บแน่ๆๆ จิงๆๆ //v(^.^)v
    #1,188
    0
  3. #1154 กระต่ายโหดบนดาวเสาร์(?) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 12:30
    ชาชงแอบแสบเบาๆๆ555555555 ดีประกาศต่อหน้าไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด×)

    พี่หนมเข่งน่ารักกกอ่ะ
    #1,154
    0
  4. #1143 Ninaa_Yes'sir (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 09:20
    น่ารักจัง ชอบพี่น้องคู่นี้สุดๆอะ นี่ย้อนกลับมาอ่านรอบที่ 2 หลังอ่านจบรอบแรกไปเมื่อวาน ฮ่าๆ
     พูดถึงเราชอบกินขนมเข่งนะ (เกี่ยวอะไรไม่รู้) 555 
    เราก็เคยแต่งนิยายไว้ นางเอกเราก็ชื่อขนมเข่งแต่มันนานแล้วล่ะ กะว่าจะเเอามาแต่งต่อ คิคิ^^
     
                       แต่ว่าเรื่องนี้สนุกมากๆๆๆๆๆจริงนะ
       ให้ดาวล้านดวงเลย ชอบบบบบบบบบบบบบบ :)



    #1,143
    0
  5. #1117 TiNa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 16:24
    แต่ละคน งี่เง่าเอาโล่ โดยเฉพาะชงชา สู้พี่เข่งก็ไม่ได้ /// สนใจรับสมัครตุ๊กตาหน้ารถไหมคะพี่เข่ง อิอิ
    #1,117
    0
  6. #1073 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 09:33
    ชอบหนมเข่ง >< แต่เราก็
    ชอบผู้หญิงแบบชาชงนะ ดู
    ตรงไปตรงมาดี อิอิน์ ^O^
    #1,073
    0
  7. #999 Palaioyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 00:10
    ตอนนี้คือฮามาก 55555555 
    #999
    0
  8. #975 กหฟดางฟหด (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 22:40
    ชอลคุณค่ะ >~<
    #975
    0
  9. #474 ICCube (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 12:44
    ชอบนางเอกฝุดๆ 
    #474
    0
  10. #436 Vampires102 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 00:58
    ชอบพี่หนมเข่งอ่ะ
    #436
    0
  11. #379 khun_pc (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 16:52
    หล่อน แรง มาก
    #379
    0
  12. #342 sonia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 21:52
    ชาชงเป็นผู้หญิงถึกมากอ่ะ สุดยอด

    FC พี่หนมเข่งค่ะ ^^
    #342
    0
  13. #298 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 21:58
    ตลกๆอีกแล้วอ่า ชอบๆนางเอกน่ารัก
    พระเอกฉันก้อชอบ 
    #298
    0
  14. #189 Cheesesmile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 06:30
    เลิกกับพิมมี่ไวๆๆๆ>_<
    #189
    0
  15. #166 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 10:55
    ฮามากกกกก
    ตอนแรกจะให้อีกเรื่องจบก่อนค่อยมาตามอ่าน
    แต่ทนไม่ไหว อ่านในเพจแล้วอยากรู้เรืรอง กร๊ากกก
    ตอนนี้ติดเลย เรื่องนี้ตลกจริงๆ
    #166
    0
  16. #129 WinE436 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 04:58
    แง หมันไส้พิมมี่ ปลงแล้วกะแอมแปร์ แต่รักพี่เข่งเหมือนเดิม 555 รอตอนต่อไปค่าา เรื่องภีมด้วยนะ แหะๆ
    #129
    0
  17. #76 CrazY_EeaRn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 10:51
    ตกลงแล้วพิมมี่เป็นคนดี.. หรือไม่ดี เอ๊ะ! ยังไง 5555

    #76
    0
  18. #75 << Mr.O>> (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 15:56
    น่าสงสารT_T
    ยัยพิมม่า จะโดนแย่งแฟน5555
    แต่หล่อนคงไม่เสียใจหรอก!
    สงสัยว่าหล่อนต้องแอบคบกันกับ...
    ...ฌอนแน่นอน 
    ฟังธงค่ะ
    #75
    0
  19. #65 B2UTY_KUNGKING (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 09:42
    กรี๊ดดด นางเอกแมนจังชอบมากอะ
    #65
    0
  20. #50 Ariya Ae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 02:42
    ทำไมนางเอกแรงจังเลยล่ะไรท์ = ='
    #50
    0
  21. #49 sweet_hamster (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 18:17
    รอต่อไปค่า
    #49
    0
  22. #48 kyo'fon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 15:56
    รีบรีบอัพน๊ะค้าาาาาา
    อยากอ่านต่อม๊วกกอ่ะตอนนี้
    #48
    0
  23. #47 Pretzz07 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 10:19
    พิมมี่นี่ตกลงดีหรือเปล่้าคะเนี่ย 55 เริ่มสงสัยล่ะ ถ้าไม่ดีก็แย่งมาเลย แต่ก็เอ่อนะ ชาชงเอ๊ย 
    แกไปป่าวประกาศแบบนั้น พิมมี่ก็รู้หมดแล้วล่ะสิ ทำไมไม่ปิดบัง~ ฮะ 
    #47
    0
  24. #44 KissBlue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 09:48
    สนุกมากๆๆๆ  รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #44
    0
  25. #40 Mookkiezz____!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 16:31
    รอตอนต่อไปนะคะ ;)
    #40
    0