[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 15 : (Re-write) ♥ Chapter 14 แล้วเธอล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

CHAPTER 14

- แล้วเธอล่ะ -







“พี่เข่งห้ามหนีไปริกกี้คนเดียวนะ รอฉันพิมพ์งานเสร็จก่อน”

ฉันกำชับกับพี่ชายของตัวเองหลังจากที่เราสองคนกลับมาถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากงานก็ต้องทำ ผู้ชายก็อยากไปเจอ เพราะแบบนั้นเลยต้องผลักกรรมให้ไปตกอยู่กับพี่คนดีของน้อง

“ฉันต้องพกน้องไปอีกแล้วเหรอเนี่ยคนถูกกำชับทำหน้าบอกบุญไม่รับขั้นสุด

“แอมแปร์เสร็จฉันเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องลำบากพี่เข่งแล้วล่ะ อย่าลืมสิว่าฉันต้องไปทำคะแนน” แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปให้เสียคะแนนหรือเปล่า เพราะท่าทางหมอนั่นจะไม่สนใจอะไรฉันเลยแม้แต่น้อย คิดแล้วก็เหนื่อยใจ เฮ้อ

“ฮะ?! ใครเสร็จใคร อะไรเสร็จ 

“เสร็จ…การบ้านเสร็จไง ไปแล้วๆ ฉันจะได้รีบๆ ทำ” พูดจบก็รีบวิ่งหน้าตั้งหนีขึ้นบันไดมาทันที นี่ฉันเผลอพูดอะไรกำกวมออกไปโดยไม่ทันคิดอีกแล้วเหรอเนี่ย เมื่อไหร่จะเลิกทำนิสัยพูดก่อนคิดแบบนี้นะชาชงเอ๊ย

 

 

สามชั่วโมงต่อมา

ฉันนั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กเพื่อหาข้อมูลแล้วพิมพ์รายงานอย่างขยันขันแข็งเป็นเวลานานพอสมควร คือถ้าไฟไม่ลนตูดฉันก็ไม่ทำหรอกนะจะบอกให้ และถึงงานนี้จะส่งมะรืนก็เถอะ แต่ถ้าพรุ่งนี้มีงานด่วนอะไรขึ้นมาหรือฉันตกบันไดคอหักตาย แล้วจะเอางานที่ไหนไปส่งอาจารย์กันล่ะ 

หลังจากที่ปริ้นท์รายงายออกมาเป็นรูปเล่มเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือแค่รอเอาไปเข้าเล่มที่ร้านถ่ายเอกสารและเข้าเล่มครบวงจรในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ฉันก็กลับลงมายังชั้นล่างเพื่อจะหาอะไรทำ อย่างเช่น นั่งคุยกับพี่ชายในเรื่องไร้สาระทั่วไป หรือไม่ก็เรื่องแผนลับกระชับความสัมพันธ์ที่เขาคิดค้นขึ้นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เป็นต้น ว่าแต่พูดชื่อแผนนี้ทีไรแล้วกระดากปากทุกรอบเลยแฮะ ฮ้า เอาเถอะ ถ้ามันทำให้ฉันประสบความสำเร็จละก็นะ ให้พูดทุกวันสามเวลาหลังอาหารก็ยอมจ้ะ

“พี่ขะ…” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยชื่อของคนที่อยากจะคุยด้วยจบ สายตาก็เหลือบไปเห็นเขานอนเลื้อยน้ำลายยืดอยู่บนโซฟา หมดสภาพความเป็น Handsome guy สุดๆ โทรทัศน์ก็เปิดทิ้งไว้ นี่เขาคงจะดูแล้วเคลิ้มหลับไปแน่ๆ กลายเป็นว่าให้โทรทัศน์ดูคนนอนหลับแทนเฉยเลย 

“งืมๆ แจ๊บๆ ๆ” เคี้ยวน้ำลายเล่นอีกแน่ะ ให้ตายสิ! พี่ใครวะเนี่ย 

“พี่เข่ง” ฉันเดินเข้ามาเขย่าตัวเขาเบาๆ เพื่อเป็นการปลุก แต่คนขี้เซาก็พลิกตัวหนีไปอีกด้าน 

“อืมแจ๊บๆ” 

“พี่เข่งงง!!!” ในที่สุดฉันก็ใช้ไม้ตายโดยการก้มลงไปข้างๆ หูพี่ชายตัวดีก่อนจะแหกปากลั่นบ้าน เล่นเอาเจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งแล้วรีบกระเด้งตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่งทันที 

“เกิดอะไรขึ้น อะไรเจ๊งเหรอ”  

โธ่ พี่ชาย 

“ไม่มีอะไรเจ๊งหรอก ฉันเรียกชื่อพี่เข่งต่างหากล่ะ” 

“ไอ้ชาเน่าเอ๊ย ฉันก็ตกใจหมด มีอะไรล่ะ แล้วนี่ทำรายงานเสร็จแล้วเหรอ” 

“เสร็จแล้ว พี่เข่งจะไปริกกี้กี่โมงอะ” ฉันถามพลางนั่งลงบนโซฟาตัวเล็ก ส่วนพี่ขนมเข่งก็เหลือบไปดูนาฬิกาแขวนผนังเล็กน้อยก่อนจะตอบ 

“ค่ำๆ แหละ นี่เพิ่งห้าโมงกว่าเอง”

ฉันพยักหน้าลงอย่างรับรู้ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมตบนโต๊ะมากดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์เพื่อหาอะไรน่าสนใจดู ส่วนพี่ชายตัวแสบก็เอนหลังลงนอนต่ออย่างสบายอารมณ์ 

ฉันนั่งดูรายการวาไรตี้โชว์แล้วก็ข่าวไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งพี่ขนมเข่งตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาทุ่มกว่าๆ แล้ว เราสองคนออกมาจากบ้านตอนเกือบๆ จะสองทุ่มได้ แล้วก็แวะหาอะไรกินกันแถวๆ ที่ริกกี้ก่อนที่จะเข้ามาในอาณาเขตของสนามแข่งรถแห่งนี้ 

“เออใช่! แกไม่ได้เอาเสื้อมาคืนไอ้แอมป์เหรอ” พี่ขนมเข่งถามหลังจากที่เรากำลังจะเดินไปยังกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา “คือฉันเห็นตากอยู่หลังบ้านแต่ไม่ใช่สีช็อปของคณะเรา เลยแอบไปดูชื่อน่ะ” 

“เจ้าของเขาบอกว่าจะไปเอาเอง สงสัยกลัวว่าถ้าฉันเอามาคืนแล้วแฟนเขาจะรู้เรื่องล่ะมั้ง” ฉันบอกแล้วเบะปากเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้แอมแปร์ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังวิ่งมาทางพวกเรา เพียงแค่ไม่กี่อึดใจเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันกับพี่ขนมเข่งแล้ว 

“โหย! มาพอดีเลยพี่หนมเข่ง แฮกๆ!” 

“เกิดอะไรขึ้นวะไอ้ริกต์ วิ่งหน้าตื่นมาเชียว” พี่ขนมเข่งเอ่ยถามคนมาใหม่ ส่วนฉันที่ก็กำลังจะถามทำนองนั้นเหมือนกันจึงเงียบไว้เพื่อรอฟังคำตอบ 

“ไอ้แอมป์ทะเลาะกับพิมมี่อะดิพี่ ดูเหมือนคราวนี้จะเรื่องร้ายแรงมาก ร้อยวันพันปีฉันไม่เคยเห็นสองคนนั้นมาทะเลาะกันให้คนอื่นรับรู้เลย อย่างผมจะรู้ว่ามันทะเลาะกันก็ตอนไอ้แอมป์มาระบายเท่านั้นแหละ” พูดจบเจ้าตัวก็เหลือบมาที่ฉันนิดหน่อยแล้วทำสีหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง และอาจจะเกี่ยวข้องกับฉันด้วย  

“ทะเลาะกันเรื่องอะไรเหรอ” ฉันถามแล้วก็หวังอยู่ลึกๆ ว่า มันจะเป็นเพราะเรื่องของฉัน ไม่ได้สำคัญตัวหรืออะไรนะ แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างตอนนี้มันก็ดูจะมาจากฉันมากที่สุด ถ้ามันร้ายแรงอย่างที่ซีริกต์บอกละก็ มือที่สาม น่าจะพอได้อยู่นะ 

ถ้าสองคนนั้นทะเลาะจนเลิกกันไปเลยก็ดีสิ ฉันจะได้หายซวยสักที 

ไม่สิ! ฉันต้องทำให้แอมแปร์ยอมเป็นแฟนฉันซะก่อน ยากกว่าทำให้เขาเลิกกับแฟนอีกมั้งเนี่ย  

“เรื่องเธอนั่นแหละ เห็นมีรูปอะไรก็ไม่รู้” 

รูปหึๆ

ฉันยิ้มกริ่มทันทีก่อนจะหันไปสบตากับพี่ขนมเข่งที่หันมาทางนี้พอดี เขาทำแววตาเจ้าเล่ห์อย่างคนที่รู้ทัน ก่อนจะหันกลับไปหาซีริกต์ 

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวไอ้แอมป์จะลงไม้ลงมือกับผู้หญิงซะก่อน ฮ่าๆ” 

“โอ๊ย! ไม่มีทางแน่ๆ” ซีริกต์ส่ายหัวน้อยๆ แต่ก็เดินนำเราสองคนมาในที่สุด 

เราสามคนใช้เวลาเดินไม่นานเท่าไรก็มาถึงที่เกิดเหตุจนได้ ตอนนี้มีผู้คนรุมล้อมอยู่ไม่น้อยทีเดียว ซีริกต์พาฉันกับพี่ขนมเข่งแหวกไทยมุงเข้ามาสู่ด้านใน แล้วฉันก็เห็นว่าแอมแปร์กำลังร้องไห้… 

ใช่แล้วล่ะ เขากำลังร้องไห้

O_O!

ไม่จริงใช่มั้ย หมอนี่รักผู้หญิงคนนี้มากจนถึงกับยอมเสียน้ำตาออกมาเลยงั้นเหรอ 

“ทำไมไม่ตอบล่ะคะแอมป์ ไหนว่ารักมี่นักรักมี่หนาไง แล้วทำไมถึงมีรูปนี้ได้!” พิมมี่ไม่ได้ร้องไห้แต่แค่ตาแดงๆ เท่านั้น เธอยื่นไอโฟนเครื่องเดียวกับที่ให้ฉันดูรูปเมื่อเช้าให้แอมแปร์ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับไปดูและทำเพียงยืนนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเท่านั้น 

“ปกติยัยนั่นไม่เหวี่ยงแบบนี้นะ” ซีริกต์หันมากระซิบบอกฉัน 

“ไม่หรอก ฉันว่าที่เราเห็นตอนนี้คือปกติของยัยนั่นต่างหาก นายจับตาดูให้ดีๆ ละกัน” ฉันยกยิ้มมุมปากขึ้นก่อนจะก้าวออกมาร่วมวงทะเลาะของสองคนนี้ด้วย ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ 

“ไอ้ช้า!” พี่ขนมเข่งเรียกชื่อฉันเสียงหลง แต่มันก็สายไปซะแล้วสำหรับการที่เขาจะเอื้อมมือมาดึงตัวฉันเอาไว้ ฉันเหลือบมองแอมแปร์ที่ยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างนึกสนุก  

“รูปนั่นน่ะ รูปฉันหรือเปล่า” ฉันเอ่ยถามพิมมี่ยิ้มๆ พร้อมกับพยักพเยิดหน้ายังโทรศัพท์ในมือของเธอ และหลังจากจบประโยคนั้น เสียงผู้คนรอบๆ เริ่มแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ดังขึ้นกว่าตอนแรกที่ฉันเดินเข้ามา แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก 

“ชาชง” แอมแปร์เรียกชื่อฉันเป็นเชิงปรามพร้อมกับเอื้อมมือมาจับแขนฉันเอาไว้ 

“นี่ใช่มั้ยคือคำตอบของแอมป์ ตอนแรกก็ทำเป็นไม่ชอบยัยนี่ แต่สุดท้าย…” 

“หุบปาก!” นั่นไม่ใช่เสียงของแอมแปร์ แต่เป็นเสียงของฉันเองที่ดังขัดขึ้น ฉันรำคาญเสียงยัยลิงหน้าวอกหน้าปลวกบริโภคกลูต้านี่ชะมัดเลยแฮะ “ทุกคนฟังให้ดี! ฉันชื่อชาชง แล้วก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้สองคนนี้ทะเลาะกัน! จริงอยู่ที่ว่าฉันผิด! แต่ที่ฉันทำไปก็เพื่อ…ไม่อยากเห็นผู้ชายคนนี้โดนหลอก!!!”  

หรือจะพูดอีกแง่ก็คือฉันทำเพื่อตัวเองนั่นแหละ ใครจะมาเข้าใจเหตุผลของฉันกันล่ะ แต่ก็ใช่ว่าที่ฉันพูดไปเมื่อกี้จะไม่ใช่เรื่องจริง ยอมรับเลยว่าฉันไม่ชอบที่ต้องเห็นแอมแปร์มายืนร้องไห้เพราะผู้หญิงบ้าๆ คนเดียวอย่างพิมมี่ เขาไม่ควรจะเสียน้ำตาให้ผู้หญิงคนนี้ ถ้ายัยนี่เป็นคนดีจริง ฉันก็จะรู้สึกผิดและละอายใจอยู่บ้างหรอก แต่ความจริงมันไม่ใช่ไง

เมื่อกี้ซีริกต์บอกว่าปกติยัยนี่ไม่เหวี่ยงแบบนี้ ใช่แล้วล่ะ และสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกก็คือ ฉันรู้สึกเหมือนยัยนี่กำลังพยายาม ชวนทะเลาะ ฉันอาจจะคิดมากไปเองนะ…แต่เรื่องอะไรต้องมาทะเลาะกันในที่สาธารณะที่คนเยอะแยะแบบนี้ล่ะถ้าไม่ได้มีแผนการอะไรบางอย่าง 

ตอนนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังระงมขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ฉันมองไปรอบๆ อย่างพอใจก่อนจะแสยะยิ้มออกมา 

ในเมื่อเธออยากให้คนอื่นรับรู้นัก ฉันก็จะช่วยเธอเองพิมมี่

“หน้าไม่อาย!” พิมมี่ถลึงตาใส่ฉันอย่างเดือดดาล ฉันก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับหล่อนอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนที่แอมแปร์จะดึงตัวฉันกลับไปแล้วออกแรงบีบที่แขนจนฉันรู้สึกเจ็บขึ้นมาหน่อยๆ 

“ทำบ้าอะไรของเธอฮะ!” 

“ก็ทำสิ่งที่ถูกต้องไง…ทุกคนฟังทางนี้! อีกเรื่องที่ฉันอยากจะบอกก็คือ การที่ฉันเข้ามายุ่งกับแอมแปร์ หรือเขาเป็นฝ่ายเข้ามายุ่งกับฉันก็ตาม เราสองคนไม่ผิด! เพราะความจริงแล้วผู้หญิงคนนี้ก็คบคนอื่นอยู่เหมือนกัน!!!” ฉันชี้ไปที่พิมมี่ที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ เสียงของฉันสามารถทำให้ทุกคนหยุดบทสนนาแล้วตั้งใจฟังได้ 

“พอได้แล้วชาชง!” แอมแปร์ตวาดเสียงดัง แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย 

“คนอื่นที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก! ผู้ชายคนนั้น…”

ฉันหยุดพูดก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วก็เห็นซีริกต์กับพี่ขนมเข่งยืนอ้าปากพะงาบๆ อยู่ที่เดิม ห่างออกมาจากตรงนั้นระยะประมาณสามสี่คนยืน รีพลีตกำลังยืนทัชสกรีนโทรศัพท์ในมืออยู่เหมือนไม่สนใจเหตุการณ์ แต่ฉันรู้ว่าเขาได้ยินสิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้ทุกอย่าง เพราะก่อนที่ฉันจะหันกลับมา เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันเหมือนรู้ตัวว่ากำลังโดนมองอยู่ หมอนั่นยกยิ้มมุมปากขึ้นก่อนจะก้มลงไปที่หน้าจอโทรศัพท์ตามเดิม

“ผู้ชายคนนั้น…กำลังยืนฟังอยู่ในที่นี้ด้วย!!!” ฉันพูดได้แค่นี้แหละ เพราะยังไม่มีหลักฐานอะไรนอกจากความสงสัย แล้วก็เรื่องราวที่ตัวเองจับโยงกันไปมาตามความรู้สึกและสัญชาตญาณเท่านั้น ไม่อยากโดนกล่าวหาว่าปรักปรำเขาโดยไม่มีหลักฐาน เพราะถ้ามันไม่จริงขึ้นมาแล้วฉันจะหน้าแหกเปล่าๆ ผิดกับยัยพิมมี่ที่แม้จะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่การกระทำของหล่อนมันส่อไปทางไม่น่าไว้ใจจริงๆ

“อย่าพูดในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องจริง!” พิมมี่ขึ้นเสียงอย่างโกรธจัด 

“ทำไมจะไม่จริง คิดว่าเธอจะปิดเรื่องนี้ได้นานแค่…” 

“ยัยบ้าเอ๊ย!” แอมแปร์ที่หมดความอดทนตะคอกเสียงดังก่อนที่ฉันจะพูดจบ พร้อมกับกระชากแขนฉันอย่างแรงแล้วสะบัดออกจนฉันเซไปอีกทาง แต่ก่อนที่จะล้มก็มีคนวิ่งเข้ามาช่วยเอาไว้ก่อน

และคนๆ นั้นก็คือ… 

“รีพลีต” ฉันเบิกตาโพลงแล้วเรียกชื่อเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนที่จะรีบทรงตัวพร้อมกับเขยิบออกห่างจากเขา 

“อวดเก่ง” น้ำเสียงเรียบๆ ออกมาจากปากของคนหวังดีที่เข้ามาช่วยพยุงฉันไม่ให้ลงไปกองอยู่ที่พื้น 

“เป็นอะไรมั้ยไอ้ชา!” พี่ขนมเข่งที่วิ่งตามเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง ฉันจึงส่ายหน้าแทนคำตอบ พี่ชายฉันมองแอมแปร์ด้วยสายตาเคืองๆ เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ที่จริงแอมแปร์ไม่ผิดหรอก ฉันเองต่างหากที่เข้ามาหาเรื่องให้เกือบเจ็บตัวแบบนี้น่ะ จะว่าไปก็ไม่เกือบนะ ฉันรู้สึกเจ็บๆ ที่แขนอยู่เหมือนกันแฮะ

“ทำอะไรไม่เตี๊ยมกันเลย” ซีริกต์บ่นใส่ฉันเบาๆ พลางเหลือบมองไปยังแอมแปร์ที่เหมือนจะรู้ตัวว่าเมื่อกี้เขาทำอะไรเอาไว้ 

“แอมป์ มี่ไม่อยากจะถามคำถามนี้หรอกนะ แต่มันจำเป็นจริงๆ เพื่อความแน่ใจ…ระหว่างมี่กับผู้หญิงคนนั้น แอมป์จะเลือกใคร!” พิมมี่ตะโกนถามผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเองจนเขาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด 

กล้ามากที่ถามแบบนั้นน่ะ ไม่กลัวหน้าแตกหรือไงนะ แต่ยังไงแอมแปร์คงไม่ทำให้แฟนตัวเองเสียหน้าหรอกมั้ง เพราะคนที่เขาเลือกยังไงก็ไม่ใช่ฉันอยู่แล้ว ฉันรู้ตัวดี

“…” 

“ทำไมไม่ตอบล่ะคะ ปกติแอมป์จะไม่ลังเลไม่ใช่เหรอ แบบนี้หมายความว่ายังไง” เชื่อเขาเลย ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ยัยนี่ไม่มีน้ำตาสักหยด กลายเป็นแอมแปร์แทนที่เป็นฝ่ายน้ำตาไหลรินแทน

“ผม…เลือกมี่” แอมแปร์พูดเสียงไม่ดังมาก แต่มันก็ดังพอที่คนในบริเวณนี้จะได้ยิน เชื่อมั้ยว่าฉันถึงกับเข่าอ่อนเลยแหละที่ได้ยินคำตอบนั้น แต่มันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วแหละที่เขาจะตอบแบบนั้น 

เขาจะมาเลือกคนที่ผ่านเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้เขาทำไม… 

ฉันมองแอมแปร์ที่ยืนเงยหน้ามองฟ้าราวกับต้องการให้น้ำตาหยุดไหล ก่อนจะหันไปสบตาเข้ากับพิมมี่ที่มองมาอย่างเยาะเย้ยเข้าอย่างจัง แหม อยากจะควักลูกตายัยนั่นออกมาซะให้รู้แล้วรู้รอด! 

“เลือกมี่เหรอ แล้วที่ไปกับผู้หญิงคนนั้นหมายความว่ายังไงคะ” คิดเหมือนฉันมั้ยว่า ยัยนี่เหมือนกำลังจะทำให้แอมแปร์พูดอะไรที่กระทบต่อความรู้สึกฉันออกมา 

บ้าจริง! แล้วทำไมฉันต้องมาสนใจคำพูดของผู้ชายโง่ๆ อย่างเขาด้วยล่ะเนี่ย

“จำเป็น” แอมแปร์ตอบก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาที่ฉันเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เขาไม่ได้บอกพิมมี่เรื่องที่มาเป็นเบ๊ให้ฉันสินะ 

“จำเป็นเหรอ แล้วถ้ามี่ขอร้องให้แอมป์เลิกยุ่งกับเธอซะ แอมป์ทำให้มี่ได้หรือเปล่า” พิมมี่ถามด้วยเสียงที่อ่อนลงพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ แอมแปร์ ที่ยังคงมองฉันอยู่ ก่อนจะหันไปมองพี่ขนมเข่งที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆ กันนี้ 

“ฉัน…ไม่รับปาก” คำตอบของเขาเรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบๆ ขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนพิมมี่ก็หน้าเสียไปเล็กน้อย 

“ถ้าอย่างนั้นแอมป์ก็ไม่ต้องมายุ่งกับมี่!” พูดจบก็หันหลังเตรียมตัวจะเดินหนี แต่แอมแปร์ก็คว้าข้อมือของเธอเอาไว้ก่อน 

“ตอนแรกไม่เห็นมี่เป็นแบบนี้เลย” 

“เพราะมี่ยอมให้ยังไงล่ะ แอมป์เลยได้ใจแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ห่างกันไปสักพักดีมั้ย เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น”

“...!” แอมแปร์ไม่ตอบอะไรได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างต่อต้าน

“ปล่อย! มี่จะกลับบ้าน” พิมมี่บอกเสียงแข็งพร้อมกับแกะมือของแฟนตัวเองออก 

“เดี๋ยวผมไปส่ง”  

“ไม่เข้าใจคำว่า ห่างกันสักพัก หรือไงแอมป์!”

พูดจบพิมมี่ก็เดินออกไป ทางด้านผู้คนที่ยืนดูอยู่ก็เริ่มวงแตกแล้วพากระกระจายตัว พี่ขนมเข่งเขยิบเข้ามาใกล้ฉันแล้วลูบหัวเบาๆ เหมือนรู้ว่าฉันกำลังรู้สึกแย่อยู่ ส่วนรีพลีตก็ยืนมองไปที่แอมแปร์ด้วยสายตาที่อธิบายไม่ถูก ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ 

“ไอ้แอมป์! ใจเย็นๆ นะ…นี่ก็มืดแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งพิมมี่ให้ละกัน” ซีริกต์วิ่งออกจากบริเวณที่ยืนอยู่ข้างฉันเมื่อกี้เข้าไปหาแอมแปร์ที่กำลังเดินเข้ามาทางพวกเราช้าๆ ก่อนจะอาสาไปส่งแฟนของเพื่อนให้ แล้วเขาก็วิ่งออกไปโดยไม่รอคำตอบ แอมแปร์มองตามไปเล็กน้อยก่อนจะเดินเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันพอดี เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเท้าไปยืนตรงหน้าพี่ขนมเข่ง 

“ยกโทษให้ผมด้วยนะพี่หนมเข่ง เมื่อกี้ผมควบคุมอารมณ์ไม่อยู่…ฉันขอโทษ” ประโยคสุดท้ายแอมแปร์หันมาพูดกับฉันที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ ก็ดีนะ รู้ตัวว่าทำผิดกับน้องสาวเขาแล้วมาขอโทษกับพี่ชายด้วยแบบนี้ 

“ช่างเถอะ ฉันเข้าใจแก” พี่ขนมเข่งบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปตบไหล่แอมแปร์เบาๆ เพื่อไม่ต้องการให้เขาคิดมาก 

เพราะฉันสินะ เขาเลยต้องลำบากใจแบบนี้ ถึงเขาจะเลือกแฟนตัวเองแต่เขาก็ไม่ลืมว่าต้องเป็นเบ๊ให้ฉัน ก็เลยให้คำตอบที่ไม่แน่นอนแบบนั้นกับยัยนั่นไป นี่ฉันเจอเรื่องซวยเองยังไม่พอ แต่ต้องมาเป็นตัวซวยของแอมแปร์ด้วยเหรอเนี่ย

เฮ้อ! อยากหายตัวไปจากโลกนี้จริงๆ เลย อยากตายยย~ 

“แต่ฉันไม่เข้าใจ” ฉันบอกพร้อมกับเบะปาก 

“ไม่เข้าใจอะไร / ไม่เข้าใจอะไร” พี่ขนมเข่งกับแอมแปร์ถามขึ้นพร้อมกับ ยกเว้นรีพลีตเท่านั้นที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นอีกแล้ว ไม่คิดจะสนใจสิ่งรอบข้างบ้างหรือไงนะ 

“ไม่เข้าใจว่าทำไมนายไม่บอกเลิกยัยนั่นไปซะ รอให้ตัวเองเป็นคนโดนบอกเลิกหรือไง” 

“…” 

“ห่างกันสักพักเหรอ เหอะ! น้ำเน่าอะ อีกไม่นานหรอกแอมแปร์ เดี๋ยวยัยนั่นก็บอกเลิกนาย ฉันแนะนำนะว่าให้นายรีบชิงบอกก่อนจะดีที่สุด ดูไม่ออกหรือไงว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนยังไง ฮึ่ย นี่โง่เบสิก หรือโง่โปรเฟสชันนอลกันแน่เนี่ย เซ็ง!” ฉันสวดออกไปชุดใหญ่ ถึงแม้ความน้อยใจที่เขาทำกับฉันเมื่อกี้จะยังคงมีอยู่แต่ความหมั่นไส้เขามันมีมากกว่า

“อย่าเพิ่งชวนฉันทะเลาะอีกคนได้มั้ย แค่นี้ฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว” แอมแปร์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้าไปมา 

“ก็นายไม่ยอมเชื่อฉัน” 

“คำพูดลมๆ แล้งๆ ของเธอ ใครจะไปเชื่อกันล่ะ” ต้องมีหลักฐานสินะ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะหาแกเจอสักทีฮะไอ้หลักฐาน?! 

“แต่นายก็เห็นแล้วว่าพิมมี่ไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด” 

“ไม่ดีตรงไหน” 

“เอ้า! ก็เมื่อกี้วีนนายซะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ปกติทำเป็นแอมป์คะ แอมป์ขา แหวะ! นี่แหละธาตุแท้ของยัยนั่นน่ะ ดูไม่ออกหรือแกล้งไม่รับรู้กันแน่” 

“คนเราเวลาอารมณ์โกรธเข้าครอบงำก็เป็นแบบนั้นทุกคนแหละ ไม่มีใครเหมือนเธอหรอกที่บ้าทุกเวลา ไม่รู้ว่าไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน” อีกฝ่ายตอกหน้าฉันกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ

“อะแฮ่ม! อื้ม! เอาล่ะๆ ฉันว่าเลิกเถียงกันดีกว่า แกไปบ้านฉันมั้ยไอ้แอมป์ เห็นชาน้อยบอกว่าแกจะไปเอาเสื้อ แล้วเดี๋ยวฉันจะช่วยแกคิดด้วยว่าจะไปง้อแฟนแกยังไง” เป็นพี่ชายฉันที่เข้ามาพยุงสถานการณ์ไว้

“พี่เข่ง! ห้ามเข้าข้างศัตรูของน้องนะเว้ย 

“เออๆ ไปเอาเสื้ออย่างเดียวก็ได้ ไปป้ะไอ้แอมป์” พี่ชายตัวแสบพูดแก้ทันทีเมื่อฉันหันขวับไปจ้องเขาตาเขียว 

“ครับ…ไอ้พลีต ไปด้วยกันมั้ยแอมแปร์หันไปชวนเพื่อนของตัวเอง

รายนั้นเงยหน้าขึ้นมาจากจอโทรศัพท์พลางทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนตอบว่า “ไม่ล่ะ ฉันว่าจะกลับบ้าน…แล้วเจอกันครับพี่หนมเข่ง” 

รีพลีตตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนจะหันมาทำท่าตะเบ๊ะใส่พี่ขนมเข่งแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้ฉันแล้วเดินจากไป 

หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงฉันกับพี่ขนมเข่ง พร้อมกับแอมแปร์ที่ขับรถตามมา ก็มาถึงบ้านของฉันอย่างปลอดภัย พี่ขนมเข่งพยายามพูดปลอบใจแอมแปร์ทุกรูปแบบ ซึ่งทำให้ฉันหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย จึงหนีขึ้นชั้นบนไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเป็นชุดนอน ก่อนจะกลับลงมาชั้นล่างโดยที่ไม่ลืมหยิบเสื้อช็อปของแอมแปร์ที่ฉันซักรีดแล้วพับเป็นอย่างดีลงมาคืนเขาด้วย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะไปรีดให้เขาทำไม  

“นี่เสื้อนาย” ฉันยื่นของในมือส่งคืนให้เจ้าของ เขารับไปพลิกๆ ดูเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ ออกมา 

“ฝีมือเธอเหรอ ขอบคุณนะ” 

“อื้ม!” ฉันแกล้งตอบอย่างไม่ใส่ใจนักพลางนั่งลงข้างๆ พี่ชายของตัวเอง 

“ทีเสื้อฉันไม่เห็นแกรีดให้บ้างเลยวะ เดี๋ยวก็น้อยใจซะหรอก 

“อะไรเล่า! ก็มันติดไปกับชุดอื่นของฉันพอดี เผลอหยิบมารีดเฉยๆ” ฉันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เมื่อเห็นว่าพี่ขนมเข่งทำแก้มป่องอย่างงอนๆ “แล้วนี่คุยอะไรกันอยู่เหรอ” 

“วิธีง้อสาว” คำตอบของพี่ขนมเข่งทำให้ฉันเบ้ปากทันที แอมแปร์คงกำลังคิดแต่เรื่องที่จะไปง้อพิมมี่ล่ะสินะ 

“แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่วิ่งตามไปง้อซะตอนนั้นเลยล่ะ” ฉันพูดลอยๆ แต่จงใจกระทบกระทั่งใครบางคน 

“ผมกลับก่อนดีกว่าครับพี่หนมเข่ง แล้วเจอกันนะครับ” การที่แอมแปร์เงียบไปไม่ยอมตอบแต่กลับร่ำลาพี่ขนมเข่งนั้นทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเขาแบบเจื่อนๆ ทันที แต่ว่าเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว 

“เดี๋ยวฉันเดินออกไปส่ง!” ฉันพูดรัวๆ พร้อมกับรีบลุกขึ้นมาบ้าง ก่อนจะจ้ำอ้าวตามเขาที่ทำเป็นไม่สนใจฉันออกมาทันที นี่ฉันมาเดินตามเขามากกว่ามาส่งนะเนี่ย

แอมแปร์เหลียวหลังหันกลับมามองฉันแว็บหนึ่ง ก่อนที่จะเปิดประตูรถออกแต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะเข้าไปนั่งด้านใน เสียงของฉันดังขึ้นซะก่อนว่า...

“ฉันขอโทษ”

เขาชะงักไปซะก่อนแล้วก็หันกลับมาด้วยสีหน้าแปลกใจอยู่ไม่น้อย ก่อนเอ่ยถามกลับมา “เรื่องอะไร”  

“ก็ที่ถามนายเมื่อกี้ แล้วก็…ที่เข้ามาในชีวิตของนายจนทำให้นายต้องปวดหัว ทะเลาะกับแฟน เลิกกับฟะ…เอ่อ ยังไม่เลิกก็ได้ เอาเป็นว่าขอละโทษนะ” ฉันก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด 

ครั้งนี้ฉันรู้สึกผิดจริงๆ นะ แต่ยังไงฉันก็ยังไม่ยอมแพ้หรอก ผู้หญิงอย่างพิมมี่ไม่สมควรจะได้รับความรักและความจริงใจจากคนดีๆ อย่างแอมแปร์ 

ใช่! ฉันยอมรับว่าเขาเป็นคนดี ดีจนตัวเองต้องลำบาก ดีจนโง่ แต่ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาโง่จนตัวตายหรอก อย่างน้อยก็ต้องได้เป็นแฟนฉันก่อนน่ะ  

“ไม่เป็นไร เธอมีความจำเป็นไม่ใช่เหรอ” 

“แบบนี้แสดงว่านายจะยอมเป็นแฟนฉันแล้วใช่มั้ยอะ” หัวสมองของฉันตอนนี้ก็คิดได้เท่านี้ล่ะนะ 

“ไม่” แหม รีบตอบเชียวนะพ่อคุณ

“อ้าว…” 

“ฉันไม่รู้ว่าเธอต้องการให้เป็นแบบนั้นเพราะอะไร แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าคนที่ฉันคบอยู่ทำผิดอะไรถึงจะต้องมาเสียใจเพราะฉันไปคบคนอื่นด้วย” จ้ะ พ่อคนดี หล่อแล้วดีแบบนี้มีที่ไหนอีกไหม

เฮ้อ! ฉันก็ลืมไปว่าคนที่เขาเลือกไม่ใช่ฉัน 

“นี่ ถามอะไรหน่อยสิ…นายไม่คิดจะชอบฉันบ้างเลยเหรอ” ฉันถามเขาออกไปแบบนั้นเพราะอยากรู้จริงๆ ว่า ทุกวันนี้ฉันมีโอกาสทำสำเร็จแค่ไหน บางทีก็เหมือนมี บางทีก็เลือนราง 

“แล้วเธอล่ะ” 

“หืม?” 

“นอกจากความจำเป็นที่เธอบอกไม่ได้แล้ว เธอคิดจะชอบฉันบ้างหรือเปล่า” 








- TO BE CONTINUED -




 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1239 yoonwora (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:07
    โอ้ยยย ดราม่าเเล้ว เเต่ขำนางยัยชาชง 55555555
    #1,239
    0
  2. #1127 TiNa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 20:57
    อ่านจบตอนแล้วแทบกรี๊ด อธิบายไม่ถูก ><
    #1,127
    0
  3. #1085 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 15:23
    หรือว่าวันนั้นพลีทจะไปหาจี ไม่ใช่พม่า -o-?
    เอ๋ๆๆๆ แอมป์ชอบชาชงแล้วอ่ะจิ >/////<
    #1,085
    0
  4. #1055 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 23:24
    ผุ้ชายร้องไห้ ม่ายยย นายเป็นคนอ่อนไหวเหลือเกิน
    มาซบอกเค้ามาๆๆๆ
    ประโยคปิดท้ายแจ่มมากฮะ อึ้งเลยสินะ ยัยชงชา
    #1,055
    0
  5. #1043 ด.ญ.เวิ้ง ลอยลม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 23:58
    เเอม น่ารักจังเลย น้ำตานี่ ของ จริงป่ะ ?ท555
    #1,043
    0
  6. #1011 Palaioyy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 02:11
    แอมแปร์แอบมีใจให้ชาชงแล้วรึเปล่า ที่ตอบพิมมี่เบาๆเพราะยังลังเล อาจจะไม่ใช่หรอกมั้ง มันเร็วไป 55555555555
    #1,011
    0
  7. #809 preawpa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 04:47
    เจิมๆๆๆๆๆ
    #809
    0
  8. #484 ICCube (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 05:06
    เกือบโหวตให้ยัยจีแล้ว 5555

    #484
    0
  9. #390 khun_pc (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 20:11
    เฮ้ย!!!!แบตหมด
    #390
    0
  10. #363 mooklaughed; (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 / 08:26
    แอมแปร์?
    แกจะสื่ออะไรรรยะ><



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 กรกฎาคม 2556 / 08:27
    #363
    0
  11. #354 sonia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 21:58
    ชอบประโยคสุดท้าย ที่ Ampere ทิ้งท้ายไว้จุง

    นอกจากความจำเป็นที่เธอบอกไม่ได้แล้ว เธอคิดจะชอบฉันบ้างหรือป่าว

    นางเอกจะตอบไงล่ะทีนี้ รีบอัพหน่อยนะคะ รออยู่ค้าาา
    #354
    0
  12. #345 BabyMild Sirivarang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2556 / 12:13
    อัพเร็วๆนะค่ะรอติดตามอยู่น๊า สู้ๆ
    #345
    0
  13. #338 Berlity (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 05:42
    โอ๊ย!แอม เลิกกะยัยพม่าซะทีเหอะ
    สงสารชาชงมันนนน5555
    ชอบความใจกล้าบ้าบิ่นของนางเอก แต่แอบเสียเซลล์กับพระเอกเล็กน้อย
    ร้องไห้ทำม้ายยยยยยยยยยยย555
    #338
    0
  14. #334 wnwn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 18:29
    ประโยคสุดท้ายยย จี้ดมากกกกกกกกกกกก555555

    ขอบคุณมากๆค่ะ :)
    #334
    0
  15. #333 nasnatHear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 13:08
    แกเริ่มหวั่นไหวแล้วใช่ไมแอมแปร์ ~
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ><
    #333
    0
  16. #332 CrazY_EeaRn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 12:30
    แอมแปร์เริ่มหวั่นไหวกับชาชงแล้วใช่มั้ย!!! ><
    ยังไม่หายสงสัยรีพลีทกับจีนะขอบอก มาอัพไวๆนะคะไรท์ รออ่านจ้า
    #332
    0
  17. #331 SepiA (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 10:22
    เปลื่ยนพระเอกเป็นรีพลีทเเทนได้ไหม ไม่ชอบผู้ชายที่ไร้ศักศรีเสียน้ำตาง่ายๆอ้ะ -*- เเล้วทำผู้หญิงเกือบล้มอ้ะ คิดบ้างหรือเปล่าว่าถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาจะทำไงเเค่พาไปส่งโรงพยาบาลเเล้วขอโทษหรอออออ? ดูลังเล ปลิ้นปล้อนอ้ะ ไม่รู้สิ เหมือนถ้าจะรักแฟนเลือกแฟน หนักเเน่นไรขนาดนั้นก้ไม่ควรจะถามว่า คิดจะรักชั้นมั้งหรือเปล่านะ
    #331
    0
  18. #330 riren (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 08:22
    = =
    เฮ่อ หาหลักฐานก่อนเถอะชาชง แบบนี้มันแหวกหญ้าให้งูตื่นแล้วววววว
    #330
    0
  19. #328 **Jang-Sinyuan** (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 22:00
    เขินแทนนะ =///= พิมมี่ก็เนอะ...
    #328
    0
  20. #326 Enigmariko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 21:30
    โอ้ยแอมแปร์เอ้ย 55555555555555555555555555555
    คืออยากให้แบบ จีกับพลีทคู่กัน -/- 55555555555555
    #326
    0
  21. #325 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 18:27
    ค้างเลย ทำไมแอมป์ไม่เชื่อชาชง
    แอมปืเริ่มชอบชาชงแล้วล่ะสิ รีบมาอัพน้ะ ค้างมาก สนุกด้วย
    #325
    0
  22. #324 jenyn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 23:16
    เกลียดผู้ชายที่เสียน้ำตาให้กับความรักจอมปลอมจิงจิง
    #324
    0
  23. #323  PrainPrelatyz  (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 22:43
    ฮันแน่!! แอมแปร์สุดหล่อเริ่มคิดอะไรกับชาชงแล้วอ่ะดิ๊!! >O<
    #323
    0
  24. วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 22:15
    อัพเร็วๆนะคะ กำลังฟินนนนนนนนนนนนนนนนน ไรท์เตอร์อ่ะชอบทำให้อารมณ์ค้างทุกทีเลย
    #322
    0
  25. #321 น้ำหวาน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 19:47
    แอมป์เริ่มชอบชาชงแล้วล่ะสิ มาต่อไวๆนะคะไรท์เตอร์

    สู้ๆน้า
    #321
    0