[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 14 : (Re-write) ♥ Chapter 13 จะเป็นนายใช่หรือเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

CHAPTER 13

- จะเป็นนายใช่หรือเปล่า -







     รู้มั้ยว่าบรรยากาศในระหว่างที่เราสามคน อันประกอบไปด้วย ฉัน แอมแปร์ และซีริกต์ กำลังนั่งรออาหารที่สั่งไปอยู่นั้นมันโคตรจะเงียบเลย ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คนเดียว รวมไปถึงฉันเองด้วย ความจริงที่ฉันไม่พูดเพราะกำลังจ้องแอมแปร์ที่มัวแต่ทำหน้ายุ่งๆ อยู่น่ะสิ

และด้วยความอยากรู้ฉันจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไปในที่สุด 

“หิวเหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” 

“เบื่อขี้หน้าเธอ” คนถูกถามตอบเสียงเรียบ จนซีริกต์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ฉันขันขวับไปแยกเขี้ยวใส่เขาหนึ่งทีก่อนจะหันมาทำหน้าบึ้งใส่แอมแปร์ 

นายกล้าเบื่อฉันอย่างนั้นเหรอ เหอะ ถ้ารู้ว่าฉันเป็นเนื้อคู่ของนายล่ะก็ แล้วนายจะหนาว! หึๆ 

“ตราบใดที่นายยังไม่ยอมเปลี่ยนใจมาเป็นแฟนฉันล่ะก็นะ ฉันก็จะเกาะติดนายอยู่อย่างนี้แหละ” 

“เหอะ!” 

“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ ถ้าเข้าไปสิงในเลือดนายได้ ฉันทำได้แล้วเนี่ย”

“เลือดเสียล่ะสิ” แอมแปร์บ่นอุบอิบ

ไม่ขัดฉันมันจะตายมั้ยฮะ เฮ้อ

“เอาอย่างนี้ดีกว่า ไหนๆ นายก็เป็นเบ๊ของฉันแล้ว ฉันขอสั่งให้นายเลิกกับแฟนอย่างถาวร โอเคป้ะ” รู้นะว่าพูดแบบนั้นมันดูไม่ดีเท่าไร แต่คนอย่างฉันก็ไม่ได้ดีในสายตาหมอนี่อยู่แล้วอะ แคร์ทำไม

“อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้าง การที่ฉันยอมเป็นเบ๊ให้เธอ ไม่ใช่ว่าเธอจะได้ใจแล้วทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ” 

อะไรกัน! นี่ฉันหวังดีกับเขาแท้ๆ อยากจะช่วยให้เขาหายโง่เง่าเต่าตุ่น เลิกโดนยัยลิงหน้าวอกนั่นหลอกสวมเขาให้สักที แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าจะเล่นตัวไปถึงไหน ฉันรู้หรอกนะว่าตอนนี้เขาต้องเริ่มกลัวว่าแฟนของตัวเองจะนอกใจบ้างแล้วแหละ โดนฉันเป่าหูทุกวันแบบนี้ ไม่สะทกสะท้านบ้างก็หนักแน่นเกินไปแล้ว 

“ถามอะไรหน่อยสิชาชง ทำไมเธอถึงอยากให้ไอ้แอมป์ไปเป็นแฟนล่ะ ดูเธอจะชอบหาเรื่องมัน มากกว่าชอบมันนะ” ซีริกต์ที่นั่งฟังอยู่สักพักเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย พลางยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาตั้งศอกกับโต๊ะแล้วเอามือเท้าคางไว้ 

“ฉันยังบอกไม่ได้อะ” ฉันรีบตอบ

ถ้าบอกไปเขาต้องหัวเราะเยาะฉัน หาว่าฉันบ้างมงายแน่ๆ เลย เอาไว้ค่อยบอกตอนที่แผนการของฉันสำเร็จแล้วดีกว่า เพราะถึงตอนนั้นมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว 

ฉลาดจริงๆ เลยชาชง คิๆ

“ยังบอกไม่ได้? แสดงว่าเธอมีความลับอะไรปิดบังพวกเราอยู่สินะ” 

“ยัยบ้านี่จะมีความลับอะไร นอกจากเป็นโรคจิตชอบแย่งแฟนชาวบ้าน” ตาคนนี้ก็มองฉันในแง่ร้ายไม่เลิกสักทีสิน่า! แล้วนายจะเสียใจที่พูดแบบนี้ เพราะยัยโรคจิตคนนี้คือคนที่จะทำให้นายรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ตกต่ำของชีวิต(?) อุวะฮ่าๆ ๆ 

“นายนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ 

หึ” แอมแปร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกหาใครบางคน ไม่นานนักเขาก็กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ “แกอยู่ไหน ไม่กินข้าวหรือไง…อืมๆ แล้วเจอกัน” 

“ไอ้พลีตเหรอ” ซีริกต์เอียงคอหันไปถามแอมแปร์ 

อืม 

“มันว่าไงบ้างอะ 

“ไปทำธุระกับแม่น่ะ แต่เดี๋ยวคืนนี้จะเข้าไปที่ริกกี้

คนถามพยักหน้าลงช้าๆ หลังจากที่ได้ยินคำตอบ ก่อนจะใช้อีกมือที่ว่างอยู่เคาะโต๊ะเบาๆ พลางมองไปรอบๆ ร้าน ต่างกับแอมแปร์ที่ขมวดคิ้วน้อยๆ ใส่โทรศัพท์ที่ยังคงถืออยู่ในมือ ฉันไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าให้เดาก็คงไม่พ้นเรื่องของคนที่เขาเพิ่งโทรไปหาเมื่อกี้นี้หรอกมั้ง 

“เอ่อ…” ฉันรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเมื่อคนที่โดนจ้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันพร้อมกับสีหน้าสงสัยว่าจะมองอะไรเขานักหนา ก็จะไม่ให้มองได้ยังไงล่ะ ในเมื่อสิ่งที่ฉันคิดอาจจะเป็นเรื่องเดียวกับเขาก็ได้น่ะสิ! 

รีพลีตไปทำธุระกับแม่ 

แม่ทูนหัวหรือเปล่า บางทีเขาอาจจะบอกไม่หมดก็ได้นะ…

เฮ้อ! ยังไงเรื่องนี้คงเป็นความลับได้อีกไม่นานหรอก ฉันจะต้องแฉทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ได้ เดี๋ยวนี้คนรอบตัวฉันชอบทำตัวแปลกๆ น่าสงสัย ดูอย่างยัยจีสิ อยู่ดีๆ วันนี้ก็เปิดติดประชุมของชมรมขึ้นมา ทั้งๆ ที่… 

เฮ้ย! ปกติจีไม่เข้าชมรมนะ!

ทำไมฉันเพิ่งนึกได้วะ

ยัยนั่นเองก็เหมือนกับฉันนั่นแหละที่ไม่สนใจเรื่องชมรมอะไรพวกนั้น ลงชื่อไปเพื่อให้มีชมรมอยู่เท่านั้นแหละ แต่ไม่เคยโผล่หัวเข้าไปเลยตั้งแต่เรียนมา แล้วตอนนั้นฉันหูฝาดไปหรือเปล่า หรือไม่ก็คงเป็นเพราะมัวแต่สนใจยัยพิมมี่กับรีพลีต เลยลืมเอ๊ะใจไปเสียสนิท ไม่มีทางแน่ๆ ที่ยัยนั่นจะเข้าชมรมน่ะ ไม่มีทาง 

ชมรมอะไรกัน?! 

ยัยนั่นต้องมีอะไรปิดบังฉันอยู่แน่ๆ 

“เสื้อฉันอยู่ที่เธอหรือเปล่าชาชง…ชาชง!” 

“หะ…ฮะ?! เมื่อกี้นายว่าไงนะ” จู่ๆ แอมแปร์ก็เรียกฉันซะเสียงดังทำเหมือนเรานั่งห่างกันเป็นกิโลอย่างนั้นแหละ

“เหม่ออะไรอยู่ ฉันถามว่าเสื้อฉันอยู่กับเธอหรือเปล่า พอดีจำไม่ได้ว่าเผลอเอาไปวางไว้ที่ไหน” แสดงว่าเมื่อวานเขาลืมจริงๆ สินะ ไม่ได้จงใจเอาไว้ให้ฉันซัก แต่ยังไงฉันก็แสดงความเป็นแม่ศรีเรือนไปแล้วล่ะ

“ฉันก็คิดอะไรของฉันไปเรื่อยเปื่อย ส่วนเสื้อนายน่ะ ฉันซักให้แล้ว…เดี๋ยวเอามาคืนให้ก็แล้วกัน” 

“ไม่ต้อง! เอ่อ…คือฉันหมายถึงเดี๋ยวว่างแล้วจะแวะเข้าไปเอาเอง” 

“นายแอบมีใจให้ฉันแล้วใช่มั้ยถึงต้องไปเอาคืนเองที่บ้าน อยากไปหาฉันก็บอกมาเถอะ” ฉันยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ไม่เพ้อเจ้อสักวันจะเป็นทุกข์มากหรือไงวะยัยนี่”

เอ้อ! คำก็โรคจิต สองคำก็เพ้อเจ้อ ชีวิตฉันมีดีในสายตาเขาบ้างมั้ยเนี่ย อยากจะรู้จริงๆ เลย 

“ถ้าอย่างนั้นกลัวแฟนนายจะรู้หรือไง” 

“ไม่เกี่ยวกับเธอ” สิ้นน้ำเสียงเรียบๆ เขาก็เบนสายตาไปทางอื่น จนฉันเบะปากเล็กน้อยแล้วก็หันไปอีกทาง ซึ่งบังเอิญไปสบตาเข้ากับซีริกต์ที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่อย่างตั้งใจและเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่างอยู่ 

“สองคนนี้มันชักจะยังไงๆ แล้วนะ มีลืมซ่งลืมเสื้ออะไรกันด้วยอะ” แววตาที่เคยทะเล้นเป็นปกติตอนนี้หรี่เล็กลงจนแทบจะมองไม่เห็นตาดำ ซีริกต์กำลังมองฉันสลับกับคนที่นั่งข้างๆ ตัวเองอย่างสงสัย แสดงว่าแอมแปร์ไม่ได้บอกเขาเรื่องเมื่อวานที่ไปงานวัดกับฉันสินะ และฉันก็เดาว่า เขาไม่ได้บอกใครเลย 

ไปกับฉันนี่มันน่าอายนักหรือไง ผู้หญิงอย่างฉันนี่ ลิมิเต็ด อิดิชั่น เลยนะ

“เอ่อ…” 

“แค่เสื้อช็อป” แอมแปร์ตอบแทนฉันที่ได้แต่นั่งอ้ำอึ้งอย่างคนกำลังนึกคำตอบ 

“แล้วไปลืมไว้กับชาชงได้ไงอะ” คนช่างสงสัยยังไม่วายตั้งคำถามต่อจนแอมแปร์ถึงกับหันมามองหน้าฉันเล็กน้อยแล้วถอนหายใจออกมา 

“ใช้คลุมหลบฝนเมื่อคืน” 

“เมื่อคืนที่แกไปริกกี้ตอนดึกแสดงว่าแอบย่องไปหาชาชงมาก่อนใช่มั้ย”

แอบย่อง?

ดูใช้คำเข้า พูดซะฉันรู้สึกเป็นเมียเก็บของแอมแปร์เลยแฮะ นี่ยังเหลือจุดยืนในสังคมให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้บ้างมั้ยเนี่ย

“โอ๊ะ...แอมป์โป๊ะแตก” ฉันแกล้งทำน้ำเสียงและหน้ากวนประสาทส่งไปให้แอมแปร์ที่หน้าตึงเสียยิ่งกว่าอะไร 

“ถ้าไม่รู้อะไรก็หุบปากเก็บไว้กินข้าวดีกว่า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต ไม่ได้ทำให้ซีริกต์กลัวเกรงเพื่อนสนิทเลยแม้แต่น้อย  

“ฉันต้องพลาดอะไรไปแน่ๆ เลย…จะว่าไปช่วงนี้แกกับพิมมี่ก็ทะเลาะกันบ่อยนะ” คนตั้งข้อสงสัยพูดพลางเปลี่ยนจากมือที่เท้าคางมาเป็นลูบคางอย่างใช้ความคิด ฉันถึงกับเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อยแล้วพลางทำหูผึ่งทันทีด้วยความอยากรู้ 

แอมแปร์ทะเลาะกับพิมมี่อย่างนั้นเหรอ

เฮ้ย นี่มันข่าวดีนะเนี่ย!

ถ้าจะมีคนที่พลาดก็คงเป็นฉันนี่แหละไม่ใช่ซีริกต์หรอก เมื่อคืนแอมแปร์ไม่เห็นบอกเลยว่า เดี๋ยวนี้เขากับยัยลิงหน้าวอกทะเลาะกันบ่อยน่ะ 

เดี๋ยวก่อนนะ! หรือว่าเขาบอกแล้ว? 

…เราเคยทะเลาะกันแค่ครั้งเดียวก่อนที่จะมีเรื่องเธอเข้ามา… 

คำพูดของแอมแปร์ตอนที่เราสองคนติดอยู่บนชิงช้าสวรรค์เมื่อคืน ลอยกลับเข้ามาในหัวของฉันอีกครั้ง ทำให้ฉันยิ้มออกมาทันที เขาบอกมันว่า ก่อน ที่ฉันจะเข้ามาในชีวิตของเขาสินะ อย่างนี้ที่ซีริกต์พูดก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ 

“แกจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ ยัยบ้านี่ยิ่งคอยจ้องจะให้ฉันกับพิมมี่ทะเลาะกันอยู่” 

“ไม่ได้ยินหรอกมั้ง นั่งเหม่อแบบนี้…ชาชง…ชาชง!” 

“อะไรเล่า! พวกนายนี่ยังไงนะ อยู่ใกล้แค่นี้ก็ต้องตะโกนเรียกเสียงดัง” ฉันแหวใส่ซีริกต์อย่างเซ็งๆ ที่เขาเรียกซะเสียงดังจนฉันสะดุ้งตกใจหมด ทำเป็นแอมแปร์สองไปได้ 

“ก็เห็นเธอเหม่ออยู่อ่า 

“สะกิดก็ได้น่า…แล้วทำไมฮะ? ฉันจะเหม่อคิดอะไรของฉันบ้างไม่ได้หรือไง” 

“ที่คิดเนี่ย เรื่องดีหรือเรื่องชั่วล่ะฮะ” ไอ้…แอมแปร์มิเตอร์! ไอ้…ฮึ่ย! โกรธ ฉันอยากจะบีบคอนายจริงๆ เลยให้ตายสิ “แต่ดูจากสีหน้า ไม่น่าพ้นเรื่องชั่วหรอกมั้ง” 

“ไอ้บะ…แกร! 

O_O!

“ใครดีใครชั่วอะไรกันเหรอ~” จังหวะที่ฉันกำลังจะว่าแอมแปร์กลับไปนั้น ก็เป็นนาทีเดียวกับที่เสียงของพี่ขนมเข่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของฉัน แล้วแอมแปร์ก็ถือโอกาสนี้รีบหยิบช้อนออกมาจากกล่องที่ใส่แล้วยัดเข้ามาในปากของฉันด้วยความรวดเร็วจนฉันต้องรีบหุบปากแต่ก็ช้าไป 

 “ไม่มีอะไรหรอกครับพี่หนมเข่ง” แอมแปร์ตอบหลังจากที่พี่ชายของฉันมานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างๆ เรียบร้อยฉันแล้ว 

“อ้าว! แล้วกินช้อนเล่นทำไมเนี่ย” คนมาใหม่พยักหน้ารับแอมแปร์พร้อมกับหันมาทางฉัน แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าน้องสาวของตัวเองคนนี้ กำลังเอาช้อนออกจากปากของตัวเอง แต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจเจตนาผิดไปนะ 

“สงสัยน้องพี่หนมเข่งคงจะหิวนะ ฮ่าๆ ๆ” ซีริกต์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้ช่วยเข้าข้างฉันเลยแม้แต่น้อย อะไรกัน! วันก่อนยังช่วยโหวตให้แอมแปร์เป็นเบ๊ฉันสามเดือนอยู่เลย วันนี้ไม่ช่วยฉันแล้วเหรอ 

“เป็นความผิดของผมเองแหละครับ” แอมแปร์พูดเสียงเศร้า หึ! สำนึกผิดที่แกล้งฉันใช่มั้ยล่ะ

“ฮะ?” พี่ชายสุดที่รักของฉันขมวดคิ้วแล้วหันไปหาคนที่ยอมรับผิด 

“คือชาชงบอกให้ผมหยิบช้อนให้ในฐานะที่ผมเป็นเบ๊ แต่ก็ไม่คิดว่ายัยนี่จะใช้ปากรับ ผมเองก็ไม่ทันดูเพราะหันไปตอบพี่หนมเข่งก่อน”

เอ่อ…ใครมีรางวัลแสดงละครยอดเยี่ยมบ้างเนี่ย เอามาให้หมอนี่ทีสิ นิสัยเหมือนยัยพิมมี่ไม่มีผิด ถึงว่าสิเลยอยู่ด้วยกันได้ มันน่าปล่อยให้โดนหลอกต่อไปซะให้รู้แล้วรู้รอด

เห็นแล้วหมั่นไส้! 

“อ๋อ อย่าถือสาน้องฉันเลย มันก็บ้าๆ บอๆ ทำตัวประหลาดไม่เหมือนชาวบ้านแบบนี้แหละ” พี่ขนมเข่งพูดอย่างปลงๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาตบหลังฉันเบาๆ 

“พี่เข่ง! พี่เชื่อจริงๆ เหรอว่าฉันใช้ปากรับช้อนน่ะ 

“เออดิ” ไอ้พี่บ้านี่ก็เชื่อคนง่ายอีกคน

เฮ้อ! โลกนี้มันน่าอยู่น้อยลงจริงๆ เลย ชาชงอยากตายอะบอกตรงๆ ทำไมเวลาฉันพูดอะไรไม่ค่อยมีคนอยากจะเชื่อเลยล่ะ แต่กับไอ้บ้าแอมแปร์ที่มีดีแค่หล่อเนี่ย เชื่อกันจังเลย หรือเพราะฉันดวงตกอยู่เลยไม่มีคนเชื่อถือ ฉันดูไม่มีราศีจับเลยใช่มั้ยตอนนี้น่ะ โฮกกก~ 

“งั้นก็ตามใจ! อยากจะเชื่ออะไรก็เชื่อไป 

“น้องฉันนี่มันประสาทขึ้นทุกวัน…แล้วนี่พวกแกสั่งข้าวกันหมดแล้วสินะ ฉันจะกินอะไรดีเนี่ย” พี่ชายตัวดีพูดพลางหยิบใบเมนูมาเปิดดู แต่ฉันก็แย่งมาแล้วนำกลับไปเก็บที่เดิม 

“ฉันสั่งให้พี่เข่งแล้ว กะเพราไก่กับไข่ดาวไม่สุก” ฉันบอกหน้าตาย แต่พี่ชายของฉันกำลังทำหน้าเหมือนจะตาย 

“แกจะไม่ให้สิทธิ์ฉันเลือกหน่อยเหรอ”  

“ไม่ต้อง จะได้กินพร้อมๆ กัน” 

“ไอ้ชาเน่า! แม่งเริ่มจะไม่ใช่น้องแล้วล่ะ” พี่ขนมเข่งหันไปพูดกับซีริกต์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รายนั้นก็ได้แต่หัวเราะคิกคัก 

หลังจากนั้นไม่นานอาหารที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟจนครบทั้งสี่จาน แต่ดูเหมือนว่าคนที่มีปากมีเสียงจะมีแค่พี่ชายของฉันกับซีริกต์เท่านั้น เพราะเขาสองคนนั่งจ้อไปกินไปไม่หยุด ส่วนมากเรื่องที่คุยก็จำพวกรถยนต์ อะไหล่ หรือไม่ก็วิจารณ์ผู้หญิงที่เดินผ่านโต๊ะ เรื่องเม้าต์น่ะเหรอ? หนีไม่พ้นหน้าอก สะโพก ขา 

พวกผู้ชายมันเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ เฮ้อ!

แต่ดูเหมือนแอมแปร์คนหนึ่งล่ะมั้งที่ไม่ใช่พวกนี้ อันนี้ฉันคิดเอาเองจากที่เห็นเขานั่งกินแล้วฟังอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไร หรือเพราะกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ก็ไม่รู้สินะ ตอนแรกฉันก็ตั้งใจว่าจะมาหยอดเขานั่นแหละ แต่เจอช้อนยัดปากไปก็เลยเกิดอาการเคืองๆ  

 

และเมื่ออิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยที่ฉันไม่เสียเงินสักบาท ก็ถึงเวลาแยกย้าย (โทรตามพี่ชายมาก็ด้วยเหตุผลธนาคารเคลื่อนที่นี้แหละ ฮิๆ ฉันมีบางอย่างแอบแฝงเสมอ) ฉันกับพี่ขนมเข่งตัดสินใจว่าจะกลับบ้านเพราะเราไม่มีเรียนตอนบ่ายเหมือนกันพอดี ความจริงฉันคนเดียวที่ตัดสินใจแบบนี้ เพราะพี่ชายตัวดีคัดค้านท่าเดียว ส่วนแอมแปร์กับซีริกต์ดูเหมือนว่าจะมีเรียนตอนบ่ายต่อล่ะมั้ง 

“แกจะรีบกลับบ้านทำไม นี่มันเพิ่งจะบ่ายโมงเองนะ” พี่ขนมเข่งบ่นอุบพลางสายตาก้มองไปยังถนนข้างหน้าหลังจากที่ถูกฉันขอร้องแกมบังคับให้เขากลับมาด้วยกัน แน่นอนว่า ในเมื่อเขากลับแล้วก็ยากที่เขาจะออกจากบ้านอีกครั้งนอกจากไปริกกี้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาก็เลยยังไม่อยากเข้าบ้านยังไงล่ะ 

“ฉันมีรายงานค้างอยู่น่ะสิ ต้องส่งมะรืนแล้วยังทำไม่เสร็จเลย” 

“แกจะนิสัยเหมือนฉันเกินไปแล้วนะไอ้ชงชา” 

“เดี๋ยว มีอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือน…ฉันไม่เคยเรียกพี่ชายตัวเองว่า เข่งขนม” ให้ตายสิ! นี่จำชื่อน้องตัวเองผิดจริงๆ หรือว่าตั้งใจเรียกกันแน่เนี่ย... ฉันถอนหายใจก่อนพูดอีกว่า “เออพี่เข่ง ฉันมีเรื่องแปลกๆ จะเล่าให้ฟัง…” 

“แปลก? แกนี่มีเรื่องพิลึกกึกกือตลอดเลยนะ ทำไมฉันไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้นบ้างเลยวะ”

ตื่นเต้นงั้นเหรอ?

ฉันว่ามันน่าปวดหัวซะมากกว่า ที่ต้องมาคอยตามจับผิดคนอื่น แล้วก็ต้องระแวดระวังไม่ให้โดนไอ้ผู้ชายหัวสีบานเย็นลากไปปล้ำ มิหนำซ้ำยังโดนไอ้เนื้องอก (คู่นั่นแหละ) ของตัวเองหาว่าเป็นโรคจิตอีก ชีวิตแบบนี้มันน่าตื่นเต้นมากเลยงั้นสินะ

อืม ตื่นเต้นจังเลยว่ะ เย้ๆ

“อย่าเพิ่งมาอยากตื่นตงตื่นเต้นเลย…คืองี้นะ วันนี้มีแต่คนทำตัวน่าสงสัย คนแรกคือยัยลิงหน้าวอกขาประจำที่ทำหลบๆ ซ่อนๆ แล้วก็หายตัวไปทางหลังอาคารเรียนรวม ที่คณะเราใช้เรียนวิชานอกภาคน่ะ บังเอิญมากที่ฉันเห็นพอดีตอนเดินออกมา” 

“แล้วยังไงอะ คนเขาจะเดินไปไหนมาไหนบ้างมันผิดปกติยังไงวะ” 

“ประเด็นก็คือวันนี้ยัยนั่นมาเรียนไง! แต่แอมแปร์บอกว่าไม่มาเรียน นี่แหละที่แปลก” ยัยลิงหน้าวอกหน้าวอกต้องโกหกแอมแปร์ล้านเปอร์เซ็นต์ แล้ววันนี้ยัยนั่นต้องไปไหนสักที่ ซึ่งอาจจะไปคนเดียว หรือไม่ก็… 

“ก็แปลว่าพิมมี่หลอกไอ้แอมป์สินะ…แล้วไม่กลัวจะบังเอิญมาเจอกันที่มอหรือไงวะ” พี่ขนมเข่งเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยทำให้ฉันหยุดความคิดแล้วเอี้ยวตัวหันไปทางเขาเพื่อจะได้เล่าได้ถนัดๆ  

“ไม่ต้องห่วง ฉันว่ายัยนั่นเตรียมข้อแก้ตัวไว้อยู่แล้วล่ะ นี่เมื่อเช้ายังมาหาเรื่องฉันอยู่เลย เรื่องที่ไปเที่ยวกับแอมแปร์เมื่อคืนน่ะ” 

“เหรอ…แล้วเขารู้ได้ไงอะ ไอ้แอมป์ไม่น่าจะบอกให้ทะเลาะกันเปล่าๆ นะ” ฉันไม่ได้เล่าเรื่องที่ให้ยัยจีถ่ายรูปให้พี่ชายตัวเองฟังเลยนี่นะ 

“ก็ฉันวางแผนกับยัยจีไว้ ให้ยัยนั่นคอยแอบตามถ่ายรูปคู่ของฉันกับแอมแปร์ แล้วส่งให้ยัยลิงหน้าวอกดูไง” 

“มือที่สาม…ยุแยงตะแคงรั่วสุดๆ” จะถือว่าเขาชมฉันก็แล้วกันนะ 

“อยากได้ก็ต้องแย่งชิงอย่างนี้แหละ! เล่าต่อๆ อีกเรื่องที่แปลกก็คือ ฉันเจอรีพลีต แล้วเขาก็หายไปทางเดียวกับแฟนของเพื่อนตัวเอง” หมอนั่นเป็นอีกบุคคลที่น่าสงสัยอยู่ ฉันยังจำสีหน้าตกใจของเขาตอนที่เรียกชื่อฉันได้เลย แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้นก็เปลี่ยนเป็นนิ่งๆ เหมือนปกติ 

“ยังไม่เลิกสงสัยไอ้พลีตอีกเหรอ นี่หัวสมองของแกกำลังผูกเรื่องว่า สองคนนั้นไปด้วยกันใช่มั้ย” คนถามหรี่ตาลงแล้วหันมามองฉันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป 

“ตอนนี้ได้ข้อมูลอะไรมาฉันก็จับโยงกันหมดนั่นแหละ แต่ที่หาจุดเชื่อมต่อไม่ได้ก็คือ จี” ฉันไม่ได้อยากจะระแคะระคายเพื่อนสนิทของตัวเองหรอกนะ แต่วันนี้ยัยนั่นเองก็ทำตัวแปลกๆ เหมือนกัน เรื่องชมรมที่ฉันบอกยังไงล่ะ! 

“จี? แกหมายถึงน้องจีอะนะ…น้องจีเพื่อนแกอะนะ! คนฟังถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ก็นะ ฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย แล้วก็ยิ่งไม่เชื่อใหญ่เลยว่ายัยจีติดประชุมชมรมน่ะ

“นั่นแหละ วันนี้ยัยนั่นโกหกฉันอะพี่เข่ง 

“บ้าน่า ปกติแกสองคนเคยมีความลับต่อกันที่ไหน” ก็นั่นน่ะสิ แล้วทำไมวันนี้ยัยจีต้องบอกว่าติดประชุมของชมรมด้วยล่ะ ฉันมั่นใจว่าไม่จริง! 

ยัยนั่นไปไหน แล้วมันเป็นความลับมากจนพูดความจริงไม่ได้เลยเหรอ 

ยัยจีต้องมีอะไรปิดบังฉันอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่รีบบอกว่าติดประชุมของชมรมหรอก ปกติเราสองคนไม่เคยเข้าชมรมอะไรเลยตั้งแต่ตอนปีหนึ่งแล้ว” ไม่ต้องถามหรอกว่าฉันไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน ก็ฉันมียัยจีเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่สุงสิงด้วย ยัยนั่นเองก็ซี้กับฉันคนเดียวเหมือนกัน พูดง่ายๆ ก็คือเราคบกันอยู่สองคนเพราะไม่มีคนคบ เอ่อ…อันหลังนี่ไม่ใช่ล่ะ

“น้องจีรีบไปทำธุระหรือเปล่า” 

“ถ้าธุระก็บอกว่าธุระสิ ยัยนั่นเคยโกหกที่ไหน” คิดดูสิ แม้แต่เรื่องไอ้ปีเตอร์แมลงสาบประจำบ้านตัวเอง คุณเธอยังเล่าให้ฉันฟังเลย “พี่เข่ง…เป็นไปได้มั้ยว่ายัยจีจะเกี่ยวข้องกับใครสักคน อย่างเช่นพิมมี่หรือไม่ก็รีพลีต หรือ…ฌอห์ณ! จริงสิ ฉันลืมไอ้หมอนั่นไปเลย วันนี้มันโผล่มาเล่นงานฉันอีกแล้วว่ะ แต่โชคดีที่แอมแปร์มาช่วยทัน”

…ถึงเขาจะดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรก็เถอะนะ แถมยังแขวะฉันอีก เหมือนหนีเสือปะจระเข้ยังไงชอบกล   

ปึง! 

“ไม่เจอกับฉันหน่อยวะ!...แต่ก็โชคดีแล้วที่ไอ้แอมป์มาช่วยไว้ ฮึ่มมม จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันให้ได้เลยใช่มั้ยไอ้ฌอห์ณ” พี่ขนมเข่งทุบพวงมาลัยอย่างโมโห เชื่อมั้ยว่าฉันได้ยินเสียงของฟันเขากระทบกันดังกรอดๆ ด้วยล่ะ 

“มันคงอยากจะให้พี่ไปเป็นลูกน้องมันให้ได้นั่นแหละ จะได้เล่นงานแอมแปร์ง่ายขึ้นไง” 

“จะชั่วไปถึงไหนวะ ทุกวันนี้ยังชั่วไม่พอหรือไง” จริงสินะ แค่ทุกวันนี้ที่คอยลอบกัดแอมแปร์ก็ไม่รู้จะด่ามันยังไงแล้ว

“ถ้าอย่างนั้น จีคงไม่เกี่ยวข้องกับฌอห์ณหรอกมั้ง” ถ้ายัยนั่นเกี่ยวละก็ มันเข้าข่าย หักหลัง ฉันเลยนะ บ้าๆ ๆ ยัยนั่นไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด ฉันว่ามันคงมีเรื่องอะไรที่ยังพูดไม่ได้ล่ะมั้ง รอสักหน่อยแล้วกัน

เฮ้อ! แต่อดคิดไม่ดีไม่ได้เลยจริงๆ นะเนี่ย

หรือบางทีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจะไม่ใช่แอมแปร์ที่โดนแต่เป็นฉันเอง

คบกันมาตั้งนาน แกอย่าเอาเรื่องเล็กน้อยมาตัดสินเพื่อนสิ” คนเป็นพี่ชายพูดเตือนสติที่เริ่มจะคิดอะไรฟุ้งซ่านขึ้นทุกทีๆ

“เฮ้อ! ฉันจะแกล้งลืมๆ เรื่องยัยจีไปก็แล้วกัน ส่วนยัยลิงหน้าวอก…โอ๊ย! ฉันกำลังจะเป็นบ้า!” ด้วยความสับสนจนปวดหัวฉันจึงทึ้งหัวตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก เรื่องแบบนี้มันต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาเท่านั้นใช่มั้ย  

“ไม่ว่าจะยังไง พี่ชายคนนี้จะอยู่ข้างๆ แก คอยช่วยเหลือแล้วก็เป็นกำลังใจเสมอ แต่แกก็ไม่ควรระแวงจนเกินไปนะ อาจทำให้ความไว้ใจ ความเชื่อใจที่มีมันพังได้ แกเป็นคนใจร้อน เพราะฉะนั้น…จะทำอะไรก็คิดให้ดีๆ ซะก่อน” น้ำเสียงเป็นห่วงบอกฉันช้าๆ ก่อนที่คนพูดจะหันมายกยิ้มน้อยๆ ให้ 

ฉันอยากจะร้องไห้จริงๆ เลย ทั้งๆ รู้ว่าพี่ขนมเข่งก็เป็นกังวลเรื่องฉันอยู่ แต่ก็ยังขยันหาเหาใส่หัวตัวเองแล้วก็พี่ชายที่แสนดีของฉันด้วย ส่วนที่เขาพูดเมื่อกี้คงหมายถึงยัยจีสินะ ยัยนั่นคงไม่มีอะไรปิดบังจริงๆ หรอกมั้ง บางทีอาจจะไม่ได้ตั้งใจโกหกแต่ยังไม่พร้อมที่จะบอก ที่ผ่านมาเพื่อนของฉันคนนี้ก็คอยช่วยเหลือแล้วก็เป็นห่วงฉันมาตลอด ฉันนี่มันเป็นเพื่อนที่แย่จริงๆ เลย คิดระแวงเพื่อนของตัวเองได้ยังไงนะ 

“ฉันแค่ออยากได้ผู้ชายคนเดียวให้มาช่วยแก้ดวงให้ แต่ทำไมต้องมาเจอเรื่องน่าปวดหัวแบบนี้ด้วย โว้ยยยอารมณ์เสีย!” 

“ใช้คำพูดซอฟต์ๆ หน่อยก็ได้มั้ง ไม่ฉุดมามันขืนใจเลยล่ะแบบนี้” ถ้าทำได้ฉันไม่มานั่งกลุ้มใจอยู่แบบนี้หรอกนี่บอกเลย 

“ฉันก็เป็นคนตรงๆ แบบนี้แหละพี่ก็รู้ :) 

ไม่ได้การละ!

ฉันจะทำเล่นๆ ไปวันๆ ไม่ได้แล้ว เมื่อคืนก็ติดอยู่บนชิงช้าสวรรค์ วันนี้ก็เจอไอ้ฌอห์ณนั่นมาหาเรื่องอีกครั้ง ถึงเรื่องของผู้ชายจอมลอบกัดคนนั้น จะมาพร้อมกับการที่ฉันรู้จักผู้ชายอีกคนก็เถอะ... ผู้ชายที่ตั้งแต่รู้จักกับเขาฉันก็รู้สึกปลอดภัยแล้วก็อุ่นใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ กับเขา ถึงแม้เขาว่าจะปากเสียไปหน่อยก็ตามที เอ่อ…ไม่หน่อยหรอก ชอบพูดจาแดกดันซะขนาดนั้น แถมยังคุ้มดีคุ้มร้าย เดี๋ยวผีเข้าผีออก  

และเพราะเขาคือ นาย ใช่หรือเปล่า?

คนที่จะช่วยฉันได้จริงๆ 

แอมแปร์... 







- TO BE CONTINUED -




 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1238 yoonwora (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:01
    ช่ายย คือนายยยย
    #1,238
    0
  2. #1227 phatgif (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 03:17
    ไรท์เปิดให้อ่านหน่อยยยย T^T
    #1,227
    0
  3. #1157 กระต่ายโหดบนดาวเสาร์(?) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 13:06
    จีตัวมีลับลมคมในนะเนี้ย น่าสงสัยๆๆ

    รีพลีทกับพิมมี่กิ๊กกันชัวร์เลย -"- #เดา

    ชาชงเริ่มเหมือนจะชอบแอมป์เข้าแล้วนิดๆนะ =////=
    #1,157
    0
  4. #1108 bai cha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:38
    สนุกมากแต่วั่มันมีอะไรเเปลก...........................อย่างเช่น จี รีพลีท พิมมี่



    #1,108
    0
  5. #1084 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 15:00
    เราว่าจีต้องมีเหตุผลอ่า ไม่งั้นคง
    ไม่โกหกเพื่อนรักหรอก ._. 
    #1,084
    0
  6. #1010 Palaioyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 02:03
    ทำไมจีต้องโกหก มีอะไรปิดบังที่บอกกันไม่ได้อ่ะ มันต้องมีอะไรแน่ๆ 
    #1,010
    0
  7. #497 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 19:33
    อึดอัดแทนนางเอก จีต้องเกี่ยวข้องไรสักอย่าง ชอบพี่เข่งเตือนสติน้องสาวจัง
    #497
    0
  8. #483 ICCube (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 04:41
    ขอเดาเล่นๆนะ
    จีกับพลึทรวมหัวกันจับคู่ชาชงกับแอมป์
    แล้วก็จ้างยัยแม่หมอมาช่วยหลอก
    ไม่รู้ว่าถูกป่าว แต่เครียดแทนนางเอก
    #483
    0
  9. #389 khun_pc (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 19:59
    แหล่วๆๆๆๆ บอกรักกันแล้ว
    #389
    0
  10. #359 mooklaughed; (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 10:04
    ไม่อยากเดาอะไร<3
    รอตอนต่อไปน้ะค้า:DD

    ปล.แอบสงสารชาชงคนรอบข้างน่าสงสัยไปหม้ดดดY^Y
    #359
    0
  11. #353 sonia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 21:36
    ชาชงเป็นคนซับซ้อนคิดมากเว่อร์ๆๆๆ

    พี่เข่งก็น่ารักอีกตามสเต็ป ชอบพี่เข่งค่ะ ><

    #353
    0
  12. #337 Berlity (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 05:30
    แอบสงสารชาชง โยงกันปวดหัวไปหมดแล้ว555
    ทุกคนรอบกายเธอ ทำตัวน่าสงสัยหมด
    #337
    0
  13. #309 daw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 16:48
    สนุกมากกกกกกกกกกกกก อัพต่อเถอะค่ะ >
    #309
    0
  14. #308 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 09:38
    มาอัพเลยๆ อยากอ่านมากเถอะค้างๆ 
    #308
    0
  15. #295 heartless girl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 21:20
    uppppppppppppppppppppppppppppppppppppppppppppppp
    #295
    0
  16. #292 เจน เจน เจน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 17:02
    จีคงไม่หรอกม๊างงงงง-..-
    #292
    0
  17. #291 riren (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 13:54
    เหะ จีหรอ
    ม ไม่ใช่หรอกมั้งงล
    จีไม่น่าหักหลักเพื่อนหรอกมั้งคะ

    #เอ๊ะ หรือร่วมมือกับแม่หมอแต่แรก
    #291
    0
  18. #290 nasnatHear (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 12:50
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    รอติดตามตลอดแบบว่าไม่ไปไหนเลย ชอบการเขียนแบบไรเตอร์มาก ๆ อ้ะ
    รออยู่นะค้ะ จุ้บ ๆ 555555555555
    #290
    0
  19. #289 abcdef (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 21:15
    สนุกมากเลยค่ะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์เตอร์

    รีบอัพนะคะ
    #289
    0
  20. #288 Lächeln (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 19:17
    จีน่าสงสัยอีกคนแล้วอ่ะ เฮ้อ!! มึนๆงงๆแทนชาชง
    #288
    0
  21. #287 CrazY_EeaRn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 17:47
    เดี๋ยวๆๆ หรือว่าจีกับรีพลีทจะมี something กัน!!! ><
    ตอนนี้ตัดรีพลีทออกไปได้ 55555 แต่แอบน่าสงสัยนะ
    แต่ 70% รีพลีทไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับยัยพม่า
    อาจจะเป็นณอนที่ร่วมมือกับยัยพม่าอยู่ (เดาอะไรของมัน -*- ข้ามๆ 5555)
    #287
    0
  22. #283 - ดีเลย์ ? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 15:41
    เอิ่ม ชงชา เอ๊ย! ชาชง นี่เธอจะทำฉันเครียดไปถึงหนายยย!? ฉันว่าจีไม่ได้หักหลังหรอกนะจ้ะชาจ๋า อาจจะมีซัมธิงนิดหน่อย
    #283
    0
  23. #282 Inkii Vatanaporn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 13:50
    เจิมมมม อัพพ ><
    #282
    0
  24. #281 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 07:36
    กรี๊ดวี๊ดว๊าย
    น่ารักสวดๆๆๆๆๆๆๆ
    สงสารชาชง TOT แหวนว่าจีน่าจะปิดบังเรื่องแบบปัญหาหัวใจมากกว่า 5555
    จีน่านักจะตาย~~~ 
    รีบอัพนะคะ สู้ๆ *^*
    ชอบเรื่องนี้มากกกก
    #281
    0
  25. #279 ฤดูสายรุ้ง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2556 / 23:03
    #279
    0