[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 13 : (Re-write) ♥ Chapter 12 ติดตามด้วยความอยากรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

CHAPTER 12

- ติดตามด้วยความอยากรู้ -







     “แกจะเล่าอะไรเหรอ ว่ามาเลยๆ”  

จีถามด้วยท่าทางกระดี้กระด้าทันทีที่เราสองคนเดินพ้นประตูห้องเรียนออกมา ฉันเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามีเรื่องจะเล่าให้ยัยนี่ฟังด้วย 

“ก็เรื่องที่งานวัดเมื่อวานนั่นแหละ” 

“โอ๊ย! ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องเล่าเลย แกให้ฉันตามถ่ายรูปอยู่ทำไมฉันจะไม่เห็นล่ะยะ 

“เอ่อ…ความจริงมีอีกเรื่องที่แกยังไม่รู้”  

ฉันพูดอย่างชั่งใจพลางสมองก็กำลังทำงานอย่างหนัก ฉันควรจะบอกยัยนี่ดีหรือเปล่านะว่า ความจริงแล้วแอมแปร์สงสัยว่ารีพลีตอาจจะเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออยู่น่ะ เพื่อจะได้หักลบกลบความเชื่อที่ทุกคนมองว่าแอมแปร์โง่ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาก็เคลือบแคลงใจอยู่เหมือนกัน แต่พูดไปแล้วใครจะฟังฉันเนี่ย ขนาดพี่ขนมเข่งที่เห็นด้วยกับฉันที่สุดในทุกเรื่องที่ผ่านมายังไม่เชื่อเลย 

“เรื่องอะไรเหรอ” จีถามอย่างสนใจ  

ฉันเหลือบมองซ้ายขวาเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษาคนอื่นๆ เดินทิ้งช่วงห่างจากพวกเราไปกันไกลแล้วจึงค่อยๆ หันไปกระซิบที่ข้างหูเพื่อนรัก “ฉันว่าแอมแปร์ไม่ได้โดนแค่แฟนสวมเขาหรอก แต่ทั้งแฟนทั้งเพื่อนสนิทเลยล่ะ” 

“หา?!” จีถึงกับเบิกตาโพลงขณะร้องออกมาด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของฉัน 

จริงๆ นะแก ฉันว่าต้องมีเหตุการณ์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดบ้างล่ะงานนี้ โดยเฉพาะไอ้หัวม่วงเพื่อนสนิทหมอนั่นที่ชื่อรีพลีตน่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง จนยัยจีเริ่มหรี่ตาลงแล้วมองฉันด้วยสีหน้าแปลกๆ 

“แก…คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” 

“ก็เออสิ!” 

ฮ่าๆ ๆ ชักจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว คือเท่าที่ฉันรู้มา เพื่อนสนิทแอมแปร์มีสองคนใช่มั้ยล่ะ รวมแอมแปร์แล้วกลุ่มนั้นก็มีสามคน แล้วพวกนั้นก็รักกันมากเลยนะ คงไม่มีเรื่องอย่างที่แกคิดหรอก”  

อืม ฉันไม่น่าบอกยัยนี่เลยแฮะ บอกไปแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับฉันเหมือนพี่ขนมเข่งไม่มีผิด คอยดูเถอะ! ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมา ฉันคงพูดประโยคที่ว่า ก็ฉันบอกแล้ว จนเมื่อยปากเลยล่ะรับรอง 

“ไม่บ้านะ นี่ฉันพูดจริงๆ 

“แกนี่ท่าจะประสาทนะชา” 

“แล้วแกมีอะไรรับรองหรือเปล่าล่ะว่า สิ่งที่ฉันคิดไม่มีทางเป็นไปได้น่ะ” ฉันถามด้วยไม้ตายแล้วยักคิ้วให้จีอย่างเป็นต่อ 

“เอ่อ…หูยยย เล่นพูดแบบนี้ฉันจะไปเอาอะไรมารับรองได้ล่ะ ชิ” จีเบะปากเหมือนเด็กน้อยก่อนที่จะสะบัดบ๊อบแล้วเดินจ้ำอ้าวเพื่อหนีฉัน 

จีๆ ๆ แกฟังฉันก่อนสิ!” ฉันรีบก้าวฉับๆ ตามมาด้วยความว่องไว แล้วก็คว้าแขนเพื่อนรักเอาไว้ได้ในที่สุด 

“ก็ฟังไปแล้วไง แต่ฉันว่ามันดูไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนะชา รีพลีตนั่นน่ะเหรอ เฮ้อ!” จีทำหน้าเศร้าเหมือนไม่อยากจะยอมรับกับสิ่งที่ฉันบอก 

“เอาน่าๆ ฉันเองก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะมัดตัวรีพลีตแบบดิ้นไม่หลุดหรอกนะ ความจริงมีแต่ข้อสันนิษฐานด้วยซ้ำ”  

แต่เรื่องนี้แอมแปร์สงสัยเองเลยนะ! 

ว่าแต่ไอ้บ้านั่นจะเชื่อได้หรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแฮะ ก็เขามองคนอื่นผิดตลอด ฉันที่เป็นผู้หญิงแสนดี (เหรอ) ก็ดันมองว่าไม่ดี แต่กับยัยลิงหน้าวอกแฟนสุดรักสุดหวงที่เป็นชอบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ดันมองว่าเป็นคนดีซะงั้น มันน่าน้อยใจจริงๆ เลยว่ามั้ยล่ะ 

“ฉันว่านะ เอาเรื่องที่แน่ๆ เลยก็คือยัยลิงหน้าวอกนั่นแหละ” จีเสนอความเห็น  

หืม? หมายถึงอะไรเหรอ” 

“ก็ยัยลิงหน้าวอกกำลังสวมเขาให้แอมแปร์อยู่ไม่ใช่เหรอ เราก็เริ่มต้นที่ยัยนั่นดีกว่า แล้วเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่ายัยนั่นมีชู้จริงหรือเปล่า 

“มีแน่นอน! พันเปอร์เซ็น ฉันเอาหัวแอมแปร์เป็นประกันเลย” ฉันพูดด้วยเสียงหนักแน่นด้วยความมั่นใจ 

“เดี๋ยวนะ ผิดหัวหรือเปล่า 

“หัวไอ้บ้านั่นแหละถูกแล้ว อยากโง่เอง เหอะ!” ฉันเบ๊ปากด้วยความหมั่นไส้เมื่อนึกถึงหน้าแอมแปร์ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังมุมหนึ่งของอาคารโดยไม่ได้ตั้งใจเข้า “อ๊ะ นั่นมันยัยลิงหน้าวอกนี่ 

ฉันพยักพเยิดหน้าบอกยัยจี  

ไม่ว่าจะบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ คราวเคราะห์ของยัยลิงหน้าวอกมาถึงแล้วล่ะ! เพราะว่าฉันเห็นหล่อนทำตัวลับๆ ล่อๆ มองซ้ายมองขวาเหมือนคนทำความผิดมา หรือไม่ก็กำลังจะทำความผิด ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังอาคารเรียนรวมที่ฉันเพิ่งจะเดินออกมา 

“ไหน”  

จีถามพร้อมกับหันซ้ายหันขวาเพื่อหาเป้าหมายของเราสองคน แต่ฉันก็คว้าข้อมือยัยนี่ไว้แน่นแล้วลากให้เดินตามมาทันที แต่ด้วยความรีบร้อนของฉัน ทำให้เราสองคนเกือบชนกับใครบางคนที่เดินมาจากอีกด้านของตึก และกำลังจะตรงเข้าไปทางหลังตึกเหมือนกัน 

“เดินยังไงวะเนี่ย!” ฉันบ่นอุบ แต่ก็ไม่ทันได้ดูหรอกว่าเกือบชนใครเข้า เพราะสายตามัวแต่มองไปตรงไปตามทางนั้นเพื่อหายัยลิงหน้าวอกแต่ก็ไม่พบเลย  

หายไปจนได้! 

“ชาชง!” ผู้ชายที่ฉันเกือบจะชนเขาเมื่อครู่เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองเขาทันที แล้วก็ต้องเบิกตาโตเป็นไข่ไดโนเสาร์ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไร 

“รีพลีต!” ฉันเอ่ยชื่อเขาแล้วบีบข้อมือยัยจีแน่นเพื่อต้องการบอกเป็นนัยๆ ว่า บางทีสิ่งที่ฉันสงสัยมันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ เพราะเมื่อกี้ยัยพิมมีี่เดินหายเข้ามาทางนี้ แล้วรีพลีตก็กำลังจะเดินไปทางนี้อีกคน 

“ใช่ ฉันเอง…เธอมาทำอะไรตรงนี้เหรอ” เขาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติแบบนิ่งๆ ตามสไตล์ของเขา และมันก็ยิ่งทำให้ฉันสงสัยหนักขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้อยากจะโทรไปเรียกแอมแปร์มาตรงนี้เสียจริงๆ เลย มันจี๊ดจนอยากจะประกาศให้เขารู้เกี่ยวกับเรื่องชู้ๆ ชั่วๆ ของแฟนกับเพื่อนสนิทของตัวเอง 

แต่รีพลีตเนี่ยนะ 

เฮ้อ ฉันก็ไม่ได้เชื่อแบบสนิทใจหรอก เพราะเขาก็ดูเป็นคนดีอยู่ไม่น้อย แต่มันก็อดคิดไม่ได้  

“ฉันก็มาตาม…ตามเพื่อนฉัน…นี่ไง!” ฉันตอบพร้อมกับยกมือที่จับข้อมือของงยัยจีอยู่ชูขึ้นให้เขาดูเพื่อเป็นหลักฐาน แต่ผู้ชายหน้านิ่งตรงหน้ากับเผลอหลุดยิ้มออกมา 

“ยิ้มอะไรของนาย! ว่าแต่นายเถอะมาทำอะไรตรงนี้เหรอหืมมม” ฉันลากเสียงถามด้วยความไม่ไว้ใจ พร้อมกับหรี่ตาลงอย่างจับผิดชนิดที่ว่าไม่ปิดบัง แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่เดือดร้อนอะไรนัก  

หึ” เขาทำเพียงแค่หัวเราะหึในลำคอแล้วเหลือบมองยัยจีเล็กน้อย ก่อนจะกลับมามองฉันแล้วส่ายหัวเบาๆ จากนั้นก็เดินหนีเข้าไปตามทางเดินเล็กๆ หลังอาคารนี้ 

“ไปเร็วจี!” ฉันบอกอย่างรีบเร่งเตรียมจะเดินตามรีพลีตไป แต่ยัยจีก็ดันทำตัวแข็งขัดขืนไม่ยอมให้ความร่วมมือกับฉันซะอย่างนั้นแหละ 

“ไปไหน” 

“ก็รีบตามยัยลิงหน้าวอกกับไอ้หมอนั่นไปไง” ฉันนิ่วหน้าใส่เพื่อนตัวเองทันที เมื่อเห็นว่ายัยนี่กำลังทำให้ฉันเสียเวลาอันมีค่าไป 

“คือที่จริงฉันมีนัดประชุมของชมรมน่ะ แกไปคนเดียวได้หรือเปล่า” จีพูดเสียงเศร้าแล้วก้มหน้าทิ้งสายตาลงพื้น จนฉันต้องรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุด 

“เออๆ แกจะไปไหนก็ไปเลย จำไว้เลยนะ” ฉันปล่อยมือจีแล้วเดินสะบัดก้นออกมาจากตรงนั้นเพื่อจะตามพิมมี่กับรีพลีตไป 

จะทันมั้ยเนี่ย! 

ฉันเดินตามทางเดินเล็กๆ ด้านหลังอาคารมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาโผล่อยู่ที่ลานจอดรถ 

ลานนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย... 

โธ่เว้ย!” แล้วเมื่อไหร่ฉันจะหาหลักฐานได้สักที เมื่อไหร่จะหายซวยกันฮะยัยชาชง!  

ขวับ! 

“นาย!” ฉันยืนขยี้หัวตัวเองอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะหันขวับกลับไปทางด้านหลังแล้วก็พบกับไอ้หัวชมพูบานเย็นนามว่าฌอห์ณ ยืนอยู่ในระยะประชิด จนปลายจมูกของเราสองคนเฉียดกันไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ฉันผงะแล้วก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างกับเขาทันที ไอ้โรคจิตนี่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ทำไมฉันไม่ทันจะรู้ตัวเลย ถ้าเป็นงูต้องรัดคอแล้วฉกฉันตายไปแล้วแน่ๆ 

“ไง…มาทำอะไรเหรอ” ฌอห์ณถามแล้วยกยิ้มมุมปาก 

“ฉันควรจะถามนายมากกว่า มายุ่มย่ามหยุมหยิมอะไรกับฉัน โดนพี่ชายฉันเล่นงานไปเมื่อคราวที่แล้วยังไม่เข็ดใช่มั้ย” ฉันถามอย่างเซ็งๆ 

“ถ้าเข็ดแล้วฉันจะมายืนอยู่ตรงนี้เหรอ” ฉันไม่น่าถามมันเลยเนอะว่ามั้ยล่ะ 

“จริงสินะ…วันก่อนนายยังแอบปล่อยลมยางรถของแอมแปร์อยู่เลย นายนี่มันเลวจริงๆ เลยนะฌอห์ณ ไอ้ชั่วเอ๊ย” ฉันพูดแล้วพยักหน้ากับตัวเองก่อนที่จะแอบด่าฌอห์ณอย่างเนียนๆ ด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แต่ความจริงก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักหรอก ก็แค่คิดว่ามันชั่วอย่างที่พูดไปนั่นแหละ  

“ก็ไม่ต่างกับเธอเท่าไร่หรอกมั้ง เธอเองมันก็พวกชอบแย่งแฟนชาวบ้านไม่ใช่หรือไงวะ” เขาตอกหน้าฉันกลับด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย จนฉันถึงกับถลึงตาใส่เขาทันที 

“นี่!” 

“ทำไม หรือว่าไม่จริงล่ะ เขารู้กันทั่วแล้วว่าเธออยากได้ไอ้แอมป์ไปเป็นแฟนแค่ไหน” 

“จะแค่ไหนมันก็เรื่องของฉัน นายมาเกี่ยวอะไรด้วยไม่ทราบ” 

“ก็ไม่เกี่ยวหรอกนะ แต่ในฐานะของคนที่คอยชมละครน้ำเน่าเรื่องนี้อยู่ ฉันอยากจะบอกว่านักแสดงเรื่องนี้เล่นดีจริงๆ ทั้งพระเอกโง่ๆ ผู้หญิงแสนดี แล้วก็มือที่สาม…นี่ฉันกำลังชมเธออยู่นะชาชง ยิ้มหน่อยสิ” เขาพูดอย่างเย้ยหยัน 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอชมนายเหมือนกันที่เล่นสมบทบาทดีกว่าที่คิด บทบาทตัวประกอบที่เป็นหมาลอบกัด!” ฉันขึ้นเสียงใส่หน้าเขาจนเจ้าตัวเขม่นตามองฉันโดยความโกรธ มีสิทธิ์อะไรมาโกรธฉันล่ะ ในเมื่อเขาเป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อนแท้ๆ  

“ก็ถ้ามัวแต่เป็นคนดีแล้วโง่ ชีวิตคงหมดสนุกกันพอดี ฮะๆ” เขาพูดกลั้วหัวเราะแล้วหรี่ตาให้เล็กลงเพื่อมองมาที่ฉันเหมือนว่าเขารู้ทัน แต่ความจริงเขาไม่รู้อะไรเลยต่างหาก “เหมือนเธอไง…ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รักไอ้แอมป์สักเท่าไรหรอกนะ นอกเสียจากหาความสนุกให้ตัวเอง และคงยิ่งสะใจเข้าไปใหญ่ถ้าทำให้คนอื่นเขาเลิกกันได้”  

ใช่! ฉันจะสะใจมากถ้าแอมแปร์เลิกกับผู้หญิงตีสองหน้าคนนั้นได้ หึ ไอ้บ้าฌอห์ณไม่รู้อะไรอย่างที่ฉันคิดนั่นแหละ เรื่องดวงของฉันมันคงลึกซึ้งเกินกว่าที่คนหยาบคายแบบนี้จะรู้แน่ๆ แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องมารู้เรื่องของฉันด้วย 

“ฉันจะสะใจหรือไม่สะใจมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย” 

“ชาชง ไอ้แอมป์มันไม่สนใจเธอหรอก มาเป็นของฉันดีกว่าน่า” เขาบอกเสียงเย็นพร้อมกับเขยิบเข้ามาใกล้ฉันแล้วเอื้อมมือทั้งสองข้างหมายจะมาล็อกไหล่ของฉันเอาไว้ เหอะ! ไปเป็นของนายให้นายมากดหัวใช้เป็นข้อต่อรองกับพี่ขนมเข่งให้เขาทำตามที่นายต้องการน่ะเหรอ ฝันไปเถอะไอ้ชอนไช!  

“ไอ้บ้า! ออกไปนะเว้ย” ฉันแหกปากไล่พร้อมกับยกเท้าขึ้นมาหวังจะถีบผู้ชายหื่นกามคนนี้ออกไป แต่เขาก็ไวกว่าเพราะเจ้าตัวเบี่ยงตัวหลบได้ทันอย่างหวุดหวิด แต่สุดท้ายฌอห์ณก็ถูกใครบางคนผลักออกไปจากฉันโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว 

พลั่ก! 

“แอมแปร์!/ไอ้แอมป์!” ฉันกับฌอห์ณเรียกชื่อผู้มาใหม่พร้อมกันทันที ฉันรู้สึกดีใจอย่างประหลาดที่เป็นเขามาช่วยฉันเอาไว้ ส่วนฌอห์ณได้แต่ยืนกัดฟันตัวเองกรอดๆ แล้วจ้องแอมแปร์ด้วยความโกรธที่เข้ามาขัดจังหวะอีกแล้ว 

“แกยังไม่เลิกยุ่งกับชาชงอีกเหรอ” แอมแปร์เอียงคอแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ พร้อมกับถามเสียงเรียบ 

“แล้วจะทำไมวะ! ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับแกหรือไงถึงได้เป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้” 

“จะเป็นหรือไม่เป็น แกก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรบ้าๆ กับชาชง” แอมแปร์ยังคงน้ำเสียงนิ่งๆ เหมือนเดิม และสายตาคมกริบบาดใจสาวของเขานั้น ยังคงมองชายผู้ไม่หวังดีตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ฉันรู้สึกใจเต้นตึกตักยังไงก็ไม่รู้สิ ยามที่เขาปกป้องฉันแบบนี้มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมา  

“ห่วงกันเข้าไป ทำตัวติดกันเอาไว้ดีๆ ล่ะ เผลอเมื่อไหร่ฉันไม่ปล่อยแน่ หึ!” ฌอห์ณชี้หน้าพวกเราเหมือนเป็นการเตือน สำนึกไม่เคยมีจริงๆ เลยหมอนี่ เหอะ   

“แกนี่มันก็ตุ๊ดสมชื่อที่ฉันเรียกจริงๆ นั่นแหละ ลูกผู้ชายเขาไม่เล่นอะไรสกปรกกันหรอก” คือปากแอมแปร์ก็ไม่ได้เบาๆ เลยนะจะบอกให้ เพราะอย่างนี้ไง ฌอห์ณเลยไม่รามือจากเขาง่ายๆ น่ะ ฉันควรหายตัวไปจากตรงนี้หรือเปล่าเนี่ย ให้ตายเหอะ  

“เล่นสกปรกบ้าบออะไรของแก” ฌอห์ณขมวดคิ้วทันทีเหมือนโดนกล่าวหา แต่ฉันว่าเขาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องมากกว่า 

“ฉันว่าเรายังไม่ได้คุยกันเรื่องที่แกแอบมาปล่อยลมยางรถฉันนะ ทำไมเหรอ ชีวิตแกมันไม่มีอากาศหายใจจนต้องมาเอาลมยางไปใช้หายใจเลยหรือไง แล้วนี่ที่ลมแอบปล่อยเอาไปคงหมดแล้วสินะ วันนี้เลยโผล่หัวออกมาสูดอากาศธรรมชาติได้เนี่ย…ฟืดดด! ฮ้าสดชื่น แกรู้สึกเหมือนฉันมั้ยวะฌอห์ณ” แอมแปร์ทำท่าทางล้อเลียนผู้ชายหัวสีบานเย็นโดยการแกล้งสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นลมหายใจออกมาทางปากพร้อมกับทำหน้าตาปริ่มๆ กับอากาศที่รอบๆ ตัว ดูเหมือนตอนนี้ฌอห์ณจะกำลังโกรธจัดเลยนะ แต่ฉันกำลังกลั้นหัวเราะกับท่าทีกวนประสาทของแอมแปร์ 

ใครจะไปรู้ว่าเขากวนตีนได้มากกว่าที่คิด 

“แกมันก็สกปรกไม่ต่างจากฉันหรอก ลับหลังแฟนตัวเองก็มาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เหอะ! ฉันล่ะสงสารแฟนแกจริงๆ ว่ะ” 

“ไม่ต้องมาปั่นหัวฉันหรอก แกจะคิดยังไงก็ช่าง ฉันไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของคนอย่างแก” แอมแปร์ยักไหล่แบบไม่สนใจสุดๆ  

ฉันขอกรี๊ดดังๆ ให้แอมแปร์สักครั้งเถอะ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดพระเจ้าจอร์จทอดกล้วย! ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคฉลาดๆ ออกมาจากปากของผู้ชายที่ชื่อแอมแปร์ (มิเตอร์) สุดหล่อคนนี้ ให้ตายสิแม่เจ้าโว้ย  

หึ!” ฌอห์ณแค่นเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับมองฉันและแอมแปร์ด้วยแววตานึกสมเพช เยาะเย้ย ดูถูก เหยียดหยาม หรืออะไรก็ตามแต่ที่ไม่ใช่แววตาประสงค์ดีแน่นอน ก่อนที่เจ้าตัวก็เดินหนีออกไป 

“ไม่แน่จริงนี่หว่า โธ่เอ่อ…ขอบคุณนะที่มาช่วยฉันน่ะ” ฉันย่นจมูกใส่หลังฌอห์ณที่เดินออกไปไกลพอสมควรแล้วก่อนที่จะรู้สึกตัวแล้วหันไปพูดเสียงอ่อนกับแอมแปร์ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ 

อืม” เขาตอบรับอย่างไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก จนฉันอดไม่ได้ที่จะแกล้งปั้นหน้านิ่งเลียนแบบเขาแล้วทำปากเป็นคำว่า อืม โดยไม่ออกเสียง ก่อนที่จะเบะปากด้วยความหมั่นไส้ผู้ชายตรงหน้าี่ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะหันมาเห็นพอดี 

“เธอ!...เป็นโรคชักเหรอ ทำไมปากเบี้ยวอย่างนั้นล่ะ”  

ฉันถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองทันทีที่ได้ยินถามถามของแอมแปร์ ให้ตายเถอะพ่อคุณ แค่เบะปากเฉยๆ มากล่าวหาว่าฉันเป็นโรคชักเฉยเลย 

“บ้านนายสิ!” 

“ฮะๆ ๆ” เขาหัวเราะออกมาน้อยๆ ซึ่งฉันไม่ค่อยเห็นเท่าไร ก่อนที่จะปรับสีหน้าเป็นนิ่งๆ เหมือนเดิมแล้วถามเสียงเรียบว่า “แล้วนี่มายืนอ่อยอีท่าไหน ไอ้บ้านั่นมันถึงเข้ามาลวนลามน่ะ 

รู้อย่างนี้เมื่อกี้รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตอนเขาหลุดยิ้มแล้วหัวเราะก็ดีอะ ภาพถ่ายหายาก ว่าแต่เมื่อกี้เขาถามว่าไงนะ… 

ฮะอ่อย! 

อ๊ากกก! ไอ้ผู้ชายปากเสีย นายเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันนะแอมแปร์ ทำไมถึงได้พูดจาดูถูกและทำร้ายจิตใจของฉันแบบนี้ คอยดูนะ ฉันจะฟ้องพี่ขนมเข่งให้จัดการนาย ฮึ่ม! 

“ในชีวิตนี้ที่เกิดมา…ชาน้อยของพี่เข่งเค้ง(?) ก็อ่อยเป็นแต่นายคนเดียวนั่นแหละ”  

ฉันแกล้งแกล้งจีบปากจีบคอ พร้อมทั้งถือวิสาสะเข้าไปคล้องแขนแอมแปร์ แล้วเอาแก้มถูเบาๆ เหมือนลูกแมวน้อยกำลังอ้อน อยากว่าฉันดีนัก! ก็ทำประชดชีวิตมันไปเลยไม่เห็นจะเป็นอะไร ไหนๆ ยางอายที่หน้าฉันมันก็แทบไม่เหลือ ตั้งแต่รู้ว่าต้องมาแก้ดวงตกยี่สิบปีของตัวเองแล้วล่ะ  

เฮ้อ! เกิดเป็นชาชงนี่มันซวยแท้  

“ยี้!!~ ขนลุกนะยัยโรคจิต! ออกไป้!” แอมแปร์ทำท่าสยิวพลางแงะมือของฉันออกจากแขนตัวเองพร้อมกับดันหน้าฉันให้ออกห่าง ราวกับว่าฉันเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สามารถส่งต่อเชื้อโรคได้ เพียงแค่สัมผัสโดนผิวหนังอย่างนั้นแหละ 

“ชิ! ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่น่ะ” 

“บังเอิญเดินผ่านมาเฉยๆ” 

“แสดงว่าดวงเราสองคนสมพงษ์กันสุดๆ เลยล่ะ ที่นายเดินผ่านมาตอนที่ฉันมาอยู่ตรงนี้พอดี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แฟนนายก็มาก่อนฉัน แต่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แบบนี้เนี่ยยยย เขาเรียกว่าดวงไม่สมพงษ์ ไม่ใช่คู่กันแน่ๆ อะ” ฉันพลางพยักหน้าลงกับตัวเองแล้วมองหน้าแอมแปร์ที่กำลังเริ่มมีอาการตากระตุกเบาๆ  

“เธอเห็นพิมมี่เหรอ 

“ใช่ แฟนสุดที่รักของนายนั่นแหละ 

“เธอจะเห็นได้ยังไงในเมื่อวันนี้เขาไม่มาเรียนน่ะ!” แอมแปร์เริ่มพูดดัง ดูเหมือนเริ่มจะโมโหแล้วล่ะเพราะเขาต้องกำลังคิดว่าฉันใส่ร้ายยัยลิงหน้าวอกจากป่าดงดิบ(?)นั่นแน่ๆ 

“ฉันจำไม่ผิดแน่! แฟนนายเล่นไม่ซื่อแล้วล่ะแอมแปร์” ฉันมั่นใจมากว่ายัยนั่นมาเรียน เพราะเมื่อเช้ายังเอารูปที่ฉันยืมแฟนหล่อนไปเที่ยวมาหาเรื่องฉันอยู่เลย แต่ถ้าพูดเรื่องนี้แอมแปร์ก็คงไม่เชื่ออีกเหมือนเดิมแน่ๆ ล่ะ 

“เธอนั่นแหละที่เล่นไม่ซื่อ เลิกใส่ร้ายคนที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักทีเถอะ เหอะ ฉันไม่น่าช่วยเธอเลย น่าจะปล่อยให้ไอ้ฌอห์ณลากไปปล้ำซะ!” 

“นี่นาย!” ฉันถลึงตาใส่เขาที่กำลังมองฉันด้วยหางตา 

“ยัยบ้าเอ๊ย” 

จริงๆ นะเว้ย! ฉันไม่ได้โกหกนายเลยแอมป์ นายนี่น่าสงสารจังที่โดนแฟนหลอกสวมเขาน่ะ เอาแบบนี้สิ เลิกกับยัยนั่นแล้วมาคบกับฉันซะ 

“ตลกเหอะ!” เขาเอ่ยเสียงดังแล้วพ่นลมหายใจออกมาก่อน่จะเดินหนีฉันไปทางอื่น ซึ่งฉันก็รีบเดินตามเขามาอย่างทันท่วงที 

เอาวะ!  

ในเมื่อวันนี้โชคไม่เข้าข้าง เพราะความซวยมันบังเอิญมีมากกว่าก็เลยตามไปจับผิดยัยพิมมี่ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็มาตามก่อกวนหัวใจแอมแปร์แก้ขัดไปก่อนละกัน เผื่อมันจะเป็นอีกทางที่ช่วยให้เขารีบเลิกกับยัยนั่นไวๆ นี่ฉันทำอะไรหวังผลนะบอกเลย  

หวังสูงด้วย! 

“เป็นปลิงหรือไง ตามติดอยู่ได้” 

“ก็…นายเป็นเบ๊ฉันนี่ ลืมไปแล้วเหรอ” เมื่อนึกเรื่องเบ๊ขึ้นมาได้ฉันจึงยกขึ้นมาอ้างทันทีพร้อมกับยืดตัวขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย  

“ชาติที่แล้วฉันทำกรรมอะไรไว้วะ ถึงได้มาเจอกับยัยโรคจิตอย่างนี้เนี่ย” แอมแปร์บ่นพึมพำกับตัวเองแต่มันก็ดังพอที่ฉันจะได้ยินทุกคำพูดของเขา 

นี่ฉันดูเหมือนโรคจิตมากเลยเหรอถามจริง 

ก็ว่าไม่...นะ 

“ไอ้แอมป์! ฉันก็เดินตามหาตั้งนาน ที่แท้ก็อยู่กับชาชงนี่เอง” ซีริกต์ที่วิ่งมาจากทิศไหนไม่รู้พุ่งตรงเข้ามาประชิดตัวแอมแปร์แล้วพูดเสียงหอบ ไม่วายหันมายิ้มยิงฟันให้ฉัน 

“หาทำไม” แอมแปร์ถามด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงๆ นิดหน่อย คือเพื่อนตามหาตัวนี่ไม่คิดจะดีใจเลยใช่มั้ยเนี่ย ไม่ดีหรือไงที่เขาสนใจน่ะ เฮ้อ! ไอ้ผู้ชายคนนี้นี่มันอะไรกันนะ 

“ก็จะชวนไปกินข้าวไง 

อ๋อ อืม ไปสิ…แล้วไอ้พลีตล่ะ” แอมแปร์ที่กำลังจะก้าวขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกถึงเพื่อนอีกคนขึ้นมาได้ ซีริกต์หันซ้ายหันขวาเหมือนต้องการจะหารีพลีต แต่เมื่อไม่พบเขาก็ยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ ทำท่าครุ่นคิดแล้วก็ดูเหมือนจะไม่ได้คำตอบอะไรเลย 

“เอ่อ…เออว่ะ ไปไหนวะ ตอนแรกยังเดินด้วยกันอยู่เลย แล้วมันหายไปตอนไหนไม่รู้จำไม่ได้แล้วอะ” เอิ่ม…แสดงถึงความใส่ใจคนรอบข้างเป็นอย่างมากเลยนะซีริกต์ (ประชด) เมื่อกี้เพิ่งเห็นว่าสนใจเพื่อนไปอยู่หยกๆ  

ฉันมองซีริกต์ที่ยังทำหน้างงๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมามองแอมแปร์ที่ดูจะมีสีหน้ากังวลไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองฉันเหมือนกัน 

“ก็บอกแล้วว่าเห็น…” ฉันพูดลอยๆ แล้วกลอกตาไปมา 

“เธอเห็นอะไรเหรอ” ซีริกต์ถามอย่างสนใจ 

“ยัยพะ…พลีต เอ่อ ฉันเห็นรีพลีตน่ะ เมื่อกี้เหมือนจะเห็นเขาอยู่ตรงทางเดินหลังอาคารนั่น แล้วก็หายไปไหนไม่รู้” ฉันตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปยังทางเดินเล็กๆ หลังตึก ซึ่งฉันกับแอมแปร์เพิ่งเดินกลับออกมา นี่ถ้าแอมแปร์มาเร็วกว่านี้ เขาก็อาจจะเจอเพื่อนของตัวเอง ดีไม่ดีอาจจะได้เห็นยัยพิมมี่นั่นด้วย ฉันไม่ได้ตาฝาดจริงๆ นะ  

“สงสัยไปทำธุระล่ะมั้ง เราไปกันเถอะ ท้องฉันร้องนับครั้งไม่ถ้วนแล้วเนี่ย” ซีริกต์ทำน้ำเสียงและสีหน้าท่าทางโอดครวญพลางเอามือกุมท้องของตัวเอง 

“ฉันไปด้วย!” ฉันยกมือขึ้นแสดงตัวทันที 

“ไม่ได้เชิญ” เป็นสามคำของแอมแปร์ที่แทงทะลุหัวใจมากๆ แต่ไม่เป็นอะไรค่ะ…ชาชงทนได้ (กัดฟัน) 

“ถ้าเธอไปแล้วจะกินอร่อยเหรอ เดี๋ยวไอ้แอมป์ก็พาพิมมี่ไปด้วย” 

“มี่ไม่มา” แอมแปร์ตอบสั้นๆ พลางเหลือบมามองฉันอย่างขัดใจเล็กน้อย คงเคืองเรื่องที่ฉันบอกว่าเห็นยัยนั่นล่ะสิ เฮอะ! เมื่อเช้าฉันก็เจอระยะประชิดด้วยซ้ำ ไม่อยากจะบอก อะโธ่เอ๊ย 

“บ้าแล้ว ฉันว่าฉันเห็นพิมมี่แว็บๆ 

แว็บๆ เลยเหรอ คนหรือผีเนี่ย ฮ่าๆ ๆ…ฮะๆ เฮือก! อึก…หึๆ ๆ” ฉันแกล้งพูดแซวแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ แต่ก็ต้องหุบปากทันทีเมื่อหันไปเจอสายตาดุๆ ของแอมแปร์เข้า 

“ไม่มาก็คือไม่มา ไปเถอะ!”  

แอมแปร์ตัดบทไม่ให้ยืดเยื้อ แล้วเดินตัวปลิวนำไปก่อนใครเพื่อน จนฉันกับซีริกต์หันมามองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้ แล้วระหว่างทางเดินที่เราจะออกไปกินข้าวที่หน้ามหาวิทยาลัยนั้น ฉันก็โทรไปชวนพี่ขนมเข่งให้มากินด้วยกัน โชคดีที่พี่แกเลิกเรียนพอดี เลยบอกว่าเดี๋ยวจะรีบตามออกมา 

ฉันว่าเรื่องวันนี้มันชักจะเข้าเค้ายังไงชอบกลแล้วล่ะ! 

พิมมี่ รีพลีต อ๊ะ! ชื่อคล้องจองกันซะด้วย เหมือนแอมแปร์กับชาชงเลย (ตรงไหนวะ) 

ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วสองคนนั้นกำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่ ถึงแอมแปร์จะไม่สนใจ แกล้งโง่! แกล้งไม่ใส่ใจ!!! ก็ช่างศีรษะของเขาไปเถอะ ฉันบอกแล้วยังไงล่ะว่าจะจัดการเอง ไหนๆ ดวงก็มาซวยที่ฉัน มันก็ต้องลำบากตัวเองแบบนี้แหละ แต่เพื่อชีวิตที่สดใสรุ่งโรจน์ของตัวเองแล้ว… 

ฉันจะไม่ทน! 

ไม่ทนให้แอมแปร์โดนสวมเขาไปตลอดหรอก หึๆ  

เกิดเป็นเนื้อคู่มันก็ต้องช่วยเหลือกันแบบนี้แหละ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนฉันดิ้นรนอยู่คนเดียวก็เถอะนะ  



          





- TO BE CONTINUED -




 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1126 TiNa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 20:04
    นี่ไม่ได้คิดอะไรกับแอมแปร์มิเตอร์จริงๆใช่ไหมเนี่ย ชงชา ทุ่มทุนสร้างซะขนาดนี้
    #1,126
    0
  2. #1083 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 14:26
    โอ้ววว เราว่าไม่ชอนไชก็รีพลีทที่
    เป็นผู้ต้องสงสัย แต่เราสงสัยรีมาก
    กว่านะ -..- ชาชงสืบให้รู้เร็วๆนะ!
    #1,083
    0
  3. #1082 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 14:05
    เหยยย รีพลีทเนี่ยนะ เราว่ามาจับผิดเหมือน
    ชาชงมากกว่า...มั้ง ยังไงๆเราว่าอาจจะไม่ใช่
    รีพลีทหรอก อิตาชอนไชยังเป็นไปได้กว่าเยอะ = =^
    #1,082
    0
  4. #1030 radioactive (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 22:02
    0-0 พิมมี่ รีพลีท ชื่อก้คล้องจองกันดีอยู่นะ ^^
    #1,030
    0
  5. #1009 Palaioyy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 01:55
    จะเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจริงๆอ่อ โอ้ววววววววววว 
    #1,009
    0
  6. #496 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 22:32
    ขำชางชงอ่ะ มุกเธอปล่อยมาหมด 5555555555 ตกลงเป็นรีพลีทจริงๆ รึเปล่า ทำไมจีเพื่อนนางต้องทำท่าทางแปลก ๆ =.=
    #496
    0
  7. #388 khun_pc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 19:47
    เอ๊ะ!ยังไงเนี่ย
    #388
    0
  8. #352 sonia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 21:13
    อยากซื้อแปปทีน 2 โหล แบรนซุปไก่อีก 1 โหล ให้แอมแปร์กินซะ จะได้ฉลาดไฉไลกว่านี้

    555555555555

    #352
    0
  9. #336 Berlity (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 05:08
    แอมจะแกล้งโง่ทำเพื่อ?
    55555
    ฮานางเอกดีเนอะ คิดเอง เออเองตามเอง เสร็จสรรพ
    บร๊ะเจ้าจริงๆ
    #336
    0
  10. #307 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 09:11
    สนุกมากเถอะ แอมป์โง่จริงหรือ แกล้งโง่
    #307
    0
  11. #285 CrazY_EeaRn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 17:20
    เราจะเชื่อนะว่ารีพลีทเป็นคนดี ไม่หักเหลี่ยมแอมแปร์หรอกม้าง ToT
    พิมมี่น่าสงสัยอ่ะ รีพลีทคงไม่มีอะไรหรอก (จริงๆนะ)
    อยากรู้ความจริงอ่ะ! เดาแล้วมันลุ้น ><
    #285
    0
  12. #272 - ดีเลย์ ? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 12:12
    เห็นด้วยกับ คห. 272 นะ เพราะตอนนั้นรีพลีทอาจจะเดินมากับเซริกต์ แล้วปลีกตัวออกมาตอนเห็นพิมมี่ทำท่าลับๆ ล่อๆ ก็ได้ แต่ถึงยังไงก็น่าสงสัยอยู่ดี -_-
    #272
    0
  13. #270 nasnatHear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 12:35
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ><
    #270
    0
  14. #269 riren (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 22:07
    อ่าน คห 272 ละบรรลุเลย ช่างวิเคราะห์ได้เจ๋งอ่ะค่ะท่าน
    ตอนนี้อ่านละฮามาก หลายช่วงเลย
    นางเอกเราก็ไม่ลดละจริงๆ 555555
    พระเอกนี่ก็ ไม่ยอมรับความจริงจริงๆตามไรเตอร์บอกนั่นใช่เลย - -
    #269
    0
  15. #268 เจน เจน เจน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 19:33
    วันไหนชาชงเลิกตื้อแล้วจะรู้สึกหึหึ-....-

    แล้วจะมีวันนั้นไหม5555555555
    #268
    0
  16. #267  PrainPrelatyz  (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 23:53
    ชาชงนี่ตื๊อเก๊งเก่ง!! ส่วนแอมแปร์นี่ก็ไม่ยอมรับความจริงซะที

    พม่าน่าสงสัย รีพลีทก็น่าสงสัย

    สรุป...



    เซริกต์ผิดสินะ

    (เซริกต์ :: อ้าว!! ผมเกี่ยวไรอ่า O.o!!)
    #267
    0
  17. #266 Nickh toon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 22:21
    อยากอ่านต่อแล้วอ่ะ ^^ รอน้า
    #266
    0
  18. #265 heartless girl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 22:04
    อัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ
    #265
    0
  19. #264 jenyn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 20:30
    ฌอนกะพิมมี่ชัวร์ ส่วนรีพลีทน่ะคอยจับผิดยัยพิมมี่แน่ๆ
    #264
    0
  20. #262 Lächeln (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 17:28
    พิมมี่กับรีพลีทน่าสงสัย แอมแปร์ก็ทึ่มเกิ๊นนนน
    #262
    0
  21. #261 mooklaughed; (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 16:13
    พิมมี่แกลักลอบแอบคบกับรีพลีทใช่มั้ยหา!!
    เลวเลวเลว เลิกโง่สักทีเถอะแอมแปร์ 
    เดี๋ยวแม่จะตบซ้ายตบขวาให้หายโง่เลยดีม้ัย?
    อุ้ย!ขอโทดค่ะอินไป//โดนถีบ.
    ....................................

    รอตอนต่อไปนะคะ รอวันแอมแปร์ฉลาดค่ะ-0-;
    #261
    0
  22. #260 lalalala (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 13:54
    พิมมี่ รีพลีท ชื่อคล้องกันจริงๆด้วย

    สงสารแอมแปร์ โดนสวมเขาตั้งหลายรอบละ

    เอาใจช่วยชาชงให้แย่งพระเอกมาให้สำเร็จ5555

    อัพไวๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #260
    0
  23. #259 น้ำหวาน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 13:26
    นั่นสิ รีพลีทอาจจะมีแผนอะไรอยู่ก็ได้ มาต่อไวๆนะคะ อ่านแล้วก็หมั่นไส้แอมป์ :'(
    #259
    0
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. #257 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 05:31
    รีพลีทกะจีแน่ๆ >.< ส่วนพม่าต้องกับชอนไช 5555 รีบอัพนะคมันส์มาหกหห
    #257
    0