[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 12 : (Re-write) ♥ Chapter 11 สร้างความร้าวฉานคืองานของฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

CHAPTER 11

- สร้างความร้าวฉานคืองานของฉัน -







          “ชาชง…ชาชง…”  

เสียงกระซิบของใครบางคนดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้ฉันต้องพยายามฝืนร่างกายที่อ่อนแรงแถมยังปวดหัวตุบๆ เพื่อลืมเปลือกตาอันหนังอึ้งขึ้นมา 

ใครเรียกวะ 

“หืม?”  

ฉันปรือตาด้วยความยากลำบาก พยายามจะยกหัวตัวเองขึ้นมาจากอะไรบางอย่างที่พิงอยู่ แต่ก็รู้สึกว่าตอนนี้หัวมันหนักกว่าปกติมาก 

“ไหวหรือเปล่า ไม่ไหวก็พิงไปก่อน”  

เสียงทุ้มนุ่มที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดของเขาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมือที่เอื้อมมาดันหัวฉันเบาๆ ให้แนบลงที่เดิม ซึ่งพอฉันเหลือบมองก็พบว่าเป็นไหล่ของเขานั่นเอง… 

“เราอยู่ที่ไหนเหรอแอมแปร์” ฉันถามด้วยเสียงโรยแรง อีกทั้งความรู้สึกปวดหนึบที่หัวก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

“บนกระเช้าชิงช้าน่ะ ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ซ่อมเครื่องเสร็จแล้วเหมือนกัน เรากำลังจะได้กลับลงไปข้างล่างแล้วนะ”  

ฉันคิดไปเองหรือเปล่านะว่า ตอนนี้เสียงของแอมแปร์ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนที่พูดกับฉันตอนปกติ หากแต่มันเป็นน้ำเสียงแบบเดียวกันกับที่เขาพูดกับผู้หญิงคนนั้น… 

ผู้หญิงที่เขารัก… 

อืม ฉันปวดหัวจังเลย” 

“ไหวหรือเปล่า” 

ตอนนี้รู้สึกว่าชิงช้าจะหมุนพากระเช้าที่ฉันกับแอมแปร์นั่งมายังจุดเริ่มต้นแล้วนะ เขาเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอีกครั้ง ซึ่งคิดว่าฉันไม่ได้คิดไปเองแล้วล่ะ แววตาที่ดูแปลกไปของเขาเหมือนกับว่ากำลังเป็นห่วงฉันอย่างนั้นแหละ  

“วะ…ไหว…” ฉันตอบก่อนที่จะค่อยๆ ลุกขึ้นเพื่อจะออกไปจากกระเช้า แต่แล้วก็เหมือนโลกหมุนจนน่าเวียนหัวทำให้ฉันเซถอยหลังกลับไปนั่งอยู่ที่เดิม มือไม้ก็ปัดป่ายฟาดไปโดนแอมแปร์ด้วย 

“ใจเย็นๆ สิ เอาอย่างนี้นะ เดี๋ยวฉันออกไปก่อนแล้วเธอก็…ขี่หลังฉันไปแล้วกัน”  

พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วเอาเสื้อช็อปมาคลุมไหล่ฉันเอาไว้ก่อนที่ตัวเองจะลุกออกไปด้านนอก เขาหันหลังให้ฉันแล้วย่อตัวลงรออยู่ตรงประตูของกระเช้า ฉันจึงค่อยๆ ลุกขึ้นเอามือเกาะลูกกรงข้างๆ ในที่สุดก็เอาแขนทั้งสองข้างของตัวเองกอดคอเขาเอาไว้ได้ แล้วเอาตัวขึ้นมาแปะอยู่บนหลังของแอมแปร์เป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับที่เขาเอาแขนมารองรับน้ำหนักที่ขาทั้งสองข้างของฉัน 

“เกาะแน่นๆ นะ”  

เขาบอกก่อนที่จะค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วพาฉันเดินออกมาจากตรงนั้น ฉันหลับตาลงด้วยความมึนหัวก่อนซบหน้าลงบนไหล่ข้างหนึ่งของอีกฝ่าย ดูเหมือนเขาจะชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร คนตัวสูงทำเพียงเดินต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้น รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกเขาปล่อยให้ลงมานั่งจุมปุ๊กอยู่ในรถซะแล้ว เขาคาดเบลท์ให้ฉันก่อนที่จะปิดประตูลง ไม่นานนักเจ้าของรถก็ขึ้นมานั่งประจำที่คนขับข้างๆ กับฉัน 

“เป็นไงล่ะ อยากเล่นดีนัก ไข้ขึ้นแล้วยัยตัวยุ่ง” เสียงของเขาบ่นอะไรงึมงำๆ ที่ฉันฟังไม่ค่อยถนัดเท่าไรเพราะกำลังปวดหัวอย่างรุนแรง แต่ไม่นานนักก็รู้สึกได้ถึงรถที่นั่งอยู่กำลังเคลื่อนตัวออกมาตามทาง  

จะว่าไปแล้ว เหมือนฉันกำลังจะไม่สบายเลยแฮะ 

 

             แปะๆ! 

ฝ่ามือของใครบางคนตบแก้มฉันเบาๆ และมันก็สร้างความรำคาญใจให้แก่ฉันเป็นอย่างมาก กล้าดียังไงมาตบหน้าชาชงฮะ! 

“อย่ายุ่งน่า” ฉันบอกอย่างรำคาญพลางปัดมือนั้นออกไป ทั้งๆ ที่ตาก็ยังคงปิดอยู่ 

แปะๆ! 

“พี่เอง…” 

แน่ะ! ยังไม่เลิกกวนฉันอีก  

“มาพี่องพี่เองอะไรกัน บอกว่าอย่ากวนไงวะ!”  

ฉันปัดมือคนก็ก่อกวนออกไปอีกกครั้งแล้วพลิกตัวหนี แต่ดูเหมือนฉันจะพลิกผิดฝั่ง หรือผิดอะไรก็ตามแต่เพราะมัน… 

ตุ้บ!!! 

“โอ๊ย!~”  

ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บจนอาการปวดหัวแทบจะมลายหายไปเลยล่ะ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่า ตัวเองนอนอยู่บนพื้นของที่ไหนสักแห่ง เพราะฉันสบตากับฝ้าเพดานสีขาวเข้าเต็มๆ ก่อนที่จะมองสำรวจรอบตัวแล้วก็พบว่า… 

นี่คือบ้านฉันเอง 

“ละเมอหรือเปล่าวะ” เสียงของพี่ขนมเข่งดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของเขาที่ชะโงกเข้ามาอยู่ในรัศมีการมองเห็นของฉัน 

“นั่นน่ะสิครับ หรือไข้ขึ้นจนเพี้ยน” และนี่ก็เป็นเสียงของแอมแปร์ที่ดังตามมา ก่อนที่ใบหน้าหล่อๆ นั้นจะเข้ามาอยู่ในกรอบการมองเห็นของฉันด้วยอีกคน 

ฮ้า! ให้ตายสิ ทำไมโลกมันหมุนๆ อย่างนี้วะเนี่ย 

“เจ็บหัวจังเลย” ฉันบ่นอุบพร้อมกับพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งโดยหันหลังพิงโซฟา ก่อนที่จะเอามือจับหัวตัวเองแล้วก็ลดต่ำลงไปจับที่หลังแล้วก็ก้นตามลำดับ “เจ็บหลัง…แล้วก็เจ็บตูดด้วย! โอยยย~”  

เพราะกลิ้งตกโซฟาเมื่อกี้แท้ๆ เลย ไม่มีใครซวยเกินฉันแล้วนาทีนี้ 

“ไม่ละเมอแล้วล่ะ…หมดสภาพความเป็นหญิงไทยหมดเลยน้องกู” พี่ขนมเข่งพูดอย่างเอือมระอาก่อนที่จะลุกขึ้นไปนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กทางขวามือของฉัน พร้อมๆ กับแอมแปร์ที่ไปนั่งทางฝั่งซ้ายมือ 

“นี่ฉันกลับมาบ้านได้ยังไงเนี่ย จำได้ว่าเล่นชิงช้าสวรรค์อยู่” แล้วจากนั้นฉันก็ก็อะไรต่อล่ะเนี่ยเก็บข้อมูลจากแอมแปร์ป้ะ? แล้วก็นึกไม่ออกแล้วแฮะ 

ดูเหมือนฉันจะตกจาก (ชิงช้า) สววรค์แล้วมั้ง 

“ไอ้แอมป์พากลับมาน่ะสิ ได้ข่าวว่าเปียกฝนจนไข้ขึ้น…นี่สุดหล่อของเรื่องลงทุนแวะซื้อยาลดไข้ก่อนเข้าบ้านให้แกด้วยนะเว้ย เป็นบุญหัวแล้วไอ้น้องรัก” พี่ขนมเข่งพูดจ้อพลางพยักพเยิดหน้าไปทางถุงยาที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าฉัน 

ฉันมองถุงยานั่นแล้วอมยิ้มออกมาก่อนที่จะหันไปขอบคุณแอมแปร “ขอบคุณนะเบ๊” 

คนถูกเอ่ยถึงด้วยสรรพนามที่ไม่เข้าหูแบบนั้นทำหน้าบูดทันทีที่ฉันพูดจบ ทำไมล่ะ? ฉันขอบคุณแล้วเขาก็ควรจะดีใจไม่ใช่หรือไง บ้าจริง  

“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนล่ะกันนะครับ” แอมแปร์หันไปบอกพี่ชายฉัน และหลังจากที่คนแก่สุดในนี้พยักหน้าลงเรียบร้อยแล้วเขาก็ลุกออกไปทันทีโดยไม่กล่าวล่ำลาฉันสักคำ แม้แต่หางตายังไม่แลลงมายังชาน้อยที่นั่งเจ็บตูดอยู่บนพื้นนี่เลย 

หยิ่งจังเลยนะ แหม…ไอ้แอมแปร์มิเตอร์เอ๊ย!! 

“ไอ้ขี้เก๊ก!” ฉันตะโกนไล่หลังเขาไป ก่อนเหลือบไปมองพี่ชายตัวดีที่นั่งกลั้นหัวเราะอยู่ “ขำอะไรพี่เข่ง อยากโดนดีเหรอวะ”  

ฉันถามอย่างหาเรื่องก่อนที่จะค่อยๆ ยันตัวเองจากพื้นแข็งๆ ขึ้นมานั่งบนโซฟานุ่มนิ่มแทน 

“หน็อยยยโดนดีอย่างนั้นเหรอ…เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ไอ้ชงชาเอ๊ย หึ!” 

“ชาชง!” 

“เออๆ ฉันทำข้าวต้มไว้ให้แกแล้วอยู่ในครัวน่ะ ไปกินซะ แล้วก็กินยาที่ไอ้แอมป์ซื้อให้ด้วย” เขาพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าเหมือนจะเดินออกไปนอกบ้าน  

ฉันเลยอดถามไม่ได้ว่า “อ้าว แล้วพี่เข่งจะไปไหนอะ 

“จะกลับไปริกกี้น่ะสิครับน้อง พอดีวันนี้เพื่อนเก่าจะมาคุยเรื่องอะไหล่รถตอนดึกๆ เมื่อกี้เกือบจะโทรไปเลื่อนมันแล้วแต่แกฟื้นพอดี” 

“แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันฟื้นไม่ฟื้นอะ 

เอ้า! แกรู้มั้ยว่าฉันรีบแว้นมอเตอร์ไซค์ของน้องที่ริกกี้ เพื่อกลับมาดูอาการแกทันทีที่ไอ้แอมป์โทรไปบอกเลยนะ เพราะกลัวรถติดแล้วที่รักของฉันจะพามาถึงช้า ซึ่งตอนนี้แกฟื้นแล้วก็ทำหน้าที่เฝ้าตัวเองแทนฉันไปละกัน ทำตามที่ฉันบอกให้เรียบร้อยแล้วก็ไปอาบน้ำนอนตีพุงซะนะจ๊ะ ฉันคงกลับดึก…มาก!” 

“เอ่อ…” 

“เดี๋ยวฉันล็อกประตูบ้านประตูรั้วเองไม่ต้องห่วง”  

พูดจบพี่ชายตัวดีก็เดินสะบัดตูดตัวปลิวออกไปทันที ก่อนที่ประตูบ้านจะปิดลงต่อหน้าต่อตาฉันพร้อมกับเสียงดัง แกร๊ก! จากการล็อกประตูทางด้านนอก  

นี่ตกลงพี่ชายเขาเป็นห่วงจริงๆ ใช่มั้ย น้องป่วยก็ให้น้องเฝ้าตัวเองแบบนี้ก็ได้เหรอ  

หรือเป็นห่วงเรื่องอะไหล่รถฮ่วย! 

แกร๊ก! 

“ไอ้ชง! ฉันรู้ว่าวันนี้แกมี Something กับเบ๊ของแก พรุ่งนี้เล่าให้ฟังด้วย…ฉันเปล่าอยากรู้นะ แต่ฉันรู้ว่าแกอยากเล่า Bye!”  

พี่ขนมเข่งเปิดประตูเข้ามาอีกครั้งก่อนจะพูดอย่างรวดเร็วพร้อมกับทำสำเนียงฝรั่งขั้นเทพของตัวเอง ทำให้ฉันที่กำลังจะทึ้งหัวตัวเองอยู่ถึงกับต้องหยุดชะงักเพื่อฟังแล้วอ้าปากพะงาบๆ โดยไม่ทันจะได้ตอบโต้อะไรเพราะทันทีที่เขาพูดจบ พี่ชายตัวดีก็ปิดประตูกลับออกไปอีกครั้ง  

วู้ว! มาเร็ว เคลมเร็วจริงๆ เลย 

ไอ้พี่ขี้เสือก ชิ...แอมแปร์นะแอมแปร์ ตอนอยู่บนชิงช้ายังเล่าเรื่องตัวเองให้ฉันฟังดีๆ อยู่เลย ฮึ่ยแล้วนี่มาถึงตาพี่เข่งก็อีกคน ชอบทำตัวให้น่าหงุดหงิด ไอ้พวกผู้ชายบ้า!” ฉันพาลไปเรื่อยพลางเอามือนวดขมับไปด้วยเพราะอาการปวดหัวเริ่มกลับมาเล่นงานอีกครั้ง 

อย่างน้อยวันนี้แผนการลับกระชับความสัมพันธ์ของพี่ขนมเข่งสุดที่รักของฉันก็คืบหน้าไปได้เยอะ เอ่อ…มันเรียกว่าเยอะหรือเปล่านะ? บอกว่าเล็กน้อยดีกว่า ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเอง เฮ้อ!  

ยังไงหมอนั่นก็ต้องเป็นเบ๊ให้ฉันไปอีกสามเดือนล่ะน่า! 

ฉันให้กำลังใจตัวเองก่อนลุกขึ้นยืน หวังจะเดินเข้าครัวเพื่อจะไปตักข้าวต้มจากฝีมือของพ่อครัวประจำบ้านอย่างพี่ขนมเข่งมากิน พี่ชายฉันนี่เก่งไปซะทุกเรื่องเลยเนอะว่ามั้ย ดูตรงข้ามกับฉันโดยสิ้นเชิง นี่บอกเลยว่าที่ได้ใกล้ชิดกับแอมแปร์ทุกวันนี้ ก็เพราะได้บารมีพี่ขนมเข่งคุ้มกะลาหัวอยู่นี่แหละ 

เอ๊ะ...  

ยังไม่ทันที่ฉันจะเดินไปไหน สายตาอันว่องไวก็เหลือบไปเห็นสิ่งแปลกปลอมที่พาดอยู่บนพนักพิงของโซฟาตัวที่ฉันนั่งอยู่เมื่อกี้ เมื่อเพ่งพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็พบว่า มันคือเสื้อช็อปของแอมแปร์ที่เขาใช้กันฝนตอนที่เราติดอยู่บนชิงช้าสวรรค์นั่นเอง ถ้าเขาไม่ลืมเอากลับไปก็ต้องตั้งใจทิ้งไว้ให้ฉันซักชัวร์ๆ มันต้องเป็นอย่างที่ฉันคิดสักข้อนี่แหละ  

ไหนๆ เสื้อเจ้ากรรมนี่ก็อยู่บ้านฉันแล้วก็ซักให้หน่อยละกัน วันนี้เขาตามใจฉันมาเยอะแล้วนี่นะ คิดไปคิดมาฉันมันก็ซวยจริงๆ นั่นแหละ แล้วนี่ก็ลากแอมแปร์มาซวยเป็นเพื่อนด้วยอีกคน เฮ้อ! 

เมื่อไหร่นายจะยอมมาเป็นแฟนฉันสักทีฮะ เล่นตัวจริงๆ เลย เดี๋ยวแม่ก็จับปล้ำซะหรอก  

หลังจากที่ฉันกินข้าวต้มเอาแรงแล้วเรียบร้อยก็กินยาลดไข้ที่แอมแปร์ซื้อมาให้ ความจริงตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ตัวร้อนหรืออะไรหรอก แค่มึนๆ อึนๆ นิดหน่อย แต่ตากฝนมาแบบนั้นกินกันเอาไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน ถ้าป่วยขึ้นมาจริงๆ ฉันคงหงอยไปหลายวันแน่ๆ 

ทีนี้ก็ได้ฤกษ์ซักเสื้อให้เขาแล้วล่ะ ไฟท์ติ้ง! (เหมือนมันจะออกไปรบ) 

 


เช้าวันใหม 

วันนี้ฉันกับพี่ชายคนเก่งมีเรียนตอนเช้าเหมือนกัน เราก็เลยรีบจรลีออกจากบ้านมาตั้งแต่ไก่โห่เพื่อแวะหาอาหารเช้านอกบ้านกินด้วย แล้วเวลานี้เองที่ฉันถือโอกาสเล่าเรื่องสวีตแบบเบาๆ ของฉันกับแอมแปร์ที่งานวัดเมื่อคืนให้เขาฟัง พี่ขนมเข่งบอกว่าถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่แอมแปร์เล่าเรื่องของตัวเองกับฉัน เพราะปกติหมอนั่นจะไม่พูดหรอกถ้าไม่ซี้จริงๆ 

เออ พี่เข่ง…พี่ว่ารีพลีตกับยัยพิมมี่จะมีสัมพันธ์อะไรลับหลังแอมแปร์หรือเปล่าอะ”  

ฉันถามขึ้นก่อนจะตักต้มเลือดหมูเข้าปาก ความจริงเมื่อกี้ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้พี่ขนมเข่งฟังหรอก แค่พูดตัดๆ ไปว่ามีผู้ชายเข้ามาคุยพิมมี่เฉยๆ 

พรวด!!! 

“แคกๆ ๆ! คิดได้ไงเนี่ย”  

พี่ขนมเข่งที่กำลังเคี้ยวข้าวอย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มตุ่ยถึงกับพ่นเอาของที่อยู่ในปากออกมาทันทีแล้วมันก็เปื้อนโต๊ะไปหมด ดีนะที่มันกระเด็นระยะสั้นๆ แค่ตรงหน้าคนทำ ไม่ถึงกับข้ามมาลงที่จานฉัน น่าเกลียดจริงๆ ผู้ชายคนนี้ นอกจากฉันแล้วก็น่าจะพี่มันนี่แหละ จุดด่างพร้อยของวงศ์ตระกูล  

“ก็…ฉันคิดไม่ออกแล้วนี่ว่ายัยพิมมี่จะหลอกอะไรแอมแปร์ นี่พี่ลองคิดดูนะ…ถ้าเป็นเรื่องเพื่อนรักหักเลี่ยมโหดอะไรทำนองนั้น มันก็ดูเป็นความชั่วร้ายที่ครอบงำแอมแปร์อยู่อย่างที่แม่หมอบอกได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ เป็นความชั่วที่ร้ายแรงซะด้วยสิ” ฉันพูดอย่างครุ่นคิด ส่วนคนที่นั่งฟังก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาพร้อมกับทำหน้าต่อต้านความคิดของฉัน 

ไม่สิ…ความจริงเรื่องนี้เป็นความคิดของแอมแปร์ที่ฉันซึมซับมาต่างหาก แต่แค่หมอนั่นกำลังพยายามหลอกตัวเองว่าไม่มีอะไรเลยไม่จับผิดเท่านั้นเอง ฉันอยากจะรู้นักว่าการใช้ชีวิตบนความเชื่อใจแบบโง่ๆ ของหมอนั่น มันจะทำให้ความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นยืดยาวสักแค่ไหนเชียว โอเค ตอนนี้เขาอาจจะยิ้มได้ แล้วไอ้ที่ยิ้มนั่นก็ไม่รู้ว่ายิ้มแบบมีความสุขร้อยเปอร์เซ็นหรือเปล่า เหอะๆ 

“ไม่มีทาง เชื่อฉันเถอะ” พี่ขนมเข่งทำสีหน้าแอนตี้สุดชีวิต 

“แต่หมอนั่นดูเงียบๆ แบบเงียบเกินไปอะ เหมือนพวกร้ายลึกยังไงก็ไม่รู้ แล้วดูสีผมดิ! ม่วงซะขนาดนั้น แล้วสีม่วงเนี่ยมันเป็นสีแห่งความลึกลับเลยนะจะบอกให้ คิดว่าตัวเองเป็นนักร้องเกาหลีหรือไงกัน ไอ้บ้าชอนไชหัวบานเย็นนั่นก็อีกคน…พี่เองก็ด้วย! ทำสีแดงมาปล่อยแสงแยงตาแข่งกับพระอาทิตย์หรือไง แค่นี้โลกก็ร้อนจะแย่อยู่แล้ว” ฉันบ่นยาวเหยียด ชนิดที่ว่าคิดอะไรออกก็พูดออกมาหมดนั่นและ 

“แหม้! แค่ทำสีผมทำไมต้องพูดเหมือนกูไปฆ่าคนตายมาด้วยวะ…น้องหรือแม่” พี่ขนมเข่งพูดกับตัวเองด้วยความงง พลางทำตาเหลือบมองข้างบนเหมือนจะดูผมของตัวเอง ไม่วายยกมือขึ้นไปลูบๆ คลำๆ ที่หัวสองสามครั้ง ก่อนมองกลับมาที่ฉันแล้วพูดตอบ “เหอะน่า! ฉันว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่”  

“แต่หมอนั่นก็ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดีอะ 

“ความคิดแกนี่มันไม่เข้าท่าเลยนะเนี่ย ไอ้พลีตน่ะเป็นคนรักเพื่อนจะตายไป ไม่มีทางที่มันจะหักหลังเพื่อนได้หรอกน่า” เขายืนยันเสียงแข็ง พร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ ไอ้ความเชื่อใจแบบนี้น่ะทำคนเกือบตายมานักต่อนักแล้วไม่รู้หรือไงวะ  

“ไม่แน่หรอก อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดูฉันดิ! ดวงตกยี่สิบปี ใครจะไปอยากเชื่อ” ฉันพูดผิดที่ไหนล่ะ สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้อย่างการที่ฉันเชื่อเรื่องดวงมันก็เป็นไปแล้ว อะไรที่ยังไม่เกิดก็อาจจะเกิดในไม่ช้านี้เหมือนกัน เผลอๆ แอบเกิดไปนานแล้วด้วย อย่างเช่นในกรณีของยัยลิงหน้าวอก เป็นต้น 

“แกไปเอาความคิดบ้าๆ พวกนี้มาจากไหนเนี่ย” 

“ก็…ฉันก็คิดไปเรื่อยอะ” ฉันกลอกตาไปมาก่อนจะพูดปัด  

ถ้าบอกว่าแอมแปร์เองที่เป็นคนคิดเรื่องพวกนี้ พี่ขนมเข่งต้องไปคุยกับหมอนั่นแล้วก็รีพลีตแน่ๆ เพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ อย่างนี้คนร้ายอาจจะไหวตัวทัน เพราะงั้นนะ ฉันยังไม่บอกจะดีกว่า ฉันจะพลาดโอกาสทองไม่ได้เด็ดขาด 

เธอเสร็จฉันแน่พิมมี่… 

ฉันจะต้องทำให้เธอเลิกกับแอมแปร์ให้ได้ หึๆ ฮ่าๆ  

เรื่องสร้างความร้าวฉานมันคืองาน (ที่จำเป็น) ของฉันล่ะ 

“นี่คิดอะไรชั่วๆ อยู่ป้ะเนี่ย ทำหน้าทำตาอย่างกับตัวอิจฉา”  

จึก! คำพูดพี่ชายช่างทิ่มแทง ฉันไม่ใช่ตัวอิจฉาตัวร้ายอะไรสักหน่อย แค่แม่หมอสั่งให้ต้องร้ายเท่านั้นเอง ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับดวง  

“ฉันคือแม่พระที่กำลังจะช่วยให้แอมแปร์พ้นจากความชั่วร้ายต่างหากล่ะพี่เข่ง” อืม พอคิดแบบที่พูดไปนั่นแล้วรู้สึกแต้มความดีเพิ่มขึ้นมาสูงลิบ (คิดไปเอง) 

“อ๋อเหรอออนี่ถ้าแกไม่โดนทักว่าดวงตก ฉันอยากจะรู้นักว่าแกจะเสนอหน้ามาเป็นแม่พระแบบนี้มั้ย” พี่ขนมเข่งลากเสียงอย่างประชดประชัน 

เงียบน่า 

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็แยกย้ายกับพี่ชายตัวดีเพื่อต่างคนต่างไปเข้าคลาสของตัวเอง แต่เพราะว่าตอนนี้มันเหลือเวลาก่อนเข้าคลาสอีกตั้งครึ่งชั่วโมง ฉันก็เลยมานั่งรอยัยจีเจ้าของไอ้ปีเตอร์สองหนวด(?) อยู่ที่หน้าตึกเรียน แล้วก็ไม่คิดเลยว่าโลกมันจะกล้มกลมแต่เช้า 

“ชาชง!…รูปนี้มันหมายความว่ายังไง”  

เสียงแหลมๆ ของใครบางคนที่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใดแต่ไม่รู้ว่ามาจากไหนดังขึ้น พร้อมกับไอโฟนที่มาวางอยู่ตรงหน้าบดบังพื้นโต๊ะที่ฉันกำลังนั่งก้มหาหวยอยู่ เอ่อ ไม่ใช่ละ 

รูปอะไร? 

คนในรูปหน้าเหมือนฉันกับแอมแปร์เลยนะเนี่ย ตื่นเต้นจังเลย  

ฉันอมยิ้มออกมาทันที ก่อนจะหยิบไอโฟนขึ้นมาถือไว้ในมือ รูปในนั้นเป็นฉากตอนที่ฉันควงแขนแอมแปร์อยู่ ซึ่งเป็นตอนแรกที่พวกเราเดินเข้าไปในงานวัดเมื่อคืนนั่นแหละ ที่จริงแล้วฉันเป็นคนเข้าไปเกาะแขนเขามากกว่า แต่่ยัยจีเพื่อนรักนี่ถ่ายออกมาได้เยี่ยมเลยนะเนี่ย มุมกล้องเป๊ะเว่อร์! ฉันควรเรียนถ่ายรูปจากยัยนั่นสักหน่อยดีหรือเปล่านะ  

“ก็รูปฉันกับว่าที่แฟนในอนาคตไง ว่าแต่นี่มันซีเคร็ตเลยนะ ใครส่งมาให้เธอเนี่ย ตายแล้วๆ”  

ฉันเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าขาวๆ ของยัยลิงหน้าวอกก่อนที่จะเอ่ยแบบหน้าด้านๆ ขอบอกว่าถ้าไม่ใจกล้าหน้าด้านแบบฉัน กรุณาอย่าเลียนแบบเชียว นี่เตือนแล้วนะ! แต่ฉันก็แกล้งถามไปอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเบอร์แปลกที่ส่งรูปมานี้เป็นเบอร์ที่ฉันลงทุนซื้อใหม่แล้วเติมเงินยี่สิบบาทจากเซเว่นอีเลเว่น เพื่อให้ยัยจีใช้เปลี่ยนซิมแล้วส่งรูปนี้มาให้ยัยลิงหน้าวอก คืองี้นะ ฉันแอบไปเอาเบอร์มาจากพี่ขนมเข่ง ซึ่งฉันวานให้ไปขโมยมาจากโทรศัพท์ของแอมแปร์อีกทีน่ะ แต่ฉันไม่ได้บอกเรื่องที่จะส่งรูปอะไรนี่หรอกนะ ตอนนั้นแกล้งโวยวายว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยเฉยๆ พี่แกเลยไม่ซักไซ้ต่อ 

“เหอะ! แย่งแฟนชาวบ้านนี่มีความสุขมากนักเหรอ…หน้าไม่อาย” พิมมี่พูดด้วยระดับเสียงที่ให้เราได้ยินแค่สองคน เพราะตรงนี้มีคนเดินผ่านไปมาเยอะแยะพอสมควร แต่ฉันก็รับรู้ได้เลยว่าน้ำเสียงนั้นจิกกัดขนาดไหน 

“แล้วเห็นฉันทุกข์อยู่ป้ะล่ะ ก็ไม่นิ” ฉันไหวไหล่เล็กน้อย บ่งบอกว่าตอนนี้สบายสุดๆ  

“นี่แก…” 

“เธอนี่ก็เก่งเนอะ หาตัวฉันเจอได้ไงเนี่ย” 

“มันมีบอกอยู่ใต้รูปไงว่าวันนี้เธอเรียนตึกไหน ยัยโง่!”  

ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังได้ยินคำบอกกล่าวนั้น ก่อนจะเลื่อนลงมาข้างล่างแล้วก็ถึงบางอ้อทันที จะว่าไปแล้ว…ฉันตกลงกับยัยจีตอนไหนว่าให้บอกสถานที่เรียนของวันนี้ด้วยน่ะ โธ่ เพื่อนฉัน... พอๆ กับเรื่องชอบเช็กอินในเฟซบุ๊กของมันนั่นแหละ เฮงซวย  

“อ๋อเหรอ…ว่าแต่ตัวเองเถอะ เมื่อวานไปไหนมาล่ะถึงได้ปล่อยให้หนุ่มหล่อแฟนสุดที่รักของเธอมาเที่ยวกับฉันได้เนี่ย นี่อย่าบอกนะว่า หนีไปเที่ยวกับชู้รักที่เธอแอบซ่อนไว้น่ะ” ฉันพูดแล้วหรี่ตาลงอย่างจับผิด ไม่วายยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตรงหน้าด้วย  

“ชู้บ้าอะไรของเธอ!” คนโดนปรักปรำเอ่ยเสียงลอดไรฟัน หากแต่สีหน้ากลับลุกลี้ลุกลนเหมือนคนที่แอบไปทำความผิดมาจริงๆ อย่างนั้นแหละ 

เมื่อวานยัยนี่ไม่ได้ไปกินเลี้ยงสายรหัสอย่างที่บอกกับแอมแปร์แน่นอน ไม่ต้องรอให้ยัยเจ๊แม่หมอมาคอนฟงคอนเฟิร์มหรอก เพราะชาชงขอฟันธงเอง! 

“ฉันเห็นนะว่าเธอขึ้นรถไปกับผู้ชายอ่า” ฉันแกล้งพูดไปเหมือนรู้เรื่อง แต่ความจริงแล้วก็อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย 

“เขาเป็นพี่รหัสฉัน” พิมมี่รีบตอบทันควันเหมือนกลัวความผิด  

เหอะๆ ไม่ต้องทำเป็นเอาประโยคที่บอกแอมแปร์มาบอกฉันหรอกย่ะ ฉันไม่ใช่คนหลอกง่ายแบบแฟนเธอสักหน่อยยัยลิงหน้าวอกหน้าปลวกกินกลูต้าไวท์เทนนิ่ง! 

“ฉันยังไม่ได้ถามเลยน้าว่า Who?” 

“ยัยบ้า!” 

ว้า แย่จังเลยนะ เพราะเท่าที่เห็นผู้ชายคนนั้น เหมือนเขาจะเป็นรุ่นเดียวกับเราหรือเปล่าหว่า แล้วก็เหมือนฉันจะรู้จัก…หรือเปล่านะ” ฉันพูดแหย่ไปอีกครั้งด้วยสีหน้าครุ่นคิดเพื่อแกล้งยั่วผู้หญิงตรงหน้า 

“อย่าคิดว่าจะเอาเรื่องบ้าบอพวกนี้มาสร้างความแตกแยกให้ฉันกับแอมป์ได้ เขาไม่เชื่อคนอย่างเธอหรอก” แล้วเขาก็จะเชื่อคนอย่างเธอได้อีกไม่นานเหมือนกัน เหอะ! 

“อย่างนี้ที่ี่ฉันเห็นก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ ว้าว!” บอกไว้ก่อนว่า ปกติแล้วฉันไม่ค่อยจะดัดจริตอย่างนี้สักเท่าไร 

“เธอเห็นผิดคนแล้วล่ะ ฉันเตือนเธออีกครั้งนะว่าเลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว…” 

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็เลิกทำเรื่องไม่ดีไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่เธอทำอยู่ซะ ถ้าไม่อยากถูกจับได้ซะก่อน” ฉันพูดแล้วกะพริบตาปริบๆ ด้วยความท้าทาย 

“...!” 

“เธอคิดผิดแล้วล่ะที่มาสวมเขาให้กับแอมแปร์ คนที่เป็น…เนื้อคู่ของฉัน 

“สวมเขาอะไร แล้วเนื้อคู่บ้าบอที่ไหนกัน” 

“เธอไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของฉันหรอก สิ่งที่ต้องรู้ก็คือ ต่อจากนี้จะทำอะไรก็ระวังตัวเอาไว้ดีๆ ละกัน เพราะทุกที่มี กล้องวงจรปิด” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อยัดโทรศัพท์คืนใส่มือของยัยลิงหน้าวอก แล้วขยิบตาให้หล่อนไปหนึ่งที ก่อนที่จะเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างสวยงาม (คิดว่าสวยนะ) 

กล้องวงจรปิดที่ว่าน่ะ ฉันหมายถึงตอนเรื่องที่ปล่อยลมยางรถนั่นแหละ ยัยนั่นคงลืมไปแล้วว่าฉันพ้นผิดมาได้เพราะอะไร  

“ชาชง! รอฉันด้วยสิ มาช้านิดหน่อยจะขึ้นเรียนก่อนเลยเหรอ” จีที่วิ่งตามมาคว้าไหล่ฉันเอาไว้จนฉันต้องชะงักขาที่กำลังจะก้าวเข้ามาในตึก แล้วหันไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนหอบแฮกๆ 

“เจอมารนิดหน่อยเลยเดินหนีมาน่ะสิ” ฉันทำหน้าบูดทันทีเมื่อนึกถึงเสียงแหลมๆ ของยัยลิงหน้าวอก แต่ยังไงซะฉันก็สะใจอยู่ดีที่เมื่อกี้ยัยนั่นทำอะไรฉันไม่ได้ 

“พิมมี่สินะ…ถ้าเดาไม่ผิดคงมาหาเธอเรื่องรูปที่ฉันส่งไปแน่ๆ” จีพูดอย่างรู้ทัน 

“แกเดาถูก…ว่าแต่ไปไหนมา ทำไมมาช้าจัง” 

“ไปหาอะไรกินรองท้องมาน่ะ” 

“อ๋อ…เออ! แกไปพิมพ์บอกทำไมว่าเราเรียนที่ไหน” ฉันท้วงเมื่อนึกขึ้นได้ ยัยจีมันประสาทหรือเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย 

“ยัยนั่นจะได้มาหาเรื่องแกไวๆ ไง แล้วก็จะเจอแกตอกกลับหน้าหงาย! 

อ๋อ เหรอ... 

“อย่างนี้คราวหลังก็ใช้เบอร์ตัวเองส่งไปเลยนะรูปน่ะ ชิ...แต่ความจริงยัยนั่นก็โดนฉันทิ้งระเบิดเอาไว้ให้ลูกใหญ่เหมือนกัน หึ” ฉันพูดแล้วแค่นหัวเราะกับตัวเองเหมือนนางมารร้าย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดกับเพื่อนต่อว่า “เออจี เรียนเสร็จแล้วฉันมีเรื่องสำคัญจะเล่าให้แกฟังด้วย…”  

ฉันพูดแค่นั้น และมันก็ทำให้ยัยจีทำหน้างงๆ แต่ก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้ 

เรื่องที่จะเล่าก็คือเรื่องของแอมแปร์นั่นแหละ ไม่สิ... ความจริงต้องบอกว่า เป็นเรื่องของยัยพิมมี่มากกว่า สงสัยงานนี้ฉันต้องเริ่มปฏิบัติการ ตามหาชู้ ของยัยนั่นแบบจริงๆ จังๆ ซะแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะถูกตราหน้าว่าเป็นมือที่สามแบบนี้นานๆ หรอกนะ แต่ถ้าความจริงยิ่งเปิดเผยเร็วเท่าไร ฉันก็จะบริสุทธิ์เร็วเท่านั้นใช่มั้ยล่ะ 

แต่... เหมือนฉันจะคิดไปเองหรือเปล่านะ ความจริงฉันก็คือมือที่สามอยู่ดีนั่นแหละ เฮ้อ! 



          








- TO BE CONTINUED -




 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1200 Nuch :3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 11:49
    ชาชงจะพิสูจน์พิมมี่ยังไง   ติดตามค่ะๆ
    #1,200
    0
  2. #1172 Paradon Leesirisan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 04:22
    หนุกดีๆ เป็นกำลังใจให้้นะ
    #1,172
    0
  3. #1125 TiNa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 19:34
    จีนี่ ยังกะเจ้าแม่เช็คอินมาเอง
    #1,125
    0
  4. #1081 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 13:10
    ยัยพม่าน่าตบจริงเลอ -0-
    แอมแปร์ชอบชาชงแล้วอ่ะเดะ
    ว่าแต่ทำไมชอนไชหายหัวไปไหน = =
    #1,081
    0
  5. #1029 radioactive (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 21:54
    คำว่า เบ๊ ต้องสะกดอย่างนี้รึปล่าวนะ ?? ไม่รู้ดิ ><
    #1,029
    0
  6. #1008 Palaioyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 01:46
    กระชากหน้ากายัยพม่าให้ได้นะ แอมแปร์จะได้ฉลาดขึ้นสักที 5555555555
    #1,008
    0
  7. #495 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 22:18
    มือที่สามคนนี้น่ารักอ่าา 555555555
    ทำไม ทำไม ทำไมบทนี้แอมแปร์ทำตัวได้น่ารีกเยี่ยงนี้เจ้าคะ =.,=
    # ตลกผมหนุ่มๆ ที่รวมกันสามหัวแล้วกลายเป็นสลิ่มมาก 5555555555555
    #495
    0
  8. #482 ICCube (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 00:52
    อ่านต่อๆๆๆ สนุกๆๆๆๆ
    #482
    0
  9. #387 khun_pc (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 19:31
    อะไรกานนนนน
    #387
    0
  10. #351 sonia (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:02
    พิมมี่เจอศึกหนักเข้าซะแล้ว

    นางเอกออกตัวแรงมากกก เก่งๆๆๆ ชอบนางเอกคาแร็คเตอร์แบบนี้

    FC. พี่หนมเข่งค้าาาา
    #351
    0
  11. #335 mobile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 18:30
    อ๊ายยยย แอลน่ารัก >////< เอ๊ย! ไม่ใช่แอมแปร์ตะหากเล่า 
    #335
    0
  12. #306 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 00:04
    สนุกมากเถอะๆ
    #306
    0
  13. #284 CrazY_EeaRn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 16:58
    ตอนนี้แอมแปร์แอบน่ารัก 55555

    ห่วงชาชงแล้วอ้ะ อีกหน่อยยัยพมา่ก็จะหลุดวงโคจร 55555

    #ข้ามไปเถอะ ความบ้าส่วนตัว 
    #284
    0
  14. #256 'ปาร์ค ดอบบี้หูกาง! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 14:44
    หมั่นไส้ยัย พม่า ที่สุดเลย
    ชาชง ต้องเอาแอมแปร์มาเป็นแฟน
    ให้ได้นะ!!!
    #256
    0
  15. #253 heartless girl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 16:18
    จัดการยัยพม่าไวๆน่าชาชง 
    สู้ๆนะค่ะไรเตอร์
    #253
    0
  16. #252  PrainPrelatyz  (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 23:16
    ฉันว่าเธอด่ายัยพม่าน้อยไปนะชาชง #เอ๊ะยังไง 5555
    #252
    0
  17. #250 welove ts7 silvy gam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 06:43
    เจิม ค่าาา
    #250
    0
  18. #248 riren (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 17:22
    อ้าาาา พิมมี่โดนซะแล้ววววว ><
    เดี๋ยวนี้ไม่เจอคุณชอนไชเลยนะคะ T T
    #248
    0
  19. #245 น้ำหวาน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 14:48
    เอายัยพม่าไปไกลๆ ;) แอมป์ชอบชาชงแล้วล่ะซิ มาต่อไวๆนะคะ
    #245
    0
  20. #244 ● Sha'lunla ● (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 13:33
    แอมแปร์เริ่มหลงรักชาชงแล้วใช่ม้ายยย >__<"
    ถ้ารักกัน..! พวกเรานี่ละ จะสนับสนุนเต็มที่ เย่ๆ

    ส่วนพม่า..
    ช่างหัวเธอเถอะ ปล่อยให้เป็นหมาหัวเน่าต่อไป ฮ่าๆ
    #244
    0
  21. #243 เจน เจน เจน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 12:49
    รออออออนะค่ะ

    สะใจจุงเบยยยย

    พม่าหน้าขาวมีชู้จีจีชิมิ-....-

    #243
    0
  22. #242 mooklaughed; (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 12:15
    ตอนนี้รู้สึกดีนิดๆ สะใจพิมมี่เว้ย ><
    แอมแปร์แกชอบชาชงแล้วใช่ม้ายย-//-
    รักกันเร็วๆล่ะ รออยู่ค่ะ>_<
    #242
    0
  23. #241 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 07:01
    คนล่ะฟีลเลยค่ะ ><~
    รีบอัพนะคะ
    น่ารักสวดๆชอบคู่นี้อ่าาาาาา
    มึนๅน่่รักดี
    รู้สึกดีที่ตอนนี้ไม่มีความโง่ของแอมแปร์โผล่มา 5555
    #241
    0
  24. #240 Aim Boice (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 22:22
    เจิมจ้าา
    #240
    0
  25. #239 น้ำหวาน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 20:51
    มาไวๆนะคะ รออยู่น้า ;)
    #239
    0