[END] ◄ AMPERE MISSION ► ภารกิจร้าย ขโมยหัวใจนายสุดหล่อ

ตอนที่ 10 : (Re-write) ♥ Chapter 9 ขยับมาใกล้กัน ให้ใจเราใกล้ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    21 พ.ค. 62

CHAPTER 9

- ขยับมาใกล้กัน ให้ใจเราใกล้ใจ -







     

“นี่กระดาษบ้าอะไร”  

แอมแปร์ถามพลางชูกระดาษในมือของตัวเองให้ฉันดู สายตาของเขาบอกชัดเจนว่า ต้องการคำอธิบาย 

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ ได้ ฉันมายืนรอแอมแปร์อยู่ที่รถเต่าสีเหลืองอ่อนของเขาคันเดียวกับที่ซีริกต์ขับไปบ้านฉันเมื่อคืนนั่นแหละ (ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เอารถที่เขาใช้แข่งมาแล้วนะ) โชคดีที่วันนี้แฟนแอมแปร์ไม่อยู่ เมื่อตอนบ่ายๆ ฉันจะเห็นยัยนั่นด้วยล่ะ ขึ้นรถใครไปก็ไม่รู้ ฉันก็มัวแต่ดูว่าใช่ยัยลิงหน้าวอกหรือเปล่าเลยไม่ทันจดทะเบียนรถมา รู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นรถคันนั้นที่ไหนก็ไม่รู้อะ แต่ช่างมันเถอะ แม้แต่สีของรถฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองเห็นเป็นสีอะไร  

“กฎไง ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้านาย และนายเป็นเบ๊ นายต้องทำตามกฎที่ฉันตั้งขึ้น” ฉันตอบพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง แล้วชี้ไปที่แอมแปร์เพื่อเป็นท่าทางประกอบ 

“ไร้-สา-ระ” เขาพูดเสียงลอดไรฟันช้าๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ แล้วทำท่าจะขยำกระดาษขนาดเอสี่ที่ฉันอุตส่าห์เขียนมันเองด้วยลายมือบรรจงสวยงามนั่นทิ้ง  

“อย่านะ!” ฉันแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้แล้วคลี่มันออกให้เต็มแผ่น “ถ้านายขี้เกียจอ่านฉันกรุณาอ่านให้นายฟังก็ได้ อะแฮ่ม…ข้อหนึ่ง นายต้องตามใจฉันทุกอย่าง ขีดเส้นใต้คำว่า ทุกอย่าง…ข้อสอง นายต้องตามใจฉันทุกอย่าง ขีดเส้นใต้คำว่า ทุกอย่างข้อสาม นายต้องตามใจฉันทุกอย่าง ขีดเส้นใต้คำว่า ทุกอย่าง…ข้อสี่ นายต้องตามใจฉันทุกอย่าง ขีดเส้นใต้คำว่า ทุกอย่าง…ข้อห้า นายต้องตามใจฉันทุกอย่าง ขีดเส้นใต้คำว่า ทุกอย่าง…ห้าข้อเองไม่เห็นมีอะไรมากมาย”  

อ่านจบฉันก็ยิ้มร่าแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองผู้ชายตรงหน้า เขากำลังยืนกอดอกทำหน้ายุ่งขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่สบอารมณ์นักกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้ 

“คิดว่าเธอกำลังท่องบทอาขยานที่ตัวเองคัดลายมือมาให้อาจารย์สอนภาษาไทยฟังเหมือนเด็กประถมหรือไงฮะ” เขาแย่งกระดาษไปมองนิดหน่อย แล้วฉีกมันออกเป็นสองแผ่นทิ้งลงพื้นต่อหน้าต่อตาฉัน ทำเอาฉันอ้าปากหวอทันทีกับการกระทำที่ไม่คาดคิดนี่ 

“จะบ้าเหรอ นายมาฉีกกฎของฉันทิ้งทำไมวะเนี่ย” ฉันถามเสียงเขียวพลางจ้องเขม็งไปที่คนก่อเหตุฆาตกรรมกระดาษของฉัน ใจร้ายมาก ไม่ชอบใจก็พูดดีๆ ไม่ได้หรือไง 

ปึกๆ  ๆ! 

“ฮึ! กฎบ้าๆ ของคนประสาทอย่างเธอน่ะเหรอ คิดว่าฉันจะทำตามง่ายๆ หรือไง” ไม่พูดเปล่าแต่เขายังใช้เท้าเหยียบกระดาษที่โดนทิ้งลงพื้นเมื่อกี้ แล้วยังกระโดดเหยียบขาคู่ใส่กระดาษนั่นดังปึกๆ อีกด้วย 

ทำเกินไปแล้วนะแอมแปร์!  

พลั่ก! 

“นี่! ก็ไหนนายตกลงจะเป็นเบ๊ให้ฉันแล้วไง ทำไมทำแบบนี้ล่ะ” ฉันผลักเอาออกไปไม่ให้เขาเหยียบย่ำกระดาษนั่นมากไปกว่านี้ แต่ฉันก็ไม่ได้ก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาหรอกนะ ก็แอมแปร์เล่นฝากรอยเท้าไว้จนกระดาษขาดยับยู่ยี่ไปหมดแล้วอะ  

“ตกลงเหรอ…เธอมันขี้โกง คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่า เธอพยายามจะทำให้ฉันเลิกกับพิมมี่น่ะ” เขาพูดแล้วหรี่ตามองฉันอย่างรู้ทัน ก็แล้วจะทำไมล่ะ เลิกกับยัยนั่นน่ะไม่ดีตรงไหนเหรอ ฉันไม่เห็นว่ายัยลิงหน้าวอกนั่นจะมีอะไรดีเลยนอกจากหน้าตา เหอะ  

“ใช่ ฉันมันขี้โกง แล้วก็จะโกงจนกว่านายจะยอมมาเป็นแฟนฉันด้วย คอยดู!” ฉันประกาศเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้เริ่มหยุดเดินแล้วหันมามองที่เราสองคน ดูเหมือนแอมแปร์ก็จะสังเกตเห็นเหมือนกัน 

“พูดบ้าอะไรของเธอ…ไม่อายเขาหรือไง!” แอมแปร์เข้ามาประชิดตัวแล้วบีบต้นแขนฉันจนแน่นพร้อมกับเอ่ยกระชากเสียงอย่างเหลืออด 

“อายทำไม คนเยอะแยะ…แล้วฉันทำสิ่งที่ถูกต้องด้วย” ฉันตอบพร้อมกับยักคิ้วให้เขาสองสามครั้งอย่างจงใจยั่วโมโห 

“แย่งแฟนชาวบ้านนี่มันถูกต้องยังไง ฉันไม่เข้าใจพี่หนมเข่งจริงๆ ว่าทำไมไม่ห้ามเธอ” 

“อีกไม่นานเดี๋ยวนายก็จะรู้เองแหละว่ามันถูกยังไง แต่ว่านะ...วันนี้นายต้องพาฉันไปเที่ยวงานวัดจำลองที่ศูนย์กีฬาหลังมหา’ลัย”  

ฉันเปลี่ยนเรื่องทันทีโดยการบอกความต้องการของตัวเองไป ก็วันนี้น่ะเป็นวันแรกที่เขามีการจำลองงานวัดขึ้นเพื่อหารายได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม โดยงานนี้เป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่แล้วก็ศูนย์กีฬาที่ตั้งอยู่ด้านหลัง จะบอกให้ว่าพี่ขนมเข่งเสนอไอเดียดีๆ มาให้ฉันด้วยล่ะ นั่นก็คือ…ฉันต้องลากแอมแปร์เข้าไปในบ้านผีสิงให้ได้! เพื่อเป็นการทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น อุวะฮ่าๆ    

พี่ชายฉันนี่มันตัวการร้ายเลยว่ามะ  

“งานวัด? บอกเหตุผลที่ฉันต้องไปกับเธอมาสิ” 

“เพราะนายเป็นเบ๊ของฉันสามเดือน” ฉันเชิดหน้าตอบ แล้วภายในสามเดือนนี้รับรองเลยว่าฉันต้องต้องทำให้เขามาเป็นแฟนฉันให้ได้ หึๆ  

“เหตุผลอื่นล่ะ” 

“ไม่มี อ้อ! ข้อตกลงที่โดนนายฉีกทิ้งนั่นบอกว่า นายต้องตามใจฉันทุกอย่างไง” ฉันชี้ไปที่เศษกระดาษบนพื้นที่สภาพเละไม่เหลือชิ้นดี จากฝีมือและฝีเท้าของแอมแปร์  

“เหตุผลอื่นล่ะ” เขาขมวดคิ้วแน่นขึ้นแล้วถามคำถามเดิม  

โวะ! ไอ้บ้านี่มันเรื่องมากชะมัดเลย จะเอาเหตุผลอะไรนักหนาเยอะแยะ เอาไปถมบ้านหรือไงฮะ 

“ไม่มีแล้ว ถ้านายไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก ฉันจะฟ้องพี่เข่ง เคปะ?” 

“ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ยว่ายะ…” 

“อย่าดึงพี่ชายเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แบะๆ ๆ” ฉันลอยหน้าลอยตาแกล้งดัดเสียงพูดประโยคที่กำลังจะถูกเอ่ยออกมาจากปากของเขา 

“สนุกมั้ย” เขาถามเสียงเรียบ 

“สนุกมาก :)”  

“แต่เธอจำประโยคนี้ได้ก็ดีแล้ว และกรุณาก็ช่วยทำตามด้วย ถ้ายังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง” หมอนี่มันปากร้ายชะมัดเลยว่ะ ฮึ่ย! 

“ไม่ทำ ถ้าฉันไม่ดึงพี่เข่งมาเกี่ยวข้องแล้วฉันจะไอ้แอ้มนายมั้ยล่ะ!” เอ่อ เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย มันต้องมีการเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ ฉันไม่มีเจตนาสื่อไปทางที่ไม่ดีอะไรเลยจริงๆ นะ สาบาน  

“ฮะ?” แอมแปร์ร้องเสียงหลงทันทีด้วยความตกใจ พลางปล่อยแขนฉันแล้วเขยิบถอยออกไป สายตาของเขาที่มองมายังฉันตอนนี้มันเหมือนว่า เขาเห็นโรคจิตที่เพิ่งหลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้าก็ไม่ปาน 

“เอ่อ คือฉันหมายถึง….ให้นายมาเป็นแฟนฉันน่ะ 

“ไม่มีทาง…ยัยโรคจิต!” เขามองมาด้วยสายตาหวาดกลัว  

ฮือออฉันไม่ใช่โรคจิตนะไอ้บ้า 

“ไม่รู้แหละ ถึงนายยังไม่ตกลงเป็นแฟนฉัน แต่ยังไงวันนี้นายก็ต้องไปกับฉัน…ไม่สิ นายต้องพาฉันไป” ฉันยกมือขึ้นมากอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับเอ่ยกำชับเสียงแข็ง 

“ประสาท!” ว่าจบเจ้าตัวก็เดินดุ่มๆ ไปขึ้นรถ หน็อยแน่! คิดว่าจะหนีคนอย่างชาชงพ้นหรือไงไอ้แอมแปร์มิเตอร์ 

ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาพี่ชายตัวเองทันที ไม่นานนักเขาก็รับสาย แล้วเพียงแค่ฉันกรอกเสียงไปตามสายว่า จัดการเรื่องงานวัดให้ด้วย พี่ขนมเข่งก็ตัดสายไปทันทีพร้อมๆ กับที่แอมแปร์เลี้ยวรถออกไปจากตรงนี้ แต่ฉันกลับยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่เดิม… 

เพราะเขาไปไม่ถึงสองนาทีก็เลี้ยวรถกลับมาแล้ว! ฮูเล่! 

“จะไปมั้ยงานวัดงานวาอะไรนั่นน่ะ!” แอมแปร์เปิดกระจกรถออกแล้วชะโงกหัวออกมาตวาดถามด้วยความโมโห นี่เขาไม่กล้าหงุดหงิดใส่พี่ขนมเข่งก็เลยมาลงที่ฉันใช่มั้ยเนี่ย ไอ้บ้าเอ๊ย! สองมาตรฐานจริงๆ แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงก็ถือซะว่าฉันเล่นขี้โกงก่อน เฮ้อ  

“ไปสิ” ฉันพยักหน้ารับ เหมือนกับว่า นั่นมันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว   

“จะไปก็ขึ้นรถ ยืนโง่อยู่ทำไม!” เขาตวาดอีกแล้วอะ ไหนพี่ขนมเข่งบอกว่าไอ้หมอนี่มันเป็นคนดีไง ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย แล้วที่ว่าฉันโง่น่ะ ไม่รู้ตัวเลยสักนิดนะว่า มันนายต่างหากเล่าที่โง่ เฮอะ! 

 

และแล้วตอนนี้ฉันก้มานั่งเฉิดฉายเป็นตุ๊กตาหน้ารถของแอมแปร์เป็นที่เรียบร้อย ด้วยอานิสงค์ของพี่ชายสุดที่รักที่ทำทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวผู้น่ารักคนนี้มีความสุข ภารกิจคอมพลีตเมื่อไหร่ ฉันต้องพาพี่ขนมเข่งไปเลี้ยงบุฟเฟ่ต์สักหน่อยแล้ว  

“คิกๆ” 

“เป็นบ้าอะไรนั่งยิ้มนั่งหัวเราะคนเดียว” แอมแปร์เอ่ยถามขึ้นจนฉันต้องเหลือบไปมองเขานิดหน่อยก่อนที่จะตอบ 

“ไม่มีใครเขาทำหน้าหงิกเหมือนนายหรอกนะ เขาก็ยิ้มแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” 

“เหอะ! นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่หนมเข่งฝากให้ฉันดูแลเธอล่ะก็ เธอไม่มีทางได้มานั่งตรงนี้แน่ๆ” เขาบ่นอุบ ทำเป็นพูดมากไปเถอะ ถ้าฉันไม่ติดว่านายเป็นเนื้อคู่ของฉันตามที่แม่หมอนั่นบอกล่ะก็ ฉันก็ไม่มาตามจีบผู้ชายโง่ๆ อย่างนายให้เสียเวลาหรอก เอาเวลาไปนั่งเล่นหมากเก็บยังจะดีกว่าเลย เฮอะ! 

“มันเป็นหน้าที่ของนายต่างหาก ความจริงควรจะรู้ด้วยตัวเองไม่เห็นต้องให้พี่เข่งฝากเลย” 

“หน้าที่อะไร” 

“เบ๊!” ฉันหันไปพูดเสียงดังใส่เขาก่อนจะแลบลิ้นส่งไปให้หนึ่งที จะว่าไปแล้วคนอะไรก็ไม่รู้ มองด้านข้างยังหล่อเลย… 

เอ๊ะ! แล้วนี่ใช่เวลามาชมไอ้บ้านี่มั้ยล่ะเนี่ย  

ห้ามหวั่นไหวกับผู้ชายหน้าหล่อแต่ปากคอเราะร้ายคนนี้เด็ดขาดนะยัยชาชง เธอต้องมองเขาเป็นเครื่องรางของขลังอะไรสักอย่างที่จะมาคอยกันเรื่องซวยๆ ออกไปเท่านั้น เนื้อคงเนื้อคู่อะไรก็แค่เรื่องไร้สาระของยัยแม่หมอนั่นแค่นั้นแหละ! 

เนื่องด้วยสถานที่จัดงานมันอยู่หลังมหาวิทยาลัย และห่างออกมาแค่ประมาณกิโลเมตรเดียว ฉันกับแอมแปร์เลยใช่เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงที่นี่ และสารถีของฉันก็ยังคงทำสีหน้าบูดเหมือนตูดสิงแสม(?)อยู่เหมือนเดิม คิดทำแบบนี้แล้วหล่อขึ้นหรือไงยะ 

แกร๊กๆ 

ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแอมแปร์หยิบแว่นตาดำออกมาจากช่องเก็บของระหว่างเบาะ แล้วสวมมันก่อนที่จะมองหน้าตัวเองในกระจกมองหลัง มือหนายกขึ้นขยับแว่นไปมาเล็กน้อยให้เข้าที่เข้าทาง  

ทำบ้าอะไรของเขา 

“นายบ้าหรือเปล่า เอาแว่นมาใส่ทำไม นี่มันห้าโมงกว่าจะหกโมงแล้วไม่มีแดดเลย” ฉันถามด้วยความอย่างข้องใจ 

“เรื่องของฉัน ลงไปได้แล้วจะล็อกรถ” เขาพูดแล้วมองมาที่ฉันนิ่งเพื่อรอให้ฉันลงไป เนื่องจากแว่นที่เขาสวมอยู่มันดำสนิท ฉันเลยไม่เห็นว่าแววตาของเขาเป็นยังไง แต่มันคงไม่ดีเท่าไรนักหรอกเวลามองฉันน่ะ  

“ไม่ลงจนกว่านายจะตอบว่าใส่แว่นทำไม” ฉันยืนกราน 

“ตามใจ จะนั่งเฝ้ารถก็ตามสบาย แล้วก็เฝ้าดีๆ อย่าให้โจรมางัดรถฉันล่ะ” พูดจบเขาก็เปิดประตูลงจากรถไปทันทีโดยไม่รั้งรอ จนฉันต้องรีบออกมาจากรถด้วยอีกคน 

เฮ้ย นี่นายจะให้ฉันเฝ้ารถไม่ได้นะ 

“ฮะๆ ลงมาได้สักทีนะยัยตัวยุ่ง”  

หลังจากที่ฉันลงมาจากรถเรียบร้อยพร้อมกับปิดประตู แอมแปร์ก็หันกลับมาแล้วหัวเราะน้อยๆ  เขาบ่นอะไรงึมงำที่ฉันได้ยินไม่ถนัดเท่าไร ก่อนที่เขาจะรีบใช้กุญแจรีโมตในมือกดล็อกรถทันที เหมือนกลัวว่าฉันจะกลับเข้าไปนั่งใหม่ 

ปิ๊บๆ 

เจ้าเต่าสีเหลืองนวลส่งเสียงร้องพร้อมกับกะพริบไฟสองสามครั้ง เป็นสัญญาณว่ารถถูกล็อกแล้วเรียบร้อย พร้อมกับที่เจ้าของรถเดินกลับมายืนตรงหน้าฉันซึ่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ 

“เอาล่ะ บอกฉันมาว่าฉันต้องทำอะไรให้เธอบ้างในฐานะที่…เป็นเบ๊ให้เธอ”  

ประโยคนั้นทำให้ฉันหลุดยิ้มออกมาทันที ความจริงแล้วหมอนี่มันก็ทำตัวน่ารักเป็นเหมือนกันนะเนี่ย หรือว่าเขาจะเป็นคนดีอย่างที่พี่ชายฉันบอกจริงๆ…ไม่หรอกมั้ง มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนดีกว่า แอมแปร์เขาอาจจะพูดดีตอนนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าลึกๆ ในใจอาจจะกำลังสาปแช่งฉันอยู่ก็เป็นได้ 

“ทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ” ฉันตอบพร้อมกับยักคิ้วตามสไตล์ของตัวเอง 

“เฮ้อ! เธอนี่มัน…” เขายกมือขึ้นมาท้าวสะเอวแล้วเงยหน้ากลอกตามองฟ้า เหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้เหวี่ยงใส่ฉัน จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนแล้ว ฉันพอเดาออกได้เลยว่าหมอนี่มันเป็นผู้ชายที่ขี้เหวี่ยง ขี้โวยวายพอสมควร 

“มันน่ารักใช่ป้ะ!” 

“เพ้อเจ้อเก่งนะเราอะ” เขาก้มหน้าลงมาจ้องฉัน ก่อนที่หมุนตัวหันไปเดินนำฉันเข้าไปในงาน ทำเอาฉันต้องรีบวิ่งตามไปแล้วเกาะแขนเขาไว้แทบไม่ทัน 

พี่ชายสอนว่า…ต้องทำตัวอ่อนแอบ้าง  

“ฉะ…ฉันเวียนหัวจังเลยอะ เสียงเพลงลูกกรุงมันดังมากจนสมองเต้นตุบๆ เลย” ฉันแกล้งพูดเสียงอ่อยแล้วกอดแขนแอมแปร์แน่นขึ้น ก่อนที่จะเอียงหัวไปสบกับท่อนแขนแกร่งของเขาเพื่อให้ยัยจีจับภาพ…ใช่แล้ว ความจริงฉันวางแผนกับยัยจีไว้แล้วต่างหากล่ะว่า ให้ยัยนั่นคอยตามเก็บภาพเราสองคนเอาไว้ ก่อนที่จะส่งไปหายัยพิมมี่ ฮิๆ แล้วเมื่อกี้ฉันก็แอบเห็นยัยจีซ่อนตัวอยู่แถวๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่เรากำลังจะเดินผ่านนี้ด้วย แผนนี้ฉันคิดเองนะ ไม่ใช่พี่ขนมเข่งหรอก  

เกิดเป็นน้องของผู้ชายร้ายๆ แบบนั้นทั้งที มันก็ต้องร้ายตามแบบนี้แหละ!  

“สมองเต้น?” แอมแปร์ทวนคำเสียงสูงแต่ก็ไม่ได้แกะมือฉันออกแต่อย่างใด 

“เอ่อ ฉันหมายถึงมันปวดหัวตุบๆ อะ” ฉันรีบแก้ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอปล่อยไก่ตัวใหญ่ออกไป 

“งั้นกลับบ้านดีกว่า…ดีเลย ฉันก็ขี้เกียจเดินเหมือนกัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดีใจที่จะได้กลับบ้าน ไม่ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยฉันเลยแม้แต่น้อย 

“ไม่ เอ่อ…เอ๊ะ! เหมือนจะหายปวดหัว สงสัยร่างกายจะปรับตัวได้แล้วล่ะ” ฉันพูดปฏิเสธการกลับบ้านแล้วปล่อยมือออกจากแขนแอมแปร์ทันที หวังว่าเมื่อกี้ยัยจีคงจะเก็บภาพประทับใจ(?)ได้สักภาพสองภาพนะ 

“เธอนี่มันร้ายจริงๆ 

“แกๆ ผู้ชายคนนั้นหน้าคุ้นมากเลย ใช่พี่แอมแปร์หรือเปล่าน่ะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในชุดนักศึกษาหมาวิทยาลัยเดียวกับฉันซุบซิบถามเพื่อน แต่เหมือนจะดังแข่งกับเพลงลูกกรุงประกอบงานไปหน่อยจนมันลอยมาเข้าหูฉันเลยล่ะ 

ไหนๆ…ไม่ใช่หรอกมั้งแก เพราะแฟนพี่แอมป์ไม่ใช่คนนี้นะ” เพื่อนของน้องคนนั้นตอบ และดูเหมือนผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างฉันจะได้ยินบทสนทนานั่นเหมือนกัน เพราะฉันเหลือบเห็นว่าเขากำลังทำท่าลุกลี้ลุกลนมองซ้ายมองขวาพลางมือก็ขยับแว่นไปด้วย 

แว่น...ฉันรู้แล้วว่าเขาใส่แว่นมาทำไม หึ 

“แอมแปร์!ถอดแว่นออกเถอะ ดูสิ…แสงไฟสีสวยเหมือนสลิ่มเลยอะ ใส่แว่นดำมืดบังตาแบบนี้จะเห็นสีสันได้ไง” ฉันจงใจเรียกชื่อคนข้างๆ เสียงดังจนผู้คนรอบๆ หันมามอง รวมทั้งเพื่อให้เสียงไปเข้าหูของผู้หญิงสองคนเมื่อกี้ด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดเปล่านะ เพราะมือก็เอื้อมขึ้นไปดึงแว่นของแอมแปร์มาถือไว้จนเจ้าของถึงกับเบิกตาโตหันขวับมาจ้องฉันเขม็ง 

“แกๆ พี่แอมป์จริงๆ ด้วย!” 

ต๊ายยยแฟนใหม่พี่เขาแน่ๆ แต่ฉันว่าคนนี้เหมาะกว่ายัยพี่พิมมี่นั่นนะ…” เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ฉันเดินหนีแอมแปร์ออกมาจากตรงนั้น แต่ด้วยความที่เขาขายาวกว่าฉันมาก จึงก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็เดินตามฉันมาทัน พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาคว้าไหล่ฉันเอาไว้ 

“เอาแว่นฉันคืนมา” น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาดังขึ้นจากเบื้องหลังจนฉันต้องหันไปยิ้มหวานทันที 

“ฉันว่าไม่ต้องใส่หรอก…” ฉันบอกพร้อมกับเอาแว่นเหน็บไว้ที่คอเสื้อนักศึกษาของตัวเองจนแอมแปร์ที่เตรียมจะแย่งไปต้องชักมือกลับทันที จุดล่อแหลมแบบนี้เขาคงไม่กล้าแย่งแว่นคืนไปหรอกนะ ถ้ากล้าจริงฉันตบคว่ำจริงๆ อะเอาดิ  

“เธอนี่มันตัวปัญหาจริงๆ 

“จะถือว่าเป็นคำชม…เราไปทางโน้นกันดีกว่า” ฉันพูดตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรก่อนที่จะชี้นิ้วไปทางซ้ายมือของตัวเองซึ่งมีป้ายติดเอาไว้ว่า… 

บ้านผีสิง 

“ฉันไม่…” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบฉันก็หันหลังให้แล้วเดินนำมาทันที 

“ชาชง! นี่ๆ ชาชง…ถ้าเธอจะเข้าไปข้างใน ฉันไม่ไปด้วยหรอกนะ” แอมแปร์เดินตามมาดักหน้าฉันเอาไว้ก่อนที่ฉันจะเดินมาถึงโต๊ะจำหน่ายบัตร 

“นายกลัวผีเหรอ” 

“เปล่า แต่มันไร้สาระ นี่เธอกลับบ้านสักทีได้มั้ยฮะ ฉันจะได้ไปริกกี้ 

“ไม่!” เพิ่งจะมาถึงแท้ๆ รบเร้ากลับซะแล้วไอ้หมอนี่ ทำตัวเป็นเด็กน้อยขี้งอแงไปได้  

“โธ่เว้ย” เขาขยี้หัวตัวเองอย่างหัวเสีย ในขณะที่ฉันมองการกระทำนั้นอย่างขำๆ แล้วเดินลอยหน้าลอยตามาที่โต๊ะจำหน่ายบัตรเข้าบ้านผีสิง  

“ซื้อบัตรสองใบค่ะ” 

“เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อน ฉันยังไม่ได้ตกลงว่าจะเข้าไปด้วยเลย” แอมแปร์เดินมายืนข้างฉันแล้วโวยวาย แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาของเขาแต่อย่างใด 

“จ่ายเงินด้วยนะ Baby...เบ๊” พูดจบฉันก็ยกยิ้มขึ้นอย่างผู้มีชัยแล้วเดินมารอเขาที่หน้าทางเข้าบ้านผีสิง คนขายยื่นบัตรให้แอมแปร์สองใบ เขามองบัตรครู่หนึ่งก่อนที่จะหันมามองฉัน แต่สิ่งที่ได้กลับไปก็คือการพยักพเยิดหน้าไปทางบัตรเท่านั้นแล้วทำปากเป็นคำพูดว่า ‘เร็วๆ สิ’ ก่อนที่จะยักคิ้วเพื่อเสริมความกวนประสาทด้วย เขาแยกเขี้ยวใส่ฉันอย่างอาฆาต ก่อนยอมควักเงินจ่ายค่าบัตรอย่างไม่เต็มใจเท่าไร เสร็จแล้วจึงเดินเอาบัตรตีมืออีกข้างของตัวเองเดินมาหาฉัน 

“แสบนักนะเธอ 

“นายชมฉันบ่อยๆ อย่างนี้ ฉันก็เขินแย่สิ” ฉันจีบปากจีบคอพูดแล้วแย่งบัตรมาจากมือของเขาโดยไม่ขออนุญาต ก่อนนำไปยื่นให้คนเจาะบัตรที่หน้าทางเข้าทันที 

“ขอให้สนุกนะครับ” คนเจาะบัตรพูดพร้อมกับรอยยิ้มพลางยื่นบัตรที่เจาะแล้วคืนมาให้ฉัน 

“สนุกแน่ๆ ค่ะ” ฉันตอบเบาๆ โดยไม่ให้แอมแปร์ได้ยินก่อนที่จะหันไปคว้าข้อมือแล้วดึงเขามาใกล้ๆ แล้วบอกกับเขาอย่างตื่นเต้น “ไปกันเถอะ ฉันอยากเห็นผีใจจะขาดแล้ว”  

พูดจบก็ลากเขาเข้ามาด้านในทันที 

บรรยากาศในนี้มันวังเวงชะมัดเลยอะ ด้วยคนที่เข้ามาก่อนหน้าฉันเขาเดินนำไปไกลแล้ว และก็ยังไม่มีใครเดินเข้ามาหลังจากฉันด้วย เสียงหมาหอนดังเขามากระทบโสตประสาทจนฉันเผลอสะดุ้ง ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นแค่ซาวด์เอฟเฟคเท่านั้น หากแต่บวกกับบรรยากาศเสมือนจริงในนี้ที่ใครเข้ามาก็ต้องทึ่งกับความสมจริง ก็เลยทำให้ฉันตกใจจนขนลุกเลยล่ะ  

สภาพข้างในเป็นเหมือนจะเป็นการจำลองห้องอะไรสักอย่างที่มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น สังเกตจากศพปลอมที่เกลื่อนกลานอยู่รอบๆ ทางเดินแล้วก็มีดรายไอซ์บางๆ ลอยปกคลุมไปทั่วสร้างความหลอนเข้าไปใหญ่  

บรึ๋ย~ 

“เธอกลัวผีเหรอ” แอมแปร์ที่เดินข้างฉันนิ่งๆ เหมือนเดินชมวิวอยู่ริมแม่น้ำเอ่ยถามขึ้น 

“เปล่าสักหน่อย” ฉันรีบแก้ตัวถึงแม้ความจริงแล้วฉันจะกลัวผีจริงๆ ก็เถอะ เมื่อเช้าพี่ขนมเข่งแนะนำอะไรฉันมาบ้างนะ ลืมไปหมดแล้วเนี่ย คิดสิ คิดๆ  

 

เขยิบเข้าไปใกล้ๆ แกล้งทำเป็นกลัวจนหัวใจจะวาย ผู้ชายหวั่นไหวทั้งนั้นแหละถ้าอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงมากๆ อะ 

 

เมื่อพยายามคิดอยู่ว่าฉันควรต้องทำยังไงบ้างเพื่อทำให้แอมแปร์หวั่นไหวแล้วหันมาชอบฉันในที่สุด เสียงของพี่ชายคนเก่งก็ลอยเข้ามาในหัวทันที คำสอนของพี่ชายมันจะได้ผลหรือเปล่านะ 

เขยิบเข้าไปใกล้ๆ อย่างนั้นเหรอ... 

“กลัวก็บอกกว่ากลัวสิ มือสั่นขนาดนี้” เขาบอกพร้อมกับยกแขนของตัวเองขึ้นมาโชว์หราตรงหน้าโดยที่ข้อมือมีมือของฉันจับอยู่ด้วยตั้งแต่ตอนลากเขาเข้ามา…ฉันตัวสั่นจริงๆ ด้วยอะ ก็คนมันกลัวนี่!  

“แฮ่!!!” 

“กรี๊ดดด!” 

ปัก! 

เสียงดังที่เกิดขึ้นพร้อมกับหัวกะโหลกที่มีผมติดอยู่สองสามกระจุกตกจากเพดานลงมาแน่นิ่งอยู่ตรงปลายเท้าของฉัน ทำให้ฉันเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะใช้เท้าเตะกะโหลกผีนั่นออกไปอย่างแรง แล้วกระโดดเข้าไปหาแอมแปร์พร้อมกับกอดแขนเขาแน่นโดยไม่ได้ตั้งใจ จนแอมแปร์ที่ไม่ตกใจกลัวเลยแม้แต่น้อยถึงกับหัวเราะออกมา 

“ไหนว่าไม่กลัวไง ปากเก่ง แล้วนี่ร้องแบบผู้หญิงเขาก็เป็นเหรอ นึกว่าจะร้องเป็นแต่ เฮ้ย! ฮ่าๆ ๆ” 

“ไม่…เอ๊ย! กลัวมากเลย โฮกกก~” ฉันรีบถอนคำพูดทันทีพร้อมกระโดดเข้าเอามือเกาะไหล่แอมแปร์พร้อมกับหน้าที่ซุกไปที่หน้าอกของเขา แล้วสิ่งที่ทำให้ฉันตกใจกว่าหัวกะโหลกเมื่อกี้ก็คือเสียงหัวใจของเขาที่เต้นตึกตักราวกับเข้าจังหวะฮาเรมเชค ฉันได้ยินชัดเจนแล้วก็กลัวว่ามันจะหลุดออกมาเต้นอยู่ข้างนอกด้วย เขาต้องกลัวผีเหมือนกันจนใจเต้นแรงแน่ๆ เลย แต่ทำเป็นเก็กเพื่อไม่ให้ฉันล้อเขา ชิ! 

“มากไปแล้ว…ออกไปนะยัยโรคจิต” เขาพูดพร้อมกับดันตัวฉันออกมาจากแผ่นอกของตัวเอง ก็ท่าเมื่อกี้มันเรียกได้อีกอย่างว่าฉันกอดเขาอยู่เลยล่ะ ทำไมรู้สึกว่าความหน้าด้านของตัวเองมันไม่ขีดจำกัดแบบนี้ล่ะเนี่ยยัยชาเอ๊ย  

“ก็ฉันกลัวอะ 

“งั้นฉันจะจับมือเธอเอาไว้แบบนี้ โอเคมั้ย” เขาบอกพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้ สัมผัสอุ่นๆ ที่มาจากมือของเขามันทำให้ความร้อนที่หน้าของฉันพุ่งขึ้นสูงเลยล่ะ 

“T_T” 

“ยัยบ้าเอ๊ย หน้าแดงขนาดนี้จะเป็นลมหรือเปล่าเนี่ย เข้ามาทรมานตัวเองแท้ๆ เลย…นี่ถ้าเธอกลัวจนสติแตกช็อกตายขึ้นมา ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอพี่หนมเข่งล่ะ” เขามองหน้าฉันก่อนจะนิ่วหน้าแล้วพูดเสียงเครียด 

หน้าฉันแดงเหรอ? 

“ก็ในนี้อากาศมันร้อนๆ หนาวๆ ฉันก็ปรับตัวไม่ค่อยทัน” แม่นางแถจริงๆ นะฉันเนี่ย ความจริงก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองหน้าแดงจริงหรือเปล่า 

“งั้นรีบเดินเถอะจะได้ออกไปจากที่เด็กเล่นนี่สักที” เขาพูดแล้วจูงมือฉันเดินไปตามทางข้างหน้าทันที 

“นายไม่กลัวบ้างเลยเหรอ มันน่ากลัวมากเลยนะ” นี่ฉันไม่ได้โกหกนะเนี่ย มันน่ากลัวจริงๆ นะทุกคน ขนแขนฉันพากันเคารพธงชาติตั้งแต่เดินเข้ามาเลยอะ 

“เด็กปอสามยังไม่กลัวเลย เชื่อฉันเถอะ” เขาตอบโดยไม่หันหน้ามามองฉัน รีบเดินอย่างนี้ก็ไม่คุ้มค่าบัตรน่ะสิยะ  

โธ่! แล้วแผนใกล้ชิดของฉันล่ะ มันจะล่มไม่เป็นท่าอย่างนั้นเหรอ 

 

แต่เมื่อกี้เธอก็ได้กอดเขาแล้วนะ! แค่นี้ก็ก้าวหน้าแล้ว << เสียงของชาชงฝ่ายธรรมะ 

ไม่พอ! เธอต้องอ่อยเขาให้มากกว่านี้ << เสียงของชาชงฝ่ายอธรรม 

 

ตายล่ะ แล้วเสียงในหัวดันตีกันเฉย โอ๊ยๆ ชาชงอยากตาย ใครก็ได้บอกให้แอมแปร์เก็บศพฉันออกไปจากบ้านผีสิงนี้ด้วยเถอะ พลีสสสส   

          








- TO BE CONTINUED -



 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,256 ความคิดเห็น

  1. #1233 yoonwora (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 09:17
    ตลกกก เตะเฉยย 55555555
    #1,233
    0
  2. #1198 Nuch :3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 11:11
    เเอมป์ใจเต้นเเล้วววว    ชงต่อไปนะชาชงงง 
    #1,198
    0
  3. #1123 TiNa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 18:41
    ร้ายกาจ ไม่ใช่ชงชานะ พี่เข่งต่างหาก 5555 หวงน้องบ้างไหมเนี่ย /// ใจเต้นแบบนี้ แอบหวั่นไหวล่ะสิแอมแปร์ หึหึ
    #1,123
    0
  4. #1079 ✗ MON(S)T ✗ TOEI ♈ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 12:15
    เอ่อ...ชาชง ทำไมกฎของเธอแบบ...
    อย่าให้พูดเลยดีกว่า อุวะฮ่ะฮ่า~ ในที่สุด
    นางเอกเริ่มอ่อย(?)ล้าวว~ ถถถถ โดนสุด
    ไรสุด ใจเต้นนี่เขินชาชงใช่ป่ะแอมแปร์~ ^____^
    #1,079
    0
  5. #1027 radioactive (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 21:33
    นางเอกร้ายจริงๆ แหม่
    #1,027
    0
  6. #1005 Palaioyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 01:28
    ปฎิบัติการอ่อยผู้ชายได้เริ่มขึ้นแล้ว อ้ะๆ ไม่ใช่ๆ 55555555
    #1,005
    0
  7. #884 soi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 18:32
    คึคึ
    #884
    0
  8. #581 << Mr.O>> (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 02:08
    อ่านตอนแล้วยิ้มหน้าบานค่ะ
    แบบว่าแอมป์ทำไมน่ารักอย่างนี้ กรี๊ด!!!
    แมะๆ ยัยชงชากฏเธอนี่มันเอาแต่โครตๆ เลย
    แอมป์แบบว่ามีใจเต้นด้วย
    ยัยชงทำซึนไม่รู้อีก 5555
    ฟิน ฟิน ฟิน
    #581
    0
  9. #491 แพนด้าดอง . (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2556 / 11:17
    อ้ายมีลุ้นนะเนี่ย แอมแปร์ใจเต้นแล้วอะะ แต่ทีอย่างนี้นางเอกดันตีซึนทำเป็นไม่รู้นะยะแหม5555
    #491
    0
  10. #480 ICCube (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 23:30
    55555 เนียนจริงๆยัยชาชง
    #480
    0
  11. #443 Kornkwan Puangngern (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 07:07
    ฮาได้จัย
    #443
    0
  12. #385 khun_pc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 18:45
    อย่าให้รีพลีทกับเซริกต์เป็นมือที่3 น้าาาา
    #385
    0
  13. #349 sonia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 22:46
    สู้ๆนะจ๊ะชาชง คืบหน้าไปหนึ่งก้าวแล้ว 5555555
    #349
    0
  14. #304 Sweet _Juicy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 23:31
    ชาชงน่ารัก แอมป์ก้อน่ารัก รักทุกคนโดย
    เฉพาะพี่ขนมเข่ง ได้ใจไปเลย

    #304
    0
  15. #207 jenyn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 23:07
    ชาชงน่ารักมากมาย อุวะฮาฮ่า
    #207
    0
  16. #206 คุณนายหุ่นกระบอก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 22:23
    ตอนนี้น่ารักมากเลยอ่ะ แอมป์แปร์แอบหวั่นไหวป้ะเนี่ย5555
    #206
    0
  17. #205 Lächeln (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 22:21
    อุ๊ยๆๆ มีจับมือด้วยยย
    #205
    0
  18. #204 น้ำหวาน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 22:09
    แค่นี้ไม่พอนะชาชง มาต่อไวๆนะคะ แอมป์เขินชัวร์💓😍
    #204
    0
  19. #203 เจน เจน เจน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 20:50
    อ๊ายยยยยยยยยย ชาชงงงงง

    อ่อยยเลยลูก อ่อยหนักๆเลย55555

    เชียร์เต็มทีเลยจะ คิคิ รออออออออออค้าาา~
    #203
    0
  20. #201 heartless girl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 19:08
    ชาชงสู้ๆน้า รีดเดอร์เป็นกำลังใจให้ มัดใจแอมแปร์ให้สำเร็จน้า
    #201
    0
  21. #200 PAKAMAS'ElF (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 16:45
    แอมแปร์ ต้องใจเต้นแรงเพราะ ชาชงแน่เลย
    เขินอ่ะะะ~ -////////////-

    ชาชง สู้ สู้ ต้องทำให้ แอมแปร์เลิก
    กับ อี่นังพิมมี่ให้ได้นะ 

    รออัพตอนต่อไปนะค่าาาาา~ ><
    #200
    0
  22. #199 Nickh toon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 16:25
    อ่อยไปเลย อ่อยเข้าไป ชาชง ^^
    #199
    0
  23. #197 - ดีเลย์ ? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 14:44
    เอ้า ชาชง อ่อยเข้าปาย อ่อยเข้าปายยยย!!!
    เอาให้แอมป์มันหลงหัวปักหัวปำ #แอลมากอดเค้าบ้างเสะ! =..=
    #197
    0
  24. #196  PrainPrelatyz  (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 11:35
    แอมแปร์ใจเต้นกับชาชงล่ะสิ หึหึ

    เอาเลย ชาชง อ่อยเข้าไปเยอะๆ 555 #แลดูฉันจะโรคจิตมากมาย -O-
    #196
    0
  25. #195 ไข่นุ้ย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 11:13
    แอมแปร์หัวใจเต้นแรงเริ่มหวั่นไหวกับชาน้อยแล้วละซี่ สนุกมากคะอัตต่อเร็วๆนะคะ
    #195
    0