Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 8 : Fruity Yogurt#7 Mask Party

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มี.ค. 56

Fruity Yogurt

ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

#7

Mask Party

“ อารมณ์ดีแต่เช้าแบบนี้แสดงว่าเมื่อวานมีเรื่องดีๆ ล่ะสิ “ ใบหยกผู้แสน (รู้) น่ารักแซวเมื่อเห็นฉันเทซีเรียลใส่ชามพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย

“ ไม่รู้สิ “ ฉันตอบด้วยรอยยิ้มที่ยังแต้มอยู่ที่หน้าไม่หาย แล้วเทซีเรียลใส่ชามให้ยัยเพื่อนรักไปด้วย ใบหยกส่ายหน้ายิ้มๆ กับอารมณ์ของเพื่อนรักที่เริ่มเข้าขั้นสยองเข้าไปทุกที

เมื่อมาถึงมหาลัยฉันก็ลงจากรถเตรียมเดินไปที่ตึกคณะฯ ตามปกติแต่แล้วก็มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งยื่นอะไรบางอย่างมาให้ขณะกำลังเดินเข้าคณะฯ

ฉันรับมาอย่างงงๆ เมื่อก้มลงไปดูก็เห็นว่าเป็นใบปลิวสีดำสนิทมีตัวหนังสือสีแดงเขียนไว้ให้อารมณ์เหมือนเหยื่อฆาตกรรมเขียนข้อความด้วยเลือดทิ้งไว้ก่อนจะถูกฆาตกรปาดคอทิ้ง เนื้อหาที่เขียนก็เกี่ยวกับงานเฟรชชี่ไนท์ของคณะวิศวะฯ ที่จะจัดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้ตั้งแต่เวลา 20:00 . – 24:00 . จะว่าไปคณะฯ ของฉันก็เพิ่งจัดงานไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่นา ฉันเลื่อนสายตาอ่านรายละเอียดไปเรื่อยๆ ก็ไปสะดุดกับธีมงาน ชื่อธีมว่า ‘Mask Party’

ว้าว น่าสนุกจังเลย ของคณะฯ ฉันเป็นธีมย้อนยุคอะไรนี่แหละ งานทั้งงานเลยออกมายังกับว่าอยู่ในละครเรื่องคู่กรรม มองไปทางไหนก็เห็นแต่อังศุมาเลี่ยน แหะๆ ฉันก็เลยชิ่งกลับตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เป็นนักกิจกรรมสุดๆ ไปเลยใช่ม่า

“ อะแฮมๆ “ ใบหยกกระแอมเบาๆ พร้อมกับเอาศอกหนักๆ ของมันมากระแซะฉันที่กำลังอ่านใบปลิวอยู่อย่างสนใจราวกับมันจะออกสอบ

“ อะไร? “ ฉันยังก้มหน้าก้มตาอ่านของในมือต่อไม่ได้สนใจอาการของยัยเพื่อนรักข้างๆ ที่สะกิดไม่หยุด

“ เอ๊ะ! ยัยสวยนี่….” เมื่อทนกับนิ้วที่จิ้มจึกๆ ของมันไม่ไหวฉันเลยเงยหน้าขึ้นไปจะเตรียมใส่มันชุดใหญ่แต่ยัยเพื่อนรักกลับจับหน้าสวยๆ ของฉันหันไปอีกทางที่มีใครคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่ คำพูดที่กำลังจะสาดใส่ยัยเพื่อนรักดูเหมือนจะถูกดูดไปกับสายลมจนหมดสิ้น

เมล! ใช่! เมลอนนั่นแหละ แล้วทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ แถมกำลังเดินตรงเข้ามาหาฉันด้วย

“ หวัดดี เมลมาทำอะไรที่นี่หรอ? “ ฉันทักคนที่กำลังยิ้มไม่ยอมหุบ พยายามไม่นึกถึงเรื่องเมื่อวานที่ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงอย่างที่ควบคุมให้มันสงบลงไม่ได้ซ้ำยังไม่กล้าสบตาเขาอีก โอ้ย ฉันเผลอคิดไปแล้วอ่ะ

“ มาหาโยนั่นแหละ “ กรี๊ด นายก็พูดตรงเกินไปแล้ว อ้อมๆ บ้างก็ได้รถจะได้ไม่ติด (แป้ก)

“ แล้วมีอะไรหรอ? “ ฉันถามกลับอย่างสงสัยเพราะเมลไม่ใช่ผู้ชายที่จะทำอะไรแบบนี้ เขาเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่สับรางคบใครหลายคนเหมือนที่คนอื่นๆ ชอบทำกัน

เขาถึงบอกให้ฉัน รอ’ …ไม่ใช่ขอฉันคบซ้อนทั้งที่เขาก็มีแฟนอยู่แล้ว

ผู้ชายแบบนี้ไม่ได้งมหาได้ตามสวนหย่อมหลังบ้านหรอกนะ เพราะงั้นฉันถึงทำทุกอย่างเพื่อทวงเขากลับคืนมาไง

“ พอดีเมื่อวานเราลืมให้โยน่ะ “ เมลบอกแล้วล้วงเอาของในกระเป๋าสตางค์ออกมาส่งให้ฉัน มันเป็นการ์ดคล้ายๆ บัตรคอนเสิร์ตแต่รายละเอียดรูปแบบเหมือนกับใบปลิวที่อยู่ในมือฉันทุกอย่าง

“ มันเป็นบัตรเข้างานพิเศษน่ะ แล้วเราจะรอนะ “ เมลบอกทิ้งท้ายแล้วก็รีบวิ่งกลับไปทางคณะฯ ของเขา

บัตรเข้างานพิเศษงั้นหรอ?

“ ว่าไง จะไปด้วยกันมั้ย? “ ฉันถามเพื่อนรักข้างๆ เมื่อเมลลับตาไปแล้ว เพราะบัตรที่เมลให้มามันมี 2 ใบ

“ ก็น่าสนุกดี ไปดูซักหน่อยยังไงก็ว่างอยู่แล้ว “ ใบหยกตอบยิ้มๆ แม้จะเป็นที่ฝืนปั้นขึ้นมาก็เถอะ

ฉันมองเพื่อนรักที่ภายนอกดูแข็งแกร่งราวเหล็กกล้าชั้นดีแต่ใครจะไปรู้ว่าข้างในนั้นช่างแสนบอบบางอ่อนไหว ต่อหน้าทำเป็นยิ้มเหมือนไม่ได้เป็นอะไรแต่พอลับหลังกลับนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว เห้อ ถ้ามันซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองมากกว่านี้ซักหน่อยก็คงดี แม้บางครั้งมันจะทำให้เราต้องเจ็บช้ำ แต่อย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่งเราก็ได้มีความสุขกับมัน

หลังจากเลิกเรียนฉันกับยัยเพื่อนรักก็พากันไปร้านขายหน้ากาก ก็แหงสิ คิดว่าคนปกติเขาจะมีหน้ากากอะไรพวกนี้อยู่ติดบ้านกันหรือไง? เปิดออกมาเจอคงสยองพิลึก ยิ่งหน้ากาก Scream นี่ฉันขอบาย เห็นทีไรแทบกรี๊ดทุกที ขออย่าให้เจอในงานเลย แต่คิดว่าคงมีพวกสิ้นคิดเอามาเล่นแน่ๆ เพราะมันเป็นมุกยอดนิยมสำหรับงานอะไรพวกนี้เลยนี่นา เห้อ ทำใจ และพอไปถึงก็ถึงกับเซ็งขึ้นซีรีบรัมเมื่อทั้งร้านคับคั่งไปด้วยกลุ่มนักศึกษาที่พากันไปถล่มร้านนั้นจนหน้าร้านไม่มีที่ให้รถจอด แต่มีหรือที่ควีนอย่างฉันจะยอมแพ้ ฉันกับยัยหยกหาที่จอดรถได้ก็ตามเข้าไปถล่มร้านนั้นด้วยอีกแรง และในที่สุดก็ได้ของที่ต้องการมา โชคดีจริงๆ ที่วันงานฉันมีเรียนแค่ครึ่งวันเลยมีเวลาเหลือเฟือที่จะแต่งหน้าทำผมให้สมกับงานที่ต้องใส่หน้ากาก แค่คิดก็สนุกแล้ว นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ไปงานแฟนซีที่น่าสนุกแบบนี้

ฉันยกนาฬิกาข้อมือดูเวลาก็เห็นว่าได้ฤกษ์ออกจากห้องกันซะที เมื่อขับรถมาถึงคณะฯ ที่จัดงานฉันก็หันไปสบตากับเพื่อนรักทีหนึ่งก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถไป แน่นอนว่าทันทีที่ฉันกับหยกปรากฏกาย สายตารอบข้างก็เพ่งความสนใจมาที่เราสองคนทันที ขอบอกว่าฉันไม่ได้แต่งตัวเด่นอะไรมากมายเลยนะ ก็แค่ชุดธรรมดาๆ เป็นเสื้อทรงคอร์เซ็ทเกาะอกสีขาวมุกสวยแต่งระบายด้วยลูกไม้สีหวาน ที่ชายเสื้อด้านหนึ่งแต่งด้วยผ้าชีฟองบางเบาปล่อยยาวลงไปจนเกือบถึงเข่า ส่วนท่อนล่างก็เป็นกางเกงยีนส์สีซีดเข้ารูปเอวต่ำ อวดหน้าท้องแบนราบไร้ส่วนเกินที่วับๆ แวมๆ ให้หัวใจคนมองสั่นไหวเล่น ส่วนหน้าวันนี้ฉันแต่งแบบเบาๆ หวานๆ กำลังดีให้เข้ากับชุดและหน้ากากรูปผีเสื้อสีทองฝังเพชร ผมสีสวยก็ดัดเป็นลอนใหญ่หลวมๆ ปล่อยเคลียไปกับไหล่เปลือยรับกับมงกุฎเงินอันเล็กด้านบนอย่างลงตัว ส่วนคุณเพื่อนรักข้างๆ ก็มาในมาดคาวบอยสาว ตั้งแต่หมวกคาวบอยสาน หน้ากากหนัง เสื้อกล้ามสีเบจครึ่งตัวอวดกล้ามท้องและเอวคอดกิ่วสมบูรณ์แบบทับด้วยเสื้อกั๊กชายรุ่งริ่งสีเข้ม ยีนส์ฟิตเปี้ยะสีสนิมกับเข็มขัดหนังเส้นใหญ่สุดเท่ ตบท้ายด้วยบูทยาวสีน้ำตาลเข้ม

แล้วแบบนี้จะไม่ให้ยกตำแหน่งเซ็กซี่สตาร์ให้ได้อย่างไร! ฉันภูมิใจแทนมันจริงๆ เลือดกำเดาจะไหล

“ นี่ครับ “ มีนักศึกษาผู้ชายใส่หน้ากากสีขาวเรียบๆ ห้อยป้ายสตาฟยื่นกระดาษอะไรซักอย่างให้ฉันที่ทางเข้าคณะฯ

 อะไรหว่า? หวังว่าคงจะไม่ใช่เลิฟเลตเตอร์นะ!

“ ใช้ทำอะไรหรอค่ะ? “ ฉันถามออกไปเมื่อเห็นว่ามันเป็นสติ๊กเกอร์กระดาษรูปดาวหลากสีที่ตอนมัธยมพอถึงวันวาเลนไทน์ก็ให้เอาไปติดเสื้อคนที่ตัวเองชอบ แต่ตอนนั้นเป็นรูปหัวใจนะ อย่าบอกนะว่าแบบเดียวกัน!

“ ใช้ให้คะแนนครับความชอบครับ  ถ้าเราชอบหน้ากากของใครก็ให้เอาไปติดที่เสื้อผ้าหรือตัวของเขาก็ได้ครับ ดวงใหญ่สุด 10 คะแนน รองลงมา 5 คะแนนและดวงเล็ก 1 คะแนนครับ ใครที่มีคะแนนติดเยอะที่สุดจะได้เป็นคิงและควีนของปาร์ตี้คืนนี้ครับ “ เขาอธิบายอย่างสุภาพและไม่ลืมยักคิ้วลิ่วตามาให้ฉันตามประสาพวกเจ้าชู้แพรวพราว ขอบใจจ่ะ ผู้หญิงอย่างเราๆ ชอบให้คนมองด้วยสายตาชื่นชมอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องชอบทุกคนที่มองนะ

นั่นประไร แต่ก็เข้าใจคิดแหะ แล้วพอจบงานใครจะไปนั่งนับล่ะว่าใครได้เท่าไหร่? แต่ก็ชั่งเถอะ ในเมื่อเขากล้าทำก็คงกล้านับ!

“ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมขอติดให้คุณคนแรกล่ะกันนะครับ “ แล้วผู้ชายคนเดิมก็พูดขึ้นก่อนจะแกะเอาดาวดวงที่ใหญ่ที่สุดในกระดาษของเขามาติดที่แขนของฉัน

“ ขอบคุณคะ “ ฉันบอกเสียงหวานแล้วรีบลากยัยเพื่อนรักเข้าไปในงานเพราะอยากเจอเมลจนตัวสั่นแล้ว แหะๆ

เมื่อเข้ามาในงานฉันก็จะเกือบหัวใจวายที่เห็นจอมโจรคิดเดินผ่านหน้าไป แบดแมนกับโรบินก็มานะเออ บ้างก็เป็นมาส์คปิดปาก จริงสินะ เขาไม่ได้บอกซักหน่อยว่าต้องเป็นหน้ากากเสมอไป ไอเดียบรรเจิดกันจริง หวังว่าฉันคงไม่เจอพวกเครื่องกลเอาหน้ากากอ็อกเหล็กมาใส่กันหรอกนะ มันจะเอาฮาเกินไปหน่อยแล้ว แล้วก็มีหน้ากากคาบูกิ (หน้ากากญี่ปุ่น) บีบีกันก็มีนะ แก๊สมาส์คก็มีเอ้า มาสไรเดอร์ก็ยังอุตส่าห์มา อิจิโกะจังก็มา เชื่อสิ อีกเดี๋ยวต้องมีเอสปราด้าโผ่ลมาฉะกับมันแน่ นั่นไง หันไปก็เจออุลคิโอร่าสุดเท่ยืนสงบนิ่งอยู่

อั้ยย่ะ! นี่มันงานคอสเพลย์มิใช่หรือ? (คอสแต่หน้ากากแต่ตัวไปคนละโยด เหอๆ )

กรี๊ด!

….ช็อปเปอร์!!!!!

ฉันแอบกรีดร้องในใจเมื่อหันไปเห็นหน้ากากช็อปเปอร์สุดน่ารัก ตัวการ์ตูนที่ฉันคลั่งไคร้ที่สุดในสามโลก กรี๊ดๆๆๆๆ อยู่เฉยไม่ได้แล้ว

“ น่ารักจังเลย “ ฉันตรงดิ่งเข้าไปทักทายหน้ากากช็อปเปอร์สุดเท่ทันที แหม ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้ชายใส่มานะฉันจะเข้าไปกอดจริงๆ ด้วย

“ ขอติดดาวหน่อยนะ “ ฉันบอกเขาแล้วแกะดาวที่ใหญ่ที่สุดออกมาติดที่แขนเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำของเขา ในกระดาษที่ได้มามีดาวดวงใหญ่ กลาง เล็ก อย่างละ 3 , 5 และ 10 ดวงตามลำดับ เขามองฉันนิ่งไม่ได้พูดหรือตกใจอะไร หรือเปล่าก็ไม่รู้นะเพราะเขาใส่มาส์คปิดปากสีส้มสุดเท่เอาไว้ด้วย

“ ไอโย เวลาแกจะไปไหนก็หัดบอกกันหน่อยสิว่ะ ฉันเดินหาแกแทบแย่ “ ใบหยกที่เดินเฉิดฉายเข้ามาบ่นฉันตามประสาคุณแม่คนที่สองแต่มีหรือที่ฉันจะสนใจ ฮ่าๆ

“ ช็อปเปอร์ “ ฉันบอกยัยเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเป็นปลื้ม กรี๊ดๆ น่ารักที่สุดเลย

“ อ๋อ ตัวทานูกิสุดเลิฟของแกนี่เอง “ ททานูกิหรอ? ยัยเพื่อนบ้า

“ กวางเรนเดียร์จมูกน้ำเงินย่ะ “ ฉันแก้ให้ยัยเพื่อนอีกครั้ง เมื่อมันชอบว่าช็อปเปอร์ของฉันเป็นตัวทานูกิอยู่เรื่อย

“ ว่าแต่ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวแล้ว “ มันบอกแล้วลากแขนฉันไปอีกทางที่มีร้านขายของกินตั้งอยู่

“ เอ๊ะ! “ ฉันสะดุ้งเมื่อมีคนจับแขนฉันไว้ เมื่อหันไปดูก็เห็นว่าเป็นช็อปเปอร์คุง ฉันกำลังจะถามเขากลับไปว่ามีอะไรแต่เขาก็หยิบเอาดาวกระดาษมาติดที่แขนของฉันซะก่อน

“ ขอบคุณนะ ไปล่ะ” ฉันบอกแล้วเดินกอดคอยัยเพื่อนรักไปหาอะไรลงท้องอย่างที่มันเสนอเพราะฉันเองก็หิวเหมือนกัน โฮ แต่งตัวจนลืมหาอะไรกิน จะสมน้ำหน้าหรือสงสารตัวเองดีเนี่ย

“ ขอบคุณคะ “ ฉันพูดคำนี้ไปกี้ครั้งแล้วเนี่ยเพราะไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็จะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเหลือเกินเอาดาวกระดาษวิบๆ วับๆ หลากสีมาติดที่แขนของฉันกับยัยหยก จะว่าไงล่ะ ฉันไม่ได้อยากจะเป็นควีนของงานซักหน่อยเพราะจริงๆ ฉันเป็นควีนอยู่แล้วด้วย อีกอย่างก็รู้สึกเหมือนโดนลวนลามอย่างสมยอมเลย ถึงแม้ภายนอกฉันจะแรงและเซ็กซี่ก็เถอะแต่ฉันก็ไม่ได้อยากให้ใครก็ไม่รู้มาถูกเนื้อต้องตัวแบบนี้นะ!

“ อยู่นี่เอง หาตั้งนาน “ เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนที่ดังขึ้นทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวก่อนหน้าของฉันมลายหายไปจนหมดสิ้นเพราะมันเป็นเสียงของสุดที่รักของฉันน่ะสิ แหะๆ ว่าแต่เขาเก่งจังเลยที่รู้ว่าเป็นฉัน แต่มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอกเพราะมันไม่ใช่ละครหรือการ์ตูนที่ปิดแค่ตาข้างเดียวก็จำกันไม่ได้ เหอ

วันนี้เมลอนของฉันมาในมาดแฟนธ่อมสุดเท่ด้วยหน้ากากครึ่งหน้าสีทองเป็นประกายกับชุดพิธีการของขุนนางยุโรปสมัยก่อนที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวจับจีบที่อกและแขนแล้วสวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีเข้มอีกที

หล่อจริงจัง คนสวยจะละลาย

เมื่อชมเขาในใจเสร็จแล้วฉันก็ไม่รีรอที่จะแกะดาวกระดาษติดที่เสื้อของเขาเลยและฉันก็จงใจติดที่ตำแหน่งหน้าอกด้ายซ้าย ตรงตำแหน่งหัวใจเพื่อสื่อความนัยในใจไปถึงเขาที่ฉันคิดว่าเขาเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว

“ ขอบคุณนะ แต่เราคงติดตรงนั้นของโยไม่ได้ “ เมลอมยิ้มน้อยๆ กับสิ่งที่ฉันทำก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ทะเล้นจนฉันต้องสาดค้อนวงโตไปให้เขา

“ ก็แน่สิ ใครจะให้ติดตรงนั้น “ ตรงนั้นของเขากับของฉันมันไม่เหมือนกันซะหน่อย ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เขาติดตรงนั้นแต่มันติดไม่ได้ กรี๊ด นี่มันที่สาธารณะนะแต่ถึงจะอยู่ในที่ส่วนบุคคลก็ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ คนทะลึ่ง

“ งั้นติดตรงไหนดีล่ะ โห ทำไมดาวเต็มตัวแบบนี้ล่ะ เอาที่เขาแจกมาติดตัวเองหมดเลยหรอ? “ เมลทำตาโตพูดอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าทั้งสองแขนของฉันลายเป็นตุ๊กแกดาว ตุ๊กแกสายพันธุ์ใหม่ ซะที่ไหนล่ะ แล้วที่เขาพูดนี่มันหมายความว่าไง ฉันขี้เหร่ขนาดไม่มีคนมาติดดาวให้เลยจนต้องติดเองเลยหรือไง เมลคนบ้า

“ เมลบ้า โยจะกลับแล้ว “ ฉันบอกอย่างงอนๆ แล้วทำท่าจะเดินกลับจริงๆ แต่เมลก็ตามมารั้งแขนไว้ ที่จริงฉันแกล้งงอนไปงั้นแหละ ผู้หญิงเราชอบให้คนง้อเป็นธรรมดาอยู่แล้ว โฮะๆ

“ เราล้อเล่นน่ะ เราก็แค่รู้สึกไม่ชอบใจผู้ชายพวกนั้นจนต้องหาเรื่องมาโกหกตัวเองเท่านั้นแหละ “ เมลบอกยิ้มๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรแต่สายตาของเขากลับสะท้อนความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ดีใจจัง ฉันดีใจจริงที่ๆ ได้ยินจากปากของเขาว่าเขายังหวงฉันอยู่จริงๆ ไม่ใช่ให้ฉันคิดไปเอง 

“ งั้นโยแกะออกให้หมดเลยก็ได้ “ ฉันบอกแล้วจะเอื้อมมือไปแกะดาวพวกนั้นออกจริงๆ เพราะฉันก็ไม่ได้เสียดายอะไรด้วย ดีซะอีกจะได้กลับมาเป็นคนซักที ไม่อยากเป็นตุ๊กแกแล้ว แหะๆ

“ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวคนที่ติดให้มาเห็นแล้วจะเสียความรู้สึกนะ “ ยังไงเมลก็ยังเป็นเมล เขาไม่ได้ไร้เหตุผลขนาดงี่เง่าเอาแต่ใจไม่ดูสถานการณ์

“ แล้วไม่ติดแล้วหรอ? “ ฉันทวง สำหรับฉันดาวดวงอื่นจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่มีแค่ของเมลเท่านั้นที่ฉันอยากเก็บเอาไว้

“ เอาตรงนี้ล่ะกัน “ เมลบอกแล้วก็ติดสติ๊กเกอร์ที่คอด้านซ้ายของฉัน คอหรอ?

“ ว่าแต่เมลเอาอะไรมาติดโย “ ฉันถามเมื่อสติ๊กเกอร์ที่เขาแกะมามันไม่เหมือนของคนอื่นๆ แต่ฉันก็ดูไม่ทันเหมือนกันว่ามันเป็นอะไรเพราะเมลเอามือมาบังไว้ตลอดเลย หวังว่ามันคงไม่ใช่รูปแปลกประหลาดพิสดารอะไรหรอกนะ ไม่งั้นฉันจะตุ๊กแกฟาดหางใส่เขาจริงๆ ด้วย

“ ไม่รู้สิ แต่เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวงานจะเริ่มซะก่อน “ เมลตัดบทดึงความสนใจของฉันได้ดี ฉันหันไปเรียกยัยเพื่อนรักที่เอาแต่จิ้มลูกชิ้นเข้าปากไม่สนภาพพจน์แล้วตามเมลไปอีกที

เมลพาฉันเดินเข้าไปในตึกคณะฯ ที่มีสตาฟยืนคุมเชิงอยู่โดยรอบเพราะไม่ได้อนุญาตให้ทุกคนเข้าไปได้ คนที่จะเข้าได้มีแค่สตาฟและคนที่ซื้อบัตรผ่านแล้วเท่านั้น ซึ่งไปบัตรผ่านพวกนั้นก็คือบัตรที่เมลเอามาให้เมื่อวานนั่นแหละ ชักอยากจะรู้แล้วสิว่ามันมีอะไรอยู่ในนั้น หวังว่าคงไม่ได้ทัวว์ปราสาทแดร็กคิวร่าหรอกนะเพราะบรรยากาศมันวังเวงได้ใจมากเลย โฮ

เมลพาฉันเดินเข้าไปลิฟต์แล้วกดไปชั้นบนสุดที่เป็นดาดฟ้าคณะฯ เมื่อลิฟต์เปิดออกฉันก็แทบจะอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงเมื่อดาดฟ้าที่กว้างเท่าสนามฟุตบอลถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานเต้นรำใต้แสงตะวันได้อย่างเลิศหรูอลังการ ทั้งเวทีนักร้องนักดนตรี โซนอาหารเครื่องดื่มแบบไม่อั้น ซุ้มดอกไม้และดวงไฟ และโต๊ะสำหรับผู้เข้าร่วมงานอีกสิบกว่าโต๊ะ คนละขั้วกับที่ลานคณะฯ เลย แบบนี้มันสองมาตรฐานชัดๆ

อูย แต่บนดาดฟ้านี่หนาวชะมัดเลยแหะ ไม่น่าใส่เกาะอกอึ้มๆ มาเลย

“ เอ๊ะ! “ ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็มีอะไรไม่รู้หล่นลงมาคล้องคอของฉัน หวังว่าคงไม่ใช่งูหรอกนะ พอก้มไปดูก็เห็นว่าเป็นผ้าพันคอนิตติ้งแบบวงแหวนสีเทาเข้ม

แล้วมันมาได้ยังไงอะ? แล้วคำตอบก็กระจ่างเมื่อฉันเห็นหน้ากากช็อปเปอร์สุดน่ารักเดินสวนไป เพราะเมื่อตอนที่อยู่ข้างล่างตอนไปติดดาวให้เขาฉันเห็นเขาใส่อยู่ล่ะ

“ หิวมั้ย ไปหาอะไรทานและไปนั่งที่โต๊ะกัน “ ฉันกำลังจะขอบคุณหมอช็อปเปอร์แต่เมลก็เรียกเอาไว้ซะก่อน พอหันไปอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว ไปไหนแล้วนะ ทั้งที่หัวแบบนั้นมันออกจะเด่น

เมลพาฉันกับหยกที่ไปโซนอาหาร ฉันมองหารหน้าตาน่ากินตรงหน้าก่อนจะตักอันที่ตัวเองทานได้ใส่จานไปเรื่อยๆ โดยมีเมลคอยอธิบายและแนะนำอาหารแต่ละอย่างราวกับตัวเองเป็นเชฟผู้รังสรรค์ขึ้นเอง น่ารักจริงๆ

“ หาตั้งนานแน่ะเมล ไปไหนมาหรอ อ้าว หวัดดีจ่ะโย หยก “ สาวแสนหวาน (ภายนอก) เอ่ยทักฉันกับเพื่อนรักด้วยเสียงเป็นมิตรสุดๆ หลังจากที่หล่อนวิ่งเข้ามาเกาะแขนแฟนของหล่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันอย่างแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่

“ หวัดดีองุ่น วันนี้สวยจังเลยนะ “ ฉันเลยต้องยิ้มกลับไปตามบทที่ถูกหยิบยื่นมาให้ ไม่ลืมชมผู้หญิงตรงหน้าที่แต่งตัวได้ตรงความชอบของเมลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชุดกระโปรงทรงบอลลูนแขนตุ๊กตาสีชมพูหวานแหววแต่งโบว์คาดเอวสีขาวเพิ่มความหวานเข้าไปอีก หน้ากากก็เป็นแบบขนนกฟูๆ รับกับใบหน้าอิ่มและผมที่ทำเป็นเปียก้างปลาพาดมาด้านหน้า ไม่ว่าจะมองยังไงก็ดูหวานไปทั้งตัว จนฉันที่เกลียดความหวานเกือบจะอ้วกเพราะเลี่ยนตา

“ แต่ก็สู้โยไม่ได้หรอก “ ของมันแน่อยู่แล้วย่ะ! ฉันยิ้มรับคำชมอันเสแสร้งแต่เป็นความจริงจากผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะจำใจลาเมลแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะที่ยัยเพื่อนรักกำลังนั่งโซ้ยของกินในจานมันอยู่อย่างไม่แคร์สายตาใคร อีกแล้ว

“ เมื่อกี้ยังไม่อิ่มอีกหรอแก “ ฉันถามใบหยกที่เอาแต่กินไม่สนใจอะไรรอบข้างรวมทั้งฉันด้วย ฉันหยิบขนมปังกระเทียมเข้าปากแล้วหันไปดูรอบๆ

จะว่าไปมารขัดขวางฉันหายตัวไปไหนนะ ตั้งแต่มายังไม่เห็นมาหาเรื่องกันเลย ทั้งที่เวลาปกติแม่หวานใจเขาอยู่ไหนเขาก็จะวนเวียนไม่ยอมไปผุดไปเกิดอยู่แถวๆ หล่อนด้วย

เสียงลีดกีตาร์เพลง Tears don’t fall ของ Bullet for My valentine ทำให้ฉันหันกลับไปที่เวทีอีกครั้ง มือกีตาร์ในชุดเสื้อยืดสีดำกับยีนส์สุดเท่สีเดียวกันกำลังลีดกีตาร์ลายไฟผลาญสีส้มสวยไม่แพ้มาส์คปิดปากที่เขาสวมอยู่อย่างเมามัน ก่อนที่นักร้องนำจะดึงมาส์คของตัวเองลงเพื่อว้ากใส่ไมค์ตามแบบต้นฉบับที่เพราะไม่แพ้กัน

ให้ตายสิ ฉันเองก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงใหลบรรดานักดนตรีทั้งหลายยามเมื่อตกอยู่ในห้วงดนตรีที่เขาบรรเลงขับขานขึ้น และไม่เพียงแค่ฉันเพราะเสน่ห์เสียงเพลงของพวกเขาดึงเอาความสนใจของคนทั้งงานให้จับจ้องไปที่เวทีเป็นตาเดียวได้อย่างไม่ยากเย็น

ฉันนั่งมองและชื่นชมนักดนตรีบนเวทีอยู่พักหนึ่งก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ คุณเพื่อน ไปห้องน้ำแป็บนะ เดี๋ยวมา “ ฉันบอกเพื่อนรักที่มันเอาแต่ยัดของกินเข้าปากราวกับไม่ได้กินอะไรมาสิบชาติอย่างไม่สนใจใครตามปกตินิสัยของมันก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนมนุษย์หน้ากากทั้งหลายตรงไปยังห้องน้ำที่เดินผ่านมาตอนแรก

โชคดีจังเลยที่คนส่วนมากกำลังสนใจอยู่กับเหล่าเทพบุตรนักร้องนักดนตรีที่กำลังวาดลวดลายอยู่บนเวทีทำให้ตอนนี้ห้องน้ำที่ฉันเข้ามาเลยว่างแต่ยังฉันก็ไม่ได้เข้ามาเพื่อใช้พวกมันอยู่แล้ว ฉันเดินไปที่กระจก ยกผมลอนสวยของตัวเองขึ้นเพื่อดูสิ่งที่แปะอยู่ตรงต้นคอ ภาพที่เห็นทำให้ฉันยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะต้องหุบยิ้มเอาผมลงเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามาในห้องน้ำอีกคน

เห้อ เห็นหน้าแม่นี่แล้วอารมณ์เซ็งจิตขึ้นมาทันทีเลย

“ อ้าวโย บังเอิญจังเลยนะ “ องุ่นถามเสียงหวาน เหอะ อยู่กันตามลำพังแล้วถอดหน้ากากออกบ้างก็ได้ย่ะ เห็นแล้วเมื่อยแทน

“ นั่นสิ “ ฉันตอบสั้นๆ อย่างไม่สนใจแล้วเช็คเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองในกระจกไปด้วย ยิ่งมายืนเทียบกันแบบนี้ก็ยิ่งสะใจขึ้นไปอีกเมื่อฉันไม่เห็นว่าผู้หญิงข้างๆ จะมีอะไรสู้ฉันได้ซักอย่าง นับจากดาวที่อยู่บนตัวของฉันกับเธอก็ห่างกันหลายขุมแล้ว

“ จะว่าไปโยก็คงได้รับสติ๊กเกอร์จากพวกสตาฟมาด้วยสินะ “ แล้วเธอก็เริ่มชวนฉันคุย ฉันพยักหน้าในกระจกให้ไปเธอจึงเริ่มพูดต่อ

“ แล้วโยรู้หรือเปล่าจ่ะว่ามันมีสติ๊กเกอร์พิเศษอยู่ด้วย เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีแค่ 16 ดวงที่ทางสตาฟจัดทำให้สำหรับเฟรชชี่ที่เป็นดาวและเดือนของแต่ละเอก ดวงหนึ่งมีคะแนนตั้ง 100 คะแนน “ องุ่นบอกยิ้มๆ แต่น้ำเสียงของเธอดูเย้ยหยันจนน่าหมั่นไส้ไม่ได้เข้ากับอิมเมจนางเอก (ตัวปลอม) ของเธอเอาซะเลย เดี๋ยวจะรู้สึก! เล่นกับใครไม่เล่น

“ จริงหรอ? เพิ่งจะรู้นะเนี่ย แสดงว่าเมลเองก็ต้องมีด้วยสินะ “ ฉันทำเสียงตกใจเอามือป้องปากประหนึ่งเพิ่งอ่านข่าวหน้าหนึ่งแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในข่าวนั้นด้วย

“ จ่ะ อยากรู้จังว่าเมลจะติดให้ใคร “ องุ่นหันมาบอกด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิมแต่น้ำเสียงของเธอก็ยังเสแสร้งไม่เปลี่ยน ชิชะ รู้ฤทธิ์แม่น้อยไปซะแล้ว!

“ เอ่อ แล้วไอสติ๊กเกอร์อันนั้นมันหน้าตาเป็นยังไงหรอ? ใช่แบบนี้หรือเปล่า? “ ฉันถามอย่างไร้เดียงสาไม่ลืมรวบผมโชว์สติ๊กเกอร์รูปรอยจูบสีแดงสดที่มีตัวอักษรโรมันบอกชื่อเจ้าของเดิมของมันที่แปะอยู่ที่ต้นคอของตัวเองให้เธอดู

อาการตาโต อ้าปากค้างของผู้หญิงตรงหน้าทำให้ฉันเกือบหลุดหัวเราะออกมา ฮ่าๆ ก็บอกแล้วว่าใครเล่นกับใครไม่เล่น

“ โอ๊ะ! ดูเหมือนจะใช่สินะ เมลน่ะอยู่ๆ ก็เอามาติดไว้ไม่บอกอะไรซักคำ “ ฉันบอกลอยๆ พยายามไม่ใส่ความสะใจปนสมน้ำหน้าลงไปในน้ำเสียงมากนัก

“ เราไปก่อนนะ หยกรอแย่แล้ว “ ฉันบอกลาคนที่กำลังยืนตัวแข็งกำมือของตัวเองแน่นราวกับกำลังเคียดแค้นใครอยู่ซึ่งคนนั้นคงจะเป็นผู้หญิงที่สวยสุดๆ ไปเลยแน่ๆ ฮ่าๆ

ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยอารมณ์ที่เบิกบานลั้ลล้าแต่พอเดินมาถึงทางเลี้ยวไปดาดฟ้าที่จัดงานก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังยืนพิงกำแพงอยู่ ชุดสีดำทั้งตัวกับมาส์คปิดปากสีส้มสวยทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าเขาเป็นคนเดียวกับใครคนหนึ่งที่ฉันเดาไว้ตอนแรก ฉันทำเป็นเดินผ่านเขาไปโดยไม่ทักทายอะไรประหนึ่งไม่รู้จริงๆ ว่าเขาเป็นใคร? เพราะฉันยังไม่อยากให้อารมณ์ที่ดีสุดๆ อยู่ตอนนี้ต้องเสียไปเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง

เมื่อกลับมาที่โต๊ะก็เห็นว่าไม่ได้มีแค่ใบหยกนั่งอยู่คนเดียวเหมือนตอนแรก

“ หวัดดีสุดหล่อ ไม่ยักรู้ว่าเล่นดนตรีกับเขาด้วย “ ฉันทักทายคนที่สวมมาส์คปิดปากลายเขี้ยวสีดำขาวสุดเท่แต่ออกแนวเท่แบบน่าขนลุกนะที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อนรักของฉันอีกที

“ หวัดดีคนสวย ก็อ่ะนะ “ เดนยักไหล่ตอบ เขาเล่นกลองให้วงดนตรีก่อนหน้าวงเดียวกับผู้ชายอีกคนที่ฉันเพิ่งเจอนั่นแหละ

“ โทษนะ เก้าอี้ยังว่างอยู่หรือเปล่า? “ เสียงทุ้มของผู้ชายคนใหม่ดังขึ้นจนฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปหาต้นเสียง

“ ตามสบายเลย “ ฉันบอกพร้อมรอยยิ้มแต่ในจังหวะที่เมลกำลังจะเลื่อนเก้าอี้ข้างๆ ฉันนั่งลงก็มีผู้ชายอีกคนเข้ามาแทรกแล้วนั่งลงไปแทนซะก่อน ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!

เมลที่ถูกแย่งที่นั่งจึงต้องนั่งเก้าอี้ถัดไปตามด้วยแม่นางองุ่นเปรี้ยวที่ตามไปนั่งข้างๆ แฟนของเธออีกที ไม่เสียแรงที่เกิดเป็นปลิง เธอทำหน้าที่ของเผ่าพันธุ์เธอได้สมบูรณ์แบบจริงๆ ฉันขอนับถือเลย

“ อ้าวไลม์ นึกว่าวันนี้ไม่มาซะอีก ไปอยู่ไหนมาหรอ? “ ฉันทำเป็นยิ้มถามเขาเพราะทั้งโต๊ะเอาแต่เงียบใส่กันราวกับคนไม่รู้จักกัน

“ ไปดูชะนีมา “ กรี๊ด! ฉันสาดสายตาอาฆาตใส่เขาทันทีที่เขาพูดจบ ปากร้ายจริงๆ ผู้ชายคนนี้ ว่างๆ ไปเอาสุนัขออกจากปากบ้างนะ เดี๋ยวมันจะกัดกันตายซะก่อน ให้ตายสิ กำลังอารมณ์ดีแท้ๆ เสียบรรยากาศหมด

แล้วทั้งโต๊ะก็กลับมาเงียบอีกครั้งราวกับกำลังเล่นสงครามเย็นกัน ฉันไม่เกี่ยงหรอกนะเพราะตัวฉันก็ค่อนข้างจะชื่นชอบอะไรแบบนี้อยู่มากพอดูเพราะงั้นขอเติมเชื้อไฟลงไปหน่อยละกันเพื่อความสนุกที่มากขึ้น หรือเปล่านะ?

“ จะว่าไปอาทิตย์นี้เป็นวันหยุดยาวนี่นา ใครมีแพลนไปไหนกันหรือยัง? “ ฉันถามขึ้นแบบไม่เจาะจงว่าถามใคร

“ ถามแบบนี้แสดงว่ามีแพลนจะไปไหนงั้นหรอ? “ เดนต่อบทให้ราวกับนัดแนะกันมา

“ ก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก พอดีโยกับหยกนัดจะไปเที่ยวสวนน้ำกันน่ะ “ ไอหยกหันมาทำตาโตใส่ฉันทันที แพลนเพลินอะไรที่ไหนไม่เคยมีหรอก เพิ่งคิดได้เมื่อกี้นี่เอง ฮ่าๆ

“ น่าสนใจดีนะ “ เดนบ่นลอยๆ พลางลอบมองผู้หญิงที่เอาแต่กินข้างๆ เขาไปด้วย ใจแข็งจริงเพื่อนฉัน

“ น่าสนแล้วสนใจจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ? ไปหลายๆ คนน่าจะสนุกกว่านะ “ และพอฉันพูดแบบนี้ไปเพื่อนรักข้างๆ ก็เงยหน้าขึ้นมามองฉันอีกรอบ เสียใจที่รัก ฉันพูดออกไปแล้ว

“ ได้สิ ไปแช่น้ำคลายร้อนก็ดีเหมือนกัน ว่าไงไลม์ สนใจจะไปด้วยกันมั้ย? “ เดนตอบฉันก่อนจะตะโกนข้ามหัวฉันไปถามเพื่อนของเขาอีกที

“ เออ “ สั้นไปมั้ย? กลัวว่าดาเมเชี่ยนในปากจะออกมาเพ่นพล่านหรือไงกันพ่อคู้น

“ น่าสนุกดีนะ เราไปด้วยได้มั้ย? “ คนที่ฉันอยากชวนไปที่สุดก็นายนั่นแหละ เมลอน

“ อืมไปสิ องุ่นก็ไปด้วยกันนะ “ และฉันก็ไม่ลืมทำตัวเป็นนางเอกที่ดีหันไปถามตัวประกอบที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ข้างๆ พระเอกของฉัน โฮะๆ สนุกแน่งานนี้

ฉันหันไปส่งยิ้มแทนคำเตือนให้ผู้ชายที่เอาแต่มองเพื่อนของฉันเพราะโอกาสที่ฉันสร้างขึ้นมานี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวฉันเอง (อย่างเดียว) แต่เพื่อเขาและเพื่อนรักคนดีของฉัน เพราะสิ่งที่ฉันต้องการฉันได้มันมาครอบครองแล้ว ไม่สิ เรียกว่าฉันไม่เคยสูญเสียมันไปเลยจะถูกกว่าเพราะฉะนั้นต่อจากนี้ฉันจะทำหน้าที่เป็นแม่สื่อช่วยประสานรอยร้าวอะไรก็แล้วแต่ของพวกมันสองคน แม้ฉันจะไม่ชอบใจนายเดนที่ทำให้หยกต้องร้องไห้แต่ฉันก็พอจะมองออกว่าหยกเองก็ยังรักเขาอยู่

อย่าทำให้โอกาสที่ฉันสร้างให้สูญเปล่าล่ะ!

ฉันยิ้มอีกครั้งเมื่อเดนยักคิ้วส่งมาให้เหมือนจะอ่านความคิดฉันออก ชะ! ร้ายกาจ อย่างนี้สิมันถึงจะคู่ควรกับเพื่อนรักของฉันหน่อย

“ ให้เราไปส่งมั้ย? “ เมลถามขึ้นเมื่อฉันบอกเขาว่าจะกลับแล้วหลังจากที่เรานัดแนะเรื่องวันเวลารวมตัวไปเที่ยวกันเรียบร้อย ก็แหมดูหน้ายัยเพื่อนรักของฉันซะก่อน มันทำท่าจะงับหัวฉันอยู่แล้ว ขืนนั่งต่อไปอีกซักห้านาทีหน้าสวยๆ ของฉันคงหายไปในกระเพาะมันแน่ๆ

“ ไม่เป็นไร โยเอารถมา “ ฉันบอกเมลที่แสนดีที่คงลืมไปว่าข้างๆ เขามีแฟนสาวนั่งอยู่ด้วยถึงได้เผลอใส่ความห่วงหามาซะเต็มเปี่ยมขนาดนี้

“ ไปก่อนนะ แล้วเจอกันอาทิตย์นี้ “ ฉันโบกมือลาทุกคนก่อนจะเดินตามยัยหยกที่เดินลิ่วไปแล้ว

แต่เมื่อจะเดินเข้าลิฟต์ไปก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้คืนผ้าพันคอให้กับช็อปเปอร์คุงที่ใจดีให้ยืมมาเลย ฉันสอดสายตามองหาหมวกสีชมพูสุดเด่นก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นเป้าหมาย ฉันตรงดิ่งไปหาเขาทันทีออกอาการแปลกใจเล็กน้อยที่ชุดของเขาแปลกไปแต่ก็ชั่งเถอะ

“ หวัดดี ฉันเอามาคืน ขอบคุณนะ “ ฉันรีบบอกรีบลาช็อปเปอร์ที่น่ารักเพื่อตามยัยเพื่อนรักไปให้ทัน

เมื่อลับร่างสวยๆ ของหญิงสาว ผู้ชายที่ได้รับของที่อยู่ในมือมาก็แทบจะเดินตามร่างนั้นไปราวกับถูกมนตร์เสน่หาคุณไสยถ้าไม่มีมือของใครคนหนึ่งจับไว้ซะก่อน

“ ไอเวรมาจับไว้ทำไมว่ะ ฉันจะตามนางฟ้าของฉันไป แมร่งเอ่ย ผู้หญิงอะไรว่ะหุ่นน่าฟัดชะมัด “ ผู้ชายที่ใส่หมวกสีชมพูมีเขากวางน่ารักๆ บ่นเพื่อนที่เข้ามาขัดจังหวะอย่างไม่จริงจัง

“ นางฟ้า? เหอะ! แม่มดล่ะไม่ว่า “ ไลม์บอกเพื่อนที่กำลังทำท่าฝันหวานไปไกลราวกับคนโรคจิต นี่เขาหลวมตัวไปคบกับมันได้ยังไงกัน!

“ เออๆ สำหรับแกนอกจากน้ององุ่นแล้วคนอื่นก็เป็นแม่มดหมดทั้งนั้นแหละ “ เขาบ่นเพื่อนสนิทที่ไม่เคยชายหางตาแลผู้หญิงคนไหนจริงๆ จัง

“ ว่าแต่ยัยนั่นมาทำไม? “ ไลม์อดไม่ได้ที่ถามถึงสาเหตุการมาของแม่มดสาวพราวเล่ห์กลที่ชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว

“ เอานี่มาให้ สูด หอมชะมัด อ้าวเฮ้ย! “ เขาก้มมองของในมือแล้วยกขึ้นมาสูดกลิ่นของหญิงสาวที่หอมหวนแต่ยังไม่ทันจะได้ชื่นใจเจ้าของมันก็คว้ากลับคืนไปซะก่อน

“ ขอได้มั้ยว่ะไอเพื่อนรัก “ เขาตามมากอดคอประจบไลม์ไว้เมื่อมันทำท่าจะเดินหนีไป

“ ไม่ได้! “ ไลม์ตอบออกมาแทบจะไม่ต้องคิดจนเพื่อนสนิทอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาจับผิด

“ อะไรวะ? นี่แกสนใจผู้หญิงคนอื่นนอกจากน้ององุ่นด้วยหรอ? “ ถามอย่างร่าเริงจนคนถูกถามแทบสะอึก

“ บ้าเหรอ ยัยนั่นเนี่ยนะ ไม่มีทาง “ ไลม์แก้ตัวพัลวัน ไม่ได้ส่อพิรุธเลย!

“ แล้วทำไมต้องทำเสียงสูงด้วยวะ “ ถามอย่างจับผิด

“ ไม่ได้ทำเสียงสูงโว้ย “ ไลม์พยายามตอบเสียงต่ำซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

“ งั้นก็เอาผ้าพันคออันนั้นมาให้ฉันซะสิ “ ได้ทีต่อรองถึงของที่ต้องการ กลิ่นหอมของดอกไม้ยุโรปยังติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูกของเขาราวกับยาเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล

“ ไม่ให้โว้ย! “ ไลม์ทำเสียงเข้มบอกเพื่อนก่อนจะผลักมันไปหาผู้หญิงที่กำลังยิ้มหวานเดินเข้ามาแล้วใช้โอกาสนี้ชิ่งหนีไป

เพราะอะไรเขาเองก็ไม่รู้? ทำไมเขาจะต้องหวงด้วยก็แค่ผ้าพันคอนิตติ้งธรรมดาๆ ที่ยัยแม่มดนั่นเคยเอาไปใช้ก็เท่านั้น ก็แค่ผ้าพันคอที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้หลากชนิดจางๆ ที่ติดมาจากตัวขาวๆ นวลเนียนของยัยแม่มดนั่น ก็แค่กลิ่นหอมๆ ที่ไม่ว่าจะยกขึ้นมาสูดดมทีไรก็ไม่เคยเบื่อเฮ้ย!!

 

------------------------------------


**เครดิตภาพผู้ชายใส่มาส์คปิดปาก : Zelo B.A.P (Mask ของเค้าเท่จริงจังมาก ขอยืมมาให้ไลม์ใส่หน่อยละกัน อิอิ)

ปอลิง รักรีดเดอร์เหมือนเดิมจ้า โอ๊ะ ไม่สิ! รักของฉันมันเพิ่มขึ้นทุกวันตะหากล่ะ (ต้องทำเสียงหล่อด้วยนะ แหะๆ ก็อบเลโอมาอีกที )

(^^) จุ๊บๆ จ้า

ปอลิงที่ 2 ว่าจะไม่เปิดคอมฯแล้ว อุตส่าห์ปิดถอดปลั๊กเก็บอย่างดีได้เป็นอาทิตย์ วันนี้ดีแตกซะแล้ว โฮ สู้ต่อไปทาเคชิ!! รีดเดอร์ที่กำลังสอบก็สู้ๆ นะค่ะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #21 JyDeang13 (@JyDeang13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 09:38
    ตกกกหลุมมมมยัยแม่มดไปซะแล้วสวยพี่ไลม์
    #21
    0