Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 7 : Fruity Yogurt#6 Happy Birthday My Melon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มี.ค. 56


Fruity Yogurt
ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

#6

Happy Birthday My Melon

   

   “ เดี๋ยวแก แวะร้านหนังสือแป๊บสิ “ ฉันเรียกเพื่อนรักไว้เมื่อกำลังเดินผ่านหน้าร้านหนังสือแบรนด์ดังที่คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก

 

วันนี้วันเสาร์ฉันเลยลากยัยหยกมาเดินห้างแถวคอนโดฯ นั่นแหละ เพราะอากาศบ้านเราที่รู้ๆ กันว่าร้อนมากถึงมากที่สุดแม้ในห้องจะมีเครื่องปรับอากาศให้ใช้แต่คนสวยแถมรักษ์โลกอย่างฉันก็ขอเป็นหนึ่งเสียงที่จะช่วยให้โลกนี้ดีขึ้นด้วยการประหยัดพลังงานมาขอส่วนบุญส่วนกุศลความเย็นจากห้างแทน ก็แหม ยังไงๆ ที่ห้างเขาก็ต้องเปิดอยู่แล้ว อีกอย่างจะได้ไม่เปลืองไฟด้วย ค่าไฟตามคอนโดฯ ก็ไม่รู้จะขูดเลือดไปถึงไหน เห้อ บ่นซะยาวเข้าร้านหนังสือดีกว่า

 

ปกติฉันจะซื้อหนังสืออ่านไม่เลือกประเภทอยู่แล้วแต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นวรรณกรรมของต้นฉบับที่ไม่ยังไม่ผ่านการแปล ไม่ใช่ว่านักแปลไม่ดีนะแต่ฉันชอบอ่านแบบออริจินัลมากกว่าเพราะฉันอยากซึมซับสิ่งที่นักเขียนต้องการถ่ายทอดออกมาโดยตรง ออกแนวโรคจิตนะเนี่ย แต่วันนี้ฉันไม่ได้มาหาหนังสือพวกนั้น วันนี้ฉันมาหาหนังสือเกี่ยวกับงานบ้านงานเรือนให้สมกับภาพพจน์กุลสตรีไทยผู้เพียบพร้อม ( กระโถนอยู่ไหน? แหะๆ ) แบบว่าวันมะรืนที่จะถึงเป็นวันพิเศษน่ะเลยเลยหามาของขวัญสุดพิเศษเพื่อโอกาสนั้นโดยเฉพาะ

“ เค้ก? แกนึกพิศวาสอะไรพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? “ หยกที่มาจากไหนไม่รู้อยู่ก็โผล่พรวดเข้ามาจนฉันที่กำลังจินตนาการอยู่เกือบจะหลุดหนุมานถวายแหวนใส่มัน

“ เรื่องของฉันน่า “ ฉันปิดหนังสือที่ดูอยู่ก่อนจะเดินเอาไปให้พี่สาวแคชเชียร์คิดเงิน

ใช่! หนังสือที่ฉันดูอยู่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำเค้กแต่ฉันไม่ได้นึกพิศวาสมันอย่างที่ยัยหยกพูดหรอก ฉันก็แค่อยากจะทำมันให้คนที่พิศวาสมันก็เท่านั้น

เมลอนน่ะ ถ้าคุณกำลังคิดถึงเขาอยู่ก็บอกเลยว่าถูกต้องนะครับ! วันพิเศษที่ฉันพูดถึงก็คือวันเกิดของเขานั่นแหละ เพราะเราเลิกกันก่อนที่ฉันกับเขาจะได้ฉลองวันเกิดด้วยกัน ฉันเลยอยากจะทำอะไรให้เขาอย่างที่เคยตั้งใจไว้ หลังจากที่ซื้อหนังสือแล้วฉันก็ลากยัยเพื่อนรักไปซื้อของที่ต้องใช้ต่อ

 ฉันเลือกทำ Strawberry Short Cake With Yogurt Cream เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากเพราะเมลชอบเค้กทุกประเภทอยู่แล้วแต่ที่ฉันเลือกเค้กนี้ก็เพราะมันมีส่วนผสมที่เป็นชื่อของฉันอยู่ด้วยน่ะสิ โฮะๆ เอาง่ายๆ แบบนี้แหละ แหะๆ

เมื่อกลับมาถึงห้องฉันก็เอาของที่ต้องใช้มาวางเรียงรายบนเคาน์เตอร์ในครัวที่ไม่ได้ใช้มานานตามประสาแม่บ้านแม่เรือน (ตรงไหน?) พร้อมกับเอาหนังสือที่ซื้อมากางแผ่ไว้ตรงกลาง

:: ส่วนผสมส่วนเนื้อเค้ก ::

1. ไขไก่ 2 ฟอง

2. น้ำตาลทราย 50 กรัม

3. แป้กเค้ก 60 กรัม

4. แป้งข้าวโพด

5. ฝักวานิลลา 3 ฝัก (ให้กลิ่นหอมแต่ทานไม่ได้นะจ่ะ)

6. เนย 15 กรัม

7. นมสด 15 กรัม

8. ผงชาเขียว

:: ส่วนผสมส่วนครีมโยเกิร์ต ::

1. ครีมสด 165 กรัม

2. น้ำตาล 15 กรัม

3. เหล้าสตรอเบอรี่หรือเหล้าเชอรี่ 1/2 ช้อนโต๊ะ

4. น้ำเชื่อม (Syrup )40 กรัม

5. น้ำเปล่า 20 กรัม

6. สตรอเบอรี่สดพอประมาณ

7. โยเกิร์ตรสธรรมดา 100 กรัม

 

:: ขั้นตอนการทำเนื้อเค้กรสชาเขียว ::

ขั้นตอนที่ 1 ล้างสตรอเบอรี่ให้สะอาด เด็ดใบ พักไว้ให้แห้ง

ขั้นตอนที่ ละลายเนยด้วยความร้อน เติมน้ำตาล น้ำเชื่อม Syrup และน้ำเปล่าเล็กน้อยลงไป

ขั้นตอนที่ 3 ใส่ไข่ไก่ลงไป จากนั้นตีด้วยเครื่องตีจนเป็นโฟมละเอียด (ตีในอ่างน้ำอุ่น)

ขั้นตอนที่ 4 ใช้ตะแกรงร่อนแป้งเค้ก แป้งข้าวโพดและผงชาเขียวให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 5 นำแป้งที่ผสมไปรวมกับส่วนผสมที่ตีไว้ตอนแรก

ขั้นตอนที่ 6 เทลงพิมพ์ อบด้วยความร้อน 170 องศา นานประมาณ 20 - 25 นาที ได้เป็นแผ่นๆ หลังอบเสร็จ ดูพอให้เป็นสีออกน้ำตาลแดงก็ใช้ได้แล้วนำลงพิมพ์ที่เราต้องการขึ้นรูปเค้ก (อาจเป็นพิมพ์วงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้จ้าแต่ในที่นี้จะใช้เป็นพิมพ์วงกลมจ้า)

 

:: ขั้นตอนการทำครีมสด ::

ขั้นตอนที่ 1 ตีครีมสดกับน้ำตาลจนขึ้นเป็นฟองนุ่ม (ระวัง! ชามหรือถ้วยที่ใช้ตีห้ามมีไขมันติดอยู่)

ขั้นตอนที่ ใส่โยเกิร์ตลงไปตีรวมด้วยกัน

ขั้นตอนที่ 3 ตีรวมกันจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 4 เติมน้ำเชื่อม เหล้าผลไม้ตีรวมกันอีกครั้งให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 5 นำสตรอเบอรี่ที่ล้างไว้มาหั่นครึ่งแนวตั้งแล้วจัดเรียงด้านข้างพิมพ์ (ให้สตรอเบอรี่อยู่ต่ำกว่างขอบแม่พิมพ์ประมาณ 0.5 เซนติเมตร)

ขั้นตอนที่ 6 ตักครีมที่ตีได้ใส่ลงไปในพิมพ์ให้เต็มทั่วช่องว่าง

ขั้นตอนที่ 7 นำสตรอเบอรี่ที่ไม่หั่นใส่ลงไป  ในพิมพ์แบบแนวตั้งให้เต็ม นำครีมมาเติมด้านบน ปาดให้เต็ม

ขั้นตอนที่ 8 นำเค้กที่อบไว้ปิดด้านบนอีกที เติมครีมปาดให้ปิดเค้กจนหมด

ขั้นตอนที่ 9 ปาดครีมด้านบนให้เรียบเสมอพิมพ์

สุดท้าย แต่งหน้าตามชอบ

 

ฉันอ่านซ้ำอยู่แบบนั้นหลายรอบจนจำได้ขึ้นใจแล้วจึงลงมือทำตามขั้นตอนในหนังสือบอก โชคดีที่ฉันพอจะมีประสบการณ์งานครัวกับเขามาบ้างเลยทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่กับการใช้อุปกรณ์หรือหยิบจับอะไรและที่ครัวเองก็มีอุปกรณ์พวกนี้ครบครันอยู่แล้วจะติดปัญหาก็มีอยู่อย่างเดียวคือการชิม เพราะฉันเคยบอกไปแล้วว่าฉันไม่ถูกโรคกับของหวานอย่างมากถึงมากที่สุดต่างจากเมล เพราะงั้นเมื่อผสมแป้งเค้กเรียบร้อยฉันก็เดินถือถ้วยแป้งที่ตีเรียบร้อยแล้วไปหายัยเพื่อนรักที่นอนดูโทรทัศน์เกาพุงอยู่ที่โซฟา

“ ใบหยกจ๋า “ ฉันเรียกเพื่อนรักเสียงหวานไม่ได้เจือน้ำเสียงเจ้าเล่ห์หรือแผนการอะไรลงไปเลย จริงๆ นะ

“ อะไร….” ใบหยกถามเสียงแผ่วหันมามองที่ฉันอย่างหวาดระแวง แหะๆ

“ ชิมให้โยหน่อยสิว่าหวานใช่ได้หรือยัง? “ ฉันบอกพร้อมรอยยิ้มไม่ลืมส่งถ้วยในมือไปให้มัน ใบหยกมองดูแป้งเค้กชาเขียวสีเขียวหม่นๆ ในมือฉันพักหนึ่งก่อนจะเงยหน้ามามองฉันเหมือนจะถามความแน่ใจ และฉันก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าตอบคำถามมันไปด้วยความแน่ใจ

“ แหวะ! แหยะ! จะอ้วก “ นี่คือคำตอบของมันหลังจากที่มันเอานิ้วปาดเนื้อแป้งเค้กเข้าปากไปกระจึ้งหนึ่ง

“ ไอเพื่อนบ้า ฉันตั้งใจทำสุดๆ ไปเลยนะเว้ย “ ฉันแวดใส่เพื่อนรักที่ทำท่าจะเป็นจะตายหลังจากชิมแป้งเค้กที่ฉันใส่ความมุ่งมั่นตั้งใจลงไป แม้จะเป็นครั้งแรกที่ฉันทำเค้กแต่ฉันก็มั่นใจเรื่องฝีมือการทำอาหารของตัวเองมากนะ

“ ล้อเล่นน่า อร่อยแล้ว “ ใบหยกเข้ามากอดฉันที่ทำหน้าเซ็งอารมณ์อยู่ข้างๆ หน้าที่หงิกตอนแรกเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานขึ้นมาทันที

“ จริงหรอ? หวานน้อยไปหรือเปล่า? “ ฉันถามเพื่อนรักด้วยเสียงตื้นเต้นอย่างคนอารมณ์ดี เพราะฉันไม่ชอบหวานแต่ก็ลองใส่น้ำตาลลงไปเยอะกว่าปกติแต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะยังน้อยไปหรือเปล่า?

“ ไม่ๆ โอเคแล้ว “ ใบหยกย้ำอีกครั้ง

“ จริงหรอ แท็งค์กิ้ว “ ฉันขอบคุณเพื่อนรักก่อนจะกลับไปที่ครัวเพื่อลงมือทำเค้กต่อ

หลังจากที่ทำแป้งเค้กชาเขียวเรียบร้อยแล้วฉันก็มาลงมือทำครีมสดต่อและเมื่อทำเนื้อเสร็จก็เหมือนเดิมที่ฉันก็ยกมันออกไปให้ยัยเพื่อนรักที่รู้หน้าที่ของมันอยู่แล้วชิมอีกครั้ง เมื่อยัยเพื่อนรักบอกว่าผ่านฉันก็กลับมาทำขั้นตอนต่อไปต่อและหลังจากที่ใช้เวลาร่วมห้าชั่วโมงผ่านไป เจ้าก้อนแป้งที่ฉันตั้งใจทำอยู่ก็สำเร็จเป็นรูปร่างซักที ที่เหลือก็ขั้นตอนสุดท้าย ฉันตั้งใจจะใช้ซอสช็อกโกแลตเขียนเป็นตัวอักษรสวยๆ ว่า ‘Happy Birthday My Melon’ แต่พอคิดดูอีกทีฉันก็ตัดสินใจตัดคำว่า ‘My’ ออกให้เหลือแค่ ‘Happy Birthday Melon’ แค่นั้นเพราะตอนนี้เขา (ยัง) ไม่ใช่ของฉันอย่างสมบูรณ์ แม้ความจริงเขาจะเป็นของฉันก็ตาม

เมื่อเสร็จเรียบร้อยฉันก็เอาเค้กใส่กล่องเค้กที่ซื้อมาตอนไปซื้อพิมพ์แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นไว้รอเอาไปให้เขาอีกที

และในที่สุดวันนี้ก็มาถึง

“ ขับดีๆ นะเว้ยไอหยก ถ้าเค้กของเมลเป็นอะไรไปฉันฆ่าแกแน่! “ ฉันขู่เพื่อนรักที่ทำหน้าสารถีจำเป็นส่วนตัวเองก็กำลังกอดกล่องเค้กอยู่อย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นเพชรล้ำค้าที่ถูกกระเทือนแม้ปลายก้อยก็จะมลายหายไปเป็นอากาศธาตุ (เว่อร์)

เมื่อมาถึงมหาลัยฉันก็ตรงดิ่งไปที่ร้านค้าที่ฉันสนิทด้วยเพื่อขอฝากแช่เค้กเพื่อจะเอาไปให้เมลหลังเลิกเรียนก่อนจะเดินยิ้มหน้าบานควงยัยเพื่อนรักขึ้นห้องเรียนไปด้วยอารมณ์ที่ดีเกินเหตุ

“ แกหุบยิ้มบ้างก็ได้ ฉันสยองจริงๆ นะ “ ยัยหยกบ่นรอบที่ล้านแล้วมั้ง ก็คนมันอารมณ์ก็ต้องยิ้มสิ โฮะๆ

“ ก็ฉันอารมณ์ดีนี่จะให้ร้องไห้หรอ? “ ฉันกวนเพื่อนรักกลับก่อนจะหันไปฟังอาจารย์บรรยายหน้าห้องแต่ในหัวกลับคิดไปถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังเลิกเรียน แค่คิดฉันก็เผลอยิ้มออกมาอีก

ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงทิ้งเขาไปได้นะ ทั้งที่หัวใจของฉันมันโหยหาเขามากขนาดนี้ ก็อย่างที่เขาพูดกันว่า ถ้าไม่เสียไปก็คงไม่รู้ว่ามันสำคัญกับเราแค่ไหน? ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ฉันถึงได้ทำทุกวิธีทางเพื่อเอาเขากลับคืนมาและครั้งนี้ฉันจะไม่มีวันปล่อยเขาไปอีก

“ ให้ฉันไปด้วยมั้ย? “ ใบหยกถามขึ้นเมื่อคาบเรียนสุดท้ายจบลง

“ ไม่ต้องหรอก แกกลับไปก่อนเลย “ ฉันบอกเพื่อนรักเสียงใส ฉันรู้ว่ามันไม่อยากไปที่นั่นซักเท่าไหร่และฉันก็ไม่อยากพามันไปด้วย เห็นตาเศร้าๆ บวมๆ ของมันแล้วอยากฆ่าไอเดนตายนั่น ฮึ่ย คิดแล้วก็โมโหขึ้นมาเลย เสียบรรยากาศหมด

ฉันเดินหอบถุงลายสวยที่ข้างในใส่กล่องเค้กเอาไว้อีกทีเดินไปยังคณะฯ ที่อยู่ถัดจากคณะฯ ของฉันไปสามช่วงตึกด้วยรอยยิ้มน้อยๆ แต่แล้วรอยยิ้มของฉันก็ต้องหุบฉับลงเมื่อมีมนุษย์ดาวมู่ทู่มายืนขวางหน้าอยู่ ฉันทำเป็นไม่สนใจก่อนจะเดินไปอีกทางแต่เขาก็ตามมาขวางอีก

“ ถอยไป “ ฉันเงยหน้าบอกเสียงปกติไม่ได้ใส่อารมณ์ใดๆ เพราะขี้เกียจจะมาทะเลาะกับเขาให้เสียบรรยากาศ

“ กลับไป “ เขาบอกเสียงแข็ง แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่เขาบอกด้วยล่ะ

“ ไม่กลับ นายนั่นแหละถอยไป “ ฉันเถียงกลับพลางชะเง้อมองกลุ่มนักศึกษาที่พากันออกมาจากอาคารเรียนไปด้วย

“ วันนี้ไอเมลนัดกับองุ่นไว้แล้ว คงรู้นะว่าแฟนกันเขาจะไปเดทกันเขาไม่ต้องการก้างไปด้วย “ ไลม์บอกเสียงแข็งพร้อมกับเน้นคำว่า ก้าง ซะจนฉันเกือบติดคอ (เอ๊ะ! ยังไง? )

“ ฉันก็ไม่ได้จะไปเป็นก้างซะหน่อย แต่เป็นแฟนเก่าที่ผูกพันและยังผูกพันอยู่ตะหาก “ ฉันสวนเขากลับเพราะยังไงฉันก็มีตำแหน่งเป็นถึงแฟนเก่าไม่ใช่แค่เพื่อนสมัยเด็ก!

“ หน้าด้าน! “ กรี๊ด! ไอปากปีจอ ไม่มีใครสอนเขาหรือไงว่าผู้หญิงเป็นเพศที่สมควรให้เกียรติน่ะ

“ ใช่! ฉันมันหน้าด้านแล้วถ้าได้เมลกลับคืนมามันก็ถือว่าคุ้มกับการถูกด่าดีกว่าการเป็นคนหน้าบางแล้วไม่เหลือใคร! “ ฉันโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ เรื่องอะไรจะยอมให้เขาด่าอยู่ฝ่ายเดียว

“ เธอ! “ เขาคว้าแขนฉันไปบีบบอย่างแรงพร้อมกับจ้องตาเขม็ง ดวงตาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่าของเขายังคงโหดเหี้ยมไม่เปลี่ยนแปลง แต่คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง!

“ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! “ ฉันสั่งเสียงเรียบไม่ได้สะบัดออกเหมือนอย่างทุกทีเพราะถ้าทำแบบนั้นของที่อยู่ในมือจะหล่นไปกองที่พื้นทันที

“ จะทำอะไร? ปล่อยฉันนะ “ ฉันขืนตัวเมื่อเขาทำท่าจะลากฉันไปที่ไหนซักที่ แต่ฉันไม่ได้จะไปทางนั้นซะหน่อย ไอผู้ชายบ้าชอบใช้กำลัง

“ เธอนั่นแหละจะทำอะไร เลิกไปรังควานองุ่นได้แล้ว “ รักกันปานจะกลืนกินจริง ถ้าฉันเป็นยัยองุ่นเน่านั่นคงจะซึ้งจนอยากจะกลั้นใจตาย

“ งั้นก็ให้หล่อนเลิกกับเมลซะสิแล้วฉันจะไม่ไปรังควานหล่อนอีก “ ฉันบอกอย่างยียวนไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่จะทำเลย ก็เตือนไปแล้วนี่นาอยากไม่ทำตามเองก็ช่วยไม่ได้

“ ทำไมเธอถึงร้ายกาจแบบนี้ คนเขารักกันก็ยังจะคิดไปพรากเขาออกจากกันอีก “ ไลม์หันมาตวาดใส่ฉัน มือที่เขาบีบแขนฉันก็ดูจะแรงขึ้นตามอารมณ์ของเขาด้วย มันเจ็บนะคนบ้า

“ งั้นคนที่ร้ายกาจคงเป็นนายนั่นแหละ เพราะคนที่เมลรักคือฉันไม่ใช่องุ่นของนาย! “ ฉันบอกอย่างมั่นใจเพราะฉันมั่นใจจริงๆ ว่าเมลยังรักฉันอยู่ และฉันก็ไม่ได้เข้าข้างตัวเองด้วย

“ เหอะ! เธอนี่มันหลงตัวเองเข้าขั้นโรคจิตเลยนะ ไปหาจิตแพทย์บ้างเถอะ จะได้เข้าใจซักทีว่ามันไม่มีอะไรได้ดั่งใจไปทุกอย่าง “ เขาบอกอย่างเย้ยหยัน จิตแพทย์งั้นหรอ? ฉันไปทุกสามเดือนอยู่แล้วย่ะไม่ต้องให้นายมาสั่งหรอก!

“ เพราะนายไม่พยายามให้มันได้ดั่งใจมากกว่า ถึงได้โทษคนอื่นไปทั่ว ถึงมาขัดขวางฉันอยู่แบบนี้ไง “ เพราะไม่พยายามก็โทษคนอื่นคิดปลอบใจเข้าข้างตัวเองทั้งที่บ้างเรื่องแค่พยายามให้มาก ไขว่คว้ามาให้สุดแรงมันก็มาอยู่ในมือได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ก็ไม่ทำ เหมือนเรื่องของเขาไง ทั้งที่เป็นเพื่อนกับแม่องุ่นเปรี้ยวนั่นมาตั้งนานแต่กลับปล่อยผ่านเลยให้เป็นแค่เพื่อนอยู่แบบนั้น สมน้ำหน้าแล้ว!

และเพราะเขาที่เอาแต่จะลากฉันไปที่ไหนก็ไม่รู้บ้างกระชากแขนฉันด้วยแรงความเผือกของเขาบ้างและฉันเองก็ยื้อยุดขืนตัวเองไว้ไม่ให้ไปตามความต้องการของเขาทำให้ของที่อยู่ในมือของฉันหล่นลงไปกองอยู่ที่พื้นในวินาทีต่อมา

…………..

ฉันมองดูของในมือที่ลงไปกองอยู่ที่พื้นนิ่งๆ ไม่ต้องเปิดมันดูฉันก็รู้ว่ามันเละไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเงียบงันขึ้นมา ฉันเสยผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นทีหนึ่งก่อนหมุนตัวเดินผ่านผู้ชายตัวต้นเหตุไปเงียบๆ โดยไม่มีคำใด เอ่ยเอื้อนขึ้นและเขาเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้พูดอะไรด้วย

ฉันเดินกลับไปตามทางเท้าเพื่อออกไปหน้ามหาลัย แต่เวลานี้ฉันยังไม่อยากกลับห้องเลยแวะหยุดที่สวนหย่อมริมน้ำของมหาลัย ฉันเดินไปนั่งที่ม้านั่งไม้หันหน้าออกไปที่สระน้ำ แสงสีส้มดำของท้องฟ้ายามเย็นทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวของฉันเจือจางลงได้ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกโกรธขนาดนี้ แต่ก็ยังดีที่ฉันไม่เหมือนคนทั่วๆ ที่คงวีนแตกไปแล้ว แต่ก็เสียดายเหมือนกันแหะ ทั้งที่ฉันแค่จะเอาเค้กไปให้เมลเท่านั้นเพราะตอนที่ยังคบกันฉันสัญญาเอาไว้ว่าวันเกิดเขาฉันจะทำเค้กฝีมือฉันให้เขาเป็นของขวัญแต่ดูเหมือนจะผิดสัญญาไปซะแล้วสิ

ฉันเปิดกระเป๋าล้วงเอาเทียนรูปกระถางต้นไม้มีต้นหัวใจสีแดง ข้างในเขียนอักษร I8U สีขาวออกมาดูให้ช้ำใจเล่น

“ คงไม่ต้องใช้แกแล้วล่ะ “ ฉันบอกเจ้าเทียนในมือก่อนจะง้างมือขึ้นจะปามันทิ้งลงสระไป

“ เอ๊ะ! “ ฉันสะดุ้งน้อยๆ เมื่อของในมือไม่ยอมขยับเขยื้อนไปตามแรงของฉัน พอหงายหน้าขึ้นไปมองก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมีคนจับของในมือฉันเอาไว้และเป็นคนที่ฉันไม่คิดว่าเขามาจะมาอยู่ตรงนี้ได้

“ เมล! “ ฉันอุทานชื่อเขาเสียงดังจนเจ้าของชื่อหลุดยิ้มออกมา

“ ชู่ เบาๆ สิ คนอื่นหันมามองกันหมดแล้วเนี่ย “ เมลปรามยิ้มๆ ฉันรีบหุบปากที่ค้างอยู่ฉับลงทันที

“ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วนั่น! “ ฉันถามคนที่กำลังเดินมานั่งข้างๆ ฉันก่อนจะตาโตเมื่อเห็นของที่เขาถือมาด้วย

“ อ๋อ นี่หรอ พอดีเห็นมันตกอยู่น่ะเลยเก็บมา “ เมลพูดอย่างไม่สนใจหน้าเหวอๆ ของฉันก่อนจะค่อยๆ แกะกล่องใบนั้นออก

ใช่! มันคือกล่องเค้กที่ฉันทำให้เขานั่นแหละ แต่ทำไมมันถึงไปอยู่กับเขาได้ล่ะ มันน่าจะกองเละอยู่ที่พื้นนี่นา หรือนายไลม์จะเป็นคนเอาไปให้ ฮึ! ไม่มีทางซะหรอก แล้วทำไม?

ฉันเลิกคิดเรื่องที่หาคำตอบไม่ได้แล้วหันไปมองของในกล่องที่ดูไม่ได้เอาซะเลย ต่างจากตอนที่เพิ่งทำเสร็จลิบลับ แต่ก็โชคดีที่ตัวหนังสือที่เขียนไว้บนหน้าเค้กไม่เละไปด้วย

“ ขอนะ “ เมลบอกแล้วคว้าเอาเทียนในมือของฉันไปปักที่กลางเค้กที่เละไม่เหลือเคล้าเดิมนั่นก่อนจะล้วงเอาไฟแช็กในกระเป๋าเสื้อออกมาจุดไฟ

“ ยืมเพื่อนมาน่ะ “ เมลรีบตอบเมื่อเห็นสายตาจับผิดของฉัน ก็ว่าอยู่ว่าเมลไม่สูบบุหรี่ทำไมถึงมีของแบบนี้ได้ ถ้าเป็นนายไลม์นั่นก็ว่าไปอย่าง เอ๊ะ! แล้วฉันจะไปนึกถึงไอบ้านั่นทำไมกัน

“ อ้าว ไม่มีเพลงประกอบหรอ? “ เมลจ้องหน้าฉันอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามขึ้นด้วยรอยยิ้มทะเล้น ฉันเข้าใจความคิดของเขาได้ในทันที

กะล่อนจริงๆ

ฉันหันซ้ายหันขวาก็เห็นว่ารอบๆ ไม่มีใครอยู่แล้วจึงเริ่มร้องเพลงประกอบตามคำบัญชาของ (ว่าที่) แฟน ที่ถือเค้ก (เละๆ ) รอฟังอยู่

Happy Birthday to you… Happy Birthday to you… Happy Birthday …Happy Birthday… Happy Birthday to you….” ฉันร้องด้วยเสียงที่ผิดคีย์ไปหลายโยดเพราะไอคนหน้าหล่อข้างๆ เอาแต่ส่งสายตากับรอยยิ้มทะเล้นๆ มาให้ ชิ บทจะเจ้าเล่ห์ก็ร้ายไม่เบาเลยนะ

ทันทีที่เพลงจบเมลก็หลับตาลงเหมือนกำลังอธิษฐานก่อนจะก้มลงเบาเทียนจนดับสนิท จะว่าที่ที่ฉันกับเมลนั่งอยู่ก็ค่อนข้างมืดอยู่พอสมควร มีเพียงแค่แสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟริมทางที่ห่างไปเกือบสิบก้าวเท่านั้นที่เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว

“ เดี๋ยว! “ ฉันจับมือร้องห้ามเมลไว้เมื่อเขากำลังหยิบลูกสตรอเบอร์รี่สีแดงลูกโตเข้าปาก

“ ทำไม? “ ยังมีหน้ามาถามอีกนะ ก็มันหล่นพื้นเละไปแล้วนี่ยังจะกินอีก

“ มันเละไปแล้วนะ “ ฉันบอกเขาเสียงแผ่ว แต่เขาไม่สนใจกลับก้มลงมากัดมันเข้าปากไปจนได้

“ อร่อยจัง ขอบคุณนะ “ ฉันมองเขาเหมือนจะขอคำตอบว่าเขาขอบคุณเรื่องอะไร เพราะฉันไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าเค้กที่เขากำลังทานอยู่อย่างเอร็ดอร่อยมันเป็นฝีมือของฉันเอง

“ รู้ด้วยหรอว่าโยเป็นคนทำ? “ ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจถามออกไป เมลหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้ เป็นยิ้มที่ฉันคิดว่ามันอ่อนโยนและลึกซึ้งกว่าครั้งไหนๆ

แล้วแบบนี้ฉันจะถอยหลังกลับได้ยังไง

“ ก็ต้องรู้สิ ก็เรารออยู่ทั้งวันนี่นา “ ฉันรู้สึกขอบคุณความมืดที่ปกคลุมรอบกายอยู่ตอนนี้เพราะฉันคิดว่าหน้าฉันต้องแดงยิ่งกว่าลูกสตรอเบอร์รี่ที่เมลเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่แน่ๆ ดีใจจัง

“ เอ๊ะ! “ ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็มีของเย็นๆ มานาบที่แก้มของฉัน พอหันไปก็เห็นลูกสตรอเบอร์รี่จ่ออยู่ที่ปากพอดิบพอดี ฉันไม่ชอบของหวานก็จริงแต่ถ้าเป็นสตรอเบอร์รี่อย่างเดียวล่ะก็ฉันชอบขาดใจเลย

“ เมล! “ ฉันเรียกชื่อคนข้างๆ เสียงเข้มเมื่อเขาแกล้งดึงลูกสตรอเบอร์รี่ไปไม่ให้ฉันกินมัน ฉันพยายามจะเอื้อมมือไปคว้ามันมาแต่สุภาพบุรุษชอบแกล้งก็เอามันหนีไปได้ก่อนเขาจะเอาฟันงับมันไว้แล้วใช้อีกมือคว้าเอวฉันเข้าไปใกล้กับเขาจนเราได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน ฉันมองสบตาเขานิ่งๆ อย่างทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้ เมลเองก็ไม่หลบตาฉันเช่นกัน ความเย็นที่ริมฝีปากทำให้ฉันรู้ว่าเขาเอาสิ่งที่ฉันอยากได้มาจ่อให้ถึงที่ ฉันอ้าปากให้เขาส่งมันเข้าไปช้าๆ ฉันค่อยๆ เคี้ยวสิ่งที่เขาป้อนให้ ความเปรี้ยวอมหวานที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วปากทำให้หัวใจของฉันเริ่มเต้นในจังหวะที่มั่วซั่วเมื่อมันพาลให้นึกไปนึกรสชาติของอีกสิ่งที่คล้ายๆ กัน และตอนนี้มันอยู่ห่างจากฉันไปไม่กี่มิลฯ เท่านั้น

“ เมล” ฉันเรียกเขาเสียงแผ่วแต่คิดว่าคนที่แทบจะแนบชิดกันอย่างเขาคงจะได้ยิน

“ รอเรานะ “ เมลบอกเสียงเบาแต่แน่วแน่ ฉันตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดคำๆ นี้ออกมาทั้งที่เขาเองก็มีใครอีกคนอยู่แล้ว

“ อืม “ ฉันพยักหน้าตอบตกลงอย่างง่ายดาย เมลยิ้มน้อยๆ ยกมืออีกข้างขึ้นมาเกลี่ยผมหน้าของฉันไปทัดหูก่อนจะค่อยๆ ก้มเข้ามาหาฉันอีกนิด

…Ring Ring…

ฉันสะดุ้งเผลอผลักเมลออกเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“ ฮัลโหล “ ฉันรับสายเสียงไม่มั่นคงนัก ออกสั่นเล็กๆ แต่เป็นสายยัยเพื่อนรักคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

( แกยังสบายดีอยู่หรือเปล่า? ) ถามเพื่อ? ทำยังกับไม่ได้เจอกันมาเป็นชาติ

 “ ทำไม? “ ฉันถามกลับ พยายามไม่หันไปมองคนข้างๆ ที่ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ เมลคนเจ้าเล่ห์ เขาไปเรียนวิชาเจ้าเล่ห์แบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

( นี่มันกี่โมงแล้วย่ะ ทำไมยังไม่กลับอีก ) นี่มันเป็นแม่คนที่สองของฉันหรือไง? บ่นจริง

“ รู้แล้ว จะกลับเดี๋ยวนี้แหละ “ ฉันบอกแล้วก็วางไปก่อนจะลุกขึ้นทำเนียนเป็นกลับแต่ความจริงคือไม่กล้าอยู่สู้หน้าเขานั่นเอง โฮ ทำไมเดี๋ยวนี้ฉันควบคุมอะไรต่อมิอะไรไม่ได้ดั่งใจเลยนะ

“ หยกโทรฯ ตามหรอ? “ เมลถามแล้วตามมาเดินข้างๆ อ่อ ไอเค้กนั่นลงไปนอนหลับสบายอยู่ในกระเพาะของเมลหมดแล้ว ก็บอกแล้วว่าเมลน่ะพิศวาสอะไรแบบนี้สุดๆ

“ อืม “ ฉันตอบแล้วเดินต่อไปไม่ได้หันไปมองหน้ายิ้มๆ ของเขา

“ จะกลับแล้วหรอ? “ เขายังถามต่อ

“ อืม “ ฉันก็ยังตอบแบบเดิมกลับไป

“ งั้นเราไปส่งนะ “ อยู่ๆ เมลก็วิ่งมาดักหน้าจนฉันเกือบหยุดเดินแทบไม่ทัน

“ แล้วรถล่ะ “ ฉันถามเมื่อไม่เห็นรถสีน้ำเงินมันวาวของเขาอยู่ใกล้ๆ เพราะยี่ห้อหรูรูปม้าดีดกะโหลกที่ติดอยู่ที่ฝากระโปรงมันคงไม่ซ้ำกันง่ายๆ ขนาดมีให้เห็นจนเกลื่อนตาแน่ๆ

“ อยู่ที่คณะฯ “ แล้วยังมีหน้ามาตอบด้วยรอยยิ้มอีกนะ ฉันไม่เดินกลับไปถึงคณะฯ ของเขาอีกรอบหรอก

“ อย่าบอกนะว่าจะให้เดินกลับไปอีกรอบน่ะ “ อย่าตอบว่าใช่ออกมาเชียว!

“ เปล่าๆ เดี๋ยวยืมคนแถวนี้เอา “ บอกตามตรงว่าฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดออกมาเลย

เมลจับมือฉันพาข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นสนามฟุตบอลที่มีกลุ่มนักศึกษาผู้ชายกำลังไล่ลูกกลมๆ กันอย่างเมามัน

“ รอนี่แป๊บนะ “ เมลบอกเสร็จก็เดินไปที่กลุ่มนักศึกษาที่นั่งอยู่ริมสนาม พูดอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่งแล้วก็เดินกลับมา

“ ได้รถและ “ แล้วเจ้าตัวก็ชูกุญแจรถในมือขึ้นมาโชว์ จ้าๆ พ่อคนเก่ง จากนั้นก็เดินดุ่มๆ พาฉันไปที่รถที่เขาบอกมาแต่เดี๋ยวนะ มอเตอร์ไซค์หรอ?

ฉันมองดูคาติสีดำด้านอย่างไม่เชื่อสายตา อีกแล้วหรอ? ฉันไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ แล้วอีกอย่างรถพวกนี้ก็แพงบรรลัยยิ่งกว่าบรรดารถสี่ล้อที่วิ่งอยู่แถวๆ นี้ซะอีกแต่ช่วยดูสภาพฉันหน่อยได้มั้ย ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนปีนขึ้นไปล่ะ เมลบ้า

“ คนบ้า โยจะนั่งยังไงล่ะ “ ฉันแหวใส่เมลที่สตาร์ทรถรออยู่แล้ว

“ อ้าว ทำไมล่ะ? “ เมลถามด้วยหน้าตาใสซื่ออย่างไม่เข้าใจจริงๆ

“ ก็….” ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจโดยที่ใช้ยางอายน้อยที่สุด

โอย เมลบ้า เห็นกระโปรงฉันมั้ยว่ามันสั้นและฟิตมากแค่ไหน ขืนปีนขึ้นไปนั่งกับเขาพอดีตำรวจได้เข้ามาจับฉันข้อหาอนาจารนะสิ! ถึงความจริงกระโปรงฉันก็สั้นเหนือเข่าไม่มากนะแต่พอนั่งแล้วก็รู้ๆ กันว่ามันจะร่นขึ้นไปขนาดไหน แต่ฉันคิดว่ามันคงฉีกขาดก่อนแน่ๆ โอยฆ่าฉันเถอะ

“ อ๋อ เข้าใจและ “ ฉันไม่รู้ว่าเมลเข้าใจอะไรแต่หลังจากนั้นเขาก็ลากฉันไปหาเพื่อนของเขาอีกที แน่นอนว่าเพื่อนของเขาแซวเขาใหญ่เลยว่าเขานอกใจยัยองุ่นเน่านั่นแต่เขาก็แค่ยิ้มๆ แล้วพาฉันไปเปลี่ยนกระโปรงเป็นกระโปรงพลีสที่ขอยืมมาจากแฟนของเพื่อนเขาอีกที

“ ใส่แบบนี้น่ารักกว่าอีก “ เขาบอกเมื่อฉันเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว จะว่าไปตั้งแต่เลิกกับเขาฉันก็ไม่ได้แตะพลีสอีกเลย ก็สบายกว่าจริงๆ นั่นแหละ

ฉันไม่รู้ว่าเขาตั้งใจหรือบังเอิญที่เลือกรถคันนี้เพราะนอกจากมันจะนั่งลำบากแล้วมันยังเปลืองตัวอย่างที่บอกไปด้วย โอ้ย หน้าอย่างเมลฉันก็ไม่อยากจะคิดหรอกว่าเขาตั้งใจแต่มันก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ล่ะน่า

“ ขึ้นมาสิ “ เมลเปิดหมวกบอกฉันที่ยืนทำใจอยู่พักหนึ่งแล้ว ฉันสาดค้อนวงโตใส่เขาหนึ่งทีก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปนั่งซ้อนเขาอีกที

ใครมันออกแบบรถแบบนี้ขึ้นมาฟะ อย่าให้ฉันเจอตัวนะแม่จะจะจะไปว่าอะไรเขาได้ล่ะ โฮ

ฉันรู้เลยว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงและเร็วมากแค่ไหนและก็รู้ด้วยว่าไม่ได้มีแค่ของตัวเองที่มันเต้นแบบนั้น โอย ทำใจดีๆ ตั้งสติไว้โยเกิร์ต!

“ จับไว้ด้วยสิ เดี๋ยวตกนะ “ เมลหันมาบอกไม่เลิก ชิ ฉันเริ่มจะคิดไปว่าเขาจงใจแน่ๆ แล้วสิ ก็เสียงเขามันฟังยังไงก็มีความเจ้าเล่ห์ปะปนอยู่ไม่มากก็น้อย

ฉันเอามือไปจับชายเสื้อของเมลไว้แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นกอดเอวเขาแทนเมื่อเขาบิดคันเร่งซะฉันเกือบจะหงายหลัง กรี๊ด เมลบ้า

“ เดี๋ยวสิ “ เมลตามมาดักหน้าฉันไว้เมื่อเขาจอดรถลงที่หน้าคอนโดฯ ของฉันแล้วฉันก็ปีนลงจากรถแล้วเดินดุ่มๆ มาเลยไม่คิดจะล่ำลาเขาซักคำ

“ มีอะไรอีกล่ะ “ ฉันบอกอย่างงอนๆ ไม่มองหน้าเขาพลางยกมือขึ้นลูบผมของตัวเองที่มันกระเซอะกระเซิงไปด้วย

“ โอ๋ๆ งอนเราหรอ? “ เมลยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนฉันต้องผงะถอยหลังไป อะไรกันเนี่ย! เขาไปเรียนความเจ้าเล่ห์แบบนี้มาจากไหนกัน เอาเมลคนเดิมของฉันคืนมานะ

“ เปล่านี่ โยก็แค่จะขึ้นห้องของตัวเองไม่ได้งอนอะไรซักหน่อย “ ฉันโกหก ฉันกำลังงอนเขาอยู่จริงๆ นั่นแหละ ทั้งงอนทั้งอายทั้งเขินผสมปนเปกันไปหมดแล้ว

“ เอ๊ะ! “ แล้วเมลก็ทำฉันสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเขาเอาแขนมาคล้องคอฉันเพื่อจะสวมอะไรบางอย่างให้และมันคงมีแค่อย่างเดียวคือปลอกคอ จะบ้าเหรอ! สร้อยคอย่ะ

เป็นสร้อยเงินเส้นเล็กแต่ดูทนทานมีจี้เป็นรูปลูกกุญแจประดับคริสตัลสีสวย ด้านบนเป็นมงกุฎร้อยจี้เข้ากับสร้อยได้อย่างลงตัว

ลูกกุญแจงั้นหรอ? งั้นมันก็ต้องมีแม่กุญแจที่เอาไว้ให้มันไขเปิดออกด้วยสินะและไม่ต้องมองหาให้เหนื่อยเมื่อมันห้อยอยู่ที่คอของคนที่อยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง

“ รอเรานะ “ เมลย้ำคำเดิมกับที่อยู่ริมสระอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็ยังแน่วแน่และมั่งคงไม่เปลี่ยนแปลง

เมลบ้า จะมาถามอีกทำไมนะ! ยังไงคำตอบของฉันนายเองก็รู้อยู่แล้วนี่

“ ตราบที่เมลยังให้โยสวมสร้อยเส้นนี้อยู่คำตอบของโยก็ยังเหมือนเดิม 

 

 

------------------------------------

**เครดิตวิธีการทำและรูปภาพจากเพจ ชุมชมคนชอบกาแฟ คะ น่ารักและน่ากินมากเลยคะ ขอบคุณคะ ( แนนเองก็ชอบกาแฟนะเออแต่เพราะตั้งแต่ถูกไมเกรนสิงสถิตก็โดนคุณหมอสั่งห้ามไป นานๆ จะแวบไปซดที แหะๆ ตัดไม่ขาดชอบมากมาย )

**เครคิตรูปสร้อยแม่กุญแจ WWW.JEWDD.COM  สร้อยสวยมากมาย

**เครดิตรูปสร้อยกุญแจน่ารัก จาก Sabuy.sanook.com จ้า

ขอบคุณทุกเครดิตมากคะทั้งรูปและ BG ที่ไม่ได้กล่าวไปอีกมากมาย ขอบพระคุณคร้า

ปอลิง (มุกแป้กมาก) รักคนอ่านเหมือนเดิมจ้า (^^)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #3 BenOil (@MissAngle) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 17:41
    น่ารักจังคู่นี้ ^^
    #3
    0