Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 5 : Fruity Yogurt#4 ทำไมฉันถึงทิ้งเขาได้ลงนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ก.พ. 56

 


Fruity Yogurt
ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ


#4

ทำไมฉันถึงทิ้งเขาได้ลงนะ

 

วันรุ่งขึ้นหลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็ตรงดิ่งไปโรงอาหารในอาคารที่เขามีบริการอาหารเช้าให้ทันที ฉันแอบกรีดร้องดีใจในใจที่เห็นว่ามื้อเช้าที่นี่ทำเป็นโจ๊ก ซึ่งทำเป็นแบบแยกข้าวกับพวกเครื่องออกจากกันให้เราเติมเครื่องเอาเอง และที่ฉันทานได้ก็มีแค่ไข่กับผักแต่แค่นี้ก็พอแล้ว แค่นี้ฉันก็ซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลแล้ว โฮ~

“ อรุณสวัสดิ์โย หยก ตื่นเช้าเหมือนเดิมเลยนะ “ ฉันเงยหน้าขึ้นจากชามโจ๊กแสนอร่อยเมื่อได้ยินเสียงทักทายที่คุ้นหู ส่วนคนข้างๆ ก็ทำเมินไม่สนใจจะตอบรับหรือทักกลับเหมือนอย่างเคยซึ่งข้อนี้เมลเองก็รู้ดีและไม่ได้คิดอะไรมาก ต่างจากตอนแรกๆ ที่เขาจะหน้าเสียทุกครั้งที่พูดกับยัยหยกแล้วเธอทำหูทวนลมไม่สนใจแม้จะเหลือบตามามองเขาสักนิด

“ อรุณสวัสดิ์เมล องุ่น “ ฉันทักเขากลับไม่ลืมเผื่อแผ่รอยยิ้มไปให้แฟนสาวคนใหม่ที่ทำหน้าสลดอยู่ข้างๆ เขาด้วย

“ วันนี้มีแพลนหรือยัง? ถ้ายังไปกับพวกเรามั้ย? “ เมลถามหลังจากไปรับโจ๊กแล้วกลับมานั่งฝั่งตรงข้ามกับฉันและหยกที่นั่งอยู่ก่อนหน้า

“ จะไปไหนกันหรอ? “ ฉันถามอย่างอยากรู้ ไม่คิดจะสนใจผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา ทำเหมือนกับว่าโต๊ะนี้มีแค่ฉันกับเขาแค่สองคน

“ พอดีเมื่อวานพวกรุ่นพี่มาชวนไปแรลลี่เดินทางไกลตามฐานแอดเวนเจอร์ที่ทางพาร์คเพิ่งเปิดใหม่กัน เราเห็นว่าน่าสนุกดีเลยว่าจะมาชวน แล้วมีแพลนหรือยัง? “ เมลถามย้ำ ทั้งน้ำเสียงและท่าทางเขาแสดงออกมาว่าอยากให้ฉันไปด้วยอย่างแรง แต่เผอิญว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายซะด้วยสิ งั้นขอเล่นตัวนิดนึงละกัน

“ น่าสนุกจังเลย แต่ขอถามหยกก่อนนะ “

“ นี่คุณเพื่อน วันนี้อยากไปไหนหรือเปล่า? “ ฉันหันมาถามยัยเพื่อนรักที่กำลังกด PSP อย่างเมามันจนฉันเกรงว่าอีกไม่นานคงได้ไปซ่อมอีกรอบ

“ ไปไหนก็ได้ “ ฉันแอบยิ้มถูกใจกับคำตอบของเพื่อนรักที่มันตอบได้ตรงใจฉันเลย

“ งั้นก็บวกโยกับหยกเข้าทีมไปด้วยนะ “

ฉันแยกกับเมลที่โรงอาหารเพื่อกลับมาเตรียมของที่เต็นท์ ระหว่างที่นั่งรอเมลกับสมาชิกชมรมที่สนใจคนอื่นๆ มารวมตัวกันฉันก็เอาโบชัวว์แผนที่สำหรับเดินทางไกลที่ทางพาร์คเตรียมให้มาศึกษาคร่าวๆ ไปด้วย ซึ่งระยะทางในการเดินเท้าครั้งนี้ก็อยู่ที่ห้ากิโลเมตรซึ่งก็มีทั้งขึ้นเขาลงห้วยเรียกได้ว่าจำลองเส้นทางของป่าจริงๆ มาไว้ที่นี่กันเลยก็ว่าได้ และจากที่เมื่อวานได้ลองมองดูจากมุมสูงมาแล้วก็คิดว่าคงน่าประทับใจมากทีเดียว ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าเจ้าของที่นี่ลงทุนไปเท่าไหร่ถึงเนรมิตทั้งหมดนี่ขึ้นมาได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ฉลาดและสร้างสรรค์มากๆ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้ถูกบุกรุกทำลายเพื่อกิจกรรมท้าทายของมนุษย์ ปรบมือให้ดังๆ เลย

“ พร้อมแล้ว ไปลุยกันเถอะ “ เป็นเมลเจ้าเก่าที่เข้ามาเรียก

ฉันกับหยกเลือกเดินรั้งท้ายแถวเพราะนิสัยส่วนตัวที่มันจะรู้สึกไม่ดีเวลามีคนอยู่ด้านหลังในขณะที่เมลอนกับคนอื่นๆ แย่งกันขึ้นหน้า แต่พอเดินไปได้ซักพักฉันก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตามหลังมา ฉันกับหยกหยุดเดินพร้อมกัน พอหันกลับไปดูก็พบตัวเจ้าปัญหาสองตัวที่วันนี้เพิ่งจะได้เห็นหน้ายืนทำหน้าเก็กชมนกชมไม้อยู่

ไอหยกรีบหันกลับแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นเป็นใคร? หลังจากนั้นก็งานเข้าเมื่อมันลากฉันขึ้นไปหัวแถวรวมกับคนอื่นๆ ส่วนไลม์กับเดนก็ยังคงเดินรั้งท้ายเหมือนเดิม ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้ค้านอะไรเพราะอยู่ตรงนี้แผนการรบของฉันมันรุดหน้ากว่า

พวกเราเดินไปตามแผนที่และทางที่เข็มทิศชี้ไปให้อารมณ์มาเดินทางไกลจริงๆ เพราะไม่มีป้ายบอกทางเหมือนตอนเด็กๆ  เส้นทางก็มีทั้งต้องขึ้นเนิน ข้ามสะพานแหวน เข้าถ้ำมืดที่ไม่รู้ว่าระหว่างทางจะไปเหยียบโดนอะไรหรือเปล่า? พอออกมาจากถ้ำก็ต้องข้ามลำธารโดยใช้หินก้อนเล็กใหญ่เป็นที่เหยียบ จากนั้นก็ปีนบันไดเชือกขึ้นไปบนเนินเขาไม่สูงนักก่อนจะโรยตัวลงมาโดยใช้ที่จับเหมือนโดดหอตอนเข้าค่ายลูกเสือลงมาที่เกาะกลางทะเลสาบที่ทำด้วยไม้ จากนั้นก็พายเรือไปตามทะเลสาบที่สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่ลอดผ่านซุ้มต้นไผ่ที่โค้งเข้าหากันเหมือนเป็นอุโมงค์ ก่อนจะไปสิ้นสุดทางน้ำที่ท่าริมทะเลสาบที่ทำเป็นจุดหยุดพักโดยการทำเป็นสะพานไม้ทอดยาวออกไปในทะเลสาบและมีศาลาไม้ไว้สำหรับหลบแดดด้วย พวกเราหยุดพักทานมื้อเที่ยงกันที่นี่ ผู้หญิงหลายคนเข้าไปหลบแดดในศาลาไม้ทรงสวยแต่ฉันกับหยกเลือกจะนั่งริมน้ำเอาขาห้อยขาลงไปในน้ำเย็นๆ คลายร้อนไปในตัว ยิ่งสายลมที่พัดอ่อนๆ แต่พัดไม่หยุดก็ยิ่งไล่ความร้อนและเหนื่อยออกไปจากร่างกายของเราได้ดี

“ น้ำ “

“ ขอบใจ “ ฉันรับน้ำที่หยกส่งมาให้ดื่มแก้กระหายนิดหน่อยพอประมาณก่อนจะเปิดเอาแซนวิชไข่ต้มกับทูน่าที่ซื้อจากโรงอาหารในที่พักมาแกะทาน สายตาก็ทอดมองออกไปที่ทิวทัศน์ทะเลสาบเบื้องหน้าที่ไร้ตึกรามบ้านช่องให้รำคาญสายตา รอยยิ้มผุดขึ้นมาอัติโนมัตินึกคิดถึงวันเวลาเก่าๆ ที่เพื่อนพ้องรู้ใจอยู่กันพร้อมหน้า ล้อมวงคุยกันรอบกองไฟจนดึกดื่นก่อนจะพากันเข้าไปนอนรวมกันในเต็นท์เดียว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะในวันวานยังคงประทับอยู่ในใจให้คิดถึงเสมอ และฉันเองก็ไม่คิดว่าจะมีแค่ฉันกับหยกที่คิดถึงวันเวลาพวกนั้น

ฉันล้วงเอาไอโฟนในซองกันน้ำของตัวเองออกมาก่อนจะคว้าคอยัยหยกมากอดแล้วถ่ายรูปโดยมีแบล็กกาวเป็นผืนป่าและท้องฟ้าสีครามสดใสไร้ฝุ่นควันของอากาศเมืองกรุงนับสิบรูป ก่อนจะอัพมันขึ้นอินสตาแกรมให้ยัยเพื่อนทั้งหลายอิจฉาและคิดถึงเล่น

“ เดี๋ยวยัยพวกนั้นก็กรี๊ดแตกที่เราแอบมันมาเที่ยว “ หยกบ่นเมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ยัยเพื่อนทั้งหลายที่เสพติดความท้าทายเหมือนพวกฉันจะระดมเม้นท์ใส่ฉันจนตัวพรุน เพราะการมาครั้งนี้ไม่ได้บอกหรือชวนใครเลย

ติ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

นั่นไง! พูดยังไม่ทันขาดคำ ยัยเพื่อนทั้งหลายก็ระดมเม้นท์ด่าฉันกับยัยหยกกันจนตัวเลขแสดงจำนวนแทบจะขึ้นไม่ทัน แต่ละคนก็ทั้งด่าทั้งบ่นแสดงความอัดอั้นของตัวเองออกมากันเต็มที่ แม้แต่ไอพวกที่ตัวไม่อยู่เมืองไทยก็ยังไม่วาย ก่อนไปก็ไม่ลืมคาดโทษฉันกับหยกให้เตรียมหาทริปนรกมาสนองพวกมันที่กำลังนัดวันที่ทุกคนว่างตรงกันมาเจอกันซักที

พวกเรานั่งพักทานอาหารกลางวันท่ามกลางธรรมชาติกันอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะกลับมารวมตัวเพื่อเดินทางกลับที่พัก ฉันกับหยกเดินไปสมทบกับคณะฯ ที่กำลังทยอยกันกลับ และเพราะไม่ได้ใส่รองเท้าผ้าใบมานานอีกทั้งยังก้อนหินเล็กใหญ่ที่อยู่ริมทะเลสาบทำให้รองเท้าที่คิดว่าผูกเชือกอย่างดีหลุดออกซ้ำคนที่ใส่มันอยู่ซึ่งก็คือฉันเองเหยียบเชือกนั่นจนเกือบจะล้มหน้าแหกแบบหมอเมินหนีแน่ๆ ถ้าไม่มีคนใจดีเข้ามารับไว้ซะก่อน

“ ไม่เป็นไรนะ “ สุภาพบุรุษแสนดีถามอย่างเป็นห่วง

“ อืม ขอบคุณนะ “ ฉันบอกเมลก่อนจะดันตัวเองออกมาจากอ้อมอกที่อบอุ่นของเขาเพราะคนอื่นๆ เริ่มหันมาสนใจพวกเรากันเป็นตาเดียว แต่เหตุผลหลักๆ คงเพราะความใกล้ชิดของเราที่เรียกให้หัวใจของฉันเต้นแรงไม่หยุดเพราะเราสองคนไม่เคยได้ใกล้แบบแนบชิดขนาดนี้มาก่อน

“ โยเป็นสาวโก๊ะหรอเนี่ย? “ เมลแซวยิ้มๆ ก่อนจะย่อตัวก้มลงผูกเชือกรองเท้าที่หลุดให้ฉัน ฉันมั่นใจว่าภาพที่ฉันกำลังก้มมองเมลที่ผูกเชือกรองเท้าให้ด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนภาพของคนรักกันภาพนี้คงน่ารักเอามากๆ เพราะฉันได้ยินเสียงกดชัตเตอร์จากรุ่นพี่ที่หอบกล้องตัวใหญ่มาเก็บภาพการเข้าค่ายของชมรมดังขึ้นระรัวจนนับแทบไม่ทัน

“ คราวหลังผูกแบบนี้นะ มันจะได้ไม่หลุดอีก “ เมลเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง ฉันที่กำลังเคลิ้มแทบจะหลบสายตาหวานของเขาแทบไม่ทันเพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้เพราะตอนที่คบกับเขาฉันไม่เคยใส่รองเท้าผ้าใบเลย

“ อืม ขอบคุณ “ ฉันบอกเสียงหวิวไม่ยอมสบตาเขาเหมือนทุกที วิญญาณราชินีโยเกิร์ตผู้กล้าหาญชาญชัยดูเหมือนจะถูกสะกดลงหม้อไปในบัดดล เหลือเพียงหญิงสาวธรรมดาๆ ที่กำลังอ่อนไหวให้กับความอ่อนโยนของคนที่รัก

“ ฮุๆ เพิ่งเคยเห็นโยทำหน้าแบบนี้ น่ารักจังเลย “ แล้วเขาจะมาพูดอะไรตอนนี้เนี่ย ฉันมั่นใจเลยว่าตอนนี้หน้าฉันต้องแดงมากแน่ๆ โอย~ ฉันเป็นควีนนะ คุมสติหน่อยโยเกิร์ต อย่าให้บรรยากาศพาไปง่ายๆ สิ โอย~ คุมไม่อยู่แล้ว

“ รีบไปกันเถอะ “ ฉันก้มหน้าบอกเมลก่อนจะรีบเดินไปหายัยหยกที่ส่งยิ้มล้อเลียนมาให้เพื่อนรักที่ชอบทำตัวหยิ่งผยองมั่นใจในตัวเองสูงลิบแต่มาตอนนี้กลับไม่เหลือมาดนางพญาหงส์ เป็นแค่ลูกนกอ่อนหัดที่เพิ่งหัดบิน

“ เมื่อไหร่แกจะเลิกยิ้มซักที “ เมื่อควบคุมอารมณ์จนกลับมาเป็นปกติได้สำเร็จ ฉันก็แวดใส่ยัยเพื่อนตัวดีที่ยังยิ้มไม่หยุดทันที

“ โทษทีว่ะ ฉันพยายามแล้วแต่พอนึกถึงแล้วมันก็อดขำไม่ได้ ฮ่าๆ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เห็นแกหลุดมาดควีนแบบนี้ ฮ่าๆ “ แล้วมันก็หยุดเดินเอามือข้างหนึ่งยันต้นไม้อีกมือก็กุมท้องตัวเองหัวเราะลั่นจนฉันแทบจะเข้าไปปิดปากมันไม่ทัน

“ ถ้าแกไม่หยุดฉันจะเลิกคบกับแก “ ฉันบอกแล้วจ้องหน้ามันจริงจังจนในที่สุดมันก็หยุดหัวเราะ แต่เดินไปแค่สามก้าวมันก็กลับมาหัวเราะอีกครั้งจนเป็นฉันที่ทนไม่ไหวเดินออกห่างจากมันไป

โอ้ย~ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น เพราะที่ฉันได้ตำแหน่งควีนมานอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาและความเริ่ด เชิด แล้วยังเป็นเพราะว่าตัวฉันมีความสามารถที่จะควบคุมและจัดการกับทุกเรื่องได้ดีเยี่ยม ยิ่งเรื่องการแสดงออกที่มาดมั่นราวกับภูผาไม่เคยสั่นคลอนให้อะไรแม้ลมพายุที่พัดมาจะใหญ่และรุนแรงแค่ไหน แต่อยู่ดีๆ ภูผาสูงชันของฉันก็ล้มไม่เป็นท่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเมล โอยๆๆๆ ถ้าไอเพื่อนทั้งหลายรู้เข้ามีหวังกลายเป็นหัวข้อสนทนาขำขันให้พวกมันเอามาพูดกันไปหลายเดือนแน่ๆ

แต่…..ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองดีใจและมีความสุขมาก

ฉันยกมือขึ้นทาบที่ตำแหน่งหัวใจที่มันยังคงเต้นแรงเหมือนกลองลั่นไม่หยุดตั้งแต่เกิดเรื่อง ยิ่งย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์นั้น แรงสั่นมันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจนฉันกลัวว่ามันอาจจะกระเด็นกระดอนออกมาจากทรวงอกของฉันในไม่ช้า

“ มีความสุขจริงนะ! ที่ได้แย่งแฟนชาวบ้าน “ ฉันหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเสียงแข็งกร้าวดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งกับใบหน้าถมึงทึงคิ้วขมวดของเจ้าของมัน

“ อะไร! ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย “ ใช่! ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นเมลเองที่เข้ามาหาฉัน

“ อย่ามาทำไขสือ! ที่เธอแกล้งล้มต่อหน้าคนอื่นเพื่อให้ไอเมลเข้ามาช่วยเพื่อจะให้องุ่นอับอายและทนไม่ไหวสินะ! อย่านึกว่าฉันไม่รู้ทัน! “ ไลม์กระชากแขนฉันเข้าไปหาก่อนจะกดเสียงต่ำทำเสียงเหี้ยมไม่แพ้ดวงตาสีนิลที่มันวาวโรจน์เหมือนสัตว์ป่ากระหายเลือด

“ ดูออกด้วยหรอ! ฉลาดเหมือนกันนี่ และถ้านายอยากฉลาดมากกว่านี้ก็ไปบอกหวานใจนายให้เลิกกับคนของฉันซักที เพราะคนที่เมลรักคือฉัน! “ ฉันกดเสียงต่ำบอกเขากลับไปพลางบิดแขนออกมาจากมือใหญ่ที่กำลังจะหักแขนของฉันให้แหลกคามือเขา ให้ตายสิ! นี่เขารู้บ้างมั้ยว่าแรงเขามากแค่ไหน ถ้าแขนฉันหักฉันก็ไม่แปลกใจเลย

“ กรุณาปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้! “ หยกปราดเข้ามาจับข้อมือของไลม์เพื่อให้เขาคลายมือที่กำลังจับฉันออก

หยกน่ะ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะยัยนี่เป็นดาวกีฬาที่แค่ได้ลองลงสนามก็เล่นเป็นและเล่นได้ดีทุกชนิดกีฬา แต่ที่มันโปรดปรานและหลงใหลที่สุดคือศิลปะการต่อสู้ที่เน้นการใช้พละกำลัง และเรี่ยวแรงของมันก็เทียบเท่าผู้ชายตัวโตๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะงั้นมือของไลม์ที่กำลังจะหักแขนฉันก็คลายออกได้อย่างไม่ยากเย็น

“ นายเอาเวลาที่จะมาหาเรื่องเพื่อนฉันไปดูแลผู้หญิงที่นายชอบเถอะ เพราะอีกไม่นานยัยนั่นได้กระอักน้ำตาตายแน่ “ หยกพูดเสียงเรียบที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็ต้องเสียวสันหลังไปตามๆ กันไม่เว้นแม้แต่ควีนอย่างฉัน

แต่ขอกดไลค์คำพูดของมันหน่อยเถอะ ฟังแล้วสะใจเป็นบ้าเลย!

“ แกระวังนายไลม์นั่นไว้บ้าง สายตาของมันเหมือนหมาล่าเนื้อไม่มีผิด “ หยกพูดขึ้นเมื่อลากฉันออกห่างจากไลม์ไกลพอสมควร

ฉันไม่เถียงคำพูดของมัน เพราะมันเป็นอย่างที่หยกพูดทุกอย่าง ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และแววตา มันดุดันเหมือนไม่ใช่ท่าทีของมนุษย์ มันราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ป่ากระหายเลือดที่พร้อมจะฉีกร่างของเหยื่อที่จับจ้องอยู่ให้กลายเป็นเพียงแค่เศษเนื้อเพียงแค่จ้องมอง สมกับอิมเมจ นักฆ่า ที่ฉันตั้งให้เขาเมื่อครั้งที่พบกันครั้งแรกจริงๆ !

หึ! นักฆ่างั้นหรอ? ไม่รู้หรือไงว่าคนที่กล้าหันคมดาบใส่ควีนมันจะต้องได้รับโทษอะไรบ้าง?

ก็เคยบอกไปแล้วว่ายิ่งนายปกป้องผู้หญิงคนนั้นมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากเอาชนะมากเท่านั้น

เพราะฉะนั้นก่อนที่ฉันคนนี้จะไปรับถ้วยรางวัลชนะเลิศก็ขอเล่นสนุกกับการทรมานสุดที่รักของนายอีกหน่อยล่ะกัน! นายผิดเองนะที่กล้าท้ารบกับควีน ฉันจะทำให้นายรู้รสชาติของคำว่าเจ็บให้ถึงแก่นเลย! สิ่งที่นายทำกับฉัน ฉันจะคืนให้นายเป็นร้อยเท่า แต่คืนในรูปแบบของความเจ็บปวดผ่านคนรักของนายนะ!

วันรุ่งขึ้นเป็นวันสิ้นสุดการเข้าค่าย โชคดีที่ฉันเอาเสื้อแขนยาวมาเผื่อไม่งั้นคงได้โชว์รอยเขียวช้ำที่ต้นแขนให้เป็นที่ครหาเพราะฝีมือนายไลม์แรงควายป่าบ้าแน่ๆ แต่ก็เจ็บเอาเรื่องเหมือนกันแหะ ยิ่งไม่ได้ทายาเอาไว้มาวันนี้เลยระบมจนไม่อยากจะใช้แขนไปทำอะไรเลย ขนาดแค่งอแขนยังเจ็บเลย

ไม่ต้องห่วงไลม์! ฉันจดหนี้แค้นครั้งนี้ลงบัญชีเรียบร้อยแล้ว ทั้งต้นทั้งดอกร้อยละร้อยฉันจะตอบแทนคืนนายไม่ให้ขาดเลยขอดู!

รถบัสแล่นมาจอดที่หน้ามหาลัย พวกรุ่นพี่และคนอื่นๆ แยกกันกลับเหลือแค่ฉัน หยก เมลอน องุ่น ไลม์และเดนที่ยังไม่ไปไหน ฉันใช้หางหามองนายไลม์ที่จ้องมาด้วยแววตาเคียดแค้นก่อนจะส่งยิ้มมุมปากร้ายๆ ไปให้เขาเมื่อนึกแผนการทรมานสุดที่รักของเขาขึ้นมาได้

“ บ้ายบายเมล แล้วเจอกันที่มหาลัยนะ ไม่สิ! เราเรียนคนละคณะฯ นี่นา จะไปเจอกันได้ยัง? “ ฉันทำเสียงเศร้าในตอนท้ายก่อนจะยิ้มแห้งๆ ให้เมลไป

“ ห่างกันไม่เท่าไหร่เอง ถ้าอยากมาหาเราก็มาได้ทุกเวลาเลย “ พระเอกอย่างนายยังไงก็ต้องพูดแบบนี้อยู่แล้ว

“ ทุกเวลาหรอ? แบบนั้นแฟนเมลคงจะเกลียดโยแน่ๆ “ ฉันก้มหน้าลงทำเสียงหม่นพูดเสียงเบาราวเสียงกระซิบแต่คนที่ยืนห่างไปแค่ก้าวเดียวคงจะได้ยิน

“ ไม่หรอก องุ่นเขาเข้าใจ “ เมลรีบพูดเมื่อเห็นท่าทีของฉันเปลี่ยนไปไม่ได้หันไปถามผู้หญิงข้างๆ ที่ยืนน้ำตาคลออยู่เลย

ใช่! แบบนั้นแหละ ร้องออกมาเลย ยิ่งเธอทรมานฉันก็ยิ่งสะใจ เพราะมันช่วยไม่ได้เองที่เธออยากจับปลาสองมือ ใช่! ฉันไม่ได้โง่เหมือนผู้ชายสองคนนั้น ฉันมองออกว่าเธอรู้ว่าไลม์ชอบเธอแต่เธอดันมาชอบเมลแต่ก็เสียดายไลม์ ไม่งั้นเธอคงไม่ทำท่าทีเหมือนให้ความหวังเขาแบบนี้หรอก ที่เธอทำเพียงแค่อยากให้เขาเข้ามาช่วยเธอเท่านั้นเอง! เธอมันนังงูพิษที่ห่มหนังลูกแกะไร้เดียงสาดีๆ นี่เอง!

“ ขอบคุณนะ งั้นโยกลับแล้ว บ้ายบายทุกคน บ้ายบายเมล “ ฉันไม่ลืมหันไปยิ้มให้ผู้หญิงที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้กับผู้ชายที่ทำหน้าเหมือนจะกินหัวฉันข้างหลังเมล ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานให้เมลอีกครั้งแล้วขึ้นรถที่หยกเป็นคนขับกลับฐานทัพของตัวเอง

“ ยัยนั่นร้ายไม่เบา ระวังด้วยล่ะ “ ใบหยกพูดขึ้นหลังจากที่เรากลับเข้าห้องมาได้แล้ว

“ ไม่ต้องห่วง แกคิดว่าฉันเป็นนางเอกใสซื่อไร้เดียงสาหรือไง? “ ฉันบอกเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มหวาน ไอหยกยักไหล่อย่างเห็นด้วยเพราะรู้ดีว่าเพื่อนของเธอนั้นมีเลเวลความร้ายกาจสูงลิบแค่ไหนถ้าเล่นกันแบบตัวต่อตัวนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น