Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 3 : Fruity Yogurt#2 ก็แค่…จะกลับไปทวงของที่เคยทิ้งไป!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ก.พ. 56

 


Fruity Yogurt
ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

 

#2

ก็แค่จะกลับไปทวงของที่เคยทิ้งไป!

“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่…จะกลับไปทวงของที่เคยทิ้งไปก็เท่านั้น!

ฉันเลือกใส่ชุดที่คิดว่าคงไม่ค่อยจะเป็นเป้าสนใจเท่าไหร่ เป็นชุดธรรมดาๆ ก็แค่เสื้อคล้องคอโชว์ไหล่สีครีมต่อแขนตุ๊กตายาวถึงข้อมือปล่อยให้ข้างหลังคว้านลึกลงไปอวดแผ่นหลังขาวเนียนกับสายบราลูกไม้ซีทรูสีดำสุดเซ็กซี่ สวมทับด้วยกระโปรงเอวสูงแนบเนื้อสีแดงสดสั้นเหนือเข่าพองามกับส้นสูงสี่นิ้วสีเดียวกันเพื่ออวดเรียวขายาวๆ ให้ดึงดูดสายตาคนมองเล็กน้อย ผมยาวถึงกลางหลังที่ย้อมสีน้ำตาลอมทองก็ดัดเป็นลอนเบาๆ ปล่อยเคลียไปกับแผ่นหลังที่เกือบจะเปลือย ส่วนหน้าที่สวยอยู่แล้วก็แต่งเพิ่มอีกนิดหน่อย เท่านี้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรัศมีความงามของฉันก็ไม่อาจถอนสายตาของตัวเองไปมองที่ไหนได้อีกแล้วรวมทั้งเขาที่ฉันจะมาทวงคืนแล้วก็ต้องได้คืนด้วย!

“ นี่ชุดธรรมดาของแกใช่มั้ย? “ หยกถามขึ้นทันทีที่เห็นฉันก้าวออกมาจากห้อง ฉันก้มมองตัวเองนิดนึงก่อนจะพยักหน้าอย่างมั่นใจให้มันไป

“ ฉันว่าเมลจะวิ่งหนีมากกว่าวิ่งเข้าใส่แกนะ “ ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องพูดแบบนี้ คิดว่าฉันไม่มีสมองหรือไง คำว่าสวยใสไร้สมองหนะมันใช้กับฉันไม่ได้หรอกนะจ่ะคุณเพื่อนสาวที่รัก

“ ดูไปหละกัน “ ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มนางมารแสนหวานเวลาในหัวกำลังแล่นไปด้วยความคิดชั่วร้าย โฮะๆๆๆ

ฉันเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่โรงแรมในเครือของบ้านเมลอนที่ชั้นใต้ดินเปิดบริการเป็นไนต์คลับที่วันนี้กำลังมีการจัดงานวันเกิดให้กับลูกพี่ลูกน้องของเมลอนแต่ก็ยังเปิดให้บริการปกติและแน่นอนว่างานสำคัญแบบนี้เมลอนที่ถึงจะไม่ชอบสังสรรค์ท่ามกลางแสงสีก็ไม่อาจปฏิเสธได้

ก็เข้าทางฉันไงหละ! โฮะๆๆ

เพียงแค่ก้าวเดียวที่ฉันผลักประตูเข้าไป สายตาทุกคู่ในอาณาบริเวณนั้นก็พากันจับจ้องมาที่ฉัน ไม่ว่าจะเยื่องย่างไปทางไหนผู้ชายมากหน้าหลายตาก็พร้อมใจกันแหวกทางให้ฉันเดินได้อย่างสะดวกจนแทบจะปูพรมแดงให้เลยก็ว่าได้ โฮะๆๆ ก็ฉันเป็นราชินีนี่นา จงมาสยบแทบเท้าฉันคนนี้ซะ! ฉันจะยอมให้พวกนายเลียเงาบูชาฉันคนนี้ก็ได้! โฮะๆๆๆ

“ ขอบคุณค่ะ “ ฉันทำเสียงหวานขอบคุณบริกรหนุ่มรูปหล่อที่ใจดีพาฉันกับหยกมาส่งที่โต๊ะที่จองไว้

“ ดึงเสื้อขึ้นหน่อยแก นมจะหกอยู่แล้ว “ หยกเตือนฉันพลางจิ้มบนเมนูทัชสกรีนเลือกเครื่องดื่มกับอาหาร ฉันจึงก้มลงไปดูก็เห็นว่าอกอวบๆ ที่ห่ออยู่ในบราลูกไม้สีดำซีทรูของตัวเองกำลังจะโผล่ออกมาอวดสายตาเสือสิงกระทิงหื่นทั้งหลายที่กำลังจ้องมองมาเป็นตาเดียว

“ ขอบใจนะคุณเพื่อน “ ฉันบอกแล้วก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนเวทีที่กำลังมีนักร้องชื่อดังกำลังขึ้นมาร้องเพลงไม่ได้สนใจเสื้อคอกว้างโชว์ไหล่ของตัวเองที่มันเลื่อนหมิ่นเหม่จะตกมิตกอยู่รอมร่อทำเอาพวกหัวงูทั้งหลายลุ้นกันแทบเลือดตากระเด็น ยัยหยกถอนหายใจส่ายหน้าเบาๆ ไม่นานบริกรรูปหล่อคนเดิมก็ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ก่อนไปก็ไม่ลืมทิ้งสายตาเจ้าชู้หวานเชื่อมให้ฉันกับยัยหยกที่นั่งทำหน้าเบื่อโลกกระดกเหล้าลงคอทองแดงของมันไม่สนใจสายตาเมียงมองของพวกผู้ชายทั้งหลายที่ส่งมาไม่ขาดสาย

อ่อ ฉันคงลืมบอกไปสินะว่ายัยเพื่อนรักคนนี้มีดีกรีเป็นถึงเซ็กซี่สตาร์ตอนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เรื่องรูปร่างหน้าตาต่อให้ใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงขาก๊วยแม้จะเพิ่งตื่นนอนหมาดๆ ก็ยังเซ็กซี่เร้าอารมณ์ ยิ่งหน้านิ่งๆ เหมือนเบื่อโลกมากมายของมันอย่างตอนนี้ก็ยิ่งปล่อยฟีโรโมนฟุ้งกระจายดึงดูดเพศตรงข้ามเป็นเท่าตัว และถ้าถามถึงตำแหน่งของฉันที่โรงเรียนเก่าหนะหรอ มันจะมีตำแหน่งอะไรเหมาะกับฉันไปมากกว่า ราชินี หละ!

“ ไฮ คนสวย “ เห้อ~ มาได้ซักที

ฉันแอบถอนหายใจในใจเมื่อเหยื่อที่นั่งตกติดเบ็ดได้ซักที ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายหน้าตาดีที่เข้ามาทักช้าๆ ในท้วงท้าที่ใครๆ ก็โหวตเป็นเสียงเดียวกันว่าเซ็กซี่เย้ายวนที่สุด ก่อนจะแย้มยิ้มหวานเชื่อมส่งให้เขาที่กำลังมองฉันตาค้างราวกับกำลังต้องมนตร์สะกด โฮะๆๆ ความงามของฉันไม่มีใครต้านทานได้อยู่แล้ว!

“ ไฮ สุดหล่อ “ ฉันทักเขากลับในคำคล้ายๆ กัน เขายิ้มเท่ห์บาดใจเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ โต๊ะข้างๆ ได้ดี ส่วนฉันก็แสร้งทำเป็นยิ้มเอียงอายเหมือนกำลังหลงเสน่ห์ที่เขาตั้งใจโปรย

“ เอ่อ ผม ไมครอฟ ครับ “ เขาแนะนำตัวเพราะเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่ขอโทษที่ฉันรู้จักนายอยู่แล้ว

“ โยเกิร์ตค่ะ “ ฉันตอบเสียงหวาน

“ ชื่อน่ากินจังเลยนะครับ “ ก็มีแต่คนบอกมาแบบนี้หละนะ แต่ฉันรู้นะยะว่านายอยากจะกินฉันคนนี้มากกว่า แต่ขอโทษหละกันที่โยเกิร์ตถ้วยนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อนาย

“ นั่งด้วยกันมั้ยหละค่ะ “ อันที่จริงฉันอยากจะไปนั่งโต๊ะของเขามากกว่า

“ ยินดีครับ แต่ไปนั่งที่โต๊ะผมแทนนะ “ ก็ตามนั้นแหละ เพราะไม่มีอะไรที่ควีนต้องการแล้วจะไม่ได้

ไมครอฟ หรือ ไมค์ พาฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะโซนวีไอพีของเขาที่อยู่ด้านหน้าเยื่องกับเวที ที่ตอนนี้ก็มีคนนั่งอยู่แล้วห้าหกคนและสองในนั้นฉันก็รู้จักดี ใช่! ไมค์หนะเป็นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเมลอนที่ตอนนี้กำลังทำตาโตมองมาที่ฉันอย่างตกใจที่รู้ว่าผู้หญิงที่ญาติตัวเองสนใจคือแฟนเก่าของตน เป็นไงหละ หึงฉันบ้างหรือเปล่า? ไม่สิ! ต้องถามว่าหึงมากแค่ไหนถึงจะถูก

“ เฮ้พวก นี่โยเกิร์ต “ ไมค์แนะนำฉันกับเพื่อนๆ ที่โต๊ะ

“ สวัสดีค่ะทุกคน หวัดดีเมล “ ฉันยิ้มทักทายทุกคน ก่อนตั้งใจไปทักผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แน่นอนว่าคนทั้งโต๊ะดูตกใจที่รู้ว่าฉันรู้จักกับเมล แต่ที่ดูจะตกใจที่สุดคงเป็นยัยองุ่นเน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ เมลของฉัน ฮึ่ย! หล่อนจะนั่งใกล้เขามากไปแล้วนะ

“ โยรู้จักกับน้องชายผมด้วยหรอครับ? “ ไมค์ถามอย่างตกใจด้วยคำถามที่ผู้ชายทั้งโต๊ะคงกำลังคิดเหมือนกันอยู่ ฉันยิ้มนิดๆ หันไปสบตาผู้ชายที่อยู่ในคำถาม เขาไม่หลบตาฉันแต่เป็นฉันเองที่ต้องหลบสายตาคู่นั้นก่อนจะทำเสียงเศร้าแต่ปากอิ่มก็ยังแต้มรอยยิ้มตอบกลับไป

“ โยเคยไปรบกวนเมลไว้หลายเรื่องหนะคะ “ ฉันตอบไม่ตรงคำถามแต่ก็ไม่มีใครคิดจะถามต่อ หลังจากนั้นผู้ชายทั้งโต๊ะก็พยายามสรรหาเรื่องมาชวนฉันคุยไม่ขาดปากทั้งที่คนที่ชวนฉันมานั่งกับพวกเขาคือเพื่อนของเขาที่ยังนั่งหัวโด่อยู่ข้างๆ ฉันแท้ๆ แต่ก็ไม่มีใครคิดสนใจ ยังคงหว่านเสน่ห์หยอดคำหวานใส่ฉันไม่หยุด อย่างเช่น

“ สวยๆ แบบโยมีแฟนหรือยังครับ? ถ้ายังขอผมเป็นหนึ่งในตัวเลือกด้วยนะครับ “ เพื่อนของไมค์คนหนึ่งที่ฉันไม่คิดจะจำชื่อพูดขึ้น

“ ยังไม่มีหรอกคะแล้วจะรับไว้พิจารณานะค่ะ “ ฉันตอบเสียงหวานติดตลกไม่ลืมส่งยิ้มที่หวานไม่แพ้กันไปให้ด้วย

และยังมีอีกมากมายหลายคำถามที่ไม่พ้นเรื่องพวกนี้ผุดขึ้นมาถามฉันทุกสองวินาที แม้นายไมค์จะคอยสาดสายตาใส่เพื่อนๆ ของเขาทุกครั้งที่พวกมันมายุ่งกับผู้หญิงที่เขาเล็งไว้แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครหยุดหรอก เพราะมนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความโลภ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง แม้แต่เพื่อนหรือพี่น้องที่รักกันปานจะกลืนกินก็สามารถที่จะแทงข้างหลังกันได้โดยไม่ลังเลเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ!

นี่แหละความเป็นจริงที่น่าสะอิดสะเอียน โลกแสนสวยในเทพนิยายมันก็มีแค่ในเทพนิยายเท่านั้นแหละ!

“ เป็นอะไรหรือเปล่าครับโย? “ ไมค์ถามฉันเมื่อเห็นฉันที่กำลังจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำยืนไม่ไหวจนเกือบจะล้มลงมานั่งอย่างเดิมถ้าเขาไม่เข้ามารับไว้ก่อน

“ โยไม่เป็นไรค่ะ สงสัยจะดื่มมากไปหน่อย “ ฉันบอกแล้วขืนตัวออกมาจากอ้อมอกของเขา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยฉันง่ายๆ แถมยังโอบตัวฉันเข้าไปชิดตัวเขามากขึ้นอีก มันจะมากไปแล้วนะ!

“ โยไม่เป็นไรจริงๆ คะ ปล่อยโยเถอะคะ “ ฉันบอกแล้วออกแรงขืนตัวออก

“ ไปพักที่ห้องพักก่อนมั้ยครับ ผมมีห้องในโรงแรมนี้พอดีเลย “ ไมค์เสนอแนะด้วยความหวังดีที่แต้มความเจ้าเล่ห์เอาไว้

“ ไม่เป็นไรคะ โยจะกลับแล้ว “ ฉันบอกแล้วออกแรงผลักเขามากขึ้นจนร่างที่ทรงตัวไม่ค่อยจะอยู่โซเซจะล้มอีกครั้ง และฉันคงจะลงไปกองอยู่กับพื้นแน่ๆ ถ้าไม่มีผู้ชายแสนดีเข้ามารับไว้

“ ไม่เป็นไรใช่มั้ย? “ น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยถามอย่างห่วงใย

“ เมลหรอ? “ ฉันเงยหน้ามองคนที่มารับเอาไว้ ตอนนี้หน้าของเราห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น

“ ขอบคุณนะ โยไม่เป็นไร “ ฉันตอบแล้วขืนตัวเบาๆ ก็ออกมาจากอ้อมอกที่แสนคิดถึงนั่นได้ไม่ยากเย็น แต่เมื่อเขาปล่อยมือจากฉัน ร่างกายมันก็โอนเอนโลกหมุนอีกครั้ง

“ ไม่ต้องฝืนหรอก เดี๋ยวเราไปส่งที่ห้อง “ เมลรีบเข้ามาประคองอย่างเป็นห่วง เขาไม่เคยเห็นโยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่เขาก็ไม่อาจทนมองดูผู้ชายหน้าไหนแตะต้องเธอได้ทั้งที่เขาเองก็มีผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าแฟนอยู่แล้ว

“ พี่ไมค์ ผมขอตัวพาเพื่อนไปส่งที่บ้านก่อนแล้วจะรีบกลับ “ เมลบอกพี่ชายลูกพี่ลูกน้องเสียงเข้มก่อนจะพยุงฉันออกมาจากคลับใต้ดินขึ้นมาที่ล็อบบี้ของโรงแรม

“ เมล โยมากับหยก “ ฉันบอกเสียงหวานกับอกของเมล

“ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราบอกหยกให้ว่าโยกลับก่อนแล้ว “ เมลตอบกลับอย่างอ่อนโยนดังเช่นทุกที

“ แต่โยไม่มีกุญแจห้อง “ พอฉันตอบออกไปเมลก็หยุดเดินทันที ฉันขืนตัวออกมาให้ห่างจากเขานิดหน่อยเพื่อควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าโดยมีเมลคอยประคองอยู่ไม่ห่าง เมื่อเจอฉันก็ต่อสายหาเพื่อนรักทันทีแต่เสียงที่ตอบกลับมามีแค่เสียงสัญญาณยาวๆ เท่านั้น เมลเลยตัดสินใจพาฉันขึ้นไปพักที่ห้องพักในโรงแรมของเขา

“ เมลกลับไปก่อนก็ได้ โยอยู่ได้ “ ฉันบอกเมลเมื่อเขาพาฉันมานอนพักที่เตียงกว้างขนาดควีนไซต์ ส่วนตัวเขาก็ลากเอาเก้าอี้มานั่งข้างๆ เตียงอีกที

“ เราจะปล่อยโยให้อยู่คนเดียวได้ยังไง “ เมลตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้หัวใจฉันพองโตทุกครั้งที่ได้รับ

“ แต่…..” ฉันก้มหน้าแนบไปกับหมอนใบนุ่มเมื่อนึกได้ว่าเขาก็มากับแฟนคนใหม่ ผู้หญิงที่มีความสำคัญกับเขามากกว่าเพื่อนอย่างฉัน

“ มีอะไรหรือเปล่า? ปวดหัวหรอ? “ ฉันส่ายหน้ากับหมอนใบโตเมื่อเมลถาม ยิ่งเขาแสดงออกมาว่าห่วงฉันเท่าไรฉันก็ยิ่งเกลียดตัวเองที่กล้าทำร้ายเขาเท่านั้น

“ เปล่า โยแค่ไม่อยากให้เมลต้องทะเลาะกับแฟน “ ท้ายประโยคฉันพูดเสียงแผ่วราวกับเสียงกระซิบที่ไม่อยากจะออกเสียง เมลผงะไปอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองออกมาโดยไม่ได้บอกแฟนสาวที่มาด้วย

“ เราขอไปโทรศัพท์หน่อยนะ “ เมลบอกแล้วเดินออกไปจากห้อง ฉันกดยิ้มมุมปากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้

เมลอนกลับเข้ามาในห้องหลังจากที่ออกไปโทรศัพท์บอกแฟนสาวคนปัจจุบันตามประสาผู้ชายที่ซื่อสัตย์และซื่อตรงต่อคนที่กำลังคบอยู่ด้วยแม้ความจริงแล้วเขาจะแคร์ผู้หญิงคนอื่นมากกว่าเธอก็ตาม เมลอนกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงมองดูผู้หญิงที่มีสถานะเป็นแค่เพื่อนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้างด้วยสายตาอ่อนโยนและห่วงหา มือเรียวสวยไม่ต่างจากผู้หญิงเอื้อมไปเกลี่ยผมหน้าสีน้ำตาลสวยที่บดบังเสี้ยวหน้าสวยหวานออกเพื่อชื่นชมใบหน้าเรียวที่ตรึงตาและใจของเขาตั้งแต่แรกเห็น

ก็อกๆๆ เสียงเคาะประตูเรียกเอาสติของคนที่กำลังจมอยู่กับความงามของผู้หญิงที่หลับไปแล้วออกมาจากภวังค์ที่เหมือนถูกสะกดจิต เมลเดินไปเปิดประตูก็เห็นผู้หญิงหน้าหวานที่มีสถานะเป็นแฟนยืนอยู่

“ มีอะไรหรือเปล่า? “ เมลอนถามองุ่นที่ตามขึ้นมาทั้งที่เขาบอกว่าจะกลับไปเอง

“ คือโยเป็นยังไงบ้างหรอ? “ องุ่นถามเสียงหวาน

“ หลับอยู่หนะ พวกพี่ไมค์ก็เอาแต่ชวนเธอดื่มอย่างเดียวเลย “ เมลบ่นไปก็เหลียวมองดูร่างเพรียวบนเตียงไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำที่มากเกินคำว่าเพื่อนที่เขาแสดงออกมานั้นทำให้สาวน้อยหน้าหวานที่มองดูอยู่เกิดความรู้สึกที่เรียกว่าเสียใจขึ้นมา

“ นี่ก็ใกล้จะเปิดงานวันเกิดของพี่ไมค์แล้ว เมลลงไปที่งานเถอะเดี๋ยวพี่ไมค์โกรธเอานะ “ องุ่นพูดเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้มราวกับคนหวังดีแต่ในใจกลับตรงกันข้าม

“ จริงด้วย “ เมลบ่นพึมพำกับตัวเอง แม้จะเห็นด้วยคำพูดของแฟนสาวแต่อีกใจก็ไม่อยากทิ้งให้หญิงสาวอีกคนอยู่ในห้องอยู่ตามลำพัง

“ เดี๋ยวองุ่นอยู่เป็นเพื่อนโยให้เอง เมลไม่ต้องห่วงนะ “ องุ่นเสริมต่อเมื่อเห็นท่าทางลังเลของแฟนหนุ่ม

“ งั้นเราฝากโยด้วยนะ แล้วจะรีบกลับมา “ เมลบอกแล้วหันกลับไปมองร่างเพรียวบนเตียงกว้างอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป องุ่นเดินเข้ามาในห้องก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นผู้หญิงที่ยืนยังแทบไม่ไหวในตอนแรกลุกขึ้นมายืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมอยู่หน้ากระจกบานใหญ่โดยไม่มีแม้อาการโซเซ

“ เธอที่ชื่อ องุ่น เป็นแฟนใหม่ของเมลใช่มั้ย? “ ฉันเปิดประเด็นถามเสียงหวานไม่ลืมส่งรอยยิ้มผ่านกระจกไปให้เธอที่ยืนทำตาโตอยู่ด้านหลัง

“ จ่ะ “ องุ่นพยักหน้ารับคำพูดของตน

“ ฉันชื่อ โยเกิร์ต เธอคงจำได้สินะ และเธอควรจะจำเพิ่มไปด้วยว่าฉันเป็นแฟนเก่าของเมลและฉันก็กำลังจะกลับมาทวงเขาคืน ถ้าเธอฉลาดพอก็ควรเอาตัวเองออกไปจากชีวิตของเขาซะ “ ฉันพูดนิ่งๆ ไม่ได้ใส่อารมณ์หรือน้ำหนักเสียงเน้นที่ส่วนไหนของประโยคทั้งนั้นแถมยังมีมารยาทยิ้มตลอดที่พูดกับแม่องุ่นหน้าหวานที่ทำกำลังยืนทำหน้าซีดกับข่าวล่ามาแรงที่เพิ่งรับรู้

ปัง!! เสียงประตูเปิดอย่างแรงจนมันไปกระแทกกับผนังดังขึ้น ทั้งฉันและองุ่นมองไปทางต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง ฉันอึ้งค้างไปหลายวินาทีเมื่อเห็นหน้าของคนมาใหม่ ความหล่อเหลาของเขากระชากใจฉันได้ยิ่งกว่าเมลอนซะอีก ยิ่งหน้าหล่อคมคายที่ดูดิบโหดกับดวงตาเรียวคมเหมือนราชสีห์กำลังล่าเหยื่อด้วยแล้วก็ยิ่งเสริมให้เขาดูดีดึงดูดเพศตรงข้ามเกรดพรีเมี่ยมอย่างฉันได้ไม่ยากเย็น

ไลม์ ทำไมมาอยู่ที่นี้หละ? “ เสียงขององุ่นที่ทักผู้ชายมาใหม่เรียกฉันกลับมาจากภวังค์ความหล่อของเขา

“ไอเมลบอกว่าเธออยู่ที่นี่เลยอาสามาตามให้ “ โอ้~ เสียงเขาก็ฟังดูเย็นชาได้อารมณ์หนุ่มดิบเลือดเย็นจริงจัง คงไม่มีอิมเมจอะไรเหมาะกับเขาไปมากกว่า นักฆ่า อีกแล้ว

“ มีอะไรหรือเปล่า? “

“ ก็งานวันเกิดพี่ชายมัน แฟนมันอย่างเธอหายไปจากงานได้ยังไงหละ? “

“ องุ่นมาอยู่เป็นเพื่อนโยหนะ “

“ ก็ดูเธอปกติดีไม่ได้เป็นอะไรนี่ “

“ เอ่อ….

“ กลับไปที่งานเถอะ เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อน เพื่อนไอเมล ให้เอง “ ฉันรู้นะว่าเขาตั้งใจเน้นคำว่า เพื่อนเพื่อตอกหน้าฉัน ชิ~ ไร้มารยาทมาแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน

“ แต่….

“ รีบไปเถอะ ไอเมลรออยู่นะ “

“ งั้นฝากทางนี้ด้วยนะ “ องุ่นส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ฉันที่ทำหน้านิ่งๆ ไม่คิดสนใจเธอนิดๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ฉันเองก็เดินไปหยิบกระเป๋าจะออกไปเหมือนกันเพราะไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องอยู่ที่นี่อีก

“ เดี๋ยว! “ ผู้ชายมาใหม่ยึดแขนฉันไว้ตอนที่ฉันกำลังเดินผ่านเขาออกจากห้องไป ไม่สิ! เรียกว่าบีบดีกว่า ทำไมนายไม่หักแขนฉันเลยหละ! ไอผู้ชายป่าเถื่อนชอบใช้กำลัง!

“ อะไร? “ ฉันถามแล้วสะบัดแขนจนหลุดจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องไม่แพ้เขาที่มองมาเหมือนอยากจะเข้ามาตะปบคอฉัน แล้วไง? คิดว่าฉันกลัวหรอ?

“ ฉันขอเตือนนะว่าถ้าเธอทำให้องุ่นเสียใจหรือมีแม้รอยข่วน ฉันจะให้เธอชดใช้เป็นสิบเท่า! “ น้ำเสียงเขาโหดไม่แพ้หน้าตาที่ถมึงทึงเลยราวกับโกรธใครมาร้อยชาติ ถ้าเป็นคนอื่นคงกลัวจนตัวสั่นไปแล้วแต่เผอิญว่าคนที่อยู่ตรงนี้คือฉัน และบอกตรงนี้เลยว่าฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น!

“ อืมๆๆ เข้าใจแล้ว ที่แท้นายก็ชอบยัยองุ่นเน่านี่เอง “ เขาทำหน้าอึ้งไปเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันพูด แทงใจดำหละสิ! รู้จักท่านราชินีโยเกิร์ตผู้นี้น้อยไปซะแล้ว

“ เรียกให้มันดีๆ หน่อย “ แต่เขาก็ยังไม่วายแก้ชื่อเรียกให้ฉัน แหมคงรักมากสินะ ปกป้องจริง แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้

“ ทำไมเราไม่มาร่วมมือกันหละ? “ ฉันเสนอความคิดด้วยรอยยิ้มหวานที่เคลือบยาพิษซ่อนเอาไว้

“ ร่วมมือ? “ อะไรกันเนี่ย? มีดีแต่หน้าตา ส่วนมันสมองผสมขี้เลื่อยหรอกหรอ? โฮะๆ

“ ก็เรามีเป้าหมายคล้ายๆ กันนี่ เป้าหมายของฉันคือการเอาเมลอนกลับคืนมา ส่วนนายก็คงอยากคบกับองุ่นหน้าหวานนั่นไม่ใช่หรอ? “ ฉันหยั่งเชิงถามเพื่อโน้มน้าวความคิดของผู้ชายตรงหน้า

“ เพราะถ้าฉันได้กลับมาคบกับเมลแล้ว องุ่นก็จะว่างนายก็เข้าเสียบแทนไง ผู้หญิงหนะเวลาที่กำลังเสียใจนี่แหละที่อ่อนไหวที่สุด “ ฉันยังคงพ่นความคิดชั่วร้ายด้วยวาจาแสนหวานราวกับกำลังร่ายมนต์เกลี่ยกล่อมเปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตร

“ ฉันไม่คิดจะใช้วิธีสกปรกแบบเธอแย่งของที่ต้องการมาหรอก “ เขาเถียงกลับ แต่ทำไมน้ำเสียงของนายถึงโอนเอนมาทางความคิดของฉันมากเลยหละ?

“ โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอก สิ่งที่เราต้องการอยากได้อยากครอบครองก็ต้องใช้แรงตัวเองไขว้คว้าแย่งชิงมาเอง คิดว่าแค่ยืนเฉยๆ รอว่าซักวันเธอจะหันมามองหรือไง? เพราะแบบนี้ไงเธอเลยถูกคนอื่นคาบไปกินในขณะที่นายได้แค่ยืนดู “ โฮะๆ แอบสะใจนิดๆ ที่จี้หัวใจตอกหน้าเขากลับได้ ฮ่าๆ สะใจ!

“ ที่ฉันถามไปนายยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ ลองเอาไปคิดหละกัน เพราะฉันคนหนึ่งที่จะไม่ทนมองเฉยๆ อ่อ ฉันชื่อ โยเกิร์ต นายชื่อ ไลม์ สินะ แล้วเจอกันนะ “ ฉันพูดจบก็ยิ้มหวานให้เขาที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนักกับคำพูดของฉัน พอเดินออกจากนอกห้องก็เจอกับหนุ่มหล่อหน้าคุ้นยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่อยู่

นี่เขาเป็นเพื่อนกันหรอ? แสดงว่าหมอนั่นอายุมากกว่าฉันหนะสิ!

“ หวัดดี เดน “ ใช่! หนุ่มหล่อที่ฉันเจอที่คณะฯ วิศวะฯ ตอนไปดูหน้าแฟนใหม่ของแฟนเก่าไง เขานั่นแหละ

“ หวัดดีคนสวย “ เขาทักกลับด้วยรอยยิ้มกระชากใจ ขอโทษนะ เผอิญว่านายไม่ใช่สเป็คฉันและฉันก็ไม่ต้องการคนคั่นเวลามาแก้เหงาด้วย

Good Night “ ฉันบอกเสียงหวานแล้วลงไปขึ้นรถกลับห้องของตัวเองด้วยอารมณ์ที่ดีซะยิ่งกว่าตอนออกมา

ไม่รู้ว่ามีใครเคยได้ยินภาษิตในการใช้ชีวิตที่ฉันยึดมั่นปฏิบัติมาอย่างยาวนานบทนี้หรือเปล่า เป็นภาษิตเข้าใจง่ายยิ่งกว่ากลยุทธ์พิชัยสงครามไหนๆ เนื้อความว่า…’ จงเก็บมิตรไว้ใกล้ตัวและจงเก็บศัตรูเอาไว้ให้ใกล้ยิ่งกว่า แล้วถ้าเปลี่ยนเอาศัตรูมาเป็นมิตรเคียงบ่าเคียงไหล่ได้แล้วไซร้ การศึกครั้งนี้คงไม่มีคำว่าปราชัย!

  

----------------------------------------------------
คุยกันๆๆ 
เรื่องนี้แรงนิดหน่อยนะค่ะ ในเรื่องของความคิดที่ค่อนข้างตรงและจริง อาจจะดูว่ามองโลกในแง่ร้ายไปนิดก็ต้องขออภัยด้วยจ้า (ไม่ควรเอาอย่าง) แอบกระซิบเบาๆ ว่าตอนนั่งแต่งไมเกรนเกือบขึ้น ฮ่าๆ แบบว่าโยเกิร์ตของเราออกแนวนางร้ายมากๆ ความคิดทั้งหมดเป็นเดวิลในหัวของไรเตอร์ล้วนๆ ฮา
แล้วเจอกันหลังตรุษจีนจ้า
ขอให้ได้แต๊ะเอียกันเยอะๆ นะเออ แนนเองก็จะกลับไปกอบโกยเหมือนกัน ฮาอีกรอบ
แล้วเจอกันจ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

21 ความคิดเห็น