Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 13 : Fruity Yogurt#12 ลิตเติ้ลการ์เด้น 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 พ.ค. 56


Fruity Yogurt
ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ



#12
ลิตเติ้ลการ์เด้น 2


พอกลับมาถึงห้องฉันก็รีบถอดส้นสูงออกแล้วเดินไปล้มตัวลงนอนที่โซฟาทันที

“ เป็นอะไรแก ดูเหนื่อยๆ ผิดปกตินะ “ ใบหยกที่ตามมานั่งข้างๆ พร้อมกับเปิดซีรี่ย์ที่มันดูค้างอยู่ถามขึ้น

นั่นสิ! ถึงแม้ว่าร่างกายของฉันมันจะไม่ได้แข็งแรงท่วมท้มเหมือนยัยทึกข้างๆ แต่มันก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดแค่เดินตากแดดไม่กี่ชั่วโมงแล้วจะล้มพับไม่เป็นท่าแบบนี้

อ้าก! เพราะไอบ้าไลม์นั่นแหละ ถ้าหมอนั่นไม่ตามมารับไว้จนตัวฉันเกิดความรู้สึกประหลาดๆ ฉันก็คงไม่ต้องเสียพลังงานการดำรงชีวิตเพื่อหาคำอธิบายให้กับความผิดปรกติของตัวเองตั้งแต่กลับจนกระทั่งมาถึงตอนนี้หรอก ชิ!

“ ว่าแต่แกเถอะ เข้าไปทำอะไรในดาร์กแมนชั่นกับนายเดนมากันแน่ “ ฉันเปลี่ยนเรื่องถามเพื่อนรักเสียงเจ้าเล่ห์

“ บ้าเหรอไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย “ ใบหยกลุกลี้ลุกลนตอบ ตาที่เหลือกกรอกไปมากับน้ำเสียงที่ติดๆ ขาดๆ ช่วยยืนยันได้ดีว่าฉันควรจะเชื่อมัน (ซะเมื่อไหร่ล่ะ) เชื่อก็กินหญ้าแทนข้าวแล้ว

“ หรอ “ ฉันลากเสียงยาวถามเพื่อนรักที่ทำเป็นตั้งใจดูซีรี่ย์ของมันต่อไปทั้งที่ตอนนั้นมันเพิ่งจะดูไปเมื่อวันก่อนนี่เอง

“ ก็เออสิ โอ้ย ไม่คุยกับแกแล้ว “ แล้วมันก็ทำเป็นขึ้นเสียงกลบเกลื่อนเดินเข้าห้องมันไปด้วยหน้าที่แดงระเรื่ออย่างน่ารัก

ฉันยิ้มยินดีกับตัวเองให้เพื่อนรักพลางก้มหน้าซบลงที่หมอนใบโต ความเหนื่อยล้าทำให้เปลือกตาฉันค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ และในเสี้ยววินาทีก่อนที่ฉันจะได้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น

ฮึ่ย!!! ฉันสาปส่งคนที่มาขัดจังหวะในใจก่อนจะเดินปึงปังไปเปิดประตูดู

“ มีอะไร? “ ฉันกอดอกถามคนที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตู รู้สึกอยากเอาหัวโขกชักโครกที่อยู่ๆ ก็ไม่กล้าหันไปมองผู้ชายอีกคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่ข้างๆ

“ โหใจร้ายจัง ทักทายกันซักคำก็ไม่มี “ เดนจีบปากจีบคอตอบ น่ารักตายล่ะ

“ แล้วตกลงมีธุระอะไรถ้าไม่มีฉันจะปิดประตูแล้วนะ “ ฉันบอกแล้วทำท่าจะปิดประตูอย่างที่บอกไปจริงๆ แต่เดนก็จับไว้ซะก่อน

“ ฉันมาหาหยกน่ะ “ เดนบอกแล้วแปรงร่างเป็นยีราฟชะเง้อคอยาวๆ ของตัวเองมองเข้าไปในห้อง

“ หลับแล้ว “ ฉันบอกแล้วเอานิ้วชี้จิ้มหน้าอกเขาไปสองจึ้กให้เขาถอยออกไป เดนยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนของเขาที่เอาแต่ยืนเก็กหล่อไม่พูดไม่จา ชิ

“ ไอไลม์ แกบอกว่าเก็บของของโยได้ไม่ใช่หรอ? “ เดนพูดขึ้นและนั่นก็เรียกความสนใจของฉันได้ดี ของฉัน? อะไรหว่า?

“ เออ นี่ไง “ ไลม์ตอบสั้นๆ แล้วเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของเขาอยู่นานสองนานจนฉันทนไม่ไหวต้องเดินเข้าไปเร่งเขาจนได้ทั้งที่ก็ยังนึกไม่ออกว่าทำอะไรหล่นหายไป

ปัง! แก็ก!

“ เฮ้ย!! “ ฉันอุทานออกมาเมื่ออยู่ๆ ประตูห้องของฉันก็ปิดเองแถมยังล็อกตัวมันเองได้อีก มันใช่ที่ไหนล่ะ! อ้าก! นายเดนบ้าบังอาจหลอกฉันหรอ?

“ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ เดน! “ ฉันเอามือทุบประตูสองทีก่อนจะตะโกนเรียกคนที่ฉันคิดว่าคงยืนแอบฟังอยู่ใกล้ๆ

“ ขอฉันคุยกับหยกสองต่อสองซักชั่วโมงแล้วเธอค่อยกลับอีกทีล่ะกัน “ เดนตะโกนกลับมา แต่เดี๋ยวนะ! สองต่อสอง! หนึ่งชั่วโมง!

จะบ้าหรอ! แล้วระหว่างนั้นฉันจะไปสิงสถิตที่ไหนล่ะย่ะ ไม่ใช่สิ เรื่องอะไรฉันจะต้องปล่อยให้ไอบ้าที่ไหนไม่รู้อยู่กับเพื่อนรักฉันสองต่อสองในที่ลับตาคนที่ปิดตายแบบนี้ด้วยเล่า

“ ไม่พังประตูไปเลยล่ะ “ ไลม์เสนออย่างประชดประชันเมื่อเห็นฉันเอาแต่ทุบประตูห้องตัวเองอยู่อย่างบ้าคลั่ง

“ จริงด้วย “ ฉันขอบคุณข้อเสนอแนะของเขาก่อนจะเดินไปที่ตู้ดับเพลิงเพื่อเอาถังดับเพลิงออกมา

“ ว้าย! ทำอะไรของนายเนี่ย ปล่อยฉันนะ “ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำตามความตั้งใจไลม์ก็เดินมาลากแขนฉันเข้าลิฟต์ที่เปิดอยู่พอดีไปซะก่อน อะไรของหมอนี่เนี่ย!

โอ๊ะ! จริงสิ ไปที่ฟร้อนแล้วขอกุญแจสำรองของห้องมาก็ได้นี่นา

เมื่อคิดได้ฉันก็รีบวิ่งออกมาจากลิฟต์แล้วตรงไปยังเป้าหมายทันทีแต่แล้วก็รู้สึกเหมือนวิ่งตกหลุมกับดักเมื่อมีกระดาษเท่า A4 แปะอยู่หน้ากระจกว่า ไปธุระจะกลับมาอีกทีพรุ่งนี้ ขอบใจ! ธุระอะไรฟะถึงต้องทำกันข้ามวันขนาดนี้!

ฉันเลยเดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟาของล็อบบี้ท่ามกลางสายตาของคนที่มองมาอย่างสนใจนับสิบคู่ เออ ก็ลองใส่รองเท้ารูปสตรอเบอร์รี่สีแดงสดลูกโตที่เขาใส่กันในบ้านแบบฉันออกมาเดินเฉิดฉายข้างนอกดูสิแล้วจะรู้ว่ามันเด่นแค่ไหน แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะเพราะฉันไม่อายอยู่แล้วแต่ที่ฉันกลุ้มอยู่ตอนนี้คือฉันไม่มีอะไรติดตัวเลยนี่นา ทั้งโทรศัพท์หรือกระเป๋าสตางค์ไม่ต้องพูดถึงกุญแจอะไรทั้งหลายเลย โฮ แล้วตอนนี้ฉันก็หิวมากซะด้วยสิ โฮ นายเดนบ้าอย่าให้เจออีกนะ ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!

“ เอาโทรศัพท์นายมาสิ! “ ฉันแบมือรอรับสิ่งที่ต้องการจากนายนิ่งหน้าตายที่ตามมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ฝั่งตรงข้าม ให้ตายสิ ทำไมฉันสบตาแข็งกร้าวนั่นไม่ได้ซักทีนะ

เงียบ!

เชอะ! คิดว่าฉันง้อหรือไง?

ในเมื่อเขาไม่พูดอะไรฉันก็ไม่คิดจะพูดกับเขาเหมือน เรานั่งเงียบๆ อยู่แบบนั้นจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ออด!

เอ่อ

“ ฉันไม่ได้หิวเลยรู้เอาไว้ซะ “ แล้วฉันจะพูดแก้ตัวไปทำไมให้น่าสงสัยเนี่ย ฉันเอาหมอนอิงฟาดหัวตัวเองสองทีก่อนจะอุทานออกมาอย่างตกใจอีกครั้งเมื่ออยู่ๆ คนที่เงียบไปนานก็ลากฉันแขนฉันไปอีกครั้ง

“ จะทำอะไรของนายเนี่ย? “ ฉันถามเขาที่เอาแต่เดินไม่พูดไม่จาจนเราออกมานอกคอนโดฯ ไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ตอบหรือกัดจิกอะไรกลับมาเหมือนอย่างที่เขาชอบทำ ฉันที่ไม่คุ้นกับโหมดแบบนี้ของเขาจึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำปล่อยให้ลากไปไหนต่อไหนตามใจ

เฮ้ย! แล้วถ้าไอหมอนี่ลากฉันไปขายล่ะ? ฉันรีบขืนตัวเอาไว้สุดแรงทันทีที่เพิ่งคิดได้แต่ดูเหมือนมันจะไร้ผลเมื่อไอมะนาวแรงควายยังคงลากฉันให้เดินต่อไปได้อย่างง่ายดาย โฮ ฆ่าฉันเถอะถ้าจะให้ฉันมีแรงเท่ามดสองตัวแบบนี้

“ เอ๊ะ! “ ฉันเผลออุทานอีกครั้งเมื่อจู่ๆ เขาก็ปล่อยมือฉันหลังจากที่เขาพาฉันเดินออกมาหน้าคอนโดฯ ไกลพอสมควร พอหันไปมองคนที่ลากมาก็เห็นว่าเขากำลังนั่งลงที่โต๊ะร้านก๋วยเตี๋ยวแฟรนชายน์ยี่ห้อหนึ่งหลังจากเดินไปสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว

“ จะยืนเอาโล่หรือไง? “ ชิ หาปากเจอแล้วหรือไง!

ฉันสะบัดหน้าใส่เขาก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปนั่งฝั่งตรงข้าม ไม่นานคุณป้าคนขายก็ยกชามก๋วยเตี๋ยวสองชามมาวางตรงหน้าฉันกับไลม์ และด้วยศักดิ์ศรีของควีนที่ฉันแบกรับอยู่บวกกับแรงอาฆาตความเป็นศัตรูคู่แค้นของฉันกับเขาทำให้ฉันไม่รีรอเลยที่จะคีบลูกชิ้นปลาเข้าปาก แหะๆ ก็คนมันหิวนี่นา อีกอย่างไม่เมื่อคืนฉันก็เลี้ยงข้าวเขาไปแล้วด้วย หายกัน!

“ ไหนบอกไม่หิวไง “ ไลม์ประชดหน้าตาย ชิ

“ แค่กๆ “ ฉันสำลักบะหมี่ที่กำลังเคี้ยวอยู่จนต้องคว้าเอาน้ำมากรอกปากแทบไม่ทัน ฮึ่ย

“ ก็แค่กินตามมารยาทเท่านั้นแหละ “ ฉันเชิดหน้าตอบเขา ไม่ได้สำนึกเลยว่าถ้าเขาไม่จ่ายให้คงต้องไปล้างชามชดใช้

“ งั้นหรอ? “ ฉันตวัดสายตาใส่เขาทันทีที่ได้ยินเสียงล้อเลียน แต่พอเงยหน้าขึ้นไปก็ต้องตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกเมื่อพบเจอสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่ 78 ของโลก

ไม่จริง! ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่ามนุษย์ดาวมูทู่จะยิ้มเป็นเหมือนชาวโลกอย่างเรา แอบเท่นะเนี่ย

“ มีอะไร? “ ไลม์ถามเสียงแข็งเมื่อเห็นฉันทำตาโตจ้องเขาตาไม่กระพริบ ชิทั้งที่พอยิ้มออกก็ออกจะหล่อทำไมไม่ยิ้มให้มันบ่อยๆ กันนะ ดูอย่างเมลเป็นตัวอย่างสิ ทั้งหล่อ นิสัยดีแถมยังมนุษย์สัมพันธ์ดีอีก น่าจะเอาเยี่ยงอย่างเขามาบ้างนะ

เห้อ พูดถึงเมลก็คิดถึงเขาเหมือนกันนะเนี่ยไม่รู้ป่านนี้จะทำอะไรอยู่ หวังว่าคงไม่ได้ไปดูหนังซบไหล่กับยัยองุ่นกันหรอกนะ จะงอนจริงๆ ด้วย

เมื่ออิ่มท้องฉันก็เดินกลับมาที่คอนโดฯ ของตัวเองโดยมีไลม์เดินนำอยู่ อันที่จริงฉันไม่ได้อยากจะเดินตามเขาหรอกแต่พอจะเดินแซงเขาทีไรเขาก็ก้าวฉับๆ แซงไปทุกที อีกทั้งยังรองเท้าที่ฉันใส่อยู่มันก็ไม่เอื้ออำนวยอีก ราชินีแสนดีผู้เปี่ยมด้วยเมตตาอย่างฉันเลยสงเคราะห์ให้เขาได้อยู่ข้างหน้าก็เท่านั้นแหละ โฮะๆ

“ โอ้ย! จะหยุดก็บอกกันก่อนเซ่ “ ฉันแวดใส่คนที่อยู่ๆ ก็หยุดเดินไปทื่อๆ หน้าผากงามๆ ของฉันเลยชนกับหลังแข็งๆ ของเขาเข้าอย่างจัง โฮ เจ็บอ่ะ

ฉันเลยเดินเลี่ยงเขาเข้าไปในล็อบบี้ ทำให้เห็นว่าตรงหน้ามีบางคนที่ฉันรู้จักดียืนอยู่ ถึงว่าสิเขาถึงหยุดเดินไปดื้อๆ

“ เมล มาได้ยังไง? “ ฉันเดินเข้าไปถามเมลเสียงหวาน กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย

“ ไปไหนมากันหรอ? “ เมลถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีร่องรอยของรอยยิ้มหรือความขี้เล่นอย่างทุกที

“ พอดีไปเจอกันที่ร้านข้าวน่ะ “ ฉันบอกความจริงแค่ครึ่งเดียว แต่มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่านะ ทำไมทุกครั้งที่เจอเมลถึงต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เรื่อยเลย อย่างกับว่ามีใครจงใจให้ทุกอย่างมันลงล็อกพอดีแบบนี้!

“ งั้นก็ขอบคุณรุ่นพี่มากนะครับที่มาส่งโย พวกเราขอตัวก่อนนะครับ “ เมลบอกชายหนุ่มรุ่นพี่เสียงแข็ง ทั้งน้ำเสียงและท่าทางไม่ได้มีความเคารพดังคำพูดที่ยกย่องนั่นเลย เมื่อพูดเสร็จเมลก็ลากฉันออกมาทางที่ฉันเพิ่งเข้ามานั่นแหละแต่แล้วฉันก็ต้องนิ่วหน้าอุทานออกมาด้วยความเจ็บเมื่อผู้ชายอีกคนกระชากฉันกลับไป

โอ้ย มันเจ็บนะไอคนป่าเถื่อน

“ นั่นแกจะพาเธอไปไหน! “ ไลม์ถามเสียงเข้ม แววตาเหี้ยมที่เกือบลืมไปแล้วแผลงเดชอีกครั้ง

“ กรุณาปล่อยเธอด้วยครับ! “ เมลย้ำเสียงหนักจ้องหน้ารุ่นพี่ที่ไม่เคยเคารพอย่างไม่เกรงกลัว

“ ฉันถามว่าแกจะพาเธอไปไหน! “ ไลม์ตะคอกเสียงดังแล้วกระชากฉันเข้าหาตัวเต็มแรงจนเมลที่กุมข้อมือฉันเอาไว้แค่หลวมๆ หลุดมือปล่อยให้ร่างของฉันปะทะร่างกายแกร่งของผู้ชายที่ชอบใช้แต่กำลังเต็มๆ

“ โอ้ย! เจ็บนะ ปล่อยฉันได้แล้ว “ ฉันแวดใส่คนที่จ้องเขม็งแล้วขืนตัวออกจากการจับกุมของเขาแต่ทำไมแรงเขาถึงได้เยอะขนาดนี้นะ ฉันทั้งหยิกทั้งข่วนก็แล้วเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยฉันซะที ทำไมไม่หักแขนฉันไปเลยล่ะถ้าจะจับแบบนี้!

“ เธอเจ็บไม่ได้ยินหรอครับ “ เมลบอกไลม์ด้วยเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย ความจริงเขาอยากจะดึงเธอออกมาจากการจับกุมของหนุ่มรุ่นพี่แต่ก็กลัวเธอจะเจ็บ ไลม์เองก็เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอใส่แรงกับหญิงสาวมากเกินไปจึงรีบปลดมือของตัวเองออกให้เธอเป็นอิสระ

ฉันตวัดสายตาใส่เขาด้วยความโกรธ พยายามข่มความเจ็บที่กำลังแล่นพล่านไปทั้งมือ ไลม์สบถหยาบคายอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินกระแทกไหล่เมลออกไป

“ เป็นอะไรหรือเปล่า? เจ็บมากมั้ย? “ เมลเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง

“ ไม่เป็นไร สบายมาก “ ฉันฝืนยิ้มตอบกลับไปไม่อยากให้เขามากังวลเกินเหตุ

เห้อ ทำไมตั้งแต่รู้จักกับหมอนั่นฉันถึงเจ็บตัวบ่อยอย่างนี้นะ

“ ว่าแต่เมลมีธุระอะไรหรือเปล่า? “ ฉันถามคนที่มองมาอย่างเป็นห่วงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้แถมยังถูกจังหวะพอดีด้วย

“ ไม่มีธุระแล้วเรามาหาโยไม่ได้หรอ “ เมลถามด้วยสายตาตัดพ้อ ฉันรู้ความหมายของแววตาแบบนั้นดี เขาคงคิดว่าฉันไปไหนมาไหนกับไลม์มาสินะเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาเจอฉันอยู่กับหมอนั่น

“ ไปนั่งคุยกันที่โซฟาดีกว่านะ “ ฉันเปลี่ยนเรื่องเสียงใสกำลังจะเดินไปที่มุมนั่งเล่นของล็อบบี้แต่เมลก็รั้งแขนฉันเอาไว้ซะก่อน

“ มีอะไรหรอ? “ ฉันถามเมลที่ดูเคร่งเครียดต่างไปจากทุกที เขาเป็นอะไรหรือเปล่านะ?

“ วันนี้ไปไหนมาหรอ? “ เมลถามด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำขึ้นก่อนจะปล่อยมือฉัน อาการไม่สบตาทำให้ฉันรับรู้ได้ทันทีว่าเขารู้คำตอบอยู่แล้ว

“ ลิตเติ้ลการ์เด้นน่ะ “ ฉันตอบตามความจริงเพราะถึงแม้ฉันจะดูร้ายกาจแต่ฉันก็เกลียดการโกหก!

……….” เมลไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาทำเพียงแค่เสมองไปทางอื่นเหมือนกำลังข่มความโกรธของตัวเองไว้

ฉันก้มหน้าลงนิดหน่อยแล้วยิ้มบางๆ กับแผนการง้อคุณว่าที่แฟน ฉันเดินลงบันไดของคอนโดฯ ลงไปที่สวนส่วนกลางโดยมีเมลเดินตามมายืนอยู่ด้านหลัง

“ วันนี้อากาศหนาวจังเลย ก็ฤดูหนาวแล้วนี่นา “ ฉันพูดแล้วหัวเราะอยู่คนเดียวก่อนจะหันกลับไปหาเมลที่ยังคงทำหน้านิ่งไม่เปลี่ยนแปลง เมลทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่พูดออกมา ฉันยิ้มบางๆ เมื่อพอจะรู้ว่าเขาจะถามว่าอะไร?

“ ไปกับหยกแล้วก็เดนกับไลม์น่ะ “ ฉันพูดขึ้นแล้วเงยหน้าดูท้องฟ้าสีส้มครามที่กำลังกลืนกินเมฆสีขาวไปทีละนิดก่อนจะเริ่มพูดต่อเมื่อคนที่ต้องการรู้ยังคงไม่พูดอะไร

“ สนุกมากเลยถึงจะร้อนไปหน่อยก็เถอะ แล้วเมลรู้มั้ยว่าทำไมเขาถึงตั้งชื่อที่นั่นว่า ลิตเติ้ลการ์…….” ฉันตัวชาแข็งทื่อไปเมื่ออยู่ๆ คนตรงหน้าก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้ราวกับไม่อยากรับรู้เรื่องราวที่ฉันกำลังจะเล่าให้ฟัง

 

“ ขอร้องล่ะรอเราอีกหน่อยนะ “ เมลบอกเสียงเครือกอดฉันแน่นขึ้น ความเศร้าของเขาที่ฉันสัมผัสได้ทำให้ฉันเลิกที่จะแกล้งเขา

“ ความจริงแล้ว เดนกับหยกเคยเป็นแฟนกันน่ะ “ ฉันบอกความลับขั้นสุดยอดกับเมล เมลดันฉันออกเบาๆ มองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ

“ โยกำลังช่วยให้พวกเขาคืนดีกันน่ะ “ ฉันบอกคนขี้งอนที่ชอบคิดไปเอง เมลยิ้มสดใสออกมาเป็นครั้งแรกจนฉันเองก็ยังอดไม่ไหวที่จะยิ้มตอบเขาไป

เมลน่ะเหมาะกับรอยยิ้มอบอุ่นแบบนี้ที่สุดแล้ว รอยยิ้มที่ฉันหลงรัก

ตึกๆ ตึกๆ

ฉันยืนอยู่ในลิฟต์ด้วยใจที่เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะเพราะคุณว่าที่แฟนที่เพิ่งหายงอลยืนกรานจะขึ้นมาส่งฉันที่หน้าห้องให้ได้ แงๆ ทำไงดีอ่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เมลขึ้นมาถึงห้องฉันแบบนี้ กรี๊ด

เอ๊ะ! ดูเหมือนฉันจะลืมอะไรไปบางอย่างนะ

“ เมล โยเข้าห้องไม่ได้อ่ะ “ ฉันบอกเมลเมื่อเราเดินมาถึงหน้าห้องของฉันแล้ว แง เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้นายเดนตายยึดห้องของฉันอยู่

“ ลืมกุญแจหรอ? ไม่เป็นไรหรอก ไปนอนห้องเราก็ได้ “ กรี๊ด! ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นย่ะคนทะลึ่ง

“ เมลทะลึ่ง ใครจะไปเล่า! “ ฉันแหวใส่เมลเสียงดัง อยู่ๆ หน้าก็ร้อนขึ้นมาอีกแล้ว

“ ฮ่าๆ เราพูดจริงนะ “ เมลหัวเราะนิดๆ แล้วเข้ามากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของฉัน คนบ้า

ฉันเลิกสนใจเมลโหมดเจ้าเล่ห์ + บ้ากามแล้วหันไปกดออดเรียกยัยเพื่อนรักให้มาเปิดประตูให้ หวังว่านายเดนจะกลับไปแล้วนะ แต่ก็ไม่มีเสียงหรือใครมาเปิดประตูให้เลย ฉันเลยเปลี่ยนเป็นทุบประตูอย่างบ้าคลั่งแทน แงๆ ขอร้องล่ะอย่าแกล้งกันแบบนี้สิ ไม่ขำด้วยหรอกนะ

“ สิบนาทีผ่านไปแล้วนะ เราว่าคงไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วล่ะ ตอนที่เราโทรขึ้นไปก็ไม่มีใครรับเลย “ เมลบอกอย่างหวังดีแต่แววตาวับๆ แวมๆ นี่มันอะไร มันจะดูร่าเริงเกินไปแล้วนะ

“ งั้นหรอ คงต้องไปติดต่อที่ฟร้อนสินะ เดี๋ยวเมลกลับไปก่อนเลยนะไม่ต้องห่วง “ ฉันยิ้มให้เมลอย่างแนบเนียน หวังว่าเมลคงไม่เห็นไอใบประกาศเวรนั่นหรอกนะ

“ พรุ่งนี้เลยเนี่ยนะ! “ อ้าก! ทำไมเขารู้ได้อ่ะ แล้วแบบนี้ฉันจะแถยังไงต่อได้ล่ะ

“ งั้นคืนนี้คงต้องนอนโรงแรมแล้วสิ “ โฮ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายล่ะ

“ ไม่ได้เอากระเป๋าตังค์มาไม่ใช่หรอ? “ แล้วเขารู้ได้ไงอ่ะ? เห้อ คงดูจากรองเท้าสินะ สารรูปแบบนี้คงมีแต่ตัวอย่างเดียวล่ะ โฮ ฉันจะฆ่าแกนายเดน!

“ ว่าไง ข้อเสนอของเรายังอยู่นะ “

 

Ring – Ring

เสียงโทรศัพท์ของไลม์ดังขึ้น เขาชะงักมือที่กำลังยกขวดเบียร์กรอกปากล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์คนที่โทรเข้ามาก่อนจะรับสายเสียงห้วน

“ มีอะไร! “ เสียงเข้มถามเพื่อนสนิทแล้วยกเบียร์ขวดที่ 5 ลงคอไปด้วย

“ อารมณ์เสียอะไรว่ะ? หรือว่าฉันโทรมาขัดจังหวะอะไร? “ เดนถามเสียงร่าเริง ปลายสายจากเขามีเสียงของผู้หญิงแว่วมาให้ได้ยินไม่ขาดสาย

“ พูดเรื่องอะไรของแก “ ไลม์ถามส่งๆ อย่างไม่สนใจ เพราะตอนนี้สิ่งที่เขากำลังสนใจคือสิ่งเดียวกับที่ทำให้เขาอารมณ์เสียอย่างรุนแรงอยู่ตอนนี้

“ อ้าว ก็แกไม่ได้หงุดหงิดที่ฉันโทรมาขัดจังหวะแกกับโยคนสวยหรือไง? “ เดนถามอย่างร่าเริงติดจะล้อเลียน

“ พูดบ้าอะไร? “ ไลม์เริ่มสนใจคำของเพื่อนขึ้นมานิดๆ

“ อ้าว นี่แกไม่ได้อยู่กับโยคนสวยหรอว่ะ หว่า ฉันอุตส่าห์ลากเจดออกมาเพื่อให้แกอยู่กับโยสองต่อสองเลยนะเนี่ย “ ไลม์ไม่ทันได้ฟังจบก็ตัดสายทิ้งไปก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซคคันโปรดขับไปยังสถานที่ที่เพิ่งจากมา

แต่ก็ไม่ทันซะแล้วไม่มีใครรออยู่

และไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองเลยว่าคืนนี้ไอเมลจะพาโยไปนอนที่ไหน?

ทำไมมันเจ็บแปลกๆ เหมือนหัวใจมันจะระเบิดออกมาแบบนี้นะ!

เขาได้แต่ถามตัวเองอยู่แบบนั้น ถามซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่ร้อยรอบตั้งแต่ที่ผู้หญิงที่เหมือนนางมารร้ายคนนั้นเข้ามาในชีวิตของเขา!

 
----------------------

ใครรอความแรงของโยหรือองุ่นอยู่รออีกหน่อยนะค่ะ
แนนอยากเขียนให้ช่วงเวลาและการกระทำที่ส่งผลกับความรู้สึกของแต่ละคนมีความสมเหตุสมผล (?) นิดนึงก็ยังดี แหะๆ
ตัวแนนเองก็ยังเป็นนักฝึกหัดเขียนอยู่ กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อไล่ตามความฝันหนึ่งของชีวิตที่อีกฟากฟ้า (เป็นเดอะ สตรอร์เรอะ! ) แหะๆ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการฝันและไปให้ถึงฝันให้ได้นะค่ะ
พรุ่งนี้เจอกับฮันนี่คะ ^^
โอยาสุมิ ฝันดีจ้า


(ให้หัวใจดวงเดียวเสมอ เพราะมีแค่ใจเดียวไม่ได้หลายใจ ฮิ้วๆ มุขเสี่ยวได้อีก)


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #20 JyDeang13 (@JyDeang13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 06:39
    เพิ่งได้เข้ามาอ่านสนุกมาๆๆๆค่ะรอๆนะคะ
    #20
    0
  2. #19 Kanokwan2559 (@Kanokwan2559) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:32
    อยากอ่านแล้ว ????
    #19
    0
  3. #18 Kanokwan2559 (@Kanokwan2559) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:31
    รอค่ะ. มาอัพไวๆนะ
    #18
    0
  4. #17 Kanokwan2559 (@Kanokwan2559) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 20:31
    รอออออค่ะ
    #17
    0
  5. #12 ลิง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 12:34
    รออยู่นะคะ^^สู้ๆค่ะ
    #12
    0
  6. #10 BenOil (@MissAngle) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 11:16
    รู้สึกว่าเมลนี่แปลกๆ ยังไงไม่รู้
    เหมือนไม่จริงใจอ่า

    ป.ล.เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 พฤษภาคม 2556 / 13:02
    #10
    0