Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 12 : Fruity Yogurt#11 ลิตเติ้ลการ์เด้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 พ.ค. 56


Fruity Yogurt
ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ


#11
ลิ้ตเติ้ลการ์เด้น

 

“ ว้าย!  “ ฉันผวาสุดตัวเมื่อจู่ๆ ก็ถูกกระชากเข้าไปในทางหนีไฟด้วยแรงมหาศาลที่ไม่ยั้งมือเลยซักนิด

“ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย! “ ฉันตะโกนใส่หน้าผู้ชายตัวการที่กำลังกักฉันไว้กับผนังหลังจากที่เขาเหวี่ยงฉันไปปะทะกับมันเรียบร้อยแล้ว ไอผู้ชายป่าเถื่อน!

“ เธอนั่นแหละทำบ้าอะไร! ไอเมลมันมีแฟนอยู่แล้วยังจะไปจูบกับมันอีก อยากเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายที่ชอบแย่งแฟนชาวบ้านมากหรือไง! “ ไลม์ตะคอกกลับมาสุดเสียงและเชื่อเถอะว่ามันไม่มีทางเล็ดลอดออกไปด้านนอกได้เลย ความดุดันที่เขามอบให้ยังคงเพิ่มทวีขึ้นทุกที ลมหายใจร้อนๆ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ทำให้ฉันกลัวว่าตัวเองอาจจะเมาในเร็วๆ นี้

“ แล้วนายยุ่งอะไรด้วย ฉันจะทำอะไรหรือจะไปจูบกับใครมันก็เรื่องของฉัน! “ ฉันพูดโดยพยายามสะกดกลั้นความเจ็บและโกรธที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมา ไลม์จ้องฉันด้วยแววตาเกรี้ยวโกรธเหมือนอย่างทุกทีแต่ครั้งนี้มันรุนแรงและเหี้ยมโหดกว่าครั้งไหนๆ แม้ฉันจะทำใจกล้าจ้องตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัวแต่ท่าทีของเขาตอนนี้มันกลับทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของฉันลุกชันขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

ตุบ!

ฉันสะดุ้งใจหายวาบเมื่ออยู่ๆ คนที่ลากฉันมาก็กำหมัดต่อยลงไปที่กำแพงด้านข้างของฉันเต็มแรง เมื่อเหลือบตาหันไปมองก็เห็นรอยของเหลวสีแดงฉานแต้มอยู่บนกำแพงและกำลังไหลรินออกจากมือของเขาหยดเป็นวงอยู่บนพื้น ฉันกัดฟันข่มความรู้สึกในตัวก่อนจะหันไปสาดสายตาใส่ผู้ชายที่เอะอะก็ใช้แต่กำลัง ไลม์เองก็จ้องตอบกลับมาอย่างที่เขาถนัดก่อนจะผละออกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันรั้งเขาไว้

เลือดที่นองอยู่เต็มพื้น? แผลเหวะหวะบนมือ? หรือเพราะหนี้บุญคุณที่เขาช่วยเอาไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา?

“ เดี๋ยว! ไปทำแผลก่อนมั้ย? “ ทำไมฉันจะต้องพูดดีๆ กับคนที่เกือบจะต่อยหน้าฉันด้วยนะ

ฉันถามเขาที่กำลังเปิดประตูทางหนีไฟจะเดินออกไป ไลม์หันมามองฉันอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนจะปรับเป็นแววตาและท่าทีเยือกเย็นดังเดิม และตอนนี้ฉันอยากจะกระโดดถีบหน้าตัวเองจริงๆ เมื่อดันทำตัวเป็นคนดีขึ้นมาไม่ดูสถานการณ์ เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะไอโหดที่กำลังนั่งกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาในห้องของฉันน่ะสิดันมาทำตัวเป็นเด็ก ป.1 เอาแต่ใจ บอกว่าไม่อยากไปโรงพยาบาลแล้วพอฉันจะชิ่งก็ดันมาทวงบุญคุณ ( เปลี่ยนอารมณ์ง่ายจริง ) เรื่องมันก็เลยจบโดยที่ต้องให้ไอหมอนั่นมาทำแผลที่ห้องฉันแบบนี้ไง

กรรมของเวรแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าแค่ไม่เข้าวัดแค่เดือนเดียวมันจะโชคร้ายทับถมขนาดนี้!

“ ยื่นมือมาสิ “ ฉันบอกคุณชายหน้าเหี้ยมที่เอาแต่นั่งดูซีรีย์เกาหลีหวานแหววที่ไม่ได้เข้ากับหน้าตาของเขาเลยซักนิด

ไลม์ส่งมือที่โชกไปด้วยเลือดมาให้ฉันโดยไม่แม้จะละสายตาไปจากจอทีวี ฉันรับมือของเขามาตรวจดูอาการและคีบเอาเศษปูนที่ฝังอยู่ข้างในออกช้าๆ เมื่อไม่เห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่อีกฉันก็ลงมือล้างแผลและทำแผลให้เขา นี่ถ้าไม่ติดว่าเห็นเลือดเขาออกต่อหน้าต่อตาฉันคงคิดไปว่าเขาเป็นเครื่องจักรสังหารแน่ๆ เพราะตลอดเวลาที่ฉันทำแผลให้เขา ใบหน้าคมคายหล่อเหลาก็ยังนิ่งเหี้ยมได้คงเส้นคงวาจนฉันเผลอหมั่นไส้เทแอลกอฮอล์ราดแผลเขาไปทั้งขวด ไอหมอนี่ก็ยังนิ่งเงียบไม่ไหวติงจนเป็นฉันเองที่หมดอารมณ์แกล้งเขาไป เชื่อเขาเลย

“ เสร็จแล้ว กลับไปได้แล้ว “ ฉันไล่เขากลับเมื่อเสร็จธุระที่ต้องทำ หมดสิ้นกันทีบุญคุณครั้งนี้ ไลม์ยกมือที่พันด้วยพันแผลอย่างประณีต ( ด้วยฝีมือของฉันเองแหละ โฮะๆ ) ขึ้นมาดูก่อนจะแกะมันออกแล้วปาลงพื้นไป เฮ้ย!

“ ทำอะไรของนายเนี่ย? “ ฉันถามเสียงดังอย่างตกใจ โฮ ฉันเพิ่งจะพันไปเองนะ

“ ฉันไม่ใช่โดเรมอนนะ พันแบบนั้นฉันจะขี่รถกลับได้ยังไง ยัยโง่เอ่ย “

อั้ก!!! ฉันรู้สึกเหมือนถูกหมัดน็อกเข้าเสยคางเต็มๆ ฮึ่ย แล้วทำไมฉันต้องยอมให้ไอบ้านี่หลอกด่าซึ่งๆ หน้าด้วยเนี่ย โฮ

แล้วฉันจะทำอะไรได้ต่อล่ะเนี่ยนอกจากพันแล้วแก้ แก้แล้วพันอยู่แบบนั้นเพราะไม่ได้ดั่งใจไอคุณชายป่าเถื่อนและปากร้าย

“ พอๆ ฉันทำเอง เธอน่ะไปหาอะไรมาให้ฉันกินหน่อยสิ หิวจะตายอยู่แล้ว “ อ้าว ไหงงั้นล่ะ?

“ หูหนวกหรือไง เอามาเยอะๆ ผักไม่ต้อง เร็วๆ ด้วย “ ไลม์สั่งอีกครั้งเมื่อเห็นฉันเอาแต่นั่งมองหน้าเขาเหมือนไม่เข้าใจอยู่ชาติหนึ่งจนฉันต้องรีบลุกไปทำตามคำสั่งของเขา มารู้ตัวอีกทีก็ยกข้าวผัดปู (ไม่ใส่ผัก) มาเสิร์ฟให้เขาถึงที่แล้ว เอ๊ะ! แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่เขาสั่งด้วยล่ะ

“ นายมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับฉันเนี่ย “ ฉันแหวใส่เขาเสียงแหลม และเขาฟังฉันมาก ตาอยู่ที่ทีวีมือก็ตักข้าวเข้าปากไป ฮึ่ย!

“ ไม่มีน้ำหรือไง? “ ยังมีหน้ามาทวงน้ำอีกหรอ? ฉันทำตาโตใส่เขาก่อนจะจำใจลุกเดินไปที่ตู้เย็นแล้วกลับมาพร้อมกับน้ำเปล่า น้ำชนิดเดียวที่มีในนั้น

“ อิ่มแล้วก็กลับได้แล้ว “ ฉันพูดขึ้นทันทีที่เขากวาดข้าวจานใหญ่ลงคอจนหมดตามด้วยน้ำอีกแก้ว ไลม์ใช้หางตามองฉันนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปที่จอทีวีดังเดิม มันจะมากไปแล้วนะ

“ อะ…….” ฉันกำลังจะเปิดปากไล่เขาอีกครั้งแต่เขาก็พูดสวนขึ้นมาซะก่อน

“ คิดไงเรื่องไอเดนกับเพื่อนเธอ “ ไลม์ถามกลับเสียงเรียบตามแบบฉบับของเขา บอกตามตรงว่าฉันไม่คิดว่าสิ่งมีชีวิตที่ด้านชาอย่างเขาจะคิดถึงคนอื่นเป็น ซาบซึ้งซะไม่มี โอ๊ะ! ไม่สิ อย่างน้อยก็มียัยองุ่นเน่าคนหนึ่งล่ะที่เขาคิดถึง ชิ

“ จะพูดอะไรก็พูดมา “ ฉันตัดบทเข้าประเด็น ไม่อยากฟังน้ำให้เสียเวลาของเนื้อๆ แบบรวบรัดสรุปเลยล่ะกัน

“ บ่ายโมงตรง ลิตเติ้ลการ์เด้น “ ไลม์บอกสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป และฉันคงไม่เข้าใจความหมายของมันถ้าสวยน้อยกว่านี้ เอ่อ ผิดประเด็น คือที่จะบอกก็คือเขาทิ้งของบางอย่างเอาไว้บนโต๊ะและฉันก็กำลังให้ความสนใจไปที่มันมากกว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ของที่วางอยู่บนโต๊ะมีแค่การ์ดสีดำด้านสองใบ พอลองจับมันพลิกไปมาก็เห็นตัวอักษรเรียบเรียงเป็นคำสั้นๆ ว่า Join with us @Little Garden ‘

 

“ ไอโย ตกลงแกจะพาฉันไปไหนกันแน่เนี่ย? “ ใบหยกถามหน้าหงิกเมื่ออยู่ๆ ฉันก็ลากมันขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ 9 โมงในวันอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อนที่แสนล้ำค่า

“ เที่ยวไง “ ฉันตอบเพื่อนรักที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเสียงระรื่น เพราะจากการประมวลผลของสมองอันชาญฉลาดของฉันบวกกับคำพูดและสิ่งที่นายมู่ทู่เอามาให้ก็พอจะเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร?

“ ถึงแล้ว “ ฉันเลี้ยวรถเข้ามาจอดตามป้ายบอกทางจนถึงหน้าสถานที่นัดหมาย แอบตะลึงปนตกใจนิดหน่อยกับทางเข้ามหึมาอย่างกับทางเข้าของเมืองยักษ์

“ ฉันขอถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งนะ ตกลงแกเป็นคนเลือกจะมาที่นี่เองหรือว่ามีใครเลือกให้? “ ใบหยกหันมาถามเสียงหวานแต่หน้าและแววตาที่เหมือนจะยิ้มแต่กลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ นี่มันอะไรกัน!

“ ฉันก็ต้องเลือกเองสิ ทำไม? หน้าอย่างฉันเที่ยวที่แบบนี้ไม่ได้หรือไง? “ ฉันหันไปยิ้มหวานตอบยัยเพื่อนรักที่ชอบจับผิดแบบไม่ได้ส่อพิรุธเลย

เมื่อเตรียมตัวเสร็จฉันก็จัดการลากแม่นางลีลาตราใบหยกไปที่หน้าประตูบานยักษ์ ก่อนจะส่งการ์ดสีดำสองใบให้กับฟริ้นสโตน เอ่อ หมายถึง คนเก็บตั๋วที่แต่งตัวเป็นมนุษย์ในยุคหินน่ะแล้วจึงพาเข้าประตูนั้นไป

ว้าวอึ้ง!

ฉันกับใบหยกตื่นตาค้างกับบรรยากาศในยุคดึกดำบรรพ์อยู่นานสองนาน นึกเข้าใจความสงสัยก่อนหน้าเกี่ยวกับชื่อสถานที่จนหมดสิ้น ลิตเติ้นการ์เด้นที่นี่ไม่ใช่ป่า หรือสวน แต่เป็นสวนสนุกทั่วๆ ไปที่ตกแต่งในสไตล์ดึกดำบรรพ์ในสมัยที่มนุษย์มีเพื่อนเล่นเป็นสัตว์ใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่าไดโดนเสาร์ เพราะงั้นที่นี่จึงเปรียบเสมือนสวนเล็กๆ ของสัตว์เหล่านั้น

สวนสนุกงั้นหรอ? ทำไมกันนะเวลาจะชวนผู้หญิงไปเดททีไรต้องมีรายชื่อสถานนี้ติดอันดับต้นๆ ทุกที เอาอะไรไปคิดว่าที่ที่คนพลุกพล่านและเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดกร้าดแบบนี้มันจะโรแมนติกได้!

“ รออะไรอยู่ล่ะ ไปหาอะไรหนุกๆ เล่นกันดีกว่า “ ฉันหันกลับมาใบหยกเมื่อมันหันมาถามหลังจากชะเง้อคองามๆ สอดสายตาคมๆ มองหาคนที่ชวน (น่าจะ) ไปด้วย

“ อือ แล้วจะเล่นอะไรก่อนดีล่ะ “ ฉันตอบกลับอย่างกระตือรือร้น อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นไปกับเครื่องเล่นหลากหลายรูปแบบที่เพิ่งนำเข้ามาจากเมืองแห่งเครื่องเล่นของโลก

“ ไอนั่นดีกว่าน่าหนุกดี คนไม่เยอะด้วย “ หยกชี้ไปทางรถไฟเหาะทะยานฟ้า + มุดลงใต้น้ำที่มีผู้ชายแมนๆ คนหนึ่งกำลังนั่งอ้วก เอ่อ อาเจียนอยู่ข้างๆ

เอิ่มไม่มีคอมเม้นท์ล่ะกัน

“ ว้าย!! “ ฉันวีดร้องอีกครั้งเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกเจ้าโจรร้ายฉุดกระชากลากถูไปที่ซอกตึกลับตาคนขณะที่กำลังจะเดินตามยัยเพื่อนรักไปต่อคิวเล่นเครื่องเล่น โอ้ไม่นะ นี่สาวสวยแบบฉันจะต้องมีชะตากรรมแบบนี้หรือเนี่ย? โอ้ม่ายยยย โอเค ไม่เล่นล่ะ ความจริงฉันหลุดเสียงร้องออกมาแค่สองวิเท่านั้นแหละ เพราะพอจะนั่งจับยามสามตาเองได้ว่าหมอนี่ต้องมามุกนี้ แต่ให้ตายเถอะ เขารู้แค่วิธีที่ต้องใช้กำลังอย่างเดียวสินะ!

“ บ้านนายเขาสอนให้จับผู้หญิงเหวี่ยงลงข้างฝาแบบนี้งั้นหรอ? “ ฉันกัดเขาเบาๆ เพราะเริ่มจะชาชินกับความดิบเถื่อนของแล้ว

“ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นผู้หญิงแบบไหน “ เออ! ทำไม ผู้หญิงแบบฉันมันทำไม!

ฉันถลึงตาใส่เขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าไปทางที่หยกอยู่ เมื่อเห็นว่ายัยนั่นถูกนายเดนลากขึ้นรถไฟเหาะไปแล้วจึงเดินออกจากที่ซ่อนไปที่ร้านขายน้ำปั่นและไอศกรีมที่อยู่ใกล้ๆ ฉันสั่งน้ำส้มปั่นมาแก้วหนึ่งแล้วนั่งลงที่โต๊ะหินใต้ร่มไม้ สายตาก็ลอบมองไปที่เพื่อนรักและผู้ชายอีกคนไม่ละไปไหน แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือทำไมนายมู่ทู่หน้าตายนี่ต้องตามมานั่งฝั่งตรงข้ามกับฉันด้วยเนี่ย โต๊ะอื่นก็มีทำไมไม่ไปนั่ง

“ นี่มันโต๊ะของฉัน! “ ฉันบอกไลม์ที่เอาแต่ดูดโค้กปั่นไปนั่งจิ้มเกมส์ไอโฟนไป ชิ

“ แล้วไง? “ เขาสวนกลับสั้นๆ แต่เจ็บจี้ดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ นายก็ไปนั่งโต๊ะอื่นสิ ฉันมานั่งก่อนไม่เห็นหรือไง “ ฉันอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น คิดว่าเขาน่าจะฟังภาษาคนรู้เรื่อง

“ เห็นมั้ยว่าโต๊ะอื่นแดดมันสาดหมด ถามไม่คิด ยัยประสาทเอ้ย “ ฉันเห็นย่ะตาไม่ได้บอด แต่ฉันไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับนายนี่! เมื่อเห็นว่าทะเลาะกับเขาไปก็ไม่ได้อะไรฉันจึงเลิกสนใจเขาแล้วหันไปจับตาเพื่อนรักตัวเองแทน

ฉันลุกขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนรักใส่เกียร์หมาเดินออกมาจากรถไฟเหาะโดยมีอดีตแฟนของมันตามมาติดๆ โอ้ย เล่นตัวจริงเพื่อนฉัน แฟน (อดีต) มันก็ออกจะหล่อขนาดผู้หญิงที่แฟนตัวเองอยู่ข้างๆ ยังมองตามเหลียวหลัง ยอมๆ เขาไปเถอะ

“ ไอหยก แกไปไหนมา ฉันตามหาแกให้ทั่วหมด “ ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักอย่างแนบเนียนก่อนที่มันจะได้อ้าปากถามฉัน ก่อนมาก็ไม่ลืมเอาน้ำลูบตัวให้ดูเหมือนว่าฉันเดินตากแดดเหงื่อแตกพลั่กๆ ตามหามันอย่างที่บอกไปจริงๆ

“ แก ฉันจะกลับ…. “ ใบหยกบอกสั้นๆ แต่ยังไม่ทันจะจบความฉันก็เอ่ยทักผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามาพอดี

“ อ้าว สุดหล่อ หวัดดี มาเที่ยวเหมือนกันหรอ “ ฉันทักทายเดนเหมือนไม่รู้จริงๆ ว่าเขาก็มาที่นี่เหมือนกัน

“ หวัดดีคนสวย บังเอิญจังเลยนะ “ เดนตอบกลับมาราวกับบทละครที่มีไดอะล็อกให้ไว้ล่วงหน้า

“ นั่นสิ “ ฉันตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“ ไหนๆ ก็ไหนๆ เราก็ไปด้วยกันเลยดีมั้ย? ไปหลายๆ คนน่าจะสนุกกว่านะ อีกอย่างโยกับหยกก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกด้วย “ ฉันบอกเสียงหวานไม่ลืมส่งยิ้มหว่านเสน่ห์ใส่คนตรงหน้าให้เพื่อนรักข้างๆ หึงเล่น โฮะๆ

“ ไม่เป็นไรหรอก เราไปกันเองก็ได้ “ ใบหยกค้านขึ้นตามที่คาดไว้

“ เอาสิ ผู้ชายแถวๆ นี้คงอิจฉาฉันตาร้อนแน่ๆ ที่มีสาวสวยอย่างโยเดินข้างๆ แบบนี้ “ เดนจงใจเล่นหูเล่นตาใส่ฉันและไม่ลืมเหลือบสายตาไปมองผู้หญิงอีกคนที่เมินหน้าไปอีกทาง

ดูเหมือนว่าอะไรๆ มันจะไม่เป็นตามแผนที่วางไว้เท่าไหร่ เพราะเป้าหมายของการมาครั้งนี้คือการช่วยให้ความสัมพันธ์ของคู่รักเก่าให้กลายมาเป็นคู่รักปัจจุบันแต่ไหงกลับกลายว่าฉันต้องมาเล่นละครสร้างภาพหวานเลี่ยนกับนายเดนด้วยล่ะเนี่ย แถมยัยเพื่อนรักของฉันก็ไม่มีทีท่าจะหึงหวงแฟนเก่าของตัวเองซักหน่อยหรอ ยัยใจร้าย อ่อ ส่วนนายมะนาวมู่ทู่น่ะหรอ เดินรั้งท้ายอยู่ข้างหลังฉันนี่ไง

“ ต่อไปเล่นอะไรกันดี “ ฉันยิ้มหวานถามเดนหลังจากเดินลงมาจากเรือโจรสลัดลำยักษ์ เห้อ ต้องปั้นหน้าสร้างภาพในวันที่อากาศร้อนแบบนี้มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

“ ไหวเปล่าแก? กลับกันมั้ย? “ ใบหยกเปิดปากถามอย่างร่าเริงหลังจากเงียบไปสามชาติกว่าๆ ยัยนี่ก็จะกลับลูกเดียวเลย

“ ไหวสิแต่ร้อนไปหน่อย “ ฉันบอกแล้วทำมือพัดตัวเองไปด้วย

“ งั้นเข้าไปตากแอร์ใน Dark Mansion ( ดาร์ก แมนชั่น ) กันดีกว่า “ เดนเสนอด้วยความหวังดี แต่ฉันเห็นนะว่าที่มุมปากของเขาเผลอเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาแม้มันจะเพียงแค่แวบเดียวก็เถอะ

เหอๆ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ทัน

Dark mansion ก็แปลตามตัวนั่นแหละ แมนชั่นแห่งความมืด หรือเอาง่ายๆ ก็ปราสาทผีสิงนั่นแหละ แต่ที่นี่ทำเป็นแมนชั่นมี 8 ห้อง แต่ละห้องก็มีรูปแบบการมอมเมาความกลัวใส่เราที่ต่างๆกันไป ( ได้ยินคนที่เข้าไปแล้วพูดมาอีกทีน่ะ แหะๆ )

“ แกฉันว่าเราไปนั่งรออยู่ข้างหน้านี่ดีกว่านะข้างในมันมืดเดี๋ยวแกเข้าไปก็หน้ามืดล้มหัวฟาดหน้าแหกเสียโฉมเอานะ “ หน้ามืด หัวฟาด หน้าแหก เสียโฉม เออเอาเข้าไป เล่นพูดซะฉันไม่กล้าเข้าไปเลย ซะเมื่อไหร่ล่ะ หึๆ คิดว่าฉันไม่รู้ทันหล่อนหรือไงยัยเพื่อนรักผู้หวังดี

“ เข้าทีละสองคนนะครับ “ พี่ชายในชุดแดร็กคิวร่าหน้าทางเข้าแมนชั่นบอกเมื่อเห็นพวกเราสี่คนกำลังจะเข้าไปพร้อมกัน ฉันหันไปสบตากับเดนก่อนจะพูดขึ้น

“ งั้นฉันกับหยกจะไปก่อนล่ะกัน “ ฉันหันไปบอกเดนกับไลม์ก่อนจะขยิบตาให้เดนสองที ฉันแอบหัวเราะในใจที่เห็นเพื่อนรักลอบถอนหายใจออกมายาวเหยียด มันคงคิดว่าฉันจะไปกับมันจริงๆ สินะ แหมๆ เพื่อนฉันเชื่อคนง่ายจริง โฮะๆ

“ เฮ้ย! “ ใบหยกอุทานเสียงดังเมื่อในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวเข้าประตูตามมันไป ผู้ชายอีกคนที่รออยู่ได้แทรกตัวผ่านฉันไปแล้วลากมันเข้าไปในห้องแรกอย่างเร็ว

“ โชคดีนะ “ ฉันโบกมือให้เพื่อนรักที่หันมาทำน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร ฮ่าๆ

สู้เค้านะ ไม่ว่าพวกนายจะผิดใจอะไรกันก็รีบๆ ปรับความเข้าใจกันซะเถอะ

ฉันส่งเสียงเชียร์เพื่อนรักในความคิด ก่อนจะหันกลับจะไปนั่งรอที่เก้าอี้ด้านหน้าแต่ร่างสูงของมนุษย์มะนาวหน้ามู่ก็ขวางทางเอาไว้

“ อะไร? “ ฉันถามเขาที่เอาแต่จ้องหน้าฉันนิ่งอยู่แบบนั้นแล้วหลบทางคนที่กำลังเข้าแมนชั่นไปด้วย

“ ไม่เข้าซักหน่อยหรอ? “ ไลม์ถามเสียงเรียบแล้วหันไปทำหน้าหมาดุใส่กลุ่มสาวนักเรียน ม. ปลายที่พากันซุบซิบเรื่องความหล่อเท่ของเขาเบาๆ แต่ฉันก็ยังได้ยิน

“ ไม่ล่ะ เมื่อย อยากนั่งพัก “ ฉันบอกความจริงแล้วหันไปยิ้มให้กลุ่มผู้ชายสองคนที่ลอบมองหน้าฉันอยู่นานสองนาน บอกเลยว่าฉันใส่ส้นสูงสามนิ้วมาแล้วก็เดินไปไหนมาไหนเป็นชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ฉันเมื่อยและปวดเท้าไปหมด

“ หึ “ เสียงหัวเราะเย้ยหยันจากคนตรงหน้าทำให้ฉันรีบตวัดสายตาใส่เขา

“ แต่จะว่าไปมาถึงที่ทั้งที ไม่เข้าก็เสียดายแย่ “ ฉันยิ้มหวานแกมเจ้าเล่ห์ให้เขาอย่างรู้ทัน หึ คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง นายนั่นแหละระวังตัวไว้เถอะ เผลอกรี๊ดออกมาเมื่อไหร่ฉันจะเอาข่าวไปแพร่ให้ทั่วมหาลัยเลย!

ฉันกับเขาจึงได้เข้าไปผจญภัยในแมนชั่นสยองขวัญกันสองคน ขอบอกว่าก้าวแรกที่เดินเข้าไปขนอ่อนทั่วร่างของฉันก็ลุกชันขึ้นมาทันทีแต่ไม่ใช่เพราะกลัวหรอกนะ หนาวตะหาก แหะๆ  เอาล่ะฉันจะจริงจังให้มากกว่านี้ล่ะกัน

ห้องแรกที่เข้าไปเป็นเหมือนห้องรับแขกมืดๆ มีไฟให้สลัวๆ ตกแต่งด้วยชุดเกราะและรูปภาพที่ดูเหมือนจะจ้องมองมาที่เราทุกภาพ แอบสยองน่ะเนี่ย จากนั้นเราก็เดินไปที่ประตูไปห้องถัดไป แอบสะดุ้งนิดนึงเมื่อได้ยินเสียงกรี้ดมาจากที่ไกลๆ และมันคงไม่น่าแปลกใจถ้าเป็นเสียงของผู้หญิง!

ฉันเดินผ่านห้องว่างๆ ที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ซักชิ้น ห้องทั้งห้องมีเพียงแค่ตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยๆ ในหนังเกี่ยวกับลัทธิการบูชาเทพและซาตาน และที่สำคัญ มันถูกเขียนขึ้นมาด้วยเลือด! ฉันมองอย่างชื่นชมในความคิดและการสร้างสรรค์ของนักออกแบบพลางแอบลอบมองคนข้างๆ ที่ยังนิ่ง เงียบ และเก็ก ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โอเค ถ้าอยู่ๆ เขามาบอกว่าตัวเองเป็นพวกเดียวกับพวกนี้ฉันจะไม่ลังเลที่จะเชื่อเลย!

ฉันยืนตะลึงอยู่หน้าประตูหลายวินาทีเมื่อเปิดมายังห้องถัดไปเมื่อมันเป็นห้องมืดเปล่าๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลย จากนั้นก็มีเสียงคร่ำครวญร้องไห้ของผู้หญิงดังขึ้น ฉันพยายามเดินอย่างระวัง เอามือควานไปหาผนังเพื่อจะได้ไม่เดินไปชนอะไรเข้าแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็มีไฟสว่างวาบขึ้นอีกทั้งยังมีผู้หญิงผมยาวในชุดห่มสไบนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ กรี๊ด!!!!

ฉันตกใจจนสะดุดขาตัวจะล้มถลาไปข้างหน้าถ้าไม่มีมือของผู้ชายที่เกือบลืมไปแล้วว่ามาด้วยช้อนตัวรวบเอาไว้ หลังของฉันนาบอยู่กับผนังเย็นๆ ที่มีมือของเขารองกันเอาไว้อีกที ส่วนร่างกายของฉันก็แนบชิดอยู่กับร่างกายแกร่งของบุรุษเพศ มันชิดซะจนฉันสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งๆ ที่อกแกร่งนั่น ฉันไม่รู้ว่าเราสบตากันหรือเปล่า? แต่ที่รู้ๆ คือตอนนี้ปลายจมูกโด่งๆ ของเขากำลังแตะอยู่กับปลายจมูกของฉันและลมหายใจร้อนๆ ของเขาก็กำลังทำให้ฉันหายใจไม่ออก!

“ เอ่อขอบคุณ “ ฉันพูดขึ้นเบาๆ ไม่เต็มเสียง รู้สึกร้อนๆ ที่หน้าอย่างไม่มีสาเหตุ ไลม์ถอยออกไปอย่างเร็วก่อนจะเดินไปเปิดประตูที่มีแสงสว่างวาบขึ้นมา

หลังจากนั้นดูเหมือนฉันจะสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัวกว่าทุกที เสียงคร่ำครวญหรือโครงกระดูกที่โผล่มาก็แทบไม่มีผลอะไรกับพวกเราอีกเลย

“ เอ๊ะ! “ ฉันสะดุ้งอีกครั้งเมื่ออยู่ๆ ไลม์ก็รวบข้อมือฉันเอาไว้แล้วพาไปอีกทางหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าทางที่ฉันเดินไปเมื่อกี้มันทางตันต้องเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง

แสงสลัวๆ ที่เกือบจะมืดทำให้วิสัยทัศน์การมองลดลงและเพราะไม่รู้ว่าจะเดินไปชนอะไรอีก เพราะงั้นเราควรจะต้องจับมือเดินไปด้วยกันแบบนี้เรื่อยๆ สินะ!

ฉันคิดเหตุผลเอาเองเมื่อไม่รู้จะหาคำอธิบายอะไรมาอ้างว่าทำไมฉันถึงไม่ยอมสลัดมือเขาทิ้งไป ทำไมถึงยังยอมปล่อยให้เขาจูงมืออยู่แบบนี้!

จนในที่สุดประตูสุดท้ายก็มาถึง เราค้นพบแสงสว่างอีกครั้งและพบเดนกับหยกยืนรออยู่ที่ทางออก ฉันรีบดึงมือตัวเองออกมาจากมือของไลม์อย่างไว หวังว่าสองคนนั้นคงไม่เห็นหรอกนะ!

“ ไง เป็นไงบ้าง สนุกมั้ย? “ ฉันถามเพื่อนรักกลบเกลื่อน หน้าขาวๆ ที่แดงระเรื่อขึ้นทำให้ฉันหันไปจ้องหน้าผู้ชายอีกคนอย่างเอาเรื่อง แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มมุมปากเท่ๆ กับแววตาอ่อนโยนที่ทอดมองมายังเพื่อนรักของฉัน

“ แล้วเธอล่ะ สนุกมั้ย? “ เดนตามกลับยิ้มๆ เป็นยิ้มที่ดูจะล้อเลียนมากกว่าแค่การถามเอาคำตอบ อย่าบอกนะว่าเขาเห็น

“ ก็ดี “ ฉันตอบกลับแล้วเสมองไปรอบๆ เหมือนมองหาเครื่องเล่นอันถัดไป

“ หรอ? “ เดนลากเสียงยาวอย่างล้อเลียน นี่เขากล้าทำแบบนี้กับผู้มีพระคุณของเขางั้นหรอ? ฉันเลยหันกระตุกยิ้มมุมปากให้เขาก่อนจะดับความฝันของเขาด้วยการพูดขึ้นว่า….

“ หยก ฉันรู้สึกมึนๆ เหมือนจะไม่สบายเลย เรากลับกันดีกว่านะ “ ฉันเอามือแตะที่ศีรษะบอกเพื่อนรักเสียงอ่อน แอบหัวเราะในใจที่เห็นนายเดนทำหน้าเหวอออกมา ฮ่าๆ

“ งั้นหรอ เออกลับเลย “ ใบหยกรับคำอย่างง่ายดาย ฉันโบกมือลาเดนที่ยังทำหน้าผิดหวังแกมสำนึกผิดมาให้ หวังจะให้ฉันคิดดูทบทวนดูใหม่อีกรอบ แต่ไม่ทันแล้วล่ะ โฮะๆ

ฉันเดินกลับไปขึ้นรถโดนมียัยหยกทำหน้าที่คนขับ ในใจก็เอาแต่กระซิบบอกตัวเองมาตลอดทางว่าเป็นเพราะความตกใจที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นตอนที่ใครคนนั้นเข้ามาช่วยเอาไว้ และเพราะความไม่เคยชินกับการถูกเนื้อต้องตัวกับผู้ชายเลยทำให้มือข้างนั้นในตอนนี้ยังคงร้อนผ่าวราวกับไออุ่นจากมือของเขาติดมือฉันกลับมาด้วย

ใช่แล้ว! มันก็แค่ความไม่คยชินเท่านั้น!!

--------------------------

สวัสดีตอนค่ำๆ คร้าาา
ตอนนี้แนนจะกลับมาอัพแบบเดิมแล้วนะค่ะ คืออัพ โยเกิร์ต สลับกับ ฮันนี่
ตอนนี้เอาเบาๆ ไปก่อน ฮ่าๆ หลังจากนี้จะเริ่มเข้มข้นแล้วนะค่ะ เพราะเรื่องนี้วางเรื่องไว้ค่อนข้างหนักพอดูเลย แบบว่าเขียนมอมเมาตัวเองล้วนๆ ฮา
ถาม >>> ใครจะคู่กับโยนะ??? 
ตอบ >>> เดนไง // โดนตบ แหะๆ
ไปก่อนนะคะ
โอยาสุมิ ฝันดีคร้า


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น