Fruity Yogurt ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ

ตอนที่ 10 : Fruity Yogurt#9 เจอกันในฝันคืนนี้นะครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ค. 56


Fruity Yogurt
ผสมรัก ใส่หัวใจ เทให้เธอ
 



#9
เจอกันในฝันคืนนี้นะครับ


นี่ก็หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปแล้วตั้งแต่คดีอุ้มฆ่ากลางสระ

ไม่ใช่ล่ะ! ก็แค่อุบัติเหตุธรรมดาๆ นั่นแหละ ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปตัดไหมที่ทำให้การใช้ชีวิตของฉันยุ่งยากขึ้นออกซะที แต่ใช่ว่าเจ้าแผลนี่จะสร้างแต่ความลำบากมาให้นะ มันกลับสร้างโอกาสให้ฉันมหาศาลเลยเมื่อเจ็ดวันที่ผ่านมาเมลมาหาฉันทุกวันไม่ขาดและที่สำคัญวันนี้เขาบอกว่าจะเป็นคนพาฉันไปโรงพยาบาลเองด้วย ต้องขอบคุณเจ้าแผลนี้สินะ

ฉันนั่งรอเมลอยู่ที่หน้าคณะฯ ของฉันตามคำสั่งของเมลหลังจากเรียนวิชาสุดท้ายเสร็จ แอบแปลกใจนิดหน่อยที่เขาไม่ยอมให้ฉันไปรอที่หน้าคณะฯ ของเขาเหมือนทุกที ฉันเลยเอาแท็ปเล็ตขึ้นมาอ่านการ์ตูนฆ่าเวลา แต่อ่านไปก็หลายเรื่องแล้วเมลก็ยังไม่มาซักที จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นของความสิ้นหวังเขาก็ยังไม่มา

มีเรื่องอะไรหรือเปล่านะ?

ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็เห็นว่าเกือบจะทุ่มหนึ่งแล้ว พอจะเอาไอโฟนขึ้นมาจะโทรฯ หาเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าอาจจะไปรบกวนเพราะเมลไม่ใช่คนที่จะหลงลืมนัดหรือผิดนัดกับใคร ที่เขายังไม่มาอาจจะมีเหตุผลอะไรอยู่ก็ได้

เห้อ หวังว่าเหตุผลนั้นคงไม่ใช่แม่แฟนสาวหน้าหวานนั่นเกิดเป็นโรคสำออยขึ้นมาหรอกนะ

แต่จะไปห้ามก็ไม่ได้ด้วยสิเพราะแม่นั่นมีตำแหน่งเป็นแฟนของเขาที่เป็นโรคนั้นได้ตลอดเวลาตามแต่อารมณ์และความต้องการของเธอ ฉันเลยส่งไลน์ไปบอกเมลว่าจะไปกับหยกแทน

เอี้ยด!

ในจังหวะที่กำลังเดินไปตามฟุตบาทเพื่อไปเรียกรถหน้ามหาลัยกลับห้อง ก็มีมอเตอร์ไซต์ VFR1200 สีดำแดงคุ้นตาแล่นมาด้วยความไวแสงแล้วพุ่งมาปาดหน้าฉันที่กำลังจะข้ามถนนอีกที เอ่อ จะรีบไปหายมบาลหรือไงค่ะ?

“ ขึ้นมา! “ ไลม์เปิดหมวกสั่งฉันห้วนๆ ทักทายกันซักคำมันผิดกฎจราจรข้อไหนหรอยะ!

“ ขอปฏิเสธ “ ฉันบอกเขาอย่างไม่สนใจแล้วเดินเลี่ยงอ้อมเขาไปอีกทีแต่เขาก็คว้าข้อมือของฉันไว้ซะก่อน

“ อย่ามาเรื่องมาก ขึ้นมาเร็วๆ “ นอกจากสั่งแล้วเขายังออกแรงลากฉันเข้าไปหาเขาอีก โว้ย! ไอแรงควายเผือก

“ อะไรของนายเนี่ย? ฉันจะกลับห้อง “ ฉันบอกแล้วสะบัดมือออก รู้สึกฉุนนิดๆ เมื่อเห็นหน้าเขาแล้วพาลให้นึกไปถึงผู้หญิงอีกคน

“ วันนี้ตัดไหมไม่ใช่หรือไง? “ ไลม์ถามกลับเสียงเรียบไม่ยอมปล่อยมือของฉันออกจากการจับกุมซักที ว่าแต่เขารู้ได้ไง?

“ ไอเมลมันมีงานเข้ากะทันหันเลยวานให้ฉันไปแทน “ เหอะ! ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะ คิดว่าฉันจะเชื่อนายหรือไง? เอาเนื้องอกส่วนไหนคิดยะ

“ ไอโกหก! “ ฉันด่าใส่หน้าเขา

“ เออ ฉันโกหก “ อ้าว! รับง่ายจัง นึกว่าจะเถียงขาดใจซะอีก

“ ว่าแต่รีบๆ ขึ้นมาเถอะ ฉันไม่อยากมาเสียเวลากับเธอนานๆ “ เขาบ่นแล้วกระตุกแขนฉันให้เข้าไปหาตัวเขาอีกที เออ! เอาเลย กระชากแขนฉันไปด้วยเลยสิ

“ งั้นรีบไปตอนนี้เลยไป ฉันไปเองได้ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากนายซักหน่อย “

“ เว้ย! เรื่องมากชะมัด “ แล้วเขาก็หันไปสบถคนเดียวแต่ฉันได้ยินเต็มสองหูเลย หยาบคายที่สุด!

“ ว้าย!! “ แล้วฉันก็ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆ นายมู่ทู่ก็ออกแรงดึงฉันลงไปนั่งที่ด้านหน้าตัวถังของรถแล้วออกรถไปเลย เฮ้ย!

“ ไอบ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ “ ฉันตะโกนใส่หน้าเขาแข่งกับแรงต้านของลมที่ทำให้หน้าฉันเกือบชา แถมไอที่นั่งกิตติมาศักดิ์ที่เขาลากฉันลงมาเนี่ยมันก็ยัง….โอ้ย! เปลืองตัวสิ้นดี แต่แทนที่เขาจะจอดตามคำสั่งของฉันเขากลับเร่งความเร็วขึ้นไปอีกจนฉันต้องยึดเขาไว้แน่นขึ้นส่วนอีกมือก็ต้องจับกระโปรงดึงลงไปปิดอะไรต่อมิอะไรที่มันไม่สมควรให้คนอื่นเห็นอีก

อ้ากกกก!! ฉันจะฆ่าแก!

เมื่อรถจอดฉันก็ดีดตัวออกมาจากอ้อมอกของเขา โฮ ตัวฉันมีมลทินซะแล้ว

“ ไอบ้า! นายทำอะไรของนายเนี่ย! “ ฉันตะโกนใส่หน้าเขาทันที ขอบอกว่าตอนนี้ฉันโกรธจริงๆ แล้วด้วย

“ ก็ขี่รถไง ไปกันได้แล้ว “ ยังมีหน้ามาตอบอีกนะ ฮึ่ย! แล้วหมอนั่นก็ลากแขนฉันเข้าไปในโรงพยาบาล ฉันพยายามสะบัดออกแต่ดูเหมือนหมอนั่นจะมียีนส์ตุ๊กแกที่ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหร่มันก็ไม่หลุดซักที

“ แฟนหรอจ่ะ น่ารักจังเลย เหมาะกันมากเลยจ่ะ “ คุณหมอที่กำลังตัดไหมให้ฉันถามขึ้น เอ่อ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ประโยคคำถามนะค่ะ ก็คิดไปแบบนั้นแล้วจะมาถามทำไมล่ะค่ะ!

“ ไม่ใช่หรอกคะ เขาเป็นเพื่อนของแฟนหนูอีกทีน่ะค่ะ “ ฉันบอกยิ้มๆ แอบโกหกคุณหมอคนสวยนิดๆ แต่อีกไม่นานมันก็จะกลายเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะ โฮะๆ (เปลี่ยนอารมณ์เร็วจริงวุ้ย)

“ งั้นหรอจ่ะ? “ คุณหมอถามกลับอย่างไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่? ทำไมค่ะ? หน้าแบบฉันเนี่ยต้องคู่กับไอโหดแบบนั้นงั้นหรอ? เหอๆ ไม่เอาด้วยหรอก สาวสวยอย่างฉันต้องคู่กับหนุ่มหล่อจิตใจงามแบบเมลเท่านั้น!

เมื่อตัดไหมเสร็จฉันก็เดินลิ่วออกจากโรงพยาบาลมาเลย ไม่สนใจไอหน้ามู่ทู่ที่เดินตามมาซักนิดประหนึ่งไม่รู้จักกันไม่ได้มาด้วยกันเลยแต่พอจะเดินไปเรียกรถไอเผด็จการก็ตามมาลากไปที่รถของเขาซะงั้น

“ ก็ตัดไหมเสร็จแล้ว นายก็กลับไปได้แล้ว “ ฉันบอกแล้วพยายามขืนตัวไว้แต่เชื่อเถอะว่ามันสู้แรงไอกระบือตรงหน้าไม่ได้หรอก หลักฐานคือฉันเข้าใกล้รถสุดเท่ของเขาเรื่อยๆ แล้วไง ชิ ฉันผิดใช่มั้ยที่เกิดมาแรงน้อยเนี่ย!

“ ขึ้นรถ! “ และในที่สุดเขาก็ลากฉันมาถึงรถของเขาจนได้ ความพยายามสูงมากคะ!

“ ไม่! “ ฉันบอกแล้วเชิดหน้าไปทางอื่น เมื่อไหร่เขาจะปล่อยฉันซักทีเนี่ยขนาดตอนใส่หมวกกันน็อคยังจับฉันไว้ตลอดเลย ไว้ใจกันมาก!

“ จะนั่งดีๆ หรือจะนั่งแบบตอนมาอีก “ เขาขู่หรือเปล่า? แต่มันแค่สองทางเลือกหรอ? ฉันไม่อยากเลือกเลยอ่ะ ไม่ว่าจะเลือกอันไหนก็เปลืองตัวพอกัน ร่างกายฉันไม่ใช่ของสาธารณะนะยะ!

“ ฉันบอกตรงๆ นะว่าฉันซาบซึ้งมากที่นายพามาแต่ว่าฉันไม่อยากรบกวนนายไปมากกว่านี้อีกแล้วฉันก็กลับเองได้ “ ฉันทำเสียงหวานไม่ลืมปั้นยิ้มให้หวานที่สุดในชีวิตส่งให้เขาไปด้วย หวังว่ามุกนี้จะได้ผลนะ!

“ เลิกพล่ามแล้วขึ้นมาได้แล้ว! “ อ้าว! ไม่รับมุกซะงั้น

เมื่อเห็นว่าพูดไปไอหน้ามู่ทู่ก็คงไม่ฟังฉันเลยยืนทำใจไว้อาลัยอยู่ข้างรถสองนาทีแต่พอจะก้าวขึ้นไปนั่งก็กลับทำไม่ได้ โฮ เอามีดมาปาดคอฉันเลยเถอะ ขามามันก็ยังไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะที่นั่งมันต่างกันเลยไม่ทำให้กระโปรงมันดูสั้นจนน่าเกลียดแต่คราวนี้นี่สิ

ฉันทำไม่ได้จริงๆ ปล่อยฉันสวยตายตรงนี้เถอะ! (แปลว่า? )

“ เรื่องมากจริงเว้ย! แล้วทำไมชอบใส่กันจริงไอกระโปรงสั้นๆ เนี่ย พาคนอื่นเขาลำบากไปด้วยอีก “ เอ่อ...เท่าที่ระลึกชาติมาฉันยังจำไม่ได้เลยว่าไปขอร้องให้คุณมาลำบากด้วยตอนไหน? แกมาหาเรื่องเองตลอด เดี๋ยวถีบล้มไปกับรถเลยไอนี่!

“ เอาไป “ หลังจากบ่นแล้วเขาก็เปิดเบาะรถเอาแจ็กเก็ตหนังสีดำของเขามายัดใส่มือฉัน

มีของแบบนี้แล้วทำไมไม่เอาออกมาตั้งแต่แรกเล่า ปล่อยให้คนเขากลุ้มอยู่ตั้งนานสองนาน ดูสิตีนกาจะขึ้นหน้าฉันมั้ยเนี่ย

เมื่อเขาส่งเสื้อของเขาให้ฉันแล้วก็กลับไปคร่อมรถแล้วสตาร์ทรอคนสวย (ฉันเอง) ฉันเอาเสื้อของเขาผูกเอวไว้แล้วตามไปนั่งซ้อนหลังเขาและไม่ลืมเอากระเป๋ามาคั่นกึ่งกลางตรงช่วงหน้าอกระหว่างฉันกับเขาด้วย แหงสิ! เรื่องอะไรฉันต้องเปลืองตัวด้วยล่ะ

“ ขอบใจ “ ฉันบอกหลังจากเขามาจอดที่หน้าคอนโดฯ ของฉันแล้วถอดเอาแจ็กเก็ตคืนเขาไปด้วยแต่พอหันหลังจะเดินขึ้นคอนโดฯ ไปก็เจอกับผู้ชายอีกคนที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว

“ เมล” ฉันเรียกคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เสียงแผ่ว หน้านิ่งๆ ที่ไม่มีแววยิ้มแย้มอย่างทุกทีทำให้ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมากับผู้ชายอีกคน หว่า รู้สึกเหมือนแฟนจับได้ว่าตัวเองมีกิ๊กเลย แต่ไม่ใช่ละ

“ ว่าแต่เมลมาอยู่ที่นี่ได้ไง? “ ฉันถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเมลเอาแต่มองผ่านฉันไปหาผู้ชายอีกคนที่อยู่ด้านหลัง แล้วทำไมเขายังไม่กลับไปอีกล่ะ

“ ก็เราโทรฯ ขึ้นไปที่ห้องแล้วหยกบอกว่าโยยังไม่กลับมาก็เลยรออยู่ตรงนี้ “ เมลบอกเสียงเรียบแต่ตาของเขาไม่ได้มองมาที่ฉันเลย เอ่อ พวกเขามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่านะ?

“ พอดีโยบังเอิญไปเจอไลม์น่ะ เขาเลยอาสามาส่ง “ ฉันยิ้มหวานบอกเมลก่อนที่เขาจะคิดไปเอง

“ ด้วยรถนั่นหรอ? “ เมลถามกลับมาเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ

“ ก็แล้วจะให้โยนั่งรถกลับคนเดียวค่ำมืดแบบนี้หรอ? “ ฉันทำเสียงแข็งกลับไปบ้างเมื่อเมลเอาแต่ทำเสียงแข็งใส่ฉันทั้งๆ ที่เขานั่นแหละที่ไม่ยอมมาตามนัดเอง

“ เปล่า เอ่อ เราขอโทษนะ พอดีเรา….” เมลทำเสียงอ่อนลงเข้ามากุมมือฉันไว้แต่ยังพูดไม่ทันจบก้างขวางคอก็แทรกขึ้นมาซะก่อน

“ ถ้าจะพลอดรักกันก็ไปในที่ลับตาคนหน่อย ยิ่งคบชู้กันด้วยแล้วก็ควรจะทำกันแบบลับๆ ไม่ใช่ยืนประจานกลางที่สาธารณะแบบนี้! “ เสียงเข้มที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ฉันกับเมลผละออกจากกันนิดหนึ่ง แต่ให้ตายสิ! เขาปากร้ายเกินไปแล้วนะ

แล้วฉันก็ไม่ใช่ชู้ด้วย! เขาเรียกว่า ว่าที่แฟนย่ะ!!

ฉันกำลังจะหันกับไปสวนเขาแต่เขาก็ขี่รถออกไปซะก่อนแถมเร็วซะด้วยสิ คงจะรีบไปฟ้องยัยองุ่นหน้าหวานนั่นล่ะสิ ชิ แต่ถ้าจริงมันก็ดีกับฉันนี่นา แม่นั่นจะได้สำนึกซักทีว่าควรจะเลิกกับเมลได้แล้วเพราะด้วยนิสัยแบบเมลนั้นไม่ใช่คนที่จะเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อนด้วย

“ ว่าแต่ไปโรงพยาบาลแล้วใช่มั้ย? “ เมลถามเสียงอ่อนแล้วมองมาที่แผลของฉันไปด้วย

“ อืม “ ฉันพยักหน้าตอบ

“ เราขอโทษนะ พอดีแบบว่ามีงานเข้ากะทันหันแล้วก็….

“ ไม่เป็นไร โยเข้าใจ “ ฉันเอานิ้วชี้ทาบปากเรียวสวยของเมลไว้เพราะรู้ดีว่าเมลไม่ใช่คนไม่รับผิดชอบ แม้สิ่งที่เขาบอกมาจะเป็นเรื่องโกหกแต่มันต้องมีเหตุผลแน่ๆ ที่เขาทำแบบนั้น เพราะงั้นสิ่งที่ฉันพอจะทำได้คงเป็นเชื่อใจเขาแบบไม่มีข้อแม้

“ เราขอโทษ “ เมลบอกเสียงอ่อน เหมือนเป็นการขอโทษที่โกหกมากกว่าที่ไม่มาตามนัด

“ ว่าแต่หิวจังเลย ไม่รู้จะมีใครใจดีพาไปเลี้ยงข้าวหรือเปล่า? “ ฉันทำเสียงอ้อน เมลตาเป็นประกายยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

เมลพาฉันไปร้านประจำที่เขาเคยพาฉันไปบ่อยๆ เมื่อตอนที่ยังคบกัน จะว่าไปฉันก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลยตั้งแต่เลิกกับเขา พอมาแล้วก็ชวนให้คิดถึงภาพวันวานเก่าๆ เลย

“ สวัสดีคะ ไม่ได้มานานเลยนะค่ะ “ พี่สาวบริกรเอาเมนูมาให้ฉันกับเมลทักทายขึ้นเหมือนทุกที แต่ไม่ได้มานานงั้นหรอ?

“ พอดีช่วงนี้ยุ่งๆ น่ะครับ “ เมลตอบกลับยิ้มๆ ก่อนจะสั่งอาหารที่สั่งเหมือนทุกที ก็ไม่รู้จะเอาเมนูมาดูทำไมกัน

“ ไม่ได้มานานงั้นหรอ? “ ฉันเปิดประเด็นถามเมลที่เอาแต่อมยิ้มกับท่าทีของฉันตั้งแต่ตอนสั่งอาหารยันอาหารมาแล้วเขาก็ยังไม่ยอมพูดอะไร

“ อืม ก็ราวๆ สี่เดือนได้ “ เมลตอบยิ้มๆ แล้วตักอาหารใส่จานของฉันไปด้วย แต่เดี๋ยวนะ! สี่เดือนงั้นหรอ?

“ งั้นหรอ? “ ฉันยิ้มแล้วตักอาหารเข้าปากไม่ได้ถามต่อเพราะเข้าใจทุกอย่างโดยไม่ต้องให้เขาอธิบาย

สี่เดือน มันเป็นช่วงเวลาที่เราเลิกกันพอดีเลยนี่นา

“ ไปไหนกันต่อดี “ เมลถามขึ้นขณะที่เราสองคนกำลังนั่งลูบท้องย่อยอาหารกันอยู่

“ กลับไง “ ฉันตอบเมลสั้นๆ เหมือนไม่รู้จริงๆ ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ เพิ่งสามทุ่มเองนะ “ เมลบอกแล้วจ้องหน้าฉันเหมือนกำลังรอคอยความหวังอะไรซักอย่างอยู่

“ งั้นไปไหนดีล่ะ “ ฉันถามกลับ ท่าทีหงอยเหงาของผู้ชายตรงหน้ามลายไปเหลือแต่แววระริกระรี้จนน่าหมั่นไส้

“ ไปนั่งรถเล่นกัน “ เมลชวนอย่างกระตือรือร้นก่อนจะเรียกพี่สาวบริกรมาเก็บเงิน

เมลพาฉันขับรถเล่นไปแถบชานเมืองที่ไม่ค่อยมีรถจอแจเหมือนในตัวเมืองก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดที่จุดพักที่ทำเป็นที่พักผ่อน มีแม่น้ำ ต้นไม้และที่นั่งไว้บริการ อารมณ์คล้ายๆ สวนสาธารณะย่อมๆ ริมถนน เมลขับรถเข้าไปจอดใกล้ๆ สระน้ำก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูลากฉันไปนั่งที่ม้านั่งไม้ริมน้ำ

“ แหม โรแมนติกจริงนะ มานั่งกินลมชิววิวริมถนนเนี่ย “ ฉันกัดเมลไม่จริงจัง สงสัยความเป็นสุภาพบุรุษของเขาจะมีมากจนไปลบความโรแมนติกออกหมดแล้วมั้ง

“ อ้าว ไม่โรแมนซ์หรอกหรอ? “ ยังมีหน้าหันมาถามอีกนะ เอาเถอะ ถ้าไม่นับเสียงรถที่แล่นไปมากับฝูงยุงนับล้านล่ะก็มันก็โอเคอยู่

“ แล้วอยู่ๆ ทำไมถึงชวนมาล่ะ “ ฉันถามคนข้างๆ ที่เอานั่งทอดมองไปที่สระน้ำเบื้องหน้าที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่ไม่มีตึกรามบ้านช่องให้รกสายตา เป็นภาพธรรมดาๆ ที่น่าดูชมเอาเรื่องเลย

“ ไม่มีอะไรมากหรอกก็แค่อยากอยู่กับโยนานๆ ก็เท่านั้น “ เมลบอกแล้วหันมายิ้มให้ฉันด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนลึกซึ้ง

ทำไมล่ะ?

ทำไมถึงยังยิ้มแบบนั้นออกมาได้รอยยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและอบอุ่น ความอ่อนโยนที่นายหยิบยื่นมาให้ถึงยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงวันวานที่เคยเป็นอีกครั้ง และถ้าเป็นไปได้จริงๆ ฉันก็อยากจะย้อนกลับไปเหมือนกัน ย้อนกลับไปก่อนที่ฉันจะทำเรื่องร้ายกาจลงไป

ได้โปรดเถอะ! อย่ายิ้มแบบนั้น อย่าใจดีแบบนี้  ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่สมควรจะได้รับรอยยิ้มแบบนั้นจากนายเลย ถ้านายต่อว่าหรือโกรธเกลียดฉันซักนิดฉันคงจะรู้สึกดีกว่านี้ ให้สาสมกับสิ่งที่ฉันทำไว้

“ อย่าทำหน้าแบบนี้สิ “ เมลเอื้อมมือมาจับแก้มของฉันไว้แผ่วเบา น้ำเสียงและรอยยิ้มของเขายังคงอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง

“ เมลไม่โกรธโยบ้างหรอ? ต่อว่าโยซักคำก็ยังดี “ ฉันบอกแล้วหลุบตาลงไม่อยากสบแววตาหรือรอยยิ้มให้ตัวเองละอายใจไปมากกว่านี้

“ เราโกรธตัวเองมากกว่าที่ไม่เข้าใจโย โยไม่ผิดหรอก อย่าโทษตัวเองเลย “ ไม่ผิดงั้นหรอ? นายแสนดีเกินไปแล้วเมล แสนดีจนผู้หญิงร้ายกาจแบบฉันเกลียดตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีก

“ โยขอโทษนะ “ ฉันบอกเสียงสั่น รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรซักอย่างติดอยู่ที่คอจนพูดไม่ได้อย่างที่ใจคิด

“ ไม่ต้องอย่าขอโทษเราเลย เราตะหากที่ต้องขอโทษโย” เสียงของเมลหม่นลงจนน่าใจหาย ทำไมล่ะ? ทำไมเสียงของเขาถึงเศร้าแบบนี้ ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนข้างๆ แต่เขากลับเสมองไปทางอื่นไม่ยอมหันมา แสงไฟสลัวที่สะท้อนรับกับใบหน้าของเขาทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าเขามีสีหน้าและรู้สึกอย่างไร

……..

มันเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้ผู้ชายที่เป็นดั่งตัวแทนของรอยยิ้มเศร้าได้ถึงเพียงนี้!

“ กลับกันเถอะ “ ฉันชวนเมลที่นั่งเหม่อลอยอยู่กับความคิดของตัวเองให้กลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงเพราะฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกดีใจซักนิดที่เห็นหัวใจของตัวเองกำลังนั่งร้องไห้อยู่ในใจ

“ เอ๊ะ! กลับ? เป็นอะไรหรือเปล่า? ขอโทษนะพอดีเรา” เมลสะดุ้งนิดๆ กับเสียงของฉันก่อนจะพยายามหาคำพูดดีๆ มาอธิบายเรื่องราวที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปแต่ฉันก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

“ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่รู้สึกว่าอากาศมันเริ่มเย็นแล้วน่ะแล้วยุงก็กัดจนเกาไม่ไหวแล้วด้วย “ ฉันทำเสียงอ้อนอย่างน่ารักจนเมลอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ฉันเองก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เมลไม่กลับไปทำหน้าเคร่งเครียดแบบเก่าอีก บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกไม่ดีเลยที่เห็นเขาทำสีหน้าแบบนั้น มันใจหายยังไงไม่รู้หรืออาจจะรู้แต่ไม่อยากจะยอมรับมันกันนะ!

“จริงด้วยสิ งั้นกลับกันดีกว่า “ เมลพึมพำพลางมองดูขาสวยๆ ของฉันที่ลายเป็นดาเมเชี่ยน (แบบว่าตุ๊กแกเล่นบ่อยแล้วเลยเปลี่ยนเป็นหมาลายจุดบ้าง แหะๆ ไม่ฮาขออภัย โฮ ) ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถให้ฉันเข้าไปนั่ง

“ ไม่ต้องลงไปส่งโยหรอก แล้วก็ขอบคุณนะที่พาไปเลี้ยงข้าว “ ฉันบอกเมลที่กำลังจะเปิดประตูลงไปส่งฉันที่ล็อบบี้ของคอนโดฯ เหมือนอย่างทุกที

“ เดี๋ยวสิ “ เมลเรียกฉันไว้ก่อนที่ฉันจะทันได้เปิดประตูลงจากรถไป

“ มีอะไรหรอ? “ ฉันเอียงคอถามเมลอย่างสงสัย

“ ฝันถึงเราด้วยนะ “

ตึกๆ ตึกๆ

หัวใจของฉันอยู่ๆ ก็สูบฉีดเลือดเร็วขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อได้รับฟังคำสั้นๆ ที่ไม่ได้ยินมาซะนานจากคนที่ได้มันไปครอบครอง คนบ้า

“ อืม “ ฉันพยักหน้ารับนิดๆ ไม่ลืมก้มหน้าลงเพื่อซ่อนริ้วสีแดงอ่อนๆ ที่เกิดจากอากาศที่ร้อนจนเกินไป (ซะที่ไหนล่ะ! )

“ แค่นี้หรอ? “ เมลถามเสียงหวานสั้นๆ ไม่ต้องพูดให้ยาวกว่านี้ก็พอจะรู้ได้ว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร?

“ เมลก็ฝันดีนะ “ ฉันเลือกที่จะไม่พูดคำที่เขาอยากฟัง

“ ใจร้าย “ เมลทำเสียงงอนๆ พลางก้มหน้าลงแนบกับพวงมาลัยเหมือนคนเสียใจสุดแสน ชิ เจ้าเล่ห์จริงๆ

จึกๆ

ฉันเอานิ้วชี้จิ้มจึกๆ ไปที่แขนของเขาเบาๆ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาเลย เอ๋? งอนจริงๆ หรอเนี่ย? เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะหลับไปแล้ว (เอาติ่งอะไรคิด) ฉันเลยเปลี่ยนเป็นเอามือเอื้อมไปเขย่าเขาแทนแต่ก็เหมือนเดิมอีก ฉันเลยขยับเข้าไปใกล้เข้าอีกนิด ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะแต่เสี้ยวหน้าของเขาที่กำลังกลับตาพริ้มอยู่ตอนนี้มันน่ามองจนไม่อยากถอนสายตาไปที่ไหนเลย

“ เอ๊ะ! “ ฉันเผลออุทานแล้วผละออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ คนที่คิดว่าหลับไปแล้วก็ลืมตาโพลงขึ้นมา แต่แทนที่ร่างกายของฉันจะผละออกจากเขากลับกลายเป็นว่ายิ่งเข้าไปใกล้เขามากขึ้นเมื่อคนแกล้งหลับมือไวดึงร่างของฉันเข้าไปหาด้วยแรงที่มากกว่า

“ เมล…. “ ฉันเรียกชื่อคนที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบเสียงแผ่ว เมลยังคงนอนแนบหน้ากับพวงมาลัยรถมองฉันอยู่แบบนั้นไม่ขยับไปไหนแม้ว่าฉันจะพยายามขืนตัวออกมาด้วยแรงทั้งหมดแล้วก็ตาม โฮ แรงฉันจะน้อยไปไหนเนี่ย

“ ถ้าผู้ชายคนหนึ่งที่มีแฟนอยู่แล้วเกิดไปจูบกับผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟนตัวเองจะผิดมั้ย? “ เมลถามคำถามที่รู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ

“ ก็ต้องผิดสิ “ ฉันตอบเสียงหนักอย่างไม่ชอบใจโดยไม่สบตาสีสวยที่แสนหลงใหลที่มันกำลังระริกระรี้อย่างสนุกสนาน

“ ทำไมล่ะ? “ เมลถามกลับอย่างใสซื่อ นี่เขาอยู่อนุบาลสามใช่มั้ย?

“ เมลบ้ายังจะมาถามกลับอีกนะ คนมีแฟนแล้วไปทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นใครเขาก็ว่าผิดทั้งนั้นแหละ! “ ฉันแวดใส่เมลที่ยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว นี่ฉันลืมไปหรือเปล่านะว่าเราอยู่ห่างกันแค่คืบเดียว!

“ อ้าว งั้นพ่อที่จูบลูกสาวตัวเองก็ผิดสินะเพราะมีแม่เป็นภรรยาอยู่ทั้งคน “

เงิบ!!!!

เอ่อ เจอมุกนี้เข้าไปก็ใบ้กินเหมือนกันนะ

“ นั่นมันข้อยกเว้น “ ฉันเถียงกลับ

“ งั้นพี่ชายที่มีแฟนอยู่แล้วจูบน้องสาวตัวเองล่ะ “ เมลไม่ยอมแพ้

“ นั่นก็ข้อยกเว้น “

“ งั้นคุณลุงกับหลานสาวล่ะ “

“ นั่นก็ยกเว้น “

“ งั้นเรากับโยล่ะ “

“ นั่นก็ยกเว้นเอ๊ะ! “ ฉันเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองทำเรื่องผิดมหันต์ลงไปได้แค่ 2 วินาทีแต่ยังไม่ทันจะได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไร สิ่งที่คาดการณ์เอาไว้ก็จู่โจมเข้ามาโดยไม่ยอมให้ตั้งตัวเตรียมใจเลยซักนิด สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้คือค่อยๆ หลับตาลงและยอมรับกับสัมผัสแสนหวานสมชื่อเจ้าของของมันโดยไม่มีแม้ข้อกังขา เนิ่นนานที่ความนุ่มนิ่มคลอเคลียอยู่กับริมฝีปากอิ่มของฉันราวกับคิดถึงและโหยหามาแสนนาน ความอบอุ่นจากการแนบชิดที่มากกว่าครั้งไหนๆ เสียงก้องกังวานของหัวใจที่ดังระรัวไม่เป็นจังหวะ ฉันจำยอมแล้วว่าตัวเองรักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน!

“ เอาไว้เจอกันในฝันคืนนี้นะครับ “ เมลกระซิบน้ำคำหวานเชื่อมชิดริมฝีปากของฉันหลังจากเก็บกอบสัมผัสที่ต้องการจนพอใจแล้ว หรือเปล่านะ?

“ คนเจ้าเล่ห์ “ ฉันอ้อมแอ้มบอกเมลไม่เต็มเสียงเหมือนเรี่ยวแรงเหือดหายไปจนหมด โฮ ลองมาเป็นฉันตรงนี้สิแล้วจะรู้ว่าแค่หายใจยังแทบไม่มีแรงเลย

“ ให้ขึ้นไปส่งที่ห้องมั้ย ดูเหมือนโยจะหมดแรงซะแล้วสิ “ เมลทำเสียงล้อเลียนจนฉันอยากจะเอานิ้วจิ้มลูกตาแวววาวของเขาซักทีสองที ให้มันได้อย่างนี้สิ เขาถูกล้างสมองมาหรือไงนะ

“ ทะลึ่ง “ ฉันแวดใส่เมลหน้าแดงก่อนจะรีบลงจากรถมาอย่างไวไม่หันกลับไปมองคนเจ้าเล่ห์ที่ตามลงมาส่งเหมือนอย่างทุกที

ให้ตายสิ เมลเป็นอะไรไปนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกเลยว่าเขาเอาจริงและทำจริง แล้วจูบเมื่อกี้มันอะไร มันไม่ใช่แค่เพียงสัมผัสอย่างที่เราเคยทำด้วยกันแต่มันมากกว่านั้น มันทั้งเร้าร้อนและน่าหลงใหลจนอยากดื่มด่ำไปกับมันไม่รู้จบ กรี๊ด! ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย ฉันรีบสะบัดหัวไล่ความคิดและภาพเมื่อไม่ถึงนาทีก่อนออกจากหัวก่อนจะเดินออกจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นห้องของตัวเอง

“ ว้าย!  “ ฉันผวาสุดตัวเมื่อจู่ๆ ก็ถูกกระชากเข้าไปในทางหนีไฟด้วยแรงมหาศาลที่ไม่ยั้งมือเลยซักนิด


-----------------------------------------


มาแล้วจ้า 
ขออภัยสุดแสนที่หายไปนาน พอมาถึงห้องก็รีบตรวจๆๆ และอัพอย่างไว
ต้องขอโทษและขอบคุณรีดเดอร์ที่รออยู่ด้วยนะค่ะ
อยากจะเล่าจริงๆ ว่าที่หายไปเนี่ยก็คิดว่าจะอัพนิยายได้อยู่หรอก ไอเราก็แบกคอมไปด้วยเต็มที่แต่ดั้นที่นั่นไม่มีเน็ต โฮ เลยต้องแบกสังขารกลับมาที่หอตัวเองนี่แหละ โฮ
มาแล้วนะค่ะ
รักและคิดถึงรีดเดอร์เหมือนเดิม
ปล. เปิดเทอมแล้วตั้งใจเรียน สู้ๆ ไปด้วยกันนะคะ 


 

21 ความคิดเห็น

  1. #8 BenOil (@MissAngle) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 19:51
    ดีใจจังที่ไรเตอร์กลับมาแล้ว ^^
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #8
    0