[The Gang #2] My lady is A.I. : เมื่อผมเผลอใจรักยัยหุ่นยนต์ [จบ]

ตอนที่ 23 : As Planned [ตามแผน]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    30 พ.ย. 55

บทที่ 22

As planned

เจ็บจัง ทำไมหัวมันหนักๆ แบบนี้นะ...

ผมลืมตาขึ้นแล้วกระพริบตาถี่ๆ เพราะไม่ชินกับแสง สิ่งแรกที่ผมเห็นคือเพดานสีขาวและโคมไฟเหนือหัวกำลังส่องสว่าง ลมเย็นๆ ของกลางคืนพัดเข้ามาทำให้ผมหนาวสั่น ผมมองไปตามทิศทางที่ลมพัดมา หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้ทำให้เห็นวิวของกรุงเทพมหานครผ่านทางหน้าต่างกว้างบานนั้น แสงไฟจากตึกและรถในยามค่ำทำให้ผมระลึกได้ว่าที่ผมต้องมาอยู่ที่นี่ก็เพราะผมฝ่าไฟแดง... และรถบรรทุกคันนั้นก็พุ่งเข้ามาอัดรถผม และหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นอีกนะ....

ตื่นแล้วเหรอ ?”

เสียงเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจผมลิงโลดดังขึ้นข้างๆ เตียง ผมหันไปมอง อันอันเงยหน้าขึ้นมาจากที่เคยฟุบหลับลงบนแขนตัวเอง บนใบหน้าของเธอมีรอยขอบตาดำคล้ำจากการที่ไม่ได้นอนมาเป็นระยะเวลานาน

อืม... ขอบคุณนะที่เฝ้า" ผมกล่าวขอบคุณอันอัน เธอพยักหน้าให้แล้วยิ้ม แต่ยังคงสายตาเย็นชาที่ไม่เคยเปลี่ยนไปนับตั้งแต่วันที่เธอกับคอปเตอร์เลิกกัน ผมเฝ้าแต่ถามตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่กำแพงน้ำแข็งในใจของเธอจะละลายสักทีนะ...

ตอนนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง ?” ฟอร์สที่ยืนพิงผนังอยู่ระหว่างคอปเตอร์และพี่อาร์ก้าออกปากถาม ในมือของมันมีโทรศัพท์มือถือ พ่อของมันเป็นหมอเจ้าของโรงพยาบาลนี่ และแน่นอน พ่อของมันก็เป็นหมอเจ้าของไข้ผมด้วย

ดีขึ้นแล้ว แต่ยังเจ็บอยู่ คุณอาบอกว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน ?” ผมถามกลับ

อย่างน้อยสองอาทิตย์ เพราะซี่โครงหัก" ฟอร์สตอบเสียงเนือยๆ

แต่... จะบ้าเรอะ สองอาทิตย์ ไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี

มินนี่ไปเรียนแล้วเหรอ ?” ผมถามต่ออีกครั้ง คอปเตอร์ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก

ไปแล้วล่ะ ยัยนั่นฝากบอกว่าหายไวๆ"

คอปเตอร์ตอบ ผมพยักหน้าให้ อีกใจนึงผมก็สงสารมินนี่เหมือนกันนะ ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องของผมแบบนี้ แต่ที่จริงแล้วอาจจะผิดที่ตัวผมเองก็ได้ที่ดันไปสืบหาเรื่องจนรู้ว่ามินนี่คือผู้เขียนโปรแกรมฯ นั่น แต่ตอนนี้ผมก็ได้อันอันมาแล้ว คิดอีกแง่นึงก็คือ หน้าที่ของมินนี่จบแล้วอย่างสมบูรณ์สินะ...

ใจหายเหมือนกันนะ... ผมเห็นดวงตาที่เย็นชาของอันอันแล้วคิดอะไรขึ้นได้

ผมเคยล็อกอินเข้าไปคุยกับมินนี่ทุกๆ วันด้วยเรื่องของอันอัน แต่หลังจากเรื่องวันนั้นเกิดขึ้น ผมก็ไม่ได้เข้าไปคุยกับมินนี่อีกเลย นั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างมันหายไปจากชีวิตของผม รู้สึกเหมือนมันขาดหายไป... ชีวิตผมที่เคยมีมินนี่เป็นคนที่คอยฟังเรื่องที่ผมระบายให้ฟังมาตลอด ตอนนี้เธอหายไปแล้ว...

บางทีนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ยัยนั่นต้องการมาตลอดก็ได้ จริงสิ ยัยนั่นเคยพูดว่าพวกผมทำให้ชีวิตของเธอยุ่งเหยิงนี่นา

ยัยนั่นจะมานี่อีกรึเปล่า ?” ผมถามอีก

อาจจะมา หรือไม่มาก็ได้ ทำไมล่ะ ?”

คอปเตอร์ตอบแล้วถามผมกลับ ทำไมงั้นเหรอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่คิดว่าอยากขอบคุณยัยนั่นสำหรับหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา แต่ถ้ายัยนั่นไม่มานี่แล้วก็ไม่เป็นไร ผมยังเก็บไว้ไปขอบคุณยัยนั่นที่บ้านก็ได้ ยังไงก็อยู่คอนโดฯ เดียวกันอยู่แล้ว

แค่อยากเจอ...” ผมพูดเสียงเบากลัวว่าอันอันจะได้ยิน "ประมาณนั้นแหละ มั้ง...”

อืม... อันอันออกไปรอข้างนอกก่อนสิ"

คอปเตอร์ว่าแล้วจับข้อมืออันอันลุกขึ้น ยัยนั่นลุกขึ้นตามอย่างว่าง่าย ผมกำลังจะลุกขึ้นห้าม แต่ความเจ็บของบาดแผลมันกำเริบขึ้นจนเจ็บแปล๊บไปทั้งตัวทำให้ผมพูดไม่ออกซะก่อน สุดท้ายอันอันเลยต้องเดินออกจากห้องไปท่ามกลางความไม่พอใจของผม มันมองตามจนประตูปิดสนิทแล้วแล้วหันมามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมทันที

มีอะไร ?” ผมถามคอปเตอร์เสียงกร้าว รู้ตัวดีว่ามันคงไม่พอใจที่อันอันต้องมาเฝ้าผมแบบนี้

ฉันไม่ได้หาเรื่องนะ แต่ว่า... แกรักอันอันเหรอ ?” คอปเตอร์เริ่มคำถามขึ้น ผมเริ่มรู้สึกว่าเลือดขึ้นหน้าอย่างไร้เหตุผล

ยังต้องถามอีกเหรอวะ ?” ผมถามกลับเสียงดัง และนั่นทำให้ปากแผลขยับจนผมเจ็บอีกครั้ง

แกพูดได้เต็มปากเหรอว่าแกยังรักอันอันเหมือนเดิมทั้งหัวใจ ?”

คราวนี้เป็นฟอร์สบ้างที่ถามผมเสียงกร้าว ผมชักจะไม่พอใจ นี่มันเรื่องบ้าอะไร ผมยังจะต้องพิสูจน์อีกเหรอว่าผมรักอันอัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ผมไม่คิดถึงยัยนั่น ไม่เคยเลยที่ผมจะไม่รักยัยนั่น ถึงขนาดที่ผมต้องหันหน้าเข้าปรึกษาโปรแกรมฯ นั่นยังไม่พออีกเหรอที่จะเรียกว่ารัก ?

ไม่มีอะไรที่ฉันจะแน่ใจไปมากกว่านั้นอีกแล้ว...” ผมตอบคอปเตอร์กลับไปอย่างมั่นใจที่สุด

แต่ส่วนลึกในจิตใต้สำนึกของผมกำลังกรีดร้องปฏิเสธ... อย่างที่ผมไม่รู้ว่าทำไม

มินนี่ล่ะ ?” ฟอร์สถามต่อ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามายืนข้างๆ เตียงผม มือทั้งสองของมันค้ำยันลงบนขอบเตียง ฟอร์สเริ่มถามต่อ "แล้วที่แกพยายามให้ไอ้เจ็ทสืบหาตัวมินนี่ ไม่ใช่สิ ผู้สร้างโปรแกรมฯ คนนั้น แล้วที่แกบอกว่าถ้ามินนี่คนนั้นมีอยู่จริง...”

หยุดนะ อย่าทำให้ฉันสับสน ฉันรักอันอัน!” ผมตะโกนออกไปอย่างเหลืออด ฟอร์สกลับยืนยิ้มอย่างผู้มีชัย

ถ้าแกเริ่มที่จะสับสนเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าความรู้สึกของแกเริ่มจะเปลี่ยน...” คอปเตอร์ตอกกลับอย่างใจเย็นทำเอาผมสะอึก ความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับมินนี่เริ่มพรั่งพรูเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว มินนี่ที่ผมเคยระบายความรู้สึกต่างๆ ใส่เธออย่างไม่เคยปิดบัง มินนี่ที่ไม่เคยตัดสินผม มินนี่ที่คอยอยู่ข้างผมอยู่เสมอ... คอปเตอร์ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก "มีคนบอกว่า... ถ้าแกต้องเลือกระหว่างรักครั้งเก่ากับรักครั้งใหม่...”

คอปเตอร์พูดแล้วหยุดสังเกตอาการของผม ผมกำลังสับสนกับความรู้สึกในส่วนลึกของตัวเองอีกครั้ง

จงเลือกรักครั้งใหม่ เพราะถ้าแกรักคนเก่าจริงๆ แกจะไม่มีวันหวั่นไหวกับคนใหม่"

คอปเตอร์ตอบคำถามของตัวเองจบ ผมรู้สึกราวกับว่าใครบางคนราดน้ำเย็นเฉียบลงจากหลังคอถึงแผ่นหลัง ความรู้สึกเย็นวาบแผ่ไปทั่วทั้งร่างกาย... ความรู้สึกสับสนแบบนี้มันอะไรกันแน่ ผมที่แน่ใจในตัวเองมาตลอดว่าผมรักอันอันมาตลอด และจะรักเพียงเธอคนนั้นคนเดียวตลอดไป บัดนี้ ความสับสนได้เข้ามาแทรกแทนที่...

ฉันกำลังสับสน...” ผมพูดเสียงเบา พลางคิดในใจว่าบางทีคอปเตอร์อาจพูดถูก

เพราะแกกำลังหวั่นไหวกับใครอีกคนหนึ่ง" คอปเตอร์พูดเสริมให้

แต่ฉันรักอันอันมาตลอด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ" ผมพูดต่อ ใช่... ผมรักอันอัน รักมากจนไม่คิดว่าผมจะหมดรักเธอได้ หรือผมจะไปหลงรักใครอีกได้ คอปเตอร์มองหน้าผมอย่างเย็นชา แววตาของมันไม่มีอารมณ์ใดๆ เคลือบแฝงอยู่ "ฉันรักยัยนั่นมาก แต่เพราะแกคบกับยัยน่ัน ฉันถึงทำอะไรไม่ได้"

คอปเตอร์ได้ยินแล้วก็ยิ้มที่มุมปาก ริมฝีปากแย้มเอ่ยเป็นคำพูดที่ทำให้โทสะผมเดือดพล่าน

แกกำลังหลอกตัวเองว่าแกรักอันอันอยู่มากกว่า"

อะไรนะ ?!” ผมตะคอกถาม พยายามอย่างมากที่จะห้ามตัวเองไม่ให้กระโดดจากเตียงไปต่อยคอปเตอร์

ฉันขอถามหน่อย แกมีความสุขจริงๆ เหรอว่าเวลาที่อยู่กับอันอัน ?” คอปเตอร์ถามแล้วมองหน้าผม คำถามนี้ของมันเหมือนกับฝ่ามือที่ฟาดลงมาบนหน้าผมจนหน้าชา คำตอบคือไม่... ผมไม่เคยมีความสุขเลย ทั้งจากรอยยิ้มที่เย็นชา แววตาที่เย็นเยียบ ถึงแม้ว่าตัวของเธอจะอยู่กับผม แต่หัวใจของเธอยังอยู่คอปเตอร์มาโดยตลอด คอปเตอร์เห็นอาการของผมแล้วยิ้มเย็น "คำตอบของแกคือไม่สินะ... เพราะว่าอันอันไม่เคยรักแก และมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยื้อยัยนั่นไว้กับแก"

มันต้องมีสักวันที่อันอันต้องหันมารักฉัน...” ผมพูดเสียงเบา จิตใต้สำนึกร้องบอกว่ามันคงไม่มีวันนั้น

งั้นเทียบกับมินนี่... คนที่แกอยู่ด้วยแล้วยิ้มได้ หัวเราะได้ คนที่แกระบายใส่มาตลอดแต่สุดท้ายก็กลายเป็นหมาหัวเน่าที่แกไม่เอาล่ะ ? เทียบกันแล้ว ใครกันแน่ที่แกอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากกว่า"

คอปเตอร์ถามต่อ คำถามของมันเหมือนกับน้ำเย็นจัดที่สาดใส่สมองผมจังๆ หัวผมตื้อจนคิดอะไรไม่ออกอีกต่อไป

แกกำลังจะบอกว่า ฉันหวั่นไหวกับมินนี่อย่างนั้นสิ ?” ผมถามคอปเตอร์เสียงเบา "มินนี่น่ะเหรอ ?”

นั่นคือปัญหาของแก หน้าที่ของฉันคือทำได้แค่ช่วยแกให้คิดได้แค่นั้น มันไม่ยากหรอกนะไอ้ยู ลองคิดดูสิ ผู้ชายคนหนึ่งที่ช่วยปกป้องผู้หญิงที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานจากการที่ยัยคนนั้นไปจูบกับผู้ชายที่มีแฟนแล้วโดยการคบกันหลอกๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองจะทำเป็นไม่สนใจไยดีไปก็ได้ ผู้ชายคนที่คว้าผู้หญิงคนนึงเข้ามาจูบ จูบนั่นมันไร้ความหมายขนาดนั้นเลยเหรอ ? หัวใจแกมันเย็นชาไปหน่อยนะ"

คอปเตอร์พูดต่อ ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ทั้งหมดถูกเรียกขึ้นมาตามลำดับ วันนั้น ในผับที่บ้านผม มินนี่จูบคอปเตอร์ ด้วยความโมโหหรืออะไรไม่รู้ทำให้ผมคว้าตัวเธอเข้ามาจูบอย่างลืมตัว ครั้งนั้นทำให้ผมต้องหาทางปกป้องยัยมินนี่จากการหมายหัวของเดอะแก๊งด้วยการคบเธอเป็นแฟน...

หัวใจของผมไม่ได้ทำจากน้ำแข็ง และจูบนั่นไม่ได้ไร้ความหมาย...

ฉันไม่ได้...” ผมพูดต่อ แต่คอปเตอร์พูดแทรกขึ้นมาก่อน

ฉันกะว่าจะให้แกคิดได้เอง แต่ดูเหมือนว่าแกโง่เกินไปที่จะคิดเองได้ หรือไม่ก็อาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ"

คอปเตอร์พูดอย่างติดตลก แต่ผมชักไม่ตลกไปกับมันเมื่อคำพูดของมันคือคำสบประมาทผมอยู่ซึ่งๆ หน้า

งั้นจากนี้ไปแกจะทำไง ? ชิงตัวอันอันกลับไป” ผมถามต่อ คอปเตอร์ส่ายหน้าแล้วเดินเข้ามาหาผม มันนั่งลงข้างๆ เตียงแล้วยิ้มให้ มือข้างหนึ่งดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวผม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ คำตอบของคำถามที่ผมต้องการยังคงมีแต่ความเงียบ ผมจึงถามซ้ำอีกครั้ง "ว่าไงล่ะ ? แกจะทำไงต่อไป"

อันอันจะกลับมาหาฉัน ส่วนแก ก็จัดการกับชีวิตของแกเองก็แล้วกันนะ...”

คอปเตอร์พูดแล้วลุกขึ้นยืน คำตอบของมันยังทำให้ผมงุนงง

หมายความว่าไง ?” ผมถามแล้วมองไปรอบๆ ห้อง ทำไมล่ะ ?

ขอโทษจริงๆ ที่ต้องใช้มุกนี้ แต่ว่านี่ก็เพื่อตัวแกเอง"

ฟอร์สว่าแล้วดึงม่านสีฟ้าอ่อนออก ผมเคยคิดว่ามันใช้กั้นระหว่างเตียงของผมและส่วนที่ใช้รับแขก แต่ทว่ามันกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่มันเคยปิดบังเอาไว้กลับเป็นเตียงผู้ป่วยอีกเตียงที่มีหญิงสาวผิวขาวซีดราวกับกระดาษกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอบ่งบอกว่ากำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดวงตากลมโตแบบนั้น ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนที่ปลายแบบนั้น ริมฝีปากเล็กนางที่ผมเคยลิ้มรสหวาน... ไม่มีทางที่ผมจะจำผิด

มินนี่...

ลืมบอกไป อันอันเลือดกรุ๊ปเอบี”

คอปเตอร์ว่าทิ้งท้ายแล้วเปิดประตูเดินออกไปนอกห้อง ตามด้วยฟอร์ส พี่อาร์ก้า ผมรอจนประตูปิดสนิทแล้วจึงหันไปมองมินนี่อีกครั้ง ยัยนี่มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมยัยบ้านี่ถึงมานอนบนเตียงผู้ป่วยได้ ทำไมถึงหน้าซีดเป็นกระดาษฟอกขาวแบบนี้ แล้วประเด็นคือ... มินนี่ได้ยินหมดแล้วทุกอย่างงั้นเรอะ ?

ผมมองระเบิดลูกใหญ่ที่คอปเตอร์จุดชนวนไว้แล้วกลืนน้ำลาย ทั้งผมและเธอต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา ผมเกลียดความเงียบ ความเงียบทำให้ผมอึดอัด อย่างน้อยยัยนี่ก็น่าจะด่าผมออกมาสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเงียบแบบนี้ แบบนี้มันน่าอึดอัดเกินไป

นาย...”

มินนี่เริ่มคำพูดขึ้นก่อน เสียงเบาๆ ลอดผ่านริมฝีปากเล็กๆ นั่น เบาจนผมต้องเงี่ยหูฟัง

อะไร ?”

เจ็บมั้ย... นายหายเจ็บแล้วยัง ?”

มินนี่ถามจบ ผมบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ความรู้สึกแปลกที่ถาโถมเข้าใส่ผมเต็มที่ หนักอึ้งกว่าจะรับไหว

ลืมบอกไป อันอันเลือดกรุ๊ปเอบี

ผมฉุกคิดถึงคำพูดของคอปเตอร์ขึ้นมาได้ อันอันมีเลือดกรุ๊ปเอบี แล้วที่ผมเข้สใจมาตลอดว่ายัยนั่นให้เลือดกับผม มันเป็นไปไม่ได้เลย ก็ผมเลือดกรุ๊ปโอ จะรับได้ก็จากเลือดกรุ๊ปเดียวกันเท่านั้น แล้วที่ยัยมินนี่นอนหน้าซีดแบบนี้มันหมายความว่าไงกัน ? หรือว่า... ยัยนั่นจะให้เลือดกับผม ?

ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ในใจผมเริ่มต่อกันเป็นภาพสมบูรณ์

เธอให้เลือดฉันใช่มั้ยมินนี่ ?” ผมลุกขึ้นนั่งอย่างไม่สนใจความเจ็บปวดแล้วถามเธอเสียงดัง

อย่าขยับนะยูโร นายจะเจ็บ”

มินนี่พูดเสียงเบาอย่างเหนื่อยล้า เธอตัดสินใจที่จะไม่ตอบคำถามของผม... น้ำเสียงเป็นห่วงของเธอยิ่งทำให้ผมรู้สึกหนักอึ้งด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้าใส่ น้ำเสียงห่วงใยของเธอไม่ได้โกหกผม รวมทั้งแววตาของดวงตาทั้งคู่นั่นด้วย

ให้ตายสิ... ทำไมต้องทำแบบนี้” ผมถามเธอเสียงดังอย่างหัวเสีย ทั้งหมดนี่คงเป็นแผนของไอ้คอปเตอร์ที่เอามินนี่มานอนอยู่หลังม่านแล้วหลอกให้ผมพูดออกมาทุกอย่าง มินนี่มองผมด้วยสายตาเศร้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงนอนบนเตียงโดยที่ไม่สนใจคำถามของผม “ไม่ห่วงตัวเองบ้างเลยเหรอไง ?”

ฉันห่วงนายมากกว่า... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ฉันบังคับตัวเองไม่ให้หลับตาจนกว่าจะได้เห็นนายตื่นขึ้นมา จนกระทั่งฟอร์สเข้ามาบอกว่านายไม่เป็นอะไรแล้ว ฉันก็เลยหลับไป มาฟื้นอีกทีก็อยู่ในห้องนี้แล้ว” มินนี่อธิบายเสียงเบา

อ้อ... นี่แปลว่าไม่ใช่แผนของไอ้คอปเตอร์คนเดียวสินะ ไอ้ฟอร์สคงมีเอี่ยวด้วย

แล้วทำไมต้องให้เลือดฉันจนต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอีกคน ?” ผมถามต่อ นึกโกรธทั้งตัวเองและมินนี่ที่ทำอะไรบ้าๆ อย่างไม่รู้จัดคิด มินนี่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กว่าผม เท่าที่จำได้ ผมรับเลือดมาจากยัยนี่ตั้งเกือบลิตร แล้วผลก็เป็นอย่างที่เห็น สุดท้ายทั้งผมและเธอต้องนอนแหง็กอยู่ในโรงพยาบาลนี่

ฉันไม่อยากเห็นนายตายไปต่อหน้านี่นา...”

มินนี่พูดแล้วหันหน้ามามองผม เธอยิ้มให้ ผมรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นตุ๊บลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ผมลืมรอยยิ้มของยัยนี่ไปได้ไงนะ...

 





ขอโทษมากเลยค่าที่ปล่อยให้รอ
เข้าใจความรู้สึกของคนอ่านเลยค่ะที่อยากฆ่ายูโร
เราแต่งไปแต่งมายังคิดไปเลยว่า ไอ้เวรนี่ควรจะตายๆ ไปซะ
สงสารมินนี่น้อยของเราจริงๆ -_____-" รักคนโง่ก็งี้ ต้องทำใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #370 chonticha_mm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 11:25
    สงสารนางเอกจัง
    #370
    0
  2. #354 fai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 00:27
    ฉากนี้ร้องไห้ตามเลยอ่ะ รับรู้ถึงความรู้สึกของมินนี่เลย เกลียดยูโรมากอ่ะ (อินๆ)
    #354
    0
  3. #333 ShawolHomieNer (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 01:57
    เริ่มรู้ตัวสักทีนะไอ่บ้าาาาาา โหยยยยย 
    #333
    0
  4. #281 Peddiize (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 21:23
    โอ้ววว จะทนไหวม้ายยย ~
    #281
    0
  5. #260 NooAo'm Jung... (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 / 19:58
    อยากฆ่ายูโรมากเลยอ่ะไรท์เตอร์ TT^TT // มินนี่ตบสิ -.-
    #260
    0
  6. #253 Kip (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 21:32
    น้ำตาซึื้มเจ้าค้าาาาาาาาาาา T0T

    ปล.เป็นเรื่องเเรกที่เม้นน้ะ - -
    #253
    0
  7. #173 พระจันทร์ยิ้ม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 15:11
    ฮื้อๆ สงสารามินนี่ T.,T

    ยูโรบ้า
    #173
    0
  8. #149 artist.? athena ' Gothic Doll (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 22:04
    กว่าจะรู้ตัวนะแกก! 55555
    มินนี่น่าสงสารจริงอย่างที่คอปเตอร์ว่า - O -!
    แม่นางออกจะแสนดีปานฉะนี้ ยู..แกกล้าทิ้งเหรอออ!?
    ตอนนี้เป็นตอนนึงที่เฟินอ่านแล้วชอบที่สุดนะ มันแบบ..สะใจดี 55555
    เอาล่ะ...ไปเม้นตอนต่อไปต่อ!
    #149
    0
  9. #142 __Ai Noon__ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2555 / 10:31
    อ๊ากกก !   สนุกมาก
    #142
    0
  10. #139 เลม่อนเปรี้ยว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 20:10
    แงๆๆๆ เศร้าตาม TOT
    #139
    0
  11. #138 Fic lover (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 19:37
    หยุดหลอกตัวเองซะที~เลิกซะที~

    ยูโรนายมันโง่!! หลอกตัวเองอยู่นั่น

    จูบกับมินนี่สามรอบแล้วมาทำเป็นแค่สับสนอีบ้าาาา



    คอปเตอร์กับฟอสนายเป็นคนดีจริงๆรักพวกนายย

    รีบเป่าหูให้ยูโรมันฉลาดขึ้นหน่อย ชิ-3-



    ติดตามๆๆไรเตอร์สู้ๆ *สะบัดพู่*
    #138
    0
  12. #136 yun yun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 18:43
    โฮ มินนี่จ๋าาาา T^T สงสารเธอจริงๆที่รัก(นัง)ยูโร
    ไรเตอร์ขา ให้ยูโรหายโง่เร็วๆก็ไดีนะค่ะ คนอ่านสงสารมินนี่น้อยมากเลยค่ะ

    #136
    0
  13. #135 Kamal3436 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 18:21
    ร้องไห้แล้วนะ!!ToT
    รู้สึกอยากฆ่ายูโรมากเลย
    #135
    0