★ Hey Japan! ♥ ปิดเทอมใหญ่ ขอไปลั้ลลาแดนยุ่น★

ตอนที่ 2 : ลัลล้าที่ 2 ♥ Happy Golden Week

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ต.ค. 55






ลัลล้าที่ 2 Happy Golden Week





               สวัสดีค่า ^O^ กลับมาเจอกันอีกครั้ง ฮ่าๆ แอบตกใจ ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจอ่านด้วย >.< ปกติเขียนแต่นิยาย นี่มาเขียนแชร์ประสบการณ์จริงๆ จังๆ ครั้งแรกค่ะ ถ้าผิดพลาดประการใดขอโทษด้วยนะคะ

                ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอเม้าท์มอยนอกเรื่องก่อนค่ะ 55555ห็นน้องมาเม้นท์ถามว่าพี่ออมนอกใจหนุ่มด้วยหรือ 555555 ขอชี้แจงแถลงไขว่าตอนอยู่ญี่ปุ่นตอนนั้นยังมีแฟนค่ะ แต่ตอนนี้โสดแล้ว T__T (ฮา) โสดมาสักพักแล้วค่ะ 5555 เพราะฉะนั้นถ้าสงสัยว่าเรื่องหัวใจที่ญี่ปุ่นจะเป็นยังไง โปรดติดตามกันต่อไป ! ฮิๆ

               

 

                ก่อนที่จะเข้าช่วง Golden Week ขอย้อนกลับไปวันแรกที่เริ่มไปเรียนนิดนึงค่ะ กลับไปเปิดรูปดูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า หลังเลิกเรียนวันนั้นไป ติว(ถ้าใครจำได้จากตอนที่แล้ว คือเพื่อนไทยที่เรียนด้วยกัน) พาไปกินข้าวกับเพื่อนไทยที่มาเรียนซัมเมอร์เหมือนกันค่ะ แต่เรียนอยู่คนละคลาสกัน และร้านที่ไปกิน เป็นบุฟเฟต์ซูชิ ซึ่งอยากแนะนำมากกกกก มันเจ๋งจริงๆ นะเออ! ร้านนี้ชื่อร้าน กัปปะ” รู้จักกันใช่มั้ยคะตัวนี้ ฮ่าๆ ตอนแรกไอ้เราก็งง มันคือร้านอะไร เพื่อนบอก “อ๋อ มันเป็นเนื้อกัปปะ” ซึ่งตอนนั้นด้วยความที่เราเอ๋อๆ เบลอๆ ดันเชื่อเพื่อน! 555 บ้าไปแล้ว กัปปะมีจริงที่ไหนกัน ฮา

 



 

                สรุปมันคือร้านบุฟเฟ่ซูชิค่ะ มันจะวางทอดตามสายพานมาเป็นจาน จานละ 105 เยน (ตกประมาณ 40 กว่าบาทนิดๆ) มีซูชิทุกแบบทุกสไตล์ ซาชิมินีแบบปลาสดมากก อร่อยมากกก จานนึงก็จะมีแบบกระปิดกระปอยตามแบบในภาพนี่ล่ะค่ะ 5555 แต่อยากจะบอกว่าร้านนี้ถือว่าถูกสุดๆ แล้วนะ และอร่อยมากๆ คือตอนแรกบอกตัวเองว่าโควตาห้ามเกินห้าจานค่ะ แต่กินไปกินมาหยุดไม่ได้ ล่อไปเกือบสิบจานกรี๊ดมากกก!

                และทีเด็ดของร้านนี้ มันมีอะไรสนุกๆ ตรงที่เวลาอยากจะกินอะไร แล้วของที่เลื่อนตามสายพานมันไม่มาตามที่อยากสักทีนี่ล่ะค่ะ เราสามารถกดสั่งได้เลยจากจอที่ติดอยู่ข้างๆ โต๊ะ (ดูได้ตามรูป) เป็นระบบสัมผัส จิ้มได้เลยค่ะ อยากสั่งอะไรสั่งโลดดด ระบบมันจะส่งไปหาคนที่ทำอยู่ในครัว และมันเก๋ตรงที่ว่า เวลาจะเสิร์ฟ ไม่ใช่คนเสิร์ฟนะคะ เห็นไอ้สีขาวๆ นั่นมั้ย มันคือรางรถไฟชินคังเซนคันเล็กค่ะ เขาจะทำตามเมนูที่เราสั่งแล้วส่งมาทางชินคังเซน ชินคังเซนก็จะขับมาส่งที่โต๊ะเรา >.< เก๋ป่ะล่า 55555  คอนเฟิร์มว่าที่นี่อร่อยมาก และเมนูหลากหลายจนกินไม่หมด ของหวานก็มีให้กินค่ะ บางอย่างถ้าเกิน 105 เยน เขาก็จะบอกราคาเอาไว้เลย น้ำส้มของร้านนี้ก็เก๋กูดมากเลย ฟันเฟิร์ม!
 


จอที่เอาไว้เลือกเมนูค่ะ ไอ้ขาวๆ ด้านล่างๆ คือรางรถไฟชินคังเซนที่ไว้วิ่งส่งซูชิ





อร่อยจริงๆ นะน้ำส้ม >.< 5555555

 

                มาเข้าเรื่องกันต่อ หลังจากที่ไปเรียนมาแล้วหนึ่งวัน วันต่อมาก็เข้าสู่ช่วง Golden week พอดีค่ะ ใครอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร? เอาง่ายคือๆ มันคือช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่นค่ะ 5555 ซึ่งจะเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นได้พักผ่อน และออกไปเที่ยวกันแบบบานตะไทมากกกกก สำหรับคนญี่ปุ่น ถ้าช่วงไหนคือช่วงเวลาพักผ่อน เขาก็ไปพักผ่อนกันจริงจังนะคะ ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นตามสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่น คนจะเยอะมากจริงๆ จำได้ว่าหยุดตั้งแต่วันที่ 3 พค. ซึ่งมันยังอยู่กลางสัปดาห์อยู่เลยค่ะ ไปเรียนอีกทีก็อาทิตย์ใหม่นู่นเลย เพราะฉะนั้นเที่ยวกระจาย! เย้ !

                ต้องขอบอกก่อนว่าการเที่ยวในช่วงโกลเด้นวีค อาจจะให้ข้อมูลการท่องเที่ยวได้ไม่เยอะ เพราะมีพี่พาเที่ยวค่ะ เลยไม่ค่อยได้ศึกษาเองเท่าไหร่ (แต่ตอนเที่ยวรวดเจ็ดวัน จัดเต็มเลยคนเดียว 555) พี่คนนี้ชื่อพี่ใหม่ เป็นญาติเราที่มาเรียนที่โอซาก้าได้ปีแล้ว วันแรกที่หยุด ก็เลยนัดกับพี่ใหม่ วานให้พาไปเที่ยวหน่อย เพราะตอนนั้นยังมือใหม่อยู่ค่ะ สุดท้ายวันแรก ที่ๆ ไป ไม่ได้ไปไหนไกลเลย กลับไปเยือนอุเมดะอีกครั้ง 5555 ก็คนยังไม่เคยมานี่เนอะ อยู่โอซาก้าทั้งที ไปสัมผัสบรรยากาศเมืองๆ หน่อยละกัน!

                ลืมบอกไปว่าย่านคามิชินโจที่เราอยู่ เราไม่ได้ขึ้นรถไฟของ JR นะคะ เพราะย่านนี้ไม่มีของเจอาร์ผ่าน แต่จะขึ้นของ Hankyu ไป และถ้าอยากไปขึ้นเจอาร์เพื่อไปที่อื่น หรือจะขึ้นใต้ดินก็ไปเปลี่ยนได้ที่อุเมดะค่ะ แต่อยากจะบอกว่าของ Hankyu นี่รถไฟน่ารักสุดแล้ว คลาสสิคอ๊ะ >.< และรู้สึกว่ามันไม่ค่อยแพงนะจริงๆ ฮ่าๆๆๆ แถมยังนั่งไปได้ไกลถึงเกียวโต โกเบเลยนะเอออออ ^O^
 



 

                สุดท้ายพี่ใหม่ก็พาไปอุเมะดะค่ะ อุเมะดะนี่เอาจริงๆ มันก็เหมือนเรามาเดินชอปปิ้งนั่นล่ะ เพราะมันเป็นย่านกลางเมือง ออกแนวผู้คนพลุกพล่าน ใครจะเปลี่ยนรถไฟไปสายไหนก็มักจะมาที่นี่ วันนั้นอยากเดินดูของพี่ใหม่ก็เลยพาไปที่ Yodobashi เชื่อว่าถ้าใครเคยไปเที่ยวแถบๆ โตเกียวคงเคยเห็น มันเป็นห้างขายพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งมีขนาดใหญ่มากค่ะ มีทุกอย่าง! ซึ่งแน่นอนว่าที่โอซาก้าเองก็มีเช่นกัน ตั้งอยู่ในอุเมดะนี่ล่ะ คือเอาตรงๆ นะสำหรับเรา เห็นตึกนี้จะรู้สึกว่านี่ล่ะ...อยู่ในอุเมดะแล้ว! 5555 เพราะมันเด่นและจำง่ายมาก เหมือนเดินผ่านบ่อยด้วยล่ะ (ฮา) มันไม่ได้มีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้านะ เสื้อผ้าก็มี (แต่น้อย) ของเล่นนี่ยืนดูไม่เบื่อเลย ของแปลกๆ ก็เยอะมาก 5555 เครื่องสำอางก็ยังมีขายเลย ที่สำคัญรูดเดบิตได้ ใครมาระวังจะรูดเพลินจนเงินหมดนะคะ 5555 ชั้นบนสุดจะเป็นร้านอาหาร วันหยุดแบบนี้คนแน่นทุกร้านค่ะ แน่นมากจริงๆ กว่าจะหาร้านกินได้แทบทรุด หิวมาก คนญี่ปุ่นเขาอึดในเรื่องเข้าคิวต่อแถวค่ะ ถ้าเขาอยากกิน คนเยอะแค่ไหนก็เข้าแถวได้ เขาสามารถรอได้

               
มื้อนี้ เก้าร้อยกว่าเยนค่ะ TOT

 

                หลังจากเดินอยู่ในอุเมะดะร่วมหลายชั่วโมง (ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่นานขนาดนั้น 555) พี่ใหม่ก็พามาที่ต่อไป ชื่อห้าง Hep Five ค่ะ ห้างนี้เป็นห้างสำหรับวัยรุ่นโดยแท้จริง แค่ทางเข้าหน้าห้างนี่ วัยรุ่นญี่ปุ่นนั่งกันให้ตรึม เดินผ่านนี่ตัวเกร็งเลย เขินหนุ่มยุ่น การี๊ดดดด 5555 เกือบทุกชั้นของที่นี่มีแต่เสื้อผ้า เสื้อผ้า และเสื้อผ้าขาย! แฟชั่นให้พรึ่บ มาเดินที่นี่ไม่เคยไม่เสียเงินค่ะ! รองเท้า เครื่องประดับ บลาๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ล่อตาล่อใจมาก สอยตลอด TOT และที่สำคัญข้างบนตึกนี้เป็นชิงช้าสวรรค์ค่ะ คือมีชิงช้าสวรรค์อยู่บนตึกอีกที เก๋ม้า? 55555 เสียดายตรงที่ยังไม่ได้ขึ้นค่ะ T^T ตอนนั้นรอหนุ่มๆ จีนพาไปขึ้น แต่สรุปไม่ได้ไป เลยอด ทั้งที่อยู่ใกล้ๆ แท้ไม่เป็นไรค่ะเอาไว้รอบหน้า เดี๋ยวจะไปขึ้นให้ได้ 55555

 

               
สาวๆ ญี่ปุ่นก็เห็นของเซลล์ไม่ได้เหมือนกันนะ 555555 แต่งตัวน่ารักทุกนางงงง
 

                สรุปวันแรกหมดเงินไปกับการช้อปปิ้งแต่เพียงอย่างเดียว ไม่น่าเชื่อว่าแค่ที่ไม่กี่ทีสามารถทำให้เดินได้ทั้งวัน =[]=! ตอนนั้นคิดเลยว่า จะใช้ชีวิตอยู่ที่ยุ่นให้ประหยัดได้นี่ยากนะ...ของมันล่อตาจริงๆ นะ เออ 55555

 

                มาวันที่สองกันต่อ วันนี้มีนัดกับพี่ใหม่แต่เช้า เพราะพี่ใหม่จะพาไปเกียวโตค่ะ เย้ ^O^! ตั้งใจไว้แล้วว่าช่วงโกลเด้นวีคจะเที่ยวเมืองใกล้ๆ โอซาก้าให้หมดถ้าทำได้ ไปนัดเจอกับพี่ใหม่ที่อุเมะดะ เพราะต้องไปต่อรถไฟอีกสายเพื่อไปเกียวโต แน่นอนว่ารอบนี้ก็ไม่ได้ไปรถไฟของ JR อีกอยู่ดี 555 ยังคงจงรักภักดีต่อ Hankyu ค่ะ อยากจะบอกว่าคนเยอะมาก มากถึงมากกที่สุด เต็มเอี้ยดทุกที่นั่ง เราต้องยืนจนเกือบถึงเกียวโตอ๊ะ เกือบชั่วโมงได้ แต่คนญี่ปุ่นอึดมากนะ ยืนได้แบบไม่เหนื่อยเลยไม่ว่าคนจะเยอะแค่ไหน และคนญี่ปุ่นหลับเก่งกันมากค่ะ 5555 มีผู้หญิงคนนึงยืนข้างๆ เราแล้วหลับตลอดทาง ชีนิ่งมากก แบบทำได้ยังไงน่ะ ยืนหลับ! 5555555


 

                มาถึงเกียวโตค่อนข้างเช้า เพราะออกแต่เช้า เลยมุ่งไปที่ถนนสายชอปปิ้งกันก่อน (อีกแล้ว) 55555  สังเกตได้อย่าง ถนนชอปปิ้งของยุ่น ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็จะเหมือนๆ กันเลยค่ะ จะตั้งเป็นแนวขนาบแบบนี้แล้วมีหลังคามุงสูงๆ มาทรงเดียวกันหมดทุกที่เลย แต่อยากจะบอกว่า เดินเพลินอีกแล้ว ของละลานตา เสื้อผ้าน่ารักเว่อออ TOT เดินอยู่พักใหญ่ก็ไปหาข้าวกิน หลังจากนั้นพี่ใหม่ก็พาเดินค่ะ

                ตามที่จริงที่วางแพลนนึกว่าจะนั่งรถไปสถานที่เที่ยวต่างๆ แต่พี่ใหม่บอกว่าเกียวโตรถติดมากก เราก็แบบ “ฮะ? จริงเรอะ! มีที่ไหนรถติดเท่ากรุงเทพอีกเรอะ!55555 ที่จริงมันก็ไม่ได้ติดขนาดนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่มันก็ดูหนาแน่นกว่าที่อื่นๆ อีกอย่างเกียวโตเป็นเมืองท่องเทียว คนแอบพลุกพล่าน แล้วเมืองไฮโซน้อยซะเมื่อไหร่ ร้านของแบรนด์เนมตั้งอยู่ข้างทางเชียว 555555
 


 

                สรุปก็เชื่อคำพี่ใหม่ พี่ใหม่บอกให้เดินเราก็เดินค่ะ อย่าถามว่าวันนี้เดินไปกี่กิโล ทุกสิ่งทุกอย่างเดินหมด! คือพูดง่ายๆ ตั้งแต่ลงจากรถไฟแล้วเหยียบเกียวโต ก็ไม่ได้ขึ้นรถอะไรอีกเลย ผลของการต้องเดินเยอะทำให้ไปเที่ยวได้แค่ที่เดียวเพราะกินเวลามากก 5555 แต่ไอ้ที่เดียวที่ว่านี้ระหว่างทางก็ผ่านอะไรเยอะแยะมากมายค่ะ แบบสุดยอดมาก เกียวโตเป็นอีกเมืองที่น่าอยู่มากนะคะ (ยกเว้นตรงที่ท่องเที่ยวคนเยอะจริงอะไรจริง) ผู้คนเดินกันขวักไขว่ เมืองเขาสวยมาก ถึงจะบอกว่าเป็นเมืองเก่าแก่ของญี่ปุ่น แต่มันก็ดูมีสไตล์แบบตะวันตกนิดๆ ในส่วนของตัวเมืองนะ (ที่รู้สึกได้เอง) เดินไปเดินมาเรื่อยๆ ทะลุผ่านวัดนู่นนี่นั่น (ไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าทีไหน 5555) รู้แค่ว่ากำลังจะไปวัดคิโยมิสึ




ทางเดินขึ้นไป เมื่อยมาก



              
          
  อยากจะบอกว่าวัดนี้เป็นอะไรที่ชอบมาก...ถึงมากที่สุด ไอ้ที่ชอบคือระหว่างที่เดินไปค่ะ มันไกลมากจริงๆ นะ เหมือนเดินขึ้นเขานับพันลูก (เว่อร์ 55555) แต่ระหว่างทางนี่แบบ เพลินอ่ะ เพลินมากก ตื่นตาตื่นใจ มีอะไรให้ดูเยอะแยะไปหมด ความสวยงามของสถานที่ ความหล่อของหนุ่มยุ่น 5555 พอดีเป็นคนชอบอะไรที่แบบเก่าๆ อยู่แล้ว ที่นี่ถูกใจมากค่ะ และที่สำคัญ คนเยอะมากกกก! เยอะไม่เยอะไปดูรูปกันดีกว่า
 





คนเยอะได้โล่ 5555555555




 

                กว่าจะหลุดจากไอ้ตรงร้านค้าๆ ทางเดินยาวๆ นี้นานมากค่ะ กว่าจะขึ้นไปข้างบนได้ แบบโห เหนื่อยอยู่ 555 แต่สรุป สุดท้ายขึ้นไป ก็ได้เข้าไปในวัด ฮา เพราะเห็นคนแล้วท้อ สู้แรงอึดของคนที่นี่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ แค่ขึ้นมาได้ แล้วได้มามองเมืองเกียวโตแบบมุมสูงก็ดีใจแล้วค่ะ สวยมาก มากจริงๆ >.<

 


ถ่ายกับสาวยุ่นตัวจริงเสียงจริง

 

                นั่งพักกันอยู่ไม่นาน ก็เดินกลับลงมาทางเดิม อากาศเย็นสบายดีมาก พี่ใหม่บอกว่ามาเกียวโตต้องกินไอติมชาเขียว อร่อยมาก! ก็เลยจัดไปกันคนละถ้วย! น่ากินมั้ยล่า >O<
 

 

 

เกียวโตขอจบลงด้วยง่ายๆ แบบนี้ค่ะ ได้เที่ยวที่เดียวจริงๆ 5555 มัวแต่เดินหลายสิบโล แต่ส่วนใหญ่ที่เที่ยวในเกียวโตก็จะเป็นวัดค่ะ แต่มีบางทีที่เสียดายอยู่ที่ไม่ได้ T^T สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าต้องกลับไปเก็บที่เที่ยวที่เกียวโตให้หมดให้ได้!

 

มาถึงวันที่สาม วันนี้มีคิวแต่เช้าอีกแล้ว ต้องไปเที่ยวโกเบค่ะ แน่นอนว่านัดกับพี่ใหม่แต่เช้าอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้นัดกับพี่ใหม่ที่อุเมดะ แต่นัดอีกสถานีหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคามิชินโจเท่าไหร่ เพราะสถานีนี้ก็เปลี่ยนรถไปอีกสายได้บางสายเหมือนกันค่ะ แน่นอนว่าพอเจอกันออกเดินทางไปโกเบทันที อยากบอกว่าง่วงมาก ตื่นเช้าทุกวัน แล้วเดินวันละหลายโล จนรู้สึกเหนื่อย ขึ้นรถไฟพอได้นั่งหลับเป็นตายเลยค่ะ

อ้อ มีข่าวดีตรงที่ วันนี้ใช้โทรศัพท์มือถือได้แล้วค่ะ เพราะสาวอุ้ยเพื่อนร่วมทริปบอกให้แม่ไปติดต่อศูนย์ที่ไทย เขาทำอีท่าไหนไม่รู้ มารู้อีกทีโทรศัพท์ใช้ได้ทั้งคู่เลยค่ะ 55555

มาเข้าเรื่องกันต่อ พอมาถึงโกเบ เจอคุณพี่ใหม่เล่นมุกเดิมอีกแล้วค่ะ บอกให้ขึ้นรถเมล์สายหนึ่ง (ซึ่งลืมสายไปแล้ว ฮา) ไปลงป้ายๆ หนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเราก็จะเดิน เดิน และเดิน เหมือนเมื่อวานนะ TOT

อารมณ์นั้นแบบ...เดินอีกแล้วเหรอ! ยังไม่ชินค่ะ มันเหนื่อยมากนะเดินเนี่ย วันเกียวโตว่าเดินเยอะแล้ว มาวันนี้ค่อนข้างแน่ใจว่าการเดินของตัวเองอาจจะถึงสามสิบโลเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้เว่อร์นะคะ เดินไกลมากจริงๆ แถมยังหลงทางกันอีกอ่ะ เดินย้อนไปย้อนมาหลายรอบมาก 555555
 


แอบถ่ายคุณพี่ใหม่ 55555
 

โกเบถือเป็นอีกเมืองที่น่าอยู่มากนะคะจริงๆ ตอนที่เดินผ่านเมืองเรื่องเปื่อย ความรู้สึกเหมือนโกเบเป็นกรุงเทพที่ไม่วุ่นวาย และอากาศดีมาก 55555 จริงๆ นะ ตึกรามบ้านช่องคล้ายๆ กรุงเทพ แต่รถไม่ติด และก็ดูสบายตาสบายใจกว่า

สุดท้ายหลังจากโดนรถบัสเฉดหัวลงตรงป้ายๆ หนึ่ง สามสาวก็เดินต่อขึ้นไปคล้ายขึ้นเนินเขา -_-^ เพื่อไปหมู่บ้านฝรั่งค่ะ ที่นี้เป็นที่ๆ คิดอยากจะมาให้ได้สักครั้งมานานแล้ว เพราะตอนดูในรูปมันสวยมากกก มากจริงๆ ทุกอย่างดูคลาสสิค เริ่ดอ๊า แต่เสียดายมาไม่ทันใบไม้ผลิ เลยดูจืดลงไปนิดนึง ถนนแถวนี้ไฮโซไฮซี่มากค่ะ มีร้านแบรนด์เนมตั้งเรียงรายอีกละ สวยจริงๆ นะไม่เชื่อดูรูปสิ 5555 แต่เสียอย่างเดียว วันนี้อากาศร้อนมาก ร้อนจนต้องถอดเสื้อแขนยาวเดินค่ะ  










สตาบัคแห่งแรกในโกเบ มันคลาสสิกมากค่ะ 55555 ข้างในหรูมากก



ถ่ายด้านในสตาร์บัคมาแบบเบลอๆ มีสองชั้นค่ะ แต่ละห้องก็ตกแต่งไม่เหมือนกันด้วย

 

หลังจากเชยชมหมู่บ้านฝรั่งกันอยู่หลายค่อนชั่วโมง ก็ออกเดินเท้าเพื่อจะไปไชน่าทาวน์! ที่ญี่ปุ่นก็มีไชน่าทาวน์เหมือนกันนะคะ ได้ยินมาว่าเหมือนจะมีอยู่ไม่กี่ทีในญี่ปุ่น และโกเบเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ไชน่าทาวน์ที่ญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีใครโหวกเหวกโวยวายเท่าไหร่นะคะ 5555 ของกินที่นี่ค่อนข้างถูก (มั้ง) สาวอุ้ยอยากกินชานมไข่มุกมาก เลยพากันไปซื้อ แก้วเท่าหอยมด ราคา 400 เย็นค่ะ (ประมาณ 160 บาท) น้ำแข็งไม่มีให้ด้วย ...กลับมากินบ้านเราเถอะ ยี่สิบบาทฟินกว่าเยอะ T_T 55555 แต่เชื่อมั้ย...ที่นี่ถือว่าถูกแล้วจริงๆ นะ 555555
 




โฉมหน้าของชาไข่มุกแก้วละร้อยกว่าบาท TOT แก้วเล็กเท่าฝ่ามือค่ะ

 

              เดินเล่นกันอยู่แถวนั้นพักใหญ่ อยากจะบอกว่ากว่าจะหาไชน่าทาวน์เจอ นี่เดินหลงกันหลายกิโลเลยค่ะ! เหนื่อยมาก พอเจอนี่อยากร้องไห้อ่ะ เจอสักที 5555 เดินเข้าไปดูร้านเครื่องเทศน์เพราะพี่ใหม่จะหาซื้อน้ำจิ้มซีฟู้ดของไทย เลยเดินไปดูพวกของไทยก็มีขายนะคะ น้ำปลา น้ำจิ้มไก่ตราแม่ประนอมงี้ แต่แม่เจ้าเถอะ...น้ำปลาขวดละร้อยสองร้อยบาท หนูซื้อไม่ลงค่า TOT!! ตัดใจซื้อไม่ลงจริงๆ เถอะแม่เจ้า รอกลับไปกินที่ไทยละกันนะ 5555

หลังจากฟินกับของกินที่ไชน่าทาวน์ไปแล้ว ได้เวลาเดินเท้าต่อไปยังเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ ท่าเรือโกเบ! แน่นอนค่ะว่าจุดมุ่งหมายของคนมาเที่ยวโกเบ ก็ต้องที่นั่นล่ะ >.< ข้างๆ ท่าเรือโกเบจะเป็นห้างๆ หนึ่งชื่อห้าง Harboarland ซึ่งเป็นห้างแบบเปิดค่ะ คือ เป็นห้างกลางแจ้งให้เดินประมาณนั้น สวยมาก และของล่อตาล่อใจอีกแล้ว 5555 และข้างๆ ก็เป็นท่าเรือโกเบ มีชิงช้าสวรรค์ด้วย อยากจะบอกว่าที่นี่เป็นที่ๆ คู่หนุ่มสาวญี่ปุ่นมานั่งจู๋จี๋กันเยอะมากกกก แอบถ่ายรูปมาหลายคู่เลย (ฮา) พี่ใหม่เหนื่อยก่อนค่ะ เลยขอนั่งพัก ปล่อยให้เรากับอุ้ยไปเดินเล่นกันเอง
 

 



 


ฮาเบอร์แลนด์ ศูนย์กลางค้ากลางแจ้ง


 

แอบถ่ายคู่รักหนุ่มสาวยุ่นนั่งจู๋จี๋ตาร้อนผ่าวๆ 55555

 

แน่นอนว่าทริปโกเบจบลงด้วยที่ท่าเรือนี้ เพราะเดินต่อไปกันไม่ไหวแล้ว ล้าเกินทน 5555 เลยพากันกลับสู่โอซาก้าเช่นเดิม ทีนี้ด้วยความว่าวันนี้ใช้พลังงานเยอะเลยหิวค่ะ ตอนก่อนจะถึงหอ ตัดสินใจกับอุ้ยจะแวะกินข้าวกันก่อน แต่ตอนนั้นด้วยความที่ยังไม่ชินพื้นที่ ไม่รู้ว่าร้านไหนดีไม่ดีหรืออะไร เลยไม่ค่อยกล้าเดินไปไหน ตัดสินใจเข้าร้านหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังหอ ไม่ไกลกันเท่าไหร่

พอเข้าไปข้างใน...เลยได้รู้ว่าพลาดแล้ว TOT แงงงงง เพราะร้านนี้เมนูไม่มีรูปค่ะ! ช็อกมาก แล้วรายการทุกอย่างเป็นคันจิหมด ซึ่งเราอ่านไม่ค่อยจะออก เพราะอ่อนคันจิมาก! 5555 ตอนเห็นเมนูนี่เรากับอุ้ยถึงกับมองหน้ากัน เอาแล้วไง...ทำยังไงดี อ่านไม่ออก จะออกจากร้านก็ไม่ได้ เข้ามาแล้วอ่ะ TOT สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ เลยต้องเรียกเขามาถาม แล้วด้วยความที่ว่าสำเนียงคนแถบนี้ก็ฟังยากอยู่แล้ว เหมือนคุยกันไม่รู้เรื่อง เครียดค่ะ...เครียดมาก  คือมองเมนูแต่ละอันไม่ใช่ถูก 5555 สุดท้ายสั่งอะไรมาไม่รู้มีแต่หมูกับหัวหอมเต็มไปหมด (แล้วเราเป็นคนไม่กินหัวหอม ไม่ชอบมากๆๆๆ) จานละเจ็ดร้อยกว่า ไหนจะข้าวเปล่าถ้วยละสองร้อยเยนอีก มื้อนั้นตกแล้วเกือบ 400 บาท โดยที่ไม่มีความอร่อยเลยแม้แต่นิดเดียว! ที่สำคัญต้องฝืนกินหัวหอมให้หมดแทบอ้วก! 555555

ตั้งแต่นั้น....เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่มีเมนูเป็นรูปอาหารค่ะ 555555

 

 หมดแรงจริงอะไรจริง

 

Golden Week จบด้วยประการฉะนี้ วันอาทิตย์ไม่ได้เที่ยวไหนคะ พักผ่อนนอนตายจากการเที่ยวอันเหน็ดเหนื่อย 5555 อยากจะบอกว่าไปเที่ยวสามวันนี่ น้ำหนักลดลงไปเหลือ 39 จาก 42 ตกใจมาก 5555 สงสัยจะเดินเยอะเกินไป



 


 

 

ทิ้งทายสำหรับตอนหน้า...จะเริ่มไปเรียนอย่างจริงจังแล้วค่ะ และเพราะการเริ่มเรียนอาทิตย์ใหม่ จะมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนี้ไป ความวุ่นวายและดราม่าจะบังเกิดตามม เตรียมใจกันไว้ให้ดี ฮา >O<


 

ขอบคุณรูปสวยๆ หลายๆ รูปจากกล้องสาวอุ้ยจ้า จุ๊บุ


 










Matesoul my
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #115 宁仙 หนิงเซียน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 00:29
    สนุกจังเลย
    #115
    0
  2. #60 koniiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 20:23
    อยากไปอยู่ญี่ปุ่นจังค่ะ
    ถ้าเราไปอยู่คงผอมแน่เลย(ของแพง...ไม่กล้าซื้อ)
    #60
    0
  3. #54 rin@T ' 7 ' S.I.C. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2555 / 18:54
    ติดตามค่าาาาาาาาาาาาาา

    หนุกหนานนนนนนนนอิจฉาพี่ออมจังเยยยยย
    #54
    0
  4. #53 bing (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2555 / 14:47
    เขียนได้เก่งมากๆเลยค่ะ อ่านเพลินเลยยย

    รูปก็สวยมากๆ รู้สึกเหมือนได้ตามไปด้วยเลยนะเนี่ย :)

    ติดตามนะคะ เสียดายที่มีแค่ 2 ตอน
    #53
    0
  5. #52 .feather! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 01:30
    อิจฉาาา อยากไปบ้างงงงงงง

    ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศในฝันเราเลยนะแต่ติดอยู่อย่างเดียวคือไม่ได้เรียนยุ่น TT

    รออ่านตอนหน้าค่า
    #52
    0
  6. #51 Bippo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 00:29
    น่าไปเที่ยวมากกๆอยากไปเองขอแบบอยู่เป็นเดือนเลยละกันเที่ยวทุกที่
    #51
    0
  7. #50 MonkeyM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2555 / 10:43
    ยิ่งเห็นยิ่งอยากไปปปปป

    อาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลยอ่าค่า
    #50
    0
  8. #49 minniesp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 16:21
    อยากไปด้วยจัง แต่ติดเรื่องเงิน 555
    บ๊ะเจ้า! พี่ออมน้ำหนักเท่าหนูเลย
    หนูสูงแค่ 150 กับน้ำหนักเท่านั้นว่าผอมแล้วนะ
    พี่ออมสูงเท่าไหร่เนี่ย ทำไมน้ำหนักน้อยจัง
    #49
    0
  9. #47 BenTo@Love.com (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 12:46
    อาหารท่าทางแพง (แต่น่ากินมากกก)

    ตอนนี้พี่ออมอยู่ N ไหนเหรอคะ
    #47
    0
  10. #46 La Fille (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 11:02
    น่าไปเที่ยวบ้างจัง
    อ่านที่น้องออมบรรยาย แล้วอยากไปมากมาย
    กว่าจะเก็บตังค์ได้ 555+
    ญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันที่อยากจะไปอยู่แล้ว อิอิ

    แอบปลื้มหนุ่มญี่ปุ่นง่ะ น่ารัก อิอิ

    อ่อ พี่หญิงก็ไม่ชอบหัวหอมเหมือนกันค่ะ อ่านแล้วสงสารน้องออมเลย เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ T^T
    #46
    0
  11. #45 nut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 20:47
    ตอนแรกอยากไปอยู่แล้ว พอเห็นภาพที่พี่ออมแอมไปอยากไปสุดๆเลยย >
    #45
    0
  12. #44 นักอ่าน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 19:44
    ช่างเป็นการเที่ยวที่น่าตื่นเต้นกระไรเช่นนี้ ๕๕๕

    แต่ที่สนุกก็คือการได้ชอปสินะคะ ๕๕๕

    อยากไปวัดบ้างจังเลย ชอบของเก่าๆ เหมือนกัน หนุ่มุยุ่นด้วยนะ อิอิ

    คู่รักที่พี่ออมแอมถ่ายมาน่ารักอ่ะ แอบปิ๊งปุ้จาย ๕๕๕

    แต่ว่าทำไมพี่ออมผอมจังง่ะ!!! หนักสามสิบเก้าเอง บร๊ะเจ้า ก่อนหน้าจะลดก็ไม่หนักด้วย โครตเบาหวิวว กินไรเป็นอาหารง่ะ ๕๕๕
    #44
    0
  13. #43 Koi Jang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 19:32
    ค่าครองชีพคงจะสูงจริงไรจริงนะเนี่ย  - -

    ติดตามต่อนะคะพี่ออมม  สู้ๆ  >,<
    #43
    0
  14. #42 mio [K-on] (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 17:51
    โห แก้วแค่นี้แต่แพงมากอะ เปนเราเราซื้อไม่ลง 555
    #42
    0
  15. #41 ssasaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 13:25
    อยากไปปปปป
    #41
    0
  16. #40 kusu kusu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 12:19
    ของแพงจังเลยชาแก้วเดียวร้อยกว่าบาท 55
    ทำเหมือนพี่ออมบอกดีที่สุด ของไทยเรายี่สิบบาทเอง 555
    #40
    0
  17. #39 ซากุระ ไอโกะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 12:09
    อยากไปญี่ปุ่นจังงงงงงงงงงง >O<
    ปล. ในรูปพี่ออมแอมสวยมากเลย ^^ น้ำหนัก 39 O_O! พี่ออมมมมมมม ตกใจแทบแย่
    #39
    0
  18. #38 Dix-sept17 ll Black Tiger (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 11:01
    อ่านแล้วอยากไปเที่ยวเลย -..-
    เมืองเขาน่าอยู่มาก ดูสะอาดสะอ้านดีจัง
    #38
    0
  19. #37 App-DT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 10:43
    น่าไปมากกกกกก >o<
    #37
    0
  20. #36 Enn-Octium (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:41
    น่าไปเที่ยวจริงๆ >O<
    #36
    0
  21. #35 Šõƒёиїặ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 04:34
    น้ำหนักลดขนาดนั้นพาหฯูไปด้วยเถอะพี่สาว ฮ่าๆๆ
    ยิ่งอ่านยิ่งอยากไป โอ้โนววววววววว
    #35
    0