★ Hey Japan! ♥ ปิดเทอมใหญ่ ขอไปลั้ลลาแดนยุ่น★

ตอนที่ 1 : ลัลล้าที่ 1 ♥ Hello Osaka!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ต.ค. 55






ลัลล้าที่ 1 Hello Osaka!





สวัสดีค่า ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อน 555 หลายคนคงอาจจะรู้จักในฐานะนักเขียนนามปากกา Mina แต่ในคราวนี้ขอมาแบบเปิดเผยตัวตนตัวเองสุดๆ ! 5555 เพราะนี่ไม่ใช่นิยาย แต่นี่เป็นชีวิตจริงที่อยากจะนำมาแชร์หรือเล่าสู่กันฟังสำหรับใครที่รักและชื่นชอบประเทศญี่ปุ่น และอยากจะลองไปดูสักครั้ง

เกริ่นมายาวเชียว 5555 ขอแนะนำตัวแบบง่ายๆ ละกันค่ะ ชื่อออมแอม อายุ 20 ปี (ปลายปีจะ 21 แล้ว แงงงงง) และเปิดบทความนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าอยากจะรื้อฟื้นความทรงจำของตัวเองในการไปญี่ปุ่นมาเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมาค่ะ เพราะพลอตนิยายเรื่องใหม่จะไปลั้ลลากันที่นั่น เลยต้องรื้อฟื้นความเรียลของตัวเองนิดนึง เพื่อให้อินตอนแต่งค่ะ 55555 แต่อีกเหตุผลก็อย่างที่บอกว่า สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่น และอยากจะไป ก็เข้ามาอ่านได้เช่นกันนะคะ ^^

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรทั้งนั้นในด้านการเที่ยว 555 เพียงแต่อยากแชร์เรื่องราวและประสบการร์รวมทั้งที่ท่องเที่ยวที่ไปมาค่ะ รับรองว่าสนุกสนาน และมันส์มากกก กับการไปเรียนระยะสั้นและไปเที่ยวครั้งนี้ ทั้งเรื่องเฮฮา สุข เศร้า เหงา ซึม และเรื่องหัวใจ อะฮิ้วววว กล้าสาบานได้ว่าทุกอย่างที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงด้วยประการทั้งปวง 5555555
 

 สาวอุ้ย เพื่อนร่วมชะตากรรม (ฮา)



 

การเดินทางในครั้งนี้ไปช่วงเดือน พค. ที่ผ่านมาค่ะ ก่อนหน้าที่จะไปตัดสินใจอยู่นานมากว่าจะไปที่ไหนดี ตอนแรกใจอยากไปอยู่โตเกียวเพราะรู้สึกว่ามันช่างศิวิไลซ์มาก 55555 แต่สุดท้ายคิดไปคิดมาอะไรดลใจไม่รู้ ตัดสินใจไปที่โอซาก้าแทน โอซาก้าถือว่าเป็นอีกเมืองของญี่ปุ่นที่มีความเจริญมากโขอยู่ ถึงจะไม่เทียบเท่าโตเกียว แต่แน่นอนว่าก็เจริญมากค่ะ มากถึงมากที่สุด 55555 โอซาก้าอยู่แถบคันไซเมืองที่อยู่รอบๆ โอซาก้า จะเป็นเมืองที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่น 5555 อย่างเช่น นารา เกียวโต โกเบ เป็นต้น เคยปรึกษาเซนเซย์ก่อนที่จะตัดสินใจไปที่นี่ เซนเซย์บอกว่าถ้าอยากเข้าถึงวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นจริงๆ สัมผัสอะไรที่มันแบบโบร๊านโบราณบ้างอะไรบ้าง ก็แนะนำให้ไปทางแถบนี้ เพราะแถวโตเกียวจะออกแนวเทคโนโลยีจ๋าซะมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่คนชอบนะคะ 555 บางคนก็อาจจะคิดต่างก็ได้

เอาเป็นว่าสรุปสุดท้ายก็ไปโอซาก้าโดยติดต่อที่เรียนผ่านเอเจนซี่แห่งหนึ่ง ไปเรียนเดือน พค. หนึ่งเดือน แต่ขอเขาเช่าหออยู่ต่ออีกครึ่งเดือน เพราะว่ามีแพลนต้องไปเจอกับเพื่อนที่ไป work&travel ที่เกาหลี ประมาณว่าขากลับไปเจอกันที่นั่นแล้วแวะเที่ยวเกาหลีต่อนั่นล่ะค่ะ 555555 สรุปแล้วคือเราจะอยู่โอซาก้า หนึ่งเดือนกับอีกประมาณ 12 วัน (ถ้าจำไม่ผิด)
 


หน้าตาบัตร Japan rail pass (ขออภัยค่ะ มีแต่รูปที่ถ่ายกับตัวเอง 5555)

 

แต่ก่อนจะไปก็ได้ศึกษาอะไรต่างๆ ไว้ก่อน เพราะคิดว่าไปทั้งทีก็น่าจะเที่ยวให้คุ้มไปเลย สรุปก่อนจะไปก็ซื้อจองบัตร Japan rail pass มาด้วย จองแบบ 7 วัน ราคาประมาณหนึ่งหมื่นบาท (ขึ้นอยู่กับค่าเงินเยนในตอนนั้นๆ ค่ะ)

บัตรนี้คือบัตรอะไร? ขออธิบายง่ายๆ เลย มันคือบัตรสำหรับคนที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นที่มีวีซ่าเป็น temporary visitor ที่จะใช้ได้เท่านั้นค่ะ บัตรนี้เป็นบัตรที่สามารถขึ้นรถไฟ หรือบัส หรือเรือเฟอร์รี่ของเครือบริษัท JR ได้ทั้งหมด รวมทั้งชินคังเซนด้วย (มีทั่วประเทศญี่ปุ่น) จะไปไหนก็ได้ทั้งนั้นเพียงแค่ยื่นบัตรนี้ให้พนักงานดู โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม (ยกเว้นบางกรณี) แต่บัตรนี้ต้องจองก่อนจะไปเท่านั้นค่ะ ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วไม่มีให้ซื้อแล้วนะคะ ต้องจองก่อนจะไป และเราต้องนำไปแลกบัตรจริงเมื่ออยู่ญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งไอ้บัตร JR นี้ถ้าเปิดใช้เมื่อไหร่เราต้องใช้ต่อกัน 7 วันเลยนะคะ ไม่งั้นบัตรจะหมดอายุ เพราะฉะนั้นใครจะใช้วันไหน ควรคิดให้ดีก่อน 5555 ว่าสามารถเที่ยวแบบไม่หยุดเจ็ดวันได้รึเปล่า ต้องคิดด้วยค่ะว่าคุ้มไหมที่จะซื้อบัตรนี้ มันมีแบบแยกเป็นตามภูมิภาคด้วยนะ แต่ถ้าแบบ 7 วันอย่างที่บอกนี้จะไปได้หมดทั่วประเทศค่ะ ขอบอกว่าให้คิดหนักๆ ก่อนจะซื้อ เพราะหมื่นนึงไม่ใช่น้อยๆ ถ้าใครไปแต่ละแวกใกล้ๆ ที่จริงก็ไม่จำเป็นค่ะ เหมาะสำหรับคนจะไปเที่ยวแบบข้ามภูมิภาคหรือที่ไกลๆ มากกว่า (อย่างโตเกียวมาโอซาก้าเป็นต้น) เพราะค่าเดินทางที่ญี่ปุ่นแพงมากกกก ชินคังเซนนี่นั่งไปไกลๆ จะเทียบเท่าราคาเครื่องบินอยู่แล้ว 55555

 

มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า...หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย วันที่จะออกเดินทางก็คือวันที่ 30 เมษายนค่ะ ช่วงนั้นปิดเทอมแล้ว พอดีไปกับเพื่อนอีกหนึ่งคนเลยอุ่นใจมาก เคยไปญี่ปุ่นมาเมื่อตอนม.4 แต่ตอนนั้นไปเที่ยวกับคณะทัวร์ แต่คราวนี้เราไปด้วยตัวเอง! คือไม่รู้เลยว่าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น จะเป็นยังไง จะเจอกับอะไร นึกภาพไม่ออกเลย 5555 ตอนนั้นนึกแค่ว่า ขอให้ไอ้เรียนหนึ่งเดือนผ่านพ้นไปโดยไว เพราะใจอยากไปเที่ยว 7 วันรวดโดยใช้บัตร JR มากกว่า 555555 ไปคราวนี้ไปกับสายการบินโคเรียนแอร์ค่ะ เพราะว่าจงใจจะไปแวะเที่ยวเกาหลีต่อตอนขากลับด้วยเลยเลือกที่นี่
 


 

ออกเดินทางตอนค่ำของวันที่ 30 เมษา เราไปถึงสนามบินคันไซวันที่ 1 พค. ตอนสายๆ อารมณ์แบบว่าตื่นเต้นมาก! สนามบินคันไซดูเล็กๆ น่ารัก แลดูอบอุ่นแปลกๆ 5555 หลังจากไปเอากระเป๋าออกมาจากเกทแล้ว ก็เจอคนถือป้ายชูชื่อเรากับเพื่อนไว้เลยค่ะ เลยได้รู้ว่าเซนเซย์คนนี้เขาเป็นคนจีน คอยดูแลนักเรียนที่มาแต่เขาพูดญี่ปุ่นกับอังกฤษได้คล่องมากนะ ซึ่งเพิ่งรู้ว่านอกจากเรากับเพื่อนแล้ว ยังมีคนไต้หวันอีกหนึ่งคนที่มาวันนี้เหมือนกัน

 

เซนเซย์มารับที่สนามบินก็จริง แต่เราก็ต้องขึ้นลีมูซีบัสเพื่อจะเข้าไปใจกลางเมืองโอซาก้าค่ะ ถ้าจำไม่ผิดค่าตั๋วจะ 1500 เยน คือไอ้ลีมูนซีนบัสนี่ถ้าจะพูดให้ถูกมันก็คือรถบัสนี่ล่ะค่ะ 5555 รถคันนี้มีจุดหมายปลายทางที่อุเมดะ

อุเมดะเป็นย่านที่สำคัญของโอซาก้าเลยนะ คือ การเดินทางทุกสิ่งอย่างจะอยู่แถวนี้หมด คือพูดง่ายๆ จะบอกว่าเป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางก็พูดได้นะคะ จะไปขึ้นชินคังเซนก็นั่งจากที่อุเมดะไปอีกสถานีเดียวเท่านั้น ลงที่สถานีชินโอซาก้าก็ไปต่อชินคังเซนได้เลย รถไฟทุกๆ บริษัทก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่ (ที่ญี่ปุ่นมีรถไฟ Local หลายเจ้ามากค่ะ จำชื่อไม่หมด แต่ JR นี่เป็นของรัฐ มันมีทุกที่ในประเทศ)

ลูมูซีนบัสจะปล่อยผู้โดยสารลงที่ท่ารถของเขาที่อุเมดะค่ะ หลังจากนั้นเรากับอุ้ยและเพื่อนไต้หวัน(ที่อายุมากกว่า 555) รวมทั้งเซนเซย์คนจีนก็รอเซนเซย์คนญี่ปุ่นอีกคนขับรถมารับเพื่อพาเราทั้งสามไปที่หอ อารมณ์นั้นแบบว่าตื่นเต้นมาก โหยย ไม่เคยมาโอซาก้ามาก่อน รู้สึกได้เลยว่าที่นี่ดูไม่แออัดเท่าโตเกียว ถามว่าเจริญมั้ย...มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ 555 แต่รู้สึกดูไม่เร่งรีบเท่าโตเกียวนะ (แต่ก็ถือว่าเร็ว คนบ้านเขาเดินเร็วกว่าบ้านเราเยอะมากก) ตึกรามบ้านช่องไม่ได้แออัดเท่าที่โตเกียว แต่ก็ถือว่าเยอะอยู่ดี 55555

 

เซนเซย์คนญี่ปุ่นมาส่งที่หอค่ะ พวกเราก็พากันขนของขึ้นหอ คนไต้หวันอยู่ถัดจากห้องเราไปห้องเดียว ตอนเห็นสภาพห้องแล้วไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะจองหอใหม่ไม่ทันคนเต็มก่อน เลยได้อยู่หอเก่า ซึ่งหอนี้อยู่ห่างจากโรงเรียนที่สุด แต่มันอยู่ใกล้สถานีรถไฟมากที่สุด (ชอบข้อนี้ล่ะ 555 เพราะชอบเที่ยว) แต่มันเป็นหอเก่าที่สะอาดมากค่ะ ห้องคลาสสิคสุดๆ 5555 รู้สึกแบบญี่ปุ่นมากกก ที่สำคัญเจ้าของห้องคนเก่าๆ ทิ้งของใช้เอาไว้เต็มไปหมด แทบไม่ต้องซื้ออะไรใหม่เลย ประหยัดตังค์ไปได้เท่าตัวเลยนะ >.<
 



 

 

หลังจากที่เอาของไปเก็บที่ห้อง เซนเซย์คนจีนก็จะพาพวกเราเดินไปโรงเรียนที่ต้องไปเรียนค่ะ เซนเซย์เขาสั่งว่าให้จำทางให้ดีนะ เพราะพวกเราต้องเดินกลับมาเอง 5555 คือย่านนี้อยู่ห่างจากอุเมดะพอควร ไม่แน่ใจว่าที่ญี่ปุ่นเขาเรียกว่าย่านอะไรนะ แต่ถ้าจะลงที่นี่ต้องลงสถานีคามิชินโจค่ะ อยู่ห่างจากอุเมดะประมาณสามถึงสี่สถานีได้ ย่านนี้เป็นย่านที่คนอยู่อาศัยเยอะ คือไม่ใช่ย่านเที่ยว แต่เป็นย่านที่คนอยู่อาศัยน่ะค่ะ เพราะฉะนั้น สะดวกสบายมาก มีห้างเล็กๆ มีร้านร้อยเยน มีทุกอย่าง มินิมาร์ทนี่ตั้งเรียงกันให้พรึ่บ หลังหอของเราจะเป็นทางไปสถานีรถไฟ ซึ่งมีซุปเปอร์มาเก็ต มีเคเอซฟี แม็คโดนัล ร้านขายอาหาร 24 ชั่วโมงเปิดตลอดค่ะ เปิดมันอยู่ริมถนนอย่างนั้นล่ะ 5555 มันไม่ใช่ห้างเลยนะ คือสามารถเดินไปได้เลย อยู่ริมถนน สะดวกสบายมาก ตอนตีหนึ่งตีสองนี่ออกไปซื้อขนมที่เซเว่นบ่อยมากค่ะ ญี่ปุ่นเดินได้ตลอด ปลอดภัยทั้งคืน แต่ระวังตัวไว้บ้างก็ดีค่ะ แถวนั้นมียากูซ่าด้วย 55555 แต่น้อยครั้งนักที่จะเจอ เคยเจอไกลๆ ไปรอบเดียวเอง

 

เข้าเรื่องต่อ หลังจากที่เซนเซย์คนจีนพาเดินไป รู้สึกได้ว่ามันไกลมากกก คือตอนดูโบชัวร์เขาบอกว่าเดินไปโรงเรียน 15 นาที แต่เรารู้สึกมันนานกว่านั้นอ่ะ 555 (อาจจะเป็นเพราะเพิ่งเคยเดินครั้งแรก) รู้สึกไกลมากจริงๆ เซนเซย์ก็พาไปสอบเพื่อจะคัดเข้าห้องที่ต้องไปเรียนค่ะ สรุปทั้งสามคนได้เรียนห้องคลาส D กันหมด หลังจากนั้นเขาก็พาไปกินข้าวต่อ ข้าวมื้อแรกในญี่ปุ่นจำได้เลยว่าราคา 700 กว่าเยน ตอนนั้นเรารู้สึกว่ามันแพงมากก 555 ก็อยู่ไทยกินจานละ 30 นี่ก็อิ่มแล้วนะ มานี่ของเขาแพงจริงอะไรจริงนะเออ 55555
 



 

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกับเซนเซย์ค่ะ สามสาวต้องเดินกลับหอกันเอง ทีนี้เกิดปัญหา...เนื่องจากบ้านเมืองที่ญี่ปุ่นเป็นระเบียบมาก ซอยทุกซอยรูปร่างจะคล้ายๆ กันบล็อกเดียวกันหมด เอาล่ะสิ...หลงทางเข้าแล้ว 5555 จำไม่ได้ว่าต้องเข้าซอยไหน งมหากันอยู่พักใหญ่ จำได้ว่าต้องเจอร้านดอกไม้แล้วเลี้ยวขวา แต่ก็หาร้านดอกไม้ไม่เจอสักที 5555 กว่าจะหาเจอเล่นเอางงเลยค่ะ ยังไม่หมด พอเข้าซอยถูกแล้วดันไปขึ้นหอผิด! คือหอมันก็ใกล้เคียงกัน สีก็เหมือนกัน อาเมน วิ่งลงกันแทบไม่ทันเลยค่ะ 5555 กว่าจะหาเจอนี่เล่นเอาเหงื่อตก -_-;
 




ร้านดอกไม้เจ้าปัญหา 55555

 

ปัญหายังไม่หมดแค่นั้น เนื่องจากก่อนจะมาก็สมัครโปรโมชั่นโทรศัพท์เอาไว้แล้วนะ ทั้งเรากับอุ้ยแล้ว แต่พอมาถึงที่นี่ เหมือนโทรศัพท์มันจูนกับสัญญาณของที่นี่ไม่ได้ สรุปโทรศัพท์ใช้ไม่ได้ TOT คือเอาง่ายๆ มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ติดต่อกลับไทยไม่ไดสักคนค่ะ พอกลับมาหอ จะเปิดเน็ตเล่น แม่เจ้า...เปิดไม่ได้! เสิร์ชหาไวไฟไม่เจอ! วิ่งพล่านลงไปข้างล่าง ไปถามป้าที่อยู่ด้านล่างตึก (ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับหอนี้ -_-;) เขาบอกว่าเขาไม่มีเน็ตค่ะ ต้องไปคาเฟ่ เราก็แบบ อ้าว อะไรอ่ะ ไหนบอกว่ารวมค่าเน็ตแล้วไง! ตอนนั้งงมาก แล้วกว่าจะคุยกันรู้เรื่องนี้นานมาก เพราะว่าสำเนียงโอซาก้าไม่ใช่ง่ายเลยจ้า -_-^  

สรุปขึ้นห้องไปอย่างหงอยเหงา นั่งระทมทุกข์กับอุ้ยกันอยู่สองคน จะทำยังไงดี ติดต่อคนที่ไทยก็ไม่ได้ ค่ำแล้วด้วย ไม่รู้จะคุยกับเซนเซย์ยังไง คือเหมือนสิ้นหวังแล้วอ่ะ 555555 สรุปสุดท้ายทำอะไรไม่ได้ เรากับอุ้ยก็เลยหลับค่ะ (ฮา) นอนกันไปสองสามชั่วโมงได้ ตื่นมาเศร้ากันต่อ คิดแต่ว่าป่านนี้คนที่ไทยคงงง มันหายไปไหนกันเลยไม่ติดต่อมา -_-
 

แต่แล้วเสียงสวรรค์ก็มาโปรด เมื่อเพื่อนชาวไต้หวันมาเคาะห้อง! เขาขอเข้ามาดูห้องค่ะ เลยเข้ามานั่งคุยกัน เราก็เลยถามเขาไปว่าเขาเล่นเน็ตได้มั้ย เขาบอกว่าเล่นได้ เราก็อ้าวเลย =O=! แล้วเหตุอันใดเราถึงไม่ได้!

สุดท้าย...ก็ได้รู้ว่าเราโง่ไปเอง 55555555

คือที่ญี่ปุ่น ตามหอพักส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไวไฟค่ะ (แต่ก็ไม่ทุกที่นะคะ) ที่นี่หวงเน็ตมากจริงๆ นะ 5555 ที่นี่ใช้สายแลนต่อเข้ากับคอมค่ะ หลังจากที่เพื่อนไต้หวันบอก เลยมองหาสายแลนในห้อง สรุปเขาเตรียมไว้ให้แล้วสองอัน =_= โอ้โห แค้นมาก เสียเวลาอยู่ตั้งนาน ถ้ารู้ตั้งแต่แรกได้เล่นไปแล้ว!

สุดท้ายก็ดีใจน้ำตาไหลพราก (เว่อร์) ติดต่อกับคนที่ไทยได้แล้ว เย้!

 แต่เล่นดึกมากไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้มีเรียน 5555 โหดจริงอะไรจริงค่ะ มาถึงปุ๊บ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนเลย ก่อนจะหยุดยาวเพราะเราดันไปตรงกับช่วง โกลเด้นวีค ของญี่ปุ่นพอดีเลยหยุดเรียนหลายวันไปเลย 55555
 

 

 

วันต่อมา ด้วยความเว่อร์กลัวไปเรียนไม่ทันค่ะ กะเวลาไม่ถูกว่าต้องไปกี่โมงถึงจะเดินไปถึงโรงเรียนไม่สาย เลยออกจากหอกันตั้งแต่ 8 โมง ทั้งที่เรียนตอน 8.55 น. แล้ววันนั้นจำได้ว่าออกจากหอฝนตก แล้วหนาวมากกก! หนาวสุดๆ เดินฝ่าฝนพร้อมความหนาวออกมา ทั้งที่เมื่อวานแบบอากาศเฉยๆ มาก ไม่หนาวเลยอ่ะ 555555 ไม่รู้เพราะหนาวเกินไปรึเปล่าเลยทำให้ถึงโรงเรียนเร็วเว่อร์ค่ะ 15 นาทีถึง =_=^ คือมาถึงเช้าไปมั้ยอ่ะ 5555 เรากับอุ้ยมาถึงเป็นสองคนแรกของห้องเลย ตอนนั้นแอบตื่นเต้นนะ เพราะไม่รู้เพื่อนในห้องจะเป็นยังไง คือก็พอรู้มาว่าถ้าแถบโอซาก้า จะเป็นนักเรียนที่มาจากจีนซะส่วนใหญ่ แล้วแต่ก่อนเราค่อนข้างอคติค่ะ 555 คือไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ความรู้สึกมันแบบไม่อยากเรียนกะคนจีนเลย (แต่หลังจากมีเพื่อนๆ จีนเปลี่ยนความคิดเลยค่ะ >.<) คือแต่ละคนที่เข้ามาในห้อง ดูงงๆ ที่เห็นเรากับอุ้ยนั่งอยู่ เพราะเรามาใหม่ 555 สรุปห้องนี้มีนักเรียนไทยสามคน (เรา อุ้ย และติว เพื่อนที่มาตั้งแต่เมษา) ไต้หวันหนึ่งคน เกาหลีหนึ่งคน และที่เหลือก็เป็นคนจีนหมดเลยค่ะ ความรู้สึกวันแรกที่มาเรียนก็งั้นๆ นะ แอบเบื่อ อาจจะเป็นเพราะยังไม่รู้จักใคร และยังอคติอยู่ 55555 แต่จะเข้าช่วงโกลเด้นพอดี และมันก็เป็นวันเด็กของญี่ปุ่นด้วย เซนเซย์เลยให้พับอะไรสักอย่างใส่หัว (ไม่ค่อยรู้เรื่องจริงๆ นะ ทำตามเขา 5555) ก็รู้สึกสนุกดีค่ะ
 




 

วันแรกที่มานี่ไม่รู้จักใครเลยจริงๆ คุยแต่กับเพื่อนไทย และไม่ได้มีอารมณ์อยากจะไปทำความรู้จักคนอื่นด้วย (หยิ่งน่าตบมาก 5555) แต่หลังจากโกลเด้นวีคผ่านไป ความคิดก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้รู้จักกับเพื่อนจีน >_< และหลังจากนั้นชีวิตก็ผกผันเมื่อได้สนิทกับหนุ่มจีนสองนาย 55555 ติดตามที่เที่ยว และเรื่องราว ฮาๆ + ดราม่า รวมทั้งเรื่องหัวใจสุดฮาได้หลังจากนี้
 


 

 

ตอนหน้าเป็นช่วงโกลเด้นวีค จะพาไปเที่ยวเกียวโต โกเบ กันค่ะ ^O^ จุ๊บๆ











Matesoul my
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #114 宁仙 หนิงเซียน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 00:18
    สนุกจุงงงง
    #114
    0
  2. #34 minijaniiz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 22:50
    พี่ออมน่ารักมากเลยย ติดตามค่าติดตาม + +
    #34
    0
  3. #33 Koi Jang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 10:04
    สนุกดีอ่ะพี่ออม
    มีเรื่องหัวใจด้วยอ้ะ  พี่นอกใจพี่คนนั้นแล้วหรออ หรือยังไง งงง้ะ? ><
    แล้วพี่คนนั้นไปไหนแย้ววว

    #33
    0
  4. #32 minniesp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 15:47
    อยากไปอะ ตอนที่พี่ออมอยู่ที่เจแปนก็ติดตามอยู่ห่างๆในเฟสตลอดเลย
    #32
    0
  5. #31 ϟแดทูบิบิ ✖✖ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 20:47
    อ๊ายยยย หนุชอบบบมากก >< 
    #31
    0
  6. #30 'อันดามัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 20:23
    รอพี่ออมพาไปเที่ยวเกียวโตอยู่นะคะ รีบๆมาอัพน้า~ ชอบอ่านมากเลยค่ะ
    เพราะช่วงพี่ออมไปก็ติดตามอยู่ในเฟสตลอด =..= ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง
    อยากฟังเจ้าตัวเล่าใจจะขาดอยู่แล้วว่าสนุกแค่ไหน เพราะตัวเองชอบเจแปนมากกกก
    อยากฟังตอนเทศกาลอาหารไทยที่พี่ออมไปมากกกกกก เห็นคลิปแล้วชอบ >///<
    #30
    0
  7. #29 .° h yunnie ` (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 20:11
    อยากไปปปปปปปปปปปปปป *-*
    อิจฉาพี่ออมง่ะ ไปยุ่นแล้วไปเกาหลีต่ออีก โฮฮฮฮฮฮฮฮ
    #29
    0
  8. #28 MaanoiiZ★ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 19:48
    น่าไปจังเลยยย มาเล่าต่อไวๆนะค้าา
    #28
    0
  9. #26 daarw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 20:25
    น่าไปจังงงเลย ความฝันเลยนะคะเนี่ย ~~
    #26
    0
  10. #25 นักอ่าน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 18:14
    ฮือออออ อยากไปเลย ;_; พี่ออมใจร้าย เค้าอยากไปญี่ปุ่นอยู่ด้วย เล่าซะสนุกเลย แงๆๆๆ

    แอบเดาไว้ว่านิยายคราวหน้าที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นจะเป็นเรื่องของชินหรือเปล่า ๕๕
    #25
    0
  11. #24 WSาว >.^ B2ST_B2UTY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 15:35
    สุดยอดพี่ออม!!  อ่านแล้วอยากไปอ่าา
    #24
    0
  12. #23 Ni_นิว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 10:50
    แหน่ะ... แอบมีเรื่องหัวใจด้วย ><
    รักระยะไกลรึเปล่าหนอ! 
    #23
    0
  13. #22 Ployshiny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 08:55
    สนุกมากค่าาาาาาาา >O< // พี่ออมสวยมาก *0*
    #22
    0
  14. #21 boom boomm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 04:09
    สนุกมากค่ะพี่ออม อยากรู้เรื่องหัวใจอ่ะ แอร๊ยยย >   <  55555
    #21
    0
  15. #20 JANZzii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 18:48
    สนุกอ้ะพี่ออม ! เหมือนไปเจอเหตุการณ์จริงเอง 5555555555
    ติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ ><
    #20
    0
  16. #19 Queen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 18:35
    ว้าววว สุดยอดอ่ะพี่ออม
    อยากไปสุดๆ อยากไปเกาหลี ฮิๆ
    #19
    0
  17. #18 HA KAO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 15:51
    อยากไปจังแต่มันติดอยู่ที่ว่า ไม่มีงบ -0-
    #18
    0
  18. #17 nut (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 15:48
    อยากไปบ้างงจังค่าา >
    #17
    0
  19. #16 jade :) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 15:09
    ว้าววว พี่ออมเล่าแล้วอยากไปเลยอะ แต่ไม่รู้ว่าโอกาสนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
    ปล.ผช.ที่ผมสีน้ำตาลแล้วใส่แว่น น่ารักจังเลยอะ คิคิ
    #16
    0
  20. #15 may_me.kuma (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 14:30
    อ่านแล้วอยากไปเลยค่ะ
    เพลินมาก พี่ออมบรรยายสนุกเห็นภาพด้วย > <
    ติดตามนะคะ
    #15
    0
  21. #14 thetwinkle (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 14:20
    ติดตามค่าาา
    อยากไปบ้างงงงงง TOT
    #14
    0
  22. #13 kusu kusu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 13:32
    ติดตามค่า พี่ออมเล่าสนุกมากเลย ><
    #13
    0
  23. #10 ying (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 09:36
    อิจฉาพี่ออมจัง T^T อยากไปบ้างงงง ดูน่าสนุกดีอ่ะค่ะ >.< พี่ออมเล่าสนุกจัง 555 รออ่านต่ออยุ่นะคะ
    #10
    0
  24. #9 ซัลเฟอร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 09:01
    น่าไปเที่ยวจัง ^^
    เล่าเรื่องได้สนุกสนานมากกก
    #9
    0
  25. #8 MonkeyM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 08:50
    ง่าาาาา อยากไปบ้างอ่าาาา T^T 

    อิจฉายังเบยยยยยยย =3=
    #8
    0