- { Behind The Illusion } - // [ exo snsd got7 ]

ตอนที่ 8 : - { Behind the illusion } - // บทที่ ๐๗ : โปรดิวเซอร์คนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ส.ค. 60




























หลังจากที่ไม่สามารถจะกลับบ้านได้ตามอย่างที่ใจหวังเจสสิก้าจึงทำได้เพียงแค่มานั่งพ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่ายและเซ็งกับบรรยากาศในตอนนี้ ทั้งที่เธอพยายามจะตีตัวออกห่างจากเขาแต่ทุกครั้งเธอก็ต้องเจอกับเขาในสถานการณ์ที่บางทีมันก็บีบบังคับอย่างเช่นในตอนนี้

 

“พี่ซูยองเรากลับกันได้หรือยัง?” เจสสิก้าเอ่ยปากถามพี่ผู้จัดการส่วนตัวของตัวเองที่กำลังนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจนไม่สนใจสิ่งมีชีวิตอย่างเธอเลยสักนิด #ให้ตายเถอะ

 

“เธอถามคำถามนี้กับพี่เป็นรอบที่ล้านแปดแล้วนะ” ซูยองหันมาบอกแกมบ่นคนอายุน้อยกว่าที่เอาแต่พูดว่าจะกลับอยู่ท่าเดียว

 

“ก็ฉันไม่อยากอยู่ต่อแล้วนี่ ฉันง่วงแล้ว” เจสสิก้าบอกด้วยน้ำเสียงงอแงเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 

“ก็พี่บอกแล้วไงว่าถ้าเธออยากกลับก็หาทางกลับเองสิ” ซูยองบอกอย่างไม่แยแสเด็กในความดูแลของตัวเองอย่างเจสสิก้าเลยสักนิด

 

“พี่ไม่ห่วงฉันเลยเหรอไง?” เจสสิก้าถามซูยองเสียงแข็ง

 

“ไม่อ่ะเธอโตเกินกว่าจะห่วงแล้ว J” ซูยองตอบกลับเจสสิก้าอย่างกวนๆพลางส่งยิ้มไปให้

 

“พี่ซูยอง!” เจสสิก้าเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงดุพลางมองหน้าอย่างคาดโทษแต่คนอายุมากกว่ากลับไม่คิดจะสนใจมันเลยสักนิดเจสสิก้าจึงตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยงทันทีโดยไม่รู้ว่ามีคนที่แอบมองอยู่ห่างๆก็เดินตามออกไปด้วยในเวลาต่อมา

 

เมื่อออกมาจากห้องจัดงานแล้วเจสสิก้าก็เลือกจะมาทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากที่จัดงานเลี้ยงเท่าไหร่แต่ก็นั่งได้ไม่นานเจสสิก้าก็ต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองเนื่องจากช่วงนี้อากาศค่อนข้างเย็นทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมากะทันหัน แต่จู่ๆก็มีเสื้อของใครบางคนมาคลุมที่ไหล่ของเธอทำให้เธอหันไปมองโดยอัตโนมัติ

 

“จินยอง..” เอ่ยเรียกชื่อของคนที่หวังดีเอาเสื้อสูทตัวนอกของเขามาคลุมให้เธออย่างจินยองซึ่งเขาก็ยกยิ้มให้ก่อนจะถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆโดยไม่รอฟังคำอนุญาตของอีกฝ่าย

 

“งานไม่สนุกเพราะผมเหรอครับ?” เมื่อทิ้งตัวลงนั่งได้จินยองก็เปิดปากถามคนอายุมากกว่าทันที

 

“ปะ...เปล่าพี่แค่อยากออกมาเดินเล่นเฉยๆ” เมื่อโดนถามคำถามที่ตรงไปตรงมาของคนตรงหน้าก็ทำเอาเจสสิก้าแทบหาปากไม่เจอก่อนจะตอบออกไปพลาวเบนสายตาไปทางอื่นอย่างไม่อยากไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย

 

“พี่โกหกไม่เนียนเหมือนเดิมเลยนะครับ” จินยองหัวเราะหึหึเล็กน้อยก่อนจะพูดพลางส่งยิ้มบางๆไปให้จนทำให้เจสสิก้าเกิดรู้สึกผิดระคนอึดอัดขึ้นมาในทันที

 

“โอเค ที่พี่ออกมาก็แค่ไม่อยาก…เห็นหน้าของนาย” เมื่ออีกคนทำท่าว่าจะรู้ว่าเธอออกมาเพราะอะไรเจสสิก้าจึงยอมเปิดปากตอบออกไปตามจริงแต่อีกคนกลับไม่ได้มีอาการเศร้าหรือเสียใจแม้แต่นิดเอาแต่ยกยิ้มจนเจสสิก้าอดจะเอ่ยถามไม่ได้

 

“นี่นายไปกินยาผิดสำแดงหรือเปล่าเอาแต่ยิ้มอยู่ได้?” เจสสิก้าเอ่ยถามพลางยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากของจินยองอย่างลืมตัว

 

“ผมดีใจที่พี่ยอมคุยกับผมดีๆ J” จินยองตอบพลางฉีกยิ้มให้กว้างกว่าเดิมยิ่งทำเอาเจสสิก้างุนงงมากขึ้นไปอีก

 

“ท่าทางนายจะบ้ามากขึ้นไปแล้วนะแค่พี่คุยด้วยมันน่ามีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ?” เจสสิก้าถามพลางดึงมือกลับมาให้อยู่บนตักเหมือนเดิม

 

“ถ้าเทียบกับที่ผ่านมามันก็มีความสุขมากนะครับ” จินยองบอกโดยที่ปากก็ยังไม่ยอมหุบยิ้มลงเสียที

 

“เอ่อ..นายต้องการจะพูดอะไรกับพี่หรือเปล่า?” เจสสิก้าที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อจึงเปิดปากถามต่อเพราะเธอคิดว่าจินยองอาจจะมีเรื่องอยากจะพูดกับเธอ

 

“ผมอยากคุยกับพี่เกี่ยวเรื่องวันนั้น…” เมื่อเห็นว่าอีกคนเปิดทางให้จินยองก็ไม่รอช้าที่เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังมากขึ้น

 

“ไม่ต้องหรอกนายจะมาพูดตอนนี้พี่กับนายก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อยู่ดีถ้าจะพูดเรื่องวันนั้นพี่ขอตัวกลับเข้าไปในงานนะ” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงเรื่องอะไรภาพความทรงจำในอดีตก็หวนกลับมาเข้าในสมองเธอจึงออกปากเชิงห้ามอีกคนก่อนจะลุกขึ้นพรวดพราดแล้วเดินเข้างานทันทีโดยทิ้งให้จินยองนั่งหน้าเศร้าพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ

 

 

“เจสสิก้ากลับบ้านได้แล้วนะเธอเมามากแล้ว” เสียงของซูยองดังขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพราะหลังจากที่เจสสิก้าเดินออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาก็เอาแต่ดื่มแอลกอฮอล์เสมือนมันเป็นน้ำเปล่า

 

“ฉันไม่ได้มาววววน้า!~~ เพ่ซูยองงอย่าใส่ร้ายเซ่!~” เจสสิก้าปรือตาขึ้นอย่างยากลำบากพลางเปิดปากตอบซูยองแล้วยกยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ไม่เมาอะไรกันล่ะเธอเริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ” ซูยองเปิดปากบ่นพลางแย่งแก้วเหล้าที่อยู่ในมือของเจสสิก้ามาซึ่งอีกคนก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจพลางเอื้อมมือไปหมายจะแย่งแก้วนั้นกลับมาแต่ติดว่าซูยองวางมันไกลเกินกว่าที่เจสสิก้าจะเอื้อมไปหยิบมันได้

 

“ฮึ่ม! เอาแก้วมานะเพ่!~~” เจสสิก้าส่งเสียงคำรามในลำคออย่างหงุดหงิดพลางเปิดปากสั่ง

 

“ไม่ต้องดื่มแล้วกลับบ้านเถอะพี่จะไปส่ง” ซูยองบอกเสียงเข้มแต่อีกคนกลับไม่มีท่าทีว่าจะทำตามเลย

 

“ฉันไม่อยากกลับล้าววว~” เจสสิก้าตอบพลางมุ่ยหน้าเล็กน้อยอย่างหงุดหงิดระคนขัดใจ

 

“แต่เธอเมาแล้วนะอีกอย่างถ้ามีนักข่าวมาเห็นเธอสภาพนี้คงไม่ดีแน่” ซูยองบอกเชิงเอ่ยเตือนแต่พูดไปก็เท่านั้นเพราะตอนนี้เจสสิก้าแทบไม่สติอยู่กับตัวเลยจนในที่สุดเธอก็ฟุบหลับไปเฉยๆ

 

“เจสสิก้าๆๆ โอ๊ยยยย!~ มาเมาแล้วหลับอะไรตอนนี้ล่ะพี่แบกเธอไปที่รถไม่ไหวหรอกนะ” เมื่อเห็นว่าอีกคนฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะก่อนจะนิ่งไปซูยองจึงส่งเสียงเรียกพลางเขย่าร่างของเจสสิก้าแรงๆแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกคนจะโต้ตอบกลับมาพลางเปิดปากบ่นก่อนจะกวาดสายตามองหาคนที่พอจะช่วยเหลือเธอได้

 

“พี่เจสสิก้าเป็นอะไรไปเหรอครับ?” แต่จู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นข้างๆหูซูยองจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นจินยองคนที่เจสสิก้าเคยเล่าให้ฟังว่าเคยคบกัน

 

“เมาน่ะสิไม่รู้ว่าไปมีเรื่องอะไรถึงได้ดื่มหนักเหมือนดื่มน้ำเปล่าเลย” ซูยองตอบพลางบ่นเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวอย่างเอือมระอากับภาพตรงหน้าที่ไม่เหลือคราบของนางร้ายแม้แต่นิด

 

“ผมช่วยพาไปที่รถมั้ยครับ?” จินยองบอกเชิงอาสาซึ่งซูยองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มพลางส่งสายตาเชิงขอบคุณให้กับอีกคนวิบวับ

 

“นั่นเป็นคำพูดที่ดีมากช่วยหน่อยนะ J” ซูยองบอกพลางส่งยิ้มขอบคุณไปให้ก่อนจะหลีกทางให้จินยองได้แบกร่างของเจสสิก้าได้สะดวกส่วนเธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าของเธอและของเจสสิก้ามาถือไว้แล้วเดินนำไปที่รถโดยมีจินยองที่อุ้มร่างไร้สติของเจสสิก้าตามหลัง

 

“รถคนนี้แหละ” เมื่อเดินมาถึงรถของตัวเองก็เปิดปากบอกพลางปลดล็อครถ

 

“แล้วตอนถึงที่นั่นพี่จะพาพี่เจสสิก้าเข้าบ้านไหวเหรอครับ?” จินยองถามด้วยความเป็นห่วงซึ่งซูยองก็มีท่าทีชะงักเล็กน้อยพลางคิดตามที่คนตรงหน้าพูด

 

“จริงด้วยสินะแล้วทำไงดีล่ะ...งั้นพี่ฝากนายไปส่งหน่อยได้มั้ยล่ะ? เดี๋ยวพี่บอกทางไปเอง” ซูยองบอกอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่จินยองเอ่ยออกมาก่อนจะเปิดปากบอกแกมสั่งกลายๆ

 

“ผมไม่มีปัญหาหรอกครับแต่ถ้าเกิดนักข่าวมาเห็นผมกลัวพี่เจสสิก้าจะเสียหาย” จินยองบอกพลางทำหน้าเครียดเล็กน้อย

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่มีเส้นทางให้นายไปส่งเจสสิก้าโดยที่นักข่าวไม่รู้อีกอย่างคอนโดที่เจสสิก้าพักอยู่ก็เป็นคอนโดที่พี่สืบมาอย่างดีแล้วว่าไม่มีนักข่าวเข้าไปเพ่นพ่านส่วนคนในคอนโดส่วนใหญ่ก็เป็นคนในวงการหมดไม่ต้องห่วงไปหรอก” ซูยองบอกเชิงสาธยายให้อีกคนฟังพลางส่งยิ้มบางๆไปให้

 

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่มีปัญหาครับ” จินยองบอกพลางส่งยิ้มกลับไปให้ซูยองก่อนที่ซูยองจะหยิบกระดาษเปล่าขึ้นมาแล้วหันไปจดแผนที่คร่าวๆให้กับจินยองเมื่อเขียนเสร็จก็ส่งให้พร้อมกับกระเป๋าถือของเจสสิก้า

 

“พี่ฝากด้วยนะ” ซูยองบอกก่อนจะที่เธอจะเดินอ้อมไปขึ้นทางฝั่งคนขับแล้วสตาร์ทเครื่องขับออกไปทิ้งให้จินยองยื่นแบกร่างของเจสสิก้าก่อนที่เขาจะเดินไปยังรถของตัวเองแล้วใช้มือข้างหนึ่งเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับหลังจากที่ปลดล็อครถแล้วพลางวางร่างของเจสสิก้าลงบนเบาะอย่างทะนุถนอมโดยไม่ลืมที่จะจัดท่าให้คนหลับไร้สตินั่งได้สบายก่อนจะปรับเบาะให้เอนไปข้างหลังเล็กน้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิเนจินยองก็เดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปตามเส้นทางในแผนที่ที่ซูยองวาดให้

 

 

ไม่นานจินยองก็ขับรถมาหยุดตรงด้านหลังคอนโดตามที่ซูยองเขียนซึ่งมันก็ทำให้เขาสบายใจหน่อยเพราะด้านหลังของคอนโดค่อนข้างเป็นมุมอับคนไม่ค่อยเดินพลุ่งพล่านเลยทำให้สบายใจได้ว่าปลอดจากนักข่าวร้อยเปอร์เซ็น!

 

หลังจากที่จินยองจอดรถเป็นที่เรียบร้อยเขาก็ไม่รอช้าที่จะลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูทางด้านฝั่งคนขับก่อนจะช้อนตัวเจสสิก้าขึ้นมาโดยไม่ลืมปิดประตูและล็อคอย่างเคยแล้วอุ้มร่างของเจสสิก้าเดินเข้าไปภายในคอนโดทันที เมื่อเขาขึ้นลิฟต์จนมาถึงชั้นตามที่ซูยองบอกมาระหว่างทางที่อุ้มร่างของเจสสิก้ามาเธอก็เอาแต่พูดโน่นพูดนี่ไม่หยุดปากทั้งที่เปลือกตาก็ยังปิดอยู่

 

“จินยองคนบ้า!” ในขณะที่จินยองกำลังเปิดประตูของห้องเจสสิก้าเขาก็ต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของเขาที่หลุดออกมาจากปากของอดีตคนรัก

 

“พี่ละเมอเหรอ?” เอ่ยถามพลางจ้องมองใบหน้าแล้วเลื่อนมาที่ริมฝีปากบางของเจสสิก้าที่ขมุบขมิบเหมือนกำลังบ่นอะไรสักอย่างก่อนที่เขาจะละสายตาจากมันแล้วพาร่างของตัวเองที่อุ้มร่างของเจสสิก้าเข้าไปภายในห้องของเธอ

 

“จินยองคนนิสัยไม่ดี! กลับมาให้เห็นหน้าอีกทำไมเล่า!!” หลังจากที่จินยองวางร่างของเจสสิก้าลงบนเตียงนอนโดยไม่ลืมจะจัดท่าให้คนอายุมากกว่านอนให้สบายที่สุด ซึ่งในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไปนั้นเจสสิก้าก็พูดขึ้นมาอีกครั้งทำให้เขาต้องชะงักเท้าแล้วหมุนตัวกลับมาเพื่อจะรอฟังว่าเจสสิก้าจะพูดอะไรต่อ

 

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาเจออีกไง! รู้มั้ยมันหวั่นไหวนะเว้ย..หึ่ย!!” เจสสิก้าละเมอพูดออกมาพลางส่งเสียงคำรามในลำคอแต่คำพูดของร่างบางกลับทำให้คนอายุน้อยกว่ามองเธออย่างมีหวังก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ทำแบบนี้มันนิสัยไม่ดีชัดๆ จินยองคนเลว!” เจสสิก้าก็ยังคงละเมอพูดออกมาพลางพลิกตัวเล็กน้อย

 

“ที่พี่พูดมามันออกมาจากใจพี่จริงๆเหรอ?” จินยองเปิดปากพูดเชิงถามคนที่นอนไร้สติพลางหยิบผ้าห่มที่หล่นลงไปขึ้นมาคลุมให้เหมือนเดิมพลางจ้องมองใบหน้าที่ของเจสสิก้าที่กำลังหลับอยู่อย่างมีหวังก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาเมื่อลองนึกถึงสิ่งที่คนอื่นเคยๆพูดกันว่า...คนเมามักจะพูดอะไรที่เก็บไว้ในใจออกมาเสมอ

 

“แล้วเจอกันใหม่นะครับ J” จินยองบอกกับร่างไร้สติของเจสสิก้าก่อนจะยกยิ้มพลางเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ลงมาปรกหน้าของเจสสิก้าอย่างอ่อนโยนแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของเจสสิก้าด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

 

ไลน์!~

 

แสงแดดอ่อนๆที่เริ่มสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านสีอ่อนมากระทบกับผิวเนียนของเจสสิก้าเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าตอนนี้เข้าสู่เช้าวันใหม่แล้วส่งผลให้เธอมุ่ยหน้าเล็กน้อยก่อนจะพลิกตัวหนีแสงแดดนั่นแต่แล้วเสียงเตือนจากแอพพลิเคชั่นไลน์ก็ดังขึ้นทำให้จากตอนแรกคิดว่าจะนอนต่อเลยต้องเปลี่ยนความคิดเป็นเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ปกติจะอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงแต่ก็ไม่พบทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยทั้งที่เปลือกตาก็ยังคงปิดอยู่ก่อนจะลืมตาขึ้นพลางปรับโฟกัสการมองเห็นแล้วเด้งตัวลงขึ้นนั่ง

 

“โทรศัพท์ไปไหนล่ะ?” เปิดปากบ่นพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองมาลองเปิดแล้วควานหาสุดท้ายก็เจอจนได้

 

“เมื่อคืนลืมเอาออกเหรอเนี่ย?” เจสสิก้าพูดกับตัวเองอย่างงุนงงพลางนึกย้อนไปถึงเมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่แล้วก็ต้องหยุดความคิดทุกอย่างเมื่อจู่ๆเธอก็เกิดปวดศีรษะขึ้นมากะทันหัน

 

“โอ๊ย!~~ ทำไมปวดหัวแบบนี้เนี่ย! หรือว่า...ไม่น่าเลยยัยเจสสิก้าเอ๊ย!” ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะบ่นพลางพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วพอนึกขึ้นได้ก็อดจะต่อว่าตัวเองไม่ได้ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ

 

พี่ซูยอง : ตื่นหรือยังเนี่ย?

เจสสิก้าจอง : เพิ่งตื่นเองพี่ตอนนี้ปวดหัวมากกกกก T^T

พี่ซูยอง : สมควรสิ! เมื่อคืนเธอดื่มหนักจนพี่แบกเธอไม่ไหวเลยนะ

เจสสิก้าจอง : แต่พี่ก็เก่งนะ ที่พาฉันมาส่งถึงคอนโดได้อ่ะ

พี่ซูยอง : เก่งบ้าอะไรกันล่ะพี่ไม่ได้ไปส่งเธอสักหน่อย

เจสสิก้าจอง : อ้าว! ถ้าพี่ไม่ได้มาส่งฉันแล้วใครมาส่งล่ะคะ?

พี่ซูยอง : จินยองน่ะ J

เจสสิก้าจอง : พี่ว่าอะไรนะ!!! O_O

 

เมื่ออ่านข้อความที่ผู้จัดการส่วนตัวอย่างซูยองส่งมาเจสสิก้าก็แทบทำอะไรต่อไม่ถูกทำได้เพียงแค่อึ้งกับช็อคก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นตบที่หน้าผากไปหนึ่งทีอย่างคิดหนัก

 

“กรี๊ดดดดดดดด!! เมื่อคิดเผลอหลุดพูดอะไรออกไปหรือเปล่าเนี่ย” เจสสิก้ากรีดร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์ที่มันอัดอั้นอยู่ภายในหัวใจก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างคิดหนักเพราะแทยอนเคยเล่าให้ฟังว่าเวลาเธอเมาเมื่อไหร่ความในใจทุกอย่างที่เธอมีมันจะหลุดออกมาทั้งหมด!

 

ไลน์!~

 

เสียงเตือนของไลน์ดังอีกครั้งหนึ่งแต่มันก็ไม่ได้เรียกให้เจสสิก้าสนใจในทีเดียวตอนนี้เธอแค่กำลังนึกว่าเมื่อคืนเธอคงไม่เผลอหลุดพูดอะไรออกไปใช่มั้ยแต่คิดแล้วคิดอีกก็ไม่มีท่าทีว่าจะนึกออกเธอจึงหันไปสนใจโทรศัพท์อีกครั้งหนึ่ง

 

พี่ซูยอง : ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นล่ะ?

เจสสิก้าจอง : พี่ก็รู้นี่คะว่าเวลาฉันเมาแล้วจะพูดอะไร

พี่ซูยอง : แล้วเธอจะไปเครียดอะไรล่ะ? หรือว่าเธอยังแคร์จินยองอยู่

เจสสิก้าจอง : เปล่านะพี่! ฉันไม่ได้คิดอะไรแล้วพี่ก็รู้ว่าฉันเป็นพวกเจ็บแล้วจำ

พี่ซูยอง : แต่พี่ดูแล้วจินยองยังรักเธออยู่นะพี่อยากให้เธอลองให้โอกาสเขาดู

เจสสิก้าจอง : พี่กำลังหักหลังฉันเหรอคะ?

พี่ซูยอง : พี่ไม่ได้หักหลังแค่อยากให้เธอลองให้โอกาสเขาดูคนทุกคนย่อมผิดพลาดกันได้นะ

เจสสิก้าจอง : แต่เขาทำเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าฉันจะให้โอกาสนะ

พี่ซูยอง : พี่ดูออกนะว่าเธอก็ยังรักจินยองอยู่ลองเปิดใจดูใหม่สิบางทีสิ่งที่เธอคิดอาจจะผิดตลอดก็ได้นะ

เจสสิก้าจอง : นี่พี่กำลังทำฉันไขว้เขวนะ

พี่ซูยอง : ช่างเถอะเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา อ่อ! วันนี้เธอมีคิวถ่ายละครตอน 10 โมงนะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวพี่เข้าไปรับ

เจสสิก้าจอง : ค่ะ ส่วนเรื่องนั้นฉันจะลองคิดดู

 

เมื่อโต้ตอบกันจนอีกฝ่ายเงียบไปเจสสิก้าก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างคิดหนักก่อนจะหย่อนขาเรียวสวยของเธอแล้วยันกายลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระล้างร่างกาย

 

 

#ที่กองถ่ายละคร Beauty Girl

หลังจากที่ซูยองขับรถไปรับเจสสิก้ามาส่งที่กองถ่ายแล้วก็ต้องรีบออกไปเพราะเธอมีคิวที่ต้องไปดูแลนักแสดงคนอื่นอีก อันที่จริงในตอนแรกเธอก็เป็นผู้จัดการให้แค่เจสสิก้าคนเดียวแต่ด้วยช่วงนี้นักแสดงหน้าใหม่ก็เริ่มมีมากขึ้นแล้วจะหาคนดูแลก็ยากทางบริษัทเลยขอให้เธอช่วยไปดูแลแทน

 

“เป็นอะไรอ่ะเห็นทำหน้ายู่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” แทยอนถามเจสสิก้าด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วงเพราะตั้งแต่ที่เจสสิก้าเริ่มอ่านบทก็เอาแต่ยกมือขึ้นนวดขมับเป็นระยะ

 

“ปวดหัวอ่ะคงเป็นผลจากที่ดื่มหนักเมื่อคืนแหละ” เจสสิก้าตอบในขณะที่มือก็ยังคงออกแรงนวดที่ขมับเหมือนเดิม

 

“อย่าบอกนะว่าตอนฉันกลับแล้วแกก็ยังไม่เลิกดื่มอ่ะ?” แทยอนถามพลางจ้องหน้าเจสสิก้า

 

“อื้ม!” เจสสิก้าตอบพลางพยักหน้า

 

“แล้วแบบนี้แกจะถ่ายไหวเหรอวะ? วันนี้มีแต่ซีนถ่ายออกแดดทั้งนั้นเลยนะ” แทยอนถามเจสสิก้าอย่างเป็นห่วงเพราะเธอไปถมผู้กำกับมาแล้วว่าวันนี้จะถ่ายแต่ซีนที่จำเป็นต้องออกแดด

 

“ไหวดิ! ฉันแค่ปวดหัวนะอีกอย่างกินยาไปแล้วด้วยเดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละ” เจสสิก้าตอบเสียงมั่นคงพลางส่งยิ้มไปให้

 

“ไม่ไหวก็บอกนะอย่าฝืน” แทยอนบอกแกมสั่งเจสสิก้าเล็กน้อยซึ่งอีกคนก็พยักหน้าตอบรับก่อนที่ทั้งคู่จะอ่านบทต่อ

 

เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงการถ่ายทำก็เริ่มขึ้นโดยซีนแรกของวันนี้เริ่มด้วยซีนของแทยอนที่เป็นคนถ่ายก่อนโดยในขณะนั้นเจสสิก้าก็นั่งอ่านบทอยู่ในที่ร่มพลางให้ช่างแต่งหน้าได้แต่งแต้มสีสันบนใบหน้าของเธอก่อนจะถึงเวลาเข้าฉาก

 

“ทำไมวันนี้พี่ดูไม่ค่อยโอเคเลยอ่ะ? ไม่เสบายเหรอครับ?” มาร์คที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆกับเจสสิก้าเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงและจากสังเกตสีหน้าของคนอายุมากกว่ามาได้สักระยะแล้ว

 

“พี่ปวดหัวน่ะพอดีเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย J” เจสสิก้าตอบพลางส่งยิ้มบางๆไปให้

 

“แล้วพี่จะถ่ายไหวเหรอ? วันนี้ออกแดดอย่างเดียวเลยนะ” มาร์คถามด้วยความเป็นห่วงพลางทอดสายตามองไปรอบๆที่วันนี้แดดดูจะแรงกว่าทุกวัน

 

“ถามเหมือนแทยอนเลยนะ” เจสสิก้าเปิดปากแซวเล็กน้อยเพราะคำพูดแบบนี้แทยอนก็เพิ่งพูดกับเธอไม่นานนี่เอง

 

“ก็ผมเป็นห่วงพี่นี่นาหน้าตาพี่ดูไม่ค่อยดีเลย” มาร์คบอก

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่าพี่แค่ปวดหัวไม่ได้ป่วยอะไรสักหน่อย” เจสสิก้าบอกให้อีกคนสบายใจพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะหันไปให้ช่างหน้าแต่งหน้าเติมสีปากก่อนจะก้มหน้าอ่านบทต่อ

 

ไม่นานแทยอนก็ถ่านทำในซีนแรกเสร็จก็มาถึงการถ่ายทำในซีนของเจสสิก้ากับมาร์คที่ต้องเข้าฉากด้วยกันโดยในตอนนี้ทั้งสองคนก็มายืนกันอยู่กลางแดดเพื่อฟังผู้กำกับอธิบาย

 

“ซีนนี้เป็นซีนที่เจสสิก้าต้องหนีมาร์คถูกมั้ย? พี่อยากให้เราใส่อารมณ์ลงไปให้เต็มที่เลยโอเคนะ” ผู้กำกับบอกแกมสั่งเล็กน้อยซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจแต่จู่ๆเจสสิก้าก็เกิดอาการหน้ามืดเล็กน้อยจนเกือบทรงตัวไม่อยู่โชคดีที่มาร์คคอยช่วงพยุงเอาไว้

 

“เธอไหวหรือเปล่าเนี่ยเจสสิก้าไม่ไหวไปพักก่อนก็ได้นะ” ผู้กับกำเอ่ยถามเจสสิก้าอย่างเป็นห่วงเพราะดูท่าว่าไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่

 

“ไหวค่ะฉันแค่หน้ามืดนิดหน่อย” เจสสิก้าตอบพลางพยักหน้าก่อนจะพยายามทรงตัวให้คงที่โดยมีมาร์คคอยช่วยเหลืออยู่

 

“แต่ผมว่าพี่ไม่ไหวนะไปนั่งพักก่อนเถอะวันนี้แดดแรงกว่าทุกวันอีกนะ” มาร์คบอกด้วยความเป็นห่วงซึ่งดูเหมือนผู้กำกับก็จะเห็นด้วย

 

“นั่นสิพี่ว่าเธอไปพักเถอะไปพี่ไม่อยากให้นักแสดงต้องมาป่วยในตอนที่ใกล้จะปิดกล้องแบบนี้” ผู้กำกับบอกอย่างเห็น้ชด้วยกับสิ่งที่มาร์คพูดก่อนจะออกปากสั่งพลางส่งสายตาดุเมื่อเห็นว่าเจสสิก้ายังคงดื้ออยู่

 

“ฉันไปพักก็ได้ค่ะ” เจสสิก้าบอกอย่างยอมจำนนพลางเดินกลับไปพักในที่ร่มโดยมีมาร์คคอยเดินตามไปติดๆ เมื่อเดินมาถึงเจสสิก้าก็ไม่รอช้าจะหย่อนสะโพกลงนั่งส่วนมาร์คก็ไปหยิบยาดมมาก่อนจะยื่นให้ซึ่งเจสสิก้าก็รับมันมาแต่โดยดี

 

“ขอบคุณนะ” เจสสิก้าเอ่ยขอบคุณก่อนจะเปิดฝายาดมแล้วสูดกลิ่นของมันซึ่งก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น

 

“เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะ” มาร์คบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบน้ำให้ส่วนเจสสิก้าก็สูดกลิ่นหอมของยาดมไปพลางก่อนจะเผลอหลับไป

 

 

ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็นซึ่งในวันนี้การถ่ายทำก็คืบหน้าไปค่อนข้างมากเหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่ซีนก็จะถึงเวลาปิดกล้องถึงแม้ว่าสภาพร่างกายของเจสสิก้าอาจจะไม่พร้อมแต่ด้วยสปิริตความเป็นนักแสดงแล้วเธอก็สามารถถ่ายทำต่อได้โดยมีทีมงานและทีมนักแสดงคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

 

“เหลืออีกเพียงไม่กี่ซีนเท่านั้นเราก็จะปิดกล้องแล้วนะ” เสียงของผู้จัดละครเอ่ยออกมาด้วยความดีใจระคนซาบซึ้งซึ่งทีมงานและนักแสดงก็มีอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน เพราะกองถ่ายนี้ก็อยู่ร่วมกันมาร่วม 4 เดือนกว่าๆอีกเพียงไม่กี่วันก็จะปิดกล้องทำให้หลายคนใจหายอยู่ไม่ใช่น้อย

 

“แบบนี้คงคิดถึงกองนี้แย่เลย” แทยอนบอกพลางทำหน้าเศร้าเล็กน้อย

 

“ไม่ต้องเศร้าไปพี่สัญญาว่าถ้ามีบทที่เหมาะกับพวกเธอพี่จะเรียกมาแคสทันทีเลย” ผู้จัดละครบอกเชิงปลอบประโลมซึ่งทำให้แทยอนยิ้มขึ้นมาได้

 

“ใจหายเหมือนกันนะคะที่จะปิดกล้องแล้ว” เจสสิก้าบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“นั่นสิ..ผมยังรู้สึกเหมือนเราอยู่ด้วยกันไม่นานเอง” มาร์คบอกอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเจสสิก้า

 

“เอาล่ะพี่ขอตัวไปเช็คกล้องก่อนนะวันนี้ก็เลิกกอง J” ผู้จัดละครบอกพลางส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินแยกออกไป

 

“แล้วเรื่องที่แกได้เล่นละครใหม่ทางนั้นติดต่อมายังว่าได้เล่นกับใคร?” เจสสิก้าถามแทยอนด้วยความสงสัย

 

“ยังเลยอ่ะแต่พรุ่งนี้คงรู้แหละก็ฉันจะไปเอาบทพรุ่งนี้อ่ะ” แทยอนตอบพลางเดินไปเก็บของโดยมีเจสสิก้าเดินไปด้วย

 

“แล้วแกมีละครต่อป่ะ?” แทอยนถามในขณะที่มือก็ยังเก็บของเข้ากระเป๋าอยู่

 

“ยังไม่มีใครติดต่อมานะแต่ก็ดีแล้วฉันอยากพักบ้าง” เจสสิก้าตอบพลางยักไหล่เล็กน้อยในขณะที่กำลังเก็บของอยู่

 

“เธอคงได้พักยากแล้วล่ะมั้ง” เสียงหวานของคนที่เจสสิก้าคุ้นหูดังขึ้นด้านหลังทำให้เธอหยุดชะงักมือกะทันหันก่อนจะหันไปมองก็พบกับซูยองที่กำลังยืนยิ้มให้เธออยู่

 

“พี่หมายความว่าอะไร?” เจสสิก้าถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เธอต้องเข้าบริษัทไปคุยงานไง” ซูยองบอกเชิงเตือนสติของเจสสิก้า

 

“จริงด้วยสิ! ฉันลืมไปเลยนะเนี่ยตอนนี้กี่โมงแล้วพี่” เจสสิก้าพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ก่อนจะเอ่ยถามซูยองด้วยอาการร้อนรนเล็กน้อย

 

“จะห้าโมงแล้ว” ซูยองตอบหลังจากที่ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา

 

“ตายแล้ว! ประธานปาร์คนัดฉันตอนห้าโมงครึ่งด้วยสิ!” เจสสิก้าร้องออกมาอย่างตกใจพลางรีบเก็บของอย่างร้อนรน

 

“แล้วจะทันเหรอวะ? จากนี่ไปบริษัทอย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมงเลยนะ” แทยอนถามด้วยความเป็นห่วง

 

“นั่นสิ...อีกอย่างพี่ไม่ขับรถเร็วด้วยนะเอาไงดี?” ซูยองบอกอย่างเห็นด้วยพลางทำหน้าครุ่นคิด

 

“ให้มาร์คไปส่งสิ!” แทยอนพูดขึ้นทำให้ทั้งเจสสิก้าและซูยองหันไปมองเธอเป็นตาเดียว

 

“มาร์คนายไม่มีคิวไปไหนใช่มั้ย? ไปส่งเจสสิก้าที่บริษัททีสิ” แทยอนหันไปถามมาร์คก่อนจะเอ่ยปากสั่งเล็กน้อยซึ่งอีกคนก็ไม่ได้มีทีท่าอิดออดอะไร

 

“เอาตามนั้นแหละเดี๋ยวพี่ขับรถตามไปทีหลัง” เจสสิก้าหันไปมองหน้าซูยองเหมือนเป็นถามเชิงขอความคิดเห็นซึ่งซูยองก็เหมือนจะเห็นด้วยกับความคิดของแทยอน

 

“โอเคค่ะ มาร์ค! นายรีบเก็บของเลยพี่จะสายแล้ว” เจสสิก้าตอบตกลงกับซูยองก่อนจะหันไปเร่งมาร์คที่ยังเก๋บของไม่เสร็จพลางเดินไปช่วยเก็บของอย่างเร่งรีบเมื่อเก็บของเสร็จเจสสิก้าก็ไม่รอช้าที่จะลาก(?)มาร์คให้รีบออกไปทันทีโดยมีแทยอนกับซูยองมองตาม

 

“พี่ว่าเธอเหมือนกำลังจะจับคู่เจสสิก้ากับมาร์คนะ” ซูยองพูดขึ้นอย่างรู้ทันเมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มของแทยอน

 

“ก็ฉันชอบคู่นี้นี่นาพี่ไม่รู้หรอกสองคนนี้โอกาสที่จะปิ๊งกันมันมีสูงมากนะพี่” แทยอนบอกพลางฉีกยิ้มอย่างหุบไม่อยู่

 

“แต่ว่าแฟนเก่าของสิก้าก็ยังตามตื้ออยู่นะ...พี่กลัวว่าสิก้าจะลำบากใจเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง” ซูยองบอกอย่างคิดหนัก

 

“ไม่ต้องกังวลหรอกน่าพี่พอถึงเวลานั้นเดียวสิก้ามันก็เลือกได้เองแหละเชื่อฉันสิ” แทยอนบอกพลางยกยิ้มให้กับซูยอง

 

“พี่ก็ขอให้มันราบรื่นเถอะ..พี่ไปก่อนนะ” ซูยองบอกก่อนจะบอกลาแทยอนแล้วเดินออกไป

 

“ดูเธอจะชอบสองคนนั้นออกหน้าออกตาเกินไปหรือเปล่า?” เมื่อซูยองเดินออกไปแล้วแทยอนก็หันกลับไปเก็บของพลางยกยิ้มอย่างมีความสุขแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงของเซฮุนที่พูดเชิงเหน็บเธอ

 

“ก็แล้วทำไมล่ะ? สองคนนั้นดูน่ารักดีนะเวลาอยู่ด้วยนะ” แทยอนตอบกลับพลางไหวไหล่อย่างไม่แยแส

 

“เฉยๆว่ะ” เซฮุนตอบเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด

 

“ฉันรู้หรอกว่านายชอบเจสสิก้าแต่ขอโทษเถอะเจสสิก้ามันไม่ทางชอบนายหรอก”แทยอนบอกอย่างจี้จุดจนเซฮุนหันมามองแทยอนตาขวาง

 

“ของแบบนี้มันเปลี่ยนใจได้เปล่าวะ? ไม่เคยได้ยินไงหินนานวันก็ยังกร่อนเลย” เซฮุนบอกพลางค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กับแทยอนจนจมูกเกือบจะชนกันก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วพลางเดินสะพายกระเป๋าเป้ออกไปทิ้งให้แทยอนยืนหงุดหงิดอยู่คนเดียว

 

“พูดดีไปเถอะ! ฉันจะทำให้สองคนนั้นเป็นแฟนกันเร็วๆเลยคอยดู!

 

 

#ทางด้านของมาร์คกับเจสสิก้า

“นายขี่เร็วกว่านี้หน่อยสิมันจะไม่ทันแล้วนะ” เจสสิก้าเปิดปากสั่งพลางยกมือถือขึ้นมาดูเวลาด้วยท่าทีร้อนรน

 

“แต่พี่บอกไม่ให้ผมขี่เร็วนี่นา” มาร์คบอกเชิงเถียงเล็กน้อย

 

“ครั้งนี้พี่อนุญาตให้นายขี่เร็วเท่าที่นายจะทำได้เลย!” เจสสิก้าบอกแกมสั่งซึ่งมาร์คก็ทำตามคำสั่งเป็นอย่างดีจนทำให้เจสสิก้าตกใจจนเผลอกอดเอวของมาร์คแน่นพลางหลับตาปี๋อย่างนึกกลัว

 

“เฮ้อ! พี่คิดผิดสินะที่พูดไปแบบนั้น” เมื่อมาร์คขี่รถมาหยุดอยู่หน้าบริษัทเจสสิก้าก็ปล่อยมือจากเอวของมาร์คพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะถอดหมวกกันน็อคคืนให้กับมาร์คก่อนจะเปิดปากบ่น

 

“แต่มันก็ทันเวลาไม่ใช่เหรอครับ? J” มาร์คบอกพลางส่งยิ้มไปให้ในขณะที่มือก็รับหมวกกันน็อคมาจากมือของเจสสิก้า

 

“ครั้งหน้าไม่เอาอีกแล้วนะช่วยขี่ช้าแบบปกติเถอะ” เจสสิก้าบอกแกมสั่งเล็กน้อย

 

“แสดงว่าพี่ติดใจรถผมอ่ะดิ” มาร์คบอกด้วยน้ำเสียงแซวๆเล็กน้อย

 

“ติดใจอะไรล่ะ! เกือบตายแล้วเนี่ย” เจสสิก้าเถียงกลับพลางยกมือขึ้นตีเข้าไปที่ไหล่ของมาร์คเบาๆ

 

“แต่พี่ก็ยังรอดอยู่นะ” มาร์คบอกอย่างกวนประสาท

 

“ถ้าไม่ติดว่าพี่รีบพี่จะฆ่านายตอนนี้แหละ” เจสสิก้าบอกเชิงขู่พลางแยกเขี้ยวใส่อย่างหมั่นไส้

 

 “งั้นพี่ก็รีบไปสิครับใกล้หห้าโมงครึ่งแล้วนะ” มาร์คบอกแกมสั่งเล็กน้อยซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้ารับก่อนจะกึ่งเดิกึ่งวิ่งเข้าบริษัทไปส่วนมาร์คก็มองตามไปจนเจสสิก้าลับตาก่อนจะขี่รถออกไป

หลังจากที่เจสสิก้าขึ้นลิฟท์มาจนถึงชั้นที่ต้องการเธอก็ไม่รอช้าที่วิ่งตรงไปยังห้องประชุมที่ตอนนี้มีประธานบริษัทกับใครอีกคนหนึ่งซึ่งเธอก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร

 

“ขออนุญาตค่ะ!” เมื่อย่างก้าวเข้ามาภายในห้องประชุมเจสสิก้าก็ไม่ลืมที่จะพูดเอ่ยขออนุญาตพลางโค้งให้อย่างขอโทษที่ตนมาสายก่อนจะเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ว่างเมื่อคนเป็นประธานพนักหน้าตอบรับ

 

“แล้วซูยองล่ะไม่มาเหรอ?” คนเป็นประธานเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“พี่ซูยองตามมาทีหลังค่ะ” เจสสิก้าตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อยซึ่งประธานปาร์คก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“ก่อนอื่นนี่คือคุณคิมอูบินคนจากทางช่อง KBS2” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้วประธานปาร์คก็เอ่ยแนะนำคนที่อยู่แล้วก่อนหน้าให้กับเจสสิก้ารู้จักซึ่งเธอก็โค้งตัวให้เล็กน้อยส่วนอีกคนก็ทำแบบเดียวกัน

 

“เอาล่ะที่ฉันเรียกเธอมาเพราะว่าทางช่องกำลังจะทำเรียลลิตี้เกี่ยวกับการทำงานของนักแสดงและความเป็นอยู่ภายในกองถ่ายซึ่งทางช่องต้องการให้เธอเข้าร่วมในรายการ” หลังจากที่แนะนำตัวกันเรียบร้อยประธานปาร์คก็ไม่รอช้าที่จะพูดเปิดประเด็น

 

“แต่ว่าฉันไม่เคยร่วมรายการแบบนี้เลยนะคะฉันกลัวจะทำได้ไม่ดี” เจสสิก้าบอกเชิงออกตัวเล็กน้อยถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาเธออาจจะได้ลองทำงานหลายๆอย่างแต่เรื่องให้มาออกรายการเรียลลิตี้นี่มันค่อนข้างใหม่สำหรับเธอมาก

 

“ไม่ต้องกังวลเธอสามารถทำงานได้ตามปกติก็แค่จะมีกล้องตามถ่ายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” ประธานปาร์คบอกพลางยกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

“ยี่สิบสี่ชั่วโมง? O_O เอ่อ...คงไม่ตามไปดูถึงขั้นฉันนอนพักหรอกนะคะ” เจสสิก้ารู้สึกอึ้งเล็กน้อยกับคำพูดของประธานจึงเบิกตากว้างก่อนจะพูดต่อเชิงเอ่ยถาม

 

“เธอฉลาดนี่! รายการนี้จะตามถ่ายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยแล้วคนที่เข้าร่วมรายการต้องย้ายที่พักไปอยู่ตามที่ทางรายการจัดให้ชั่วคราว J” ประธานปาร์คพลางยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีซึ่งแตกต่างกับเจสสิก้าโดยสิ้นเชิง -0-

 

“ขอโทษนะครับ! ที่มาสายพอดีรถมีปัญหานิดหน่อย อ้าว! คุณนี่เอง” แต่ยังไม่ทันที่เจสสิก้าจะได้ซักถามอะไรต่อเสียงของใครบางคนก็ได้ขึ้นทำให้ทั้งสามคนหันไปมองที่ต้นเสียงซึ่งเมื่อเจสสิก้าหันไปก็ต้องเบิกตากว้างด้วยคนตกใจระคนแปลกใจซึ่งอีกคนก็ไม่ท่าทีไม่ต่างกัน

 

“นายคนนั้นนี่! มาทำอะไรที่นี่?” เจสสิก้าเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

“พวกเธอสองคนรู้จักกันแล้วเหรอ?” คิมอูบินเอ่ยถามด้วยความสงสัยซึ่งประธานปาร์คก็มีท่าทีไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

 

“ไม่ค่ะฉันไม่รู้จักแค่เคยเจอหน้า” เจสสิก้าตอบพลางส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเอง

 

“งั้นก็รู้จักกันซะคนนี้เขาเป็นโปรดิวเซอร์ของรายการที่เธอจะไปออกไง” ประธานปาร์คบอกซึ่งมันทำให้เจสสิก้าอึ้งเป็นครั้งที่ล้านแปด(?)แล้ว

 

“ว่ายังไงนะคะ!?” เจสสิก้าเอ่ยถามทวนซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้ฟังผิด

 

“คนนี้ชื่ออิมแจบอมเป็นโปรดิวเซอร์ของรายการและเป็นคนจัดเตรียมทุกอย่างรวมไปถึงที่พักของเธอไง” ประธานปาร์คบอกเชิงแนะนำตัวคนมาใหม่ที่ตอนนี้มานั่งแหมะอยู่ข้างๆคิมอูบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ถ้าฉันไม่รับงานนี้ล่ะคะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนะทางรายการลิตรายชื่อมาเป็นเธอโดยเฉพาะ ไม่ต้องห่วงหรอกยังมีนักแสดงคนอื่นที่ต้องร่วมรายการอีกเธอไม่เหงาแน่นอนสบายใจได้ J” ประธานปาร์คบอกแกมบังคับพลางยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีอีกครั้งแต่เจสสิก้ากลับไม่ได้รู้สึกดีด้วยเลย อยากจะบ้าตายทำไมต้องเป็นฉันเนี่ย!!
















เย้ๆๆๆๆ!~~~ มาอัพฟิคเพิ่มก่อนนอนแล้วจ้า!

อัพครบด้วย 55555555 มาเป็นระยะแต่สัปดาห์หน้างดจริงๆละ

ไม่มีการมาอัพให้ทีละนิดอีกแล้วเพราะติดสอบ

หลังจากสัปดาห์หน้าไปสัญญาว่าจะมาอัพต่อแบบถี่ๆเลย J






 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #468 Jam Nuttanicha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:10
    มีฮุนแทด้วย><ถึงจะมีนิดนึงก็เถอะ
    #468
    0
  2. #459 j_snsd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:49
    ชอบค่ะๆ มีใครเชียร์ฮุนบ้าง? แต่เราอยากได้ฮุนสิกอ่ะน้าาาา เจบีออกแล้ว ใครจะมาออกรายการกับสิก้าน้า รอน้าา
    #459
    0
  3. #458 one9love (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:48
    ไปเจอเจบีตอนไหนนะ ลืมม 55
    #458
    0
  4. #457 pitchayee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:12
    รอต่อนะค้า
    #457
    0
  5. #456 Fpc Man U (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:43
    อ่าวเจเบีเองหรอที่เป็นโปรดิวเซอร์? อยากรู้จังใครจะมาอยู่ในรายการกะสิก
    #456
    0
  6. #455 maylone (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:57
    มีฮุนแทด้วยย>\<นี่ลุ้นละครแทแทมากว่าใครจะเปนพระเอก
    #455
    0
  7. #454 j_snsd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:01
    ชอบค่ะเชียร์มาร์กสิก ฮุนสิคน้าา ใครจะมาทำรายการน้าาา รอค่ะ
    #454
    0
  8. #448 maylone (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:14
    อ๊ายยมีมาร์คแทด้วย ถึงจะนิดนึงก็เถอะแต่มโนคือชนะ5555
    รอค้า
    #448
    0
  9. #444 pitchayee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:35
    มาร์คสิก อร้ายยยยย มุ้งมิ้งน่ารัก5555
    #444
    0
  10. #441 tanbukiiz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:40
    สิก้ายอมฟังที่จูเนียร์จะอธิบายหน่อยสิ สงสารจูเนียร์อ่ะสู้ๆนะสักวันสิก้าต้องใจอ่อนแน่ แล้วนี่สิก้าจะต้องไปร่วมรายการความเป็นส่วนตัวก็หายไปหมดสิแล้วจะเอาเวลาไหนให้จูเนียร์อธิบายล่ะ
    #441
    0
  11. #433 maylone (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:09
    สงสารเนียร
    #433
    0
  12. #432 pitchayee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:16
    ตัวละครมาใหม่นี่ เจบีป่าว รอต่อน้า สู้ๆนะไรท์ ยังอยากอ่านต่อ เรื่องนี้สนุกนะ เราชอบ รักเลยดีกว่า555
    #432
    0
  13. #431 mini_tigereyes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:22
    ตอนนี้คงเป็นของพี่เจสทั้งตอนเลยแน่ๆๆ พีดีคนใหม่คงเป็นเจบี
    #431
    0
  14. #430 pitchayee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:36
    รอตอนต่อไปน้า มีเรียลิตี้แบบนี้ เรื่องต้องวุ่นๆแน่เลย555 แค่คิดก้อยากอ่านแล้ว สู้ๆจ้า
    #430
    0
  15. #289 SAornnara (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 19:47
    มาอัพต่อไวๆนะค๊าา ^[++++++]^
    ชอบทุกู่เลยยย ><
    #289
    0
  16. #277 thewbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 17:14
    แหม่ อาตี๋น้อยนี่คือคริสใช่ป่ะ 555
    #277
    0
  17. #262 love sunny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 08:44
    เจิมๆๆๆๆ
    #262
    0
  18. #261 mini_tigereyes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 00:26
    เย้ไรมาแร้ว
    #261
    0
  19. #259 ★Fahsai•style':) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 00:24
    ไรเตอร์กลับมาแล้ว > <
    #259
    0