- { Behind The Illusion } - // [ exo snsd got7 ]

ตอนที่ 17 : - { Behind the illusion } - // บทที่ ๑๖ : สับสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ส.ค. 60

























 

[ Jessica’s part ]

หลังจากที่ทั้งฉันและพี่ซูยองย่างกายกันเข้ามาภายในสตูดิโอสำหรับการถ่ายโปสเตอร์โปรโมทภาพยนตร์ จริงๆฉันก็แอบสงสัยอยู่นะว่าแทนที่จะเริ่มการถ่ายทำซะก่อนแต่กลับมาถ่ายโปรเตอร์สำหรับโปรโมทก่อนแต่ก็อย่างว่าฉันจะทำอะไรได้ในเมื่อเรามีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้นแหละ

 

“มาแล้วเหรอครับ?” เสียงทุ้มนุ่มของผู้ชายคนหนึ่งที่ดูจากการแต่งตัวค่อนข้างชิวแต่ดูจากรัศมีแล้วฉันขอเดาว่าน่าจะเป็นผู้กำกับนั่นแหละ...คิดว่านะ

 

“ค่ะ J” ฉันพยักหน้าตอบรับพลางส่งยิ้มไปให้

 

“งั้นเดี๋ยวให้น้องเจสสิก้าไปเปลี่ยนชุดทางนั้นก่อนนะครับเดี๋ยวให้ทีมงานพาไป” พี่คนตรงหน้าบอกฉันก่อนจะหันไปเรียกทีมงานคนหนึ่งมาแล้วเป็นคนพาฉันไปยังห้องแต่งตัว

 

“เอ่อ...พี่คะภาพยนตร์เรื่องนี้ใครเป็นพระเอกเหรอคะ?” ในระหว่างที่ฉันกับพี่ทีมงานกำลังเดินไปยังห้องแต่งตัวฉันก็เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

 

“อ้าว? เธอมาทำอะไรที่นี่เหรอ?” แต่ยังไม่ทันที่พี่ทีมงานจะได้ตอบคำถามของฉันเสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองที่ต้นเสียงอัตโนมัติซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน..เซฮุนนั่นแหละ

 

“ก็มาถ่ายโปรเตอร์โปรโมทภาพยนตร์น่ะนายก็เล่นเรื่องนี้ด้วยเหรอ? ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย?” ฉันตอบคำถามคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามต่อ

 

“ก็เห็นเหมือนกันไงว่าแต่เธอรับบทอะไร?” เซฮุนตอบก่อนจะถามฉันกลับ

 

“นางเอก” ฉันตอบคำถามของคนตรงหน้าสั้นๆได้ใจความ

 

“งั้นแสดงว่าฉันก็เล่นกับเธออ่ะดิ?” เซฮุนพูดขึ้นนั่นทำให้ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง

 

“หมายความว่าไง?” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“อ๋อ! นี่แหละค่ะพระเอกของเรื่องที่คุณถามฉันไงคะ ^_^” และเหมือนพี่ทีมงานจะหวังดีเลยเป็นคนไขข้อข้องใจของฉันจนกระจ่าง โอเคตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ฉันต้องเล่นคู่กับเซฮุน

 

“บังเอิญเนอะ” ฉันพูดพลางยกยิ้มเล็กน้อยซึ่งเซฮุนก็พยักหน้ารับ

 

“เดี๋ยวคุณเซฮุนไปนั่งพักก่อนนะคะถ้าคุณเจสสิก้าแต่งตัวเสร็จแล้วจะเริ่มถ่ายโปสเตอร์นะคะ” พี่ทีมงานบอกกับเซฮุนอย่างสุภาพซึ่งเขาก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปส่วนฉันก็เดินตามพี่ทีมงานไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จะว่าบังเอิญก็บังเอิญจริงๆนะฉันร่วมงานกับเซฮุนาถ้ารวมเรื่องนี้ก็สามเรื่องเข้าไปแล้ว แต่ก็น่าแปลกที่ทางโปรดิวเซอร์ไม่เลือกแทยอนมาเล่นก็ในเมื่อเซฮุนกับแทยอนเป็นคู่จิ้นกันนี่นาก็น่าจะเรียกกระแสได้ดีพอตัว แต่สงสัยบทมันอาจจะเข้ากับฉันมากกว่าหรือเปล่าเพราะฉันก็ยังไม่เคยอ่านบทมาก่อนเลย - -

 

ฉันใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทางทีมงานได้เตรียมเอาไว้ส่วนเรื่องแต่งหน้าทำผมก็ไม่จำเป็นเพราะฉันทำมาเรียบร้อยแล้วซึ่งทางโปรดิวเซอร์และผู้กำกับก็โอเคกับทรงผมและการแต่งหน้าของฉันเลยทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับตรงนั้น

 

“โอเคสองคนพร้อมใช่มั้ยงั้นไปยืนตรงนั้นเลยจะได้เริ่มถ่ายสักที” เสียงของผู้กำกับพูดแกมสั่งทำให้ทั้งฉันและเซฮุนเดินไปประจำจุดที่ผู้กำกับสั่ง

 

“นี่แว่นค่ะ” ทีมงานบอกพลางยื่นแว่นแฟชั่นกรอบสีดำให้ฉันซึ่งฉันก็รับมันมาสวมใส่ ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนฉันเป็นพวกเด็กเนิร์ดอะไรเทือกนั้นเลยแฮะ

 

“เป็นไงบ้างอ่ะ?” ฉันหันไปถามเซฮุนหลังจากที่สวมแว่นเป็นที่เรียบร้อย

 

“ก็น่ารักไปอีกแบบนะ” เซฮุนตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อยจริงๆมันก็เป็นรอยยิ้มที่สามารถทำให้คนที่มองเขินได้นะแต่ไม่รู้สิฉันกลับไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นเลยไม่เหมือนกับคนๆนั้น...

 

และเมื่อทุกอย่างเซตเรียบร้อยการถ่ายภาพก็เริ่มต้นขึ้นทั้งฉันและเซฮุนต่างก็โพสท่ากันตามที่ผู้กำกับสั่งทุกอย่างและมันก็ราบรื่นเป็นอย่างมากจนในที่สุดการถ่ายภาพโปสเตอร์ก็เสร็จสมบูรณ์

 

“โอเค! เยี่ยมมากเลยนะครับเดี๋ยวการถ่ายทำจะเริ่มในอาทิตย์หน้านะครับ” ผู้กำกับเอ่ยปากชมหลังจากที่ได้ภาพถ่ายเป้นที่น่าพึงพอใจก่อนจะพูดต่อซึ่งทั้งฉันและเซฮุนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“นี่ค่ะแว่น” ฉันเดินเข้าไปหาพี่ทีมงานที่เป็นคนเอาแว่นมาให้ฉันพลางถอดมันออกแล้วส่งคืนให้กับพี่เขาซึ่งพี่เขาก็รับมันไปพลางส่งยิ้มมาให้

 

“แล้วนี่จะไปไหนต่ออ่ะ?” เซฮุนเอ่ยถามฉัน

 

“กลับไปพักอ่ะเดี๋ยวตอนเย็นต้องไปงานเปิดตัวน้ำหอมอีก” ฉันตอบเซฮุนในขณะที่กำลังเดินไปหาพี่ซูยองที่นั่งรออยู่อีกมุมหนึ่งโดยมีเซฮุนเดินมาด้วย

 

“ว่าแต่นายไปงานนี้หรือเปล่า?” ฉันหันไปถามเซฮุนตามมารยาทซึ่งเขาก็พยักหน้าตอบรับ

 

“งั้นก็ค่อยไปเจอกันที่งานเนอะฉันไปล่ะ J” ฉันบอกเซฮุนพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินแยกจากเซฮุนไปจนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพี่ซูยอง

 

“เสร็จแล้วเหรอ?” พี่ซูยองเอ่ยปากถามฉัน

 

“ค่ะ วันนี้แค่ถ่ายโปสเตอร์แต่จะเริ่มถ่ายทำอาทิตย์หน้า” ฉันตอบพี่ซูยองก่อนจะเดินบี่ยงตัวไปนั่งบนเก้าอี้ข้างๆพี่ซูยอง

 

“แต่ว่าอาทิตย์หน้าเธอมีคิวถ่ายรายการเรียลลิตี้นี่นา” พี่ซูยองพูดขึ้น นั่นสินะฉันลืมไปสนิทเลยว่าอาทิตย์หน้าฉันจะต้องเข้าร่วมถ่ายทำรายการเรียลลิตี้

 

“คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งคะเจบีบอกว่ารายการจะถ่ายเชิงติดตามการทำงานของผู้เข้าร่วมแต่ละคนฉันว่ามันไม่น่าจะกระทบกับการถ่ายภาพยนตร์หรอกค่ะ” ฉันบอกเชิงอธิบายให้พี่ซูยองฟังจริงๆแล้วก็เพิ่งนึกออกนั่นแหละว่าจุดประสงค์ของรายการเรียลลิตี้นี้มันเป็นการถ่ายติดตามการทำงานของผู้เข้าร่วมแต่ละคน

 

“แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะเดี๋ยวพี่จะช่วยเช็คให้อีกทีแล้วกัน” พี่ซูยองบอกซึ่งฉันก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“แล้วนี่ไม่เปลี่ยนชุดเหรอ?” พี่ซูยองเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“เอ่อ...นั่นสิงั้นฉันขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” พอโดนพี่ซูยองเอ่ยปากทักฉันก็ก้มมองตัวเองซึ่งมันก็จริงอย่างที่พี่ซูยองว่าฉันยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยฉันจึงพูดออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องแต่งตัวซึ่งในห้องนั้นมันมีชุดที่ฉันใส่มาก่อนหน้านั้นอยู่

 

ฉันใช้เวลาไม่นานก็กลับมาอยู่ในชุดเดิมคือเสื้อเชิตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงยีนเอวสูงขาสั้นก่อนจะเดินเอาชุดไปคืนให้กับพี่ทีมงานแล้วเดินกลับไปหาพี่ซูยอง

 

“เมื่อกี๊มีโทรศัพท์มาน่ะแต่พี่ไม่ได้ดู” พี่ซูยองบอกซึ่งฉันก็พยักหน้ารับก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วควานหาโทรศัพท์เมื่อหาเจอฉันก็หยิบมันขึ้นมาก่อนจะปลดล็อคเครื่องแล้วเปิดอ่านรายชื่อที่โทรมาแต่ไม่ได้รับสายซึ่งนั่นก็คือ...แทยอน

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับเถอะเธอจะได้พักผ่อนเดี๋ยวตอนเย็นจะได้ไปงานเปิดตัวน้ำหอมต่อ” พี่ซูยองบอกพลางลุกขึ้นซึ่งฉันที่กำลังจะกดโทรกลับหาแทยอนต้องชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ซูยองก่อนจะเอ่ยปากตอบ

 

“โอเคค่ะ” พอฉันตอบออกไปพี่ซูยองก็ไม่รอช้าที่จะเดินนำไปก่อนส่วนฉันก็เดินตามหลังพลางกดโทรออกไปหาแทยอน

 

( ตู้ดดดดดด...ตู้ดดดดด..กว่าจะโทรกลับมาได้นะแม่คุณ ) เมื่อต่อสัญญาณหาปลายสายได้แทยอนก็ไม่รอช้าที่จะเปิดปากบ่นฉันทันที

 

“โทษทีพอดีฉันกำลังถ่ายโปสเตอร์อยู่น่ะแล้วที่โทรมานี่มีอะไรเหรอ?” ฉันเอ่ยปากบอกปลายสายอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อยก็จะไม่ให้รู้สึกผิดได้ไงแทยอนโทรมาหาฉันตั้งห้าสายเลยนะ

 

( แค่วันพรุ่งนี้จะชวนไปกินข้าวอ่ะ ) ปลายสายบอก

 

“ห๊ะ? โทรมาเพื่อเรื่องนี้เนี่ยนะตอนเย็นเดี๋ยวก็ไปเจอกันที่งานบอกตอนนั้นก็ได้นี่” ฉันเอ่ยถามปลายสายอย่างงุนงง

 

( ก็รีบอ่ะถือว่าตกลงนะเจอที่งานตอนเย็นล่ะบายยยยย ) ยัยแทยอนตอบกลับก่อนจะสรุปเองเออเองไม่รอฟังคำตอบจากฉันแถมยังกดตัดสายไปไม่บอกไม่กล่าวอีก

 

“เอ้า?” ฉันส่งเสียงร้องอย่างงุนงง เฮ้ออออออออ ไม่เข้าใจยัยแทยอนจริงๆ

 

“ขึ้นรถสิ” พี่ซูยองบอกฉัน นี่ฉันเดินมาถึงรถพี่ซูยองแล้วเหรอเนี่ย?

 

“ค่ะ J” ฉันตอบพี่ซูยองพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถแล้วค่อยแทรกตัวเข้าไปภายในนั้นพร้อมๆกับพี่ซูยอง

 

 

#ที่กองถ่ายละคร

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เหล่านักแสดงจะต้องมาคลุกตัวอยู่ที่กองถ่ายละครเนื่องจากละครตอนนี้ถ่ายไปได้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นแล้วซึ่งทางผู้จัดและผู้กำกับก็อยากให้งานเสร็จไวๆเพื่อที่เหล่านักแสดงจะได้มีเวลาพักผ่อนก่อนที่จะรับงานใหม่เพราะตามหลักแล้วการที่จะถ่ายละครให้เสร็จสักเรื่องมักจะไม่มีความแน่นอนแต่โดยส่วนมากจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนซึ่งนี่ก็ผ่านไปแค่ 3 เดือนกว่าๆเท่านั้นเองถ้าสามารถเร่งถ่ายได้เสร็จก่อนก็จะมีเวลาในการถ่ายซ่อมในฉากที่ยังไม่โอเคแถมนักแสดงยังได้พักผ่อนหลังจากที่ต้องตื่นเช้ามาถ่ายละครทุกวันจะเว้นก็แต่บางคนที่มีงานอื่นต้องทำต่อ

 

“เธอนอนไม่พอหรือไง? ทำไมถึงเอาแต่หาวตั้งแต่มาถึงล่ะ?” ซอฮยอนเอ่ยปากถามเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งข้างๆอย่างทิฟฟานี่เอาแต่เปิดปากหาวเป็นว่าเล่นจนแทบจะไม่มีสมาธิอ่านบทเลยสักนิด

 

“ก็เมื่อคืนคิวถ่ายของฉันมีถึงเที่ยงคืนนี่นาแถมยังต้องตื่นหกโมงอีกร่างกายเลยเป็นแบบนี้นี่แหละ” ทิฟฟานี่หันมาตอบซอฮยอนด้วยสีหน้างัวเงียที่พร้อมจะหลับทุกเมื่อ ก็อย่างที่ทิฟฟานี่ว่าเนื่องจากบทของเธอค่อนข้างเด่นกว่าซอฮยอนนิดหน่อยแถมคิวถ่ายของเธอแต่ละวันก็จะมีในช่วงเย็นเสมอและแน่นอนที่นักแสดงมือใหม่อย่างเธอจะคต้องทำเทคไปไม่ต่ำ 5 แน่นอนจึงไม่แปลกที่เธอจะกลับบ้านดึกทุกวันแต่ที่ต้องมาเช้านั้นเพราะรถที่จะมาส่งที่กองถ่ายจะมาส่งเพียงแค่ตอนเช้าเท่านั้นเธอจึงต้องมาอย่างไม่มีข้อกังขา

 

“งั้นดื่มกาแฟหน่อยมั้ยล่ะ? เดี๋ยวไปซื้อให้” ซอฮยอนเอ่ยถามอย่างอาสาพลางเลิกคิ้วสูงอย่างรอคำตอบ

 

“ขอบคุณนะ ^_^” ทิฟฟานี่เอ่ยปากขอบคุณทันทีเป็นเชิงบอกว่าเธอตกลงตามที่ซอฮยอนเอ่ยออกมาพลางส่งยิ้มให้

 

“งั้นฉันฝากบทหน่อยแล้วกันแล้วถ้าพี่ทีมงานมาถามก็บอกให้ด้วยล่ะ” ซอฮยอนบอกพลางหยิบบทของตัวเองที่วางอยู่บนตักก่อนจะหยิบมันแล้ววางมันลงที่ตักของทิฟฟานี่พลางลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมเอ่ยปากกำชับเพื่อนของเธอซึ่งทิฟฟานี่ก็พยักหน้ารับก่อนที่ซอฮยอนจะเดินออกจากกองถ่ายไปเพื่อไปร้านกาแฟที่อยู่ไม่ไกลจากกองถ่ายมากนัก

 

เมื่อซอฮยอนเดินออกไปแล้วทิฟฟานี่ก็จัดแจงวางบทของเธอและของซอฮยอนไว้บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก่อนจะจัดแจงท่านั่งให้สบายที่สุดพลางปิดเปลือกตาลง ตอนี้สำหรับทิฟฟานี่เธอรู้เพียงว่าเธอควรจะนอนพักสักหน่อยถึงจะได้กาแฟจากซอฮยอนแต่ถ้าเธอไม่พักบ้างคงได้เดี้ยงเป็นแน่

 

 

ทางด้านซอฮยอนหลังจากที่เดินออกมาจากกองถ่ายตอนนี้เธอก็อยู่ภายในร้านกาแฟแต่ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกค้าของร้านนี้จะมีมากเป็นพิเศษทำให้เธอแอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งรอที่ม้านั่งหน้าร้าน

 

“ขอนั่งด้วยคนนะครับ” เสียงของใครบางคนดังขึ้นหลังจากที่เธอเพิ่งหย่อนก้มลงนั่งบนม้านั่งได้ไม่นานซึ่งซอฮยอนก็หันไปมองก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

 

“เอ่อ...ฉันว่าฉันเหมือนเคยเจอคุณมาก่อน?” เมื่อลองสังเกตใบหน้าของคนที่นั่งข้างๆซอฮยอนก็รู้สึกเหมือนจะรู้จักจึงเอ่ยปากถาม

 

“อืม...ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ...อ๋อ! คุณคือคนที่เก็บกระเป๋ากล้องของผมไงตอนที่คุณไปถ่ายแบบน่ะ!” คนตรงหน้าเอ่ยปากพูดพลางนึกคิดและเมื่อนึกขึ้นได้จึงพูดออกมาส่วนซอฮยอนก็ทำหน้าคิดตามที่คนตรงหน้าเอ่ย

 

“อ๋อ...จำได้แล้วค่ะว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอ?” เมื่อเธอนึกออกก็ร้องอ๋อออกมาก่อนจะเอ่ยถามต่อเพราะครั้งนั้นพอเธอคืนกระเป๋ากล้องนั่นให้คนตรงหน้าเสร็จก็เดินออกไปโดยไม่ได้ถามชื่อ

 

“ผมชื่อลูฮาน...เสี่ยวลูฮานแล้วคุณล่ะ?” คนตรงหน้าเอ่ยปากตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ

 

“ซอฮยอน..ซอจูฮยอนค่ะ J” ซอฮยอนก็แนะนำตัวเองให้คนตรงหน้ารู้จักเช่นกัน

 

“ดูท่าแล้วซอฮยอนน่าจะอายุน้อยกว่าหรือเปล่า?” ลูฮานเอ่ยปากถามเชิงคาดคะเนเพราะดูจากใบหน้าและความเยาว์วัยแล้วก็คงจะอายุน้อยกว่าเขาพอควร

 

“ฉันอายุ 20 ค่ะ” ซอฮยอนตอบซึ่งคำตอบของเธอก็สามารไขความกระจ่างให้คนตรงหน้าได้ชัดเจน

 

“งั้นซอฮยอนก็เป็นน้องสินะเรียกว่าพี่ลูฮานก็ได้นะ ^_^” ลูฮานบอกพลางส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้

 

“ค่ะ...ว่าแต่พี่มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ?” ซอฮยอนตอบรับก่อนจะเอ่ยปากถามทันที

 

“พอดีมาดูโลเคชั่นสำหรับนิตยสารเล่มของเดือนหน้าน่ะแล้วเราล่ะ? มาถ่ายละครเหรอ?” ลูฮานตอบก่อนจะถามกลับ

 

“ใช่ค่ะ อืม...เมื่อไหร่คนจะน้อยสักทีนะนี่มันก็ผ่านไปหลายนาทีแล้วสิ” ซอฮยอนตอบก่อนจะหันไปมองแถวที่ตอนนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลงจากตอนแรกเลยสักนิด

 

“ถ้าไม่อยากรอพี่มีร้านกาแฟอีกร้านแนะนำนะอยู่ห่างจากร้านนี้ไปนิดเดียวเองสนใจมั้ยล่ะ?” ลูฮานบอกเชิงเสนอความคิดซึ่งซอฮยอนก็มีสีหน้าที่ครุ่นคิดเล็กน้อย

 

“สนค่ะ” ซอฮยอนตอบรับพลางพยักหน้าก่อนที่ทั้งสองคนจะลุกขึ้นพร้อมกันแล้วเดินไปร้านกาแฟอีกร้านที่อยู่ถัดไปอีกซอยหนึ่ง

 

 

“ทำไมป่านนี้ซอฮยอนยังไม่มาสักทีนะ” ทิฟฟานี่เอ่ยปากพูดอย่างนึกเป็นห่วงนี่ขนาดว่าเธอหลับไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นมีวี่แววของซอฮยอนเลยสักนิด

 

“จะถึงคิวของซอฮยอนแล้วนะ...อ้าว? แล้วซอฮยอนไปไหนล่ะ?” แทยอนเดินเข้ามาพลางเปิดปากพูดแต่พอสังเกตมองก็พบว่าซอฮยอนไม่ได้นั่งอยู่กับทิฟฟานี่เธอจึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“ซอฮยอนไปซื้อกาแฟค่ะแต่จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย” ทิฟฟานี่หันไปตอบแทยอน

 

“เป็นอะไรไปหรือเปล่านะ?” แทยอนพูดขึ้นอย่างนึกเป็นห่วงเช่นกัน

 

“ทำไมเธอไม่ลองโทรตามดูล่ะ?” แทยอนเสนอซึ่งทิฟฟานี่ก็พยักหน้ารับก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นแล้วมากดหาเบอร์ของซอฮยอนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่า...

 

“เอ่อ...ฉันไม่ได้บันทึกไว้น่ะค่ะ” ทิฟฟานี่เงยหน้าจากจอโทรศัพท์อย่าหน้าเสียก่อนจะเอ่ยปากตอบ

 

“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ? แล้วซอฮยอนไปไหนซะล่ะ? นี่ก็ใกล้เข้าฉากแล้วนะ” ชานยอลที่เห็นว่าทั้งแทยอนกับทิฟฟานี่ดูมีสีหน้าเครียดกันอยู่จึงเดินเข้ามาพลางเปิดปากถาม

 

“ซอฮยอนไปซื้อกาแฟน่ะแต่ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย” ทิฟฟานี่เป็นคนตอบคำถามให้ชานยอลหายสงสัย

 

“ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” ชานยอลเอ่ยถามอย่างนึกเป็นห่วง

 

“ก็เมื่อสามสิบนาทีที่แล้วน่ะ” ทิฟฟานี่ตอบ

 

“ร้านกาแฟก็อยู่แค่นี้ไม่ใช่เหรอ? เป็นอะไรไปหรือเปล่า?” ชานยอลพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงเพราะเขารู้ดีว่าซอฮยอนน่ะอ่อนต่อโลกแค่ไหนจึงไม่แปลกหรอกที่เขาจะเป็นห่วงมากแบบนี้ แต่การแสดงออกว่าเป็นห่วงมากขนาดนี้ก็ทำเอาทิฟฟานี่อดอิจฉาไม่ได้..

 

“นั่นซอฮยอนนี่!” แทยอนพูดขึ้นทำให้ทั้งชานยอลและทิฟฟานี่หันไปมองโดยทันทีแต่ก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่ซอฮยอนดันมากับใครก็ไม่รู้แถมยังเป็นผู้ชายเสียอีก และเมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามาใกล้พวกเธอทั้งสามคนเรื่อยๆจนสามารถเห็นใบหน้าของคนที่มากับซอฮยอนได้ชัดเจนแทยอนก็อดเบะปากอย่างนึกเซ็งๆไม่ได้ นี่เขามากับซอฮยอนได้ไง? แล้วทำไมต้องมาที่นี่ด้วยนะ!

 

“หายไปซื้อกาแฟถึงไหนกันรู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วง?” เมื่อซอฮยอนกับลูฮานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทั้งสามคนทิฟฟานี่ก็เป็นคนแรกที่เอ่ยปากถามอย่างเป็นห่วง

 

“ขอโทษนะ...พอดีว่าร้านที่อยู่ใกล้ๆตรงนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะน่ะแล้วพอดีไปเจอพี่ลูฮานพี่เขาก็เลยพาไปอีกร้านหนึ่งน่ะแต่คนก็เยอะพอกันเลยมาช้าเนี่ยแหละ” ซอฮยอนเอ่ยปากขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงก่อนจะอธิบายสาเหตุที่เธอมาช้าให้ทุกคนฟัง

 

“พี่ดูหน้าคุ้นๆนะคะฉันกับพี่เคยเจอกันหรือเปล่า?” ทิฟฟานี่พูดขึ้นเมื่อลองมองหน้าของลูฮานที่กำลังส่งยิ้มมาให้เธอก่อนจะเอ่ยปากถามเพื่อให้หายความเคลือบแคลงใจ

 

“ก็ที่เราไปถ่ายแบบครั้งนั้นไง” เป็นซอฮยอนที่ตอบคำถามให้ทิฟฟานี่หายสงสัย

 

“อ๋อ! ฉันนึกออกแล้วค่ะแล้วนี่ไปเจอกันได้ยังไง?” ทิฟฟานี่ร้องอ๋อออกมาเมื่อนึกออกก่อนจะถามต่อด้วยความอยากรู้

 

“พอดีพี่มาหาโลเคชั่นสำหรับถ่ายนิตยสารฉบับหน้าน่ะแล้วอยากดื่มกาแฟก็เลยได้เจอกัน” ลูฮานเอ่ยปากตอบพลางส่งยิ้มบางๆไปให้

 

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง J” ทิฟฟานี่ร้องออกมาก่อนจะส่งยิ้มอย่างเลศนัยไปให้ซอฮยอนทำเอาคนโดนยิ้มแบบนั้นของทิฟฟานี่ถึงกลับไปต่อไม่เป็น

 

“อ่อ! นี่ซอฮยอนใกล้ถึงฉากของเธอแล้วน่ะไปเตรียมตัวสิ” ชานยอลพูดขึ้นซึ่งซอฮยอนก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยื่นแก้วกาแฟให้กับทิฟฟานี่ก่อนจะหยิบบทแล้วเดินไปสแตนบายทันที

 

“งั้นฉันก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ” ทิฟฟานี่บอกพลางเดินออกไปพร้อมกับแก้วกาแฟ

 

“ไปด้วย!” ชานยอลบอกก่อนจะก้าวเท้ายาวๆไปอยู่ข้างๆของทิฟฟานี่พลางแย่งแก้วกาแฟในมือของทิฟฟานี่มาถือไว้ก่อนจะดื่มมันโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของเลยสักนิด

 

“ฉันให้นายดื่มตอนไหนเนี่ย!” ทิฟฟานี่เปิดปากบ่นคนข้างกายที่จู่ๆก็อแย่งกาแฟในมือเธอไปดื่มหน้าตาเฉย

 

“ไม่รู้อ่ะอยากดื่ม J” ชานยอลตอบกลับพลางส่งยิ้มกวนๆไปให้จนทิฟฟานี่อดพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆไม่ได้

 

“บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่านายไปเจอน้องซอฮยอนได้ยังไง!” เมื่อเหลือกันอยู่เพียงแค่สองคนคือลูฮานกับแทยอนซึ่งแทยอนก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถามคนตรงหน้าเสียงแข็ง

 

“เธอหูตึงหรือไง? ซอฮยอนก็เพิ่งบอกไปหยกๆ” ลูฮานเอ่ยปากตอบกลับอย่างกวนๆตามประสาของเขา

 

“แล้วไปสนิทสนมกันตอนไหนห๊ะ!?” แทยอนถามต่อด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

 

“ไม่รู้สักเรื่องจะตายมั้ย?” ลูฮานตอบกลับพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ถ้าไม่ติดว่ายัยสิก้าบอกให้ฉันช่วยดูแลซอฮยอนฉันก็ไม่ยุ่งหรอก!” แทยอนบอกพลางเชิ่ดหน้าหันไปทางอื่น

 

“ปวดคอป่ะ?” ลูฮานเอ่ยถามเพราะดูจากกระสะบัดศีรษะไปแล้วค่อนข้างแรงเสียจนกลัวว่าเธอจะคอเคร็ด

 

“ไม่ต้องยุ่ง! และขอเตือนเลยนะอย่าคิดจะจีบซอฮยอนเชียวล่ะไม่งั้นฉันเอานายตายแน่!” แทยอนตอบกลับเสียงห้วนก่อนจะเปิดปากขู่อีกฝ่าย

 

“นี่เธอเป็นพี่หรือแม่? ทำไมต้องหวงอะไรขนาดนั้น? หรือเธอหึงฉันไง?” ลูฮานเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงกวนๆพลางยักคิ้วใส่แทยอน

 

“แหวะ! อย่างฉันเนี่ยนะจะไปหึงนายฝันไปเถอะย่ะฉันไม่เคยคิดจะชอบนายหรอก!” แทยอนส่งเสียงแหวะเมื่อสิ้นคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะพูดต่อ

 

“ก็ดีเพราะฉันไม่เอาผู้หญิงปากแบบเธอหรอก..อ่อ! ฝากนี่ให้น้องซอฮยอนด้วยนะกลับและ ^_^” ลูฮานบอกก่อนจะยื่นบัตรอะไรสักอย่างให้แทยอนแต่อีกฝ่ายกลับนิ่งไม่ยอมรับเขาก็ยัดมันใส่มือของเธอก่อนจะบอกลาแล้วเดินออกไปโดยไม่ทิ้งรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็นมิตร(?)ให้กับแทยอน

 

“บัตรชมแฟชั่นโชว์เหรอ? แหวะน้องซอฮยอนไม่สนใจนายหรอกย่ะ!” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินออกไปแล้วแทอยนก็ยกบัตรที่โดนลูฮานยัดใส่ในมือก่อนจะเปิดปากอ่านพลางเบะปากก่อนจะพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินไปอ่านบทต่อเพราะเธอมีซีนที่ต้องถ่ายต่ออีก

 

 

ตกตอนเย็นทางด้านของเจสสิก้าที่ตอนนี้กำลังเตรียมสำหรับงานเปิดตัวน้ำหอมที่ทางเจ้าของงานอุตส่าห์ส่งบัตรมาเชิญเธอด้วยตัวเองตามที่ซูยองได้บอกเอาไว้

 

หลังจากที่เจสสิก้าอาบน้ำและทาโลชั่นบำรุงผิวกายเป็นที่เรียบร้อยเธอก็เดินไปหยิบชุดที่แขวนอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าซึ่งชุดนั้นเป็นชุดเดรสสีแดงเลือดหมูที่ระดับความยาวของกระโปรงอยู่ประมาณเข่าพร้อมกับมีลวดลายซึ่งเป็นลายจุดทั่วพื้นที่ของเนื้อผ้าก่อนที่เธอจะสวมใส่มันอย่างรวดเร็วและแน่นอนที่พอชุดนี้ได้อยู่บนตัวของเธอนั้นมันดูสวยมากขึ้นอีกแถมด้วยสีของมันยังช่วยขับผิวให้เจสสิก้าดูมีออร่ามากยิ่งขึ้น เมื่อเธอแต่งตัวแล้วเช็คความเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินไปหย่อนกายลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องเพื่อจัดการแต่งเติมสีสันบนใบหน้าของเธอเพียงเล็กน้อยเพราะความจริงแล้วเธอเป็นคนค่อนข้างชอบการแต่งหน้าแบบอ่อนๆให้มันดูมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด

 

ไลน์~~

 

ในขณะที่เจสสิก้ากำลังลงรองพื้นอยู่นั้นเสียงเตือนจากไลน์ก็ดังขึ้นทำให้เธอหยุดมือก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงนอนของเธอมาเปิดดูข้อความพลางเดินกลับไปหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนเดิม

 

คิมแทยอน : แกกกกกกกก!!! วันนี้ฉันไม่ได้ไปงานด้วยแล้วนะพอดีติดถ่ายละครต่ออ่ะ T^T

เจสสิก้าจอง : ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่ซอฮยอนเล่นเป็นยังไงบ้างช่วงนี้ไม่ได้เข้าไปหาเลยอ่ะ

คิมแทยอน : เล่นดีมากเลยล่ะได้รับคำชมจากผู้กำกับตั้งหลายครั้ง

คิมแทยอน : เอ้อ! ฉันมีเรื่องจะฟ้องตอนนี้มีคนกำลังตามจีบซอฮยอนด้วยแหละ -_-

เจสสิก้าจอง : ใครเหรอ?

คิมแทยอน : ไอตากล้องบ้านั่นไง!

เจสสิก้าจอง : ลูฮานน่ะเหรอ??

คิมแทยอน : ใช่! คิดดูสิวันนี้มาที่กองถ่ายพร้อมกับซอฮยอนด้วยนะ

คิมแทยอน : แถมยังมีให้บัตรไปชมแฟชั่นโชว์ด้วย! ฉันเห็นแล้วจะอ้วก =[ ]=

เจสสิก้าจอง : ทำไมล่ะ? น่ารักจะตายแกอิจฉาไง? หรือว่าแกหึง?

คิมแทยอน : หึงบ้าอะไรกันล่ะ! ฉันไม่มีวันชอบไอบ้านั่นหรอกหน้าตาดีแต่ปากเสียแบบนั้น่ะ!

เจสสิก้าจอง : จริงจังทำไมเนี่ย? แค่ล้อเล่นเองนะ 5555555

คิมแทยอน : ไม่ต้องมาขำเลยนะ ก็ใช่น่ะสิใครจะไปเหมือนแกล่ะคนรุมจีบก็ออกจะเยอะแยะ

เจสสิก้าจอง : เดี๋ยวดิ๊? ทำไมอยู่ๆแกโยงมาเรื่องนี้ได้วะ?? @_@

คิมแทยอน : ไม่รู้ไม่ชี้แค่รู้สึกอิจฉา (- - )( - -)

เจสสิก้าจอง : จะมาอิจฉาอะไรกันเล่าคนจีบที่แกว่าฉันไม่เห็นจะมีสักคนเหอะ - -

คิมแทยอน : ก็มาร์คไง! นี่ฉันเชียร์อยู่นะเนี่ย >_<

เจสสิก้าจอง : ก่อนจะมาเชียร์คนอื่นดูแลตัวเองก่อนมั้ย? แฟนน่ะหามาให้ฉันเห็นก่อนเถอะ :P

คิมแทยอน : โห....แรงอ่ะก็มันยังไม่เจอคนถูกใจนี่หว่าอีกอย่างของแบบนี้ต้องดูกันไปเรื่อยๆ

เจสสิก้าจอง : ช่างเลือกจริงเลยนะแม่คุณระวังขึ้นคานล่ะ ^_^

คิมแทยอน : ปากเสียจริง คนอย่างคิมแทยอนไม่ขึ้นคานหรอกน่า ไปละผู้กำกับเรียก บายยยย..

 

และการสนทนาโต้ตอบผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ก็สิ้นสุดลงส่วนเจสสิก้าก็หันไปแต่งหน้าต่อแต่ในหัวสมองของเธอกลับคิดถึงแต่คำพูดของแทยอน...บางทีเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าตกลงแล้วเธอรู้สึกกับมาร์คแบบไหนกันแน่ พี่น้อง? หรือแบบคู่รักหนุ่มสาว? นั่นเป็นคำถามที่ตอนนี้เธอก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้เลยสักนิด

 

“ทำไมความรู้สึกแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วยนะ...”

 

 

ภายในงานเปิดตัวแบรนด์น้ำหอมชื่อดังอย่าง ‘GIRL De Provence’ ซึ่งภายในงานนั้นเต็มไปด้วยเหล่าดารา เซเลป คนดังมากมายที่มาร่วมงานกัยอย่างคับคลั่งส่งผลให้ภายในงานค่อนข้างคึกคักและโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่มางานนี้ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของน้ำหอมยี่ห้อนี้เช่นกัน และที่ขาดเป็นไม่ได้เลยสำหรับงานนี้คือเหล่าสื่อมวลชนที่มาเข้าร่วมงานเพื่อทำข่าวของน้ำหอมแบรนด์นี้รวมไปถึงข่าวดาราต่างๆ

 

ไม่นานรถตู้คันหนึ่งก็มาจอดอยู่ที่หน้างานทำให้เหล่าสื่อมวลชนที่กำลังทำข่าวอยู่นั้นหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองที่รถตู้นั่นอย่างใจจดจ่อและเมื่อประตูของรถตู้ได้เปิดออกร่างเพียวบางของเจสสิก้าก็ปรากฏสู่สายตาของเหล่าสื่อมวลชนและแขกเรื่อที่มาร่วมงานซึ่งแน่นอนที่เจสสิก้าก้าวเท้าลงมาจากรถแล้วเธอก็ไม่ลืมที่จะฉีกยิ้มหวานให้กับเหล่าสื่อมวลชนอย่างทุกครั้ง

เหตุที่ทำให้เธอมารถตู้ในครั้งนี้ก็มีสาเหตุมาจากที่ซูยองได้ติดภารกิจกะทันหันทำให้ไม่สามารถไปรับและมาส่งเธอที่งานได้อย่างที่สัญญาไว้ในตอนแรกแต่ก็ยังดีที่เธอยังติดต่อประสานงานไปกับทางบริษัทให้ส่งรถตู้ไปรับจึงทำให้เจสสิก้ามาถึงที่งานได้อย่างปลอดภัย

 

“น้องเจสสิก้าเป็นแฟนคลับของน้ำหอมแบรนด์นี้ด้วยเหรอคะ?” เมื่อเจสสิก้าเดินเข้ามาหยุดอยู่ในจุดหน้าทางเข้างานที่เหล่าสื่อมวลชนยืนออกันอยู่เสียงของนักข่าวคนหนึ่งก็เอ่ยปากถามขึ้นทันที

 

“จริงๆก็ใช้อยู่บ้างนะคะแต่ก็ไม่ถึงกับเป็นแฟนคลับหรอกค่ะ” เจสสิก้าตอบคำถามด้วยความสุภาพอย่างเช่นทุกครั้งพลางส่งยิ้มไปให้กับพี่ๆนักข่าวอย่างเช่นทุกครั้ง

 

“เอ..ได้ข่าวว่าน้องแทยอนก็จะมางานนี้ด้วยแล้วอยู่ไหนล่ะคะ?” เสียงของนักข่าวอีกคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

 

“พอดีแทยอนติดถ่ายละครกะทันหันค่ะเลยมาไม่ได้” เจสสิก้าหันไปตอบนักข่าวคนนั้นเพื่อให้คลายความสงสัย

 

“แล้วงานนี้น้องเจสสิก้ามาคนเดียวเหรอคะ? ไม่ได้พาแฟนมาด้วยเหรอ?” นักข่าวอีกคนเอ่ยถามขึ้นซึ่งคำถามของเธอก็ดูจะเป็นที่สนใจของนักข่าวสำนักอื่นเช่นกัน

 

“ค่ะ..ฉันมาคนเดียวส่วนเรื่องแฟนอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะคะฉันยังโสดค่ะ” เจสสิก้าตอบเชิงอธิบายให้พี่ๆนักข่าวได้เข้าใจตรงกัน

 

“แล้วรูปที่หลุดออกมาว่าเราไปทานอาหารกับผู้ชายเนี่ยผู้ชายคนนั้นคือใครเหรอคะถ้าไม่ใช่แฟน?” นักข่าวคนเดิมเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“ผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนและโปรดิวเซอร์รายการที่ฉันจะไปออกในสัปดาห์หน้าค่ะแล้ววันนั้นที่ร้านอาหารเราก็นัดกันคุยเรื่องรายละเอียดและทำความเข้าใจก่อนจะเริ่มการถ่ายทำค่ะ” เจสสิก้าตอบเชิงอธิบายให้เหล่านักข่าวฟังอย่างใจเย็นโดยไม่ลืมที่จะยกยิ้มให้อย่างเช่นทุกครั้ง

 

“สำหรับแขกเรื่อและเหล่าสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานเปิดตัวแบรนด์น้ำหอม GIRL De Provence ตอนนี้งานจะเริ่มแล้วนะคะสามารถมารวมกันที่ด้านหน้าเวทีได้เลยค่ะ” เสียงของพิธีกรในงานนี้ดังขึ้นนั่นทำให้ทุกคนหันไปสนใจอย่างช่วยไม่ได้

 

“เอ่อ..ยังไงฉันขอตัวก่อนนะคะงานใกล้เริ่มแล้วขอโทษนะคะ” เจสสิก้าเปิดปากบอกเหล่าพี่ๆลื่อมวลชนพลางโค้งให้ก่อนจะเดินเข้างานไปโดยในระหว่างที่เดินไปนั้นเจสสิก้าก็แอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะถ้าไม่ได้เสียงของพิธีกรคนนั้นช่วยเอาไว้มีหวังเธอคงโดนถามคำถามไม่หยุดแน่ๆ

 

“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ” แต่เหมือนว่าเจสสิก้าเธอจะรีบมากเกินไปทำให้เธอเดินไปชนเข้ากับร่างของใครบางคนเธอจึงร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนจะเอ่ยปากขอโทษ

 

“พี่มางานนี้ด้วยเหรอ?” แต่คนที่เธอชนกลับไม่ได้ใส่ใจกับคำขอโทษของเธอเสียเท่าไหร่แถมยังถามกลับมาทำให้เจสสิก้าต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้าเพราะเสียงของคนตรงหน้านั้นคุ้นหูเธอเหลือเกิน

 

“อะ..อื้ม! นายก็มาด้วยเหรอ?” เจสสิก้ามีท่าทีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใครก่อนจะเอ่ยปากตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย

 

“ครับ..พี่เข้าไปนั่งก่อนสิ” จินยองตอบรับพลางเขยิบตัวให้เล็กน้อยพอให้เจสสิก้าได้เข้าไปนั่งได้ซึ่งเธอก็พยักหน้าก่อนจะเดินเข้าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่พลางหันไปมองคนรักเก่าที่ยังคงยืนอยู่

 

“นั่งสิ..จะยืนค้ำหัวพี่อีกนานแค่ไหน?” เจสสิก้าเอ่ยปากชวนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมนั่งเมื่อสิ้นคำพูดของเธอจินยองก็ทีท่าทีเลิกลั่กเล็กน้อยที่จู่ๆเจสสิก้าก็ชวนเขานั่งด้วยกันทั้งทีปกติแถมจะผลักไสไล่ส่งให้ออกไปไกลๆด้วยซ้ำก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆกับเจสสิก้า

 

และเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงในที่สุดการเปิดตัวของน้ำหอมแบรนด์ ‘GIRL De Provence’ นั้นก็จบลงอย่างสวยงามโดยในเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาสำหรับเหล่าดารา เซเลปคนดังที่จะได้เข้าไปดูผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างใกล้ชิดแต่เจสสิก้ากลับไม่ได้คิดจะสนใจที่เธอมางานนี้ก็แค่มาตามมารยาทจริงๆเธออยากจะพักผ่อนมากกว่าที่จะต้องมาออกงานที่เหล่านักข่าวเต็มไปหมดแถมยังชอบถามเรื่องที่เธอไม่ค่อยอยากจะตอบอีก

 

“พี่จะกลับแล้วเหรอครับ?” จินยองเอ่ยปากถามเมื่อเห็นว่าเจสสิก้ากำลังทำท่าจะเดินออกไปจากงาน

 

“อืม..มีอะไรกับพี่เหรอ?” เจสสิก้าตอบพลางเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม

 

“ที่พี่ยอมพูดดีๆกับผมเพราะพี่ใจอ่อนกับผมแล้วเหรอ?” จินยองเอ่ยปากถามพลางจ้องหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตาพร้อมหัวใจที่ลุ้นระทึกกับคำตอบที่ร่างบางตรงหน้าจะเอ่ยออกมา

 

“พี่แสดงให้เห็นแบบนั้นเหรอ?” เจสสิก้าถามกลับด้วยสีหน้ามึนๆ

 

“ยังไงผมก็อยากจะขอโอกาสอธิบายเรื่องวันนั้น...ได้มั้ยครับ?” จินยองบอกเจสสิก้าเสียงเรียบแต่มันกลับแฝงไปด้วยความเว้าวอนจนเจสสิก้ารู้สึกได้

 

“จนป่านนี้นายยังไม่ละความพยายามอีกเหรอ?” เจสสิก้าเอ่ยถามพลางมองหน้าอีกฝ่าย

 

“ก็จนกว่าพี่จะยอมฟังนั่นแหละ” จินยองบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแถมยังมีสีหน้าจริงจังจนเจสสิก้าก็อดหวั่นใจไม่ได้ นี่เธอกำลังจะใจอ่อนให้กับคนที่ทำร้ายจิตใจเธองั้นเหรอ?

 

“เอาสิ...อยากอธิบายอะไรก็ว่ามายังไงซะนายก็คงจะไม่ล้มเลิกความพยายามอยู่แล้วนี่” เจสสิก้าบอกเสียงเรียบแต่คำตอบของเธอนั้นกลับเรียกรอยยิ้มจากคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

 

“จริงๆวันนั้นผมไม่ได้รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาห้องของผมแล้วมาอยู่บนเตียงเดียวกับผมได้ยังไง..แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้พาเธอเข้ามา” จินยองเริ่มเปิดปากอธิบาย

 

“แล้วผู้หญิงคนนั้นจะเข้าไปห้องของนายได้ยังไงในเมื่อมันต้องใช้คีย์การ์ด?” เจสสิก้าถามกลับเสียงเรียบ

 

“ผมก็ไม่รู้..” จินยองบอกพลางทำหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“นี่นายกำลังเล่นละครอยู่หรือไง?” เจสสิก้าถามกลับ

 

“ถ้านายไม่ได้ตั้งใจหิ้วยัยนั่นมาจริงๆแล้วทำไมยัยนั่นถึงได้พูดแบบนั้นล่ะ?” เจสสิก้าถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

 

“ผมไม่รู้พี่ก็รู้ว่าก่อนวันนั้นผมไปงานเลี้ยงแล้วผมก็ดื่มหนักมากไปหน่อย”

 

“ไม่เห็นจะใช่เรื่องเลยเอาตรงๆนะพี่แค่รู้สึกว่าตอนนี้นายกำลังแก้ตัวว่ะ” เจสสิก้าบอกอย่างไม่เชื่อคำพูดของคนตรงหน้าก็อย่างที่รู้กันว่าความไว้ใจมันมีให้ได้แค่ครั้งเดียวถ้าจะมีให้อีกก็คงไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นหรอก

 

“แต่ถึงยังไงผมยังรักพี่อยู่นะ...ไม่เคยเปลี่ยนเลยด้วย” จินยองพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมีสีหน้าจริงๆแถมแววตานั้นยังไม่ฉายแววขี้เล่นอะไรทั้งนั้นนั่นทำให้เจสสิก้าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นดวงตาของเขา นี่เธอควรจะเชื่อเขาดีมั้ย?

 

“พี่ว่าพี่คิดผิดว่ะที่ปล่อยให้นายมาอธิบายเรื่องบ้าๆแบบนี้..ขอตัวนะ” เจสสิก้าบอกก่อนจะเดินหนีออกจากงานไปด้วยหัวใจที่สับสนไปหมดสับสนมากขนาดที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันอย่างไรดี…

 



















เฮ้ๆๆๆ มาอัพแล้วนะแต่ทำไมแต่งแล้วแปลกๆ?

แต่ช่างมันเหอะเนอะเราอินดี้ #ไม่เกี่ยวกันเลย

คนอ่านยังมีมั้ย? ถ้ามีก็เม้นแสดงตัวหน่อยสิ <3








 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #662 Fpc Man U (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 23:56
    ยังมีคะ~ รอติดตามตลอด ^^
    #662
    0
  2. #661 maylone (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 00:55
    ฮุนอกหักแน่นอนงั้นไปหาแทยอนซะน่ะ555
    #661
    0
  3. #660 Fpc Man U (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 00:40
    สิกไม่มีทีท่าว่าจะชอบฮุนเลย ทาร์ตอสิกเป็นแฟน ไหนจะจูเนียที่มาง้ออีก สิกจะเลือกใคร?????
    #660
    1
  4. #659 j_snsd (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 10:47
    เชียฮุนน้าาา
    #659
    0
  5. #658 BabyBabyBeam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 13:55
    รออยู่น้าาา
    #658
    0
  6. #657 maylone (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 01:03
    รอค้าส
    #657
    0
  7. #654 tanbukiiz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 16:28
    อยากอ่านๆๆๆๆๆค่าาาา
    #654
    0