- { Behind The Illusion } - // [ exo snsd got7 ]

ตอนที่ 16 : - { Behind the illusion } - // บทที่ ๑๕ : อยากถูกเรียกว่าแฟน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 ส.ค. 60




























และการถ่ายทำของแทยอนก็ดำเนินไปด้วยดีจนถึงตอนเย็นซึ่งวันนี้ก็เช่นเคยที่แทยอนได้รับคำชมจากผู้กำกับจนนับแถบไม่ถ้วนถึงแม้วันนี้ซีนของเธอจะเป็นซีนที่ต้องเล่นเข้ากับนักแสดงมากฝีมือมากมายแต่เธอก็สามารถทำออกมาได้ดีจนไม่อยากจะเชื่อว่าเธอแสดงละครมาเพียงแค่สองเรื่องเท่านั้น

 

“เจสสิก้ากลับบ้านกันเดี๋ยวฉันไปส่ง” แทยอนเดินเข้าไปมาบอกเจสสิก้าหลังจากที่เธอเดินไปเปลี่ยนชุดซึ่งในตอนนี้เธอก็อยู่ในชุดเดิมนั่นเอง

 

“ฉันหิวข้าวอ่ะ” เจสสิก้าละสายตาจากจอโทรศัพท์ก่อนจะเปิดปากบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

 

“จะว่าไปฉันก็หิวนะงั้นไปกินข้าวก่อนแล้วกันเนอะ” แทยอนบอกอย่างเห็นด้วยเพราะตอนพักกองเธอก็แทบจะไม่ได้แตะข้าวเลยสักนิดจะมีก็แค่ขนมปังเท่านั้นที่ตกถึงท้องเธอเท่านั้น

 

“น่ารักที่สุดเลยแต่แกเลี้ยงนะ J” เจสสิก้าบอกแกมชมก่อนจะส่งยิ้มไปให้

 

“เนียนเลยนะ - - แทยอนบอกพลางทำหน้าเอือมระอาแต่เจสสิก้ากลับยิ้มแย้มไม่คิดจะสนใจสีหน้าของแทยอนเลยสักนิดก่อนที่เจสสิก้าจะหันไปหยิบกระเป๋าส่วนแทยอนก็เดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองเช่นกันก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากกองไปโดยไม่ลืมที่จะเดินเข้าไปบอกลาทั้งผู้กำกับและทีมงาน

 

 

ทางด้านของมาร์คที่ตอนนี้ยังนั่งขรุกตัวอยู่ภายในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเค้าติดถ่ายละครทำให้ไม่ค่อยได้เข้าคลาสเรียนสุดท้ายเขาก็ไม่สามาถเรียนตามคนอื่นทันแถมยังโดนแจ็คพอตอีกนั่นคืออาจารย์จะมีสอบเทสย่อยอีกครั้งในสัปดาห์นี้ทำให้มาร์คต้องรีบมาวิ่งมาเข้าห้องสมุดเพื่อมาติวหนังสือเนี่ยแหละ

 

“ทำไมหน้าเครียดจัง?” เสียงหวานของคริสตัลเพื่อนร่วมคลาสเรียนเอ่ยถามอย่างสงสัยพลางถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา

 

“ก็ไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหานิดหน่อย” มาร์คละสายตาจากตัวอักษรในหนังสือพลางเงยหน้าก่อนจะตอบคำถามของคนตรงหน้า

 

“ให้ฉันช่วยติวมั้ยล่ะ?” คริสตัลเอ่ยถามเชิงอาสาด้วยความหวังดี

 

“แล้วเธอไม่ติวของเธอเองหรือไง?” มาร์คเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยก็ในเมื่อคนตรงหน้าก็รู้ว่าจะมีสอบเทสย่อยอีกครั้งแทนที่จะไปติวหนังสือให้ตัวเองแต่กลับจะมาช่วยเขาเนี่ยนะ?

 

“ฉันติวตอนไหนก็ได้แต่นายเรียนช้ากว่าคนอื่นแบบนี้แถมดูท่าคงไปไม่รอดถ้านายมัวแต่อ่านแล้วไม่เข้าใจแบบนี้ฉันเลยจะช่วยติวไงเอามั้ย?” คริสตัลตอบเชิงอธิบายก่อนจะถามอีกครั้ง

 

“ไม่ดีกว่าฉันว่าอีกเดี๋ยวฉันก็คงอ่านนื้อหาเข้าใจเองแหละ...ขอบคุณนะ” มาร์คตอบปฏิเสธด้วยความเกรงใจโดยไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายพลางส่งยิ้มให้

 

“งั้นถ้านายมีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉันแล้วกันเนอะ ^_^” คริสตัลบอกพลางส่งยิ้มไปให้ซึ่งมาร์คก็พยักหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ ส่วนคริสตัลที่เห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะไม่สนใจเธอแล้วเธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องสมุดไป เมื่อเห็นว่าคริสตัลเดินออกจากห้องสมุดไปแล้วมาร์คก็แอบพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย จริงๆแล้วเขาอยากจะตอบตกลงไปด้วยซ้ำที่คริสตัลเสนอว่าจะช่วยติวให้แต่เพราะเขาทราบว่าคริสตัลคิดยังไงกับตนและเขาก็ไม่อยากเป็นพวกให้ความหวังใครเลยจำเป็นต้องปฏิเสธไปแบบนั้นนั่นแหละ

 

หลังจากที่อ่านหนังสือต่อไปอีกประมาณ 20 นาทีเขาก็ละสายตาจากตัวหนังสือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาประจำห้องสมุดปรากฏว่าตอนนี้เป็นเวลากว่าห้าโมงเย็นแล้วเขาก็ตัดสินใจลุกจากที่นั่งพลางเลื่อนเก้าอี้เก็บดังเดิมโดยไม่ลืมหยิบหนังสือก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่มีบรรณารักษ์นั่งอยู่เพื่อที่จะทำเรื่องยืมหนังสือสำหรับเอากลับไปอ่านที่บ้านนั่นเอง

 

ไลน์~

 

หลังจากที่เขาทำเรื่องยืมหนังสือเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่รอช้าที่จะเดินออกมาจากห้องสมุดซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงเตือนจากไลน์ดังขึ้นทำให้เขาหยุดชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงนักศึกษาขึ้นมาเปิดอ่าน

 

คิมแทยอน : มาร์คนายอยู่ไหนเหรอ?

มาร์ค : ผมอยู่ที่มหาลัยพี่แทยอนมีอะไรเหรอครับ?

คิมแทยอน : พอดีพี่มากินข้าวกับยัยสิก้าแถวๆมหาลัยนายอ่ะสนใจมากินมั้ย? ^_^

มาร์ค : เอ่อ...จะดีเหรอครับ?

คิมแทยอน : ดีสิ! ทำไมล่ะ?

มาร์ค : ก็พี่สิก้าเพิ่งมีข่าวนี่ครับผมกลัวพี่สิก้าจะโดนนักข่าวเล่นงานอีกอ่ะ

คิมแทยอน : แหม่...คนดีจริงๆเชียวเอาเถอะไม่มาก็ไม่มานะ - -

 

และสุดท้ายการโต้ตอบผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ระหว่างมาร์คกับแทยอนก็สิ้นสุดลง ถ้าถามเขาว่าเขาอยากจะไปตามคำชวนของแทยอนหรือเปล่า? เขาก็คงไม่ปฏิเสธแต่เพราะเมื่อเช้าก่อนที่เขาจะเข้าคลาสเรียนนั้นเพื่อนๆร่วมคลาสก็เอาแต่พูดกันถึงเรื่องที่เจสสิก้ามีข่าวว่าไปแอบเดทกับผู้ชาย ซึ่งเขาก็ทราบดีว่าการเป็นดาราหรือนักแสดงเรื่องออกเดทเป็นเรื่องค่อนข้างร้ายแรงอยู่เหมือนกันเขาก็จึงเลือกปฏิเสธไปเพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ให้กับคนที่เขา...แอบชอบ

 

“อยู่นี่นี่เองหาตั้งนาน!” ในขณะที่มาร์คกำลังจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเสียงของแจ็คสันก็ดังขึ้นก่อนที่มือแขนของแจ๊คสันจะมาพาดที่คอของมาร์คในที่สุด

 

“หาทำไม?” มาร์คเอ่ยปากถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“ก็กะว่าจะชวนไปกินข้าวไง” แจ๊คสันบอก

 

“ไปกับมึงสองคนเนี่ยนะ?” มาร์คถามกลับพลางเลิกคิ้วสูง

 

“มึงจะบ้าไงคนอื่นไปรอกันที่ร้านแล้วมั้ง” แจ๊คสันตอบก่อนจะดึงแขนออกจากคอของมาร์ค

“เหรอ?”

 

“ตกลงมึงจะไปมั้ยเนี่ย?” แจ๊คสันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นเอาคำตอบ

 

“ไปก็ไปแต่มื้อนี้มึงเลี้ยงนะ J” มาร์คตอบก่อนจะยกยิ้ม

 

“แมร่ง..ได้ทีเอาใหญ่เลยนะมึงเออๆเดี๋ยวกูเลี้ยงเอง” แจ๊คสันเปิดปากบ่นแล้วพูดต่อก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินกันออกไปจากมหาวิทยาลัยเพื่อตรงไปยังร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยของพวกเขา

 

 

#ทางด้านแทยอนกับเจสสิก้า

หลังจากที่เจสสิก้าเกิดอาการงอแง(?)ว่าหิวข้าวซึ่งแทยอนเองก็รู้สึกเช่นกันเธอจึงขับรถมาเรื่อยๆจนมาหยุดที่ร้านแถวหน้ามหาวิทยาลัยที่มาร์คเรียนอยู่และเมื่อเข้ามาถึงภายในร้านหลังจากที่เลือกโต๊ะกันได้แล้วเจสสิก้าก็ปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวแทยอนก็จึงรีบส่งไลน์ไปหามาร์คทันทีแต่สุดท้ายฝ่ายนั้นก็ตอบปฏิเสธมาทำให้เธอรู้สึกเซ็งเล็กน้อย

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามหลังจากที่กลับจากห้องน้ำแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นุ่มของร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ปะ..เปล่าแค่เซ็งๆกับข่าวช่วงนี้น่ะ” แทยอนตอบปฏิเสธเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยแต่เจสสิก้าก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

 

“แล้วแกสั่งอะไรไปบ้างแล้วหรือยัง?” เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะบนโต๊ะไม่มีเมนูอาหารเลยสักนิด

 

“ฉันสั่งไปแล้วล่ะอีกเดี๋ยวก็คงมาเสิร์ฟ” แทยอนตอบพลางวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะฝั่งข้างกำแพงกระจกของร้าน

 

“ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี๊แล้วว่านึกยังไงอยากมากินข้าวแถวมหาลัยล่ะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามเพื่อฆ่าเวลารออาหารมาเสิร์ฟ

 

“ก็เห็นคนพูดกันว่าร้านนี้อร่อยก็เลยอยากมาลองดูไง” แทยอนตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อยซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ส่วนแทยอนก็เลือกที่จะกวาดสายตาสำรวจโดยรอบของร้านระหว่างรออาหาร

 

หลังจากนั้นไม่นานอาหารที่แทยอนเป็นคนสั่งก็เอามาเสิร์ฟทั้งคู่จึงละทิ้งกิจกรรมต่างๆที่ทำก่อนหน้านั้นแล้วหันมาสนใจอาหารตรงหน้าซึ่งแทยอนที่กินข้าไปก็เอ่ยปากชมอย่างหยุดไม่ได้ซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยเช่นกัน

 

“แล้วนี่แกไม่คิดจะรับละครต่อเลยเหรอ?” แทยอนเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้

 

“ก็รับนะแต่พี่ซูยองเป็นคนรับงานให้นี่นา” เจสสิก้าตอบพลางยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มหลังจากทานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“มีผู้จัดการนี่มันก็ลำบากนิดนึงอ่ะเนอะ” แทยอนบอกก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเช่นกัน

 

“แต่ก็ดีนะฉันขี้เกียจต้องมานั่งรับงานเองแถมยังต้องจัดสรรเวลาให้ดีอีก” เจสสิก้าบอก

 

“ขอรับโทรศัพท์นะ” เจสสิก้าบอกแทยอนพลางหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องคู่ใจของเธอขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงการสั่นของมันที่กระเป๋ากางเกงของเธอเมื่อหยิบขึ้นมาแล้วเจสสิก้าก็ดูที่หน้าจอเล็กน้อยก่อนจะกดรับทันทีอย่างไม่มีท่าทีลังเลเลยสักนิด

 

“ค่ะพี่ซูยอง” เจสสิก้ากรอกเสียงไปยังปลายสาย

 

( พี่จะโทรมาบอกว่าวันพรุ่งนี้เธอมีงานนะ ) ปลายสายบอกแต่คำพูดของปลายสายกลับทำให้เจสสิก้าต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง

 

“งานอะไรคะ? ฉันว่าฉันเช็คดีแล้วนะว่าพรุ่งนี้ฉันไม่มีงาน” เจสสิก้าเอ่ยปากถามปลายสาย

 

( พอดีเพิ่งติดต่อมาน่ะพี่เห็นว่าช่วงนี้เราดูว่างเกินไปเดี๋ยวคนจะลืมหน้าเราพี่เลยรับงานให้เราสักหน่อย ) ปลายสายบอกเพื่อให้เจสสิก้าได้คลายความสงสัย

 

“โห่...พี่ซูยองอ่ะฉันอยากพักนะ” เจสสิก้าบอกด้วยน้ำเสียงงอแงเหมือนเด็ก

 

( ไม่ต้องมาทำเสียงงอแงเลยนะ ทำงานเนี่ยแหละดีแล้วเรื่องข่าวของเธอจะได้ซาลงเร็วๆไง ) ปลายสายบอก

 

“ก็ได้ค่ะ..ว่าแต่มันงานอะไรเหรอคะ?” เจสสิก้าตอบรับเสียงอ่อยก่อนจะถามต่อ

 

( ภาพยนตร์น่ะ ) ปลายสายตอบ

 

“เดี๋ยวนะคะฉันไม่เคยเล่นนะพี่รับงานอะไรไม่ปรึษาฉันเลยอ่ะ” เจสสิก้าบอกเชิงต่อว่าปลายสายเล็กน้อยถึง

 

( ก็หัดลองอะไรใหม่ๆบ้างไงเผื่อเธอจะดังเป็นพลุแตกก็ได้นะ ) ปลายสายบอกเชิงโน้มน้าว

 

“โธ่..พี่ซูยองนะพี่ซูยองถ้าฉันเล่นไม่ดีจะทำยังไงล่ะคะ?” เจสสิก้าบอกปลายสายด้วยน้าเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

 

( เอาน่าผู้กำกับเขาไม่ใจร้ายกับเธอหรอกน่าเชื่อพี่สิ ) ปลายสายบอกเชิงให้กำลังใจ

 

“ฉันล่ะเชื่อพี่เลย..ว่าแต่มันภาพยนตร์เรื่องอะไรเหรอคะ?” เจสสิก้าตอบปลายสายอย่างหมดหนทางก่อนจะถามต่อ

 

( อ่อ! love you like น่ะ ) ปลายสายตอบ

 

“แล้วบทล่ะคะ…เป็นบทยังไง?” เจสสิก้าเอ่ยปากถามต่อ

 

( เขาบอกว่าจะให้เธอเล่นเป็นนางเอก ) ปลายสายตอบ

 

“ห๊ะ! นางเอก? หน้าอย่างฉันเนี่ยนะคะ คนดูได้ทำใจลำบากกันตายเลยสิคะ” เจสสิก้าอุทานออกมาด้วยความตกใจที่อยู่ๆซูยองก็รับบทนางเอกภาพยนตร์ให้กับเธอทั้งที่ตอนนี้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวร้ายไปแล้ว

 

( อันนี้พี่ก็ไม่รู้นะ แต่ทางผู้กำกับรีเควสมาแบบนี้ ) ปลายสายบอก

 

“อ๋อ…แล้วทางนั้นจะเริ่มถ่ายทำตั้งแต่พรุ่งนี้จริงเหรอคะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

 

( อ้าว? พี่บอกว่าเริ่มพรุ่งนี้เหรอ? โทษทีช่วงนี้พี่เบลอนิดหน่อยน่ะการถ่ายทำจะเริ่มในต้นเดือนหน้าส่วนงานของเธอพรุ่งนี้คือไปร่วมงานเปิดตัวน้ำหอมตัวใหม่ของแบรนด์ Girl นะ ) ปลายสายบอก

 

“แล้วงานจะเริ่มกี่โมงล่ะคะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามปลายสาย

 

( งานจะเริ่มประมาณห้าโมงเย็นน่ะเดี๋ยวพี่จะไปรับเราเอง ) ปลายสายตอบ

 

“โอเคค่ะ” เจสสิก้าตอบรับ

 

( งั้นแค่นี้ก่อนนะพี่ต้องไปดูแลนักแสดงต่อแล้วล่ะ ) ปลายสายบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆเล็กน้อย

 

“ค่ะๆขอให้งานผ่านไปด้วยดีนะคะ” เจสสิก้าตอบรับโดยไม่ลืมอวยพรให้อีกฝ่ายก่อนจะกดวางสายไป

 

“มีอะไรเหรอ?” แทยอนเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เจสสิก้าวางโทรศัพท์ไปแล้ว

 

“พี่ซูยองโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปงานเปิดตัวน้ำหอมน่ะ” เจสสิก้าตอบ

 

“น้ำแบรนด์อะไรเหรอ? เผื่ออาจจะเป็นงานเดียวกัน” แทยอนถามต่อด้วยความอยากรู้

 

“แบรนด์ Girl น่ะ” เจสสิก้าตอบ

 

“งานเดียวกันเลยนี่นาโชคดีอ่ะ” แทยอนบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ

 

“จริงดิ? รู้สึกโชคดีเป็นบ้าเลยงั้นขากลับถ้าพี่ซูยองหนีก่อนฉันกลับกับแกนะ” เจสสิก้าบอกซึ่งแทยอนก็พยักหน้าเป็นการตอบรับ

 

“แล้วฉันเห็นแกพูดว่าภาพยนตร์คืออะไรเหรอ?” แทยอนถามต่อด้วยความอยากรู้

 

“อ๋อ! พี่ซูยองเขารับงานภาพยนตร์ให้ฉันน่ะเห็นว่าจะเริ่มถ่ายทำในช่วงเดือนหน้า” เจสสิก้าตอบ

 

“งั้นเวลาว่างแกก็หมดแล้วสินะ ^_^” แทยอนพูดขึ้นพลางส่งยิ้มอย่างกวนๆไปให้

 

“ไม่ต้องมายิ้มอย่างนั้นเลยนะ!” เจสสิก้าเปิดปากดุพลางถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่ส่งยิ้มกวนๆเชิงเยาะเย้ยที่ตอนนี้เวลาพักผ่อนของเธอลดลงไปแล้ว

 

“เอาเถอะน่าครั้งหนึ่งในชีวิตนักแสดงเลยนะที่จะได้เล่นภาพยนตร์น่ะ” แทยอนบอกเชิงให้กำลังใจ

 

“ฉันจะพยายามคิดแบบนั้นแล้วกัน - - เจสสิก้าตอบรับเสียงเรียบก่อนจะเบะปากเล็กน้อย

 

“อยากกินอะไรอีกป่ะ?” แทยอนถามขึ้นซึ่งเจสสิกาก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

“งั้นฉันเรียกพนักงานให้มาเช็คบิลนะ” แทยอนบอกเจสสิก้ก็พยักหน้าเป็นคำตอบ แทยอนจึงหันไปโบกมือพลางเอ่ยปากเรียกพนักงานให้มาเก็บเงินและไม่นานทั้งคู่ก็เดินกันออกไปจากร้านแต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึงรถเธอทั้งสองคนก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเจอคนตรงหน้า....

 

 

“อ้าว? นี่มันพี่แทยอนกับพี่เจสสิก้าไม่ใช่เหรอ?” แจ็คสันเอ่ยปากพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าของทั้งสองคน

“ไหนนายบอกว่าจะไม่มาไง? แล้วมาตอนนี้เนี่ยนะ!?” แทยอนเอ่ยปากถามแกมบ่นมาร์คที่ยืนหน้าเหลอหลาอยู่

 

“แกนัดมาร์คมาด้วยเหรอ?” เจสสิก้าเอ่ยปากถามพลางมองหน้าเพื่อนของตัวเองอย่างรอคำตอบ

 

“ปะ..เปล่าก็แค่ชวนมาเฉยๆ” แทยอนตอบเจสสิก้าเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย

 

“จริงๆผมจะมากินข้าวกับเพื่อนเฉยๆไม่คิดว่าจะเป็นร้านเดียวกับพี่นะครับ” มาร์คตอบให้อีกฝ่ายเลิกเข้าใจผิด

 

“พี่ก็ไม่ว่าอะไรเราสักหน่อยว่าแต่นี่เพื่อนเหรอ?” เจสสิก้าบอกมาร์คเสียงนุ่มก่อนจะถามต่อ

 

“อ๋อ...ครับชื่อแจ็คสันหวังน่ะครับ” มาร์คตอบเชิงแนะนำตัวเพื่อนของตัวเองให้คนตรงหน้ารู้สึกจักซึ่งแจ็คสันก็เหมือนรู้หน้าที่เขาจึงโค้งให้ทั้งสองคนตามมารยาท

 

“ไหนๆก็เจอพี่สองคนแล้วผมขอลายเซ็นหน่อยสิ!” แจ็คสันบอกพลางยื่นกระดาษกับปากกาให้กับเจสสิก้าด้วยท่าทางตื่นเต้นระคนดีใจทันทีซึ่งเจสสิก้าก็ยกยิ้มให้พลางหยิบกระดาษนั่นพร้อมปากกามาเซ็นลายเซ็นให้อีกฝ่ายอย่างไม่อิดออดก่อนจะส่งมันให้แทยอนได้เซ็นเช่นกัน

 

“ไปเอามาตอนไหน?” มาร์คหันไปถามเพื่อนของตัวเองพลางหรี่ตามองอย่างเอือมระอาก็ไม่คิดว่ามันจะบ้าดาราขนาดนี้นะ -0-

 

“พอดีใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงไง” แจ็คสันตอบก่อนจะยื่นมือไปรับกระดาษที่มีลายเซ็นของทั้งสองคน

 

“แล้วช่วงนี้มีงานบ้างมั้ยเรา?” เจสสิก้าเอ่ยถาม

 

“ก็ยังไม่มีติดต่อมานะครับ” มาร์คตอบ

 

“แล้วพี่ล่ะ?”

 

“ก็เพิ่งมีเนี่ยแหละ” เจสสิก้าตอบพลางพ่นลมหายใจออกมาเมื่อนึกถึงงานที่เธอเพิ่งรับรู้มาเพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น

 

“ต้องขอโทษที่ขัดจังหวะนะแต่ว่าฉันต้องไปซื้อของต่อเดี๋ยวค่อยไปคุยกันทางไลน์แล้วกันเนอะมีอยู่แล้วนี่?” แทยอนพูดขัดจังหวะขึ้นแถมไม่วายยังแอบส่งสายตาแซวทั้งคู่อีก

 

“ไปรู้มาจากไหน?” เจสสิก้าเอ่ยถามแทยอน

 

“ก็ไม่เห็นจะเดายากเลยก็แกเคยถ่ายละครกับมาร์คก็ต้องมีเบอร์โทรศัพท์ มีไลน์กันเป็นธรรมดาแหละหน่า” แทยอนตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“งั้นผมก็ขอตัวก่อนนะครับเพื่อนคนอื่นคงรอกันแล้ว” มาร์คบอกเจสสิก้ากับแทยอนพลางโค้งให้ก่อนจะเดินเบี่ยงตัวไปทางขวามือแล้วผลักบานประตูเข้าไปพร้อมกับแจ็คสันโดยมีเจสสิก้ามองตามด้วยความรู้สึกแปลกๆ

 

“งั้นเราก็กลับกันเถอะ” แทยอนพูดขึ้นทำให้เจสสิก้าดึงสายตากลับมาก่อนจะหันมาพยักหน้าตอบรับแลว้ทั้งคู่ก็เดินกันไปที่รถของแทยอนทันที

 

“ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพี่สิก้าเขาแปลกๆวะ?” แจ็คสันพูดขึ้นหลังจากที่เข้ามาภายในร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“แปลกยังไง?” มาร์คเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

“ไม่รู้ว่ะ? บอกไม่ถูกเหมือนกัน” แจ็คสันตอบพลางยกไหล่

 

“งั้นก็ช่างมันเถอะคงไม่มีอะไรหรอกแกคงคิดมากไปเองว่ะ โน่น! คนอื่นนั่งอยู่นั่นแล้ว” มาร์คบอกอย่างปัดๆก่อนจะชี้ไปทางเพื่อนของเขาที่มารอที่ร้านอยู่ก่อนแล้ว

 

 

#ทางด้านของมาร์ค

[ Mark’s part. ]

หลังจากที่ผมกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนของผมเสร็จเรียบร้อยแล้วแจ็คสันก็เป็นคนอาสามาส่งผมที่คอนโด หลายคนอาจจะสงสัยล่ะสิว่าทำไมผมถึงมาพักที่คอนโดแทนที่จะเป็นหอพักในมหาวิทยาลัยแบบนักศึกษาคนอื่นๆเขา ก็เพราะว่าทางต้นสังกัดของผมนั้นได้ทำเรื่องขอให้ผมมาพักที่คอนโดเพื่อป้องกันการถูกรบกวนจากแฟนคลับของผมเนี่ยแหละ จะว่าไปมันก็ดีหมือนกันนะครับค่อนข้างเป็นส่วนตัวดี ^_^

 

เมื่อผมขึ้นลิฟต์มายังชั้นที่ 7 ของคอนโดซึ่งมันคือชั้นที่มีห้องของผมเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่รอช้าที่จะเดินมาหยุดที่หน้าห้องของตัวเองก่อนจะหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาสแกนก่อนจะเปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปภายในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็วพลางสาวเท้าเดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเหนื่อยล้า

 

เนื่องจากวันนี้ผมมีเรียนตั้งแต่ตอนบ่ายยันถึงตอนห้าโมงเย็นเลยทำให้ทั้งร่างกายและสมองค่อนข้างอ่อนเพลียกว่าทุกวันที่ผ่านมา @_@

 

ไลน์~

 

ในขณะที่ผมกำลังจะหลับตาลงเพื่อนอนพักผ่อนแต่เสียงเตือนจากแอพพลิเคชั่นไลน์จากโทรศัพท์ดังขึ้นส่งผลให้ผมลืมตาขึ้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดดูข้อความที่เข้ามา

 

เจสสิก้าจอง : ฮัลโหล ^_^

 

O_O” เมื่อผมเห็นข้อความว่าเป็นใครส่งมาก็ตกอยู่ในอาการอึ้ง ทึ่ง ตะลึง และช็อคอย่างบอกไม่ถูกคือเข้าใจฟิลที่เวลาคนที่แอบชอบทักมาป่ะ? คือมันมีความสุขนะแต่มันก็อึ้งอ่ะเอาไงดีวะครับ?

 

เจสสิก้าจอง : อ่านแล้วทำไมไม่ตอบพี่ล่ะ? เอ...หรือว่านอนไปแล้ว

 

แต่เหมือนว่าผมจะช็อคนานเกินไปหรือเปล่าสติที่เหมือนหายไปชั่วขณะก็ถูกดึงกลับมาด้วยเสียงเตือนจากไลน์อีกครั้งผมจึงเปิดอ่านแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเริ่มงอนแล้วนะ เอาไงดีวะครับ??? ไม่เคยมีโมเม้นแบบนี้มาก่อนโคตรเครียดเลยขอบอก!

 

มาร์ค : ยังครับ..พอดีผมไปกดโดนแอพอื่นเลยตอบช้า ว่าแต่พี่มีอะไรหรือเปล่า?

 

และในที่สุดผมก็สามารถบังคับมือให้กดข้อความแล้วส่งไปให้อีกฝ่ายได้เสียทีหลังจากที่สติหลุดไปหลายนาทีเอาจริงๆนะตอนนี้ผมยังไม่หายช็อคเลยว่ะ

 

เจสสิก้าจอง : เปล่า...อยากทัก J

 

ไม่นานพี่สิก้าก็ส่งข้อความตอบกลับมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงข้อความสั้นๆแต่มันกลับมีอิทธิพลต่อหัวใจของผมมากจริงๆ นี่อยากให้ลองมาจับใจของผมมากเลยนะตอนนี้มันเต้นไม่เป็นจังหวะไปหมดแล้วเนี่ย!

 

มาร์ค : พี่จะมาแนวไหนเนี่ย?

 

ผมตอบกลับข้อความไปอย่างรวดเร็วข้อความน่ะที่ส่งไปอาจะเหมือนไม่มีอะไรแต่ใครจะรู้วะ? ว่าตอนนี้ผมกำลังลุ้นกับคำตอบที่อีกฝ่ายจะตอบกลับมามากแค่ไหน

 

เจสสิก้าจอง : ก็ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนี่นา...คิดถึง

 

และผมก็ได้รับคำตอบจากพี่สิก้าอีกครั้งซึ่งคำตอบในครั้งนี้มันทำเอาหัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วอยู่แรงมากกว่าเดิมอีกแล้วเชื่อมั้ยว่าตอนนี้อ่ะผมโคตรดีใจเลยถ้าผมสามารถตะโกนเสียงดังออกมาได้นี่ทำไปแล้วแต่ก็เกรงใจห้องข้างๆว่ะ - -

 

มาร์ค : เพิ่งเจอกันตอนเย็นเองนะพี่

 

ผมพยายามควบคุมสติที่มันแตกกระเจิงไปกับข้อความที่พี่สิก้าส่งมาอย่างยากลำบากคือเห็นแค่ข้อความพี่สิก้าก็คงไม่รู้หรอกว่าผมน่ะเขินและดีใจแค่ไหน

 

เจสสิก้าจอง : ก็นายทำเหมือนไม่อยากคุยกับพี่อ่ะ!

 

พี่สิก้าส่งข้อความตอบกลับซึ่งเดาได้จากข้อความว่าอีกฝ่ายอาจจะกำลังงอนหรือโกรธผมหรือเปล่าแต่ที่ผมพูดกับพี่สิก้าน้อยก็มีเหตุผลนะ!

 

มาร์ค : นี่ผมกลัวว่าพี่จะเป็นข่าวอ่ะ ผมหวังดีนะเนี่ย

เจสสิก้าจอง : ไม่รู้อ่ะงอนมากแถมตอนทักก็ตอบช้าอีกงอนมากกว่าเดิมอีก L

มาร์ค : โห่...ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าผมเผลอไปกดแอพอื่นเลยตอบช้าไปแค่ไม่กี่วินาทีเองนะ

เจสสิก้าจอง : ไม่รู้ไม่ชี้ให้เวลาง้อถึงพรุ่งนี้แล้วกันวันนี้พี่นอนละฝันดีผีรอบเตียง...แบร่! :P

 

และนั่นก็เป็นการจบบทสนทนที่ทำให้ผมมีความสุขจริงๆนะ คือจะบอกว่าตั้งแต่คุยกับพี่สิก้ามาไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางไลน์พี่สิก้าไม่เคยมีโมเม้นแบบนี้กับผมเลยสักนิดมันทำให้ผมมีความสุขจนยิ้มไม่หุบจริงๆนะ เอ...หรือว่ามันถึงเวลาที่ผมควรจะจีบพี่สิก้าอย่างจริงจังสักที ผมน่ะไม่ได้โง่ เซ่อซ่าจนดูไม่ออกนะว่ามีผู้ชายชอบพี่สิก้าเยอะไปหมดอย่างน้อยๆก็พี่เซฮุนคนหนึ่งแหละ แต่จะให้เริ่มจีบพี่ยังไงดีล่ะ?

 

“พี่แทยอน!” เมื่อนึกไปนึกมาหน้าของพี่แทยอนก็ลอยขึ้นในหัวสมองของผมทันทีเรื่องนี้สงสัยต้องปรึษาพี่แทยอนที่เป็นเพื่อนสนิทของพี่สิก้าซะแล้วล่ะมั้ง โอ๊ยยยยย!~ ไม่คิดอะไรแล้วไปอาบน้ำนอนดีกว่าคืนนี้ฝันดีแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

#วันต่อมา

ตอนนี้ผมอยู่ที่ร้านกาแฟในย่านหนึ่งที่คนไม่ค่อยพลุ่งพล่านมากเพื่อลดความเสี่ยงในการเจอกับนักข่าว จริงๆแล้วที่ผมมาที่นี่เพราะผมได้โทรไปนัดพี่แทยอนเอาไว้ตั้งตอนเจ็ดโมงแล้วก็คงไม่ต้องบอกนะว่าผมนัดพี่แทยอนมาทำไมก็เรื่องพี่สิก้านั่นแหละ

 

“พี่แทยอนทางนี้ครับ” เมื่อเห็นว่าตอนนี้มันได้เวลาที่ผมนัดพี่แทยอนตอนแปดโมงผมก็เริ่มชะเง้อคอมองที่ประตูอย่างใจจดใจจ่อและในที่สุดพี่แทยอนก็มาผมจึงส่งเสียงเรียกพลางชูมือขึ้นให้อีกฝ่ายได้เห็น

 

“มานานแล้วเหรอ?” เมื่อพี่แทยอนเดินมาถึงก็เอ่ยปากถามผมพลางเลื่อนเก้าอี้แล้วทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับผม

 

“ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกครับ...พี่อยากกินอะไรสั่งเลยนะผมเลี้ยงเอง ^_^” ผมตอบคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยปากพูดแล้วส่งยิ้มไปให้ ก็แหม...จะขอให้อีกฝ่ายช่วยมันก็ควรจะมีของแลกเปลี่ยนกันหน่อยแหละโน๊ะ

 

“นึกยังไงถึงได้จะเลี้ยงพี่? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” แต่ดูเหมือนว่าพี่แทยอนจะสงสัยและคงจะรู้ทันผมแน่ๆถึงได้เอ่ยปากถามมาแบบนี้บวกกับสีหน้าที่กำลังคาดคั้นเอาคำตอบ

 

“พี่แทยอนผมมีเรื่องอยากจะปรึษาพี่หน่อยได้มั้ยครับ?” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูไม่มีท่าทีจะลดละความพยายามที่จะเอาคำตอบจากผมผมจึงเริ่มเอ่ยปากพูดเป็นการเกริ่นนำ

 

“กะไว้แล้วเชียว...นายเลือกปรึษาถูกคนแล้วว่ามาโล้ด!~” พี่แทยอนพูดขึ้นพลางทำหน้าคล้ายเหมือนคนที่เดาถูกทางว่าผมต้องมีอะไรและถามแน่ๆก่อนจะพูดต่อพลางมองหน้าผมอย่างตั้งใจ เอ่อ...ไม่เคยคิดเลยนะว่าพี่แทยอนจะกระตือรือร้นกับเรื่องของผมมากขนาดนี้ =[  ]=

 

“คือ...ผมอยากจะขอพี่สิก้าเป็นแฟนอ่ะแต่จะให้ขอไปเลยผมก็เขินผมควรทำยังไงดีครับ?” ผมเอ่ยปาพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยอย่างประหม่าเอาจริงๆมันก็เขินแหละไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะต้องมาอยู่ในโมเม้นแบบนี้นี่หว่า

 

“หะ..ห๊ะ! O_O ขออีกรอบซิ One more” แต่เหมือนกับว่าพี่แทยอนจะตกใจและช็อคกับสิ่งที่ผมพูดเลยทำให้พี่แทยอนส่งเสียงร้องออกมาเสียงดังก่อนจะคาดคั้นให้ผมย้ำคำพูดตัวเอง

 

“ผม-อยาก-ขอ-พี่สิก้า-เป็น-แฟน!” และผมก็ยอมที่จะทวนคำพูดของตัวเองซ้ำอีกครั้งทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

“กรี๊ดดดดดดดดด!~~ นายนี่มันน่ารักที่สุดเลยอ่ะ > <” พี่แทยอนที่ดูท่าทางจะดีใจกว่าผมกรีดออกร้องออกมาอย่างไม่แคร์ชาวบ้านชาวช่องที่อยู่ภายในร้านเลยสักนิดว่าเขาจะมองมาที่เราสองคนแต่ก็ถือว่ายังโชคดีนั่นแหละที่คนในร้านนี้ในตอนเช้ามีค่อนข้างน้อยเลยค่อยโล่งใจหน่อย

 

“พี่จะดีใจอะไรมากขนาดนั้นครับ?” ผมเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจคนตรงหน้า

 

“ก็พี่เชียร์นายกับสิก้าตั้งนานนึกว่าพี่ดูพลาดไปซะอีก! ว่าแต่ทำไมอยู่ๆถึงได้อยากจีบล่ะเห็นตอนแรกทำเหมือนว่าจะไม่อยากพัฒนาความสัมพันธ์?” พี่แทยอนตอบให้ผมหายสงสัยก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่พี่สิก้าเหมือนมีอะไรแปลกๆ” ผมไม่รู้จะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจยังไงดีผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดเปิดไลน์ที่คุยกับพี่สิก้าเมื่อคืนแล้วส่งให้พี่แทยอนดูซึ่งพี่แทยอนก็รับมันไปอย่างงุนงงเล็กน้อยก่อนจะทอดสายตามองไปยังหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของผมและเพียงกี่นาทีพี่แทยอนก็ฉีกยิ้มกว้างจนผมอดเป็นห่วงไม่ได้

 

“ท่าทางยัยสิก้าจะแพ้ทางเด็กจริงๆแล้วล่ะมั้ง” พี่แทยอนพูดขึ้นพลางยกยิ้มอย่างมีเลศนัยจนผมก็อดนึกกลัวไม่ได้

 

“พี่หมายความว่ายังไง?” ผมเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

“ก็แฟนเก่ายัยสิก้าก็อายุน้อยเหมือนนายนี่นา” พี่แทยอนตอบ ว่าอะไรนะ? พี่สิก้าเคยมีแฟนด้วยเหรอ? แล้วผมจะแปลกใจไปทำไมกันวะ? ในเมื่อพี่สิก้าก็ออกจะสวยแบบนั้นถ้าบอกไม่ว่าเคยมีแฟนนี่ผมคงต้องช็อคมากกว่าล่ะมั้ง

 

“งั้นเอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่จะช่วยเองนายไม่ต้องห่วงนะ J” พี่แทยอนบอกพลางส่งยิ้มมาให้ผมก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้กับผมซึ่งผมก็รับมันมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเก็บมันลงในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม

 

“ขอบคุณนะครับ ^_^” ผมเอ่ยปากขอบคุณคนตรงหน้าพลางส่งยิ้มบางๆไปให้

 

“ไม่เป็นอะไรหรอก อุ๊ย! ตายจริงใกล้ถึงเวลาถ่ายละครแล้วงั้นพี่ขอตัวก่อนดีกว่าไว้เคราวหน้านายค่อยมาเลี้ยงพี่เป็นการตอบแทนทีหลังแล้วกัน” พี่แทยอนตอบพลางส่งยิ้มบางๆมาให้ผมก่อนจะก้มหน้าลงมองนาฬิกาที่ข้อมือพลางเปิดปากพูดอย่างตกใจเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผมต่อ

 

“ครับ..” ผมตอบรับและก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่แทยอนลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไปส่วนผมน่ะเหรอ? ในเมื่อมาร้านกาแฟทั้งทีไม่สั่งอะไรเลยมีหวังเจ้าของร้านได้ฆ่าผมตายแน่ๆ =[  ]=

 

 

#ทางด้านของเจสสิก้า

[ Jessica’s part. ]

และแล้ววันที่ฉันต้องทำงานก็มาถึง เฮ้อ! ตอนแรกก็กะว่าจะพักให้มันนานหน่อยให้มันสมกับที่เวลาพักผ่อนหายไปในช่วงที่ถ่ายละครแต่พี่ซูยองกลับหวังดี(ประสงค์ร้าย)อยากให้ฉันได้ฝึกทักษะในด้านการแสดงและจะได้ไม่ว่างอย่างเช่นทุกวันเลยทำให้วันนี้ฉันต้องตื่นเช้ากว่าเมื่อวานเพื่อที่จะเดินทางยังสตูดิโอสำหรับการถ่ายโปสเตอร์โปรโมทภาพยนตร์ แต่จนป่านนี้ฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันจะต้องเล่นละครคู่กับใคร?

 

“พี่ซูยองยังไม่ได้บอกฉันเลยนะคะว่าตกลงแล้วฉันต้องเล่นภาพยนตร์กับใคร?” ฉันเอ่ยถามพี่ซูยองในขณะที่กำลังนั่งรถเดินทางไปยังสตูดิโอ

 

“พี่ก็ไม่รู้อ่ะ” พี่ซูยองตอบอย่างไม่แยแสเอาแต่จดจ่ออยู่กับเส้นทางนั่นแหละ ฉันชักเริ่มเพลียกับพี่ซูยองแล้วจริงๆนะ =[ ]=

 

“อะไรของพี่เนี่ย? รับงานให้ฉันแต่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลยเนี่ยนะ?” ฉันเปิดปากบ่นคนอายุมากกว่าอย่างอดไม่ได้

 

“ก็ทางนั้นติดต่อมาแค่ต้องการให้เธอมาแสดงภาพยนตร์แล้วพี่เห็นว่าคิวงานเธอว่าก็เลยตอบตกลงไปไงก็เลยลืมถามนั่นแหละ” พี่ซูยองตอบเชิงอธิบายแต่สำหรับฉันมันคือการแก้ตัวมากกว่า

 

“ฉันล่ะเชื่อพี่เลย” ฉันบอกอย่างเอือมระอา

 

“เอาน่ามันก็มีข้อดีอยู่นะในเมื่อตอนนี้เธอกำลังโดนนักข่าวเล่นงานเรื่องที่เธอแอบไปร้านอาหารกับผู้ชายสองต่อสองถ้ามีงานเข้ามาข่าวนั้นจะได้ซาลงไง” พี่ซูยองบอกเชิงอธิบายให้ฉันฟัง

 

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าที่ฉันไปคุยนั่นน่ะคือโปรดิวเซอร์รายการที่ฉันจะต้องไปออกอ่ะ” ฉันบอกแกมเถียง

 

“แต่พี่ว่าเธอดูสนิทกับโปรดิวเซอร์คนนั้นนะ” พี่ซูยองบอก

 

“ก็ไม่ได้สนิทอะไรมากสักหน่อยเจบีก็แค่เพื่อนสมัยเรียนมัธยมของฉันเท่านั้นเอง” ฉันตอบอีกฝ่ายไปพลางหันหน้าไปมองข้างทางผ่านกระจกรถ

 

“ว่าไงนะ? เพื่อนสมัยเรียน? อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ว่าแต่ตอนแรกพี่รู้สึกเหมือนเราไม่ได้มีท่าทีจะรู้จักเลยนี่นา” พี่ซูยองพูดก่อนจะถามต่อ

 

“ก็ตอนนั้นฉันจำไม่ได้นี่นาพี่ก็รู้ว่าฉันขี้ลืม” ฉันตอบอีกฝ่ายไปพลางหันหน้ามามองพี่ซูยอง

 

“ลืมได้หมดยกเว้นแฟนเก่าอ่ะนะ” พี่ซูยองพูดขึ้นแต่คำพูดของพี่ซูยองกลับทำเอาฉันสตั๊นไปหลายวิคือมันโคตรจะแทงใจดำยังไงไม่รู้สิ แต่จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะว่าฉันก็ยังไม่ลืมจูเนียร์หรอก เคยได้ยินมั้ยล่ะ? ว่าเวลารักใครมากๆเราจะจำเขาได้นานบางทีก็โคตรเซ็งตัวเองเหมือนกันเรื่องอื่นลืมง่ายยกเว้นแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆที่ฉันลืมมันไม่ลง..

 

และในที่สุดบรรยากาศภายในรถก็ตกอยู่ในสภาวะเงียบฉับพลันพี่ซูยองก็เอาแต่ตั้งใจขับรถไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ส่วนฉันก็ตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ฉันเคยคิดที่จะลองเปิดใจให้กับใครสักคนเหมือนกันนะแต่มันคงไม่ยุติธรรมแน่ๆก็อย่างที่พี่ซูยองพูดนั่นแหละฉันยังลืมจูเนียร์ไม่ได้และอีกอย่างฉันก็กลัว...กลัวการเริ่มต้นรักใครแล้วมันจะต้องจบลงเหมือนฉันกับจูเนียร์

 

“ถึงแล้วล่ะลงกันเถอะ” พี่ซูยองพูดขึ้นหลังจากที่จอดรถและก็ดับเครื่องยนต์เอาจริงๆนะฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าพี่ซูยองขับรถมาจอดอยู่ที่หน้าสตูดิโอตั้งแต่เมื่อไหร่สงสัยฉันคงจะอยู่กับความคิดของตัวเองมากเกินไป..

 

“คะ? อ่อ...ค่ะ” ฉันตอบรับพี่ซูยองก่อนจะเปิดประตูรถแล้วแทรกตัวออกไปทันทีโดยไม่ลืมปิดมันไว้เหมือนเดิมก่อนที่ทั้งฉันและพี่ซูยองจะเดินกันเข้าไปภายในสตูดิโอ

 

 

#ทางด้านแทยอน

หลังจากที่เธอไปพบกับมาร์คเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอก็ขับรถมายังสถานที่ถ่ายละครอย่างมีความสุขก็เธอจะไม่มีความสุขได้ยังไงในเมื่อมาร์คเพิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเธอให้ช่วยจีบเจสสิก้าซึ่งเธอก็เชียร์คู่นี้มานานแล้วพอได้ยินแบบนี้มันก็อดที่จะยิ้มจนแก้มปริไม่ได้

 

“วันนี้พี่แทยอนดูอารมณ์ผิดปกตินะครับไปมีเรื่องดีอะไรมาเหรอครับ?” ชานยอลเอ่ยปากถามแทยอนด้วยความสงสัยหลังจากที่เขานั่งอ่านบทสลับกับเหลือบมองแทยอนเป็นระยะ

 

“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่บทมันสนุกก็เท่านั้นเอง J” แทยอนตอบชานยอลแบบปัดๆพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะหันมาก้มหน้าก้มตาอ่านบทต่อแต่รอยยิ้มก็ไม่ได้จางหายไปเลยสักนิด ทำเอาชานยอลอดขมวดคิ้วไม่ได้แต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถามอะไรออกไปเพราะยังไงคนตรงหน้าก็คงไม่บอกอยู่ดีนั่นแหละ

 

“ทำไมพี่แทยอนถึงได้อารมณ์ดีแบบนั้นนะ?” ทิฟฟานี่หันไปพูดกระซุบกระซิบกับซอฮยอนด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย

 

“นั่นน่ะสิอารมณ์ดีกว่าทุกวันด้วยนะ” ซอฮยอนบอกอย่างเห็นด้วยพลางมองแทยอนอย่างไม่วางตา

 

“หรือว่าพี่แทยอนได้ค่าตัวเพิ่มงั้นเหรอ?” ทิฟฟานี่บอกเชิงคาดคะเน

 

“ฉันไม่ว่าไม่น่าจะใช่นะแค่ค่าตัวขึ้นอะไรจะอารมณ์ดีขนาดยิ้มไม่หุบแบบนั้นกัน” ซอฮยอนบอกเชิงโต้แย้งความคิดอีกฝ่าย

 

“นี่ชานยอลมานี่หน่อยสิ” ซอฮยอนเอ่ยปากส่งเสียงเรียกชานยอลที่เดินมาทางเธอพอดีทำให้ชานยอลชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาซอฮยอน

 

“มีอะไรเหรอ?” ชานยอลเอ่ยถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆทิฟฟานี่

 

“พี่แทยอนไปอารมณ์ดีอะไรมาเหรอ? นายพอรู้ป่ะ?” ซอฮยอนเอ่ยปากถามพลางจ้องหน้าชานยอลอย่างรอคำตอบทิฟฟานี่ก็เช่นกัน

 

“ไม่รู้เหมือนกันพี่แทยอนก็ไม่ยอมบอก” ชานยอลตอบพลางยักไหล่เล็กน้อย

 

“ท่าทางคงเป็นความลับมั้ง” ทิฟฟานี่บอกก่อนจะหยิบช็อคโกแลตขึ้นมา

 

“กินป่ะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามซอฮยอนพลางยื่นไปให้แต่ซอฮยอนกลับส่ายศีรษะเป็นเชิงปฏิเสธ

 

“ฉันไม่ค่อยชอบน่ะ” ซอฮยอนตอบพลางส่งยิ้มบางๆไปให้ซึ่งทิฟฟานี่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

“งั้นฉันขอนะ ^_^” ชานยอลบอกทิฟฟานี่พลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะฉวยโอกาสแย่งช็อคโกแลตในมือของทิฟฟานี่มาถือไว้เอง

 

“อะไรอ่ะ! ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้นายกินสักหน่อยเอาคืนมานะ” ทิฟฟานี่ส่งเสียงโวยวายพลางพยายามแย่งช็อคโกแลตกลับคืนมาแต่ชานยอลนึกสนุกอยากแกล้งอีกฝ่ายจึงยกมือให้สูงขึ้นแล้วให้ออกห่างจากตัวเขาและทิฟฟานี่มากที่สุด

 

“เป็นผู้หญิงไม่ควรกินของหวานนะจะบอกให้” ชานยอลบอกพลางเอนตัวหนีทิฟฟานี่

 

“ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยในโลกนี้ไม่เคยมีข้อบัญญัติหรือทฤษฎีที่นายพูดเพราะฉะนั้นเอาคืนมา” ทิฟฟานี่บอกแกมเถียงโดยที่ยังไม่ลดละความพยายามที่จะแย่งช็อคโกแลตกลับคืนมา

 

“สองคนนี้เล่นกันเหมือนคนรักเลยเนอะ?” ซอฮยอนพูดขึ้นพลางมองหน้าทั้งสองคนอย่างยิ้มๆทำเอาทิฟฟานี่มีท่าทางชะงักเล็กน้อย

 

“พูดอะไรของเธอเนี่ยซอฮยอน!” ทิฟฟานี่แกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย

 

“งั้นแบ่งคนละครึ่งพอถ้าเธอกินเยอะเดี๋ยวน้ำหนักขึ้น” ชานยอลบอกพลางแกะห่อช็อคโกแลตก่อนจะจัดการแบ่งครึ่งแล้วยื่นให้กับทิฟฟานี่ไปครึ่งหนึ่ง

 

“แค่ช็อคโกแลตชิ้นเดียวไม่ทำให้ฉันอ้วนได้หรอก” ทิฟฟานี่บอกอย่างงอนๆแต่ก็รับช็อคโกแลตครึ่งนั้นมาอย่างรวดเร็ว

 

“นี่คนเป็นห่วงนะเนี่ยกลัวจะแต่งตัวไม่สวยไง” ชานยอลบอกพลางส่งยิ้มบางๆไปให้ทำเอาทิฟฟานี่หาปากตัวเองไม่เจอแถมยังพาลทำให้หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอีก

 

“ไม่เห็นเกี่ยวเลย” ทิฟฟานี่ตอบพลางหันหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้ชานยอลรับรู้ว่าเธอกำลังเขินอยู่

 

“งั้นฝากบทไว้ก่อนนะเดี๋ยวมา J” ชานยอลบอกพลางส่งยิ้มไปให้ทิฟฟานี่ก่อนจะวางบทของตัวเองไว้ที่ตักของทิฟฟานี่ก่อนที่ตัวเองจะเดินออกไปไหนก็ไม่รู้

 

“ฉันไม่ใช่ที่รับฝากของนะ!” ทิฟฟานี่เปิดปากบ่นแต่เธอก็ไม่ได้หยิบบทของชานยอลไปวางไว้ที่อื่นหรอกนะ

 

“เธอกำลังเขินอยู่สินะ” ซอฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงแซวๆ

 

“เขินอะไร? ไม่มีหรอก” ทิฟฟานี่ตอบซอฮยอนแบบปัดๆ

 

“ปากแข็งจริงๆเลย” ซอฮยอนบอกพลางส่งยิ้มแซวๆไปให้ก่อนจะหันไปอ่านบทของตัวเองต่อ




















เย้ๆๆๆๆ ในที่สุดก็อัพครบสักที โอ๊ยยยยยย~~~~

แทยอนนางฟินเลยสินะก็นางเชียร์อยู่อ่ะเนอะ 5555555

อ่านแล้วก็เม้นบ้างอะไรบ้างไม่เหนื่อยหรอกเนอะเชื่อเราดิ J








 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #656 Pocky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 23:18
    สมใจแทยอนแล้วสิ งานนี้แม่สื่อมาเอง

    ท่าทางสิก้าจะแพ้ทางเด็กจริงๆ

    ยอลฟานี่ความสัมพันธ์เริ่มก้าวหน้าแล้วววว

    แต่ชานยอลอย่าปล่อยให้ฟานี่เขินคนเดียวสิ คิดอะไรกะฟานี่หรือป่าว
    #656
    0
  2. #655 pitchayee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 21:04
    ฟินค่ะ55555 ตอนหน้านี่จูเนียร์ออกมาใช่ป่ะ อิจฉาสิก้าแปบ ผุชายล้อมเต็มเลอ
    #655
    0
  3. #653 tanbukiiz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 16:26
    แทนี่ดีใจสะยิ่งกว่าคนที่จะขอเองอีกนะ จะทำให้คนอื่นสมหวังแล้วของตัวเองล่ะเอาไง
    #653
    0
  4. #652 j_snsd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 08:54
    ใครจะเล่นคู่กับสิก้าน้ะลุ้นเป็นฮุนน้าา
    #652
    0
  5. #651 maylone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 00:57
    ยอลฟานี่น่ารักมากกก
    มาร์คแทลับๆล่อเด่วเปนข่าวด้วยกันจะหัวเราะให้5555
    รอค้ส
    #651
    0
  6. #650 tanbukiiz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 23:07
    สิก้ามาแนวไหนเนี่ยมาสะหวานเชียว มาแนวนี่มาร์คก็ตั้งตัวไม่ทันสิ
    #650
    0
  7. #649 j_snsd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 16:19
    กรี๊ดดดฟินมากอ่ะ
    #649
    0
  8. #648 pitchayee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 15:56
    รอรอรอ แม่ยกทีมมาร์คสิก55555
    #648
    0
  9. #647 maylone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 01:38
    เจสมาแนวไหนเนี่ย
    #647
    0
  10. #646 tanbukiiz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 13:56
    หมดเวลาพักแล้วสินะสิก้า555 แถมครั้งนี้ต้องถ่ายหนังด้วยสู้ๆนะ
    #646
    0
  11. #645 maylone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 01:19
    มาร์คแน่ๆเลย
    #645
    0
  12. #644 j_snsd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 09:48
    จะได้เล่นหนังแล้วจพเล่นกับใครน้าาา
    #644
    0
  13. #643 pitchayee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 07:45
    มาร์คมาแล้ว
    #643
    0
  14. #642 pitchayee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 08:05
    ร้านเดียวกันแน่เลย เอามาร์คไปนั่งด้วยนะสิก55555
    #642
    0
  15. #641 maylone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 00:06
    แทนี่แม่สื่อชัดเจน555
    #641
    0
  16. #640 j_snsd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 00:03
    มาร์คไปกินร้านเดียวกับเจสแน่ สู้ๆค่ะ
    #640
    0
  17. #639 tanbukiiz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 22:18
    มาร์คจะขอสิก้าเป็นแฟนแล้วววววว แทนี่คงไม่ต้องพูดถึงต้องช่วยมาร์คอยู่แล้วเชียร์คู่นี้มาอยู่แล้วนิ
    #639
    0
  18. #637 maylone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 00:16
    จะได้ฟินมาร์คสิกหรือมาร์คแทกันแน่
    รอค้า
    #637
    0
  19. #636 j_snsd (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 23:28
    มาร์คจะรุกแล้ว รอค่า
    #636
    0
  20. #635 Jam Nuttanicha (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 23:25
    รอค่ะๆๆๆๆ
    #635
    0
  21. #634 pitchayee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:25
    มาร์คสิก
    #634
    0