- { Behind The Illusion } - // [ exo snsd got7 ]

ตอนที่ 15 : - { Behind the illusion } - // บทที่ ๑๔ : เพื่อนสมัยเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ส.ค. 60






























หลายวันต่อมาทางด้านของเจสสิก้าที่ตอนนี้อยู่ในชุดลำลองกระโปรงพริ้วสีฟ้าสบายๆ ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยส่งผลให้เธอดูสวยเป็นธรรมมาชาติมากขึ้น บวกกับการรวบผมเป็นหางม้าที่ดูไม่ได้เซตอะไรมากมาย

 

แต่ทุกอย่างมันคงจะดีกว่านี้ถ้าตอนนี้เธอไม่นั่งทำหน้าหงิกหน้างอเหมือนบอกบุญไม่รับแบบนั้น ซึ่งสาเหตุก็มาจากผู้ชายตรงหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นโปรดิวเซอร์ของรายการที่เธอต้องไปออกดันโทรมาปลุกในช่วงเวลาพักผ่อนของเธอแถมยังกดดันด้วยวิธีการมารอถึงหน้าคอนโดของเธอเสียอีกจนเธอเริ่มคิดแล้วนะว่าผู้ชายคนนี้เป็นแค่โปรดิวเซอร์รายการหรือเป็นพ่อของเธอกันแน่ -..-

 

“วันอื่นมีให้คุยก็ไม่คุยทำไมนายชอบมาเบียดเบียนวันพักผ่อนของคนอื่นด้วยนะ!” เจสสิก้าเปิดปากบ่นเชิงต่อว่าอีกฝ่ายที่ลากเธอมาคุยงานที่ร้านอาหารในย่านหนึ่งทั้งที่เธอเองก็บอกเขาแล้วว่าที่นี่มันเสี่ยงต่อการเจอนักข่าวแต่เขากลับไม่คิดจะฟังเลยยิ่งทำให้เธอทวีความหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

 

“เวลาพักผ่อนเธอก็ไม่ค่อยทำอะไรที่เป็นประโยชน์อยู่แล้วนี่” อีกฝ่ายตอบกลับเสียงเรียบแต่ก็แอบแฝงความจิกกัดในน้ำเสียงจนได้รับค้อนวงโตจากเจสสิก้าอย่างง่ายดาย

 

“นี่! นายเป็นใครมิทราบถึงได้มารู้กิจวัตรประจำวันของฉันน่ะ!” เจสสิก้าเผลอลืมตัวพูดตะคอกใส่อีกฝ่ายเสียงดังจนทำให้ลูกค้าภายในร้านบางส่วนหันมามองเธอเป็นตาเดียวแต่ด้วยความโชคดีที่วันนี้เธอไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มบวกกับการที่ตอนนี้เธอใส่แว่นแฟชั่นเอาไว้เลยทำให้พวกเขาไม่คิดจะติดใจสงสัยอะไรว่าเธอเป็นดาราก่อนจะหันกลับไปหลังจากที่เธอโค้งศีรษะให้เป็นการขอโทษ

 

“อยากเป็นข่าวหรือไงเสียงดังอยู่ได้” เจบีเปิดปากเอ็ดอีกฝ่ายเหมือนพ่อกำลังดุลูกสาวที่เพิ่งทำผิดมา

 

“ก็นายกวนประสาทฉันนี่!” เจสสิก้าบอกพลางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

 

“อยากกินอะไรก่อนมั้ย?” เจบีเอ่ยถามเชิงเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่ค่อยอยากจะปะทะฝีปากกับคนตรงหน้าเสียเท่าไหร่เพราะเขาทราบดีว่าคนตรงหน้าเป็นพวกประเภทไม่ค่อยยอมคนเขาจึงจำเป็นต้องถอยออกมาก่อน

 

“ไม่กิน ไม่หิว” เจสสิก้าตอบอีกฝ่ายเสียงแข็งพลางสะบัดหน้าหันไปมองทางอื่นจนทำให้คนที่มองดูอยู่นั้นต่างคิดไปว่าสองคนนี้คงเป็นแฟนกันที่กำลังงอนกันอยู่เป็นแน่

 

“งั้นก็ตามใจ” เจบีบอกก่อนจะเปิดเมนูเลือกดูอาหารก่อนจะเรียกพนักงานของร้านมารับออเดอร์ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษซึ่งเป็นรายละเอียดที่จะคุยกันในวันนี้มาตรวจเช็คก่อนจะเริ่มพูดคุยกัน ส่วนเจสสิก้าที่มองการกระทำของคนตรงหน้าก็อดเบะปากใส่

 

“มีอะไรจะคุยก็รีบๆพูดมาฉันอยากกลับคอนโด” เจสสิก้าเปิดปากบอกแกมสั่งพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายเป็นการบังคับทางอ้อม แต่อีกฝ่ายกลับเงียบไม่มีการตอบรับเอาแต่นั่งอ่านเอกสารไม่สนใจจนเจสสิก้าเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเป็นทวีคูณแล้วจู่ๆภาพเหตุการณ์สมัยเรียนมัธยมก็ผุดขึ้นมาในสมอง หน้าตากับนิสัยแบบนี้ทำไมมันคุ้นจังนะ?

 

“มองหน้าทำไม?” แต่เหมือนว่าเธอจะจ้องหน้าของคนตรงหน้านานเกินไปจนทำให้เจบีรู้สึกได้เข้าจึงเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบทำเอาคนที่มองอยู่เกิดสะดุ้งพลางเบิกตากว้างเล็กน้อย

 

“เปล่า!” เอ่ยปากตอบพลางแสร้งเสสายตามองไปทางอื่นจนทำเอาเจบีอดอมยิ้มไม่ได้เขารู้ดีว่าท่าทางแบบนี้คือพวกที่พูดโกหก

 

Rrrrrrrr~~

 

เสียงโทรศัพท์ของเจสสิก้าดังขึ้นทำให้เธอหันไปสนใจสมาร์ทโฟนของตัวเองแล้วหยิบขึ้นมาพลางอ่านชื่อที่ปรากฏให้เห็นก่อนจะกดรับอย่างไม่รอช้า

 

“มีอะไรเหรอ?” เจสสิก้าเปิดปากถามเชิงทักทายปลายสายอย่างสนิทสนมจนเจบีอดมองอย่างสนใจไม่ได้

 

( แกออกไปไหนแต่เช้าฮะ? ฉันไปหาที่คอนโดก็ไม่เจอ ) ปลายสายเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงระคนสงสัย

 

“ฉันออกมาคุยเรื่องรายการน่ะที่ร้านอาหาร” เจสสิก้าเอ่ยปากตอบปลายสายพลางส่งสายตาเชิงกระฟัดกระเฟียดใส่อีกฝ่าย

 

( อ่อ...กะว่าจะชวนออกไปช็อปปิ้งสักหน่อยงั้นไม่เป็นไรแต่ระวังนักข่าวด้วยนะช่วงนี้มีดาราโดนเล่นงานไปหลายคนแล้ว ) ปลายสายตอบรับอย่างเข้าใจโดยไม่ลืมที่จะเตือนเพื่อนสนิทซึ่งเจสสิก้าเองก็ตอบปากรับคำก่อนจะวางสายไปซึ่งก็เป็รจังหวะเดียวกันกับที่อาหารมาเสิร์ฟพอดีแต่มันกลับทำให้เจสสิก้าต้องขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัยที่จู่ๆก็มีอาหารที่หน้าตาเหมือนกับของเจบีวางอยู่ตรงหน้าของเธอด้วย

 

“งงอะไร?” เจบีที่เห็นคิ้วพันกันเป็นปมของเจสสิก้าจึงเอ่ยปากถามเสียงเรียบพลางหยิบช้อนส้อมที่พนักงานจัดเตรียมไว้ให้ขึ้นมาเพื่อเตรียมลงมือรับประทาน

 

“ฉันไม่ได้สั่ง” เจสสิก้าตอบอีกฝ่ายเสียงแข็งพลางเอนตัวพิงพนักก่อนจะหันไปมองทางอื่น

 

“กินๆไปเถอะน่าเดี๋ยวเวลาคุยงานแล้วมาท้องร้องงานจะไม่เดิน” เจบีบอกแกมสั่งอีกฝ่ายเป็นนัยๆเจสสิก้าอดหันหน้ากลับมามองด้วยความหงุดหงิดไม่ได้ เอาจริงๆเธอไม่ชอบคนที่มาออกคำสั่งหรอกนะขนาดพ่อกับแม่เธอยังไม่เคยออกคำสั่งมากมายขนาดนี้เลยแต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะนี่มันก็เลยเวลาทานอาหารของเธอมามากพอแล้ว

 

เมื่ออาหารมื้อนี้จบลงการคุยงานก็เริ่มขึ้นแต่ดูเหมือนว่าเจสสิก้าไม่คิดจะใส่ใจมันเลยสักนิดเอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์บ้างล่ะ คุยไลน์กับเพื่อนบ้างล่ะจนสุดท้ายเจบีจึงตัดสินใจแย่งโทรศัพท์ในมือของอีกฝ่ายมาเก็บไว้กับตัวจนได้รับสายตาตำหนิจากอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย

 

“เอาโทรศัพท์ฉันคืนมา!” เจสสิก้าเอ่ยปากสั่งพลางยื่นมือไปรอแต่อีกฝ่ายไม่ไม่คิดจะทำตาม

 

“นี่มันเวลาคุยงานถ้าจะเอาแต่เล่นโทรศัพท์มันใช่เรื่องมั้ยเนี่ย?” เจบีเปิดปากต่อว่าอีกฝ่ายเหมือนพ่อดุลูกสาว

 

“ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยนายพูดมาหูฉันก็ฟังอยู่เนี่ย” เจสสิก้าบอกแกมเถียงอีกฝ่ายอย่างไม่มีการยอมแพ้กัน

 

“สมัยเรียนเธอเป็นยังไงปัจจุบันก็ไม่เปลี่ยนเลยเนอะ” เจบีบอกพลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

 

“พูดอย่างกับว่านายกับฉันเราเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นแหละ” เจสสิก้าบอกพลางเบะปากใส่อีกฝ่ายอย่างนึกหมั่นไส้

 

“เธอนี่มัน..! ขี้ลืมง่ายเหมือนแต่ก่อนไม่มีผิดยัยสมองปลาทองเอ๊ย!” เจบีเปิดปากพูดพลางพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะพูดต่อเชิงต่อว่าอีกฝ่าย

 

“นี่! ถามแค่นี้ถึงกับว่าฉันโง่เลยเหรอ? แต่เดี๋ยวนะนายรู้ได้ไงว่าฉันเคยมีฉายานี้ หรือว่า...” เจสสิก้าเปิดปากเชิงถามพลางถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างดุๆแต่ก็ต้องเอะใจเมื่อคำพูดของอีกฝ่ายหลุดออกมาก่อนที่จะนึกอะไรออก

 

“ตามที่เธอคิดนั่นแหละทีนี้ก็ช่วยอย่าลืมแล้วกัน J” อีกฝ่ายเหมือนจะรับรู้ว่าเธอน่าจะจำเขาได้แล้วเจบีจึงยกยิ้มก่อนจะก้มหน้าลงแล้วหาเอกสารสำหรับจะคุยวันนี้ต่อ

 

“ไม่จริงอ่ะ! โกหกน่าตอนนั้นนายไม่ได้ดูดีขนาดนี้นี่!” เจสสิก้าที่เหมือนยังไม่ค่อยเชื่อจึงถือวิสาสะยื่นมือไปจับที่แก้มทั้งสองข้างของเจบีก่อนจะออกแรงให้อีกฝ่ายเงยหน้าส่วนตัวเองก็ยื่นหน้าไปใกล้ๆเพื่อจะดูให้ชัดๆพลางคิดในใจว่า ตอนนั้นไม่เห็นจะหล่อแบบนี้เลยนะโกหกกันใช่มั้ยเนี่ย!!

 

“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!” เจบีเปิดปากถามเสียงดุแต่ก็ยังยอมให้อีกฝ่ายได้จับหน้าเขาหันซ้ายทีขวาทีอย่างไม่มีการขัดขืน

 

“ตกลงนี่นายคือไอบ้าที่ตามจีบฉันตอนนั้นจริงๆเหรอ?” เจสสิก้าเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา

 

“เออ! ไอคนนั้นแหละ” เจบีตอบก่อนจะจับมือทั้งสองข้างของเจสสิก้าแล้วยกออกจากใบหน้าของตัวเอง

 

“ถึงว่าทำไมตอนแรกนายถึงได้ปากเสียกับฉัน” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายืนยันนอนยันก็ทำให้เธอมั่นใจเป็นอย่างมากกว่าคนๆนี้คือเพื่อนสมัยเรียนที่ตามจีบเธอตั้งแต่ช่วงเกรด 10 แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัยต่างก็แยกย้ายกันไป

 

“ก็เธอทำหน้ากวนประสาทก่อนไง” เจบีเถียงกลับจนเจสสิก้าอดถลึงตาใส่ไม่ได้

 

“สรุปว่าฉันผิดไง?” เจสสิก้าถามเชิงเถียงกลับก่อนจะโค้งตัวเอาแขนไปยันกับโต๊ะก่อนจะเอาคางมาเกยที่ข้อมือที่ตั้งชันขึ้นมาพร้อมกับส่งสายตาดุๆไปให้อีกฝ่าย

 

“เธอจะผิดได้ไงตั้งแต่เรียนเธอก็ถูกตลอดแหละ” เจบีบอก

 

“ดีมาก J” เจสสิก้าบอกพลางส่งยิ้มไปให้

 

“แล้วจะคุยงานได้ยัง?” เจบีเอ่ยถามซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้า

 

“แต่ว่าเอาโทรศัพท์คืนมาก่อน” เจสสิก้าบอกแกมสั่งพลางนั่งตัวตรงแล้วยื่นมือไปรอรับโทรศัพท์

 

“รอเอาคืนตอนคุยงานเสร็จเดี๋ยวเธอก็ไม่สนใจงานอีก” เจบีบอกเชิงต่อรอง

 

“ฉันแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกน่า” เจสสิก้าบอกเชิงเถียง

 

“ไม่เชื่อหรอกเมื่อกี๊เธอยังไม่สนใจเลยเพราะฉะนั้นรอเอาคืนตอนคุยงานเสร็จนั่นแหละ” เจบีบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจนเจสสิก้าอดเบ้ปากใส่อย่างนึกหมั่นไส้คนตรงหน้าไม่ได้แต่ก็ต้องยอมแพ้เพราะยังไงซะคนตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีจะคืนให้เธออยู่ดี

 

 

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็มการคุยงานในครั้งนี้ก็สิ้นสุดลงด้วยความทุลักทุเลด้วยเหตุที่เจสสิก้าก็เอาแต่งอแงว่าไม่ต้องไปพักไม่ได้เหรอ? หาคนอื่นมาแทนเธอไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องเจาะจงเป็นเธอกัน? ทำเอาเจบีแทบอยากจะเอาศีรษะเขกโต๊ะไปสักสองสามที

 

“เดี๋ยววันถ่ายทำที่จะเริ่มในสัปดาห์หน้าเดี๋ยวจะมีทีมงานโทรไปเตือนอีกทีนะ” เจบีบอกพลางเก็บเอกสารทุกอย่างใส่ซองเอกสารก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าดังเดิม

 

“เรื่องนี้นายก็บอกพี่ซูยองเองสิฉันขี้เกียจรับ” เจสสิก้าบอกแกมสั่งพลางเบะปากเล็กน้อยจริงๆเธอก็สามารถรับโทรศัพท์ได้เองโดยที่ไม่ต้องผ่านซูยองหรอกแต่เพราะเธอขี้เกียจต้องมาทนนั่งฟังคนนั้นคนนี้สั่งนั่นแหละก็เลยโบ้ยให้ซูยองไปแบบนั้น - -

 

“งั้นเดี๋ยวฉันไปรับถึงคอนโดเลยมั้ย?” เจบีเอ่ยถามพลางมองอีกฝ่ายอย่างกวนประสาท

 

“อย่าแม้แต่จะคิด!” เจสสิก้าเถียงกลับทันควันพลางถลึงตาใส่อีกฝ่าย แค่วันนี้เธอมานัดคุยงานกับเจบีก็ถือว่าเสี่ยงต่อการเป็นข่าวมากพอแล้วถ้ายิ่งให้คนตรงหน้าไปรับเธอถึงคอนโดอีกมีหวังเธอโดนคนด่ากันเละแน่

 

“งั้นก็ช่วยรับโทรศัพท์ด้วยแล้วกัน” เจบีบอกแกมสั่งทำเอาเจสสิก้าอดพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดไม่ได้

 

“วันนั้นฉันจะปิดเครื่องให้นายติดต่อไม่ได้เลยคอยดู!” เจสสิก้าบอกแกมขู่

 

“ไม่ต้องห่วงฉันมีตารางงานของเธอเพราะฉะนั้นถ้าเธอไม่รับโทรศัพท์เดี๋ยวฉันจะไปรับถึงที่เลย” เจบีบอกพลางยกยิ้มอย่างมีถือไพ่เหนือกว่าทำเอาเจสสิก้าทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปตีที่ไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรง

 

“มันเจ็บนะเนี่ย!” เจบีแหกปากบ่นอีกฝ่ายที่ลงมือประทุษร้าย(?)เขาอย่างจัง

 

“สมน้ำหน้า” เจสสิก้าบอกพลางเชิ่ดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่แยแส

 

“เอาเป็นว่าอย่าเบี้ยวแล้วกันแล้วนี่จะกลับยังไง?” เจบีเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องก่อนจะถามต่อด้วยความเป็นห่วงตามประสา เพื่อน

 

“โทรหาพี่ซูยองให้มารับมั้ง?” เจสสิก้าตอบเพราะยังไงซะเธอจะไม่มีทางให้เจบีไปส่งเธอแน่ๆไม่งั้นคนอื่นจะมองว่าเธอเป็นคนไม่ดีเอาน่ะสิ

 

“ถามจริงไม่คิดจะลองหัดขับรถบ้างหรือไง? เวลาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก” เจบีเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรอคอยคำตอบ

 

“ก็เคยคิดแต่ฉันงานยุ่งนี่จะให้ทำยังไงล่ะ? อีกอย่างก็ไม่ได้มีใครจะมาสอนสักหน่อย” เจสสิก้าบอกพลางเก็บของใส่กระเป๋าของเธอ

 

“ก็ไม่ลองขอให้พี่ซูยองสอนเล่า?” เจบีเอ่ยถามเชิงออกความคิดเห็น

 

“พี่ซูยองขับรถเป็นก็จริงแต่สอนใครไม่เป็นหรอก” เจสสิก้าบอกพลางนึกไปถึงครั้งหนึ่งที่เธอเคยขอให้ซูยองช่วยสอนขับรถแต่คำตอบที่ได้กลับทำใหเธองงมาจนถึงทุกวันนี้

 

“อะไรนะ? มีคนแบบนี้บนโลกด้วยเหรอที่ขับรถเป็นแต่สอนไม่ได้อ่ะ?” เจบีเอ่ยถามซ้ำอย่างไม่ค่อยเชื่อหูของตัวเองเสียงเท่าไหร่

 

“ก็พี่ซูยองคนหนึ่งไง” เจสสิก้าตอบและก็เป็นจังหวะที่เธอเก็บของเสร็จพอดี

 

“ขอโทรศัพท์หน่อยจะโทรหาพี่ซูยอง” เจสสิก้าบอกแกมสั่งอีกฝ่ายพลางยื่นมือไปรอรับโทรศัพท์ของเธอจากเจบีซึ่งเขาเป็นคนยึดเอาไปในช่วงที่คุยงานกันเมื่อได้โทรศัพท์มาแล้วเจสสิก้าก็ไม่รอช้าที่จะปลดล็อคหน้าจอพลางกดหาเบอร์ของซูยองก่อนจะกดโทรออกอย่างรวดเร็วเมื่อเธอเลื่อนมาจนเจอรายชื่อของปลายสาย

 

แต่ผลปรากฏว่าปลายสายนั้นปิดเครื่องส่งผลให้เจสสิก้าพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่ซูยองปิดเครื่องแบบนี้แต่การที่ซูยองปิดเครื่องมันก็เหมือนเป็นสัญญาณที่บอกว่าเธอก็ต้องหาคนอื่นมารับแทนแล้วล่ะ

 

“ไม่รับไง?” เจบีถามพลางเลิกคิ้วสูงซึ่งเจสสิก้าก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

 

“ทำไงดีเนี่ยยยยย!!” เจสสิก้าร้องออกมาก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะอย่างหมดหนทางก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเอาแก้มข้างหนึ่งแนบไปกับโต๊ะ

 

“ไม่โทรให้เพื่อนเธอมารับล่ะ?” เจบีเสนอความคิดเห็นเพราะถึงแม้ว่าเขาจะอาสาไปส่งยังไงซะคนตรงหน้าก็คงจะปฏิเสธอยู่ดีนั่นแหละ

 

“ไม่ได้หรอกวันนี้แทยอนติดถ่ายละครถึงสี่ทุ่ม” เจสสิก้าตอบเจบีด้วยน้ำเสียงที่เหมือนหมดอาลัยตายอยาก

 

“แล้วจะเอายังไง?” เจบีถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“จะให้เอายังไงล่ะนายก็ต้องไปส่งฉันน่ะสิ” เจสสิก้าตอบเสียงห้วนเล็กน้อยก่อนดึงตัวเองให้นั่งตัวตรงเหมือนเดิม

 

“ไม่กลัวเป็นข่าวไง?” เจบีเอ่ยปากถาม

 

“หึ! นายลากฉันมาคุยกันซะขนาดนี้แล้วคงไม่จำเป็นต้องกลัวแล้วมั้ง!” เจสสิก้าหัวเราะหึในลำคอก่อนจะตอบอีกฝ่ายพลางลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าก่อนจะเดินออกไปรอที่หน้าร้านส่วนเจบีก็ทำหน้าที่เป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารก่อนจะเดินตามเจสสิก้าไป

 

 

ในเช้าของวันต่อมาที่กองถ่ายละครเรื่อง My Lady Girl ที่ตอนนี้ทีมงานทั้งหลายกำลังวุ่นวายกับการเตรียมสถานที่สำหรับการถ่ายทำในวันนี้ ส่วนทางด้านนักแสดงก็กำลังนั่งให้ช่างได้แต่งหน้าทำผมกันอย่างเช่นทุกวัน

 

ไลน์~~

 

เสียงไลน์ของแทยอนดังขึ้นทำให้เธอรีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้าโต๊ะกระจกที่เธอนั่งทำผมอยู่ก่อนจะปลดล็อคหน้าจอแล้วเข้าไปในแอพพลิเคชั่นไลน์ซึ่งชื่อที่ปรากฏเป็นชื่อแรกคือเจสสิก้านั่นเอง

 

เจสสิก้าจอง : กำลังจะเข้าไปหานะอยากได้อะไรป่ะ?

คิมแทยอน : เหมือนจะรู้ใจฉันอยากได้ขนมปังกับกาแฟอ่ะ *_*

เจสสิก้าจอง : โอเคอีกสัก 15 นาทีก็คงไปถึงแหละ ^_^

คิมแทยอน : โอเคคคคคคคค!~~~ จะรอน้า~~

 

หลังจากที่อตอบโต้ข้อความที่เจสสิก้าส่งมาแทยอนก็แทบจะยิ้มแก้มปริเพราะเธอไม่ได้เจอหน้าเจสสิก้ามา 2 วัน อาจจะดูเวอร์ไปหน่อยแต่เพราะทั้งตัวเธอและเจสสิก้าต่างก็สนิทกันแถมยังสนิทกันมากขึ้นหลังจากที่ได้ถ่ายละครร่วมกันประมาณสามเดือนพอต้องแยกกันทำงานเลยรู้สึกเหงาแปลกๆนั่นแหละ

 

“เสร็จแล้วค่ะ J” เสียงหวานใสของพี่ช่างทำผมเอ่ยปากบอกพร้อมส่งรอยยิ้มผ่านกระจกให้กับแทยอนซึ่งแทยอนก็โค้งให้เป็นขอบคุณผ่านกระจกเช่นกันก่อนที่ช่างแต่งหน้าจะเดินไปแต่งหน้าให้กับคนอื่นๆอีกส่วนแทยอนที่ไม่รู้จะทำอะไรก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเรื่อยเปื่อยเพื่อรอเวลาให้เจสสิก้ามาที่กองถ่ายเสียที

 

และสิบห้านาทีต่อมาเจสสิก้าก็มาถึงที่กองถ่ายละคร My Lady Girl ตามที่เธอได้บอกกับแทยอนไว้ซึ่งเธอก็ไม่รอช้าที่จะไปหาแทยอนซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานที่เป็นคนบอกทางให้เธอมาหาแทยอนถูกนั่นเอง

 

“มาแล้วววววว~ อ่ะนี่ขนมปังกับกาแฟที่แกสั่ง” เจสสิก้าเปิดปากพูดอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นแทยอนนั่งอยู่พลางเดินไปหาก่อนจะยื่นของที่แทยอนฝากซื้อให้กับเจ้าตัว

 

“ขอบคุณนะ J” แทยอนเอ่ยปากขอบคุณพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะรับของในมือของเจสสิก้ามาส่วนเจสสิก้าก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆแทยอน

 

“ถ่ายละครถึงไหนแล้วล่ะวันนี้?”

 

“ยังไม่ได้เริ่มถ่ายเลย” แทยอนตอบพลางยกแก้วที่บรรจุกาแฟขึ้นจิบทีละนิดอย่างอารมณ์ดี

 

“แล้วแกไปอารมณ์ดีมาจากไหนเนี่ยฮะ?” เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

“ก็ได้เจอแกไง ^_^” แทยอนตอบพลางส่งยิ้มไปให้

 

“เวอร์แล้วแค่เจอฉันอะไรจะอารมณ์ปานนั้นกัน?” เจสสิก้าพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่

 

“ว่าแต่เรื่องที่แกจะไปออกรายการเรียลลิตี้อะไรนั่นน่ะเริ่มถ่ายทำตอนไหนเหรอ?” แทยอนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้พลางหยิบขนมปังมากินหนึ่งค

 

“เริ่มถ่ายสัปดาห์หน้าน่ะแต่ยังไม่รู้วันเวลาที่แน่ชัดเลย” เจสสิก้าบอกด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

 

“แหม่...ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนั้นเลยทำงานซะบ้างเดี๋ยวแฟนคลับจะคิดถึงเอา” แทยอนบอกแกมแซวอีกฝ่าย

 

“รู้งี้สู้รับละครดีกว่าจะได้ไม่ต้องไปออกรายการอะไรนั่น” เจสสิก้าบอกอย่างนึกเสียดายจริงๆแล้วก่อนหน้านั้นก็มีผู้จัดละครมาติดต่อให้เธอเล่นละครอยู่หรอกแต่เพราะเธอติดถ่ายละครเรื่อง Beauty Girl นั่นแหละเธอจึงจำเป็นต้องปฏิเสธไป

 

“แกก็รับมันทั้งละครแล้วก็รายการเลยไงสนุกจะตาย” แทยอนบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“แหม...ใครจะเหมือนเธอล่ะที่จะคึกได้ทุกวันบางทีฉันก็อยากได้เวลาพักผ่อนบ้างนะ” เจสสิก้าบอกแกมบ่นให้อีกฝ่ายฟัง

 

“อย่ามาทำเป็นพูดเวลาอยู่ที่กองแกก็ชอบแอบหลับนี่เอาจริงๆแกพักเยอะกว่าใครเพื่อนเลยนะขอบอก”

 

“พูดมากน่ากินๆไปเลยไป” เจสสิก้าบอกแกมสั่งอีกฝ่ายเสียงดุๆแต่แทยอนก็ใช่ว่าจะนึกกลัวเธอเจอเจสสิก้าโหมดนี้บ่อยจนชินไปแล้วล่ะ

 

“เฮ้ย! เจสสิก้าแกดูนี่ดิข่าวของแกกับใครก็ไม่รู้เนี่ย!” แทยอนร้องออกมาด้วยความตกใจหลังจากที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแล้วเลื่อนไปเจอข่าวๆหนึ่งเธอจึงกดเข้าไปก็พบว่าเป็นรูปของเจสสิก้ากับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเธอก็ดูไม่ออกว่าเป็นใครก่อนจะยื่นมันให้เจสสิก้าดู

 

“เฮ้ย! ทำไมฉันกับไอบ้าเจบีไปอยู่ในนั้นได้อ่ะ!?” เจสสิก้าก็ร้องออกมาด้วยความตกใจไม่แพ้กันหลังจากที่เธอได้เห็นภาพที่แทยอนเอามาให้ดู

 

“ฉันสิต้องถามแกตอนนี้ข่าวของแกกำลังเป็นหัวข้อสนใจของคนอื่นในโซเชี่ยลหมดแล้วเนี่ย” แทยอนบอกพลางเลื่อนลงไปที่ส่วนคอมเมนต์ซึ่งก็มีคนมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

 

F_Flower : นั่นมันเจสสิก้าไม่ใช่เหรอ? เธอกำลังออกเดทกับใครกันน่ะ!?

Jasmine : เฮ้! อะไรกันเนี่ยฉันจำได้ว่าเธอสนิทกับมาร์คไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่มันอะไรกันเนี่ยยยยO_O

Lipta_Lisa : เจสสิก้านี่เสน่ห์แรงเนอะ หรือว่าเธอจะทำตัวให้เหมือนในละครกันนะ

View’Z : เจสสิก้านี่เจ้าชู้เนอะ ฉันไม่ชอบเธอเลยอ่ะ!

 

“โอ๊ย!~ แบบนี้ฉันจะโดนพี่ซูยองว่าอะไรบ้างเนี่ย T^T” เจสสิก้าร้องออกมาพลางยกมือกุมขมับอย่างคิดหนักหลังจากที่เธอได้อ่านความคิดเห็นบางส่วน

 

“เรื่องนี้บอกเลยว่าฉันก็ไม่รู้จะช่วยแกยังไงว่ะ เฮ้อ!” แทยอนบอกพลางยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง เรื่องนี้เธอก็จนปัญญาจะช่วยเจสสิก้าแล้วล่ะ

 

Rrrrrrrrr~

 

ในขณะที่เจสสิก้ากำลังพยายามหาทางออกกับเรื่องนี้แต่เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทำให้เธอหยิบมันขึ้นดูก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะคนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น...พี่ซูยอง

 

“เอาไงดีวะยัยแทพี่ซูยองโทรมาอ่ะ!” เจสสิก้าหันไปถามแทยอนอย่างขอความคิดเห็น

 

“รับๆไปเหอะคงไม่มีอะไรหรอก...มั้ง” แทยอนบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความมั่นใจเลยสักนิด ส่วนเจสสิก้าก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาตรงนั้นแต่สุดท้ายเธอก็ทำใจดีสู้เสือก่อนจะกดรับโทรศัพท์แล้วกรอกเสียงไปยังปลายสายทันที

 

“ว่าไงคะพี่ซูยอง” กรอกเสียงไปยังปลายสายด้วยน้ำเสียงแผ่วๆคล้ายคนมีความผิด

 

( ข่าวในอินเทอร์เน็ตนั่นมันคืออะไรกันตอบพี่เดี๋ยวนี้นะ! ) ปลายสายเอ่ยถามเสียงดังเอาจริงๆมันก็คือการตะคอกนั่นแหละทำเอาเจสสิก้าแทบจะยกโทรศัพท์ออกจากหูไม่ทัน

 

“พี่ซูยองใจเย็นๆหน่อยสิคะมันไม่ได้มีอะไรสักหน่อยฉันก็แค่ไปคุยงานเท่านั้นเอง” เจสสิก้าพยายามอธิบายให้ปลายสายฟังอย่างใจเย็น

 

( แล้วทำไมไม่ไปคุยกันที่บริษัทล่ะหรือไม่ทำไมไม่โทรบอกพี่ก่อน? ) ปลายสายเอ่ยถามแกมดุ

 

“ก็เจบีเป็นคนไปลากฉันให้มาคุยงานเองนี่คะตอนนั้นฉันก็คิดอะไรไม่ทันด้วย” เจสสิก้าบอกเชิงอธิบายให้ปลายสายฟัง

 

( เธอนี่นะ! เอาเถอะรอดูไปก่อนแล้วกันว่าเรื่องจะซาลงเมื่อไหร่แต่ช่วงนี้เธอพยายามอย่าไปไหนกับผู้ชายล่ะพี่เป็นห่วงกลัวคนจะมองว่าเธอเป็นคนไม่ดี ) ปลายสายบอกแกมเตือนด้วยความหวังดี

 

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” เจสสิก้าตอบรับเสียงหงอยเล็กน้อย

 

( แล้วนี่เธออยู่ที่ไหนเหรอ? ) ปลายสายเอาถามด้วยความอยากรู้

 

“ฉันอยู่ที่กองถ่ายละคร My Lady Girl กับแทยอนค่ะ” เจสสิก้าตอบปลายสาย

 

( งั้นถ้าเธอจะกลับก่อนก็โทรมาหาพี่นะแต่ถ้าไม่ก็กลับพร้อมแทยอนแล้วกัน ) ปลายสายเอ่ยปากสั่งด้วยความหวังดี

 

“ค่ะ” เจสสิก้าตอบรับปลายสาย

 

( งั้นเท่านี้ล่ะเดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อน ) ปลายสายบอกก่อนจะวางสายไป

 

“เป็นยังไงบ้าง?” แทยอนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

 

“ก็โดนบ่นน่ะสิถามได้” เจสสิก้าตอบ

 

“แล้วจะเอายังไงกับเรื่องนี้?” แทยอนถามต่อ

 

“พี่ซูยองบอกว่ารอให้เรื่องมันซาลงก่อนแล้วก็พยายามอย่าไปไหนมาไหนกับผู้ชายน่ะ” เจสสิก้าตอบ

 

“แต่ข่าวแบบนี้ฉันว่ามันยากนะถ้าจะให้คนเลิกสนใจฉันว่าแกควรจะแถลงข่าวให้เป็นเรื่องเป็นราวนะ” แทยอนบอกเชิงแนะนำ

 

“คงไม่เป็นไรหรอกมั้งฉันไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โต” เจสสิก้าบอก

 

“แต่แกจะเสียเครดิตเอานะ” แทยอนบอกอย่างนึกเป็นห่วง

 

“ช่างมันเถอะในข่าวมันก็แค่ฉันไปกินข้าวกับเจบีเท่านั้นเองอีกอย่างสถานที่ที่ฉันไปมันก็ไม่ใช่ที่รโหฐานสักหน่อย” เจสสิก้าบอก

 

“น้องแทยอนค่ะได้เวลาไปซ้อมคิวแล้วค่ะ” เสียงของทีมงานคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้แทยอนหันไปมองก่อนจะพยักหน้าเป็นการตอบรับ

 

“งั้นฉันไปซ้อมคิวก่อนนะ” แทยอนหันมาบอกเจสสิก้าซึ่งเธอก็พยักหน้ารับก่อนที่แทยอนจะเดินตามทีมงานคนนั้นไป


















ยะฮูววววววว กลับมาแล้วแล้วนะคร๊าบบบบบบบ~~

คิดถึงเรื่องนี้กันมั้ยเอ่ย? คือช่วงนี้ฟิคสิก้าหายเงียบมาก

ทำให้เราไม่มีอะไรเสพเลยไม่มีอารมณ์แต่งอ่ะ ใครมีฟิคสิก้าทิ้งไว้ให้หน่อยนะ

อ่อ! อ่านแล้วอย่าลืมเม้นให้กันบ้างนะ จุ้บจุ้บ. <3












 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #638 tanbukiiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 22:14
    เป็นข่าวจนได้นะสิก้า เจบีก็นะพาออกมาคุยที่ร้านกาแฟให้คนเห็นทำไม
    #638
    0
  2. #633 pitchayee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 08:07
    เจสิกก้น่ารักนะเนี่ย555
    #633
    0
  3. #632 j_snsd (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 01:47
    เจบีคงไม่คิดแค่ะเพื่อนสิน้าาา สิก้านี่เสน่แรงจริงๆ
    #632
    0
  4. #631 j_snsd (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 13:00
    อ้ายยยยเจบีเพื่นเก่าสิก้าเคยตามจีบด้วย ตอนนี้ก็ยังชอบใช่มั้ย รอค่าาาา
    #631
    0
  5. #629 love1886 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 15:01
    เจบีกับสิก้าเถียงกันแน่นอนเลย โถ่ว
    #629
    0
  6. #625 mini_tigereyes (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 03:58
    ใครอีกแร้วเนี้ย
    #625
    0
  7. #624 maylone (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 00:48
    ใครอ้าาาฟานี่หรือเปล่าน้าาาา
    #624
    0
  8. #623 pitchayee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 10:17
    #มาร์คสิก พรีสสสสสสสสส
    #623
    0
  9. #622 j_snsd (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 09:51
    รอค่ะ ขอฮุนสิกเถอะพลีสสสส
    #622
    0