- { Behind The Illusion } - // [ exo snsd got7 ]

ตอนที่ 14 : - { Behind the illusion } - // บทที่ ๑๓ : รักแรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ส.ค. 60





























#สองวันต่อมาที่กองถ่ายละคร

วันนี้ถือว่าเป็นวันแรกที่จะเริ่มการถ่ายทำสำหรับละครเรื่อง ‘My Lady Girl’ ซึ่งภายในกองถ่ายในช่วงเช้านั้นก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายของเหล่าทีมงานที่จะต้องช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ถ่ายทำสำหรับซีนแรก

 

ส่วนทางด้านนักแสดงก็กำลังนั่งให้ช่างแต่งหน้าได้เสริมเติมแต่งสีสันลงบนใบหน้าของพวกเขาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกัน แต่คนที่ดูจะชิวที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคิมแทยอนเนี่ยแหละ ก็แหม..เธอผ่านละครมาก็สองเรื่องแล้วแถมเรื่องที่ผ่านมาเธอก็ได้รับประสบการณ์มาตั้งมากมายรวมไปถึงคำติชมต่างๆยิ่งเธอเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับอะไรง่ายเลยไม่แปลกที่เธอจะดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

 

“ตื่นเต้นเนอะ” ซอฮยอนหันไปพูดกับทิฟฟานี่ที่นั่งแต่งหน้าอยู่ข้างๆหลังจากที่ช่างแต่งหน้าได้แต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้าของพวกเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“อื้ม! พี่แทยอนดูไม่ตื่นเต้นเลยฉันอยากเป็นแบบนั้นจัง” ทิฟฟานี่ตอบพลางทอดสายตามองไปยังแทยอนที่นั่งอ่านบทอยู่อีกฝั่งหนึ่งก่อนจะพูดด้วยความรู้สึกอิจฉาเล็กๆ

 

“ถ้าพี่สิก้าเล่นละครเรื่องนี้ด้วยฉันคงรู้สึกดีกว่านี้” ซอฮยอนบอกพลางยกยิ้มกับตัวเองเล็กน้อย

 

“ถามจริงๆเถอะทำไมเธอถึงดูรักพี่เจสสิก้าจัง?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางมองอีกฝ่ายไม่วางตา

 

“ก็พี่สิก้าเป็นคนที่คอยแนะนำและให้คำปรึกษาฉันตลอดนี่นาแถมเวลาฉันเครียดอะไรพี่สิก้าก็จะทำให้ฉันหายเครียดได้อย่าง่ายดายเลยล่ะ ^_^” ซอฮยอนตอบเชิงอธิบายให้อีกฝ่ายฟังพลางยกยิ้มอย่างมีความสุข

 

“ไม่อยากจะเชื่อพี่เจสสิก้าดูหยิ่งจะตายไป!” ทิฟฟานี่พูดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองพลางแอบเบะปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าแสนนิ่งเฉยนั่นของเจสสิก้า

 

“พี่สิก้าก็แค่แสดงออกไม่เก่งเท่านั้นเอง” ซอฮยอนตอบ

 

“ไม่เชื่อหรอก! แต่ฉันว่าพี่เจสสิก้าก็ดูเหมาะกับบทร้ายดีนะหน้าให้ชะมัด” ทิฟฟานี่บอกอย่างเหน็บแนมถึงอีกฝ่ายที่พูดถึง

 

“ทำไมเธอถึงได้ดูอคติกับพี่สิก้าจัง?” ซอฮยอนเอ่ยถามพลางมองอีกฝ่ายไม่วางตา

 

“ไม่รู้สิแค่ไม่ถูกชะตา” ทิฟฟานี่ตอบแบบปัดๆก่อนจะหยิบบทละครขึ้นมาก่อนจะแสร้งทำเป็นอ่าน

 

“ไม่ใช่ว่าเพราะชานยอลชอบพี่สิก้าหรอกเหรอ?” ซอฮยอนเอ่ยถามซึ่งคำถามของเธอนั้นก็ดูเหมือนจะไปแทงใจดำของอีกฝ่ายจนทำให้ทิฟฟานี่เกิดชะงักมือกะทันหันก่อนจะเงยหน้ามองซอฮยอนนิ่ง

 

“เธอจะพูดทำไม?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามเสียงแข็งพลางมองอีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง

 

“ฉันแค่อยากจะอธิบายให้เธอฟังว่าชานยอลไม่ได้ชอบพี่สิก้าแบบที่เธอคิดชานยอลก็เป็นแค่พวกแฟนบอยที่ชื่นชอบพี่สิก้าก็เท่านั้น” ซอฮยอนบอกเชิงอธิบายให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ

 

“เธอจะไปรู้อะไร? เธอไม่ใช่ชานยอลสักหน่อย!” ทิฟฟานี่พูดต่อโดยยังคงน้ำเสียงให้เหมือนเดิม

 

“ก็ใช่ที่ฉันไม่ใช่ชานยอล..แต่ฉันก็สนิทกับชานยอลในระดับหนึ่งที่พอจะรู้ว่าชานยอลมันชอบพี่สิก้าแบบไหนกันแน่” ซฮฮยอนบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาที่ฉายแววจริงจังไม่มีการล้อเล่นทำให้ทิฟฟานี่เกิดอาการไขว้เขวเล็กน้อย

 

“ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้เถอะฉันไม่อยากกลับไปรู้สึกว่าเธอเป็นศัตรูเหมือนก่อนหน้านั้นอีก” ทิฟฟานี่บอกเชิงตัดบทก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านบทแต่สมองของเธอกลับกำลังคิดไปถึงคำพูดของซอฮยอนที่พูดมาก่อนจะพยายามไตร่ตรองคิดอย่างถี่ถ้วน ส่วนทางด้านซอฮยอนก็ไม่อยากจะพูดอะไรไปมากกว่านี้เพราะเธอก็ไม่อยากจะเสียเพื่อนไปสักคนยังไงซะ...มีมิตรก็ดีกว่ามีศัตรูไม่ใช่เหรอ?

 

“ซอฮยอนเธอมีลูกอมมั้ย?” ในขณะที่ซอฮยอนกำลังจะหยิบบทมาอ่านต่อเสียงของชานยอลก็ดังขึ้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมาอัตโนมัติ

 

“แป๊ปนะ” ซอฮยอนบอกพลางยื่นมือไปหยิบกระเป๋าของเธอก่อนจะเปิดแล้วใช้มือควานหาเมื่อหาเจอแล้วเธอก็หยิบสิ่งที่อีกฝ่ายขอให้กับชานยอล

 

“ขอบคุณนะ ^_^” ชานยอลบอกพลางส่งยิ้มขอบคุณไปให้

 

“แล้วนี่นายมีถ่ายตอนไหนเหรอ?” ซอฮยอนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

“ก็อีกประมาณยี่สิบนาทีนี่แหละพอดีรู้สึกตื่นเต้นเลยมาขอลูกอมเธอเนี่ยแหละ” ชานยอลตอบก่อนจะพุดต่อ

 

“แค่อมลูกอมนายก็หายตื่นเต้นแล้วเนี่ยนะ? ประหลาดคนจริง” ซอฮยอนทวนคำพูดของอีกฝ่ายอย่างงุนงงก่อนจะพูดเชิงบ่นออกมา

 

“ไม่รู้ดิแต่สำหรับฉันมันหายนะ” ชานยอลบอกซึ่งซอฮยอนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

“แล้วแต่เหอะ! ไปอ่านบทต่อเถอะไปฉันก็จะอ่านต่อแล้วเนี่ย” ซอฮยอนบอกแกมไล่อีกฝ่ายเป็นกลายๆ

 

“โหย..เดี๋ยวนี้มีไล่นิสัยไม่ดีว่ะ” ชานยอลร้องโอดครวญออกมาก่อนจะเบ้ปากอย่างงอนๆแต่ซอฮยอนกลับไม่ได้คิดจะสนใจเลยสักนิด

 

“ทำไมทิฟฟานี่ถึงดูเครียดแบบนั้นอ่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่า?” ชานยอลสะกิดไหล่ของซอฮยอนก่อนจะก้มหน้าเข้าไปกระซิบถามซอฮยอนอย่างนึกสงสัย

 

“ไม่มีอะไรหรอกทิฟฟานี่อาจจะกำลังทำสมาธิอยู่ก็ได้นายก็รีบไปอ่านบทได้แล้วไปเดี๋ยวถ้าเล่นไม่ดีโดนผู้กำกับด่าอย่ามาร้องแล้วกัน” ซอฮยอนตอบก่อนจะออกปากไล่อย่างชัดเจนจนชานยอลอดยื่นมือไปผลักหน้าผากของซอฮยอนอย่างนึกหมั่นไส้ก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปก่อนที่ซอฮยอนจะเปิดปากต่อว่าเขาขึ้นมาส่วนซอฮยอนก็ทำเพียงจิ๊ปากอย่างนึกหงุดหงิดที่โดยอีกฝ่ายแกล้งเป็นประจำก่อนจะหันไปสนใจบทละครต่อ

 

 

ไม่นานการเซตฉากต่างๆสำหรับการถ่ายทำก็เสร็จสิ้นลงและก็เป็นเวลาที่การถ่ายทำจะเริ่มขึ้นโดยในซีนแรกนั้นเป็นซีนเปิดตัวของชานยอลส่วนคนอื่นๆก็ย้ายตัวเองมานั่งรวมกันเป็นกลุ่มในโซนใกล้ๆกับผู้กำกับพลางทอดสายตามองการแสดงของชานยอลสลับกับอ่านบทละครในมือของตัวเอง

 

แต่แทยอนกลับตั้งใจดูการแสดงของชานยอลไม่วางตาก่อนจะนึกชมในใจที่ชานยอลสามารถแสดงออกมาผ่านสีหน้าและแววตาได้เป็นอย่างดีทั้งที่จริงๆแล้วเขาก็ไม่น่าจะมีประสบการณ์อะไรมากมายแต่ทำได้ขนาดนี้ก็อดจะชื่นชมไม่ได้จริงๆ ส่วนทิฟฟานี่ก็เช่นกันที่มองการแสดงของชานยอลอย่างชื่นชมแต่เธอก็ต้องสลัดความรู้สึกนี้ทิ้งไปก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นความรู้สึกหงุดหงิดแทนเมื่อเห็นว่าแทยอนมองชานยอลไม่วางตาก่อนจะส่งเสียงจิ๊จ๊าในลำคอเล็กน้อย

 

“เป็นอะไรไปเหรอ?” ซอฮยอนที่ได้ยินเสียงจิ๊จ๊าอยู่ข้างหูเงยหน้าขึ้นก่อนจะเปิดปากถามด้วยความสงสัย

 

“เปล่าไม่มีอะไรหรอกฉันแค่รู้สึกร้อนเฉยๆ” ทิฟฟานี่ตอบซอฮยอนแบบปัดๆพลางยกยิ้มให้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านบทต่อแต่ซอฮยอนกลับไม่เชื่อในคำพูดของทิฟฟานี่เสียเท่าไหร่เพราะวันนี้อากาศค่อนข้างดีเธอจึงลองทอดสายตามองไปรอบๆก่อนจะไปสะดุดกับสายตาของแทยอนที่นั่งดูการแสดงของชานยอลไม่กระพริบตาแถมยังแสดงอาการให้กำลังใจเสียจนออกนอกหน้ายิ่งทำให้ซอฮยอนมั่นใจทันทีว่าต้นเหตุที่ทำให้ทิฟฟานี่หงุดหงิดแบบนี้คงหนีไม่พ้นแทยอนเป็นแน่

 

“คัท~~ โอเคถือว่าแสดงได้เยี่ยมมาก J” เมื่อการแสดงเป็นที่น่าพอใจแล้วเสียงของผู้กำกับก็เอ่ยสั่งคัทก่อนจะเอ่ยปากชมแล้วยกยิ้มให้เป็นกำลังใจส่วนชานยอลก็โค้งรับคำชมก่อนจะส่งยิ้มกลับเช่นกัน

 

“ไม่น่าเชื่อว่าจะแสดงดีขนาดนี้นะเนี่ย ^^” แทยอนเปิดปากชมหลังจากที่ชานยอลเดินเข้ามาเพื่อจะรวมกับคนอื่นๆ

 

“พี่ก็ชมผมเกิ๊น! ผมยังไม่ได้ครึ่งของพี่หรอก” ชานยอลตอบแทยอนด้วยน้ำเสียงทะเล้นเล็กน้อย

 

“ไม่หรอกน่าพี่ว่านายน่าจะอนาคตไกลนะ” แทยอนบอกเชิงเอ่ยชมทำเอาคนอายุน้อยกว่าเกิดอาการเขินเล็กน้อยแต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้

 

“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ” ทิฟฟานี่หันไปบอกซอฮยอนแต่งระดับเสียงของเธอกลับดังเกินกว่าที่จะบอกเพียงแค่ซอฮยอนเท่านั้นทำให้ทั้งชานยอลและแทยอนหันไปมองอัตโนมัติด้วยความงุนงง

 

“ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย?” ซอฮยอนถามด้วยความหวังดีแต่ทิฟฟานี่กลับส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธก่อนจะเดินออกไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น

 

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ชานยอลบอกกับแทยอนก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆซอฮยอน

 

“ตกลงทิฟฟานี่เป็นอะไรกันแน่ดูท่าอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเลยนะ” ชานยอลสะกิดแขนของซอฮยอนทำให้เธอเงยหน้าขึ้นพลางมองเชิงถามว่ามีอะไรทำให้ชานยอลเปิดปากถามทันที

 

“ฉันก็ไม่รู้ถ้านายอยากรู้ก็ลองไปถามเจ้าตัวเอาสิ” ซอฮยอนตอบ

 

“ไม่ดีกว่ายังไงเธอช่วยถามให้หน่อยนะ” ชานยอลบอกแกมขอร้อง

 

“เออๆเดี๋ยวจะลองถามให้” ซอฮยอนตอบตกลงแบบตัดรำคาญซึ่งชานยอลก็ยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะยื่นมือไปหยิกแก้มของซอฮยอนอย่างนึกหมั่นเขี้ยว

 

“ย๊า! มาหยิกแก้มฉันทำไมห๊ะ!?” ซอฮยอนร้องออกมาก่อนจะเปิดปากถามเสียงดุ

 

“ก็แก้มเธอมันน่าหยิกอ่ะยังไงก็อย่าลืมนะเดี๋ยวฉันไปอ่านบทต่อละ J” ชานยอลตอบพลางยกยิ้มให้ก่อนจะลุกแล้วเดินออกไป

 

ทางด้านของทิฟฟานี่ที่เดินหนีมาเข้าห้องน้ำแต่จริงๆแล้วเธอก็แค่อยากจะไปอยู่ตรงอื่นสักพักเพราะเธอคงทนไม่ไหวถ้าจะเห็นคนที่ตัวเองแอบชอบคุยกับคนอื่นอย่างมีความสุขแต่กับเธอกลับเหมือนไม่สนใจ บางทีเธอเองก็อยากจะตัดใจเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ด้วยเหตุที่มันต้องเจอหน้ากันทุกวันแถมบางทีชานยอลก็ยังเข้ามาพูดดีอีกเป็นใครมันก็ตัดใจไม่ลงหรอกจริงมั้ยล่ะ?

 

“น้องทิฟฟานี่คะไปซ้อมคิวได้แล้วค่ะ” เสียงของหนึ่งในทีมงานดังขึ้นข้างหลังทำให้ทิฟฟานี่หันไปมองก่อนจะพยักหน้าพลางเดินตามทีมงานไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ยังไงตอนนี้มันก็เป็นเวลาทำงานนี่จะมาคิดแต่เรื่องส่วนตัวคงไม่เหมาะสมหรอก

 

“ทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจังเลยล่ะ?” เมื่อทิฟฟานี่เดินมาถึงซอฮยอนก็เปิดปากถามด้วยความเป็นห่วง

 

“ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่มึนนิดหน่อย” ทิฟฟานี่พลางหัวเราะแห้งๆคล้ายกำลังปกปิดอะไรบางอย่าง

 

“ไหวป่ะเนี่ย?” ซอฮยอนถามด้วยสีหน้าที่แสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน

 

“ไหวดิไม่ได้ป่วยสักหน่อย” ทิฟฟานี่ตอบเสียงเข้มพลางยกยิ้มให้อีกฝ่าย

 

“งั้นก็แล้วไป” ซอฮยอนบอก

“เดี๋ยวฉันไปซ้อมคิวก่อนนะ” ทิฟฟานี่บอกซึ่งซอฮยอนก็พยักหน้ารับก่อนที่เธอจะเดินไปซ้อมคิวทันที

 

เวลาก็เริ่มผ่านไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงเวลาในช่วงเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เลิกกองพอดีทำให้นักแสดงรวมไปถึงทีมงานทุกคนอดรู้สึกดีไม่ได้เพราะถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นการถ่ายทำวันแรกแต่ก็เหนื่อยเอาการโดยแต่ละคนถ่ายทำไปคนละไม่ต่ำกว่าสามฉาก

 

“แล้วนี่พวกเรากลับกันยังไงเหรอ? ให้พี่ไปส่งมั้ย?” แทยอนเอ่ยปากถามชานยอล ซอฮยอน และทิฟฟานี่ด้วยความหวังดี

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับพวกเราหารถเมล์กลับเองดีกว่า” ชานยอลตอบอย่างนึกเกรงใจ

 

“เป็นถึงดาราแล้วนะถ้ายังนั่งรถเมล์อีกคงไม่ไหวมั้งให้พี่ไปส่งเถอะยังไงซะเจสสิก้าก็ฝากให้พี่ดูแลทุกๆคนน่ะ” แทยอนบอกก่อนจะยกชื่อเจสสิก้าขึ้นมาซึ่งมันทำให้ทั้งซอฮยอนและชานยอลอดลังเลไม่ได้จะมีก็แต่ทิฟฟานี่ที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

 

“เอาไงอ่ะ?” ชานยอลหันไปถามซอฮยอนอย่างขอความคิดเห็น

 

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะพวกเราไม่ขึ้นรถเมล์แต่เปลี่ยนมาขึ้นแท๊กซี่ก็ได้อีกอย่างพวกเราก็ยังไม่ได้ดังขนาดนั้นยังไงก็ขอบคุณนะคะ ^_^” ซอฮยอนบอกเชิงปฏิเสธพลางส่งยิ้มไปให้ซึ่งแทยอนก็เข้าใจดีจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะขอตัวกลับก่อน

 

“งั้นเราก็กลับกันเถอะเดี๋ยวจะหารถแท๊กซี่ไม่ได้อีก” ชานยอลบอกก่อนจะเดินนำออกไปส่วนซอฮยอนกับทิฟฟานี่ก็เดินตามหลัง

 

“ทำไมเธอถึงปฏิเสธพี่แทยอนซะล่ะ?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนอยากรู้

 

“ฉันไม่อยากให้เธอคิดมากอ่ะ” ซอฮยอนตอบเสียงเรียบก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆให้กับทิฟฟานี่

 

“หมายความว่ายังไง?” ทิฟฟานี่เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“ฉันพอเข้าใจว่าเธอคงรู้สึกไม่โอเคที่พี่แทยอนกับชานยอลจะอยู่ด้วยกันฉันเลยตัดสินใจปฏิเสธไป” ซอฮยอนบอกให้อีกฝ่ายได้กระจ่าง

 

“เธอคิดเองเออเองน่ะสิฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ทิฟฟานี่บอกพลางเบนสายตาไปทางอื่น

 

“อย่ามาปากแข็งเลยน่าฉันดูออกนะว่าเธอหงุดหงิดตอนที่ชานยอลกับพี่แทยอนคุยกัน” ซอฮยอนบอกซึ่งมันก็เหมือนจะไปเสียดแทงที่ใจของทิฟฟานี่จนเธอรู้สึกจุกเล็กน้อย

 

“ไม่คิดเลยว่าคนซื่อแบบเธอจะดูคนออกเหมือนกัน” ทิฟฟานี่บอกพลางแสร้งยิ้มออกมา

 

“ฉันก็ไม่ได้ซื่ออะไรมากหรอกก็แค่ไม่อยากคิดอะไรซับซ้อนเท่านั้นแหละ” ซอฮยอนตอบ

 

“นี่! เธอสองคนรีบเดินกันหน่อยสิฉันเรียกแท๊กซี่ได้แล้วนะ!” เสียงของชานยอลดังขึ้นทำให้ทั้งซอฮยอนและทิฟฟานี่หันไปมองโดยทันทีก่อนจะรู้สึกตัวว่าพวกเธอเดินกันมาจนถึงปากทางกันแล้ว

 

“รู้แล้วน่า!” ซอฮยอนตะโกนตอบกลับก่อนจะถอนหายใจพลางเร่งฝีเท้าทิฟฟานี่ก็เช่นกัน

 

ไม่นานพวกเขาทั้งสามคนก็มาอยู่ภายในรถแท๊กซี่เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยเรียงลำดับการนั่งก็จะเป็นชานยอล ทิฟฟานี่ และซอฮยอน

 

ไลน์~~

 

ระหว่างทางที่คนขับรถำลังพาไปส่งให้ถึงจุดหมายเสียงเตือนของแอพพลิเคชั่นไลน์จากโทรศัพท์ของซอฮยอนก็ดังขึ้นทำให้เธอหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดดูทันที

 

“พรุ่งนี้เธอกับทิฟฟานี่มีถ่ายแบบลงนิตยสารเคอาร์แมกกาซีนนะเดี๋ยวตอนเก้าโมงจะมีรถไปรับที่หอพักยังไงก็อย่าลืมนะ <3

 

“ใครส่งไลน์มาเหรอ?” ทิฟฟานี่ถามซอฮยอนด้วยความสงสัยระคนอยากรู้

 

“คุณครูน่ะบอกว่าพรุ่งนี้รถจะมารับเราสองคนเก้าโมงเพื่อไปถ่ายแบบลงนิตยสาร” ซอฮยอนบอกก่อนจะส่งข้อความตอบกลับอีกฝ่ายพลางเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม

 

“อะไรนะ? แป๊ปเดียวเธอสองคนก็มีถ่ายแบบแล้วเหรอ?” ชานยอลพูดขึ้น

 

“ทำไม? อิจฉาไง” ซอฮยอนตอบอีกฝ่ายอย่างกวรประสาท

 

“เปล่า! แล้วถ้างั้นพรุ่งนี้ฉันก็ต้องมากองถ่ายคนเดียวอ่ะดิ” ชานยอลบอก

 

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนายน่ะน่ากลัวว่าทุกสิ่งบนโลกแล้ว” ซอฮยอนบอกก่อนจะหัวเราะออกมากับทิฟฟานี่อย่างสนุกสนาน

 

“โห่! ไรวะ? หน้าตาหล่อระดับพระเอกแบบนี้น่ากลัวตรงไหน?” ชานยอลบอกพลางเก๊กหน้าหล่อจนสามารถเรียกสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างทั้งสองคนได้

 

“ก็น่ากลัวตรงที่เป็นแกเนี่ยแหละ!” ซอฮยอนตอบกลับพลางหัวเราะออกมา

 

“เลิกพูด! ว่าแต่วันนี้เธอเป็นอะไรหรือเปล่า? ป่วยเหรอ? ไม่สบายเหรอ? เห็นหน้าตาเธอดูไม่ค่อยสดชื่นเลย?” ชานยอลบอกเชิงยกธงขาวให้กับซอฮยอนก่อนจะเอ่ยถามทิฟฟานี่ที่ตอนนี้กำลังนั่งหัวเราะคิกคักที่เห็นซอฮยอนกับชานยอลเถียงกัน

 

“ห๊ะ? อ๋อ! ปะ...เปล่าไม่ได้ป่วยหรอก” ทิฟฟานี่ชะงักเล็กน้อยที่จู่ๆชานยอลก็ดันถามเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงก่อนจะตอบพลางส่งยิ้มไปให้

 

“ค่อยโล่งหน่อยถ้าเธอป่วยขึ้นมาคงแย่” ชานยอลบอกพลางถอนหายใจก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้ทิฟฟานี่จนทำให้หัวใจของฝ่ายเกิดการเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะแถมยังมีการเห่อร้อนขึ้นที่แก้มเนียนของเธออีกนี่โชคดีมากนะที่ก่อนหน้านี้เธอปัดแก้มด้วยสีแดงมาก่อนไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายก็คงจับได้แน่ๆ

 

“เป็นห่วงทิฟฟานี่ด้วยไง? เห็นปกติก็ไม่ได้จะนึกห่วงนี่!” ซอฮยอนเอ่ยถามเชิงเหน็บแนมอีกฝ่าย

 

“ก็เพื่อนป่ะวะไม่ห่วงก็ใจร้ายเกิน” ชานยอลตอบด้วยน้ำเสีงเรียบแต่ทิฟฟานี่กลับรู้สึกจุกขึ้นมากะทันหันหลังจากสิ้นคำพูดของอีกฝ่าย เฮ้อ...ยังไงซะอีกฝ่ายก็ไมได้นึกชอบอยู่ดี

 

 

#วันต่อมา

ทางด้านของซอฮยอนกับทิฟฟานี่ในตอนนี้ทั้งคู่กำลังนั่งรอรถอยู่ภายในร้านกาแฟชั้นล่างของตึก ส่วนชานยอลก็แยกออกไปก่อนหน้านั้นแล้วเนื่องจากเขามีคิวถ่ายละครในวันนี้

 

“รถมาช้าจัง” ทิฟฟานี่ปริปากบ่นหลังจากยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

 

“นั่นสินี่มันก็เลยมาเกือบ 20 นาทีแล้วนะ” ซอฮยอนบอกอย่างเห็นด้วยหลังจากที่เธอก็เปิดโทรศัพท์ดูเวลาเช่นกัน

 

“ฉันว่าเราออกไปรอข้างหน้าเถอะบางทีรถอาจจะมาแต่เขาไม่เห็นเราก็ได้” ทิฟฟานี่บอกเชิงเสนอความคิดซึ่งซอฮยอนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากร้านไป และเพียงไม่นานรถของบริษัทก็มาจอดอยู่หน้าร้านกาแฟที่พวกเธอยืนรออยู่แล้วหลังจากนั้นคนขับรถก็ขับพาเธอทั้งสองคนไปยังจุดหมายปลายทาง

 

 

ทางด้านของลูฮานที่วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาเข้ามาที่สตูดิโอโดยมีสาเหตุมาจากที่เขาจำเป็นต้องมาเคลียร์งานให้เสร็จสิ้นไปก่อนที่จะถึงวันที่นิตยสารของบริษัทเขาจะวางแผง

 

“คุณลูฮานคะคุณจินยองมาค่ะ” เสียงของหนึ่งในทีมงานของบริษัทดังขึ้นอย่างสุภาพทำให้เขาเงยหน้าขึ้นก่อนจะพยักหน้าตอบรับเป็นอันรับรู้กันและไม่นานจินยองก็เดินเข้ามาภายในสตูดิโอก่อนจะมาทิ้งตัวลงนั่งบนิเก้าอี้ตรงข้ามกับอีกฝ่ายอย่างคุ้นชิน

 

“มาทำอะไรอีก? หรือมาดูงานแถวนี้อีกแล้ว?” ลูฮานเปิดปากถามอย่างเป็นกันเองในขณะที่สายตาของเขาก็จดจ้องไปหน้าจอของแล็ปท็อปที่เพิ่งเปิดเมื่อครู่

 

“เปล่าหรอกครับแค่ว่างๆก็เลยอยากมานั่งเล่น” จินยองตอบคนอายุมากกว่าพลางยกยิ้มให้อีกฝ่าย

 

“แกเห็นที่ทำงานพี่เป็นที่เล่นเหรอ?” ลูฮานแสร้งทำเสียงดุต่อว่าใส่จินยองแต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้คิดจะนึกกลัวเพราะเขารู้นิสัยของพี่ชายคนนี้ดี

 

“ไม่เคยบอกสักหน่อยว่าเป็นที่เล่นพี่ก็ชอบคิดไปเอง” จินยองตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนๆจนลูฮานอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้จึงหยิบกระเป๋าเป้ของเขาก่อนจะปามันใส่คนตรงหน้าเต็มแรงแต่จินยองกลับหลบทันจึงทำให้กระเป๋าใบนั้นลอยออกไปอยู่ด้านหลัง

 

“โห...เดี๋ยวนี้รุนแรงว่ะพี่ เล่นโยนของเลยเหรอ?” จินยองพูดออกมาอย่างกวนๆ

 

“ก็อยากกวนประสาททำไมวะ? เยอึนรบกวนหยิบกระเป๋าเป้นั่นมาให้หน่อย” ลูฮานบอกเสียงดุก่อนจะพูดเสียงดังเพื่อให้ลูกน้องได้ยินก่อนจะเอ่ยปากสั่งซึ่งคนโดนสั่งก็พยักหน้ารับแล้วหยิบมันก่อนจะเดินเอามาคืนให้กับลูฮานกับมือซึ่งเขาก็รับมันก่อนจะให้อีกฝ่ายไปทำงานของตัวเองต่อ

 

“จะว่าไปพี่ไม่คิดมีแฟนบ้างเหรอ? ผมเห็นพี่โสดมานานแล้วนะถ้าเป็นโรคนี่ก็เรื้อรังแล้วล่ะ” จินยองเอ่ยถามขึ้นมาก่อนจะเอ่ยแซวคนอายุมากกว่าตรงหน้าที่ตั้งแต่รู้จักกันมาก็ไม่เคยเห็นพี่ชายคนนี้จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยจะมีก็แค่คุยกันผ่านๆก็เท่านั้นแหละ

 

“มีแฟนแล้วต้องมานั่งปวดหัวแบบแกพี่ขอครองตัวโสดดีกว่าสบายใจกว่าเยอะ” ลูฮานตอบจินยองแต่สายตากลับจดจ้องไปหน้าจอของแล็ปท็อป

 

“โห่! พี่อย่าเอาผมเป็นบรรทัดฐานดิคนอื่นที่มีแฟนก็มีความสุขดีแต่ผมแค่โชคร้ายเอง” จินยองบอกเชิงปลอบใจพี่ชายของตัวเองแต่เอาเข้าจริงๆมันก็เหมือนว่าเขากำลังตัดพ้ออยู่กลายๆ

 

“แกจะดึงบรรยากาศเศร้าเพื่อ?” ลูฮานบอกอย่างติดตลกเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าคิดมากเกินไป

 

“ก็มันได้ฟิลอ่ะ” จินยองตอบกลับพลางยกยิ้มให้อีกฝ่าย

 

“แจฮยอนวันนี้มีคิวถ่ายเหรอ?” เมื่อเห็นผู้มาใหม่เดินเข้ามาภายในสตูดิโอซึ่งเป็นคนที่เขารู้จักลูฮานจึงเปิดปากตะโกนถามทำให้ผู้มาใหม่หันมาส่งยิ้มพลางโค้งให้ก่อนจะเดินมาทางเขากับจินยอง

 

“ครับ...ว่าแต่ทำไมช่วงนี้พี่เข้ามาในสตูดิโอถี่จังปกติก็อยู่แต่บริษัทหรือไม่ก็ออกไปนอกสถานที่?” อันแจฮยอนซึ่งเป็นช่างภาพหลักของนิตยสารเคอาร์แมกกาซีนตอบคำถามของคนตรงหนาพลางหันไปทักทายจินยองอย่างคุ้นเคยก่อนจะหันไปเอ่ยถามลูฮานต่อด้วยความสงสัย

 

“ก็มาเคลียร์งานนี่แหละเดี๋ยวจะส่งให้ทางสำนักพิมพ์ทำไม่ทัน” ลูฮานตอบซึ่งแจฮยอนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

“พี่นี่เป็นเจ้านายที่ดีเนอะปกติงานนี้เป็นของพี่ซูฮยอนไม่ใช่เหรอ?” แจฮยอนบอกเชิงเอ่ยชมก่อนจะถามต่อ

 

“พอดีซูฮยอนมันติดงานอื่นพี่ก็เลยมาทำเองดีกว่าจะได้เช็คด้วยเลยว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า แล้วนี่วันนี้ใครมาถ่ายนิตยสารให้เราเหรอ?” ลูฮานบอกเชิงอธิบายให้ฟังก่อนจะถามต่อด้วยความสงสัย

 

“อ๋อ! เป็นนักแสดงหน้าใหม่น่ะครับรู้สึกจะเล่นเรื่อง My Lady Girl ที่กำลังถ่ายทำอยู่” แจฮยอนบอกพลางทำท่านึกซึ่งคนฟังก็ทำเพียงแค่พยักหน้า

 

“ยัยนั่นไม่ได้มาใช่มั้ย?” ลูฮานเอ่ยถามแต่มันกลับทำให้คนฟังอย่างแจฮยอนกับจินยองเกิดอาการงุนงงเป็นไก่ตาแตก

 

“พี่หมายถึงใครเหรอ?” แจฮยอนเอ่ยถามกลับ

 

“เปล่าหรอก..ท่าทางน่าจะไม่มาแกไปทำงานเถอะไป” ลูฮานตอบแบบปัดๆก่อนเอ่ยปากสั่งแกมไล่ทำเอาคนอายุน้อยกว่าอย่างแจฮยอนไปต่อไม่เป็น

 

“อะไรของพี่วะ? ช่างเหอะงั้นผมไปเตรียมของก่อนและ” แจฮยอนบ่นอุบอิบก่อนจะขอปลีกตัวออกไป

 

“ทำงานดีๆนะ” จินยองบอกซึ่งแจฮยอนก็พยักหน้าก่อนจะเดินออกไป

 

“งั้นเดี๋ยวผมไปก่อนแล้วนะพี่” จินยองบอกเชิงเอ่ยลา

 

“มีงานต่อเหรอ?” ลูฮานถามเพื่อความแน่ใจ

 

“ครับ” จินยองตอบพลางพยักหน้า

 

“ไหนว่าวันนี้ว่าง?” ลูฮานถามต่อด้วยความงุนงงระคนสงสัย

 

“ก็ว่างแค่ตอนนี้แหละครับอีกอย่างเบื่อยู่บ้านก็เลยมาหาพี่ไง” จินยองบอกเชิงอธิบายให้ฟัง

 

“เออๆขับรถไปทำงานดีๆแล้วกันแล้วก็อย่าท้อเรื่องเจสสิก้าล่ะ” ลูฮานบอก

 

“ครับ J” จินยองบอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินออกจากภายในสตูดิโอไป

 

ทางด้านของซอฮยอนกับทิฟฟานี่ในตอนนี้ทั้งสองคนก็มาหยุดยืนอยู่หน้าสตูดิโอสำหรับการถ่ายแบบในครั้งนี้เพียงไม่นานหนึ่งในทีมงานก็ออกมาต้อนรับก่อนจะทำหน้าที่นำทางไปยังห้องแต่งตัวโดยในระหว่างเดินไปนั้นทีมงานก็พูดอธิบายเกี่ยวกับการทำงานในครั้งนี้คร่าวๆเพื่อที่เวลาเริ่มงานจะได้ไหลลื่นและเสร็จสิ้นโดยเร็ว

 

“เดี๋ยวพอน้องทั้งสองคนแต่งตัวเสร็จแล้วก็ไปแต่งหน้ากันที่ห้องนั้นนะคะเดี๋ยวถ้าถึงเวลาถ่ายแบบพี่จะมาตามอีกทีหนึ่ง” เมื่อมาถึงห้องแต่งตัวพี่ทีมงานก็บอกเชิงอธิบายให้ฟังซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจก่อนที่พี่ทีมงานจะแยกตัวออกไป

 

“ชุดสวยๆทั้งนั้นเลยนะ” ทิฟฟานี่พูดขึ้นพลางเดินดูชุดที่แขวนอยู่บนราวด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

 

“นั่นสิแต่ฉันว่าเราควรจะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะเดี๋ยวเราต้องแต่งหน้าอีก” ซอฮยอนบอกอย่างเห็นด้วยก่อนจะเตือนสติเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้เหมือนจะลืมไปเสียสนิทว่าเรามีงานต้องทำ - -

 

“จริงด้วยสิ เสียดายจัง” ทิฟฟานี่บอกเมื่อนึกขึ้นได้ก่อนจะทำหน้าเศร้าเล็กน้อยด้วยความเสียดายก่อนจะเดินไปหยิบชุดที่ทีมงานเตรียมเอาไว้ให้แล้วเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดทันทีและมันก็ใช้เวลาไม่นาน เมื่อทั้งสองคนเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินไปอีกห้องหนึ่งตามที่พี่ทีมงานบอก

 

“มานั่งเลยค่ะ J” เมื่อช่างแต่งหน้าคนหนึ่งเห็นเธอทั้งสองคนย่างกายเข้ามาพร้อมกับชุดที่ทางทีมงานเตรียมเอาไว้ทำให้พวกเขาทราบทันทีว่าสองคนนี้คงเป็นนางแบบจึงเปิดปากบอกเชิงทักทายก่อนจะส่งยิ้มไปให้ซึ่งทั้งสองคนก็โค้งให้เป็นการตอบรับแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจก

 

“น้องสองคนเป็นนักแสดงใหม่ใช่มั้ยคะ?” ในขณะที่ช่างลงมือจัดการทรงผมก่อนก็เอ่ยถามทั้งซอฮยอนกับทิฟฟานี่เพื่อไม่ให้เงียบเกินไป

 

“ค่ะ” ซอฮยอนเป็นคนตอบพลางยกยิ้มผ่านกระจก

 

“รู้สึกเหมือนจะแสดงละครเรื่อง My Lady Girl ใช่มั้ยคะ?” ช่างอีกคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นบ้างในขณะที่ตัวเองก็ทำผมให้กับทิฟฟานี่ไปด้วย

 

“ใช่แล้วค่ะ” ทิฟฟานี่เป็นคนตอบโดยไม่ลืมส่งยิ้มผ่านกระจกไปให้

 

“แล้วเหมือนพระเอกเรื่องนี้ก็นักแสดงใหม่ด้วยถ้าจำไม่ผิดจะชื่อชานยอลนะ” ช่างทำผมของซอฮยอนเอ่ยขึ้น

 

“ถูกแล้วล่ะค่ะชานยอลเป็นเพื่อนของพวกเราเองค่ะ” ทิฟฟานี่ตอบ

 

“จริงเหรอคะ? น่าอิจฉาจังเลยนะคะว่าแต่ก็อดเสียดายไม่ได้ที่วันนี้ชานยอลไม่ได้มาด้วยไม่งั้นพี่คงจะขอลายเซ็นไปแล้ว” ช่างทำผมของทิฟฟานี่เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกอิจฉาทั้งสองคน

 

“ให้ฉันเป็นคนขอให้มั้ยคะ?” ซอฮยอนบอกเชิงอาสา

 

“จริงเหรอคะ?” ช่างทำผมทั้งสองคนเอ่ยถามพร้อมกับก่อนจะทำแววตาแวววาวเหมือนเจอของถูกใจ

 

“ค่ะเดี๋ยวยังไงมะรืนนี้ฉันไม่มีคิวถ่ายเดี๋ยวจะเอามาให้นะคะ ^_^” ซอฮยอนบอกพลางส่งยิ้มผ่านกระจกให้

 

“ยังไงพี่ก็ขอบคุณมากนะคะงั้นถือเป็นการตอบแทนพี่จะแต่งหน้าทำผมให้น้องสองคนสวยสุดๆไปเลย” ช่างคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยนเสียงดี๊ด๊าก่อนจะลงมือตั้งใจทำผมให้ทั้งคู่เป็นอย่างดี

 

 

หลังจากนั้นเกือบ 2 ชั่วโมงเต็มการถ่ายแบบก็สิ้นสุดลงโดยในช่วงเวลาการทำงานนั้นทั้งคู่ก็สามารถทำออกมาได้ดีจนได้รับคำชมจากแจฮยอนไม่หยุดปากเล่นเอาทั้งคู่ยิ้มจนปากจะฉีกกันไปเสียให้ได้และในตอนนั้งสองคนก็กลับมาอยู่ในชุดเดิมที่ใส่มาในตอนแรก

 

“พี่คะห้องน้ำอยู่ที่ไหนเหรอคะ?” ซอฮยอนเดินเข้ามาถามพี่ช่างแต่งหน้า

 

“อ๋อ! เดินออกจากห้องนี้ไปเลี้ยวซ้ายแล้วเดินตรงไปสุดทางเลยจ่ะ” พี่ช่างแต่งหน้าบอกพลางส่งยิ้มให้เล็กน้อยซึ่งซอฮยอนก็พยักหน้ารับ

 

“พาฉันไปหน่อยสิ” ซอฮยอนหันไปบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนๆซึ่งทิฟฟานี่ก็พนักหน้ารับก่อนจะเดินไปตามทางที่พี่ช่างแต่งหน้าบอกเอาไว้

 

ไม่นานซอฮยอนก็มาถึงห้องน้ำแล้วก็ทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยดีแต่ในระหว่างที่จะกลับไปยังห้องแต่งตัวซอฮยอนก็หันไปเห็นกระเป๋าอะไรบางอย่างเธอจึงรั้งแขนทิฟฟานี่เอาไว้ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้น

 

“นั่นมันกระเป๋าอะไรน่ะ?”

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ว่าที่นี่ก็ไม่มีใครนะ...หรือว่าจะมีคนลืมเอาไว้?” ทิฟฟานี่บอกก่อนจะพูดขึ้นเชิงสันนิษฐาน

 

“งั้นเราควรจะเอาไปให้เจ้าของดีกว่ามั้ย?” ซอฮยอนบอกก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋านั่นมาถือเอาไว้

 

“แต่ว่าเราไม่รู้ว่ามันเป็นของใครนะฉันว่าเราเอาไว้ที่เดิมนั่นแหละ” แต่ทิฟฟานี่กลับมีความคิดเห็นต่างทำให้ซอฮยอนมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย

 

“ถ้าเกิดเราเอาไว้ที่นี่มันต้องหายแน่ๆยังไงเราเอาไปให้พี่ทีมงานเถอะนะ” เมื่อครุ่นคิดดีแล้วซอฮยอนก็เปิดปากบอกพลางยืนยันคำตอบว่าจะเอากระเป๋าใบนี้ที่ไม่รู้ว่าข้างในบรรจุอะไรแต่มันก็หนักพอตัวเอาไปให้กับทีมงานเสียก่อน

 

“นั่นมันกระเป๋าของผมนี่! กำลังตามหาอยู่พอดีเลยคุณสองคนไปเจอที่ไหนเหรอ?” แต่ในขณะที่ทั้งสองคนยังเถียงกันอยู่ก็มีเสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมองซึ่งมันก็ทำให้ทั้งคู่อึ้งไปชั่วขณะด้วยใบหน้าที่ดูหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความเท่ห์ของคนตรงหน้า

 

“อ๋อ! ฉันเห็นมันวางไว้ตรงนั้นน่ะค่ะ..โชคดีจังที่เจอคุณก่อนตอนแรกฉันกะจะเอาไปให้พี่ทีมงานก่อน” เมื่อได้สติซอฮยอนก็ตอบอีกฝ่ายพลางยกยิ้มบางๆไปให้อย่าเคอะเขินเล็กน้อยก่อนจะยื่นกระเป๋านั่นให้กับเจ้าของ

 

“ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่อุตส่าห์มีน้ำใจเก็บไว้ให้ ^_^” ลูฮานเปิดปากขอบคุณก่อนจะรับกระเป๋านั่นมาถือเอาไว้พลางส่งยิ้มไปให้ทั้งสองคน

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ยังไงฉันสองคนขอตัวก่อนนะคะ J” ซอฮยอนบอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะขอตัวออกไปโดยไม่ลืมที่จะลากทิฟฟานี่มาด้วย

 

“ผู้ชายคนนั้นหล่อดีนะ” ทิฟฟานี่พูดขึ้นหลังจากที่เดินออกมาห่างจากเขาแล้ว

 

“อะ...อื้ม!” ซอฮยอนตอบเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย

 

“เธอชอบเขาเหรอ?” ทิฟฟานี่ถามพลางจับสังเกตุพฤติกรรมของคนข้างๆ

 

“ปะ...เปล่า! ฉันไม่ได้ชอบหรอก” ซอฮยอนตอบด้วยสีหน้าตะหนกเล็กน้อยก่อนจะตอบปฏิเสธ

 

“ไม่เชื่อหรอกฉันเห็นนะว่าเธอน่ะแอบเขินแถมตอนนี้หน้าของเธอยังแดงอีกต่างหาก” ทิฟฟานี่บอกพลางส่งยิ้มแซวๆไปให้จนทำเอาซอฮยอนอดยกมือขึ้นมาจับแก้มทั้งสองข้างของตัวเองไม่ได้

 

“ไม่หรอกน่า” ซอฮยอนตอบปฏิเสธแต่สายตาก็เสมองไปทางอื่น

 

“ยอมรับมาเถอะน่าว่าเธอชอบผู้ชายคนนั้นเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้กับทุกคนนะ” ทิฟฟานี่บอกพลางยกมือขึ้นตบบ่าของอีกฝ่าย

 

“เธออย่าเพ้อเจ้อน่าฉันไม่ได้ชอบเขาหรอกแค่อาจจะปลื้มนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง” ซอฮยอนตอบเสียงสั่นเล็กน้อย

 

“เอาเถอะฉันเข้าใจว่าเธออาจจะไม่เคยมีโมเม้นที่ชอบใครแบบฉันยังไงซะก็ลองไปคิดดูนะ ^_^” ทิฟฟานี่บอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินนำไปอย่างอารมณ์ดี

 

“รอฉันด้วยสิ!” ซอฮยอนตะโกนเรียกก่อนจะเร่งฝีเท้าตามให้ทัน

















เย้ๆๆ ได้มาอัพแล้วววววววววว

ทำไมรู้สึกเหมือนจะแต่งห่วยแบบนี้ล่ะ T^T

ยังไงก็ทนๆอ่านกันหน่อยนะว่างๆจะมาอัพต่ออีกนะคะ <3










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

689 ความคิดเห็น

  1. #627 love1886 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 14:59
    ที่ลู่มาทำงานทุกวันคือมารอแทหรือเปล่า 555 ชอชอบลู่เข้าแล้วไง แต่ยังไงก็เชียร์ฮุนสิกนะค่ะ =[]=
    #627
    0
  2. #626 mini_tigereyes (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 04:04
    ซอแอบปลื้มลู่ด้วยอ่ะ ส่วนลู่ถามถึงพี่แทว๊ากกก เอะยังไงกัน
    #626
    0
  3. #621 j_snsd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 01:21
    ตอนนี้งงเรื่องคู่มากทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก. ยังไงก็ขอฮุนสิกน้าาาา
    #621
    0
  4. #620 maylone (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 00:47
    รักแรกของซอนี่เอง ชอบฟานี่นิสัยแบบนี้จัง
    #620
    0
  5. #619 tanbukiiz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 23:11
    น้องจะมาหามาเล่นด้วยหน่อยไม่ได้เลยหรอลู่หรือว่าหญิงมาหาได้อย่างเดียว555 ซอแอบปลื้มลู่แล้วล่ะสิชอบตั้งแต่แรกเห็นเลยนะแล้วยังมาทำเป็นปากแข็งตอนที่ฟานี่ถาม แต่ลู่ต้องคู่กับแทสิหยอกล้อกัดกันไปมาถึงจะดูน่ารักและเหทาะสมกันที่สุด
    #619
    0
  6. #618 mini_tigereyes (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 18:07
    ทำไมไม่เอาแทนี่ด้วยเลยละคะ ฮิฮิ พี่แทต้องคู่ลู่ยุแร้ววว่าแต่เสี่ยวลู่ยุไหนมาแกล้งพี่แททีสิ
    #618
    0
  7. #617 maylone (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 01:31
    สงสารฟานี่อ่ะ แต่ถ่ายแบบนี่ต้องเปนลู่แน่เลย
    รอค้าาา
    #617
    0
  8. #616 pocky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 00:57
    ยอลใจดีกะทุกคนค่ะ ฟานี่เจ็บจึกๆเลย

    เดาว่าน่าจะเป็นลู่หานนะ ถ้าสองสาวไปถ่ายแบบ
    #616
    0
  9. #615 tanbukiiz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 20:43
    ฟานี่หึงชานยอลกับผู้หญิงทุกคนเลยอ่ะ แต่อย่างมัวแต่หึงสิทำให้ชานยอลชอบด้วยจะได้สมหวังดั่งใจ
    #615
    0
  10. #614 Iknows.... (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 06:53
    ใครอ่าาา อยากรู้ น่าสงสัย
    #614
    0
  11. #613 maylone (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 01:49
    เริ่มงงรักแรกใคร555
    รอค้าาา
    #613
    0
  12. #612 pocky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 01:03
    รักแรกพบนี่ของใครนะ ระหว่างน้องซอ? หรือผู้ชายคนนั่น หรือทั้งคู่เลย

    ส่วนฟานี่ ไตร่ตรองดีๆนะคะลูก คิดถึงคำพูดซอมากๆ

    รีบมาอัพต่อนะคะ
    #612
    0
  13. #611 mini_tigereyes (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 03:06
    ใคร??????
    #611
    0
  14. #610 maylone (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 01:13
    รักแรกพบของ.ซอหรือเปล่ากับใครน้า
    #610
    0