โองการปรารถนา

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 2 วัทธิกร...ชีวิตคือกำไร (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    5 ต.ค. 62

 

วัทธิกรเปิดประตูรถสปอร์ตเฟอร์รารีสีแดงสด เดินดุ่มเข้าไปในบ้านที่มีแสงนวลจากดวงไฟส่องสว่าง จนถึงโถงใหญ่ ทำท่าจะตรงไปยังบันไดยาวทอดเลื้อยขึ้นสู่ชั้นสอง พลันท่อนขากำยำก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงทักจากด้านหลัง

ตีสอง เพิ่งกลับหรือกร

คุณพ่อยังไม่นอนหรือครับคนถูกถามไม่ตอบ หากถามกลับบิดาซึ่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมนอนเดินมาทางเขา

ถ้านอนแล้วแกจะเห็นยืนหัวโด่อยู่หรือไง ว่าแต่แกเถอะ หายไปไหนมา เห็นพวกพนักงานบอกว่าออกจากบริษัทตั้งแต่เย็นแล้ว

คุณพ่อมีธุระอะไรหรือครับ

วัทธิกรถามพลางเดินไปหา รู้ว่าผู้ให้กำเนิดคงมีเรื่องอยากพูดคุย ร้อยวันพันปีบิดาไม่เคยซอกแซกถามหาเขาจากใคร หรือไม่เคยคิดใส่ใจว่าเขาจะกลับค่ำมืด ดึกดื่นหรือเช้าของอีกวัน

พ่อจะถามเรื่องเปิดบริษัทใหม่

คุณเกษมผู้กำบังเหียนบริษัทพลังงานถ่านหินยักษ์ใหญ่ที่กำลังมีผลประกอบการรุ่งโรจน์อยู่ในตลาดหลักทรัพย์บอกพลางเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ติดตั้งบนผนัง แล้วมองลูกชายโทน เลิกคิ้วเป็นเชิงถามหาความสมัครใจ

ผมยังไม่ง่วง ถ้าคุณพ่ออยากคุยก็ตามสบาย ห่วงแต่คุณพ่อเถอะ เวลานี้ผมว่าควรพักผ่อนนอนหลับมากกว่าลงมาเดินข้างล่างนะครับ

พ่อหลับไปรอบหนึ่งแล้วตื่นมากลางดึก ไม่อยากพลิกไปพลิกมาบนเตียงให้แม่แกตื่นตาม เลยลงมาข้างล่าง จนเห็นแกเพิ่งมากลับมานี่ยังไงล่ะคุณเกษมยังไม่วายจิกกัด วัทธิกรหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนสาวเท้าตามพ่อเข้าไปในห้องพักผ่อนที่เห็นท่านเพิ่งเดินออกมาจนเจอเขาเมื่อครู่

ต่อเมื่อนั่งประจันหน้าตรงโซฟาข้างใน ผู้ให้กำเนิดก็พูดเข้าเรื่องอย่างไม่รอช้า

พ่อกำลังคิดขยายธุรกิจไปด้านอื่น ตอนนี้ให้ณัฐดนัย ลูกชายพลเอกอรรถเข้ามาช่วย เขาเป็นรุ่นน้องของแกใช่ไหม

ชื่อของคนที่ถูกกล่าวถึงทำให้คนฟังพยักหน้ารับ เขารู้จักกับณัฐดนัยตอนเรียนระดับมหาวิทยาลัยในอเมริกา แม้จะมีเพื่อนคนไทยอยู่ที่นั่นหลายคน แต่กับหนุ่มรุ่นน้องคนนี้นับว่าเป็นเพียงน้อยคนที่เขาจัดอยู่ในกลุ่มคุยแล้ว ถูกคอ

ทว่ายังมีบางสิ่งที่สร้างความกังขา...

ใช่ครับ นายณัฐเป็นรุ่นน้องที่ผมสนิท แต่ผมไม่ยักรู้ว่าหมอนี่ทำงานทำการแล้ว

เขาเพิ่งเริ่มทำงานกับเรา พ่อเห็นว่าหน่วยก้านไม่เลว ตั้งอกตั้งใจทำงานดี ถ้าจะไม่เปิดโอกาสให้ก็เสียดายคนหนุ่มที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ควรปล่อยชีวิตและเวลาให้หายไปวันๆ และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลงานผ่าน พ่อพอใจ

ดีครับ

วัทธิกรตอบรับตาม ถ้าเป็นเรื่องการงาน เขาจะจับแยกจากชีวิตส่วนตัวโดยสิ้นเชิง แม้ณัฐดนัยจะเป็นเพื่อนที่ถือว่าสนิทคนหนึ่ง แต่หากไม่มีผลงานประจักษ์เป็นพยาน เขาก็ไม่อาจไว้ใจให้บิดามอบหมายงานใหญ่เหมือนกัน

ผมเจอนายณัฐอยู่บ้าง แต่ไม่เคยคุยเรื่องงาน เขาไม่เคยบอกว่าทำงานให้คุณพ่ออยู่ ยังคิดว่าซิ่งรถไปวันๆ อยู่เลยชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ สิ่งนี้ทำให้เขารู้และพอใจในนิสัยของคนที่ถูกพูดถึงยิ่งนัก

เจ้าหนุ่มคนนี้พ่อว่าไปได้อีกไกล จับมาฝึกฝนกับเรา เปิดบริษัทใหม่ให้ดูแล พ่อมั่นใจว่าไปได้สวย และพ่อจะให้แกเป็นคนคอยช่วยดูแลอีกที บริษัทนี้ไม่ขึ้นกับบอร์ดบริหารของสำนักงานใหญ่ พวกแกสามารถบริหาร วางแผนทิศทางงานได้อย่างอิสระ

วัทธิกรฟังและใคร่ครวญตามเกือบนาที ก่อนพยักหน้าช้าๆ ทว่าหนักแน่นในที เมื่อช้อนดวงตาคมขึ้นมองบิดา เห็นว่าฝ่ายนั้นทอดมาทางเขาด้วยประกายมุ่งมั่นอยู่แล้ว

ไม่มีปัญหาครับ คุณพ่อเชื่อมือพวกผมได้

แล้วงานที่อินโดนีเซียเป็นยังไงบ้าง ถ้าเข้าที่เข้าทางดีแล้วก็ถอยออกมาคอยดูแลทางนี้เป็นหลักดีกว่าไหม

ทำไมถึงเปลี่ยนใจกันครับ ก็ตอนแรกคุณพ่อไล่ผมให้ไปประจำที่โน่นจนแทบจะสั่งย้ายสำมะโนครัวกันด้วยซ้ำ พอตอนนี้กลับเร่งให้กลับมาวัทธิกรกระเซ้าถาม หากก็เจือความสงสัยจริงจัง และในที่สุดเขาก็ได้คำตอบที่ทำให้เข้าใจได้ไม่ยาก

แม่แกน่ะสิ บ่นเหลือเกินว่าให้เรียกแกกลับมา จะว่าไปแกก็ประจำอยู่ที่นั่นเกือบสองปีแล้ว ย้ายกลับมาเสียก็ดี พ่อจะหาคนที่ไว้ใจได้ประจำแทน การทำงานใหญ่ควรแจกจ่ายให้ลูกน้องจนทั่ว ดีกว่าเราจะถืออยู่คนเดียว ไม่งั้นงานจะขยายยาก เพราะขีดความสามารถของคนเพียงคนเดียว มันมีจำกัดคุณเกษมพูดอย่างผู้มีวิสัยทัศน์ และเขาก็ถือว่าเป็นครูคนสำคัญในเรื่องธุรกิจสำหรับบุตรชาย

เรื่องคนไม่ต้องห่วงหรอกครับ งานที่อินโดนีเซียเดินไปได้ดีอยู่แล้ว เข้าที่เข้าทางตั้งแต่ปีแรก ช่วงหลังผมเพียงคอยอยู่ดูเท่านั้น

งั้นก็ดี ถือว่าตั้งแต่นี้ต่อไป แกเตรียมกลับมาลุยงานกับเจ้าณัฐดนัยเต็มตัว ขาดเหลืออะไรแจ้งเข้ามา พ่อจะสั่งให้คนจากสำนักงานใหญ่คอยสนับสนุน

ครับ ได้ครับวัทธิกรรับคำอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นว่างานใหม่ที่เพิ่งได้รับรู้พร้อมเดินเครื่องลุยอย่างเต็มกำลังแล้ว

เอาละ พ่อมีเรื่องคุยเท่านี้ พ่อจะขึ้นไปนอนเสียที ตอนนี้เริ่มง่วง แกก็ควรพักผ่อนเหมือนกัน

วัทธิกรมองร่างเริ่มท้วมหนาของบิดาในวัยย่างหกสิบปี ขณะสาวเท้าตามขึ้นไปเงียบๆ จนถึงเชิงบันไดชั้นสอง เขาจึงแยกไปทางปีกซ้ายของบ้านหลังใหญ่ หรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ไม่ผิดนัก

มือหนาของชายหนุ่มผลักประตูไม้สักเข้าไปข้างใน เอื้อมเปิดสวิตซ์ไฟให้สว่างจนทั่ว แล้วปิดประตูตาม ย่างเท้าเอื่อยตรงไปยังเตียงกว้าง แล้วโผนขึ้นไปนอนเหยียดยาวอย่างหมดเรี่ยวแรง ผสมความง่วงงุนในเวลาใกล้รุ่ง ไม่ช้าเปลือกตาหนาก็เคลื่อนปิดดวงตาคมจนสนิทลง แรงลมหายใจผ่อนสม่ำเสมอ อันเป็นสัญญาณว่าร่างใหญ่กำลังย่างผ่านช่วงเวลาแห่งนิทรารมย์

 



-----------------------------------------


โปรโมชั่นอีบุ๊ก โองการปรารถนา โดย  Lalanda (สุธาสินี)





วัทธิกร...ชีวิตคือกำไร 
การก่อตั้งบริษัทใหม่ต้องสะดุด เมื่องานยื่นซองประมูลชิ้นแรกถูกมือดีเข้าไปเจาะข้อมูลถึงถิ่น 
วัทธิกร เดินหน้าหาตัวเจ้าหัวขโมยเต็มที่ แต่แล้วเขาแทบหยุดหายใจ 
เมื่อหลักฐานชี้ว่ามีหญิงสาวที่เคยติดตรึงใจรวมอยู่ด้วย 
ชายหนุ่มจะทำอย่างไร เมื่อคิดจะเป็นมืออาชีพทางธุรกิจ 
ควรต้องแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากเรื่องงานโดยเด็ดขาด ไม่ใช่หรือ?

รุ้งระวี...สายรุ้งแห่งชีวิต
เพราะความมุ่งมั่นจะให้สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่มีชีวิตที่ดีขึ้น 
วิศวกรคอมพิวเตอร์สาวอย่าง รุ้งระวี จึงยอมทำงานหนักแลกกับเงิน 
กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เธอเข้าไปพัวพันกับการโจรกรรมข้อมูลของบริษัทหนึ่ง 
สถานการณ์ยิ่งบานปลายเกินจะควบคุม เมื่อชายหนุ่มเจ้าของบริษัทดันเป็นทายาทธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ 
ผู้มีคติประจำใจว่า...ไม่มีเหตุผลสำหรับการทำชั่ว!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น