โองการปรารถนา

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 รุ้งระวี...สายรุ้งแห่งชีวิต (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    4 ต.ค. 62



หลังจากนั้นไม่ถึงเดือน ครอบครัวของรุ้งระวีก็ย้ายเข้ามาอยู่ในตึกแถวชานเมืองกรุงเทพฯ บ้านหลังใหม่สภาพดูดีกว่าที่รุ้งระวีคิดไว้นัก หากพอนึกถึงคนเจ้าระเบียบอย่างป้าของเธอ ผู้เป็นเจ้าของเดิม ก็ไม่น่าจะแปลกใจว่าคงไม่ยอมปล่อยให้ทรัพย์สินใดๆ อยู่ในสภาพซอมซ่อเป็นแน่ และนั่นก็ถือเป็นโชคสองชั้นสำหรับครอบครัวเธอเลยจริงๆ

หากการย้ายมาในคราวนี้ ไม่อาจเรียกว่าพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะพี่ชายเจ้าปัญหานั้นหลังจากเกิดเรื่องราวขึ้นเมื่อเดือนก่อน เจ้าตัวยังสมัครใจอยู่ในจังหวัดเดิมทางภาคกลางตอนเหนือ  โดยให้เหตุผลที่น่าเชื่อถือว่าจะอยู่แก้ปัญหาให้เรียบร้อยเสียก่อน ทว่าคนที่รู้ไส้รู้พุงอย่างปิยฉัตรกลับหัวเราะขัน  อย่างที่รุ้งระวีต้องสงสัย และเมื่อได้ยินคำเฉลย เธอเลยถึงบางอ้อ

พี่เปาติดเพื่อนจะตาย เพื่อนในกลุ่มเกเรเกตุงสำหรับรุ้งไง ไม่ยอมแยกมาง่ายๆ หรอก และเชื่อหรือว่าคนอย่างพี่เปาจะยืดอกไปรับผิดชอบต่อปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้กับเด็กผู้หญิงคนนั้น คอยดูแล้วกันว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง

สำหรับคำปรามาสของปิยฉัตรที่มีต่อพี่ชายแท้ๆ ก็ไม่ไกลเกินจริง หลังจากนั้นอีกแค่เดือนกว่า พ่อของรุ้งระวีก็ได้รับโทรศัพท์จากเขาว่าตอนนี้กำลังออกนอกจังหวัด แต่ไม่ใช่เพื่อมาสมทบครอบครัวที่รออยู่ทางนี้

พี่ชายของเพื่อนทำบริษัททัวร์แถวพม่า ผมว่าจะไปช่วยเขาทำสักหน่อย เลยโทร.มาบอกพ่อไว้ก่อน เดี๋ยวติดต่อกันไม่ได้แล้วจะเป็นห่วง

โดยไม่ได้ถามหาความอะไรกันมาก ปรารภก็รีบวางหู บิดาของรุ้งระวีเหมือนอยากจะเชื่อบุตรชายคนเดียว แต่บางอย่างกลับแย้งความคิดไว้ และก็ได้ปิยฉัตรอีกเช่นเคยที่ตอกย้ำให้ทุกคนต้องยอมรับความจริงกัน

พี่เปาหนีคดีไปพม่า เมื่อวานเพื่อนของฉัตรโทร.มาบอกแล้ว สบายใจเถอะ คนอย่างเขา แมวเก้าชีวิต ยังอยู่ให้ทำชั่วได้อีกเยอะ ไม่ตายง่ายๆ หรอก

กล่าวจบ เสียงหัวเราะพลิ้วก็ดังตามมา ท่าทางนี้ทำให้รุ้งระวีอดคิดไม่ได้ว่าช่างคุ้นเคยเสียจริง มันช่างคล้ายคลึงกับเสียงหัวเราะหยันของมารดาที่มีให้กับบิดาอยู่เสมอ อย่างที่เธอรู้สึกว่ามันช่างเป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ชวนขำเอาเสียเลย...

หรือตอนนี้กำลังมีเรื่องตลกร้ายเกิดขึ้นกับครอบครัวเธออีกแล้ว

คิดอะไรมากนะยายรุ้ง ซื่อใส บริสุทธิ์อย่างเธออย่าไปกังวลกับชีวิตของพี่เปาเขาเลย พยายามยังไงเธอก็เข้าไม่ถึงเขาหรอก ชีวิตใครชีวิตมันแหละดี ตัวเองเอาให้รอดก่อนเถอะ เหลืออีกสองปีก็จะจบมหาวิทยาลัยใช่ไหม จบแล้วจะได้ออกมาหางานทำ หาเงินเข้าบ้านสักที

ปิยฉัตรกล่าวจบก็ออกจากบ้านในชุดทำงานแสนสวย รุ้งระวีรู้ว่ามันเป็นงานชิ้นเดียวที่พี่สาวทำได้ และเป็นงานเดิมๆ เหมือนที่เคยทำตอนอยู่บ้านเก่าในต่างจังหวัด...พนักงานต้อนรับ แต่งตัว ยั่วยวนและจัดจ้านอยู่ในร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะที่มีเปิดอยู่ทั่วทุกมุมถนนตามเมืองใหญ่ โดยที่รุ้งระวีเคยคิดว่าควรจะมีหน่วยงานไหนเข้ามาควบคุมให้อยู่เป็นที่เป็นทาง คงดีกว่าจะให้เข้ามาปะปนกับแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีทั้งเด็กและเยาวชนเดินผ่านกันอยู่ทุกวัน

ทว่าความคิดนี้เธอคงเก็บไว้ในใจ เมื่อไรที่พูดออกมา คงได้ต้องทะเลาะกับปิยฉัตรจนเป็นเรื่องใหญ่อีกแน่...โทษฐานที่ความคิดผิดเพี้ยนนี้ไปขัดขวางเส้นทางทำมาหากินของฝ่ายนั้นนะสิ

 

เกือบสองปีที่ครอบครัวของรุ้งระวีย้ายมาอยู่ในสถานที่ใหม่ เธอก็ได้รู้ว่าพี่สาวผู้ไม่ยี่หระกับความทุกข์ร้อนของใครนั้นได้กลายเป็นเสาหลักของครอบครัวไปโดยสมบูรณ์แบบแล้ว

ฉันรู้นะว่าก่อนนี้แม่เธอทำงานแอบเก็บเงินไว้ให้เธอเรียนต่อ แต่ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยว่าตอนนี้มันคงระเหยกลายเป็นอากาศไปหมดแล้ว เธอเห็นแล้วใช่ไหมว่าพวกเขาพยายามลงทุนสารพัดอย่าง สุดท้ายก็เจ๊งไม่เป็นท่า ค่าเทอมเธอก็เป็นเงินจากการทำงานของฉัน ถ้าไม่อยากให้ฉันรับภาระมาก ก็รีบเรียนให้จบ ออกมาทำงาน หาเงินเลี้ยงพ่อกับแม่ดีกว่า อย่าให้เขาเอาเงินไปลงทุนทำอะไรอีกเลย เพราะถ้าพวกเขาจะสามารถทำมันได้สำเร็จ เราสองคนคงสบายกันนานแล้ว ไม่อยู่คลุกฝุ่นกันแบบนี้หรอก

ปิยฉัตรพูดขณะเอี้ยวตัวสำรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าชุดทำงานอยู่หน้ากระจก ในวันนี้การงานของเธอก้าวหน้ากว่าเดิม จากพนักงานต้อนรับหน้าร้านคาราโอเกะ มาเป็นนักร้องสาวสวยที่เน้นลีลามากกว่าน้ำเสียงในร้านอาหารขนาดกลาง

ความจริงมันก็ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับรุ้งระวี เพราะแม่ที่เธอรักเคารพก็เลี้ยงดูเธอมาด้วยอาชีพนี้เช่นกัน หากใครจะรู้ว่าการที่หญิงสาวพยายามไล่ตามฝันตั้งแต่เริ่มโต เป้าหมายหลักก็เพียงให้มารดาหลุดพ้นจากมันเสียที แต่ไม่ทันที่รุ้งระวีจะทำได้สำเร็จ พี่สาวก็มาเจริญรอยตาม แถมบนเส้นทางอาชีพที่เธอไม่คิดปลื้มยังกลายเป็นแหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงทุกคนในครอบครัว ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอเอง

ฉันเข้าใจพี่ฉัตรและขอบคุณสำหรับค่าเรียน เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้าย เหลืออีกเดือนกว่า ฉันก็จะจบ ตอนนี้ก็มองหางาน ส่งใบสมัครทำงานไปล่วงหน้าแล้ว

แล้วมีหวังหรือเปล่าล่ะ หรือว่าส่งเรียนแทบตายกลายเป็นบัณฑิตตกงานมาเกาะฉันกินอีกแม้จะเป็นคำพูดเผ็ดร้อน แต่คนฟังก็เพียงยิ้มเย็น เธอคุ้นชินกับวาทะดุเดือดของปิยฉัตรมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนฟังยังไงก็ไม่กระเทือนใจเสียแล้ว

ได้สิ ฉันเล็งไว้บริษัทหนึ่งแถวสีลม รุ่นพี่ที่คณะเป็นหัวหน้างาน กำลังต้องการคนช่วย และอีกอย่างสาขาที่ฉันเรียนจบมา วิศวกรคอมพิวเตอร์เชียวนะ ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอีกเยอะ เชื่อเถอะว่าไม่มีวันตกงานอยู่กับบ้านแน่ๆรุ้งระวีบอกอย่างหมายมาด พลางยักคิ้วให้พี่สาวเป็นเชิงล้อเลียน จนอีกฝ่ายได้แต่นึกขันระคนหมั่นไส้

ขอให้จริงเถอะ คราวนี้ฉันจะเกาะเธอกินบ้าง จะเกาะกินให้เหลือแต่กระดูกเชียว!”

ถ้อยคำเย้าหยอกของสองพี่น้องจบลง ต่อด้วยเสียงหัวเราะที่ดังประสานอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีใครคิดถือสาหาความกัน แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่ง คำพูดทีเล่นทีจริงที่ปิยฉัตรว่าไว้ มันได้กลายเป็นจริงเสียยิ่งกว่าอะไร...และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความหายนะให้กับชีวิตของรุ้งระวีอย่างที่เธอเองก็คาดไม่ถึง ทว่าพอถึงวันหนึ่งมันกลับพลิกกลายเป็นคนละขั้ว จนคนเฝ้ามองได้แต่ลุ้นตามอย่างใจหายใจคว่ำ

 

-----------------------------------------


โปรโมชั่นอีบุ๊ก โองการปรารถนา โดย  Lalanda (สุธาสินี)





วัทธิกร...ชีวิตคือกำไร 
การก่อตั้งบริษัทใหม่ต้องสะดุด เมื่องานยื่นซองประมูลชิ้นแรกถูกมือดีเข้าไปเจาะข้อมูลถึงถิ่น 
วัทธิกร เดินหน้าหาตัวเจ้าหัวขโมยเต็มที่ แต่แล้วเขาแทบหยุดหายใจ 
เมื่อหลักฐานชี้ว่ามีหญิงสาวที่เคยติดตรึงใจรวมอยู่ด้วย 
ชายหนุ่มจะทำอย่างไร เมื่อคิดจะเป็นมืออาชีพทางธุรกิจ 
ควรต้องแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากเรื่องงานโดยเด็ดขาด ไม่ใช่หรือ?

รุ้งระวี...สายรุ้งแห่งชีวิต
เพราะความมุ่งมั่นจะให้สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่มีชีวิตที่ดีขึ้น 
วิศวกรคอมพิวเตอร์สาวอย่าง รุ้งระวี จึงยอมทำงานหนักแลกกับเงิน 
กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เธอเข้าไปพัวพันกับการโจรกรรมข้อมูลของบริษัทหนึ่ง 
สถานการณ์ยิ่งบานปลายเกินจะควบคุม เมื่อชายหนุ่มเจ้าของบริษัทดันเป็นทายาทธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ 
ผู้มีคติประจำใจว่า...ไม่มีเหตุผลสำหรับการทำชั่ว!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น