โองการปรารถนา

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 รุ้งระวี...สายรุ้งแห่งชีวิต (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    4 ต.ค. 62

  

แสงแดดอ่อนๆ ในเช้าวันเสาร์สาดเข้ามาในห้องครัวเป็นลำยาวเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีเปิดประตูทางด้านหลังของบ้านสองชั้นที่ยังเงียบสงบก้าวออกมา หลังจากเตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ตามวัตถุดิบที่มีเหลืออยู่ในตู้เย็นจนเสร็จ...ข้าวต้มร้อนๆ กับไข่เจียวหอมฟู คงประทังชีวิตคนทั้งบ้านได้อีกมื้อ เด็กสาวคิดพลางยกมุมปากยิ้มทั้งที่ไม่มีสิ่งน่ายินดีสักอย่าง

เธอหย่อนกายบนเก้าอี้ไม้ใต้ต้นชมพู่สาแหรก แหงนมองช่อดอกสีชมพูเข้มแซมสีขาวที่กำลังอวดพู่เกสรรับหยาดน้ำค้างยามเช้า

รู้ไหม เขาว่าบ้านไหนมีต้นชมพู่สาแหรกแล้วมักอยู่กันไม่สงบสุข บ้านแตกสาแหรกขาดไง ตั้งแต่ฉันโตมาก็เห็นต้นนี้อยู่หลังบ้าน ไม่รู้เป็นเพราะมันหรือเปล่า แม่ฉันเลยต้องไป ตอนที่รู้ฉันนึกอยากโค่นมันทิ้งจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าเจ้าของบ้านเช่าจะหวงต้นไม้ทุกต้นของเขา แต่พอแม่เธอเข้ามาอยู่กับพ่อฉัน ฉันเลยคิดจะเก็บไว้ต่อ หรือบางทีอาจหามาปลูกเพิ่มอีกหลายต้น ครอบครัวเธอจะได้บ้านแตกสาแหรกขาดเหมือนครอบครัวฉันไง

ปิยฉัตรพี่สาวร่วมบิดาเคยบอกในเช้าวันหนึ่งตอนที่รุ้งระวียังเป็นเด็กหญิงเล็กๆ เรียนชั้นประถม ครั้งนั้นแม้ไม่จะรู้ความนัยของถ้อยคำ แต่มันติดตรึงอยู่ในใจเธอตลอดมา อาจเพราะรุ้งระวีสัมผัสถึงความขมขื่น อารมณ์เย้ยหยันและเศร้าสะเทือนใจที่เจือมากับน้ำเสียงนั้น

กระทั่งตอนนี้รุ้งระวีโตพอจะรู้เรื่องราวซับซ้อนของบิดามารดาและทุกคนที่เกี่ยวข้อง พอหยิบยกคำพูดมาคิดใหม่ เธอก็เข้าใจความหมายได้อย่างถ่องแท้

พ่อกับแม่ของพี่ฉัตรอยู่ด้วยกันไม่ได้ คงไม่ใช่เพราะชมพู่สาแหรกต้นนี้หรอก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่เห็นพ่อของเรากับแม่ของฉันกลมเกลียวกัน...แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันดีหรือเปล่าที่เป็นอย่างทุกวันนี้

รุ้งระวีถอนหายใจยาว พ่อของเธอเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว ปู่ย่าเลี้ยงดูให้การศึกษาอย่างดี เกินหน้าเกินตาพี่ๆ ทุกคน แต่จะด้วยนิสัยส่วนตัวบกพร่อง หรืออะไรก็ตามแต่ สุดท้ายก็ทำให้ชีวิตอยู่กันอย่างลุ่มๆ ดอนๆ

ตอนที่บิดาแต่งงานกับภรรยาคนแรก รุ้งระวีรู้มาว่าปู่ย่าถึงกับขายที่ดินสวนให้สร้างบ้าน แต่ไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุใดที่สิ่งนั้นไม่เคยปรากฏว่ามีตัวตนอยู่ จนถึงตอนนี้บิดาในวัยห้าสิบกว่าก็ยังจมอยู่ในบ้านเช่าหลังเดิม ตั้งแต่เริ่มสร้างครอบครัวนั่นแหละ

พ่อแต่งงานครั้งแรกก็ต้องเลิกกัน แม้จะมีลูกถึงสองคน พ่อบอกว่าเป็นเพราะทัศนคติไม่ตรงกัน ต่อมาก็แต่งงานกับแม่ และอยู่ด้วยกันได้ดี อย่างนี้เพราะคิดตรงกันทุกอย่าง สามัคคีกันตลอดเวลา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ดี แล้วมันดีกว่าตรงไหน สุดท้ายเราก็ต้องอยู่แบบไม่มีอนาคตกันอยู่ดี

สาวน้อยพูดกับตัวเอง ก่อนก้มเก็บเกสรดอกชมพู่ที่ร่วงหล่นใต้โคนต้นขึ้นมาโปรย ดวงตาหวานงดงาม เครื่องหน้าชิ้นเดียวที่ละม้ายมารดา จ้องมองสิ่งนั้นนิ่ง

ดอกไม้สวย ไร้ค่า หลุดจากต้นก่อนจะติดผล ให้คนกินเป็นอาหาร

 น้ำคำหยันดังขึ้นเมื่อใจไพล่ไปถึงพี่สาวต่างมารดา รุ้งระวีให้ความนับถือปิยฉัตรเสมอมา ขณะที่ฝ่ายนั้นก็ให้ความรักและปกป้องดูแลเธอไม่น้อยหน้าพี่น้องร่วมสายเลือดคนไหนๆ แม้พวกเธอจะมีสายเลือดร่วมกันเพียงครึ่งเดียวก็ตาม หากวันคืนที่หมุนเวียนผ่าน ทำให้ต่างคนมีความคิดและวิถีทางแยกจากอย่างเห็นได้ชัด

รุ้งระวียังคงมุ่งมั่นที่จะเดินตามกรอบ เธอไม่ปรารถนาจะให้ช่วงชีวิตที่เหลือต้องลอยเคว้ง ไร้หลักยึดเกาะอย่างที่เห็นจากผู้ให้กำเนิดมาตลอดชีวิต ถึงจะมีอุปสรรคนับร้อยขวางกั้น แต่เหล่านั้นก็ไม่เคยสกัดความมุ่งมั่นของเธอได้เลย

ในช่วงแรก ปิยฉัตรก็คิดไม่ต่างกัน รุ้งระวีรู้ว่าฝ่ายนั้นมีความฝันสวยงามไม่แพ้เธอ และเธอเองก็เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าคนเก่งอย่างพี่สาวต้องก้าวไปถึงเป้าหมายนั้นได้ไม่ยาก ทว่าในโลกนี้ไม่เคยมีสิ่งใดจีรัง สรรพสิ่งมักเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่เว้นแม้แต่จิตใจของพี่สาวเธอเอง

กระทั่งตอนนี้รุ้งระวีก็ยังไม่เข้าใจว่า พี่สาวที่เรียนเก่ง สวยเด่น เลือกเดินในเส้นทางมืดมนได้อย่างไร เส้นทางที่มารดาเธอเลือกเดินเพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า...แค่นึกถึง เธอก็ปวดใจจะแย่อยู่แล้ว 

รุ้งระวีนั่งจมอยู่กับความคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนได้ยินเสียงประตูห้องครัวเปิดออก แม้จะแผ่วเบา แต่เธอก็รู้สึกตัวและหันมองทันที ทว่าภาพที่ปรากฏทำให้ดวงตาคู่หวานเบิกโตอย่างแปลกใจ

ตาโตยังกะเห็นผีแน่ะยายรุ้ง สภาพฉันมันทุเรศมากเลยหรือคนในชุดแซ็กผ้ายืดรัดรูปสีม่วงสดกระเซ้าถาม ขณะอีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าเป็นมุ่ยลงอย่างไม่ชอบใจกับบางอย่าง

เมื่อคืนพี่ฉัตรไม่ได้อยู่บ้านใช่ไหม เมื่อกี้เข้ามาทางประตูหน้าบ้าน ไม่ได้ลงมาจากข้างบน

ใช่ แล้วยังไง อย่ามาคาดคั้น ทำตัวเป็นแม่ฉันหน่อยเลย ยายเฉิ่ม

พี่ฉัตรไปนอนที่ไหนมา เมื่อวานบอกว่าไปงานวันเกิดเพื่อน เพื่อนคนไหน แล้วทำไมถึงไม่กลับมานอนบ้าน

โอ๊ย! ถามอะไร ไร้สาระจริงๆ ฉันจะนอนที่ไหนมันเรื่องอะไรของเธอล่ะพี่สาวรุ้งระวีโบกมือว่อน แม้คำพูดจะไม่อ่อนหวาน หากสีหน้าของเจ้าหล่อนก็ยังเจือรอยยิ้มขัน ไม่ใส่ใจกับท่าทางเอาจริงเอาจังของน้องสาว

รุ้งถามเพราะห่วงพี่ฉัตร

ไปหัดทำปากหวานมาจากไหนกัน ไม่เอาละ ทีหน้าทีหลังอย่ามาทำสีหน้า น้ำเสียงแบบนี้ ฉันไม่ชิน ขนลุกปิยฉัตรทำท่าทางประกอบ จนคนปากหวานหน้างอหักยิ่งกว่าเดิม แล้วเตรียมมื้อเช้าเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันหิวไส้จะขาด เมื่อคืนกินเหล้าหนักไปหน่อย งานเลี้ยงบ้าอะไรไม่รู้ ไม่มีกับแกล้มรองท้องสักอย่าง ฉันเลยเมาเร็ว พอตื่นมา กระเพาะร้องโครกคราก เลยต้องรีบกลับบ้านนี่แหละ

ในครัวมีข้าวต้ม ไข่เจียว ไปดูสิว่าเหมาะกับคนเมาค้างอย่างพี่หรือเปล่า

ไม่ทันสิ้นเสียงรุ้งระวี ประตูบานไม้เก่าคร่ำคร่าก็ปิดโครม บอกให้รู้ว่าอีกคนไม่สนใจฟังคำพูดเธอ มากไปกว่าอาหารที่รออยู่ในครัว เด็กสาวมองตาม ก่อนจะเลิกเรียวคิ้วสวย ขณะคิดอย่างปลงๆ

 


โองการปรารถนา โดย  Lalanda (สุธาสินี)



วัทธิกร...ชีวิตคือกำไร 
การก่อตั้งบริษัทใหม่ต้องสะดุด เมื่องานยื่นซองประมูลชิ้นแรกถูกมือดีเข้าไปเจาะข้อมูลถึงถิ่น 
วัทธิกร เดินหน้าหาตัวเจ้าหัวขโมยเต็มที่ แต่แล้วเขาแทบหยุดหายใจ 
เมื่อหลักฐานชี้ว่ามีหญิงสาวที่เคยติดตรึงใจรวมอยู่ด้วย 
ชายหนุ่มจะทำอย่างไร เมื่อคิดจะเป็นมืออาชีพทางธุรกิจ 
ควรต้องแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากเรื่องงานโดยเด็ดขาด ไม่ใช่หรือ?

รุ้งระวี...สายรุ้งแห่งชีวิต
เพราะความมุ่งมั่นจะให้สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่มีชีวิตที่ดีขึ้น 
วิศวกรคอมพิวเตอร์สาวอย่าง รุ้งระวี จึงยอมทำงานหนักแลกกับเงิน 
กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เธอเข้าไปพัวพันกับการโจรกรรมข้อมูลของบริษัทหนึ่ง 
สถานการณ์ยิ่งบานปลายเกินจะควบคุม เมื่อชายหนุ่มเจ้าของบริษัทดันเป็นทายาทธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ 
ผู้มีคติประจำใจว่า...ไม่มีเหตุผลสำหรับการทำชั่ว!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น