โองการปรารถนา

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 2 วัทธิกร...ชีวิตคือกำไร (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    6 ต.ค. 62


วัทธิกรแยกจากณัฐดนัยกลับมายังตึกสำนักงานใหญ่ริมถนนสายเศรษฐกิจ เขานั่งทำงานในห้องโอ่โถงชั้นบนสุดอย่างตั้งอกตั้งใจ กระทั่งเวลาใกล้เที่ยงก็เดินตัวปลิวออกมา ผ่านโต๊ะศวัส เลขาหนุ่มที่ทำหน้าที่กึ่งคนสนิท คอยติดตามเขาไปทั่วทุกหนแห่ง

มีสายถึงฉันไหม

คุณนฏกรโทร.มาย้ำเรื่องนัดหมายเที่ยงนี้ครับ

ศรัสเงยหน้าบอก สีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาภายใต้แว่นสายตาเลนส์ใสทอประกายจริงจัง ไม่ต่างจากการปฏิบัติภารกิจอื่นที่เขาทำอยู่

แค่นี้วัทธิกรถามด้วยน้ำเสียงที่คนฟังรู้ทันทีว่าเขาให้ความสำคัญกับนัดหมายครั้งนี้แค่ไหน

ครับ และบ่ายสองโมงจะมีการประชุมรายงานผลประกอบการของบริษัทในเครือประจำไตรมาส คุณพนิตโทร.มาแจ้งว่าท่านประธานบอกให้คุณกรเข้าร่วมด้วยครับ

อ้อ ฉันรู้แล้ว

วัทธิกรครางในลำคอขณะพยักหน้ารับ เดิมกำหนดการประชุมเป็นช่วงเช้าของวัน แต่เนื่องจากผู้บริหารรายหนึ่งติดธุระจำเป็นกับ ผู้ใหญ่ที่กุมอำนาจทั้งการเมืองและธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ ดังนั้นกลุ่มคนในบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังของเอกชน คนทำธุรกิจธรรมดาที่แม้จะมีขนาดใหญ่โตแค่ไหนก็ไม่อาจบิดพลิ้วนัดหมายนั้นได้

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในลิฟต์สำหรับผู้บริหาร โดยก่อนออกมาไม่ลืมโบกมือปฏิเสธการอาสาจะติดตามของคู่สนทนาที่ทำท่าจะลุกตามโดยอัตโนมัติ

 

บ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่ คงปลูกสร้างมาหลายสิบปี แทรกอยู่ใจกลางเมือง แวดล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่นตามแนวรั้วกำแพงคอนกรีตสูงท่วมหัว แรกที่เห็นวัทธิกรรู้สึกถึงแรงบีบรัด กดอัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศอึมครึม หรือสิ่งที่กำลังกระทำอยู่

การเดินเข้ามาในเขตบ้านของผู้หญิงที่ตกลงใจจะคบหาเป็น เพื่อนแบบลึกซึ้งอย่างที่เขากับนฏกรตกลงกันเมื่อเช้านี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำบ่อยนัก

 เข้ามาข้างในสิคะ เสียดายจังคุณกรมาช้า คุณพ่อคุณแม่เพิ่งออกจากบ้าน ไม่อย่างนั้นจะแนะนำให้รู้จักสาวสวยในชุดสีเหลืองอ่อน ส่งผิวพรรณให้ดูนวลผ่องยิ่งกว่าที่เขาจำได้เดินออกมาต้อนรับด้วยดวงหน้าแย้มละไม ดวงตาเจิดจรัสอย่างปิดบังความสุขไม่มิด

ไม่เป็นไรครับ ไว้โอกาสหน้าก็ได้

แน่นะคะ

ครับ...วัทธิกรหันมาเลิกคิ้วถาม เมื่อคิดว่าการตกปากรับคำที่แสนจะธรรมดา หรือจะว่าอีกทีก็ตามมารยาทสังคมนั้น อีกฝ่ายจะถือเป็นเหตุคาดคั้นจริงจังเชียวหรือ

โอกาสหน้าคุณกรมารับแนตแล้วจะนัดพวกท่านให้อยู่รอค่ะ

อย่าทำถึงขนาดนั้นเลยครับ รบกวนผู้ใหญ่เปล่าๆ

ตามใจค่ะสาวสวยไหวไหล่อย่างว่าง่าย แต่ดวงตาคมซึ้งยังทอดมองดวงหน้าคมสันที่หล่อนเพิ่งเห็นชัดๆ ในตอนกลางวันเป็นครั้งแรก แม้จะผ่านสมรภูมิฟาดฟันมาแล้วทั้งคืนก็ตาม

หน้าผมมีอะไรผิดปกติหรือครับวัทธิกรยกมือขึ้นลูบหารอยเปื้อนโดยอัตโนมัติ ไม่เหลือมาดหนุ่มสังคมทายาทเศรษฐีใหญ่ผู้โด่งดัง...หากท่าทางนั้นก็ยิ่งจับใจคนมอง

ไม่มีค่ะ แนตมองคุณเพราะคิดว่าเราเห็นกันมาตั้งหลายปี ทำไมถึงไม่ทำความรู้จักกันก็ไม่รู้นะคะ

ไม่เป็นไรครับ สำหรับความเป็นเพื่อน เวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญ ช้าหรือเร็วไม่มีความหมายวัทธิกรบอกตัดแบบไม่เหลือใย ด้วยพอจะรับรู้ถึงสัญญาณคุกคามจากสาวโสภาข้างกายได้

ค่ะ แนตก็คิดงั้นนฏกรฉลาดพอจะเออออตาม เปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่เพื่อไม่ให้บรรยากาศปกคลุมด้วยความทึมเทาว่าแต่คุณกรจะพาแนตไปกินข้าวที่ไหนดีคะ นี่ก็เที่ยงแล้ว

ผมสั่งจองไว้แล้วครับ รับรองว่าคุณแนตต้องชอบ

งั้นไปกันเลยค่ะ แนตหิวแล้ว

นฏกรปล่อยมือจากลำแขนล่ำสัน เดินเข้าไปในบ้าน คว้ากระเป๋าใบหรูมาถืออย่างว่องไว ก่อนกลับมาฉุดมือเขา พาเดินตรงไปยังรถสปอร์ตหลักสิบล้าน...

ทุกอย่างที่เป็นวัทธิกรช่างน่าทึ่งจริงๆ

 “เสียดายจังค่ะที่สัปดาห์หน้าคุณกรต้องกลับอินโดนีเซียนฏกรเปรยเมื่อมาถึงตัวรถ ถ้าย้ายกลับมาประจำเมืองไทยได้ก็ดีสิคะ ความจริงบริษัทของคุณก็อยู่ที่นี่เป็นหลัก แนตกับคุณจะได้เจอกันบ่อยขึ้น เราจะได้ไปเที่ยวกัน กินข้าวด้วยกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นได้แนตคงมีความสุขมากเลยค่ะ

วัทธิกรเหลือบมองคนพูด ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เขาไม่บอกหรอกว่าแผนการในตอนนี้ช่างสอดคล้องกับความต้องการของหล่อนเหลือเกิน เพราะอีกไม่นานตนต้องย้ายกลับมาตามคำขอของมารดาอยู่แล้ว

อยู่ห่างกันจะได้คิดถึงกัน ผมกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้ เจอกันบ่อยๆ คุณแนตจะเบื่อผมเสียก่อนสิครับวัทธิกรเย้า จนได้รับค้อนงามๆ จากหญิงสาว ทว่าดวงตาหวานของเธอยังคงทอประกายความสุขล้น

 


-----------------------------------------


โปรโมชั่นอีบุ๊ก โองการปรารถนา โดย  Lalanda (สุธาสินี)





วัทธิกร...ชีวิตคือกำไร 
การก่อตั้งบริษัทใหม่ต้องสะดุด เมื่องานยื่นซองประมูลชิ้นแรกถูกมือดีเข้าไปเจาะข้อมูลถึงถิ่น 
วัทธิกร เดินหน้าหาตัวเจ้าหัวขโมยเต็มที่ แต่แล้วเขาแทบหยุดหายใจ 
เมื่อหลักฐานชี้ว่ามีหญิงสาวที่เคยติดตรึงใจรวมอยู่ด้วย 
ชายหนุ่มจะทำอย่างไร เมื่อคิดจะเป็นมืออาชีพทางธุรกิจ 
ควรต้องแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากเรื่องงานโดยเด็ดขาด ไม่ใช่หรือ?

รุ้งระวี...สายรุ้งแห่งชีวิต
เพราะความมุ่งมั่นจะให้สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่มีชีวิตที่ดีขึ้น 
วิศวกรคอมพิวเตอร์สาวอย่าง รุ้งระวี จึงยอมทำงานหนักแลกกับเงิน 
กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เธอเข้าไปพัวพันกับการโจรกรรมข้อมูลของบริษัทหนึ่ง 
สถานการณ์ยิ่งบานปลายเกินจะควบคุม เมื่อชายหนุ่มเจ้าของบริษัทดันเป็นทายาทธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ 
ผู้มีคติประจำใจว่า...ไม่มีเหตุผลสำหรับการทำชั่ว!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น