คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 9 : บทที่ 7: เกมรัก


     อัพเดท 22 ต.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: Romance, Comedy, ครอบครัว, มารยา, เพลย์บอย, วิวาห์, อชิระ, เด็ก, ตลก, ขบขัน, น่ารัก, ฮา, ดราม่า, เล่ห์กล
ผู้แต่ง : น ว ต า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น ว ต า
My.iD: https://my.dek-d.com/naughtyprincess
< Review/Vote > Rating : 98% [ 10 mem(s) ]
This month views : 34 Overall : 140,363
798 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 648 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 9 : บทที่ 7: เกมรัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5867 , โพส : 11 , Rating : 83% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่ 7 เกมรัก

ข้อดีอันน้อยนิดของอชิระก็คือ การรักษาคำพูด ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่ในที่สุดแล้ว เขาก็ขับรถมาส่งเธอลงที่ถนนตามต้องการ

“จะลงตรงนี้จริงๆ เหรอ บางทีผมน่าจะไปส่งคุณที่บ้านนะ”

“อย่าเลย ฉันต้องแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนน่ะ”

วิวาห์ตอบอย่างรวดเร็วพลางก้าวลงจากรถ ทำไมจะไม่รู้ล่ะว่า เจ้าเพลย์บอยตัวแสบกำลังอยากจะไปเหยียบบ้านเธอด้วยเหตุผลอะไร อยากจะพิสูจน์กับตาล่ะสิว่า เธอเป็นคุณหนูกำมะลอหรือเปล่า มีหรือที่เธอจะยอมปล่อยให้เรื่องพรรค์นั้นเกิดขึ้น

 “อืม เอางั้นก็ได้ ลาขาด หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก” สารถีหนุ่มเอ่ยอย่างไร้หัวใจ ก่อนจะทะยานรถยนต์จากไปอย่างรวดเร็ว เขาหวังว่าชาตินี้จะไม่ต้องเจอะเจอกับผู้หญิงคนนี้อีก แต่แล้วความหวังกลับพังทลายลง เมื่อสายตาพลันเหลือบไปเห็นกระเป๋าใบหนึ่งถูกลืมทิ้งไว้บนเบาะข้างๆ

อืมจะใช้คำว่า ลืม คงไม่ถูกต้องนัก เรียกว่า จงใจทิ้งมันไว้มากกว่า

ชายหนุ่มสบถในลำคออย่างหงุดหงิด วิวาห์ คุณมันเจ้าแผนการนักนะ เขาอยากจะเปิดกระจกและขว้างกระเป๋าถูกๆ ใบนี้ลงข้างทางเสียตอนนี้เลย อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลบางอย่างซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ทำให้เขาตัดใจทำแบบนั้นไม่ลง

อชิระหดมือกลับมาเข้ามาในรถ วางกระเป๋าลงที่เดิมบางทีเขาอาจจะแค่ใจดีเกินไปก็เท่านั้นล่ะน่า

 

 

“พี่วา กลับมาแล้ว” วิคเตอร์ร้องตะโกนอย่างดีใจ โผเข้ามากอดเธอทันทีที่เห็นว่าพี่สาวกลับมาบ้าน วินเซนต์ก็เช่นเดียวกัน พอเห็นเธอ เด็กน้อยก็เดินเตาะแตะมากอดขาเธอพลางร้องเรียก แม่ แม่ไม่ขาดปาก

“แน่ะ บอกแล้วว่าอย่าเรียกว่า แม่ ฟังดูแก่เป็นบ้า” วิวาห์เอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะกอดน้องทั้งสองอย่างรักใคร่ “หม่ำข้าวกันหรือยังทั้งสองคน”

“แย้ว” เจ้าวินหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “ข้าวป้อหย่อยหย่อย”

ผู้เป็นพี่เลิกคิ้ว เธอกำลังนึกสงสัยอยู่เชียวว่า ป้อหรือพ่อที่เจ้าวินเรียกหมายถึงใคร ก็พอดีที่พีรเดชโผล่ออกมาต้อนรับในชุดผ้ากันเปื้อนเช่นเคย

“กลับมาแล้วเหรอคะ มากินข้าวเย็นสิ”

“ป้อ!” วินเซนต์ยิ้มร่า ผละจากเธอไปกอดขาพีรเดชอย่างรักใคร่ในขณะที่วิคเตอร์ได้แต่ส่ายหน้าไป พยายามไปดึงน้องชายซึ่งเกาะหนึบอยู่บนขากางเกงของพีรเดชออกมา

 “เอ่อคือ” เหมือนจะเห็นว่าสีหน้าของเพื่อนมีคำถามอยู่ วิศวกรหนุ่มจึงรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเรื่อ

“พีไม่ได้สอนให้เจ้าวินเรียกพีแบบนี้นะคะ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครสอน บางทีอาจจะเป็นฝีมือไอ้ทิศก็ได้ มันยิ่งชอบมีความคิดแผลงๆ อยู่เรื่อย วาก็รู้นี่”

“ทำเป็นตกอกตกใจไปได้ ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ” วิวาห์ปล่อยเสียงหัวเราะร่วน ในขณะที่เพื่อนมีสีหน้าโล่งอก

“ค่อยยังชั่ว พีนึกว่าวาจะโกรธซะแล้ว”

“ทำไมฉันต้องโกรธล่ะ ถ้าเจ้าวินเรียกแกว่าพ่อ นั่นก็แปลว่า เขาเห็นแกเป็นคนสำคัญ เหมือนๆ อย่างที่เขาเรียกฉันว่า แม่ นั่นแหละ ฉันไม่คิดมากกับเรื่องแค่นี้หรอก”

พอได้ฟังอย่างนี้พีรเดชจึงค่อยยิ้มออก พวกเธอกลับเข้ามาในบ้านและเริ่มรับประทานอาหารฝีมือ เชฟพีด้วยกัน วันนี้ค่อนข้างเงียบเหงาอยู่เพราะพาทิศไม่อยู่ด้วย เพราะต้องกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านพ่อแม่ ที่เหลืออยู่ตรงนี้จึงมีเพียงพีรเดช เธอ และน้องๆ ซึ่งตอนนี้กินอิ่มแปล้และหลับไปเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศแบบนี้ทำให้วิวาห์นึกขัน เผลอหัวเราะพรวดออกมาจนเกือบจะสำลักอาหาร

“ขำอะไรเหรอคะ”

“อ้อ เรื่องงี่เง่าน่ะ พอมานั่งล้อมวงทานข้าวกันอย่างนี้แล้ว พวกเราดูเหมือนคู่สามีภรรยากันยังไงพิกล มีเจ้าวิคกับเจ้าวินเป็นลูก นึกแล้วจี้ดี” พูดแล้วก็หัวเราะ แต่แล้วพีรเดชกลับทำให้เธอแปลกใจ คราวนี้เขาไม่ได้ร่วมหัวเราะไปด้วย ตรงกันข้ามเขากลับสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“วา พีมีเรื่องอยากจะบอก”

“หือ?

ดวงตาคมสบตาเธอนิ่งคล้ายอยากจะถ่ายทอดบางอย่างให้เธอได้รับรู้

“วาสัญญาก่อนนะว่าจะไม่โกรธหรือหัวเราะเยาะพี”

“เออ สัญญาก็ได้” วิวาห์รับคำยิ้มๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสหายจึงได้มีท่าทีจริงจังขึ้นมากะทันหัน “มีอะไรก็ว่ามาสิ”

“พีเคยตั้งใจว่า ไม่ว่ายังไงพีก็จะไม่มีวันบอกเรื่องนี้กับวา เพราะพีกลัวสูญเสียวาไป” เขาเงียบไปพักหนึ่ง สูดหายใจลึกยาวเหมือนจะรวบรวมความกล้า “แต่ความจริงแล้วพีน่ะ

แต่คำพูดของเขาถูกกลบไปจนหมดสิ้นด้วยเสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือของเธอ วิวาห์จึงขอตัวออกมารับสาย กวินนั่นเอง เขามีข่าวของเป้าหมายมาแจ้งอีกเช่นเคย เมื่อรับทราบเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงเดินกลับมายังโต๊ะทานอาหารที่ซึ่งเพื่อนสนิทนั่งรออยู่

“สัปดาห์หน้าอชิระจะไปงานเดินแบบของคู่ควงของเขา ฉันเลยจะต้องตามไปเฝ้าหมอนั่นด้วย”

“อย่างนั้นเหรอ”

“อืม วุ่นวายชะมัดเลย ฉันเริ่มจะเซ็งกับงานนี้แล้ว เออว่าแต่เมื่อกี้แกจะพูดอะไร ว่ามาสิ”

พีรเดชเงียบไป ในที่สุดเขาก็ยิ้มเจื่อน ส่ายหน้าไปมา

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ มันไม่สำคัญหรอก ลืมไปซะเถอะ”

วิวาห์พยักหน้าอือออ แม้จะไม่เข้าใจนัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันว่า ไม่มีอะไรจริงๆ เธอก็ป่วยการจะถามต่อ

“เอ้อ พูดถึงอชิระแล้ว ทำให้นึกถึงเรื่องนึงขึ้นมาได้” หญิงสาวเริ่มต้นพูดอีกครั้ง หลังจากรับประทานอาหารแสนอร่อยไปได้ครึ่งหนึ่ง “เมื่อตอนกลางวัน หมอนั่นไปกินข้าวกับผู้หญิงคนหนึ่ง มีผู้ใหญ่สองฝ่ายมาด้วย คิดว่าคงจะถูกจับคู่แหงๆ แกต้องตกใจแน่ ถ้ารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“แล้วเธอเป็นใครล่ะคะ”

“น้องอิงฟ้า แฟนเก่าแกไง”

เธออยากจะถอนคำพูดเมื่อครู่เสียจริง เพราะพอเอ่ยถึงชื่ออดีตคนรัก พีรเดชก็อึ้งเงียบไป ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง ใบหน้าคมเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ ยิ่งกว่านั้นคือ คล้ายเป็นความรู้สึกผิดระคนอยู่ด้วย เธอเองไม่เข้าใจหรอกว่า มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนถึงได้เลิกร้างกันไป และไม่เคยจะกล้าถามสักทีเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อิงฟ้าเป็นรุ่นน้องที่เรียบร้อยน่าเอ็นดู หล่อนแอบชอบพีรเดชข้างเดียวมาตลอด จนวันหนึ่งที่วิวาห์ทนสงสารไม่ไหว จึงได้ช่วยเป็นกามเทพสื่อรักให้พวกเขาทั้งสอง ถึงแม้เพื่อนของเธอจะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่ในเมื่อเธอเป็นคนแนะนำ พีรเดชจึงตกลงที่จะคบกับอิงฟ้าในที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งที่อิงฟ้าบอกเลิกกับเขา

“มันเป็นความผิดของพีเอง”

 พีรเดชมักจะโทษตัวเองแบบนี้เสมอ ซึ่งวิวาห์เองก็ไม่เข้าใจ เธอมองไม่เห็นปัญหาอะไรระหว่างพวกเขาสองคนเลย ทั้งคู่ต่างก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกัน พวกเขาสุภาพ ห่วงใยต่อกัน ไม่เคยทะเลาะกันด้วยซ้ำ อิงฟ้าก็ดูจะรักพีรเดชมากเช่นกัน นึกไม่ออกเลยว่า จะมีปัญหาใหญ่โตอะไรที่จะทำให้พวกเขาไปด้วยกันไม่ได้

“น้องอิงฟ้าเป็นคนดี” พีรเดชเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับเพิ่งดึงตัวเองจากภวังค์แห่งความรู้สึกผิดได้ “เป็นผู้หญิงที่ดีมากๆ จนยากที่จะหาเจอได้อีกแล้ว”

“ใช่ เธอเป็นเด็กน่ารัก จิตใจดี” วิวาห์พยักหน้ายอมรับ “ดีมากซะจนไม่สมควรจะลงเอยกับเพลย์บอยไม่เอาไหนแบบนั้น แกควรจะทำอะไรสักอย่างสิ จะปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างนี้น่ะเหรอ”

“แล้วจะให้พีทำยังไง เราสองคนจบกันไปตั้งนานแล้ว”

“หาวิธีดึงเธอกลับมาไง” วิวาห์เสนอความเห็น อย่างไรก็ดีอีกฝ่ายกลับส่ายหน้าปฏิเสธเศร้าสร้อย

“ไม่ พีทำแบบนั้นไม่ได้ มันเหมือนกับว่าพีไปหลอกน้องเค้า”

“หลอกอะไรกัน อย่าลืมสิว่า พวกแกสองคนเคยรักกันนะ”

คำว่า รัก ดูจะทำให้มือของชายหนุ่มสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาหม่นแสงลง

“วาไม่เข้าใจหรอก เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”

“เพราะแกมัวแต่คิดแบบนี้น่ะสิ แกถึงได้เสียเธอไป เชื่อฉันเถอะ แกมีดีมากกว่าเจ้าอชิระตั้งเยอะ อย่าปล่อยให้เจ้าซาตานนั่นแย่งเธอไป อิงฟ้าสมควรจะได้รับสิ่งที่ดีกว่านั้น”

“วา

“ที่ฉันพูดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าฉันห่วงเรื่องเงินสิบล้านนั่นหรอก แต่เพราะแกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันต่างหาก แกเป็นคนดีมากนะ ไอ้พี เพราะงั้นฉันก็อยากให้เพื่อนของฉันได้ลงเอยกับผู้หญิงที่ดีเช่นกัน”

ริมฝีปากของสหายหนุ่มขยับคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่างซึ่งเก็บกลั้นเอาไว้มานานออกมา แต่แล้วเขากลับเปลี่ยนใจ และลุกขึ้นจากโต๊ะ

“บางครั้งแค่ ความดีก็ช่วยให้คนเรารักกันไม่ได้หรอกค่ะ”

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่วินาทีนั้น วิวาห์กลับรู้สึกถึงความเศร้าเจือปนในรอยยิ้มของพีรเดชอย่างชัดเจน

 

อชิระไม่รู้เลยว่า นานเท่าไรแล้วที่เขานั่งฟังดนตรีอันแสนไพเราะซึ่งบรรเลงต่อเนื่องอย่างมิรู้เบื่อ อิงฟ้าเป็นนักไวโอลินชั้นเลิศอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แสงแดดในสวนสาธารณะจะแรงกล้าสักเพียงใด แต่หญิงสาวก็ยังไม่ได้มีท่าทียอมแพ้ต่ออากาศหรือแม้กระทั่งสนใจฝูงชนซึ่งเข้ามารุมดูด้วยความชื่นชม ความจริงแล้วเธออาจจะไม่สังเกตถึงสิ่งรอบตัวด้วยซ้ำระหว่างที่อยู่ในโลกแห่งเสียงดนตรี ริมฝีปางเคลือบรอยยิ้มน้อยๆ ตลอดเวลาราวกับเธอมีความสุขเมื่อได้อยู่กับสิ่งที่ตนเองรัก และเมื่อเสียงเพลงบรรเลงมาจนถึงจุดสิ้นสด เธอก็ค้อมศีรษะรับให้กับเสียงปรบมือเกรียวกราวของผู้ชมทุกคน

“เก่งมากครับ น้องอิงฟ้า” เขาเอ่ยชมเทพธิดาน้อยๆ ด้วยความประทับใจ อันที่จริงเขาไม่สนใจเพลงอะไรพวกนี้เท่าไร สิ่งที่เขาสนใจยิ่งกว่าคือการได้จ้องมองใบหน้าแสนหวานของนักดนตรีสาวผู้นี้ต่างหาก “คาปรีซ์ 24 ของนิกโคโล ปากานินีใช่ไหม เพราะมากเลยครับ”

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มเรื่อ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพักเหนื่อยบนเก้าอี้ม้านั่งใต้ต้นก้ามปูต้นใหญ่ รับแก้วน้ำดื่มมาจากชายหนุ่ม “ว่าแต่พี่รู้จักปากานินีด้วยเหรอคะ ไม่นึกเลยว่าพี่อชิระจะสนใจเรื่องดนตรีคลาสิคด้วย ดีจังเลยค่ะ”

  “แน่นอนสิ ไม่ว่าจะบีโธเฟ่น บาค โชแปง ชูมันน์ บราห์ม แซร์แก รัคมานินอฟ พี่รู้จักหมดแหละ ดนตรีอยู่ในหัวใจพี่ตลอดเวลาครับ เรียกว่ารักเลยก็ว่าได้”

อชิระยิ้มหวานทำไมจะไม่รู้จักล่ะ ในเมื่อเขาอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนตั้งสามคืน ฟังซีดีเพลงตลอดจนศึกษาหนังสือเรื่องดนตรีที่กว้านซื้อมาจากทั่วสารทิศ ตอนนี้เขารู้แม้กระทั่งว่าปากานินีป่วยเป็นมะเร็งคอหอยตาย เรื่อยไปถึงชื่อชู้รักของโชแปง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้อิงฟ้าระทับใจล่ะก็ เขาไม่มีวันมานั่งอ่านอะไรพรรค์นี้ให้เสียเวลาเด็ดขาด

“น่าอายที่ว่าพี่น่ะเก่งแต่เรื่องทฤษฎี เล่นจริงไม่เอาอ่าวเลยนี่สิ ถ้าไม่รบกวนเกินไป วันหลังน้องอิงฟ้าช่วยสอนพี่เล่นไวโอลินบ้างได้ไหมครับ” เขาลองหยั่งเชิง และก็เข้าทางเมื่ออีกฝ่ายยอมตกปากรับคำ

“ได้สิคะ ถ้าพี่อชิระไม่เบื่อซะก่อน อิงฟ้าจะสอนให้ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเริ่มบรรเลงไวโอลินเป็นเพลงโอปุส 77 ของบราห์มท่วงทำนองแสนไพเราะซึ่งเขายอมแลกทุกสิ่งเพื่อจะได้ฟังไปตลอดกาล

 

 

อย่างไรก็ตามถึงแม้การได้ออกเที่ยวกับอิงฟ้าจะทำให้เขารู้สึกมีความสุข แต่ต้องยอมรับว่าสองสามวันมานี้เป็นช่วงเวลาที่ต็มไปด้วยความยากลำบาก อชิระรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกทดสอบความอดทนยังไงไม่รู้ อีกไม่กี่วันรสรินจะมีงานเดินแบบครั้งยิ่งใหญ่ เธอจึงต้องแวะมาซักซ้อมคิวบ่อยครั้ง วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากจัดคิวรถไฟไม่ให้ชนกันได้แล้ว เขาก็แวะมาอยู่ดูการฝึกซ้อมของเหล่านางแบบ ณ โรงแรมแห่งหนึ่งตั้งใจว่าหลังเสร็จสิ้นการซ้อม จะรับรสรินไปทานอาหารค่ำ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รสรินหรอก ปัญหามันอยู่ที่ยายผู้หญิงบ้าคนหนึ่งกำลังทำตัวดั่งเงาตามตัวเขาอยู่น่ะสิ ซึ่งนั่นทำให้เขาประสาทเสียสุดๆ

“อีกแป๊บเดียว ก็จะซ้อมเสร็จแล้วล่ะค่ะ แล้วเราจะได้ไปทานอาหารด้วยกัน” นางแบบสาวกล่าวกับเขาในช่วงพักเบรก “ขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณต้องรอนานเลย งานเดินแบบครั้งนี้สำคัญมากมีแขกผู้ใหญ่มาร่วมงานเยอะ เลยต้องซ้อมกันจริงจัง รสทำให้คุณเบื่อหรือเปล่า”

“อ้อ ไม่เลยครับ”

“แต่สีหน้าคุณเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดี แน่ใจนะคะว่าไม่เป็นไร”

รสรินพูดถูกแล้วล่ะ ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีอย่างยิ่งชายหนุ่มชำเลืองไปยังมุมหนึ่งในห้องที่ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างกระดิกขาอย่างไม่ทุกข์ร้อน เพราะทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับงานของตน จึงไม่ใครสังเกตเห็นวิวาห์เลย โชคร้ายที่เขาสังเกตเห็น

“ผมไม่เป็นไรครับ ที่รัก” อชิระจุมพิตที่ข้างแก้มหญิงสาว ขณะที่สตาร์ฟกำลังเรียกระดมพลเหล่าบางแบบอีกครั้ง “คุณไปซ้อมต่อเถอะ ผมขอตัวไปห้องน้ำสักครู่”

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ไปห้องน้ำตามที่พูด ชายหนุ่มอาศัยช่วงที่ทุกคนกำลังวุ่นกันอยู่ ลากวิวาห์ออกมาคุยที่ด้านนอกอย่างอดรนไม่ไหว

“ถามจริงเถอะ คุณไม่มีงานการทำหรือไง ถึงได้มีเวลาตามผมอยู่ได้”

“ไม่มีหรอก ฉันก็เหมือนกับคุณนั่นล่ะ พอดีที่บ้านรวยเลยไม่ต้องทำงานทำการ” ใบหน้าของสาวเจ้าตอนนี้เป็นอะไรที่กวนประสาทอย่างที่สุด เธอเชิดหน้า ริมฝีปากบางเผยอรอยยิ้มเยาะ “ดังนั้นฉันมีเวลาทั้งวันในการตามคุณไปทุกที่”

“คุณมันโรคจิต” เพลย์บอยหนุ่มทำหน้าบึ้ง เหลือบมองไปรอบตัวอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่ารสรินอาจจะโผล่ออกมาเมื่อไรก็ได้ “จะบอกให้เลยนะว่า ผมไม่ปลื้มที่มีผู้หญิงเสียสติอย่างคุณมาติดแจ และแน่นอนผมไม่คิดที่จะชอบหรือแม้แต่เป็นเพื่อนกับคุณด้วย ดังนั้นเลิกฝันหวาน และไปให้พ้นหน้าผมซะ”

วิวาห์ยักไหล่

“อย่างน้อยก่อนที่คุณจะออกปากไล่ฉันอย่างไร้มารยาท คุณก็ควรคืนของให้ฉันก่อนสิ”

อชิระรู้ได้ในทันทีว่า อีกฝ่ายหมายถึง ของสิ่งใด กระเป๋าถูกๆ ที่เธอจงใจลืมทิ้งไว้ในรถยนต์เขาเมื่อคราวก่อนนั่นเอง ถึงแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่เขาไม่มีทางเลือกนอกจากกลับลงไปที่ลานจอดรถ และนำกระเป๋ามาคืนเจ้าของ อย่างน้อยเขาก็หวังว่า เมื่อเธอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว เธอจะจากไปได้สักที

“ได้ของคืนแล้ว ทีนี้คุณกลับไปซะ” อชิระเร่งเร้า พร้อมโยนกระเป๋าคืนให้เธอราวกับรู้สึกรังเกียจที่จะแตะต้องมันนานเกินไป

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะได้รับกระเป๋าคืนแล้วก็ตาม แต่หญิงสาวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับโดยง่าย มุมปากของเขาถึงกับกระตุกอย่างตึงเครียด เมื่ออีกฝ่ายชวนเขาออกไปทานอาหารหน้าตาเฉย

“ฉันหิวแล้ว ออกไปหาอะไรกินกัน”

“อย่ามาใช้ลูกไม้นี้กับผม” เขาเค้นเสียงอย่างส่อแววอันตราย

“ทำไมล่ะ” วิวาห์ยิ้มกวน “หรือว่ามันซ้ำกับลูกไม้โง่ๆ ที่คุณชอบใช้บ่อยๆ เอล่าสุดเป็นเนคไทใช่ไหมที่คุณลืมทิ้งไว้กับอิงฟ้า ปกติมันก็ได้ผลดีนิ แล้วทำไมฉันจะใช้บ้างไม่ได้”

อชิระเขม้นมองดวงหน้าอีกฝ่ายอย่างดุร้าย มือใหญ่กำรวบแน่นราวกับอยากจะใช้มันบีบคอเธอเสียให้รู้แล้วรู้รอด กับผู้หญิงคนอื่น เขาอาจไม่รู้สึกโกรธมากเท่านี้ แต่สำหรับอิงฟ้าแล้ว การที่วิวาห์รู้จักหล่อนด้วย ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรง

“อิงฟ้าเป็นเด็กน่ารักนะ เธอเล่นดนตรีเก่งมากด้วย ยายรสรินคู่ควงของคุณอีกคน เคยได้ลองฟังบ้างหรือยังล่ะ” วิวาห์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “เธอจะคิดยังไงนะถ้าหากรู้ว่า คุณไม่ยอมชวนเธอ แต่หนีไปฟังเพลงเพราะๆ ของอิงฟ้าคนเดียวแทบทุกวัน”

ดวงตาคมวาวขึ้นอย่างน่ากลัว ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าอีกฝ่ายพยายามจะสื่ออะไร

“ตกลง ผมจะพาคุณไปหาอะไรทาน พอใจหรือยัง”

“เดี๋ยวนี้ด้วย”

“ได้ เดี๋ยวนี้แหละ” เขาคำรามอย่างหัวเสีย นึกโมโหตัวเองที่ต้องมาพลาดท่าให้ยายตัวแสบ ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว อชิระจึงโทรไปบอกรสรินว่า เขาไม่สามารถพาเธอไปทานอาหารคืนนี้ได้แล้ว เนื่องจากติดธุระด่วนกะทันหัน

 

“กรี๊ด!

ธุระด่วนอย่างนั้นหรือรสรินกำโทรศัพท์ในมือแน่น มองตามคู่หนุ่มสาวที่เพิ่งจะแล่นรถยนต์จากไปก่อนจะแผดเสียงกรี๊ดด้วยความเจ็บแค้น อชิระไม่รู้เลยว่า การซ้อมได้สิ้นสุดลงพักหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจจะตามมาเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มเสียหน่อย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอภาพบาดตาบาดใจ

ยายทอมนั่นเป็นใคร กล้าดียังไงมาฉกแฟนเธอไปต่อหน้าต่อตาดวงตาสวยวาวโรจน์อย่างน่ากลัว ไม่ว่าหล่อนจะเป็นใคร แต่หล่อนต้องได้รับผลของความไร้ยางอายครั้งนี้แน่!

 

อีกด้านหนึ่ง คนที่กำลังถูกหมายหัวก็ถูกพาไปรับประทานอาหารตามสัญญา วิวาห์นึกว่าจะเป็นอาหารเหลาตามโรงแรมหรูๆ สักแห่งตามที่เขาคุยโวไว้เสียอีก ที่ไหนได้อชิระกลับแก้เผ็ดเธอด้วยการพาไปกินข้าวมันไก่รถเข็นริมทาง สูดดมอากาศเป็นพิษจากจากท่อไอเสียของรถที่แล่นผ่านไปมาอย่างน่าประทับใจ เขาคงคิดว่าตนเองจะชนะแน่แล้ว แต่น่าผิดหวังที่การแก้เผ็ดครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะทกสะท้านเท่าไร เธอยังคงรับประทานข้าวมันไก่เพิ่มหนังเยอะพิเศษอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ปริปากบ่นอะไรสักคำ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ก็คือ การจ้องมองเธอด้วยสายตาดุๆ และแช่งให้มันไก่จุกอกยายตัวแสบตายไปเลย

“เอ้า รีบกินซะให้เสร็จๆ ซะที เสียเวลาจริง”

“จะรีบไปไหน คุณก็ไม่เห็นต้องทำงานทำการอะไรสักหน่อย” วิวาห์เผยอยิ้ม ยิ่งถูกเร่ง เธอกลับยิ่งละเลียดทานอาหารให้ช้าลงเป็นเท่าตัวอย่างน่าโมโห “แทนที่จะบ่น ทำไมคุณไม่สั่งอะไรมากินบ้างล่ะ”

“พอดีกระเพราะผมไม่รับของถูกๆ อาหารเกรดต่ำอย่างนี้มันเหมาะกับคุณมากกว่า”

“อ้อเหรอ” หญิงสาวยืดเสียงล้อเลียน รับประทานอาหารจานที่สามอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่เหลือทิ้งแม้สักเม็ดเดียว

“น่ารังเกียจ” อชิระบ่นอู้ “ผู้หญิงทั่วไปเขาไม่เห็นแก่กินกันขนาดนี้หรอก โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายยิ่งไม่ควร”

คนถูกรังเกียจไหวไหล่

“แล้วไง ฉันเคยชินกับการไม่กินทิ้งกินขว้างนี่ ว่าแต่ข้าวมันไก่ที่นี่อร่อยดีนะ ฉันห่อกลับไปฝากคนที่บ้านสักสามสี่ห่อได้ไหมล่ะ”

ตะกละแถมยังงกอีก ผู้หญิงคนนี้

“เอาเลย ตราบใดที่คุณรู้จักสงบปากสงบคำ จะกี่ห่อหรือจะเหมาทั้งร้านก็ย่อมได้”

วิวาห์หัวเราะในลำคอ ดวงตาเปล่งประกายพริบพราว ท่าทางเจ้าหมอนี่คงจะกลัวรถไฟชนกันมาก ถึงได้ยอมถึงขนาดนี้ “ฉันอิ่มแล้ว รีบจ่ายเงินและกลับกันเถอะ”

อชิระรู้สึกยินดีที่ได้ยินอย่างนี้ เพราะจะได้ไปให้พ้นๆ จากสถานการณ์อันน่าอึดอัดเสียที เขากวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟมาคิดเงิน แต่แล้วก็เพิ่งพบว่า ตัวเองพลาดแค่ไหน ข้าวมันไก่ริมถนนไม่รับบัตรเครดิต โชคร้ายก็คือ เขาไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะต้องมานั่งกินข้าวข้างทาง จึงไม่ได้พกเงินสดติดตัวมาสักบาท ความอยากแก้เผ็ดทำให้เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท ซึ่งนั่นทำให้วิวาห์ชอบใจมากที่จะได้หัวเราะเยาะเขาไปสามตลบ

“บอกฉันทีสิว่า เศรษฐีอย่างคุณไม่มีเงินจ่ายแม้แต่ค่าข้าวถูกๆ”

ดวงตาเข้มวาวขึ้นอย่างเอาเรื่อง หันกลับไปมองคนที่มาด้วยอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ แต่วิวาห์ไม่สนใจ เธอยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เด็กเสิร์ฟ และหันมาพูดกับเขาอย่างผู้กำชัย

“ไม่เป็นไร คราวนี้ฉันเลี้ยงคุณก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าคุณติดหนี้ฉันไว้ ดังนั้นคราวหน้า” พูดแล้วก็ล้วงเอากระดาษกับปากกามาให้เขาเขียนสัญญากันเบี้ยว

 “คุณต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าวฉัน ตกลงไหม”

“ว่าไงนะ” อชิระสบถในคอ มองกระดาษสัญญาทีมองหน้าอีกฝ่ายทีอย่างนึกหัวเสีย ยังจะมีคราวหน้าอีกงั้นหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า อีกครั้งแล้วที่เขาพลาดท่าให้วิวาห์ สงสัยนับแต่นี้เขาคงจะต้องพกเงินสดติดตัวบ้างแล้ว

 

 

“ก๊ากๆ แล้วหมอนั่นก็เลยไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเซ็นสัญญาเลี้ยงข้าวแกสินะ”

วิวาห์จำได้เลยว่า พาทิศหัวเราะอย่างพอใจขนาดไหน เมื่อวันต่อมาเธอเล่าให้ฟังว่า สามารถจัดการอชิระได้อย่างไร

“แกนี่เจ๋งว่ะ ฉันนึกภาพเจ้าอชิระทำหน้าหงิกเป็นตูดออกเลย สะใจจริงๆ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมนายกวินถึงได้ตัดสินใจเลือกแก”

หญิงสาวโคลงศีรษะกับชมของสหาย เธอไม่คิดว่าตัวเองจะเจ๋งเท่าไรหรอก เธอเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากความไม่ค่อยฉลาดของอชิระก็เท่านั้น “เกมนี้น่ะ สู้กันด้วยสมอง ใครมีไหวพริบมากกว่าก็ชนะไป”

“ใครความอดทนต่ำ ประสาทเสียก่อน ก็แพ้ไปมากกว่าค่ะ” พีรเดชเสนอความเห็น ซึ่งทำให้วิวาห์ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“นั่นก็ถูก ว่าแต่วันมะรืนจะมีงานแฟชั่นโชว์ของรสรินแล้ว อุปสรรคเยอะอีกแน่ ฉันอยากให้พวกแกช่วยอะไรฉันหน่อยว่ะ”

“ช่วยอะไรเหรอ” สหายทั้งสองเลิกคิ้วด้วยความฉงน แต่วิวาห์ก็ทำให้พวกเขางุนงงมากขึ้นไปอีกด้วยประโยคถัดมา

“ไอ้ทิศ หน้าที่แกคือช่วยอำนวยความสะดวก ส่วนไอ้พี” ดวงตาสวยตวัดมองใบหน้าของเพื่อนอย่างขอร้อง หมู่นี้ใบหน้าของพีรเดชทำให้เธอนึกถึงอิงฟ้าทุกที ยิ่งได้ตามดูพฤติกรรมไม่เอาไหนของอชิระแล้ว เธอก็อดเป็นห่วงอิงฟ้าไม่ได้จริงๆ เด็กคนนั้นต้องได้เห็นโฉมหน้าอันแท้จริงของซาตานตัวร้ายก่อนจะเผลอตัวถลำลึกไปมากกว่านี้

“ไอ้พี แกต้องช่วยทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตาสว่างให้ได้”

“วา” พีรเดชครางในคออย่างรู้ความหมายของเพื่อนสาว “พีไม่แน่ใจว่าพีจะทำได้”

“แกต้องทำได้ งานแฟชั่นโชว์เป็นโอกาสดีในการกระชากหน้ากากเจ้าอชิระ ก่อนที่มันจะสายเกินไปและอิงฟ้าต้องลงเอยด้วยความเสียใจ แกต้องดึงเธอกลับมาจากอชิระให้ได้”

พีรเดชเม้มริมฝีปากแน่นอย่างลำบากใจ จมอยู่ในภวังค์ความคิดตนเองเนิ่นนาน ถึงแม้เขาและอิงฟ้าจะเลิกรากันไปนานแล้วก็ตาม แต่ความเป็นห่วงเป็นใยที่มีให้ยังคงเดิม เขายังปรารถนาให้เธอได้พบแต่สิ่งที่ดี แต่อย่างว่าล่ะ เขาไม่กล้าจะก้าวข้ามเส้นบางๆ นี้ไป ครั้งสุดท้ายที่เขาดึงดันก้าวข้ามมันไปก็ทำให้เรื่องมันแย่มากพออยู่แล้ว เขากลัวเหลือเกินว่าจะเผลอทำให้อิงฟ้าต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้ง ต่อให้เขาอยากปกป้องเธอมากเพียงใดก็ตาม

 

 

“จะไปไหนเหรอจ๊ะ ลูกรัก” คุณหญิงดารณีเอ่ยถาม เมื่อเห็นร่างบอบบางของบุตรสาวแต่งตัวเรียบร้อยเดินลงบันไดมาจากชั้นบน มือหนึ่งหอบกล่องบรรจุไวโอลินมาด้วย พอเห็นอย่างนั้นผู้เป็นแม่ก็ยิ้มเรื่อ แทบจะเดาได้ทันทีว่า บุตรสาวจะไปที่ใด “จะไปสอนไวโอลินให้คุณอชิระอีกแล้วสินะ”

นักดนตรีสาวพยักหน้าตอบรับพร้อมชูถุงกระดาษใบหนึ่งให้มารดาดู

“ค่ะ คุณแม่ แล้วอิงฟ้าจะแวะเอาเนคไทไปคืนพี่เค้าด้วยค่ะ”

“เนคไทหรือ”

เหมือนจะรู้ว่ามารดาคิดอะไรอยู่ หญิงสาวจึงรีบอธิบายด้วยรอยยิ้มทันที เป็นรอยยิ้มสดใสที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว นับตั้งแต่อิงฟ้าได้เลิกรากับแฟนหนุ่มคนแรกตั้งแต่สมัยเรียนไป

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ คุณแม่ มันไม่มีอะไรหรอกค่ะ คราวก่อนที่ทานข้าวกัน พี่อชิระมีธุระด่วนต้องรีบไปก่อน เลยลืมทิ้งเนคไทไว้บนโต๊ะในร้านอาหาร วันนี้อิงฟ้าเลยตั้งใจจะเอาไปคืนพี่เค้าค่ะ เพราะเห็นบ่นว่าเป็นเส้นโปรดด้วย”

คุณหญิงดารณีผงกศีรษะเป็นเชิงเข้าใจ เธอรู้อยู่แล้วว่า ทั้งคู่จะไม่ทำอะไรเกินงามให้เสียหายเด็ดขาด ถึงแม้จะเคยได้ยินว่าอชิระเป็นเสือผู้หญิงหาตัวจับยากคนหนึ่งก็ตาม แต่เธอก็อยากลองให้โอกาสเขาดูสักครั้ง เนื่องจากเห็นแก่ความเป็นเพื่อนอันยาวนานของสองครอบครัว อชิระและอิงฟ้าคบกันอย่างเป็นทางการโดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายร่วมรับรู้ เขาคงจะเกรงใจและให้เกียรติบุตรสาวเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่น

“งั้นอิงฟ้าไปก่อนนะคะ คุณแม่ แล้วตอนเย็นเจอกันค่ะ” เธอบอกลามารดาและก้าวออกมาจากบ้าน  ก้าวขึ้นรถยนต์หรูซึ่งคนขับรถกุลีกุจอมาเปิดประตูให้

“ไปไหนดีครับ คุณหนู” คนรถเอ่ยถามตามความเคยชิน

หญิงสาวกำลังจะตอบว่า ไปที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งที่ใช้เป็นสถานที่นัดพบกับอชิระ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือเธอก็ดังขึ้น

ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เมื่อเห็นชื่อที่วาบขึ้นบนหน้าจอ

ชื่อของผู้ชายคนหนึ่งเธอไม่เคยคิดว่า จะได้เห็นเขาติดต่อมาอีก ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งสอนให้เธอรู้ซึ้งทั้งคำว่ารักและเจ็บปวด พีรเดช

“สวัสดีค่ะ” อิงฟ้ารู้สึกว่า มือตัวเองสั่นจนควบคุมแทบไม่อยู่ขณะตัดสินใจกดรับสาย เสียงของชายหนุ่มยังเหมือนเดิม ทั้งนุ่มนวล อ่อนโยน และน่าฟัง แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังกล่าวทักทายเธออย่างสุภาพห่วงใยเหมือนเคย

ไม่มีเหตุผลใดๆวินาทีนั้นหยดน้ำตากลับหลั่งรินลงมาจากนัยน์ตาคู่สวย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตนรู้สึกอย่างไรกันแน่ ทั้งเสียใจและดีใจ ทั้งปวดร้าวแต่ก็มีความสุข ความรู้สึกทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมด เธอปาดน้ำตาออกจากดวงตา พยายามข่มเสียงตนเองให้เป็นปกติ

“ว่าแต่พี่พีโทรมา มีธุระอะไรกับอิงฟ้าเหรอคะ”

ปลายสายเงียบไปครู่ใหญ่ราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองกำลังจะทำ และแล้วเมื่อตัดสินใจได้ เขาก็ตอบกลับมา

“วันนี้ว่างหรือเปล่า ออกมาพบพี่หน่อยได้ไหม พี่มีเรื่องอยากจะคุยด้วย”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 9 : บทที่ 7: เกมรัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5867 , โพส : 11 , Rating : 83% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 796
พีคงแอบชอบวามานานแล้ว ตั้งแต่เรียนมหาลัย ก็เลยไม่อยากฝีนความรู้สึกที่ต้องพยายามรักอิงฟ้า ที่วาพยายามทำตัวเป็นแม่สื่อตั้งแต่รู้ว่าอิงฟ้าแอบชอบพี
Name : อริญา [ IP : 49.182.151.138 ]

วันที่: 10 เมษายน 2558 / 14:01
# 10 : ความคิดเห็นที่ 341
น่าเห็นใจยัยวาจริงๆ 

คงเหนื่อยน่าดู




PS.  ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมโลกทุกคน
Name : ณ มล < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ณ มล [ IP : 61.19.226.251 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2556 / 16:21
# 9 : ความคิดเห็นที่ 241
กว่าจะได้10ล้านนี่เหนื่อยน่าดู
PS.  ติดใจจีงเข้ามาทักทาย ตินิดเพราะรักเธอ
Name : nunpanu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunpanu [ IP : 171.98.104.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ธันวาคม 2555 / 18:54
# 8 : ความคิดเห็นที่ 159
บางครั้งแค่ ‘ความดี’ ก็ช่วยให้คนเรารักกันไม่ได้หรอกค่ะ อ่านแล้วจุกแฮะ
PS.  เคยไหม…? ที่เจ็บปวดจนแม้แต่น้ำตาก็ไม่อาจหลั่งริน เคยไหม…? ที่จะค้นหาความสุขด้วยหัวใจที่แตกร้าว
Name : Azalea (อาซาเลีย) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Azalea (อาซาเลีย) [ IP : 115.67.103.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 21:40
# 7 : ความคิดเห็นที่ 104
รอติดตามต่อนะคะ
PS.  
Name : pimpim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpim [ IP : 58.9.145.245 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2555 / 18:20
# 6 : ความคิดเห็นที่ 103
ฮ่าๆ มันเป็นบุคคลิกของตัวละครน่ะค่ะ ส่วนหนึ่งของบุคลิกก็ออกมาทางคำพูดจา  หนูวิวาห์เองก็ไม่เคยชอบที่พีพูดคะขากับตัวเองเหมือนกันค่ะ บทแรกๆ จะมีบอกไว้แล้ว สำหรับวิวาห์คงฟังดูขนลุกพิกล
PS.  ♥ หัวใจของนักเขียน คือ ความสุขของผู้อ่าน ♥
Name : นางเอกนอกบท < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นางเอกนอกบท [ IP : 124.122.213.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2555 / 11:54
# 5 : ความคิดเห็นที่ 102
มันดูแปลกๆอะค่ะ
นางเอกพูดแก-ฉันกับพี แต่พีพูดคะขากับนางเอก
Name : คนอ่าน [ IP : 124.121.149.7 ]

วันที่: 21 ตุลาคม 2555 / 11:50
# 4 : ความคิดเห็นที่ 100
รอต่อค่า...
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2555 / 11:15
# 3 : ความคิดเห็นที่ 98
หรือว่าพีแอบชอบวาอ่ะ(เดาล้วนๆ)
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2555 / 19:59
# 2 : ความคิดเห็นที่ 97
อยากรู้ว่าพีจะพุดอะไร คงไม่บอกว่าชอบวิวาหืหรอกนะ 
PS.   สิ่งที่ดีและสวยงามที่สุดในโลก มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่จะรู้สึกได้จากหัวใจ
Name : ผีน้อยชิชา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผีน้อยชิชา [ IP : 183.89.248.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2555 / 21:40
# 1 : ความคิดเห็นที่ 96
มาอั๊พไวๆนะ ><
Name : z-par < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ z-par [ IP : 171.7.56.160 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ตุลาคม 2555 / 20:28
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android