คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 8 : บทที่ 6: ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้


     อัพเดท 15 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: Romance, Comedy, ครอบครัว, มารยา, เพลย์บอย, วิวาห์, อชิระ, เด็ก, ตลก, ขบขัน, น่ารัก, ฮา, ดราม่า, เล่ห์กล
ผู้แต่ง : น ว ต า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น ว ต า
My.iD: https://my.dek-d.com/naughtyprincess
< Review/Vote > Rating : 98% [ 10 mem(s) ]
This month views : 15 Overall : 140,344
798 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 649 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 8 : บทที่ 6: ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5730 , โพส : 19 , Rating : 78% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

บทที่ 6 ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

“นี่มันอะไรกันน่ะ กวิน”

มือที่ยกถ้วยกาแฟเพื่อจะดื่มชะงักไป เมื่อคุณนายกฤษณาโยนหนังสือพิมพ์ลงกับโต๊ะทานอาหารด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มปรายตามองกรอบข่าวซุบซิบเหล่าไฮโซบนหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งเปิดอ้าค้างไว้แล้วก็พอจะเดาออกว่า มารดาหงุดหงิดเรื่องอะไร

“เปิดตัว วิวาห์สาวน้อยเนื้อหอมหลานสาวไฮโซตระกูลดัง” กฤษณาอ่านตามข้อความที่ปรากฏในข่าว ใช้นิ้วจิ้มไปที่กรอบภาพเล็กๆ ซึ่งปรากฏรูปของวิวาห์ในชุดสีแดงเพลิงยืนเคียงข้างกับกวินในงานแต่งงานของชลภัทรเมื่อคืนนี้

 “ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน แม่จำไม่ได้นะว่า เรามีญาติคนไหนชื่อวิวาห์ด้วย”

บุตรชายขยับยิ้ม คล้ายกำลังอารมณ์ดีหรือชอบใจอะไรสักอย่าง

“แต่ก่อนอาจจะไม่ แต่ตอนนี้มีแล้วครับ”

“ลูกกำลังเล่นอะไรอยู่ฮึ แม่ไม่เข้าใจเลย”

“มันก็แค่เกมสนุกๆ ระหว่างผมกับอชิระ”

กฤษณาเลิกคิ้ว อยากจะถามเหลือเกินว่าเกมที่ว่าหมายถึงอะไร แต่ก็ป่วยการจะถามเพราะรู้ว่าบุตรชายจะไม่ปริปากบอกเด็ดขาด

“เอาล่ะ แทนที่ลูกจะมัวเล่นเกมไร้สาระ ทำไมไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่า อย่างเช่นคิดหาวิธีทำให้ตัวเองได้เป็นประธานบริษัทยังไงล่ะ”

“คุณแม่” กวินปราม ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “ผมก็บอกไปแล้วนี่ครับว่า ผมไม่สนใจเรื่องแบบนั้น ตอนนี้เราก็มีหุ้นอยู่มากพอแล้วไม่ใช่หรือครับ สิทธิสียงในการบริหารรึเราก็มี ทำไมคุณแม่ยังไม่หยุดพูดเรื่องประธานอะไรนี่อีก”

ด้วยความที่ครอบครัวของเขาเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ร่ำรวยจากธุรกิจรีสอร์ทหลายแห่ง กวินรู้สึกว่าตอนนี้เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไร ทรัพย์สมบัติก็มีมากเสียจนใช้ตลอดชีวิตก็ไม่หมด จึงมองไม่เห็นเหตุผลใดที่จะต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งบริษัทนี้อีก ตรงกันข้ามกับมารดา ที่แม้จะมีทรัพย์สมบัติมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่รู้สึกพอยังปรารถนาที่จะครอบครองบริษัทนี้ให้จงได้

“ลูกไม่เข้าใจเหรอ องอาจมันเป็นหัวขโมยจอมเจ้าเล่ห์” มารดามักจะฝังหัวเขาด้วยเรื่องแบบนี้เสมอ นับตั้งแต่บิดาของเขาป่วยตายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เนื่องจากโหมทำงานหนักจนโรคประจำตัวกำเริบ “บริษัทนี้ควรจะเป็นของเรา ตาเฒ่านั่นหักหลังพ่อของลูกและขโมยบริษัทไปอย่างไร้ยางอาย ลูกควรจะตระหนักถึงเรื่องนี้ไว้เสมอนะ กวิน”

“คุณแม่

“ลูกไม่ควรจะลืมว่าใครเป็นศัตรูของเรา องอาจจะส่งต่อตำแหน่งประธานไปให้ลูกชายไม่เอาไหนของมันไม่ได้ ลูกต้องหาทางทำลายอชิระ ก่อนที่มันจะเสนอหน้ามาตีเสมอเทียบชั้นพวกเรา เข้าใจไหม เพราะถ้าลูกไม่ทำ แม่นี่ล่ะจะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง”

พอได้ยินชื่อของอดีตสหาย กวินจึงค่อยให้ความสนใจกับคำพูดของมารดาขึ้นมาบ้าง จู่ๆ ริมฝีปากของเขาหยักยิ้มขึ้นมา เป็นรอยยิ้มน่าขนลุกที่แม้แต่กฤษณาก็ยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ถึงไม่มีเรื่องนี้ แต่อชิระต้องย่อยยับแน่ครับ เพราะผมสาบานกับตัวเองไว้แล้ว ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเถอะ” ชายหนุ่มรับคำหนักแน่น นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความคั่งแค้น

คนที่พรากความสุขไปจากเขาน่ะ เขาจะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด

“เมื่อถึงเวลา ผมจะทำให้เจ้าเศษสวะนั่นรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวด เขาจะต้องทุกข์ทนทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปเลยล่ะ”

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังปี๊บๆ ขึ้นเป็นสัญญาเตือน ทำให้วิวาห์ซึ่งกำลังวุ่นกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมวินเซนต์ชะงักไป เธอกวาดสายตามองไปทั่วห้องเพื่อให้แน่ใจว่า สหายทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับงานของตนเองอยู่และไม่ได้สังเกตมาทางนี้ จึงค่อยกดเปิดดูข้อความที่เพิ่งถูกส่งมา

ข้อความจากเจ้านายของเธอ

 “งี่เง่า” หญิงสาวบ่นพึมพำ ไม่ลังเลเลยที่จะกดลบข้อความนั้นแม้จะยังไม่ได้เปิดอ่านก็ตาม แต่ดูเหมือนจะช้าไปหน่อย เพราะพาทิศสังเกตเห็นก่อนว่าเธอจะทำอะไร เขาแย่งโทรศัพท์ออกไปจากมือเธอทันที

“ทำอะไรวะ แกยังไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ ลบไม่ได้นะเว้ย”

“ทำไมจะไม่ได้” วิวาห์คำรามอย่างหัวเสีย “คราวก่อนก็ผับ ต่อมาก็โรงแรม ต่อไปคงเป็น บาร์อะโกโก้ล่ะมั้ง ต่อให้เขาจะส่งมาอีกสักกี่รอบ ฉันก็ไม่สนใจ ใครอยากจะรู้ตารางชีวิตงี่เง่าของเจ้าเพลย์บอยนั่นกัน”

“แกลืมสัญญาสิบล้านนั่นแล้วเหรอ”

“ไม่ลืม แต่ฉันไม่อยากจะทำแล้ว”

พาทิศกับพีรเดชมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่อยากเชื่อว่า จะได้ยินเรื่องพรรค์นี้จากปากของเพื่อนสาวจอมงก วิวาห์เพิ่งจะเชิดใส่เงินสิบล้าน นี่พวกเขาหูฝาดไปหรือเปล่า

“พวกแกไม่เข้าใจความรู้สึกฉันหรอก ไอ้หมอนั่นมันทุเรศ เส็งเคร็งของจริง” หญิงสาวเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทุบกำปั้นลงกับโต๊ะดังปังอย่างเคียดแค้น

 “ฉันต้องไปจับไอ้วิปริตที่ชอบไล่ขยำก้นสาวๆ เป็นงานอดิเรก ฉันทำใจไม่ลงจริงๆ”

พีรเดชถอนหายใจ เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของเพื่อน แต่ไอ้การยกเลิกสัญญาใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ เสียเมื่อไร แล้วยังค่าปรับจำนวนมหาศาลอีก ต่อให้เขาไม่ชอบอชิระก็จริง แต่ในเมื่อเขาเองก็จนปัญญากับเงินมากขนาดนั้น จึงทำได้แต่เกลี้ยกล่อมให้เธอเปลี่ยนใจ

“วา ลองคิดดูใหม่เถอะค่ะ ถ้ายกเลิกสัญญาแบบนี้ แล้วจะไปหาเงินเงินค่าปรับตั้งร้อยล้านมาจากไหน”

“นั่นน่ะสิ อย่าคิดอะไรโง่ๆ ได้ไหมวะ ตอนนี้แม้แต่ร้อยเดียวยังยากเลย ไม่ต้องพูดถึงร้อยล้าน” พาทิศเอ่ยเสริม “ต่อให้อีกกี่ชาติ แกก็ไม่มีทางหามาคืนให้เขาได้หรอก”

ประเด็นเรื่องเงินสิบล้าน ทำให้วิวาห์ถูกดึงกลับสู่โลกความเป็นจริง ข้างขมับเต้นตุบอย่างตึงเครียด จริงอย่างที่เพื่อนว่า เธอไม่มีวันหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้แน่ ต่อให้ต้องฝืนใจอย่างไร แต่ในเมื่อเธอตกลงเซ็นสัญญากับกวินไปแล้วก็ยากที่จะยกเลิกกลางคัน

“ก็ได้ ฉันจะทำ” หญิงสาวสรุปอย่างไม่เต็มใจนัก ว่าแล้วก็ผลุบหายเข้าไปในครัว ก่อนจะหนีบเอาขวดบรรจุน้ำสีอำพันออกมาด้วย

“เฮ้ย จะตั้งวงตั้งแต่ยังไม่มืดเลยเนี่ยนะ”

“เออสิ” วิวาห์สะบัดเสียงห้วน ใบหน้าเรียวส่อประกายหงุดหงิด สาดเหล้าลงคอรวดเดียว

“ถ้าภารกิจฉันคือการตามไป อ่อย เจ้าเพลย์บอยที่ฉันเกลียด ฉันจำเป็นต้องเมาย้อมใจซะตั้งแต่ตอนนี้เลย”

 

 

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป วิวาห์ก็เริ่มสรุปได้แล้วว่า การสะกดรอยตามเพลย์บอยเป็นงานที่น่าเบื่อที่สุดในโลกก็ว่าได้ อชิระทำตัวเป็น พระเอกหนังไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ กล่าวคือ วันๆ ไม่เคยทำการทำงานอะไร กิจวัตรของเขามีเพียงแต่งตัวหล่อ ดื่มกินเที่ยว และออกเดตกับหญิงสาวไม่ซ้ำหน้าเท่านั้น ช่างเป็นชีวิตที่หาสาระไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตระกูลอรัญทรัพย์จึงได้ตัดหางปล่อยวัดเขาไปแล้ว

วิวาห์มองนาฬิกาข้อมือแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลายชั่วโมงแล้วที่เธอติดแหง็กอยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้ รอโอกาสให้เป้าหมายมาทักเธอก่อน แต่จนแล้วจนรอด อชิระซึ่งนั่งอยู่มุมหนึ่งในร้านกับสาวสวยก็ยังไม่มีวี่แววจะสังเกตเห็นเธอแต่อย่างใด นั่นทำให้วิวาห์อารมณ์เสียสุดๆ เธอจะแสร้งทำเป็นบังเอิญเจอกันได้อย่างไร ถ้าหมอนั่นไม่ชายตามองมาทางนี้ นี่ถ้าไม่ใช่กฏเหล็กของกวินที่ว่า ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่เข้าหาเขาก่อนแบบตรงๆล่ะก็ ป่านนี้ เธอคงได้ไปกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาทำนองว่า

เฮ้ย คุณจะแต่งงานกับฉันไหม ถ้าไม่ฉันจะฆ่าคุณ มันจะได้จบเรื่องจบราวไปสักที

“เติมกาแฟอีกไหมครับ”

“เอ่อก็ได้” วิวาห์พยักหน้ากับบริกร ก่อนจะรับกาแฟถ้วยที่สิบมาดื่ม เธอรู้สึกว่าท้องไส้กำลังปั่นป่วนแปลกๆ แล้ว ถ้าเป้าหมายยังไม่สังเกตเห็นเธอตอนนี้ล่ะก็ มีหวังเธอได้ชักตาตั้งเพราะคาเฟอีนไปก่อนแน่

พ่อพระเอกหนังไทยละเลียดจิบกาแฟ พูดคุยอย่างหวานแหววกับหญิงสาวคนแล้วคนเล่าตั้งแต่เช้ายันบ่าย เก้าอี้ตรงข้ามเขาไม่เคยจะว่างเลย เพราะเมื่อสาวคนเดิมบอกลาและจากไป คนใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่ทันที เป็นคิวแน่นอนลงตัวยิ่งกว่าการนัดสัมภาษณ์งานเสียอีก

เอาล่ะ ปัญหาของการสังเกตการณ์มาสักพักก็คือ ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าตนจะทำตัวเป็น นางเอกหนังไทยเข้าไปทุกทีแล้วเช่นกัน วันๆ ไม่ทำงานอะไร ได้แต่เนียนแอ๊บแบ๊ว หาไล่จับแต่พระเอกรวยๆ นี่ถ้ามี นางร้ายเริ่ดๆ แรงๆ โผล่มาจิกกัดด้วย คงได้สมบูรณ์แบบเป็นหนังยุงบินชุม ตบกันสนั่นจอไปแล้ว

วิวาห์กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งที่หน้าประตูร้านก็ดังขึ้น หญิงสาวในชุดเดรสสีเขียวอ่อนรัดรูปโชว์ส่วนสัดเซ็กซี่ก็ก้าวเข้ามา ใบหน้าของหล่อนดูสวยโดดเด่นสะกดสายตาทุกคนในร้านด้วยเครื่องสำอางค์สีจัดจ้าน ดวงตาซึ่งคงจะสวยไม่แพ้รูปร่างส่วนอื่นๆ ของหล่อนถูกซ่อนไว้ภายใต้แว่นกันแดดราคาแพง หล่อนมีเส้นผมยาวสลวยซึ่งบัดนี้ถูกมัดรวบขึ้นเป็นหางม้า อวดลำคอเชิดระหงให้เด่นชัด ดูสง่าดั่งนางพญา หล่อนกวาดสายตาไปทั่วร้านคล้ายอยากจะหาใครสักคน และเพียงไม่นานก็พบ อชิระลุกขึ้นยืนโบกมือต้อนรับ

“ทางนี้ครับ รส”

ริมฝากสวยเปิดยิ้มหวาน หล่อนถอดแว่นกันแดดออก และตรงเข้าไปหาคู่นัดทันที ถึงตรงนี้วิวาห์ซึ่งคอยสังเกตสถานการณ์อยู่เงียบๆ เกือบจะสำลักกาแฟออกมา เมื่อคู่หนุ่มสาวจูบทักทายกันอย่างดูดดื่มโดยไม่อายสายตาใคร

นัยน์ตาของวิวาห์พราวระยับรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ล่ะของจริง เอาล่ะสิ ไม่นึกเลยว่า นางร้ายจะมีตัวตนจริงกับเขาด้วย แถมโผล่มาเร็วกว่าที่คิด

“รสคิดถึงคุณจังเลยค่ะ”

“เหมือนกันครับ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้คู่ควงอย่างสุภาพบุรุษ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ ที่รสสละเวลามาเที่ยวกับผมวันนี้ได้  เพราะใครๆ ก็รู้ว่านางแบบสุดฮอทคนนี้ตารางงานแน่นเอี๊ยดแค่ไหน จริงไหมครับ”

รสรินป้องปากหัวเราะ ตีไหล่คู่นัดเบาๆ อย่างหยอกล้อ

“ต๊าย คุณอชิระล่ะก็ชมเกินไปแล้ว ฮอทเฮิทอะไรกันล่ะคะ รสก็แค่นางแบบโนเนมคนหนึ่งเท่านั้นเอง”

“ไม่จริงล่ะมั้งครับ ตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อรสรินหรอก ว่าแต่วันนี้ไม่มีงานเหรอครับ”

“ตอนเย็น มีออกงานอีเวนท์ค่ะ ส่วนพรุ่งนี้ก็มีเดินแบบแต่เช้า”

“ว้า น่าเสียดาย” นัยน์ตาของอชิระแวววาวอย่างมีความหมาย ริมฝีปากเคลือบรอยยิ้มหวานชนิดที่สาวใดก็ไม่อาจปฏิเสธได้ “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ คุณคงไม่มีเวลาให้ผม”

“ใครว่าล่ะคะ ต่อให้ยุ่งยังไง รสก็มีเวลาให้คุณ” รสรินเผยอยิ้มยั่วยวน ท่อนขาเรียวยาวซุกซนของหล่อนเริ่มไล้ขาคู่เดตอย่างเชิญชวนจากใต้โต๊ะ ดูจากสีหน้าของอชิระตอนนี้แล้ว ถึงไม่ได้ออกปาก แต่เขาคงจะชอบแม่สาวร้อนแรงคนนี้ไม่น้อย

“ไปเปิดห้องซะไป๊”

 วิวาห์เบ้ปาก กลางวันแสกๆ ยังจะมานัวเนียกันได้ไม่อายชาวบ้านชาวช่อง นี่เธอคิดถูกหรือเปล่านะที่ตกลงรับงานนี้ การทำให้เพลย์บอยสุดกะล่อนตกหลุมให้ได้ว่าหินแล้ว นี่ยังจะมีสาวฮอทมาเป็นคู่แข่งอีก เปอร์เซนต์ความโหดยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

รสรินและอชิระหัวร่อต่อกระซิกกันต่อเพียงไม่นาน ก็โอบเอวกันออกไปจากร้าน คราวนี้วิวาห์ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ตามพวกเขาไป เพราะรู้ดีว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน เธอไม่นึกอยากจะไปแอบอยู่ใต้เตียงใครเสียด้วย จึงตัดสินใจจะกลับบ้าน นอกจากกาแฟกว่าสิบถ้วยที่ดื่มเข้าไปแล้ว วันนี้เธอไม่ได้อะไรกลับไปสักอย่าง สถานการณ์สร้าง พรหมลิขิต ล้มเหลวไม่เป็นท่า

“ทั้งหมดเท่าไร” เธอถามราคาค่าเครื่องดื่ม แต่แล้วพนักงานก็ทำให้เธอประหลาดใจด้วยการบอกว่า

“มีคนจ่ายค่าเครื่องดื่มให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ”

คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างมีคำถาม

 “ว่าไงนะ ใครเป็นคนจ่าย”

“คุณผู้ชายโต๊ะนั้นเป็นคนจ่ายให้คุณครับ”

หญิงสาวหน้าตึงทันทีที่รู้ว่าโต๊ะดังกล่าวเคยเป็นของใครหน็อยแน่ เจ้าหมอนั่น!

 

 

“ตกลงว่าอชิระเป็นคนจ่ายค่ากาแฟให้แกใช่ไหม” พาทิศเอ่ยถาม หลังจากที่วิวาห์กลับมาบ้านด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนฟัง “ถ้าเขาจ่ายให้ แสดงว่าเขามองเห็นแกสิ แล้วมันไม่ดียังไง”

“ดีกับผีสิวะ เจ้าบ้านั่นมองเห็นฉันตั้งแต่แรก แต่จงใจทำเมินใส่ฉัน” อดีตวิศวกรสาวพูดอย่างเคียดแค้น “ฉันรึอุตส่าห์นั่งรอจนตูดแทบด้าน หมดทั้งเงินทั้งเวลา เพื่อจะแกล้งเจอกันโดยบังเอิญ ฉันต้องดื่มลาเต้ไปไม่รู้กี่แก้ว จนท้องไส้ฉันปั่นป่วนไปหมดแล้วเพื่ออะไร เพื่อให้เจ้าอชิระเห็นฉันเป็นตัวตลกงั้นเหรอ นี่มันหยามกันชัดๆ”

เสียงของเธอที่ตะโกนออกมาด้วยความคับแค้นคงจะดังมากไปหน่อย จนทำให้เหล่าน้องชายซึ่งนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นและร้องไห้จ้า ลำบากพีรเดชต้องไปปลอบกอดอยู่พักใหญ่ เพียงไม่นานทั้งคู่ก็เงียบเสียงร้องไห้ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ช่างมีพรสวรรค์จริงๆ

“อืม ใจเย็นก่อนเถอะค่ะ” พีรเดชปรามเพื่อนให้สงบลง “เท่าที่ฟังๆ ดู บางทีอชิระอาจจะยังโกรธวา เพราะเรื่องในไนต์คลับตอนนั้นก็ได้ก็เลยทำเมินใส่ ถ้าวายอมไปขอโทษเขาซะ อะไรๆ มันคงดีขึ้น”

“ขอโทษเหรอ ฉันเนี่ยนะ” มุมปากของผู้ฟังกระตุกอย่างตึงเครียด “ฉันควรจะขอโทษพ่อเทพบุตรที่ชอบเอามือมายุ่มย่ามกับก้นฉันงั้นสิ”

“เฮ้ย ฉันรู้นะว่าแกอึดอัดใจกับเรื่องนี้ แต่ถ้าแกไม่ยอมทำ มันก็ยากที่จะสานต่อความสัมพันธ์ จริงอย่างที่ไอ้พีมันว่าแหละ แกก็แสบ ทำเขาขายหน้าไว้เยอะ ดังนั้นถ้าลองไปขอโทษสักครั้ง เขาอาจจะยอมให้อภัยและเปิดใจกับแกมากขึ้นก็ได้”

วิวาห์สบตาเพื่อนทั้งสองอย่างครุ่นคิด และแล้วก็พยักหน้าอย่างขุ่นใจ วิธีนี้อาจไม่ใช่วิธีที่น่าปลื้มนัก เธอไม่รู้ว่าทำไมกวินถึงได้ตัดสินใจเลือกเธอ ทั้งที่เธอเป็นโจทก์เก่ากับอชิระ แต่เอาเถอะ หากการขอโทษมันจะช่วยให้หนทางสู่เงินสิบล้านใกล้เข้ามา เธอจะยอมหลับหูหลับตาลองดูสักครั้งก็ได้

 

 

นานหลายชั่วโมงแล้วที่องอาจนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโต ยิ่งนานวันของเขาก็ยิ่งมีชื่อเสียง ข้อดีของการเป็นที่รู้จักก็คือ มีงานมากมายเข้ามาให้ทำตลอด แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนแต่ละครั้ง เขาในฐานะประธานบริษัทกลับต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจไปไม่น้อย ยิ่งอายุมากขึ้น ข้อจำกัดในการทำงานก็มากขึ้นตามไปด้วย เขาเกลียดที่จะต้องยอมรับความจริงที่ว่า ยิ่งเขาทำงานหนักมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ เขาไม่แน่ใจว่าจะทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน นานพอที่บุตรชายจะคิดได้ และมาสืบสานกิจการของพ่อแม่ต่อหรือเปล่า นานพอที่จะได้เห็นลูกชายเหลวไหลผู้นี้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเหมือนคนอื่นๆ หรือเปล่า บางทีเขาอาจไม่โชคดีขนาดนั้น

“ท่านครับ!” ยิ่งยศร้องอย่างตกใจ เขาแทบจะทำถาดอาหารว่างหล่น เมื่อเห็นเจ้านายล้มอยู่ในห้อง องอาจหอบหายใจถี่ เหงื่อแตกพลั่กเต็มใบหน้า มือกำแน่นอยู่บนหน้าอกราวกับสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้อย่างที่สุด

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว” ผู้เป็นนายพึมพำอย่างอ่อนแรง สูดหายใจเข้าลึกยาวขณะถูกพยุงขึ้นมา ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายผ่านพ้นไปอีกครั้ง พอได้รับยาเข้าไป อาการของโรคประจำตัวก็ทุเลาลงชั่วคราว โรคหัวใจก็อย่างนี้พอเผลอโหมงานหนักเกินขีดจำกัดก็มักจะกำเริบเสียทุกที “ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาก ขอบใจนะ ยศ”

“ท่านควรจะเข้ารับการผ่าตัดตามที่คุณหมอแนะนำสักทีนะครับ ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้” ท่านประธานส่ายหน้า ตอบปฏิเสธอย่างที่เคยทำเสมอ “ถ้าจะเข้ารับการรักษา ฉันคงต้องนอนพักตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานแน่ แกก็รู้ว่าฉันยังทิ้งงานที่บริษัทไปไม่ได้ มีเรื่องให้ฉันรับผิดชอบอีกเยอะ”

ใบหน้าของลูกน้องฉายแวววิตกกังวล หลายครั้งที่เขาเกือบจะเสียท่านไป แต่ก็นั่นล่ะเทพธิดาแห่งโชคชะตายังมีเมตตาอยู่ แต่เขาไม่รู้ว่าความเมตตานี้จะหมดลงเมื่อใด

“ท่านไม่คิดหรือครับว่า บางทีคุณอชิระควรจะรับรู้เรื่องนี้ด้วย” อชิระไม่เคยรู้เรื่องอาการป่วยของบิดาเพราะคุณท่านไม่เคยยอมปริปากใดๆ ทั้งนั้น ใครจะไปคาดถึงล่ะว่าบิดาที่ต้องรบราฟาดฟันกันเกือบทุกวันไม่ได้แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น

“ไม่ เจ้าอชิระต้องไม่รู้เรื่องนี้ ห้ามบอกเขาเด็ดขาด”

“แต่ว่า

“ฉันยังไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก ดังนั้นห้ามบอกเรื่องนี้กับลูกชายของฉัน เข้าใจไหม ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น”

ยิ่งยศถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะรับคำสั้นๆ และขอตัวออกไปจากห้อง พอลูกน้องลับหายไปแล้ว องอาจจึงพยุงร่างกลับมาสะสางงานต่ออีกครั้ง ต่อให้พยายามทำเป็นว่า ไม่เป็นอะไร แต่ความจริงที่ว่าหลายครั้งเขาเฉียดเข้าใกล้พญามัจจุราชมากแค่ไหนนั้น ทำให้เขาอดเป็นห่วงบุตรชายไม่ได้ ก่อนจะตายเขาอยากจะเห็นความสำเร็จของอชิระสักอย่าง ถ้าไม่ใช่ด้วยเรื่องหน้าที่การงาน อย่างน้อยก็ขอเป็นเรื่องครอบครัว เขาอยากจะให้ลูกได้ลงเอยกับผู้หญิงที่ดีสักคน

“ฮัลโหล คุณหญิงดารณีหรือครับ ไม่ได้คุยกันเสียนานเลย นี่ผมองอาจ” เขากรอกเสียงลงกับโทรศัพท์ คุยกับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่อย่างออกรส

“ครับ ผมสบายดีครับ เจ้าอชิระก็สบายดีเหมือนกัน ไหนๆ พวกเราก็ไม่ได้พบกันนาน เราน่าจะหาเวลาไปทานอาหารด้วยกันสักมื้อเป็นไงครับ อ้อ! ชวนหนูอิงฟ้ามาด้วยก็ได้ เจ้าอชิระมันคงดีใจที่จะได้มีเพื่อนคุย”

 

วิวาห์รู้ซึ้งถึงคำว่า อยากตายก็คราวนี้ การขอโทษอชิระไม่ใช่งานหมูๆ เลย สู้ให้เธอไปพูดกับลิงชิมแปนซียังจะพอมีหวังเสียกว่า เจ้าเพลย์บอยงี่เง่านั่นไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้พูดด้วยเลยสักครั้ง ตลอดทั้งวันเธอต้องเหนื่อยกับการไล่ตามเขาไปทั่วกรุงเทพตั้งแต่สนามกอล์ฟยันบาร์เปลือย ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามทำเหมือนเธอเป็นอากาศซึ่งไม่มีตัวตน

“พยายามหน่อยครับ ผมรู้ว่าคุณทำได้”

กวินมาพบและให้กำลังใจเธอเป็นระยะ ส่วนใหญ่แล้วมาเพื่อแจ้งข่าวคราวความคืบหน้าของเป้าหมาย แต่ก็มีไม่น้อยที่เพียงแวะมาทักทายเธอและน้องเฉยๆ ดูท่าทางเขาจะชอบเด็กๆ มาก เพราะมักจะมีของฝากเป็นขนมและของเล่นมาให้เจ้าวิคกับเจ้าวินอย่างสม่ำเสมอ ในไม่ช้ากวินก็สามารถขโมยความนิยมชมชอบของเหล่าน้องๆ เธอได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งนั่นทำให้พาทิศกับพีรเดชหัวเสียสุดๆ ที่ถูกขโมยซีน

“หมอนั่นไม่เปิดโอกาสให้ฉันพูดอะไรเลย เขาคงเกลียดขี้หน้าฉันมากๆ พอกับที่ฉันเกลียดเขานั่นล่ะ ไหนจะสาวๆ ที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาด้วย ฉันไม่แน่ใจว่าจะทำแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน”

กวินฟังเสียงบ่นของหญิงสาวแล้วก็คลายยิ้ม เขายื่นบัตรเล็กๆ ใบหนึ่งให้เธอ..บัตรสมาชิกวีไอพีของฟิตเนสแห่งหนึ่ง

“ที่คุณต้องการก็แค่เวลาเป็นส่วนตัว อชิระจะไปฟิตเนสในตอนเย็น สัปดาห์ละสองครั้ง มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่เขาจะอยู่ตามลำพัง ดังนั้นคุณต้องพยายามใช้เวลาส่วนนี้ให้เป็นประโยชน์ สู้เค้านะครับ”

 

 

ร่างสูงก้าวเข้ามาในฟิตเนสหรู เขาเคยชินเสียแล้วกับการที่ต้องถูกสาวน้อยสาวใหญ่ผู้รักสุขภาพจ้องมองตาไม่กระพริบ แต่ในเมื่อการออกกำลังกายเป็นช่วงเวลาเดียวที่เขาจะได้พักผ่อนและอยู่กับตัวเองสักพัก เขาจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่เข้าไปหา เพียงแต่บริจาครอยยิ้มพอเป็นพิธีให้แก่สาวๆ ผู้ขาดแคลนเท่านั้น กระนั้นเลยมันก็น่ารำคาญอยู่บ้าง ที่มักจะมีเบอร์โทรศัพท์แนบอยู่ตามผ้าขนหนู ขวดน้ำ หรือแม้แต่ตู้ล็อคเกอร์ ซึ่งนั่นคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เหล่าชายหนุ่มในฟิตเนสต่างพากันจ้องมองเขาด้วยสายตาเกลียดชัง

อชิระชอบออกกำลังกายบนลู่วิ่งเป็นพิเศษ การได้วิ่งอย่างต่อเนื่องทำให้รู้สึกดี มันทำให้เขามีเวลาอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนสิ่งต่างๆ และเมื่อการวิ่งนั้นจบลง เขาจะรู้สึกปลอดโปร่งอย่างน่ามหัศจรรย์ เหมือนกับว่าได้ละทิ้งเรื่องทุกอย่างไปกับเหงื่อที่เสียไป

ชายหนุ่มชำเลืองมองด้วยหางตา ร่างโปร่งบางคุ้นตากำลังตามติดเขาเข้ามาในฟิตเนสอีกเช่นเคย ริมฝีปากของเขาหยักยิ้มโดยอัตโนมัติ เมื่อสาวเจ้ากระโดดมาใช้ลู่วิ่งเครื่องติดกัน ดูท่าจะยังไม่ยอมแพ้แฮะ

เหนื่อยหน่อยนะยายตัวแสบ เขานึกอย่างสาใจ หยิบเอาเครื่องฟังเพลงแบบพกพาขึ้นมาเสียบหู ก่อนจะกระโดดขึ้นลู่วิ่ง โดยไม่สนใจฟังเสียงสนทนาใดๆ จากหญิงสาวผู้มาใหม่นั้นเลย อันที่จริงเขาทำเหมือนเธอเป็นผีไร้ตัวตนด้วยซ้ำ ซึ่งก็ฟังดูสมเหตุสมผลดีแล้ว สำหรับผู้ที่ทุ่มเขาจนหลังเกือบหักต่อหน้าธารกำนัล

“เอ่อนี่คุณ” วิวาห์เริ่มต้น เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเธอแค่ไหน เธอจึงกล่าวด้วยเสียงค่อนข้างดัง “เรื่องในไนต์คลับ คุณยังโกรธอยู่ใช่ไหม ทำไมเราไม่คุยกันให้เข้าใจซะล่ะ”

ดวงตาคมยังคงจ้องมองไปข้างหน้า เพ่งสมาธิกับการวิ่งอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

“เอาล่ะ ฉันยอมรับก็ได้ว่า ฉันผิดที่ทำร้ายคุณ แต่อย่าลืมสิว่า คุณเองก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน ทำไมไม่ลองคิดทบทวนพฤติกรรมของตัวเองให้ดี คุณนั่นล่ะตัวปัญหา ถ้าไม่ใช่เพราะความวิปิริตของคุณ มันจะเกิดเรื่องไหม”

อชิระส่งเสียงคำรามในคอไม่รู้ว่ากำลังฮัมเพลงหรือไม่พอใจกันแน่ เขาเอื้อมมือไปปรับโหมดการวิ่งให้เร็วมากขึ้น

“โอเค ฟังนะ” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกยาวเพื่อรวบรวมสติ เธอเกือบจะลืมตัวแล้วว่ามาขอโทษไม่ใช่มาเปิดศึกอีกรอบ “เราอาจจะเริ่มต้นกันด้วยฉากไม่น่าประทับใจเท่าไร แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ฉันคงไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้ ยังไงก็ตามเรายังแก้ไขปัจจุบันได้ไม่ใช่เหรอ คงจะไม่ยากเกินไปหรอก ถ้าเราเอ่อจะเริ่มต้นกันใหม่น่ะ”

คำขอโทษของเธอคงฟังไม่จับใจผู้ฟังเท่าไร เห็นได้จากสีหน้าเรียบเฉยของเขา

 โธ่เอ๊ย ทำเป็นเต๊ะอยู่ได้

คล้ายจะทนต่อไปไม่ไหว วิวาห์ตัดสินใจกระชากเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาออกจากหูของอีกฝ่ายอย่างแรงจนมันแทบจะหลุดติดมือเธอมา คราวนี้ได้ผลดวงตาเข้มๆ ของชายหนุ่มตวัดมาที่เธออย่างเอาเรื่อง

“ทำบ้าอะไรของคุณ”

“คนอุตส่าห์มาขอโทษ หัดให้ความสนใจซะบ้างสิ”

“ขอโทษเรอะ” ชายหนุ่มทวนคำอย่างนึกขัน กระโดดลงจากลู่วิ่ง เพื่อพักดื่มน้ำ “นั่นน่ะเหรอคำขอโทษ ฟังดูไม่เหมือนสักนิด ไม่มีใครเขามาขอโทษกัน ด้วยการด่าอีกฝ่ายว่าวิปริตหรอกนะ”

“ฉันทำดีที่สุดแล้ว คุณจะเอายังไงกับฉันอีก”

“ไม่เอายังไงหรอก คุณแค่เลิกเป็นเงาตามตัวผมไปทั่วทุกที่ก็พอ”

“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” วิวาห์ยักไหล่ “ฉันต้องตามคุณต่อไป”

อชิระลดขวดน้ำในมือลง ดวงตาคู่คมจ้องนิ่งมายังใบหน้าของเธอราวกับอยากค้นหาคำตอบบางอย่าง

“ถามจริงเถอะ คุณชอบผมเหรอ”

พอถามกันตรงๆ แบบนี้ คนถูกถามก็ไปไม่เป็น คร้านจะตอบว่า รอไปอีกสิบชาติเถอะ เจ้าคนหลงตัวเอง ก็กระไรอยู่ ดังนั้นเธอจึงเลี่ยงตอบ

“ฉันแค่คิดว่า บางทีเราน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้”

“เพื่อน หึหึ คุณคิดว่าผมโง่นักหรือไง” ชายหนุ่มหัวเราะแหบห้าว เขาจะไว้ใจเธอได้อย่างไร ในเมื่อเขายังไม่รู้แน่ชัดด้วยซ้ำว่า เธอเป็นใคร

เธอเป็นคุณหนูขวางโลกที่ชอบมีปัญหากับครอบครัวเลยประชดชีวิตด้วยการเป็นสาวเสิร์ฟ และเธอหวังผูกมิตรตามที่เธอพยายามเล่า

หรือเป็นแค่สาวเสิร์ฟจอมละโมบตัวจริงซึ่งเข้ามาเพื่อหวังฉกเงินจากเขากันแน่ เขาเองก็ยังไม่แน่ใจทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เขาแน่ใจก็คือ ฉากเริ่มต้นที่ไม่น่าประทับใจในคลับ

 “คราวก่อนคุณพยายามฆ่าผม แต่มาตอนนี้คุณกลับตามติดผมไปทั่วและต้องการจะเป็นเพื่อนกับผม คุณจะให้ผมคิดยังไง”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันมาที่นี่ยังไงล่ะ ฉันมาเพื่อขอโทษ

“ผมไม่ต้องการคำขอโทษจากคนที่ไว้ใจไม่ได้แบบคุณ ดังนั้นกลับไปซะ”

ใจแคบวิวาห์ทำปากขมุบขมิบ ราวกับเดาออกว่าเธอพูดอะไร ดวงตาสีนิลตวัดมองมาที่เธออย่างน่ากลัว แต่อย่างว่าล่ะ วิวาห์ไม่ได้รู้สึกกลัวอย่างที่ควรจะเป็น เธอจ้องตากลับด้วยความท้าทาย ไม่เคยมีใครกล้ามองเขาอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้มาก่อน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกขัดใจอยู่มากทีเดียว แต่ก่อนจะได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่ใกล้ๆ ก็ดังขึ้นเสียก่อน

อชิระสงบศึกชั่วคราวก่อนจะกดรับสาย บิดาของเขานั่นเอง...องอาจเพิ่งจะโทรมาบอกว่า เขาต้องไปกินข้าวกับใครหนึ่ง แขกของพ่อ คุณหญิงอะไรสักอย่าง ฟังดูไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไร แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะบิดายกเรื่องยึดรถยนต์มาขู่อีกแล้ว จึงจำใจต้องไปพบแขกดังกล่าว แม้ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงต้องพบแขกผู้ใหญ่ท่านนี้ด้วยก็ตามที

“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ ลงไปจากรถผมเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่าจะมี ใครเป็นจอมตื๊อถึงเพียงนี้ เขาเพิ่งจะอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเสร็จ เตรียมตัวออกจากฟิตเนส เดินทางไปตามนัดของบิดา แต่วิวาห์กลับตามกระโดดขึ้นรถเขามาด้วยอย่างหน้าตาเฉย

“ฉันไม่ได้เอารถมา”

ความจริงคือ ไม่มีรถจะให้เอามา วิวาห์กล่าวเสียงเรียบ ไม่ได้มีท่าทีเคอะเขินเลยที่จะนั่งอยู่ในรถยนต์คันหรูที่เจ้าของไม่ต้อนรับ

“เพราะงั้นคุณช่วยขับไปส่งฉันที่ถนนด้วย” เธอเอ่ยชื่อถนนสายหนึ่งซึ่งไม่ได้ห่างไกลจากจุดนัดพบที่เขากำลังจะไปนัก แต่อย่างว่าล่ะ มันก็ไม่ช่วยให้เขาอารมณ์เสียน้อยลงเสียเมื่อไร

“ผมไม่ใช่แท็กซี่ ทำไมต้องไปส่งคุณด้วย ลงไปซะ ผมต้องรีบไปธุระ”

“อืม งั้นก็ไปทำธุระคุณให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปส่งฉันทีหลัง เพราะยังไงเราก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว ค่าน้ำมันมันแพง ใช้ให้คุ้มหน่อย”

“ว่าไงนะ” อชิระถลึงตามองอย่างไม่ชอบใจ ต่อให้ค่าน้ำมันแพงแค่ไหน แต่เขายินดีจะจ่าย ขอเพียงไม่ต้องร่วมเดินทางไปกับพวกชอบตื๊อ อยากจะตอบกลับไปแบบนี้เหลือเกิน แต่ก็ป่วยการเพราะรู้ดีว่า วิวาห์จะไม่ยอมฟัง ตลอดสัปดาห์มานี้เขาเองก็เห็นกับตาแล้ว เธอจะไม่ย่อมปล่อยจนกว่าเขาจะสติแตกกันไปข้าง

“ตามใจ อยากจะทำอะไรก็ทำ” เขาสรุปอย่างขุ่นเคือง ขณะทะยานรถออกไปตามถนนใหญ่ ฝ่าการจราจรอันคับคั่งตรงไปยังจุดนัดพบ

เอาสิ คิดจะตามไปให้ตลอดก็ให้มันรู้ไป สักวันเธอต้องเสียใจแน่ที่คิดจะเล่นกับคนอย่างเขาอชิระคิดอย่างหมายมาด

 

 

สถานที่นัดพบเป็นภัตตาคารฝรั่งเศสหรูหราแห่งหนึ่ง เป็นร้านชื่อดังที่เหล่าเศรษฐีผู้มั่งมีนิยมมาพบปะสังสรรค์กัน หากใครคิดจะมารับประทาน นอกจากจะต้องกระเป๋าหนัก ยังต้องทำการจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ อีกด้วย คุณหญิงดารณีคงจะเป็นแขกคนสำคัญ พ่อของเขาจึงยอมจ่ายเงินไปมากโขเพื่อจะได้คิวในภัตตาคาร ซึ่งก็ต้องขอบคุณล่ะนะ ที่ภัตตาคารแห่งนี้คุมเข้มเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า คนภายนอกซึ่งไม่ได้จองคิวเอาไว้จึงไม่สามารถเข้ามาในร้านได้

อชิระปรายตามองวิวาห์ซึ่งเดินกลับไปกลับมาอยู่นอกภัตตาคารอย่างสะใจเล็กๆ

ขอบคุณ อำนาจแห่งเงินตราที่ทำให้เขาได้มีเวลาสงบสุขพักหนึ่ง

“นั่นไง ลูกชายผมมาแล้ว ทางนี้ อชิระ”

ชายหนุ่มตรงไปยังโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งบิดาของเขานั่งอยู่กับหญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมเรียบร้อยสมกับผู้มีสกุล

“นี่คุณหญิงดารณี”

“สวัสดีครับ” เขายกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงกับโต๊ะข้างบิดา หญิงคนนั้นรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม คุณหญิงดารณีพินิจมองเขาด้วยสายตาเอ็นดู

“ไหว้พระเถอะหลาน ไม่ได้พบกันเสียนาน โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่ หล่อเหลาไม่เบานะเรา ว่าแต่จำป้าได้ไหม” เหมือนจะเดาจากคำขอโทษของอีกฝ่ายได้ คุณหญิงดารณีหัวเราะเบาๆ “จำไม่ได้สินะ ไม่เป็นไรหรอก ป้าเข้าใจเพราะครั้งสุดท้ายที่เจอกันเธอก็ยังเด็กมาก”

“คุณหญิงดารณีกับครอบครัวย้ายไปต่างประเทศหลายปีแล้ว เพิ่งกลับมาไทยได้ไม่นานนี่เอง พ่อเลยนัดมาพบปะกันเสียหน่อย คุณหญิงเป็นเพื่อนกับแม่ของแกน่ะ แต่ก่อนไปมาหาสู่กันบ่อย ตอนเด็กๆ แกยังชอบเรียกคุณหญิงว่า คุณป้าไม่ขาดปากเลย” องอาจเอ่ยเสริมเพื่อช่วยให้บุตรชายระลึกความทรงจำขึ้นมาได้

คุณหญิงดารณียิ้มอ่อนโยน

“ใช่แล้ว นึกแล้วก็หวนนึกถึงความหลัง ก่อนที่เราจะย้ายไปต่างประเทศเธอกับยายอิงฟ้าสนิทกันมาก ชอบเล่นด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้จะจำได้ไหม”

“อิงฟ้าเหรอครับ” ชายหนุ่มทวนคำ ชื่อ อิงฟ้าดูจะคุ้นหูอชิระอยู่บ้าง เขาใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการเค้นความทรงจำ และแล้วก็นึกออก

อ้อยายเด็กผู้หญิงขี้เหร่ ทั้งอ้วนทั้งดำ แถมขี้แยอีกต่างหาก แต่ก่อนเธอชอบติดสอยห้อยตามคุณหญิงดารณีมาบ้านเขาบ่อยๆ

“อ๋อ ผมจำได้แล้วครับ อิงฟ้า ลูกสาวของคุณป้า” เขาเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกอีกฝ่ายใหม่ เมื่อระลึกเรื่องในอดีตออก “ไม่ได้เจอกันซะนาน ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้างครับ”

“ยายหนูสบายดี ยังชอบเล่นดนตรีเหมือนเดิมนั่นแหละ”

“จริงด้วย ผมจำได้ว่าอิงฟ้าชอบเล่นดนตรี โดยเฉพาะไวโอลิน เธอเล่นเก่งมาก”

“นับว่าความจำยังดี” องอาจหัวเราะในคอ ดูพอใจที่บุตรชายจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ได้ พอเห็นสายตาพริบพราวของบิดาเท่านั้นล่ะ อชิระก็แทบเดาออกในทันทีถึงสาเหตุของการนัดพบวันนี้ อย่าบอกนะว่า พ่อคิดจะจับคู่เขากับยัยเด็กขี้เหร่คนนั้น

 โอ้ ไม่นะ ฝันร้ายมาเยือน

สถานการณ์ดูไม่ดีเท่าไร เพลย์บอยหนุ่มเตรียมจะหาทางหนีทีไล่ ด้วยการอ้างธุระด่วนและขอตัวออกมา อย่างไรก็ตาม บิดาเขากลับรู้ทัน ยึดแขนเขาไว้แน่น บังคับให้นั่งลงตามเดิม

“จะรีบไปไหน แกยังไม่ได้เจอหนูอิงฟ้าเลย นั่งต่ออีกสักพักสิ”

อชิระกำลังจะหาเหตุผลดีๆ มาโต้แย้ง ก็พอดีที่คุณหญิงดารณีร้องเรียกและกวักมือเรียกใครบางคนซึ่งเพิ่งจะเดินเข้ามาในภัตตาคาร

“อ๊ะ ยายหนูมาพอดีเลย ทางนี้จ้ะลูก”

แวบแรกที่มองเห็นร่างบอบบางนั้น อชิระคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป ภาพที่เขาจินตนาการไว้ก็คือ เด็กผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่คนหนึ่งที่คลั่งไคล้เรื่องดนตรี ตอนนี้เธออาจจะเติบโตกลายเป็นหญิงสาวอัปลักษณ์ ตัวโตเป็นหยักปักหลั่นเดินกอดไวโอลินด้วยท่าทีเคลิ้มฝันเข้ามา แต่เขาคิดผิดหมด หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่ได้มีอะไรใกล้เคียงกับภาพในจินตนาการเลยสักนิด เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เขาชอบที่สุด

ใบหน้าของเธอขาวผุดผ่องเจิดจรัสราวกับแสงจันทร์ในยามค่ำคืน ดวงหน้าจิ้มลิ้มล้อมกรอบด้วยเส้นผมยาวสลวยอย่างเป็นธรรมชาติ เธอมีรูปร่างเล็กบางดูราวกับตุ๊กตาน่าทะทุถนอม มือข้างหนึ่งหิ้วกระเป๋าบรรจุเครื่องดนตรีแสนรักมาด้วย เธอวางมันลงบนเก้าอี้ข้างตัว สวัสดีบิดาของเขาอย่างนบน้อม ก่อนจะหันมายิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มอ่อนหวานที่ทำให้แทบหยุดหายใจทีเดียว

“สวัสดีค่ะ พี่อชิระ ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีไหมคะ” อิงฟ้าทักทายพร้อมยื่นมือนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมมาสัมผัสมือมือของเขา อชิระได้แต่นั่งบื้อใบ้ไปชั่วขณะ จ้องมองผู้มาใหม่ตาไม่กระพริบราวกับถูกมนต์สะกด แวบหนึ่งที่เขารู้สึกว่า ไอเดียจับคู่ของบิดาครั้งนี้ก็ดูไม่เลว

คงจะเพราะมัวคุยกันอย่างออกรสกับ นางฟ้ามากไปหน่อย เขาจึงไม่ได้สังเกตนางปิศาจซึ่งยืนอยู่นอกภัตตาคารเลยว่ามีปฏิกิริยาเช่นไร วิวาห์มองผ่านกระจกใสเข้ามาในร้าน เธอกำลังนึกหัวเสียคูณสอง เพราะมีหญิงสาวอีกคนโผล่เข้ามาในชีวิตของเป้าหมายอีกแล้ว แถมคราวนี้ฝ่ายครอบครัวดูจะเป็นใจในการคบหากันอย่างเปิดเผยอีกด้วย

คนหนึ่งก็สาวสุดเซ็กซี่ อีกคนก็สาวหวานน่ารัก เฮ้อแบบนี้หนทางในการคว้าเงินสิบล้านก็ยากมากขึ้นน่ะสิ วิวาห์คิดอย่างสุดเซ็ง จ้องมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวซึ่งกำลังสาธิตวิธีการสีไวโอลินให้ทุกคนดูอยู่พักหนึ่ง เธอกำลังคิดหาคำตอบอยู่ว่า เหตุใดผู้หญิงคนนั้นจึงได้คุ้นตาเธอนัก และแล้วก็พบคำตอบเมื่อแม่สาวนักดนตรีหันหน้ามาทางนี้

ดวงตาของวิวาห์เบิกโตขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

“น้องอิงฟ้า!

อิงฟ้ารุ่นน้องและอดีตแฟนสาวของพีรเดชนั่นเอง



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 8 : บทที่ 6: ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5730 , โพส : 19 , Rating : 78% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 19 : ความคิดเห็นที่ 240
โอ๊ะๆๆๆ คงได้ผู้ช่วยแล้ว
PS.  ติดใจจีงเข้ามาทักทาย ตินิดเพราะรักเธอ
Name : nunpanu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunpanu [ IP : 171.98.104.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ธันวาคม 2555 / 18:42
# 18 : ความคิดเห็นที่ 158
โอะ คนกันเองนี่เอง ฮา
PS.  เคยไหม…? ที่เจ็บปวดจนแม้แต่น้ำตาก็ไม่อาจหลั่งริน เคยไหม…? ที่จะค้นหาความสุขด้วยหัวใจที่แตกร้าว
Name : Azalea (อาซาเลีย) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Azalea (อาซาเลีย) [ IP : 115.67.103.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 21:40
# 17 : ความคิดเห็นที่ 94
อิงฟ้าแสดงตัวแล้ว
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2555 / 10:11
# 16 : ความคิดเห็นที่ 93
รอติดตามต่อค่ะ
PS.  
Name : pimpim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpim [ IP : 58.9.208.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2555 / 21:54
# 15 : ความคิดเห็นที่ 92
เอาไง ต่อละนิ

= ="
PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์คร่าาาา V( = . < )V
Name : MooGaM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MooGaM [ IP : 27.55.0.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2555 / 18:33
# 14 : ความคิดเห็นที่ 91
โลกกลมจัง ^^
PS.  
Name : ✖ bAzzA✖ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ✖ bAzzA✖ [ IP : 223.206.185.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2555 / 17:01
# 13 : ความคิดเห็นที่ 89
วิวาห์สู้ๆ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.35.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2555 / 11:19
# 12 : ความคิดเห็นที่ 88
วิวาห์สู้ๆ นะ ทำให้ได้ค่ะ
PS.   สิ่งที่ดีและสวยงามที่สุดในโลก มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่จะรู้สึกได้จากหัวใจ
Name : ผีน้อยชิชา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผีน้อยชิชา [ IP : 183.89.248.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2555 / 15:14
# 11 : ความคิดเห็นที่ 87
วิวาห์ สู้ๆ

ชอบๆ นางเอกจิงๆ  ... สมัครเปงแฟนคลับวิวาห์ 

5555
PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์คร่าาาา V( = . < )V
Name : MooGaM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MooGaM [ IP : 27.55.3.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2555 / 10:21
# 10 : ความคิดเห็นที่ 86
ฮาอ่ะค่ะ...วิวาห์คงมีนิยามประจำตัวว่า ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกล่ะซิ
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2555 / 10:09
# 9 : ความคิดเห็นที่ 84
พ่อหาคู่ให้ลูกชายแบบนี้วิวาหืก็แย่น่ะสิ  เพลย์บอยแบบนั้นไม่ปฎิเสธแน่  ย้ำอีกนิดวิวาห์ห้ามหลงรักเพลย์บอยอชิระเด็ดขาดน่ะ  วิวาห์สู้ๆ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.102.250 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2555 / 13:38
# 8 : ความคิดเห็นที่ 83
คุณพ่อจะหาคู่ให้ลูกชายเหรอค่ะเนี่ย
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2555 / 10:22
# 7 : ความคิดเห็นที่ 82
ผู้ชายรวยๆ เป็นอย่างนี้ทุกคนอ่ะเปล่าเนี่ย
วิวาห์เธอ ได้รับศึกหนักมากอ่ะ
ยังไงก็เป็นกำลังใจ สู้ ๆ
Name : สายลม [ IP : 223.207.128.251 ]

วันที่: 11 ตุลาคม 2555 / 20:25
# 6 : ความคิดเห็นที่ 81
ชอบๆนางเอก ^^
PS.  
Name : ✖ bAzzA✖ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ✖ bAzzA✖ [ IP : 223.206.188.28 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 ตุลาคม 2555 / 19:27
# 5 : ความคิดเห็นที่ 79
สนุกมากอัฟไวไวนะคะจะรออ่านคะ
Name : nuynai [ IP : 118.172.169.161 ]

วันที่: 11 ตุลาคม 2555 / 15:20
# 4 : ความคิดเห็นที่ 78
ตามมาอ่านเรื่องนี้แล้วค่ะ สนุกมาก จะติมตามอ่านต่อไปนะค่ะ
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 16:36
# 3 : ความคิดเห็นที่ 77
วิวาห์สู้ๆ  อยากให้ต่อไปกวินหลงรักวิวาห์อีกคนจัง
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.7.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 09:29
# 2 : ความคิดเห็นที่ 76
ติดตามแบบถึงใจ
Name : สายลม [ IP : 223.207.128.251 ]

วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 00:25
# 1 : ความคิดเห็นที่ 69
สู้ ๆค่ะ
Name : ytty [ IP : 1.1.132.153 ]

วันที่: 9 ตุลาคม 2555 / 22:03
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android