คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2: ข้อเสนออันเย้ายวน


     อัพเดท 15 ต.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: Romance, Comedy, ครอบครัว, มารยา, เพลย์บอย, วิวาห์, อชิระ, เด็ก, ตลก, ขบขัน, น่ารัก, ฮา, ดราม่า, เล่ห์กล
ผู้แต่ง : น ว ต า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น ว ต า
My.iD: https://my.dek-d.com/naughtyprincess
< Review/Vote > Rating : 98% [ 10 mem(s) ]
This month views : 15 Overall : 140,344
798 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 649 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 4 : บทที่ 2: ข้อเสนออันเย้ายวน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 8827 , โพส : 9 , Rating : 86% / 19 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่ 2 ข้อเสนออันเย้ายวน

บ้าน อรัญทรัพย์ตระกูลที่ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ตระกูลหนึ่งและมีประวัติความเป็นมาซึ่งน่าภาคภูมิใจ ไม่เคยเงียบเหงาเลย นับตั้งแต่ทายาทรุ่นล่าสุดถือกำเนิดขึ้นมา ในฐานะเจ้าของบ้าน ต้องขอบคุณ อชิระเจ้าลูกบังเกิดเกล้าจริงๆ ที่สรรหาเรื่องมาให้ปวดหัวมาให้ จนต้องรบรากันไม่ได้หยุดหย่อน

“เมื่อคืนกลับกี่โมง” คำถามส่ออันตรายดังขึ้นในห้องโถงกว้างใหญ่ ทำเอาผู้ที่พยายามจะย่องผ่านไปให้เงียบเชียบที่สุดสะดุ้งโหยง ยิ่งมองเห็นใบหน้าถมึงทึงของบิดาซึ่งเพิ่งจะพับหนังสือพิมพ์เก็บก็ยิ่งตระหนักถึงชะตากรรมตนเองดีนัก

“ก็ไม่ดึกเท่าไรครับ คุณพ่อ” ชายหนุ่มตอบไม่เต็มเสียงนัก ทว่าองอาจ ผู้เป็นบิดาก็ยังไม่ยอมลดละเพียงเท่านั้น เพราะรู้นิสัยลูกดีว่ากะล่อนเพียงใด เลยต้องถามย้ำเสียหน่อย

“ไม่ดึกน่ะมันกี่โมง”

“เอ่อก็คงราวๆ ห้าทุ่ม”

“ห้าทุ่ม ห้าทุ่มงั้นเรอะ นี่แน่ะ ไอ้ลูกไม่รักดี!” องอาจคว้าหนังสือพิมพ์ม้วนหนึ่งได้ก็ปาเข้าใส่ศีรษะบุตรชายอย่างแม่นยำ พลางแผดเสียงลั่น “คิดว่าฉันโง่นักหรือไง ตีสามฉันยังนั่งดูบอลอยู่เลย ไม่เห็นแม้แต่เงาหัวหมาที่ไหนโผล่มาด้วยซ้ำ”

“ผมคงจำเวลาผิดไป” อชิระยิ้มแห้งๆ หวังจะกลบเกลื่อนความผิดตนเองแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะหนังสือพิมพ์ม้วนสองลอยหวือเฉียดหูซ้ายเขาไปอย่างหวุดหวิด “เดี๋ยวก่อนครับ ที่ผมกลับช้า เพราะผมบาดเจ็บเลยไปโรงพยาบาลมา”

“คำโกหก ไม่ถือเป็นคำอธิบาย ไอ้ลูกตัวแสบ”

“คราวนี้ผมไม่ได้โกหกนะครับ” เขาพยายามอธิบาย แต่ก็ด้วยความยากลำบากเต็มที ในเมื่อการเอี้ยวตัวหลบไปมาแบบนี้ทำให้แผ่นหลังที่เจ็บอยู่แล้วพลอยเจ็บปวดหนักขึ้นไปอีก ไม่รู้เพราะเชื่อคำพูดของลูก หรือเพราะสีหน้าเหยเกเจ็บปวดของเขาเองกันแน่ที่มันชวนน่าสงสาร เลยทำให้องอาจหยุดขว้างปาสิ่งของและยอมรับฟังในที่สุด

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ยายบ้าพลังนั่นทำผมบาดเจ็บ ผมไม่รู้ว่าหลังตัวเองจะหักหรือเปล่า เลยไปโรงพยาบาลให้คุณหมอตรวจดู” 

“หมอนวดล่ะสิ” องอาจหรี่ตาอย่างรู้ทัน

“โอ๊ย คราวนี้ไม่ใช่แน่นอนครับ ถ้าไม่เชื่อ คุณพ่อลองดูที่หลังผมสิ ตอนนี้มันยังเขียวระบมอยู่เลย ไม่รู้กระดูกสันหลังเบี้ยวไปบ้างหรือเปล่า น่ากลัวจะเป็นอัมพาต”

ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเพราะลูกคนนี้กะล่อนหาตัวจับยาก มีเรื่องมาหลอกได้เสมอนั่นล่ะ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ดูท่าทางอชิระจะหัวเสียสุดขีดจริงๆ ตั้งแต่เลี้ยงมาจนโตป่านนี้ก็เพิ่งจะเคยเห็นบุตรชายอารมณ์เสียเท่านี้ครั้งแรก

เห็นอย่างนี้ก็นึกอยากเห็นหน้าแม่หนูที่จัดการเจ้าลูกตัวแสบได้อยู่หมัดช่างเข้าใจทำให้ถูกใจผู้ใหญ่เสียจริง

“ตกลงเรื่องที่เล่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม”

“จริงแท้ครับ คอยดูเถอะ ถ้าเกิดผมเป็นอัมพาตขึ้นมา ผมจะฟ้องให้เข็ด”

“อืมเหรอ” องอาจพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะคว้าที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะได้ก็ขว้างสุดแรงเกิด

“ดีเลยงั้นอย่าลืมฟ้องฉันเป็นจำเลยด้วยอีกคนนะ ไอ้ลูกเฮงซวย!

ชายหนุ่มร้องลั่นก้มตัวหลบวัตถุความเร็วสูง แต่ก็สายไปนิด เพราะแม้จะสามารถหลบหลีกได้ แต่ด้วยอารามความตกใจ ทำให้หน้าผากเขาไปฟาดเข้าเหลี่ยมมุมโต๊ะซึ่งใช้เป็นที่กำบังอย่างแรง ส่วนที่เขี่ยบุหรี่นทำจากแก้วชั้นดีนั่นบินหวือตรงไปทำลายบานกระจกตู้โชว์ทางด้านหลังแตกละเอียด

“คุณพ่อทำอะไรครับนั่น จะฆ่าผมหรือไง” เขาว่าพลางคลำหน้าผากป้อยๆ

นี่ล่ะ พ่อของเขา ขาโหดประจำบ้าน

“อย่างแกมันสมควรโดน บุญแค่ไหนแล้วที่ผู้หญิงคนนั้นไม่แจ้งความ เที่ยวทำตัวเป็นเสือผู้หญิงทุเรศๆ ทำรุ่มร่ามกับผู้หญิงไปทั่ว ฉันไม่เคยสั่งเคยสอนให้แกประพฤติตัวน่าอายแบบนี้ น่าขายหน้าจริงๆ ฮึ่ย พูดแล้วก็ของขึ้นอีก แถมสักทีดีไหม” ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะคว้าของอันตรายมาอีก แต่อชิระตะโกนห้ามเสียก่อน ไม่เช่นนั้นนักขว้างมือดีผู้นี้คงได้แสดงฝีมืออีกหนแน่

“ไม่เอาแล้วครับ คุณพ่อจะให้ผมทำอะไร ผมยอมทุกอย่าง” ชายหนุ่มตะโกนโพล่งออกไปโดยไม่ทันคิด และก็นึกเสียใจเมื่อบิดาเอ่ยประโยคถัดมา

“ทุกอย่างจริงเรอะ งั้นดีเลย แกเลิกลอยชายไร้สาระและกลับเข้าไปทำงานในบริษัทซะ”

 “โธ่ คุณพ่ออย่าทำแบบนี้สิครับ” บุตรชายโอดครวญ “ผมทำเพื่อคุณพ่อได้ทุกอย่าง เว้นอยู่สองอย่างเท่านั้นก็คือ เรื่องแต่งงานกับเข้าไปทำงานที่บริษัท”

“ถ้าแกไม่ทำงานที่บริษัทเรา แล้วแกจะออกไปทำอะไร ถ้ามีแผนอื่นที่ดีกว่านี้ก็บอกฉัน ฉันจะไม่ค้านอะไรสักคำ”

“บังเอิญผมเป็นพวกชอบวางแผนระยะยาวน่ะครับ”

ใบหนายับย่นของบิดาส่อแววอันตราย

“ยาวมากจนไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง อุตส่าห์ส่งเสียไปเรียนต่อถึงเมืองนอกเมืองนา ก็ดันทำตัวเหลวไหลเรียนไม่จบ จ้องแต่จะผลาญสมบัติตระกูลอย่างเดียว ถามจริง นอกจากเรื่องผู้หญิงแล้ว แกได้อะไรกลับมาพัฒนาบริษัทเราบ้าง”

“คุณพ่อก็ทราบไม่ใช่เหรอครับว่า ผมไม่ชอบธุรกิจแบบนี้” เป็นคำตอบที่ชายหนุ่มมักจะตอบบิดาเช่นนี้เสมอทุกครั้งที่ถูกรบเร้าให้กลับมาดูแลบริษัท ธุรกิจแบบไหน เขาจะไม่ว่าเลย

แต่นี่มันธุรกิจขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กอ่อน!

ถึงแม้ธุรกิจจะใหญ่โตเพียงใด แต่เขาก็ทำใจมารับช่วงต่อไม่ได้เสียที เพลย์บอยสุดเท่กับทารกน้ำลายยืดมันไม่ใช่ส่วนผสมซึ่งน่าลงตัวเลยสักนิด

“ถึงไม่ชอบ แต่แกก็ต้องทำ นี่เป็นธุรกิจของครอบครัวเรา สักวันพอฉันตาย แกก็ต้องมารับงานต่ออยู่ดี ดังนั้นควรจะเริ่มศึกษาไว้ตั้งแต่วันนี้”

“ตกลงที่คุณพ่อเรียกตัวผมกลับมาจากอเมริกานี่เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมครับ คุณพ่ออยากให้ผมทำอะไรไม่ทราบ ไปนั่งดูแผนการพีอาร์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปว่าซึมซับได้ดีเยี่ยมแค่ไหนอะไรแบบนี้เหรอ ไม่เอาหรอก แค่คิดก็ประสาทจะกินแล้ว”

“ถ้างั้นแกจะเอายังไง” ประมุขของบ้านทำหน้าถมึงทึง ส่อแววหงุดหงิดกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเต็มที่ “ถ้าไม่อยากทำงานในบริษัทของฉัน แกก็ต้องไปสานต่องานของแม่แก เลือกเอา”

งานของแม่นี่ล่ะอีกหนึ่งฝันร้ายสุดสยองของอชิระ มารดาของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่เขาเป็นวัยรุ่น ด้วยโรคประจำตัว ถึงแม้เขาจะไม่สนิทกับแม่มากนักเพราะเป็นลูกชายจึงรู้สึกเคอะเขินหากจะต้องใกล้ชิดมารดามากเกินไป กระนั้นเขาก็ทราบดีว่าตอนท่านมีชีวิตอยู่ ท่านทำให้บ้านอรัญทรัพย์อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความสดใสเพียงใด ท่านทำงานเป็นเวดดิ้ง ออแกไนเซอร์ เป็นผู้หญิงยุคใหม่ซึ่งฉลาดและคล่องแคล่ว ทั้งยังมีอารมณ์ขัน แม่จึงมักเป็นคนกลางทำให้บรรยายกาศการทะเลาะของเขาและพ่อเบาบางลงไปจนกลายเป็นเรื่องตลกในครอบครัวได้อย่างน่าอัศจรรย์

ครั้นพอแม่ตายไป พ่อเลยอารมณ์ร้ายมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และเขาก็ต้องเติบโตมาท่ามกลางพายุอารมณ์เหล่านั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ตั้งแต่แม่แกตาย ธุรกิจรับจัดงานแต่งงานก็ซบเซาลง ฉันเองก็ไม่ค่อยจะมีเวลาไปคุมด้วยตัวเองสักเท่าไรเพราะงานทางนี้ก็มากโขอยู่ ฉันว่าถึงเวลาแล้วมั้งที่แกควรไปดูแลต่อ อย่างน้อยนั่นก็เป็นความฝันของแม่แก”

เอาอีกแล้ว เขาเกลียดที่จะฟังคำนี้เสียจริง ความฝันของแม่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ ถึงแม้จะเป็นลูก แต่เขาไม่มีหน้าที่แบกรับความฝันของใครต่อใครเสียหน่อย

“ไม่ครับ ให้ผมตายซะดีกว่าไปเป็นเวดดิ้ง ออแกไนเซอร์” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

องอาจหัวเสียทันควัน ตวาดลั่น

“เออ งั้นก็ไปตายซะเลยสิ ฉันเองก็ไม่อยากได้ลูกชายที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบนี้หรอก!

“คุณพ่ออย่าท้าเชียวนะครับ ถ้าคุณพ่อยังบังคับผมไม่เลิกล่ะก็ ผมจะไปโดดสะพานพุทธตาย ขึ้นหน้าหนึ่งให้รู้แล้วรู้รอด”

 “ฉันไม่ได้ท้า ในเมื่อแกยืนยันว่าชีวิตนี้จะไม่ทำการทำงาน ก็ไปตายให้พ้นๆ หน้าฉันซะเถอะ อยู่ไปก็เปลืองข้าวสุก เดี๋ยวฉันจัดรถไปส่งอำนวยความสะดวกให้ เฮ้ย ไอ้ยศ มานี่หน่อย” ว่าแล้วก็หันไปตะโกนเรียก หนุ่มใหญ่ซึ่งกำลังเช็ดถูรถยนต์คันหรูนอกบ้านให้เงาวับจึงรีบกุลีกุจอมารับคำสั่งเจ้านายอย่างว่าง่าย

“มีอะไรให้รับใช้หรือครับ คุณท่าน”

“เดี๋ยวช่วยขับรถไปส่งลูกชายฉันที่สะพานพุทธหน่อย รีบหน่อยนะ เดี๋ยวจะไม่ทันใจอารมณ์อยากตายของลูกฉัน”

ผู้เป็นนายสั่งอย่างไม่สะทกสะท้าน ในขณะที่ยิ่งยศไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจแต่อย่างใด ออกจะชินชาเสียมากกว่า เพราะทั้งเจ้านายและคุณหนูต่างก็ท้ากันอย่างนี้หลังเวลาอาหารสามมื้อเป็นเรื่องปกติ

 “โธ่ คุณพ่อครับ”

พอเห็นท่าทีของบิดาเช่นนั้นแล้ว อชิระก็รู้ว่าไม้นี้ใช้ไม่ได้ผล เลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่

“ตระกูลเรารวยจะตาย ทำไมคุณพ่อไม่เจียดเศษเงินมาเปิดผับหรูๆ ให้ผมดูแล ฟังดูดีกว่าธุรกิจจัดงานแต่งงานหรือขายของเด็กอ่อนจะตาย งานพวกนี้มันไม่เหมาะกับผม ในเมื่อไม่เหมาะขืนดันทุรังไปก็ทำได้ไม่ดีแน่” ชายหนุ่มพยายามโน้มน้าวให้พ่อเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่ได้ผลมากนักเมื่อองอาจสวนกลับมา

“แค่ความคิดว่าไม่เหมาะ ไม่ได้แปลว่าแกจะทำได้ไม่ดี ยังไม่ได้ลงมือทำด้วยซ้ำ จะถอดใจตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยได้ยังไง”

ในเมื่อบิดาช่างตื้อไม่เลิก ก็คงเหลือไม้ตายสุดท้ายเพียงทางเดียว นั่นก็คือ แสดงให้เห็นว่าการบาดเจ็บเมื่อคืนรุนแรงมากเพียงใด

“ก็ได้ครับ ถ้าคุณพ่อยืนยัน ผมจะลองดูทั้งสองงานนั่นแหละ ถึงหลังผมจะเจ็บจนเดินแทบไม่ไหวก็ตาม แต่ผมก็จะพยายามไปทำงานให้ได้”

คนเป็นพ่อ ต่อให้ดุและเฮี้ยบเพียงใด ก็ยังเป็นห่วงลูกที่สุด พอใช้ไม้ตายน่าสงสารสักหน่อยก็พลอยใจอ่อนทุกที เห็นได้จากการที่ประมุขแห่งบ้านมีน้ำเสียงที่อ่อนลง

“เจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ”

บุตรชายพยักหน้าเศร้าๆ

“คุณหมอบอกว่าช่วงนี้ให้พักผ่อน อย่าเคลื่อนไหวมากถ้าไม่จำเป็น แต่ไม่เป็นไร ถ้าคุณพ่ออยากให้ผมไปทำงานจริงๆ ผมก็จะไปครับ”

เป็นอันว่าลูกเล่นนี้ใช้ได้ผลเกินคาด ในที่สุดผู้เป็นพ่อก็เลิกรบเร้าให้เขาไปทำงานที่บริษัทได้เสียที รอดไปได้อีกครั้งถึงไม่ตลอดกาล แต่ครั้งหน้าค่อยคิดแผนใหม่ก็แล้วกัน อชิระคิดอย่างสดชื่น พอได้เวลาบิดากลับเข้าบริษัท รถยนต์ยังไม่ทันจะแล่นพ้นประตูหน้าบ้านด้วยซ้ำ ชายหนุ่มก็คว้าโทรศัพท์มาต่อสายถึงใครบางคนทันที

อ้าเวลาอิสรภาพมาถึงแล้ว

“น้องเจนนี่เหรอ ใช่แล้วเก้าโมงตรง พี่ไม่ลืมนัดหรอกครับ ไว้เจอกันนะ”

เขากรอกเสียงอย่างเริงรื่น หนีบโทรศัพท์ไว้ที่หูพลางแต่งตัวไปพลาง เมื่อตกลงนัดกับ น้องเจนนี่ได้แล้ว เขาจึงต่อสายนัดกับ น้องชมพู่’ ‘น้องลูกเกดและน้องอะไรต่อมิอะไรที่เขาจำชื่อได้ไม่แน่ชัดนักเพื่อนัดคิววันนี้ เขาเพิ่งจะติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดสุดท้ายเสร็จ เมื่อต่อสายหาหญิงสาวรายสำคัญซึ่งเป็นคู่นัดรายสุดท้ายของวันนี้

“รสเหรอ นี่ผมเอง อืมผมก็คิดถึงคุณเหมือนกันครับ ยอดรัก รู้ไหมคุณโชคดีแล้วที่ไม่ได้ไปฉลองเมื่อคืน ไนต์คลับนั่นเป็นไนต์คลับที่ห่วยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” เสียงหวานๆ ถามกลับมาด้วยความอยากรู้ บังเอิญติดธุระกะทันหัน รสรินเลยไม่มีโอกาสไปร่วมงานฉลองด้วย ต้องปล่อยให้ชายคนรักไปเที่ยวกับสหายสนุกกันตามประสาหนุ่มๆ

“คุณต้องนึกภาพไม่ออกแน่ว่ามันแย่แค่ไหน พนักงานในคลับคงมีอาชีพเสริมเป็นนักมวยปล้ำ ผมนึกว่าตนเองจะไม่รอดกลับมาซะแล้ว”

“ตายจริง พนักงานคนนั้นทำร้ายคุณเหรอ กล้าดียังไง ป่าเถื่อนที่สุด”

“ก็นั่นน่ะสิ อย่าให้ผมต้องสาธยายเลยนะรส ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฝันร้ายของจริงเลยล่ะ”

ดวงตาคมสำรวจใบหน้าตนเองในกระจก ใบหน้าหล่อเหลาของเขาถูกลดความสมบูรณ์แบบด้วยแผลฟกช้ำบนหน้าผาก เห็นแล้วก็นึกโมโห กัดฟันกรอดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะยายนั่น เขาก็คงไม่ต้องถูกบิดาซัดด้วยวัตถุความเร็วสูงอย่างนี้ แถมยังขายหน้ากับคนทั้งคลับอีกด้วย

หึ! คงคิดว่าก้นตนเองน่าสัมผัสเสียเต็มประดาแล้วถึงได้หวงจนโอเว่อร์เสียขนาดนั้น นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่เขาทำผิดพลาดที่สุดในชีวิต

เอวก็หนา ก้นก็แฟบ จับแค่ครั้งเดียวรู้สึกเหมือนเซกส์จะเสื่อมไปทั้งชีวิต

อชิระทำหน้าบูดบึ้ง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรแล้วก็ของขึ้นทุกที แสบนักนะ อย่าให้เจออีกครั้งเชียว จะเล่นงานให้สาสม

 

 

“ฮัดชิ่ว!

วิวาห์ไม่รู้ว่าทำไมตลอดช่วงเช้าวันนี้ เธอถึงได้จามรุนแรงติดต่อกันเป็นว่าเล่นนัก ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาณเตือนว่ากำลังจะเป็นหวัดก็คงเป็นเพราะถูกใครนินทาอยู่เป็นแน่ วิเคราะห์จากเหตุการณ์เมื่อคืนด้วยแล้ว คงมีแนวโน้มจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า

“พี่วา พี่วาป่วยเหรอ”

หญิงสาวซึ่งง่วนกับการหางานในหนังสือพิมพ์อย่างบ้าคลั่งตั้งแต่เช้ามืดหยุดชะงักไปนิดนึง เมื่อมือน้อยของเด็กชายแตะลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา “เปล่านี่ พี่ไม่ได้ป่วย”

“ก็พี่วาฮัดชิ่ว ถ้าฮัดชิ่วแปลว่าป่วย”

ผู้เป็นพี่หัวเราะแผ่ว จะว่าไปตรรกะของเจ้าวิคเตอร์ก็ดีใช่ย่อย ถึงจะอย่างนั้นเธอกลับแน่ใจว่าตอนนี้ตนเองมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีแน่นอน

“เออน่า พี่สบายดี พี่เคยป่วยง่ายๆ เสียเมื่อไรล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก”

ดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วของน้องชายดูสดชื่นขึ้น เกาศีรษะซึ่งเต็มไปด้วยผมหยิกฟูพลางฉีกยิ้มกว้าง

“วิคไม่อยากให้พี่วาป่วย”

วิวาห์มองดู วิคเตอร์น้องชายต่างบิดา เด็กน้อยผิวสีเชื้อสายอเมริกัน-แอฟริกัน ด้วยความเอ็นดู นี่ก็หลายปีมาแล้วที่เธอใช้ชีวิตอยู่กันตามประสาพี่น้องโดยลำพัง เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีน้องชายกับเขาด้วยจนกระทั่งมารดาซึ่งหายหน้าไปนานโผล่กลับมาพร้อมกับเจ้าตัวเล็ก เป็นผลผลิตจากการไปติดพันกับหนุ่มผิวสี แต่สุดท้ายไปไม่รอด จึงได้หอบเอาเจ้าวิคเตอร์มาทิ้งไว้ตั้งแต่แบเบาะ ส่วนตนเองก็หนีหายไปกับชายชาวญี่ปุ่นคนรักหน้าใหม่อีก

วิวาห์จึงต้องรับบทหนักทำหน้าที่ทั้งแม่และพี่สาวไปโดยปริยาย เธอไม่รู้ว่าตอนนี้แม่ทำอะไร อยู่ที่ไหน ครั้งสุดท้ายที่ได้ข่าวก็นานแล้ว เห็นว่าได้แฟนใหม่เป็นหนุ่มอังกฤษรูปหล่อ มีธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เธอก็ไม่ได้สนใจนัก อันที่จริงเธอเลิกสนใจแม่ไปนานแล้ว

เพราะอะไรน่ะหรือเพราะตั้งแต่จำความได้ เธอก็ไม่เคยเห็นแม่ทำหน้าที่ของความเป็น แม่จริงๆ เลยสักครั้ง ด้วยความที่มารดาคลอดเธอตั้งแต่อายุยังน้อย คงจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยังไม่พร้อมในการเป็นแม่และภรรยาเต็มตัวนัก พ่อเธอก็เช่นกัน พวกเขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนที่อยากรู้อยากลอง สุดท้ายแม่ก็เลยต้องหอบท้องโย้ๆ เข้าพิธีวิวาห์ตามประเพณีอย่างช่วยไม่ได้และได้คลอดบุตรสาวอย่างชุลมุนก่อนกำหนดในวันงานพิธีนั้นเอง บุตรสาวผู้นั้นจึงได้ชื่อตามงานมงคลว่า วิวาห์

อย่างไรก็ดีชีวิตคู่ของพ่อแม่ไม่ได้ลงเอยด้วยความสุข หลังจากนั้นเพียงไม่ถึงครึ่งปี บิดามารดาก็เลิกร้างกันไป หญิงสาวจึงเติบโตมาโดยมีเพียงแม่ที่ไม่ทำตัวเหมือนแม่สักเท่าไร ในขณะที่มารดาใช้เวลาทั้งวันมีความสุขกับการนั่งแต่งเล็บ แต่งตัวให้สวยโก้ เธอต้องดิ้นรนทำงานแทบทุกอย่างทั้งนอกบ้านและในบ้านตั้งแต่เด็ก

แม่ชอบบ่นว่า ผู้ชายไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ให้ฟังเสมอ แต่ก็นั่นล่ะแม่ก็มักจะไม่ย่อท้อในการสรรหาความรักครั้งใหม่ๆ อยู่ดี และก็แจ็กพอร์ตเป็นบ้า เธอก็มีน้องชายต่างพ่อให้ดูแลนี่ไงล่ะ

“เป็นเด็กดีนะ เจ้าวิค อย่าดื้อกับพี่พีหรือพี่ทิศล่ะ เข้าใจไหม”

หญิงสาวกำชับเด็กชายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนออกมาจากบ้านเพื่อเตรียมตัวไปเสี่ยงโชคสมัครงานดู บางทีอาจมีสักแห่งที่รับเธอเข้าทำงานก็ได้ วันนี้พีรเดชกับพาทิศอาสามาช่วยดูแลน้องชายเธออย่างเคย ถึงแม้เธอจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจอย่างไรก็ตาม แต่สหายทั้งสองก็ยืนยันจะมาช่วยให้ได้ น่าตื้นตันใจจริงๆ

“วิคไม่เคยดื้อ” เด็กชายยิ้มเผล่ แต่ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อ เพราะรู้ฤทธิ์ดี นอกจากจะขี้แยแล้ววิคเตอร์ยังมีนิสัยเล่นแผลงๆ คือ ชอบเอาของทุกอย่างที่มือเอื้อมถึงไปเททิ้ง ไม่รู้ว่าชาติก่อนเป็นเทศกิจเก่าหรือไร

“แกสองคนก็อย่าลืมเก็บของทุกอย่างให้พ้นมือเด็กมันล่ะ ไม่งั้นลำบากแน่ เจ้าวิคได้เอาไปเททิ้งหมด”

“เทที่ไหนไม่เท เสือกไปเท เอ่อ โทษที ดันไปเทในส้วมทุกที!

พาทิศ หนุ่มมาดเซอร์ หน้าตากวนโอ๊ยสมเป็นชาว เกียร์ของแท้ส่งเสียงไม่ชอบใจ แต่ไหนแต่ไรพาทิศไม่เคยถูกโฉลกกับเด็กอยู่แล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์มาช่วยดูแลน้องชายเจ้าปัญหาให้อย่างมีน้ำใจ

“มันไม่สนุกเลยนะที่ต้องเอามือล้วงเข้าไปในส้วมบ้านแกวันละหลายรอบ โสโครกว่ะแม่ง มือฉันเป็นหิดขึ้นมาจะทำยังไง” เขาบ่นพลางก็เอามือขยี้เส้นผมหนากระเซิงๆ ของตัวเองไปพลาง

“งั้นฉันจะซื้อยาแก้หิดให้แกเอง” วิวาห์เสนอแล้วก็หัวเราะร่วน ส่วนพีรเดชก็พยักหน้าเห็นด้วย ยินดีพร้อมสนับสนุนทุนยาแก้หิดเช่นกัน

 

 

หญิงสาวออกจากบ้านในช่วงสายของวัน เดินตระเวนจนขาลากสอบถามตำแหน่งว่างในบริษัท สำนักงานต่างๆ ไปทั่ว แต่ก็อย่างที่รู้ๆ ไม่มีที่ไหนยินดีต้อนรับเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งวิศวกรโยธาด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีที่ว่างเข้าไปใหญ่ เป็นความจริงอันน่าหดหู่ที่ว่า ในเศรษฐกิจปัจจุบันไม่ค่อยมีการก่อสร้าง

เอาเถอะ ในเมื่องานหลักซึ่งร่ำเรียนมาติดขัด ก็ขอให้ได้ทำงานพาร์ทไทม์อะไรก็ได้ก็ยังดี ถึงเงินจะไม่พอยาไส้ แต่ถ้าทำหลายๆ งานหน่อยก็คงจะพอกล้อมแกล้มเลี้ยงปากท้องได้

อย่างไรก็ตาม ต่อเมื่อตะวันใกล้ตกดิน เธอจึงตระหนักได้ว่า แม้แต่งานพาร์ทไทม์สมัยนี้ก็หายากด้วยเช่นกัน ถ้าไม่เป็นประเภทคัดพนักงานหญิงแบบพิถีพิถันประหนึ่งประกวดนางงาม ก็คงเป็นประเภทที่มีอคติกับคนที่เคยถูกไล่ออกมานับครั้งไม่ถ้วน และพอพบงานที่น่าจะโอเค ครั้นพอเปรยถามว่าจะนำเด็กมาดูแลด้วยระหว่างที่ทำงานได้หรือไม่ เท่านั้นล่ะก็มีอันไม่โอเคทุกรายไป ต่อให้เธอรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่สร้างปัญหาก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครยอมรับเธอเข้าทำงานอยู่ดี

ในเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ในอาทิตย์ถัดมาของการตระเวนหางาน เธอจึงเริ่มปรับกลยุทธิ์การสัมพาษณ์เสียใหม่ ในเมื่อการโกหก มันจะทำให้ได้งานมากกว่าพูดความจริง เธอก็ยินดีจะทำมัน

และก็ได้ผลประวัติอันสวยหรูไร้ที่ติได้รับการพิจารณารวดเร็ว และเธอก็ได้งานสมใจ เป็นงานพาร์ทไทม์เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งไม่ได้สลักสำคัญอะไร ถึงแม้ค่าแรงจะถูก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีงานให้ทำ ชีวิตไม่สิ้น มันก็ต้องดิ้นกันไป

“วาคะ วาเป็นคนหรือโรโบคอปกันแน่ ดูสภาพวาตอนนี้สิเหมือนผีดิบไม่มีผิด”

พีรเดชมักมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วงทุกครั้งที่เห็นว่าเธออ่อนระโหยโรยแรงกลับบ้านเพียงใดเพราะต้องวิ่งวุ่นทำงานตั้งแต่เช้ามืดจนดึกดื่น แม้แต่รอยยิ้มเสแสร้งว่าไม่เป็นไรก็ไม่อาจตบตาเพื่อนคนนี้ได้

“พีว่าวาเลิกทำเถอะค่ะ”

“พูดบ้าๆ ถ้าฉันเลิกทำตอนนี้ แล้วจะเอาอะไรกิน” วิวาห์ย่นจมูก เอนหลังพิงโซฟาไม้ถูกๆ พลางสูดดมกลิ่นชาดีท็อกซ์ในถ้วยซึ่งมารดาของพาทิศผู้หลงใหลในการดูแลสุขภาพขนมาฝากเป็นโหล นี่มันกลิ่นสมุนไพรหรือฉี่หนูกันแน่ยังสงสัย พอจิบจึงได้ข้อสรุปว่า มันคงเป็นการผสมผสานอันยอดแย่ของส่วนประกอบทั้งสองนั่นล่ะ

“ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง แต่ฉันยังไหวจริงๆ”

“ปากบอกว่าไหว แต่ร่างกายบอกว่าไม่เลิกทำเถอะ เดี๋ยวพีจะหางานในบริษัทให้ทำเอง”

สหายหนุ่มเสนออย่างหวังดี ทว่าวิวาห์กลับไม่ชอบใจในความคิดนี้ เธอรู้ดีว่า คุณลุงของพีรเดชมีบริษัทก่อสร้าง ถึงแม้ไม่ใหญ่โต แต่ก็มั่นคงดี พาทิศและพีรเดชทำงานอยู่ที่นั่น แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การฝากเข้าทำงานแบบนี้ ทำให้เธออึดอัด ถึงจะอยู่ในสภาพเลือกไม่ได้แต่ก็ใช่ว่า เธอจะไม่มีศักดิ์ศรีเสียเลย

“ในเวลาอย่างนี้วาจะมัวหยิ่งอยู่ทำไม เป็นผู้หญิงทำงานพาร์ทไทม์ค่ำๆ มืดๆ มันไม่ดี คราวก่อนก็โดนลวนลาม ยังไม่เข็ดอีก คิดถึงเจ้าวิคเตอร์เอาไว้มากๆ สิ เชื่อพีเถอะ ไปทำงานกับพีดีกว่านะคะ”

“แกก็รู้ดีนี่ว่า คำตอบของฉันคืออะไร ไม่ว่าจะพูดยังไง คำตอบก็เหมือนเดิมคือ ไม่ และถ้าแกยังคิดว่า ตัวเองเป็นเพื่อนฉันอยู่ล่ะก็เลิกพูดเรื่องนี้ซะ”

วิวาห์ดื่มชาดีท็อกซ์ในถ้วยรวดเดียวจนหมด รสชาติมันอาจไม่เอาไหนก็จริง แต่ตราบใดที่มันมีประโยชน์ต่อปากท้อง เธอก็จะกล้ำกลืนฝืนดื่มให้หมดอย่างนี้ทุกครั้งไป ต่อให้มันไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบเลยก็ตาม ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้ล่ะ

 

 

การมีชีวิตยากเพียงใด การมีชีวิตอยู่เพื่อให้ผ่านความเจ็บปวดนั้นยากยิ่งกว่าหลายเท่านัก คำกล่าวนี้ดูจะเหมาะกับเขาที่สุด จนบัดนี้เขาก็ไม่อาจยอมรับได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความจริง

กรอบภาพเย็นชืดยังตั้งอยู่บนโต๊ะในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้เสมอ ทุกครั้งที่มองเห็นรอยยิ้มของคนในภาพ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดจะหายวับไป แต่ก็นั่นล่ะความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างก็จะเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็วเช่นกัน นานเท่าไรแล้วนะที่เขาต้องใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ ความรู้สึกอันน่ากลัวนี้กำลังจะกัดกินชีวิตเขาไปทีละน้อย เขาไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขแน่ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง

“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ชายหนุ่มลดโทรศัพท์ในมือลง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเจ้าของเบอร์จะไม่มีวันติดต่อกลับมาแล้วก็ตาม แต่เขากลับไม่เลิกหมดหวังเสียที

ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ในห้องทำงาน พลางหลับตาลงอย่างอ่อนล้าเฝ้าต่อสายหาผู้หญิงที่ไม่มีวันกลับมาหาเขา จนกระทั่งเลขานุการมาตามไปเข้าประชุมนั่นล่ะ เขาจึงยอมตัดใจจากการทำสิ่งโง่เง่านี้ได้

แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่าโง่เง่าเขากลับหยุดตนเองไม่ได้สักที

กวินพยายามดึงสมาธิของตนให้จดจ่อกับการประชุมที่สุด ข้อดีน้อยนิดของการเป็นตัวเขาเห็นจะเป็นความสามารถในการแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด ฉะนั้นชายหนุ่มจึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไร แม้จะต้องนำเสนองานกับองอาจ ผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นทั้งท่านประธานของอรัญทรัพย์ กรุ๊ป ซึ่งเขาทำงานอยู่และเป็นบิดาของ คนที่ เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทที่เขารักที่สุด แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นบุคคลที่เขาเกลียดที่สุดไปแล้วด้วย

“เยี่ยมยอด ทำได้ดีมาก”

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม องอาจก็เดินมาตบบ่ากวินอย่างชื่นชม อีกครั้งที่หนุ่มคนนี้มีไอเดียน่าสนใจที่เป็นประโยชน์มานำเสนอ ทั้งฉลาดแถมยังเอาการเอางานอีกด้วย จุดนี้เองทำให้องอาจรักและเอ็นดูกวินดั่งบุตรชายแท้ๆ ของตนอีกคนหนึ่ง

“ไม่รู้ว่าคุณกฤษณา เลี้ยงลูกยังไงถึงได้ดีขนาดนี้ ถ้าไอ้เจ้าอชิระ ลูกชายฉันได้ความสามารถสักครึ่งนึงของเธอล่ะก็ ฉันคงมีความสุข”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” ผู้ถูกชมค้อมศีรษะลง พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ จะอีกกี่ครั้งเขาก็ยังไม่ชินเสียทีกับการได้ยินชื่อนี้

อชิระคนที่เขาจะไม่มีวันให้อภัย องอาจคงจะไม่รู้เลยว่า มิตรภาพของพวกเขาได้ถูกทำลายย่อยยับไปแล้วด้วยน้ำมือลูกชายตนเอง

“ความจริงแล้วอชิระก็มีความสามารถไม่แพ้ผมเหมือนกันครับ”

ความสามารถชั้นยอดในการหักหลังคนอื่น กวินคิดอย่างคับแค้นใจ ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป มารดาของเขาก็เข้าร่วมวงสนทนานี้ด้วยอีกคน

คุณนายกฤษณา ม่ายสาวพราวเสน่ห์ หนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัท เดินนวยนาดมาคล้องแขนบุตรชายอย่างแสนรัก แม้อายุมากแล้วแต่รูปร่างหน้าตาก็ยังสะสวยตามประสาผู้หญิงที่รู้จักดูแลตนเองเป็นอย่างดี

“นั่นสิคะ ถูกที่กวินพูดแล้ว ความจริงคุณองอาจก็ชมลูกดิฉันเกินไป คุณอชิระ ลูกชายคุณก็เก่งใช่ย่อย ถ้าไม่เก่งจริงคงไม่ได้ไปเรียนไกลถึงเมืองนอกเมืองนา ได้ข่าวว่าตอนนี้กลับมาไทยแล้วเหรอคะ”

องอาจโคลงศีรษะเห็นได้ชัดว่าไม่ปลื้มที่จะไม่พูดถึงลูกชายของตนเท่าใด

“ผมเรียกตัวกลับมาเองล่ะครับ ลูกคนนี้ไม่เอาอ่าวจริงๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน แตกต่างจากลูกชายคุณกฤษณาลิบลับเลย ผมล่ะอิจฉาคุณจริงที่ได้ลูกชายดีอย่างนี้”

กฤษณายิ้มปลื้ม กวินเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เธอภาคภูมิใจ ต่อให้แสร้งถ่อมตนสักเท่าไร แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า อนาคตบุตรชายเธอมีแนวโน้มจะรุ่งเรืองกว่าอชิระแน่ ต่อให้อีกฝ่ายเป็นลูกชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็เถอะ แต่ถ้าทำตัวเหลวไหลอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตำแหน่งประธานคนต่อไปจะเป็นใครเสียนอกจากกวิน บุตรชายของเธอเอง

“ผมไม่เคยคิดอยากเป็นประธานเลยนะครับ คุณแม่”

ชายหนุ่มตัดบท ปฏิเสธคำรบเร้าน่าเบื่อของมารดาที่พยายามจะให้เขาไปตีสนิทผู้ถือหุ้นรายอื่นด้วยการไปทานอาหารค่ำคืนนี้ คุณนายกฤษณาหน้าบึ้ง ตีแขนของบุตรชายเพื่อนเตือนสติในสิ่งที่ควรจะทำ

“นี่แน่ะ เจ้าลูกคนนี้นี่ รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา”

“ผมรู้ตัวดีครับว่าตัวเองต้องการหรือไม่ต้องการอะไร”

“ลูกพูดอย่างนี้ได้ยังไง จำได้ไหมว่าองอาจมันทำอะไรกับครอบครัวเราไว้บ้าง บริษัทนี้ควรจะเป็นของเรา ถ้าพ่อของลูกไม่ด่วนจากไปเสียก่อน ป่านนี้บริษัทก็คงเป็นของเราไปแล้ว ที่พ่ออุตส่าห์ยอมตายเพื่อทิ้งโอกาสนี้ไว้ให้ลูก มันไม่ได้มีความหมายอะไรต่อลูกเลยเหรอ”

“ไม่เลยสักนิดครับ ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ไม่มีความหมายต่อผมทั้งนั้น ไม่มีเลยสักอย่าง”

ใบหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยก้มลงตรวจดูเอกสาร จรดปากกาเซ็นเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนจะปิดแฟ้ม คว้าเสื้อนอกมาสวมเรียบร้อยก็เตรียมออกไปที่ประตูแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งที่มารดากล่าว

“เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม ที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้”

คำว่า ผู้หญิงคนนั้น ทำให้หัวใจเขาปวดจนแทบทนไม่ไหว ราวกับมีหนามพิษคอยทิ่มแทงหัวใจให้ตายลงอย่างช้าๆ

เขากำลังจะตายหากไม่รีบทำอะไรสักอย่าง

สิ่งเดียวที่จะทำให้ความรู้สึกทุกข์ตรมเบาบางลงไปเห็นจะเป็นการได้เห็นความย่อยยับของศัตรูเท่านั้น กวินหลบสายตามารดา ก้าวเร็วๆ ออกมาจากห้องทำงานโดยไม่สนใจเสียงเรียกซึ่งดังตามไล่หลัง เขาตรงดิ่งไปขึ้นรถยนต์ มุ่งหน้าสู่ถนนสายยาวที่คับคั่งไปด้วยการจราจรแน่นขนัดเพื่อไปหา กุญแจสำคัญซึ่งจะช่วยสานฝันสุดท้ายให้กลายเป็นจริง เพราะเขาสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่หยุดจนกว่าอีกฝ่ายจะได้ลิ้มรสถึงคำว่า ตายทั้งเป็น

สำหรับไอ้ผู้ชายจอมปลอมที่ดีแต่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น คนพรรค์นั้นทำให้ใครต่อใครเสียน้ำตามามากแล้ว ถึงเวลาจะต้องรู้ซึ้งด้วยตัวเองแล้วว่า ความเสียใจที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร

 

 

หลังจากทำงานพาร์ทไทม์งานสุดท้ายที่ปั๊มน้ำมันเสร็จก็ดึกมากแล้ว วิวาห์เดินหาวหวอดๆ เดินซดเครื่องดื่มบำรุงกำลังไป ขยี้หูขยี้ตาไป เธอเกือบจะเดินถึงบ้านอยู่แล้ว แต่สายตาก็พลันไปเห็นสิ่งแปลกประหลาดเข้า ไม่ไกลจากบ้านโกโรโกโสของเธอนัก

รถยนต์สีดำคันหรูจอดสงบนิ่งอยู่ แต่ที่แปลกยิ่งกว่าการเห็นรถราคาหลายล้านมาอยู่ในซอยซอมซ่อเห็นจะเป็นชายหนุ่มที่ออกมายืนกอดอกพิงรถด้านนอกอย่างกำลังรอคอยอะไรสักอย่าง พอได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ เจ้าของรถคันนั้นก็เหมือนจะรู้ตัว ทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม

“มาแล้วเหรอ จำผมได้ไหม”

“นี่คุณ” ดวงตาสวยตวัดมองสำรวจอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าขาวจัดนั้นคุ้นตาเธออย่างมาก โดยเฉพาะนัยน์ตาเศร้าคู่นั้น พอนึกได้ไม่นานก็ร้องอ๋อ “คุณคือเศรษฐีใจดีที่เจอกันหน้าคลับวันนั้นนี่”

“เป็นเกียรติมากครับที่ยังจำกันได้”

วิวาห์ขบริมฝีปาก มองผ่านจากใบหน้าหล่อเหลานั้นไปยังบ้านเช่าของตนอย่างไม่ไว้ใจนัก ไม่มีเหตุผลเลยที่จะมาเจอเขาบริเวณนี้ ชักไม่ชอบมาพากลแล้วสิ กระนั้นเลยเธอก็ยังไม่คิดจะจับเขาทุ่มตอนนี้ อะไรบางอย่างหยุดเธอไว้ อาจจะเป็นกลิ่นหอมหวลของธนบัตรเมื่อคราวก่อนก็ได้ มันฟุ้งกระจายอบอบอวลในความคิดจนไม่สามารถทำร้ายเขาได้ลงคอ นอกจากการเปล่งเสียงพูดอย่างสงบ

“คุณมาอยู่แถวนี้ได้ไง คงไม่ใช่บังเอิญหรอกใช่ไหม”

“แน่นอนครับว่า ไม่” ชายหนุ่มหัวเราะในคอ แต่แม้ในยามที่เขาหัวเราะ นัยน์ตาคู่นั้นก็ยังดูเศร้าสร้อยมากอยู่ดี “เรื่องมันยาว ผมรู้ตัวว่าเสียมารยาทมากที่ตามคุณมาถึงบ้าน แต่ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย”

วิวาห์เลิกคิ้วสูง ทวนถามอย่างแปลกใจ

“เรื่องให้ฉันช่วยงั้นหรือ”

“ครับ ตั้งแต่ที่ได้พบกันครั้งแรก ผมก็รู้เลยว่าคุณต้องช่วยผมได้แน่”

“ทำไมฉันต้องช่วยคุณด้วย ฉันไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์”

“ผมทราบครับว่าคุณไม่ใช่ เพราะงั้นผมถึงมีค่าตอบแทนให้คุณด้วย”

พอได้ยินคำว่า ค่าตอบแทนหญิงสาวก็คลายความกังวลลงทันที พลางรับนามบัตรจากอีกฝ่ายมาอ่าน

ชายแปลกหน้าผู้นี้ชื่อ กวินเขาทำงานในตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทใหญ่โตในเครืออรัญทรัพย์ ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กทุกประเภท เพราะเธอมีน้องเล็กที่ต้องดูแล เธอจึงเคยผ่านตาและเคยซื้อผลิตภัณฑ์จากเครือบริษัทนี้เหมือนกัน ถึงว่าล่ะ ถึงได้ดูร่ำรวยภูมิฐานนัก อย่างนี้ค่อยคุยกันได้หน่อย

“ค่าตอบแทนที่ว่าน่ะมันมากน้อยแค่ไหน”

“ไม่น้อยและก็ไม่มากจนเกินไป”

พออีกฝ่ายแบ่งรับแบ่งสู้อย่างนี้ ใบหน้าของผู้ฟังก็ออกอาการตึงเครียด ที่ว่าไม่น้อยและไม่มากนั่นคือเท่าไร คุ้มค่ากับการเสียเวลาหรือเปล่านะ กวินเหมือนจะเดาจากท่าทางของหญิงสาวได้ อมยิ้มพลางเอ่ยต่อ

“เอาเป็นว่า ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณกับครอบครัวก็จะมีเงินทุนพอไปตั้งตัวได้สบาย”

วิวาห์ขมวดคิ้วมุ่น ใช้ความคิดอย่างหนัก ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาเสนอ ก็เป็นงานที่ไม่เลว

“เอาล่ะ ไหนลองว่ามาซิว่างานอะไร หรือจะเป็นงาน อย่างว่า ถ้าใช่ ฉันขอผ่านล่ะนะ ฉันยอมอดตายเสียดีกว่าต้องไปขายอะไรแบบนั้น”

ผู้จัดการหนุ่มกลั้นยิ้ม ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน นี่ท่าทางเขาดูเหมือนพ่อเล้าหรือไง อีกฝ่ายถึงได้คิดไปไกลขนาดนี้

“ไม่ใช่แน่นอนครับ ผมแค่จะจ้างคุณไปทำงานอย่างหนึ่ง เป็นงานที่ง่ายมากและคุณก็ไม่ต้องเสียอะไรเลย มันอยู่ที่ว่าคุณจะใจถึงกล้าพอที่จะรับทำหรือเปล่าต่างหาก”

“ถ้ามันเป็นงานสุจริต ฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก ว่าแต่คุณจะจ้างให้ฉันไปทำอะไรล่ะ”

ผู้ถูกถามยิ้มกริ่ม ล้วงเอาสมุดเช็คออกมาเขียนให้ดูต่อหน้าต่อตา ทำเอาวิวาห์ใจเต้นระส่ำนับจำนวนเลขศูนย์ซึ่งต่อท้ายบนเช็คแทบไม่ทัน

“ถ้าคุณสามารถทำให้เพลย์บอยคนหนึ่งตกหลุมรักและขอแต่งงานกับคุณได้ ผมจะให้คุณสิบล้าน”

วิวาห์เผลอสบถออกมาดังลั่น อะไรนะ สิบล้าน! แม่เจ้าโว้ย นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 4 : บทที่ 2: ข้อเสนออันเย้ายวน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 8827 , โพส : 9 , Rating : 86% / 19 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 9 : ความคิดเห็นที่ 669
สนุกมากๆๆเลยค่ะ 
Name : แกลลอรี่ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แกลลอรี่ [ IP : 223.205.245.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2557 / 20:44
# 8 : ความคิดเห็นที่ 552
เพราะความอับจนที่แรงกดดันให้ทำให้วิวาห์อยากได้เงิน... โดยลืมไปว่าเงินไม่ได้มาฟรีน่ะจ๊ะ


PS.   สวัสดีเพื่อนๆ ทุกท่าน ยินดีที่ได้พบ
Name : tungkn4841 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tungkn4841 [ IP : 32.60.53.68 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กันยายน 2556 / 20:04
# 7 : ความคิดเห็นที่ 369
อย่างที่เขาบอกไว้เลย "ของฟรีไม่มีในโลก"
Name : ปีศาจวายร้าย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปีศาจวายร้าย [ IP : 14.207.79.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มีนาคม 2556 / 20:51
# 6 : ความคิดเห็นที่ 325
เริ่มจะชิงไหวชิงพริบกัีนแล้ว
PS.  "Do no wrong is do nothing" "ทำอะไรไม่ผิดเลย ก็คือไม่ทำอะไรเลย"
Name : จิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิรารัตน์ [ IP : 125.27.218.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:38
# 5 : ความคิดเห็นที่ 235
จ้างคู่แค้นให้รักกัน
PS.  ติดใจจีงเข้ามาทักทาย ตินิดเพราะรักเธอ
Name : nunpanu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunpanu [ IP : 171.98.104.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ธันวาคม 2555 / 13:46
# 4 : ความคิดเห็นที่ 157
ลงทุนมาก สิบล้าน!!
PS.  เคยไหม…? ที่เจ็บปวดจนแม้แต่น้ำตาก็ไม่อาจหลั่งริน เคยไหม…? ที่จะค้นหาความสุขด้วยหัวใจที่แตกร้าว
Name : Azalea (อาซาเลีย) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Azalea (อาซาเลีย) [ IP : 115.67.228.191 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 21:18
# 3 : ความคิดเห็นที่ 72
โอ๊ะ โอ
อยากมีงานอย่างนี้มาให้เราทำบ้างจัง
อิอิ ล้อเล่นค้า...
ผู้หญิงอย่างเราก็มีศักดิ์ศรีน่ะค่ะ.. คุณกวิน
แต่ก็.....
อัพไวๆ ... ชอบ ๆ ... หนุก ๆ ... ฮา 555+
Name : สายลม [ IP : 223.207.128.251 ]

วันที่: 9 ตุลาคม 2555 / 23:12
# 2 : ความคิดเห็นที่ 20
กวินไม่ได้รักวิวาห์นี่นา แบบนี้ก็ไม่ต่างจากหลอกใช้เลย ลองให้ตกหลุมรักวิวาห์เข้าสิ จะสมน้ำหน้าให้ ชอบใช้งานผุ้หยฺงดีนัก
PS.  นักบวชหญิงเนเฟอร์ไนล์ มาริอัส Priestess Nefernile Marius
Name : nefertari < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nefertari [ IP : 124.120.228.31 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กันยายน 2555 / 08:11
# 1 : ความคิดเห็นที่ 18
อยากให้กวินหลงรักวิวาห์มากๆ   และวิวาห์จ๋าจัดการกับอชิระให้หมอบไปเลย   เที่ยวเสเพลย์ไปวันกับมั่วผู้หญิงผู้ชายแบบนี้ต้องให้วิวาห์จัดการ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.161.52 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 กันยายน 2555 / 09:09
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android