คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 : คุกคาม


     อัพเดท 24 ม.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: Romance, Comedy, ครอบครัว, มารยา, เพลย์บอย, วิวาห์, อชิระ, เด็ก, ตลก, ขบขัน, น่ารัก, ฮา, ดราม่า, เล่ห์กล
ผู้แต่ง : น ว ต า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น ว ต า
My.iD: https://my.dek-d.com/naughtyprincess
< Review/Vote > Rating : 98% [ 10 mem(s) ]
This month views : 36 Overall : 140,365
798 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 648 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 3 : บทที่ 1 : คุกคาม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11946 , โพส : 11 , Rating : 89% / 20 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

บทที่ 1 คุกคาม

ความฝันสูงสุดในชีวิตลูกผู้ชายคืออะไร

คำตอบสิ้นคิดอันดับต้นๆ ของเหล่าผู้ชายที่ไม่รู้ว่านรกของจริงป็นอย่างไร นอกเหนือไปจากการประสบความสำเร็จด้านการงาน ก็คงไม่พ้น การหาผู้หญิงดีๆ สักคน แต่งงานและสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ครองรักเคียงคู่กันจนชั่วกัลปาวสานก็ฟังดูดีอยู่หรอกถ้ามันอยู่ในนิยายหรือละครสักเรื่องล่ะก็นะ แต่ในความเป็นจริง คำเพ้อเจ้ออย่างเช่น แฮปปี้เอ็นดิ้งมีเสียที่ไหน ดังนั้นเขาจึงพอใจมากกว่าที่จะเมินคติ หลง รัก แต่งงาน ของผู้ชายหน้าโง่ทั่วๆ ไป และใช้ชีวิตให้แฮปปี้สุดเหวี่ยงอย่างอิสระเสรีโดยไม่ผูกมัดตามแบบฉบับของเขามากกว่า

 

เครื่องบินลำโตซึ่งโผทะยานอยู่กลางนภาอันกว้างใหญ่ราวกับนกอันงามสง่า ลดระดับความสูงลงเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าการเดินทางอันยาวไกลข้ามน้ำข้ามทะเลจากดินแดนอันไกลโพ้น คงใกล้จะมาถึงจุดหมายปลายทางเต็มทีแล้ว ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต่างก็นั่งประจำที่อยู่บนเบาะที่นั่งของตน รัดเข็มขัดนิรภัยแน่นหนา จะมีก็แต่ผู้โดยสารหนุ่มหน้าคมในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำบนชั้นธุรกิจเท่านั้นที่ทำท่าจะลุกขึ้น ทำให้แอร์โฮสเตสต้องปรี่เข้าไปเตือน

“กรุณานั่งประจำที่ด้วยค่ะคุณ อีกสักพักเครื่องจะแลนดิ้งแล้ว”

“ขอโทษครับ ผมแค่” คนถูกเตือนยิ้มมุมปาก ส่งให้ดวงหน้าคมคายยิ่งดูเจิดจรัสมากขึ้นเป็นเท่าตัว เขาตวัดสายตาไปยังสาวต่างชาติคนหนึ่งซึ่งเดินนวยนาดล่วงหน้าไปคอยท่าอยู่นานแล้ว พร้อมด้วยสายตาเชิญชวน “ผมแค่จะไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำสักครู่ คงไม่เป็นไรใช่ไหม”

ต่อให้มันเป็นเรื่องไม่สมควรเพียงใด แต่เพลิงพายุพิศวาสฉบับลับๆ ก็ได้ถุกจุดขึ้นเสียแล้วภายใต้บานประตูหนาหนักบนความสูงหลายพันฟีท ความสัมพันธ์อันร้อนแรงทว่าก็ดับลงได้โดยง่ายด้วยเพียงเวลาไม่นานเช่นกัน

หลังเสร็จสิ้น ธุระส่วนตัวชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายที่เดินออกจากห้องน้ำกลับมานั่งประจำที่ก่อน โดยไม่สนใจแม้เสียงซุบซิบของเหล่าผู้โดยสารหรือแม้กระทั่งแอร์โอสเตสซึ่งส่งสายตาไม่พอใจในพฤติกรรมของเขา แต่ถึงแม้จะสงสัยเพียงใด ก็ไม่มีหลักฐานชี้ชัดถึงขนาดต้องตำหนิในความ บัดสีบัดเถลิงของพวกเขาได้ตรงๆ ชายหนุ่มถึงกับกลั้นยิ้มขำแทบไม่อยู่ เมื่อแหม่มสาวสวยแอบกระซิบถามเขาถึงความหมายของคำๆ นี้ คงเพราะได้ยินคำก่นด่าไล่หลังมาเนืองๆ เป็นแน่

“อย่าสนใจเลย ลิซซี่ บัดสีบัดเถลิงแปลว่า หัวโบราณ เอาล่ะ ทีนี้รัดเข็มขัดซะ ที่รัก” เขาเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษอย่างไม่ทุกข์ร้อน ในขณะที่เครื่องบินกำลังจะร่อนลงสู่แผ่นดินบ้านเกิดในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

 

 

พวกเขาเดินทางมาถึงไทยในเวลาที่อาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว แม้กระนั้นสนามบินสุวรรณภูมิก็ยังแน่นขนัดไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติซึ่งต่างเร่งรีบทำภารกิจของตนเองเช่นเคย บรรยากาศเหมือนดั่งวันที่เขาจากไปเรียนต่อ ณ ดินแดนอีกซีกโลกไม่มีผิดเพี้ยน แม้จนกระทั่งในวันที่เขาถูกบิดาเรียกตัวกลับมาเพราะเกรงว่าจะผลาญเงินของครอบครัวจนเกลี้ยง แทบทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย และแน่นอนแม้กระทั่งคติประจำใจของเขาด้วย

“จะไปไหนหรือคะ” แม่สาวตาน้ำข้าวซึ่งดูสนุกสนานกับการควงแขนคนรักเอ่ยถาม เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็หยุดรถเข็นสัมภาระเสียอย่างนั้น พร้อมบอกให้เธอยืนรออยู่ตรงนี้เพราะเขาจะไปทำธุระ “คุณจะหนี ลิซซี่ไปใช่ไหมคะ เฮอะ ทำไมลิซซี่จะไม่รู้”

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ผมจะหนีคุณไปได้ยังไง”

“ใครจะรู้ เพลย์บอยอย่างคุณขี้เบื่อจะตาย”

ใบหน้าคมระบายรอยยิ้มละมุน ดึงสาวเจ้ามากอดแสดงความจริงใจเต็มเปี่ยม

“แต่นั่นไม่ใช่สำหรับคุณ สำหรับคุณผมจริงจังมากนะ อีกสักพักคนรถผมก็จะมารับเราแล้ว ผมแค่อยากจะไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นเอง แต่เอาเถอะ ถ้าคุณไม่สบายใจ กลัวว่าผมจะหนีไป คุณก็เอาของพวกนี้ไว้เป็นประกันก็ได้” ว่าแล้วก็ยื่นกระเป๋าเงินให้เจ้าหล่อนถือไว้เป็นประกัน เป็นอันว่าพอได้รับประกันจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มจึงได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระจากมือเหนียวหนึบหนับของแหม่มสาวจนได้ ร่างสูงปรี่ตรงไปห้องน้ำทันที  พอเข้าไปด้านในเขาก็ลงมือไล่เคาะรัวไปบนบานประตูห้องน้ำทีละห้องพลางร้องเรียก

“ยศ ยศ!

พอได้ยินเสียงเจ้านาย ยิ่งยศจึงโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำห้องหนึ่ง “อยู่นี่ครับ คุณอชิระ ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะครับ สบายดีไหมครับ”

นายหนุ่มถอนหายใจ “ไว้ค่อยถามสารทุกข์สุขดิบทีหลังเถอะ ว่าแต่เอาของที่ฉันให้เอามาด้วยหรือเปล่า”

หนุ่มใหญ่พยักหน้า ส่งกระเป๋าเป้ให้เจ้านายซึ่งรับไปรื้อค้นอย่างกระสับกระส่ายและสวรรค์โปรดเถอะ หมวก แว่นตา เสื้อผ้า อุปกรณ์ช่วยชีวิตเขาอยู่ครบถ้วน!

“ทำแบบนี้ มันจะดีเหรอครับ” ยิ่งยศเปรยถามลอยๆ ในขณะที่คอยรับเสื้อผ้าชุดเก่าซึ่งนายหนุ่มกำลังผลัดออกและโยนออกมาจากอีกฟากของบานประตู “คิดดูอีกที ก็น่าสงสารผู้หญิงคนนั้น ผมไม่อยากจะทำแบบนี้เลย บาปกรรมจริงๆ เฮ้อ”

“บาปที่ไหน ทำบุญอยู่ล่ะสิไม่ว่า เพราะช่วยไม่ให้ฉันตกนรกทั้งเป็นไงล่ะ” อชิระโอดครวญ เดินออกมาสำรวจตัวเองในกระจก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะเป็นตัวของเขาเองไม่ใช่ไอ้หนุ่มบ้านนอกเข้ากรุงที่ไหน ดูแล้วก็ขันตัวเอง เพียงแค่สลัดเสื้อผ้าแบรนด์เนมตามสมัยนิยม กลับมาสวมแว่นตากรอบเชยๆ กับหมวกแก๊ปซึ่งดูไม่เข้ากันเลยกับเสื้อเชิ้ตลายตารางหมากรุกและกางเกงยีนส์หลวมโพรกก็เนรมิตให้เขากลายเป็น ตัวเอง ที่ไม่ใช่ ตัวเอง ได้แล้ว งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้ยิ่งยศที่เข้าใจหาชุดมา

“ขอบใจนะ ไว้จะบอกคุณพ่อขึ้นเงินเดือนให้”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องช่วยเหลือคุณ” ต่อให้ผมไม่เห็นด้วยก็ตามยิ่งยศเสริมต่อในใจ พลางถอนใจเหนื่อยหน่าย “ว่าแต่คุณพร้อมจะออกไปด้านนอกหรือยัง”

“ฉันน่ะพร้อมแล้ว ยศล่ะพร้อมหรือยัง” พอถูกย้อนถามด้วยน้ำเสียงอย่างนี้ ยิ่งยศก็ถึงกับเสียวสันหลังวูบ มองไปทางกองเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเจ้านาย

นี่อย่าบอกนะว่า จะใช้เขาเป็นตัวล่ออีกแล้ว!

และก็เป็นตามคาด ในขณะที่ตัวปลอมกำลังวิ่งหนีไม่คิดชีวิตจากการถูกไล่ล่าจากหญิงสาว ตัวจริงอย่างอชิระกลับเดินสบายใจ ควงกุญแจรถในมือเล่น ตรงไปยังรถยนต์สปอร์ตคันสวยซึ่งจอดรออยู่แล้วอย่างไม่รีบร้อน เขาอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องแทบคลั่งดังไล่หลัง เจ้าหล่อนคงจะพบเพียงโน๊ตบอกลาในกระเป๋าเงินว่างเปล่าที่ฝากไว้เป็นประกันแล้วล่ะมั้ง

ชายหนุ่มเข้ามานั่งในรถไม่ทันไร ก็มีคนติดต่อเข้ามา เขากดรับสายโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีเพราะรู้ว่าเป็นกลุ่มก๊วนสหายสนิทที่ติดต่อมา คงอยากนัดเลี้ยงฉลองการกลับมาเมืองไทยครั้งนี้

“ใช่ ฉันเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อกี้ คืนนี้ใช่ไหม แหงล่ะ ไม่พลาดอยู่แล้ว ให้เจอกันที่ไหนได้ แล้วเจอกัน” เมื่อปลายสายบอกที่อยู่ของสถานที่นัดพบให้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงกดตัดสายไป เขาสลัดแว่นตาและหมวกแสนเชยนั้นโยนไปเบาะหลังอย่างไม่ใยดี ดวงตาคมมองกระจกหลังที่ซึ่งสะท้อนภาพของแหม่มสาวซึ่งตอนนี้กลายร่างเป็นนางเสือวิ่งออกมาด้านนอกอาคาร สอดส่ายสายตามองหาหนุ่มตัวแสบด้วยแววตาที่อยากจะฉีกกระชากเนื้อก็ไม่ปาน

อชิระยิ้มมุมปาก โปรยจูบลาผ่านทางกระจกส่องหลังก่อนจะทะยานรถจากไปด้วยความเร็ว งานนี้ไม่มีใครผิด เพียงแค่คติประจำตัวของเรานั้นแตกต่างกัน ก่อนที่จะโดนแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของไปมากกว่านี้ สำหรับผู้หญิงแสนธรรมดาที่ไม่ได้มีลีลาเด็ดอะไรมากมาย จึงสมควรจริงจังกับความสัมพันธ์ร้อนแรงเพียงสองครั้งเท่านั้น หนึ่งสำหรับการสำรวจทำความรู้จัก และสองสำหรับการบอกลา

หมดโควต้าแล้ว ลาก่อน ลิซซี่!

 

 

ความฝันสูงสุดในชีวิตของลูกผู้หญิงคืออะไร

คำตอบอันดับต้นๆ นอกเหนือไปจากการประสบความสำเร็จด้านการงาน ก็คงไม่พ้น การหาผู้ชายดีๆ สักคน แต่งงานและสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ครองรักเคียงคู่กันจนชั่วกัลปาวสาน

ครั้งหนึ่งเธอเคยชอบคำสวยหรูชวนฝันนี้เหมือนกัน แต่นั่นก็นานจนเกือบจะจำไม่ได้แล้ว ประสบการณ์ในชีวิตสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความจริงของโลกซึ่งไม่มีในการ์ตูนตาหวานหรือนิยายประโลมโลกใดๆ แฮปปี้เอ็นดิ้ง เป็นเรื่องที่ยังไม่จบจริงตลอดกาล ตราบนิรันดร์ จนกว่าความตายจะมาพรากเราจากกัน ไม่มีในโลก จะมีก็แค่ ตลอดที่มีงาน ตราบที่มีเงิน จนกว่าจะเริ่มแทะก้อนเกลือ หม้อข้าวไม่ทันดำเราก็เต็มใจพรากจากกันได้ทุกเมื่อต่างหาก

ในเมื่อคติ หลง รัก แต่งงานของผู้หญิงทั่วไป ไม่อาจทำให้มีข้าวกินอิ่มสามมื้อหรือพอจ่ายค่าเช่าที่ซ่อนดีๆ เพื่อใช้หลบเจ้าหนี้ คติ งก งาน เงิน เท่านั้นจึงเป็นตัวเลือกเวิร์คสุด ผู้ชายก็เหมือนกันหมดทั้งโลกนั่นล่ะ เสแสร้งไม่มีอะไรดี

 

 

“ไอ้วา เครื่องดื่มโต๊ะสอง” คงจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานปัดกวาดหลังร้านต่อเนื่องกันหลายชั่วโมงหรือเสียงดนตรีกระหึ่มซึ่งบรรเลงในไนต์คลับหรูอย่างไรไม่ทราบ ทำให้หญิงสาวซึ่งง่วนกับการคิดบัญชีรายรับรายจ่ายของตนนั้น ไม่อาจได้ยินเสียงสั่งกัมปนาถของรุ่นพี่ได้เลย จนกระทั่งถาดใบใหญ่ถูกกระแทกเข้าที่ข้างศีรษะนั่นล่ะ วิวาห์จึงพอเรียกสติกลับคืนได้พลางคลำศีรษะป้อยๆ

“โอ๊ย! เอาอีกแล้ว เรียกดีๆ ไม่ได้หรือไงนะ”

“เออ เรียกแล้วเอ็งได้ยินไหมล่ะ ต้องให้ข้าเปิดใช้ระบบแมนนวลทุกทีสิวะ” เกริกเกียรติหัวหน้าบริกรหน้าบึ้ง เขม้นมองด้วยสายตาดุๆ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ อากัปกิริยาเช่นนี้ไม่ทำให้เธอหวาดกลัวเท่าใดนัก เพราะรู้ดีว่า ภายใต้การดุด่าเข้มงวดของรุ่นพี่แฝงไปด้วยความหวังดี

“แมนนงแมนนวลอะไร นี่มันทำร้ายร่างกายชัดๆ คอยดูเถอะ สักวันฉันจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้อานเลย”

“โอ้โห ไอ้นี่หัดหัวหมอตั้งแต่เมื่อไร”

“พี่ก็รู้ว่าฉันมีภาระเยอะ อะไรที่ได้เงิน ฉันทำทั้งนั้น” วิวาห์ถูมืออย่างหมายมาด ในขณะที่อีกฝ่ายปล่อยเสียงหัวเราะอย่างนึกขัน

“โธ่ ก่อนจะหาเงินไปจ้างทนาย ข้าว่าเอ็งกับน้องพยายามกินข้าวให้อิ่มครบสามมื้อก่อนดีกว่าไหมเอ้า เสิร์ฟแขกโต๊ะสอง” ว่าแล้วก็เสือกสำรับเครื่องดื่มสีอำพันให้ลูกน้อง และก็อย่างเคยหญิงสาวมักจะอิดออดเสมอเมื่อได้ไปบริการลูกค้าที่มีหุ่นและวัยอย่างอาเสี่ย ไม่ใช่เพราะเกี่ยงเลือกลูกค้า แต่เป็นเพราะลูกค้าอาเสี่ยส่วนใหญ่จะเป็นประเภทตัณหากลับ มือไวหนุบหนับราวปลาหมึก แตะโน่นจับนี่ลวนลามสาวเสิร์ฟทุกครั้งที่มีโอกาส

 “คิดว่าที่นี่เป็นเนิสเซอรี่หรือไง นี่มันไนต์คลับ เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีบ้าง อีกอย่างเอ็งก็ดูไม่เป็นผู้หญิงเท่าไรนี่หว่า พวกเสี่ยคงไม่อยากล้วงควักเอ็งนักหรอกน่า ถ้าไม่เมาขนาดหนักจนตาลาย”

หัวหน้าบริกรวิจารณ์ตามตรง อดไม่ได้ที่จะใช้สายตาสำรวจลูกน้องตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่จริงแล้วหากมองอย่างเป็นธรรม วิวาห์ก็จัดเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร รูปร่างสูงโปร่งดูกระฉับกระเฉงคล้ายนางแบบ กรอบหน้าได้รูปภายใต้ทรงผมซอยสั้นอย่างสาวสมัยใหม่ ผิวนวลเนียนรับกับดวงตาคู่โตสดใสอย่างนางกวาง ริมฝีปากหยักได้รูป ออกจะสวยด้วยซ้ำหากรู้จักแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ และปรับปรุงพฤติกรรมกระโดกกระเดก ห้าวหาญดั่งนางเสือนั่นเสียให้ได้ด้วย

“ว่าไงนะ” คนถูกหาว่า ไม่เป็นผู้หญิงส่งสายตาอันตราย ถึงจะดูไม่เป็นผู้หญิงนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะให้เฒ่าบ้ากามมีสิทธิแตะต้องเนื้อตัวเธอได้หรอก “พี่พูดอย่างนี้ มาต่อยกันเลยดีกว่า”

 “บ๊ะ! ไอ้นี่ไม่ได้ไม่ดีชวนตีอยู่เรื่อย เอาเหอะ ที่ข้าจะบอกก็คือ อย่าใส่ใจเลย นิดๆ หน่อยๆ ถือว่าทำทานแล้วกัน” รุ่นพี่ตบไหล่ปลอบใจอย่างที่เคยทำเสมอ

อย่างไรก็ดีมันไม่ได้ผลมากนักดูได้จากสถิติถูกทำทัณฑ์บนของเธอ ในรอบสองเดือนที่ผ่านมา แทนที่จะเสิร์ฟเธอกลับ เสยลูกค้าน็อคไปห้ารายรวด ผู้จัดการใหญ่ของที่นี่ไม่ได้ปากร้ายใจดีอย่างพี่เกริกเกียรติเสียด้วย เขาไม่ออกปากด่าว่าสักคำให้เสียเวลา แต่จะใช้วิธีลงมือจัดการเลย หากก่อเรื่องอีกครั้งเดียวล่ะก็ งานนี้เธอได้ถูกเตะโด่ง วิ่งหางานใหม่แน่นอน นาทีนี้จึงต้องใช้ยิ่งกว่าความอดทน ยิ้มหวานเก็บหมัด แม้มืออวบอูมของเฒ่าราคะซึ่งเมาจัดจะเลื่อนต่ำลงมาที่สะโพกแล้วก็ตาม แต่สายตาซึ่งจับจ้องจากผู้จัดการร้าน ทำให้เธอไม่สามารถตอบโต้อะไรได้

ท่องไว้อย่างเดียว งานสมัยนี้หาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไร เพื่อความอยู่รอดของปากท้องจำเป็นต้องอดทนเท่านั้น

ในที่สุดเธอก็ผ่านช่วงเวลาอันน่าขยะแขยงนั้นมาได้ วิวาห์คิดว่าตนเองคงกำลังใกล้บ้าเต็มที ระเบิดเก็บกดคับแค้นลูกมหึมากำลังจะระเบิดได้ทุกเมื่อ หากเพียงแต่ได้รับการกระตุ้นอีกครั้ง คืนนี้อีกยาวนานเสียด้วย เธอคงไม่สามารถทนไหวแน่ หากต้องรับมือกับพวกมากตัณหาอีก

“เอ็งทำดีแล้ว อย่าก่อเรื่องอีก ตอนนี้ผู้จัดการจับตาดูอยู่นะ” ต่อให้ไม่มีเกริกเกียรติคอยบอก มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอาชญากรโหดซึ่งตำรวจกำลังหาจังหวะเหมาะในการรวบตัวยังไงยังงั้น หากเพียงเธอยื่นจมูกล้ำเส้นอีกนิดเดียวล่ะก็

อย่างไรก็ตามดูเหมือนคืนนี้จะไม่แย่อย่างที่คาด ชวนโล่งใจที่ลูกค้ารายต่อๆ มาส่วนใหญ่ไม่ทำตัวรุ่มร่ามกับพนักงานเสิร์ฟ คืนนี้เธอคงจะรอดพ้นการตกงานไปได้แล้วสินะ หญิงสาวคิดอย่างมีความหวัง แต่มันจะเป็นไปได้จริงหรือ ในเมื่อพวกผู้ชายไม่เคยมีความ น่าไว้ใจบรรจุในโครโมโซมวายมาแต่ไหนแต่ไร

 

“มีลูกค้ามาใหม่แน่ะ ไอ้วา เอ็งไปรับออเดอร์หน่อย”

พนักงานสาวผงกศีรษะตอบรับ ถือว่าเดินทางมาถึงครึ่งทางแล้วสำหรับการทำงานในคืนนี้ วิวาห์ได้แต่ปลอบใจตนเองให้คิดถึงเงินและสิ่งดีๆ เข้าไว้เพื่อให้มีแรงยิ้มสู้ไหว อย่างน้อยคืนนี้เธอก็คงไม่เจอเรื่องกวนใจแล้วล่ะ

ร่างบางเดินตรงไปหาลูกค้ากลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นชายหนุ่มล้วนเกือบสิบคนเห็นจะได้ หน้าตาท่าทางดูดี สะอาดสะอ้านกันทุกคน เสื้อผ้าที่สวมใส่และการวางตัวบ่งบอกชัดเจนว่านี่คงเป็นการสมาคมเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่างของพวกลูกเศรษฐีไฮโซ เพราะมีหลายคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาในโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์อยู่บ้าง เหอะอย่างนี้ล่ะ คนรวยก็คบแต่กับคนรวยด้วยกัน สนุกสนานกับการใช้ชีวิตดื่มกินสุขสบาย ส่วนคนจนกลับมีชีวิตลำบากปากกัดตีนถีบ ช่างเป็นชีวิตที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเสียนี่กระไร

วิวาห์รับออร์เดอร์จากลูกค้าเรียบร้อย จึงเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มครบตามรายการ ถึงแม้โต๊ะนี้จะวางตัวดี ไม่ใครพกมือปลาหมึกมาเกาะแกะหนุบหนับให้สาวเสิร์ฟต้องลำบากใจก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่วางใจอยู่ดีเพราะหนึ่งหนุ่มในกลุ่มไฮโซกำลังมองเธอด้วยสายตาแปลกพิลึกอยู่นานแล้วไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม

เจ้าของสายตาอันชวนขนหัวลุกเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม ดวงหน้าคมคายรับกับจมูกโด่งเป็นสัน รูปร่างกำยำสวมเชิ้ตสีแดงเลือดหมู เขานั่งสบายๆ อยู่ที่หัวโต๊ะ ไม่เพียงแต่แปลกที่สายตาเท่านั้น แต่ยังแปลกไปถึงลักษณะของเขาด้วย ทั้งๆ ที่ปาร์ตี้ดูจะจัดเพื่อเขาแท้ๆ แต่กลับดูไม่สนใจงานฉลองนี้เสียเลย ดูเหมือนความสนใจส่วนใหญ่ของเขาจะพุ่งมาที่เธอและนั่นทำให้หญิงสาวอึดอัดจนแทบบ้า เธอเกลียดสายตาแทะโลมแบบนั้นที่สุด

“เสียดายจังว่ะที่ไอ้กวินไม่ได้มาด้วย ถ้ามันมาด้วยนะ มันคง

คริสชายหนุ่มลูกครึ่งผู้ซึ่งเป็นคนสั่งออเดอร์เปิดบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบ หวังจะให้ในโต๊ะครึกครื้น ทว่าแทนที่จะเป็นอย่างนั้น ในโต๊ะกลับเงียบกริบอย่างอึดอัด เหมือนจะรู้ตัวว่าตนเองเผลอพูดอะไรผิดไป จึงเสไปคุยเรื่องงานแต่งงานของเพื่อนอีกคนแทน เป็นอันที่รู้กันว่า กวินได้แยกตัวออกไปจากกลุ่มอย่างเป็นทางการไปแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องแตกหักเมื่อคราวก่อนและตั้งแต่นั้นมากลายเป็นกฏประจำกลุ่มกลายๆ ไปแล้วว่า พวกเขาจะไม่หยิบยกชื่อ กวินมากล่าวโดยไม่จำเป็นอีก อย่างน้อยก็ต่อหน้าเจ้าของปาร์ตี้วันนี้ล่ะนะ

“ว่าแต่แกจะไปงานแต่งของไอ้ภัทรเดือนหน้าหรือเปล่า”

“แน่นอนสิ งานนี้จะพลาดได้ไง” ชายหนุ่มผู้ซึ่งยังไม่ยอมละสายตาจากสาวเสิร์ฟเอ่ยบ้าง เสียงของเขาก็ทุ้มลึกฟังดูมีพลังเหมาะกับเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบอยู่หรอก เป็นสาวอื่นก็คงจะเคลิ้มแต่ไม่ใช่สำหรับเธอแน่ ทุกอย่างที่รวมเป็นตัวชายคนนี้ช่างดูกวนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาระยับคู่นั้นวิวาห์ทนไม่ไหวเลยต้องจ้องประสานตอบกลับไป

ชายหนุ่มดูมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่การจ้องตอบกลับมาของสาวเจ้าไม่ใช่การตอบรับเหมือนสาวอื่นที่เคยเจอ แต่เป็นในทางตรงกันข้ามแถมดุดันเอาเรื่องเสียด้วย ดูท่าเขาจะเจอของจริงเข้าให้แล้วสิ พอเห็นอย่างนั้นริมฝีปากหยักก็กลับเผยอยิ้มขึ้นมา

หญิงสาวรู้สึกฉุนกึกกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย ไอ้หมอนี่มันยังไงกัน

“มีอะไร” วิวาห์ตั้งท่าจะท้าทายโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อรู้ว่าผู้จัดการใหญ่กำลังคอยสังเกตอยู่ จึงจำใจต้องเปลี่ยนท่าทีเสียใหม่ “มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่า เอ่อคะ”

เหมือนกับจะรอให้ถามเช่นนี้อยู่แล้ว หนุ่มหน้าคมชูแก้วเหล้าขึ้น พลางตบเบาะที่นั่งข้างตัว

“มานั่งตรงนี้และช่วยรินเหล้าให้ผมหน่อย”

ใบหน้านวลปรากฏริ้วสีแดงพาดผ่านด้วยอารมณ์โทสะอันคุกกรุ่น

“คลับเราไม่มีนโยบายให้พนักงานนั่งดื่มกับแขก”

“คลับประเภทไหนกันที่อยากขัดใจแขก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแขกวีไอพีอย่างผม”

 “ต้องขอโทษด้วยที่คลับนี้ไม่มีสิ่งที่แขกวีไอพีอย่างคุณต้องการ ถ้าคุณอยากจะทำแบบนั้น คงต้องไปหาที่อื่น”

บรรยากาศในโต๊ะดูจะอึมครึมถนัดตา เสียงพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างเพื่อนเงียบหายไปกะทันหัน หนุ่มลูกครึ่งที่นั่งอยู่ติดกันรีบกระทุ้งศอกใส่สหายซึ่งตั้งท่าจะต่อความยาวสาวความยืด

“เฮ้ย พอแล้วน่า” เขากระซิบปรามเจ้าของปาร์ตี้ “อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย ที่นี่ไม่ได้ก็ช่างเถอะ เดี๋ยวพวกเราค่อยไปต่อกันที่อื่นก็ได้”

“เอางั้นก็ได้” เจ้าของดวงตาระยับดูจะสงบลงกว่าเดิม ทว่าก็ยังไม่ยอมปล่อยหญิงสาวไปอยู่ดี นิ้วแกร่งเคาะแก้วเหล้าอย่างบันเทิงใจ “ถ้าอย่างนั้นแค่รินเหล้าอย่างเดียวคงไม่เป็นไรใช่ไหม”

วิวาห์เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อป้องกันคำพูดร้ายๆ เล็ดลอดออกมา ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาจ้องจับผิดจากผู้จัดการ ก่อนจะขยับไปใกล้ชายหนุ่มเพื่อรินเหล้าให้อย่างไม่เต็มใจนัก

เธอตั้งสมาธินึกถึงหนี้ก้อนโตที่ยังใช้ไม่หมด และน้องชายที่ยังนอนรออยู่บ้านด้วยความหิวโหยเข้าไว้มากๆ จะได้หักห้ามใจไม่ให้เผลอเอาอะไรแพ่นกบาลคุณลูกค้าวีไอพีเข้า และก็เป็นอย่างที่คาด แม้จะระวังตัวอย่างไร แต่วงแขนแกร่งก็ฉวยโอกาสโอบรอบเอวบางเธออย่างถือวิสาสะ ยิ่งถอยหนีก็ยิ่งถูกรั้งให้เข้าใกล้มากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ มือใหญ่ยังเลื่อนต่ำลงมาจนถึงบั้นท้ายของเธออย่างชำนิชำนาญเสียอีก เธอรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวโกรธจนหน้าชา ระเบิดเวลาในตัวนับเวลาถอยหลังอัตโนมัติ ถ้าเพียงแต่ไอ้หมอนี่ยังไม่ยอมเอามือโสโครกออกไปจากก้นเธอเดี๋ยวนี้ล่ะก็นะ แต่ในความเป็นจริงไม่เพียงแต่เขาจะไม่หยุดการกระทำรุ่มร่ามแล้ว ยังมีดีกรีความแรงกว่าอาเสี่ยที่เคยเจอหลายเท่า

ไม่ใช่แค่จับธรรมดาแต่นี่เล่นขยำ หนำซ้ำยังหันมายิ้มกรุ้มกริ่มใส่เธอหน้าตาเฉยอีก เท่านั้นล่ะ สลักระเบิดความอดทนในตัวก็หลุดผลัวะ

น้ำสีอำพันถูกสาดเข้าใส่ดวงหน้าคมอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงอุทานด้วยความตกใจจากทั่วทุกทิศทาง ปฏิกริยาตอบสนองของเขาก็ไม่ได้เชื่องช้าเท่าไรนัก เพราะทันทีที่ถูกโจมตี ร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้น มือหนากดลงที่บ่าบอบบางอย่างเอาเรื่อง แต่ก่อนที่จะทันอ้าปากพูดอะไรด้วยซ้ำก็เจอการโจมตีชุดสอง ถูกกระชากแขนเข้าท่าจับทุ่มจนต้องลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

“เฮ้ย เป็นไรไหมวะ!” กลุ่มหนุ่มไฮโซต่างก็หนาเหวอ อ้าปากค้าง พอตั้งสติได้จึงพากันกรูเข้าไปช่วยกันพยุงเพื่อนผู้เคราะห์ร้ายอย่างทุลักทุเล

“โอ๊ย หลังฉัน!

“เป็นยังไงบ้างครับ” ผู้จัดการร้านรีบแหวกไทยมุงเข้ามาตรวจดูอาการลูกค้าอย่างเป็นห่วง เสียงกล่าวขอโทษขอโพยของผู้จัดการทำให้วิวาห์ได้สติ ราวกับปุ่มบ้าคลั่งได้ปิดตัวลงและกลับเข้าสู่โหมดปกติ ทันทีที่สติสัมปชัญญะหลั่งไหลคืนมา เมื่อทราบว่าทำอะไรลงไป เธอก็ถึงกับหน้าเสีย

“ผู้จัดการ ฉันไม่ได้” แต่มันสายเกินไปที่จะแก้ตัวใดๆ เธอรู้ชะตากรรมตนเองดีเมื่อผู้จัดการหันมาตะโกนกร้าวน้ำลายแตกฟองฟอดใส่หน้า

“หุบปาก เธอถูกไล่ออก!

 

และแล้วเส้นทางทำมาหากินก็จบลงเพียงเท่านั้น ถึงแม้จะพยายามต่อรอง ขอโอกาสแก้ตัวใหม่กี่ครั้ง แต่มันก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมนัก สุดท้ายเธอก็ลงเอยด้วยการถูกจับโยนออกมาด้านนอก ถึงแม้การเป็นพนักงานเสิร์ฟจะไม่ใช่งานที่เธอชอบมากนักก็ตาม เพราะต้องผจญกับ มือหมึกสารพัดพิษอยู่เนืองๆ แต่มันก็เป็นงานเดียวที่มีค่าแรงพอเลี้ยงปากท้องตัวเองและน้อง ต่อไปนี้คงต้องเข้าสู่วงจรเดิมวิ่งหางานใหม่กันขาขวิดแน่

คิดแล้วก็แค้น เป็นเพราะไอ้ขยะสังคมนั้นแท้ๆ เห็นถูกรุมล้อมประคองกันไปโรงพยาบาลวุ่นวายกันใหญ่ แต่ก็ไม่ลืมทำมาเป็นมองหน้าคงอยากเอาคืนเธอเสียเต็มประดา อยากตอกกลับเสียจริงว่า คนที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศ โดนแค่นั้นยังน้อยไป

แต่มาคิดดูแล้ว ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน บางทีเธอน่าจะแวะไปโรงพัก แจ้งความไว้สักหน่อย ถ้าโชคดีอาจจะได้ค่าเสียหายงามๆ ก็เป็นได้

พอออกมาจาก อดีตสถานที่ทำงานวิวาห์ก็เตรียมจะกลับบ้าน เวลานี้น่าจะยังทันรถเมล์เที่ยวสุดท้ายพอดี ปกติแล้วเวลาไปไหนมาไหน เธอแทบไม่เคยเสียเงินให้แท็กซี่เลยถ้าไม่จำเป็น เรื่องอะไรจะยอมเสียตั้งหลายร้อยเพื่อความสบายก้นไม่กี่นาทีกันล่ะ ในเมื่อสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้เป็นค่าข้าวได้ตั้งวันหนึ่ง เธอรู้ว่าตัวเองเป็นพี่ที่ไม่เอาไหน แต่ยังไงก็ยังปรารถนาให้น้องได้กินอิ่มอยู่ดี มือบางล้วงกระเป๋าเงินออกจากกางเกงยีนส์เพื่อตรวจดูเงินตามความเคยชิน แต่ยังไม่ทันจะได้ควานหา เสียงทุ้มๆ ของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน ดูเหมือนจะคอยท่าทักเธออยู่นานแล้ว

“จะกลับแล้วเหรอ”

ผู้มาใหม่เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมสูทสีครีมดูมีราคา ผิวขาวจัดและจัดว่าหน้าตาดีทีเดียว ริมฝีปากได้รูปสวยจนผู้หญิงควรอิจฉา จะมีก็เพียงดวงตาเรียวยาวของเขาเท่านั้นที่แฝงไปด้วยประกายเศร้าเล็กๆ แบบไม่มีสาเหตุ

แปลกพิลึกจริงๆ แค่คืนเดียวเธอก็มีคนแปลกหน้ามาตีสนิทในเวลาใกล้เคียงกันถึงสองราย ถึงแม้รายนี้จะดูไม่โรคจิตเหมือนรายแรกก็ตาม แต่การพูดคุยโต้ตอบกับคนแปลกหน้าไม่ใช่นิสัยซึ่งเธอชอบทำสักเท่าไร จึงทำเป็นไม่ได้ยินและเร่งฝีเท้าตรงไปยังป้ายรถเมล์ ทว่าชายคนเดิมก็ยังตามติดไม่เลิก มิหนำซ้ำยังยื่นธนบัตรจำนวนหนึ่งให้เธอเป็นค่าแท็กซี่อีกด้วย

“คืนนี้คุณเจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะ คงจะเหนื่อย นั่งแท็กซี่จะสะดวกสบายกว่านะ”

ตอนแรกก็ว่าจะไม่ข้องแวะด้วยแล้วเชียว แต่พอได้สูดกลิ่นหอมอันเย้ายวนของธนบัตรสีเทาๆ ก็อดใจไม่ไหว กล่าวขอบคุณและรีบรับมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ เฮงจริงๆ ได้กลับบ้านแบบสบายโดยไม่เสียเงินสักบาท

“ฉันรู้จักคุณด้วยเหรอ ทำไมถึงดีกับฉันนัก” อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับยิ้มละมุนแทนคำตอบ

“เอาเป็นว่าผมถูกชะตากับคุณแล้วกัน”

วิวาห์เลิกคิ้วสูง ทวนถามอย่างประหลาดใจ

“ถูกชะตากับฉัน”

“ผมเห็นสิ่งที่คุณทำในคลับเมื่อกี้แล้ว นั่นเป็นวิธีตอบโต้ที่กล้าหาญมากเลย น้อยคนนักที่จะมีความกล้าแบบนั้น ผมประทับใจมากครับ”

“หึ แปลกดีที่คุณไม่มองว่าฉันเป็นอันธพาล เพราะทุกคนต่างก็คิดแบบนั้นกันหมด”

“คุณไม่ใช่อันธพาลหรอก แต่เป็นคนเก่งที่กล้ายืนหยัดสู้กับความไม่ถูกต้องต่างหาก บางครั้งขยะสังคมแบบนี้ก็สมควรถูกสั่งสอนซะบ้าง” ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ พริบตาหนึ่งที่เธอมองเห็นดวงตาเศร้าคู่นั้นเปล่งประกายไปด้วยความเจ็บแค้น รวดร้าว แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้นมันก็จางหายไป พอตระหนักว่าได้เวลาสมควรต้องบอกลา เขาจึงช่วยไปโบกแท็กซี่ให้อย่างมีน้ำใจ ก่อนที่รถจะเคลื่อนจากมา ชายหนุ่มแปลกหน้าก็เคาะก๊อกๆ บนกระจกรถ คล้ายมีเรื่องสำคัญที่อยากจะถาม

“ผมยังไม่รู้เลยว่า คุณชื่ออะไร”

“ฉันชื่อ…‘สำคัญตรงไหน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ ราวกับล่วงรู้ความระมัดระวังนี้ หนุ่มนัยน์ตาเศร้าผงกศีรษะ อมยิ้มคล้ายจะกลั้นหัวเราะ

“ถ้าอย่างนั้นคุณอยากรู้ไหมว่าผมชื่ออะไร”

“ฉันรู้แล้ว” วิวาห์ว่าพลางเลื่อนกระจกปิดอย่างไม่สนใจ “คุณชื่อ ไม่จำเป็น

เจอแบบนี้ถึงกับจุกทีเดียว แต่อย่างนี้สิค่อยสมน้ำสมเนื้อหน่อย ชายหนุ่มโคลงศีรษะก่อนจะตรงไปขึ้นรถยนต์ของตน และติดตามแท็กซี่คันดังกล่าวไปห่างๆ

เป็นอย่างที่เขาคาดเอาไว้ น่าสนใจจริงๆผู้หญิงคนนี้

 

 

วิวาห์ใช้เวลาเดินทางกลับถึงบ้านช้ากว่าปกติ การจราจรติดขัดในเมืองทำให้มิเตอร์วิ่งเร็วจนน่าตกใจเพียงเท่านั้นเธอก็ไม่เสียเวลาลังเล ลงจากแท็กซี่และเดินเท้าต่อมาเอง ถึงแม้จะเหนื่อยหน่อยเพราะระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ ทว่าพอนึกถึงเงินซึ่งประหยัดไปได้มากแล้วก็พลันหายเหนื่อย อุตส่าห์ได้ลาภมาทั้งที เรื่องอะไรจะยอมเสียไปอย่างสิ้นเปลืองกันล่ะ

“กลับมาแล้วเหรอคะ”

หญิงสาวยังไม่ทันจะเดินถึงจุดหมายเลยด้วยซ้ำ เสียงทักทายคุ้นหูก็ร้องเรียกมาแต่ไกล เป็นภาพที่เห็นจนเจนตาไปแล้วกับร่างสันทัดในชุดผ้ากันเปื้อนซึ่งออกมายืนยิ้มร่าหน้าบ้านเช่าโกโรโกโสต้อนรับการกลับมาของเธอทุกวัน พร้อมการถามไถ่ห่วงใยด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวานราวกับกำลังสนทนากับเด็กสาววัยกระเตาะก็ไม่ปาน

 “แกออกมาทำไมอีกวะ ไอ้พี บอกแล้วไงว่า ไม่ต้องออกมารอ เอ้อ ไอ้นี่พูดอะไรไม่เคยรู้เรื่อง และก็หยุดพูดจาหน่อมแน้มแบบนั้นซะทีด้วย ไม่เข้าท่าเลย”

พีรเดชยิ้มกว้าง ไม่สนใจเสียงบ่นของเพื่อนสนิท ด้วยเพราะตัวเขาเองถูกเลี้ยงมาให้สุภาพกับผู้หญิงเสมอจึงไม่เคอะเขินอะไร แต่วิวาห์สิกลับหัวเสียทุกครั้งที่รู้สึกว่ากำลังถูกปฏิบัติอย่าง ผู้หญิง” ดวงตาคมสดใสภายใต้คิ้วเข้มมีประกายสงสัยใคร่รู้ พอเห็นสีหน้าอิดโรยเหนื่อยล้าของวิวาห์ก็พอจะเดาได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น

“ทำไมวันนี้กลับช้าจังคะ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”

“นอยสุดๆ วันนี้ เจอขยะสังคมทำพิษ” อีกฝ่ายตอบอย่างสุดเซ็ง พลางชะเง้อคอมองเข้าไปในบ้านไม้สับปารังเคพลางถามหาน้องชาย “เจ้าวิคอยู่ไหนล่ะ หลับหรือยัง”

“หลับไปเมื่อกี้นี่เอง คงจะเหนื่อยเพราะร้องไห้โยเยถามหาวาตลอด พีป้อนข้าวให้กินก็ไม่ยอมกิน ตอนนี้ไอ้ทิศคอยดูแลอยู่”

วิวาห์ถอนหายใจ ชาติก่อนทำเวรทำกรรมอะไรมาไม่รู้ เกิดมาชีวิตนี้เธอถึงโชคดีไม่ดีเลยสักอย่าง เกิดมาในครอบครัวแตกแยก พ่อไม่มี แม่หนีหายอยู่เรื่อย ทั้งยังทิ้งหนี้กับน้องต่างบิดาไว้ให้ดูแลอีก เธอต้องดิ้นรนทำงานส่งเสียตัวเองเรียนตั้งแต่เด็กจนจบปริญญา จึงได้เข้าทำงานในบริษัทรับก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่งวิศวกร แต่พอทำงานได้ไม่นานก็เตะฝุ่น เหตุเพราะบริษัทไปไม่รอด จึงต้องตระเวนหางานไปทั่วนับแต่นั้น เรียกได้ว่า ชีวิตเธอนี่มันช่างบัดซบจริงๆ น่าจะไปออกวงเวียนชีวิตเสียให้รู้แล้วรู้รอด

สิ่งเดียวในชีวิตที่พอจะดีกับเขาบ้าง เห็นจะเป็นเพื่อนนี่ล่ะที่พอจะพึ่งพาได้ แม้งานจะยุ่งแต่พาทิศกับพีรเดชมักจะสลับกันมาคอยมาช่วยดูแลเจ้าวิคระหว่างที่เธอไม่อยู่เสมอ

“ฉันเป็นหนี้บุญคุณพวกแกสองคนจริงๆ ถ้าไม่ได้พวกแก ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดีเหมือนกัน”

“นั่นถือเป็นคำขอบคุณหรือเปล่าคะ”

“เออ แล้วแกคิดว่าไงล่ะ”

วิศวกรหนุ่มหัวเราะร่วนกับคำยอกย้อนของเพื่อนสาว วิวาห์ก็เป็นอย่างนี้เสมอ ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าว หากลองศึกษาให้ดี จะรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอก็เป็นคนดีน่าคบหาคนหนึ่ง

“แต่คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายแล้ว ต่อไปฉันคงไม่ต้องรบกวนพวกแกอีก”

“ทำไมพูดอย่างนั้น” คิ้วเข้มของผู้ฟังเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ และพอเห็นสีหน้าของสหายก็พอจะมองเห็นความเป็นไปได้ลางๆ “อย่าบอกนะว่า ถูกไล่ออกอีกแล้ว!

วิวาห์ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ใช้สีหน้าหน่ายโลกแทนคำตอบ พีรเดชถึงกับถอนใจออกมา หากมีการบันทึกสถิติกินเนสบุ๊คการถูกไล่ออกจากงานบ่อยที่สุดในโนโลก เพื่อนคนนี้คงชนะเลิศ

“เพิ่งจะทำงานที่นั่นได้ไม่ถึงสองเดือน ก็ถูกเฉดหัวออกมาอีกแล้วเนี่ยนะ”

“บอกไว้ก่อนเลยนะว่า คราวนี้ฉันไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง”

“ไม่เชื่อหรอก วาก็พูดแบบนี้ทั้งปี”

“จริงๆ นะ ฉันตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศ จะไม่ให้ฉันตอบโต้ได้ยังไง ไอ้บัดซบนั่นมันขยะสังคมของจริง โอ๊ย คิดมากเยี่ยวเหลือง กินเบียร์แก้เคืองกันดีกว่า กินไหม ฉันแวะซื้อขวดนึงที่หน้าปากซอยมาด้วย” ว่าแล้วก็ชูขวดเบียร์ราคาถูกในถุงพลาสติกให้ดู ใบหน้าเฉี่ยวสวยเปลี่ยนสีหน้าคับแค้นมาเป็นเริงร่ากะทันหัน ทำเอาคู่สนทนาถึงกับตามอารมณ์ไม่ทัน ชายหนุ่มจ้องมองขวดเบียร์อย่างนึกสงสัย ปกติวิวาห์จะไม่ยอมเสียเงินกับเรื่องพรรค์นี้ง่ายๆ แสดงว่าวันนี้มีอะไรพิเศษ

“แล้วไปเอาเงินจากไหนมาซื้อเบียร์”

“มีเศรษฐีใจดีให้ฉันน่ะสิ ฉันเลยแบ่งมาซื้อเบียร์นิดหน่อย โคตรเฮงเลย อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่แย่เท่าไร”

“นี่ไปหลอกเอาเงินเสี่ยที่ไหนมาคะ เดี๋ยวนี้ริอ่านทำตัวเป็นนังแพศยาแล้วเหรอ โอ๊ย พีแค่ล้อเล่น!” พูดยังไม่ทันจบก็ถูกฝ่ามือของสหายตบฉาดเข้าที่ข้างศีรษะ

“แพศหยง แพศยาอะไร ไอ้นี่เดี๋ยวเหอะ มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอก เราเจอกันที่หน้าคลับ เขาก็แค่ถูกชะตากับฉันก็เท่านั้น”

พีรเดชขมวดคิ้วมุ่นกับคำว่า ถูกชะตาฟังดูแล้วทะแม่งๆ อยู่นะเนี่ย

“แล้ววาก็รับเงินจากคนแปลกหน้ามางั้นเหรอ เพี้ยนหรือเปล่า ทำไปได้ยังไงคะ”

“แล้วมันจะเสียหายตรงไหน เงินเชียวนะ ใครไม่อยากได้ก็โง่แล้ว” หญิงสาวว่าพลางโบกธนบัตรจำนวนหนึ่งใส่หน้าสหายเพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักในสิ่งที่ตนพูด แต่เขาไม่ยอมคล้อยตาม เห็นได้จากเสียงบ่นงึมงำไม่พอใจ

“นั่นล่ะที่อยากเตือน วาคิดว่าในโลกนี้มีอะไรที่ได้มาฟรีด้วยเหรอ เพิ่งเจอกันแท้ๆ แต่เขาก็ให้เงินตั้งเยอะ ไม่คิดว่ามันแปลกหรือไง”

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้คนที่กำลังพยายามรีดธนบัตรให้เรียบหยุดชะงักไป จริงด้วยแฮะ มัวแต่ดีใจ จึงไม่ทันได้คิดมาถึงจุดนี้ กระนั้นเลยก็ยังพยายามคิดในแง่ดี อันที่จริงแล้วเธอก็แค่วาดภาพ เงินที่จมลงในถังแห่งความเลวร้ายไม่ค่อยออกต่างหาก

 “เลิกใช้ตรรกะผิดๆ อย่างเงินเท่ากับความดีสูงสุดสักทีเถอะค่ะ คนแปลกหน้าที่ไหนจะให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่แน่นะถ้าเขาลงทุนให้วาซะขนาดนี้ พีว่าต้องมีอะไรสักอย่างที่เขาหวังจะได้จากวาแน่ๆ”

คำพูดของเพื่อนก็ฟังดูมีเหตุผลดีอยู่หรอก แต่กระนั้นกลิ่นหอมหวลของธนบัตรซึ่งถูกรีดเสียเรียบกริบในมือก็ทำให้เหตุผลนั้นกลายเป็นเรื่องไม่น่าสนใจทันใด

“ไม่มีอะไรหรอกน่า มาเร็ว เข้าบ้านกัน ชักอยากหาอะไรกระแทกปากซะแล้ว” วิวาห์ตัดบทเพียงเท่านั้น ก่อนจะจ้ำพรวดๆ กวัดแกว่งถุงเบียร์นำเข้าไปในบ้าน โดยมีสหายซึ่งได้แต่ยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ตามหลัง น่าจะรู้อยู่แล้วสิว่า ยากที่จะเปลี่ยนทัศนคติของเพื่อนคนนี้ เขาก็ได้แต่หวังว่า ตนเองจะเพียงคิดมากไปเองเช่นกัน

 

พอคล้อยหลังคู่หนุ่มสาวไปได้ไม่ทันไร ผู้ที่คอยซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ จึงเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหว ร่างสูงโน้มตัวไปด้านหน้า ชะโงกตัวผ่านกระจกรถยนต์สำรวจสภาพบ้านซอมซ่อซึ่งอยู่ไม่ห่างออกไปนักอย่างพิจารณา ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ตามมา งานนี้คงไม่ยากอยากที่คิด เพราะผู้หญิงคนนี้ดูจะไม่อยู่ในสภาพที่จะเลือกได้สักเท่าไร

ชายหนุ่มเผยอยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้เห็นในสิ่งที่ต้องการแล้วจึงบังคับรถคันสวยออกจากซอยคับแคบ ก่อนจะทะยานหายไปในความมืดอย่างเงียบเชียบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 3 : บทที่ 1 : คุกคาม , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11946 , โพส : 11 , Rating : 89% / 20 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 351
ลุ้นๆๆๆๆ
Name : nujeeb < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nujeeb [ IP : 182.53.76.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2556 / 19:41
# 10 : ความคิดเห็นที่ 339
ตอนแรกก็น่าลุ้นน่าติดตามซะแล้ว
PS.  ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมโลกทุกคน
Name : ณ มล < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ณ มล [ IP : 223.205.204.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2556 / 23:38
# 9 : ความคิดเห็นที่ 324
ปมเต็มไปหมดเลย
PS.  "Do no wrong is do nothing" "ทำอะไรไม่ผิดเลย ก็คือไม่ทำอะไรเลย"
Name : จิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิรารัตน์ [ IP : 125.27.218.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:17
# 8 : ความคิดเห็นที่ 234
ไม่มีใครให้เงินแล้วไม่หวังผลหรอกนะน้อง
PS.  ติดใจจีงเข้ามาทักทาย ตินิดเพราะรักเธอ
Name : nunpanu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunpanu [ IP : 171.98.104.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ธันวาคม 2555 / 13:03
# 7 : ความคิดเห็นที่ 156
ฮู่ ให้เงินหวังอะไรชัดๆ
PS.  เคยไหม…? ที่เจ็บปวดจนแม้แต่น้ำตาก็ไม่อาจหลั่งริน เคยไหม…? ที่จะค้นหาความสุขด้วยหัวใจที่แตกร้าว
Name : Azalea (อาซาเลีย) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Azalea (อาซาเลีย) [ IP : 115.67.228.191 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 21:18
# 6 : ความคิดเห็นที่ 71
เพลย์บอยตัวพ่อ ปะทะ สาวห้าวตัวแม่
อย่างนี้ค่อยสมน้ำสมเนื้อ...หน่อย
55+ จะติดตามทุกตออัพไวๆ น่าค่ะ
Name : สายลม [ IP : 223.207.128.251 ]

วันที่: 9 ตุลาคม 2555 / 22:44
# 5 : ความคิดเห็นที่ 40
ผู้ชายคนนั้นใครหว่า -0- ท่าทางจะมีแผนรย
Name : หมูกระเป๋า [ IP : 180.183.189.137 ]

วันที่: 26 กันยายน 2555 / 06:37
# 4 : ความคิดเห็นที่ 16
ผู้ชายคนนั้นน่าจะเป็นคนที่ชื่อกวิน  แต่พระเอกโคตรเพลย์บอยอ่ะ รีบอัพไวๆน่ะ  สู้ๆ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.64.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2555 / 11:21
# 3 : ความคิดเห็นที่ 15
สรุปว่าไม่มีอะไรเดพิ่มเข้ามาใหม่เลยหรอ
Name : KEAW < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KEAW [ IP : 223.204.120.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2555 / 16:48
# 2 : ความคิดเห็นที่ 14
หนุกดี มาต่อไวๆนะคะ
Name : mikomikojang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mikomikojang [ IP : 1.2.179.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กันยายน 2555 / 11:18
# 1 : ความคิดเห็นที่ 13
หนุกดี
Name : retona [ IP : 223.205.17.222 ]

วันที่: 8 กันยายน 2555 / 22:14
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android