คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม)

ตอนที่ 11 : บทที่ 9: นาทีระทึก


     อัพเดท 15 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: Romance, Comedy, ครอบครัว, มารยา, เพลย์บอย, วิวาห์, อชิระ, เด็ก, ตลก, ขบขัน, น่ารัก, ฮา, ดราม่า, เล่ห์กล
ผู้แต่ง : น ว ต า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น ว ต า
My.iD: https://my.dek-d.com/naughtyprincess
< Review/Vote > Rating : 98% [ 10 mem(s) ]
This month views : 21 Overall : 140,350
798 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 649 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 11 : บทที่ 9: นาทีระทึก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5693 , โพส : 27 , Rating : 88% / 19 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

บทที่ 9 นาทีระทึก

“กรี๊ด!” ภาพที่เห็นคงจะบาดตาบาดใจนางแบบสาวมาก จนหล่อนไม่สามารถควบคุมตัวเองอยู่ต้องแผดเสียงออกมาลั่นโดยไม่สนภาพพจน์หรือสายตาใครทั้งสิ้น “นี่แกกล้าดียังไง ถอยให้ห่างจากคุณอชิระเดี๋ยวนี้”

หญิงสาวในชุดฟินาเล่พุ่งตัวเข้ามา หมายจะกระชากศัตรูมาตบให้หายแค้น ทว่าก็ไม่สามารถทำได้ เพราะชายหนุ่มอีกคนดึงหล่อนไว้เสียก่อน...พาทิศนั่นเอง เขาพุ่งตัวมาจากฝูงชนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“ปล่อยฉันนะ มาจับฉันไว้ทำไมยะ!” รสรินกรีดเสียง สะบัดตัวเร่า แต่พาทิศกลับไม่ยอมปล่อยเจ้าหล่อนง่ายๆ เขายิ้มกริ่ม ชี้ไปที่เท้าตัวเองอย่างมีความหมาย พร้อมขยิบตาให้วิวาห์เป็นทำนองว่า งานนี้ขอส่วนแบ่งสักสิบเปอร์เซนต์ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เมามากเสียจนไม่รู้ว่า ในสถานการณ์เมื่อครู่ เขาควรทำอย่างไรที่แทนจะยืนดูเฉยๆ

“ใจคอคุณจะนั่งอยู่บนตัวผมไปตลอดกาลเลยหรือไง”

วิวาห์ขยับยิ้มกับสีหน้าหงุดหงิดของชายหนุ่ม แต่ยังไม่ยอมลุกออกไปไหน อชิระคิดว่าเขาต้องติดแหง็กอยู่ในสภาพเบาะมนุษย์ ปล่อยให้สื่อมวลชมเก็บภาพจนหนำใจเสียแล้วสิ ก็พอดีที่กวินมาช่วยชีวิตเขาไว้เสียก่อน ด้วยการดึงตัววิวาห์ลุกขึ้นมา

“ไม่เป็นไรใช่ไหม”

หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย แต่รอยยิ้มของเธอนี่สิบ่งบอกยิ่งกว่าคำว่า ไม่เป็นไรเสียอีก เธอดูรื่นเริงและถึงขั้นมีความสุขด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าแผนการนี้สำเร็จอย่างสวยงามเพียงใด โชคกำลังเข้าข้างเธอสองชั้นเพราะตอนนี้กองทัพสื่อมวลชนเริ่มแห่มารุมล้อมสัมภาษณ์เธออย่างกระตือรือร้น

“คุณคือ คุณวิวาห์ น้องสาวของคุณกวิน ที่เคยเปิดตัวในงานแต่งงานคุณชลภัทรเมื่อคราวก่อนใช่ไหมครับ”

“เกรงว่าจะใช่”

“ข่าวลือที่ว่าคุณกับคุณอชิระกำลังคบหาดูใจกันอยู่ จริงหรือเปล่าครับ”

เป็นคำถามที่เข้าทางดีเหลือเกิน วิวาห์นึกอยากจะตบรางวัลให้นักข่าวคนนี้เสียจริงๆ

“ตอบคำถามคุณนักข่าวไปสิ วิวาห์” กวินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ กระตุ้นเธอ ดูจากรอยยิ้มและสายตาแฝงนัยที่เขารับส่งระหว่างนักข่าวช่างถามแล้ว เธอก็พอจะเดาได้ว่า เกิดอะไรขึ้น กวินคงจะจ่ายไปเยอะทีเดียวในการจูงใจนักข่าวให้เลือกสรรคำถามที่ถูกใจ

“จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันกับอชิระมีความสัมพันธ์ พิเศษ ต่อกันมากๆ”

พอได้ยินว่า สัมพันธ์พิเศษกองทัพนักข่าวก็พากันฮือฮา ตื่นเต้นกันใหญ่

 “แต่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า คุณอชิระกำลังคบอยู่กับคุณรสรินนี่คะ ตกลงมันเป็นยังไงกันแน่” คราวนี้นักข่าวสาวอีกคนเป็นผู้ถาม วิวาห์ค่อนข้างมั่นใจเชียวว่า ค่าจ้างงามๆ ของกวินคงจะกระจายไปไม่ถึงหล่อนแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ วิวาห์ตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ ไม่สนใจเสียงกรี๊ดลั่นที่ดังมาอยู่เนืองๆ หรือแม้กระทั่งสายตาอาฆาตจากเพลย์บอยหนุ่ม

“รสรินเหรอ ฉันไม่สนใจหรอกว่าเขาจะมีข่าวกับใคร ผู้ชายก็อย่างงี้ ซุกซนออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่พอหมดโปรโมชั่นแล้ว สุดท้ายก็กลับมาตายรังอยู่ดี”

“แปลว่าคุณเป็นตัวจริงของคุณอชิระใช่ไหมครับ” คราวนี้นักข่าวในสังกัดของกวินเป็นฝ่ายคุมเกมบ้างแล้ว

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตัวจริงที่ว่า หมายความว่ายังไง” วิวาห์ยักไหล่อย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “แต่สิ่งที่ฉันพอจะบอกได้ก็คือ ในฐานะเพลย์บอย อชิระจะเล่นสนุกกับผู้หญิงทุกคน แต่จะมีผู้หญิงผู้โชคดีเพียง คนเดียวเท่านั้นที่จะได้หัวใจเขาไปครอบครอง”

“ซึ่งนั่นคือคุณหรือเปล่าครับ คุณวิวาห์และถ้าเป็นคุณจริงๆ พวกคุณสองคนจะมีข่าวดีเมื่อไรครับ รบกวนช่วยตอบหน่อย”

คนถูกถามไม่ยอมตอบ แต่ได้ยิ้มน้อยๆ อย่างวางฟอร์ม ในขณะที่เหล่าสื่อมวลชนต่างตะโกนถามเธอเซ็งแซ่ แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วงาน ไม่น่าเชื่อว่า เวลาเพียงชั่วข้ามคืน จะทำให้ชื่อกลายเป็นคนดังได้ถึงขนาดนี้

ตอนนี้ทุกคนต่างก็รู้จักเธอในฐานะ วิวาห์สาวตัวจริงของเพลย์บอยตัวพ่อซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความกะล่อนและร้ายกาจติดอันดับของประเทศไทย

 

“ตกลงคุณจะเอายังไงกับผม”

วิวาห์คิดไม่ผิดจริงๆ ว่าวันนี้ต้องมาถึง วันที่อชิระหมดความอดทนที่จะเล่นกับเธอ ไม่รู้ว่าเขาจัดการกับอาการคลุ้มคลั่งของรสรินหรือแก้ตัวกับอิงฟ้าว่าอย่างไร แต่ในที่สุดแล้วร่างสูงก็ไล่กวดและตามเธอทันที่ลอบบี้ในโรงแรม ใบหน้าของเขาเครียดเขม็ง และดวงตาคู่คมก็แทบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยโทสะซึ่งพุ่งถึงขีดสุด โชคดีจริงๆ ที่เธอตัดสินใจให้พีรเดชและพาทิศพาเด็กๆ กลับบ้านไปก่อน เธอไม่อยากให้พวกเขาต้องมาเห็นภาพไม่น่าดูหรือคำพูดรุนแรงซึ่งอชิระตั้งใจจะทำมันต่อไปเลยสักนิด

“คุณคงจะสนุกมากเลยล่ะสิ ที่วันนี้แผนสำเร็จอย่างสวยงาม พวกคุณนี่ร้ายกาจนัก คงทำกันเป็นขบวนการกันเลยสิท่า อะไรนะความสัมพันธ์พิเศษงั้นเหรอ ถามจริง ผมไปมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับคุณตั้งแต่เมื่อไร”

หญิงสาวหัวเราะเย็น ไหวไหล่

“ฉันไม่ได้โกหกนี่ เราต่างก็รู้ดีว่า เรามีความสัมพันธ์ที่ พิเศษต่อกัน ถึงแม้มันจะไม่ใช่ในทางบวกก็เถอะ”

“หึ เข้าใจเล่นนะ คุณทำเรื่องยุ่งไปหมดแล้ว ลำพังแค่รสรินน่ะผมไม่สนหรอก แต่นี่คุณทำให้อิงฟ้าพลอยเข้าใจผิดไปด้วย”

“และคุณกำลังจะบอกว่า คุณสนเรื่องนี้มากหรือไง”

“ใช่ ผมสนสิ อิงฟ้าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมแคร์” ร่างสูงคำรามลั่นอย่างมีโมโห นัยต์ตาเข้มวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “จู่ๆ อิงฟ้าก็ทำเย็นชาใส่ผม เธอไม่ยอมแม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ มันเป็นความผิดของคุณคนเดียว”

“ตลกสิ้นดี ก่อนที่จะกล่าวโทษคนอื่น ทำไมคุณไม่หัดดูตัวเองซะก่อน ถ้าเพียงแต่คุณทำตัวให้ดีกว่านี้และหัดสร้างภาพเทพบุตรจอมปลอมให้น้อยลง อะไรๆ มันคงไปได้สวย”

“ว่าไงนะ!

“คุณเองน่าจะรู้ดีแก่ใจว่า เพลย์บอยอย่างคุณไม่เหมาะจะลงเอยกับผู้หญิงอย่างอิงฟ้า เธอบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและแน่นอน ดีเกินกว่าที่คุณจะไปยุ่งเกี่ยว ดังนั้นปล่อยเธอไปซะ ฉันขอล่ะ”

วิวาห์พูดตามตรง แต่นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ยอมเข้าใจแล้ว ยังโมโหมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

“ถ้าอิงฟ้าไม่เหมาะกับผม ถ้างั้นใครเหมาะกับผมล่ะคุณเหรอ!

ดวงตาของเขาวาวขึ้นอย่างต้องการคำตอบ ต่อเมื่อสาวเจ้ายังคงเงียบ เขาจึงต้องคาดคั้นด้วยการคว้าข้อมือเธอมาบีบแรงๆ

“บอกผมมาสิ ว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ ไหนก่อนหน้านี้เคยบอกว่าอยากเป็นเพื่อนกับผมไม่ใช่หรือไง”

“ใช่ ฉันเคยพูดอย่างนั้น”

“และคุณโกหก” อชิระเอ่ยเสริมอย่างฉุนเฉียว ราวกับว่าเขาจะไม่ทนกับเรื่องพรรค์นี้อีกต่อไป เรื่องน่าปวดหัวจะต้องจบลงภายในคืนนี้ “ความจริงแล้วคุณไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับผมหรอก ดูจากสิ่งที่คุณทำลงไปวันนี้ มันส่อชัดเจนว่า คุณกระเหี้ยนกระหือรืออยากเป็น มากกว่าเพื่อนของผมจนตัวสั่น”

หญิงสาวยังคงเงียบ  ราวกับกำลังครุ่นคิดอยู่ว่า จะทำอย่างไรต่อไป ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้

“ถ้าฉันอยากเป็นมากกว่าเพื่อน คุณจะทำไมมิทราบ”

“ดี รู้แบบนี้แล้ว เราก็มาทำให้มันจบเรื่องจบราวไปสักทีเถอะ”

วิวาห์คิดว่าเขาจะโกรธอาละวาดเสียอีก แต่ปฏิกิริยาของเขาทำให้เธอแปลกใจ เขาไม่ได้พูดส่อเสียดกระทบกระเทียบอย่างที่เคยทำ แต่กลับออกแรงลากเธอไปที่เคาร์เตอร์รีเซปชั่นของโรงแรม

“คุณจะทำอะไร”

“คุณรู้อยู่แล้วนี่ ว่าผมจะทำอะไร” อชิระกระตุกยิ้ม ดวงตาวาวขณะที่รับกุญแจห้องมาจากรีเซปชั่น ไม่สนใจแม้อีกฝ่ายจะพยายามขัดขืนอย่างไรก็ตาม

 “จะสะบัดสะบึ้งอะไรนักหนา ใจจริงคุณก็อยากอยู่แท้ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่เที่ยวตามผมแจหรือบอกใครต่อใครว่าเป็นตัวจริงของผมหรอก สงสัยจะอยากนอนกับผมมากจนเนื้อเต้นแล้วสิท่า เอาเถอะ ถึงผมจะขยะแขยงคุณแค่ไหน แต่ถ้ามันทำให้คุณเลิกจุ้นกับผมได้ ผมก็จะหลับหูหลับตาสนองคุณสักคืนให้ถึงใจ”

วิวาห์จ้องสบตานิ่งอีกฝ่ายอย่างจริงจัง หวังให้โอกาสเขาเปลี่ยนใจ

“รู้ตัวไหมว่า สิ่งที่คุณคิดจะทำน่ะมันเป็นเรื่องผิดแค่ไหน”

“เหอะ ผิดเหรอ ผิดอะไรล่ะ อย่าดัดจริตนักเลย น่ารำคาญ”

เขาตะคอก ก่อนจะผลักหญิงสาวเข้าไปในลิฟต์ไม่สนใจฟังเสียงทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น

 “ในเมื่ออยากมากนัก ผมก็จะสนองให้ไง คืนนี้คุณจะได้เป็นตัวจริงของผมสมใจ จากนั้นเราจะได้ทางใครทางมันซะที”

เมื่อคู่หนุ่มสาวหายเข้าไปในลิฟต์แล้ว ผู้ที่คอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ จึงเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหว ดวงตาของกวินเต็มไปด้วยความกังวลกว่าครั้งใดๆ

การที่เห็นอชิระลากวิวาห์ขึ้นห้องต่อหน้าต่อตา ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจเลยสักนิด ถึงจะรู้ว่าวิวาห์เป็นหญิงแกร่ง และอาจหาทางเอาตัวรอดด้วยตนเองก็ตาม แต่ทว่าทำไมกันนะเขาถึงได้กังวลมากขนาดนี้ บางทีอาจจะเพราะเหตุผลเรื่องสัญญาก็ได้ เขาอาจแค่ไม่ต้องการให้เธอเสี่ยงเปลืองตัวเกินไป หรือมันอาจจะไม่ใช่แค่นั้นกันนะ เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

ภาพในอดีตแห่งวันวานเคลื่อนมาซ้อนทับในความคิดของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ครั้งสุดท้ายเขาไม่อาจปกป้อง เธอผู้เป็นที่รักจากเงื้อมมือซาตานร้ายตนนี้ได้จนทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต แต่หนนี้เขาจะไม่พลาดอีก วิวาห์เป็นผู้หญิงที่ดี เธอไม่ควรต้องเสี่ยงมากจนเกินควร

คิดได้ดังนั้นกวินก็ไม่รอช้า เร่งฝีเท้าตน ติดตามคู่หนุ่มสาวไปอย่างร้อนใจ

 

 

นี่ล่ะคือธาตุแท้ของซาตานในคราบเทพบุตร อชิระเผยความหื่นกระหายออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยสักนิด สลัดเสื้อผ้าออกได้อย่างรวดเร็วยังกับตายอดตายอยากมาจากไหน เพียงไม่กี่วินาทีเสื้อเชี้ตก็ถูกขว้างไปที่มุมห้อง เหลือเพียงแผ่นอกเปลือยเปล่ากำยำอวดสายตา ชายหนุ่มซึ่งตอนนี้สวมเพียงกางเกงสแล็คตัวเดียวผลักเธอลงกับเตียงในห้องพักสวีทหรูหรา ซึ่งแต่เดิมคงจะจองเอาไว้เพื่อหาความสุขกับนางแบบสาวสุดฮอท แต่ตอนนี้นางแบบที่ว่าถูกผู้จัดการส่วนตัวลากกลับไปแล้ว เพราะเกรงว่าอาจจะ เปิดศึกชิงนายกลางงานใหญ่ ผิดแผนไปหน่อยที่กลายเป็นเธอเสียได้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนเขาจะไม่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนก็คงเหมือนๆ กันสำหรับเขาไปหมด

“เอาล่ะ กับผู้หญิงอย่างคุณ ผมคงไม่ต้องโอ้โลมให้เสียเวลาหรอกนะ”

วิวาห์มองใบหน้าคมซึ่งเงื้อมเข้ามาใกล้อย่างรังเกียจ เธอพยายามบิดข้อมือ ขยับตัวแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายโถมตัวกดทับเธอไว้อย่างแน่นหนา นี่ถ้าไม่ติดเรื่องสัญญาสิบล้านนั่น ป่านนี้เธอคงจะถีบยอดหน้าหรือเตะผ่าหมากเจ้าหมอนี่ไปให้รู้แล้วรู้รอดแล้ว ในเมื่อทำไม่ได้ เธอจึงต้องใช้วิธีนุ่มนวลลงมา อย่างเช่น วิธีเจรจา

“นี่คุณกำลังจะข่มขืนฉันเหรอ”

อชิระชะงักไป และเผลอปล่อยมือที่พันธนาการสาวเจ้า ต้องยอมรับว่า เพิ่งจะมีผู้หญิงใช้คำว่า ข่มขืนกับเพลย์บอยอย่างเขาเป็นครั้งแรก และมันทำให้เขาหมดอารมณ์ไปโขทีเดียว แต่แล้วเพียงเวลาไม่นานเขาก็สามารถรวบรวมสติกลับคืนมาได้

“สำหรับตอนนี้ก็อาจใช่ แต่ต่อไปมันจะเรียกว่า การสมยอม”

ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปหมายจะดอมดมความหอมหวานจากเรือนร่างหญิงสาว แต่ยังไม่ทันจะได้สมใจ วิวาห์ก็ขยับยิ้มแปลกๆ ขึ้นมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาขนหัวลุกยังไงพิกล

รอยยิ้มแบบนี้เขาเคยเห็นมาก่อน และมันก็ไม่เคยมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นสักครั้ง

“ถ้าเข้ามาใกล้อีกนิดเดียว คุณจบเห่แน่” วิวาห์พูดพร้อมชูโทรศัพท์มือถือซึ่งคว้ามาจากโต๊ะข้างเตียง เธอคงจะได้โอกาสคว้ามันตอนที่เขาเผลอชะงักปล่อยมือเธอเพราะคำพูดบ้าๆ เมื่อครู่

“เอาเลยซิ คิดว่าผมกลัวเหรอ” อชิระปล่อยเสียงหัวเราะแหบห้าว คิดว่า เธอจะมีไม้เด็ดอะไรซ่อนไว้เสียอีก แต่เท่าที่เห็นก็มีเพียงเครื่องมือสื่อสารแสนธรรมดาซึ่งเขาจะปาทิ้งหรือจะใช้มันถ่ายคลิปเพื่อความสะใจเสียตอนนี้ก็ย่อมได้

“คุณจะโทรหาใคร หรือจะแจ้งตำรวจก็เชิญเลย ตำรวจไม่สนใจเรื่องแบบนี้หรอก”

“ต่อให้คุณพยายามข่มขืนฉันน่ะเหรอ” เธอเน้นคำว่า ข่มขืน เป็นพิเศษอย่างน่ากลัว

“บอกแล้วไงว่าอีกเดี๋ยวมันจะกลายเป็นการสมยอม ดังนั้นอย่าประจานตัวเองซะเปล่าๆ เลย”

“มันคงไม่เรียกว่าการประจานหรอก มันก็แค่การรายงานสถานการณ์ พ่อคุณคงอยากรู้นะว่า ตอนนี้ลูกชายของเขากำลังจะทำเรื่องงามหน้าแค่ไหนข่มขืนผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”

อชิระงุนงงกับคำพูดของสาวเจ้าได้ไม่นานก็เข้าใจ เมื่อสายตาพลันเหลือบไปมองบนหน้าจอเครื่องมือสื่อสารและพบคำตอบ

ฉิบหายล่ะ! ไม่รู้ว่ายายตัวแสบกดปุ่มโทรด่วนหาบิดาเขาตั้งแต่เมื่อไร บางทีอาจจะนานพอที่จะได้ยินคำพูดของเขาทั้งหมดไปแล้วก็ได้

“บอกแล้วไง ฉันมีอะไรที่เด็ดกว่า ตำรวจเยอะ”

“คุณนี่มัน…!

“บางทีก่อนที่คุณจะลงมือข่มขืนใครสักคน คุณควรจะคุยกับพ่อก่อนนะ เขาคงอยากพูดกับคุณแย่แล้ว”

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ตาเขียวขุ่น จำใจผละจากร่างบอบบาง ก่อนจะกระชากโทรศัพท์มาสนทนา และก็เป็นอย่างที่คาด บิดาเขาโกรธสุดขีด คำรามลั่นเสียจนหูแทบแตก

“อชิระ เจ้าลูกเหลือขอ แกกำลังทำบ้าอะไรอยู่ รีบกลับมาที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ!

 

กวินซึ่งตั้งใจจะบุกเข้าไปในห้องพักชะงักไปทันที เมื่อได้ยินเสียงโครมครามและเสียงสบถสาบานมาจากในห้องพัก เขาขยับไปซ่อนตัวที่มุมหนึ่งพร้อมๆ กับที่บานประตูห้องเปิดผางออก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนอชิระจะหัวเสียเอาการ เขาทิ้งท้ายทำนองว่า ฝากไว้ก่อนเถอะและรีบรุดจากไป ดูจากรูปการณ์แล้ว คืนนี้เสือหนุ่มอย่างอชิระคงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการเป็นแน่

พอคิดได้อย่างนี้ กวินก็เริ่มยิ้มออก ไม่เสียแรงเลยที่อุตส่าห์ไว้ใจวิวาห์ให้ทำงานนี้ เธอเอาตัวรอดได้ดีกว่าที่คิด

“อ้าว คุณนี่เอง” วิวาห์ดูจะแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นเจ้านายหนุ่มซึ่งควรจะกลับบ้านไปนานแล้วปรากฏตัวที่หน้าห้อง ต่อเมื่อเขาแถลงถึงเหตุผลในการปรากฏตัว หญิงสาวจึงเผยอยิ้มขันๆ “อุตส่าห์ตามมาถึงที่นี่ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นห่วงฉัน”

เป็นห่วงงั้นหรือกวินอมยิ้ม แวบนึ่งที่นัยน์ตาเศร้าเปล่งประกายแห่งชีวิตชีวาอย่างหาสาเหตุไม่ได้

“อชิระเป็นคนอันตราย ผมอยากมาดูให้แน่ใจว่า คุณจะไม่เป็นไร”

“ถูกของคุณ หมอนั่นเป็นคนอันตราย แต่อย่างที่คุณเห็นนั่นล่ะ” เธอพยักเพยิดไปทางจุดที่ร่างสูงเพิ่งจะลนลานจากไป “ฉันอันตรายยิ่งกว่า”

“จริงด้วย แต่ยังไงก็อย่าประมาทจนเกินไปล่ะ มาเถอะ ผมจะไปส่งคุณกลับบ้าน”

ชายหนุ่มปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเป็นการหัวเราะอย่างจริงจังครั้งแรก นับตั้งแต่รู้จักกันมา วิวาห์เฝ้ามองเขาอย่างประหลาดใจ ทว่าก็ยินดี ต้องยอมรับว่า เธอชอบที่จะเห็นเขาหัวเราะมากกว่า อย่างน้อยมันก็ทำให้ประกายเศร้าในดวงตาของเขาเบาบางลงไปบ้าง

“คุณหัวเราะแล้วดูดี ทำไมไม่หัวเราะบ่อยๆ” หญิงสาวโพล่งถามขึ้นในรถ ระหว่างเดินทางกลับบ้าน “ปกติคุณชอบทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้ตลอดเวลา ไม่เห็นจะน่าดูเลย”

“อย่างนั้นเหรอ”

สารถีหนุ่มพึมพำเบาๆ เขาไม่ได้หันมองหน้าคู่สนทนา นัยน์ตาคมยังจ้องนิ่งไปที่ถนนเบื้องหน้า แม้รถยนต์จะจอดติดไฟแดงอยู่ก็ตาม ราวกับเขาขลาดเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับความจริง และเลือกที่จะจ่อมจมตัวเองอยู่ในความหลังแห่งอดีตอันน่าเจ็บปวด

 “ความจริงผมเคยยิ้มและหัวเราะบ่อยกว่านี้ แต่นั่นก็เมื่อนานมาแล้ว นับตั้งแต่เกิดเรื่อง”

“เกิดเรื่องอะไรงั้นหรือ”

“เรื่องเลวร้ายอย่างที่คุณไม่มีวันคาดถึง” เขาเอ่ยเบาๆ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนถึงขั้นรวดร้าวอย่างแสนสาหัส ไม่รู้ว่าทำไม แต่วิวาห์นึกสงสัยว่า มันคงเกี่ยวกับอดีตสหายสนิทของเขาด้วย จึงลองเปรยถามดู

“และเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอชิระด้วยใช่ไหม”

ริมฝีปากของชายหนุ่มเม้มแน่น มือใหญ่กำรอบพวงมาลัยอย่างสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้เต็มที่ “ยิ่งกว่าเกี่ยวอีก เป็นความผิดของมันคนเดียว”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“คุณคิดว่าผมทำสัญญาสิบล้านกับคุณขึ้นมาทำไมล่ะ” เขาแทนที่คำตอบตนด้วยคำถาม พลางออกแรงกดคันเร่งจนมิด เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว นัยน์ตาที่รื่นเริงเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความทุกข์ตรม เคียดแค้นเข้ามาแทนที่เหมือนเคย

“บางทีเวรกรรมก็สนองคนบาปช้าเกินไป ผมไม่ชอบการรอคอย ดังนั้นผมจะทำให้แน่ใจว่าคนบาป บางคนสมควรได้รับการชดใช้อย่างสาสมเร็วที่สุด และคุณจะช่วยผมด้วยใช่ไหม”

กวินหันมามองเธออย่างรอคอยคำตอบ แต่วิวาห์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะมัวแต่สนอกสนใจกับเรื่องบางอย่างอยู่ ใบหน้าสวยเปลี่ยนเป็นซีดเซียว เมื่อเพิ่งสังเกตว่า สร้อยรูปหยดน้ำซึ่งกวินเคยให้เธอเมื่อคราวก่อนไม่ได้อยู่บนลำคอของเธออีกต่อไป

พับผ่าสิ! สร้อยเส้นนั้นราคาแพงมากเลยนะ ไม่น่าใส่มาอวดรวยในงานแฟชั่นโชว์เลย

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” คงจะเห็นว่าหญิงสาวมีสีหน้าไม่ดีแล้ว เขาจึงได้เอ่ยถาม กระนั้นวิวาห์ก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา

“ไม่มีอะไรหรอก” คนถูกถามตอบปฏิเสธ การบอกเจ้าของว่า เธอเพิ่งจะทำสร้อยที่เขาให้หล่นหายไปที่ไหนไม่รู้ไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไร

หลังจากทบทวนความทรงจำอยู่นาน ในที่สุดเธอก็สรุปได้ว่า มันคงเกิดขึ้นตอนที่นัวเนียชุลมุนกับเจ้าเพลย์บอยเฮงซวย บางทีสร้อยเส้นนั้นอาจจะหล่นอยู่ในห้องพักที่โรงแรมก็ได้  เอาเป็นว่าวันพรุ่งนี้เธอจะลองย้อนกลับไปหาดูแล้วกัน

 

 

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะลูกรัก”

คุณหญิงดารณีเอ่ยทัก เมื่อเห็นบุตรสาวกลับเข้ามาในบ้าน สีหน้าของเธอดูแจ่มใส นัยน์ตาเปล่งประกายมีชีวิตชีวา จนผู้เป็นแม่อดถามไม่ได้ “งานแฟชั่นโชว์เป็นยังไงบ้าง สนุกไหม”

 “ก็ดีค่ะ”

“แน๊ แต่สีหน้าของลูกมันบ่งบอกว่ายิ่งกว่าดีซะอีกนะ” มารดากระเซ้า ในขณะที่อิงฟ้าได้แต่ยิ้มเขินๆ “ว่าแต่ลูกกลับมายังไงล่ะ คุณอชิระมาส่งหรือเปล่า”

พอกล่าวถึง อชิระ อิงฟ้าก็หน้าเปลี่ยนสีไปนิดนึง มารดายังเข้าใจว่า เธอไปงานนี้กับอชิระ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเธอไปตามคำเชิญของอดีตคนรักต่างหาก แต่ก็นั่นล่ะ เธอขลาดเกินกว่าจะบอกความจริงอยู่ดี แม่ของเธอเคยเอ็นดูพีรเดชมาก ต่อเมื่อเธอทั้งสองได้เลิกร้างกันไป ความเอ็นดูนั้นจึงแปรเปลี่ยนเป็นความชิงชัง คุณหญิงดารณีนึกกล่าวโทษพีรเดชมาตลอด ที่ทำให้บุตรสาวหล่อนต้องเสียใจ แม้อิงฟ้าจะพยายามอธิบายอย่างไรก็ไม่เป็นผล

“เปล่าค่ะ อิงฟ้ากลับมากับวิทย์”

“อ้าว ทำไมกลับมากับคนรถล่ะ แล้วอชิระล่ะ ทำไมเขาไม่มาส่งลูก”

“พี่อชิระเอ่อ ติดธุระ เลยมาส่งไม่ได้ค่ะ ดึกแล้วอิงฟ้าขอตัวไปนอนก่อนนะคะ คุณแม่ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” อิงฟ้าอึกอัก ก่อนจะรีบผลุนผลันจากมาทันที

ร่างเล็กบางนั่งบนขอบเตียงสีชมพูในห้องนอนของตน ระหว่างที่ทบทวนเหตุการณ์ซึ่งประสบมา ใบหน้านวลเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อเมื่อนึกถึงภาพอันเร่าร้อนของอชิระกับนางแบบสาวสวย จนบัดนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่า ตกลงแล้วเขาเป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่ เป็นชายหนุ่มสุภาพอ่อนโยนอย่างที่เขาพยายามให้เธอเข้าใจ หรือเป็นนักรักร้ายกาจซึ่งหักอกหญิงสาวมานักต่อนักอย่างที่ใครๆ พูดกัน แล้วยังพี่วิวาห์อีกพวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษยังไง

มาวิเคราะห์ดูแล้ว อชิระ คนที่เธอคิดว่ารู้จักดี ในความเป็นจริง เธอกลับไม่รู้จัก ตัวตนเขาเลยสักนิด เขามีบุคลิกซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ แตกต่างจากชายหนุ่มอีกคนลิบลับ

ถึงตรงนี้อิงฟ้าเผลอยิ้มกับตนเองโดยไม่รู้ตัวอีกแล้วยังจำบทสนทนาสุดท้ายก่อนที่เธอและพีรเดชจะจากกันในวันนี้ได้ดี เขาเดินมาส่งเธอขึ้นรถที่หน้าโรงแรม

“ตอนนี้อิงฟ้ายังเล่นดนตรีอยู่ไหม”

“เล่นค่ะ”

วิศวกรหนุ่มเผยอยิ้มอ่อนจาง ดวงตาของเขาช่างงดงามจนยากที่เธอจะถอนสายตาจากไป

“ดีจัง พี่ชอบเสียงไวโอลินของอิงฟ้า เล่นต่อไปนะ มันเป็นสิ่งที่อิงฟ้าทำได้ดี และยังทำให้คนรอบข้างมีความสุขด้วย”

“พี่พี คือว่า” นักดนตรีสาวอึกอักในคอ ราวกับไม่แน่ใจว่าควรจะพูดมันออกไปดีหรือไม่ และแล้วในที่สุดเธอก็ยอมแพ้ต่อเสียงเรียกร้องจากหัวใจ เธอเกลียดตัวเองจริงๆ ที่ยังตั้งความหวังโง่ๆ ในสิ่งที่มันจบไปตั้งนานแล้ว แต่เหตุใดกัน เธอจึงดื้อดึงและไม่เลิกหวังเสียที

“อีกไม่นานอิงฟ้าจะมีงานแสดงดนตรี เป็นงานไม่ใหญ่โตหรอกค่ะ แต่อิงฟ้าทุ่มเทและตั้งใจกับงานนี้มาก ถ้าพี่พีว่างล่ะก็

“อยากชวนพี่ไปดูงานแสดงเหรอ” พีรเดชถามอย่างเดาได้ และเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าอายๆ เขาก็คลี่รอยยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ชั่วชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันลืมได้เลย “ได้สิคะ งานของอิงฟ้าทั้งที พี่ต้องไปให้กำลังใจอยู่แล้ว”

ความฝันของเธอเป็นจริงแล้วอยากให้ถึงวันแสดงเร็วๆ เหลือเกิน อิงฟ้าคิดอย่างสุขใจ มือบางเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกมาจากลิ้นชักข้างเตียง เธอเลิกเขียนบันทึกประจำวันมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่เธอและเขาเลิกร้างกันไป

ดวงตาสวยอ่อนลง เมื่อพลิกหน้ากระดาษซึ่งเคยบันทึกเรื่องราวดีๆ ระหว่างเขาและเธอมาจนถึงวันที่สุดท้าย คือ เมื่อวันที่เขาและเธอเลิกรากันไปเมื่อหลายปีก่อน

จบคำสุดท้ายที่เธอบันทึกไว้ก็คือคำนี้ เส้นหมึกพร่าเลือนไปหมดเพราะรอยหยดน้ำตาแห่งความระทมทุกข์ เธอจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจขีดฆ่าคำสุดท้ายนั้นทิ้ง

เริ่มต้นมือเรียวจรดปากกาทับลงไปใหม่อย่างตั้งอกตั้งใจ พร้อมลงวันที่ปัจจุบัน

หญิงสาวหยุดคิดนึดนึงราวกับลังเลว่าจะเล่าเรื่องลงในบันทึกอย่างไร ในที่สุดเธอก็ไม่ได้เขียนอะไรมากไปกว่า

วันนี้มีความสุข

อิงฟ้าแนบสมุดบันทึกกับตัวด้วยหัวใจที่พองโต หลับตาพริ้ม คืนนี้เธอมั่นใจว่าจะหลับฝันดีแน่นอน

 

 

เมื่อคืนเป็นคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของอชิระก็ว่าได้!

พอรู้ว่า บุตรชายตัวดีไปก่อเรื่องอะไรมา องอาจก็ใช้ทุกสิ่งในบ้านเท่าที่มือและเท้าจะเอื้อมถึงเป็นอาวุธเฉพาะกิจ ข้าวของกว่าครึ่งหนึ่งในบ้าน อรัญทรัพย์ทั้งที่มีราคาแพงและแพงมากบินหวือไปมาอย่างน่ากลัวตลอดทั้งคืน

อชิระคิดว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว กว่าพ่อจะใจเย็นลงและยอมฟังเหตุผลว่าเขาไม่ได้ไปข่มขืนใครก็ฟ้าสางแล้ว ดังนั้นเช้านี้ เขาจึงต้องนั่งรับประทานอาหารอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวท่ามกลางซากปรักหักพัง โดยมีพลาสเตอร์ยาแปะติดทั่วทั้งร่างกาย ถึงแม้เขาจะเติบโตมาท่ามกลางความรุนแรงเหล่านี้แต่ก็ทำใจให้ชินไม่ได้เสียที

“อะแฮ่ม” องอาจกระแอมออกมา เงยหน้าจากการอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่รู้ทำไมแต่อชิระสังหรณ์แปลกๆ แล้วสิว่า จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น “ผู้หญิงที่อยู่กับแกเมื่อคืน ชื่ออะไรนะ”

ชายหนุ่มอึกอัก วางช้อนส้อมในมือลง

“วิวาห์ครับ เธอชื่อวิวาห์”

“วิวาห์” บิดาทวนคำ จิบกาแฟอย่างใจเย็น “คนนี้ใช่ไหม”

อชิระแทบจะพ่นแพนเค้กซึ่งทานเข้าไปออกมาเดี๋ยวนี้เลย เมื่อบิดายื่นหน้าหนังสือพิมพ์มาให้เขาดู ในกรอบข่าวซุบซิบไฮโซมีภาพถ่ายเขานอนแผ่หราหมดสภาพอยู่กับยายตัวแสบกลางงานแฟชั่น แถมยังมีบทสัมภาษณ์ ตัวจริงเพลย์บอยแนบมาให้อ่านเสร็จสรรพ

“แกถ่ายรูปขึ้นดีเหมือนกันนี่ หล่อฉาวเหมือนเคย”

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อคิดนะครับ” คนเป็นลูกพยายามอธิบาย แต่ป่วยการเพราะบิดาไม่ยอมรับฟัง หนำซ้ำยังออกปากเชิญแม่สาวในภาพมาทานข้าวด้วยเสียอีก

“วิวาห์ใช่ไหม พ่ออยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ ชวนเธอมากินข้าวที่บ้านเราสักมื้อสิ”

อชิระครางในคอ ส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่เห็นดีด้วยกับความคิดนี้อย่างยิ่ง เรื่องอะไรจะต้องเชิญยัยตัวแสบที่พยายามหาเรื่องป่วนชีวิตเขาด้วยล่ะ

 “คุณพ่อจะทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ เราจะเชิญเธอเข้าบ้านไม่ได้เด็ดขาด ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจมาก เหมือนแม่มด ไม่สิ เหมือนปิศาจมากกว่า”

“นี่แกเรียกผู้หญิงที่แกพยายามลากขึ้นเตียงว่า ปิศาจ อย่างนั้นเหรอ”

อชิระคอแข็งกับคำว่า ลากขึ้นเตียง

“คุณพ่อไม่เข้าใจ เรื่องเมื่อคืนมันเป็นกับดักของคนที่พยายามจะจับผม ผู้หญิงคนนี้น่ะเสียสติ เธอเป็นบ้านะครับ”

“งั้นแกก็บ้ากว่า ที่พยายามข่มขืนคนบ้า”

“คุณพ่อ!” บุตรชายโอดครวญ “คุณพ่อจำยายบ้าพลังที่ทุ่มผมจนหลังเกือบหักในคลับได้ไหม นั่นแหละ วิวาห์ คุณพ่อไม่อยากเจอเธอหรอก”

“จริงเหรอ ถ้าเป็นคนที่สามารถสยบแกได้ ฉันยิ่งอยากเจอแม่หนูคนนี้มากกว่าเดิมเสียอีก”

“โอ๊ย ไม่เข้าใจเลยหรือไงครับ เธอเป็นจอมวางแผน ชอบใช้กำลัง แถมสติแตก ทำไมคุณพ่อถึงอยากเชิญเธอเข้าบ้านเรานัก”

“แกเป็นอะไรไป อชิระ การพูดให้ร้ายผู้หญิงไม่ใช่นิสัยปกติของแกเลยนี่”

องอาจปราม เขาเพิ่งจะเคยเห็นบุตรชายมีอาการแปลกๆ อย่างนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งนั่นทำให้เขาทั้งแปลกใจและพอใจมากทีเดียว ถ้าไม่นับหนูอิงฟ้า ไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้อชิระร้อนรนเท่านี้มาก่อน บางทีบทความเรื่อง ตัวจริงในหนังสือพิมพ์อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้

 “เอาล่ะ ฉันไม่อยากจะฟังคำพูดไร้สาระของแกแล้ว แกแค่ตอบคำถามฉันมาก็พอ ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร มาจากไหน”

“ผมไม่ทราบครับ”

ประมุขของบ้านหรี่ตาอย่างไม่ชอบใจ

“หมายความว่ายังไงที่ว่า ไม่ทราบ นี่แกหน้ามืดขนาดหิ้วหญิงสะเปะสะปะโดยไม่รู้จักว่าเธอเป็นใครเลยรึ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ที่ผมบอกว่าไม่ทราบเพราะจู่ๆ เธอก็โผล่มาในวงสังคม เธออ้างว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของกวิน แต่ผมไม่คิดว่ามันจะจริงหรอก ฟังดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในอะไรแน่ๆ”

“เดี๋ยวเมื่อกี้แกบอกว่า วิวาห์เป็นญาติของกวินงั้นเหรอ” องอาจขัดขึ้นกะทันหัน ใบหน้าบ่งบอกความพออกพอใจเต็มเปี่ยม เขาไม่เคยวัดค่าความดีของมนุษย์ที่ฐานะหรือเงินทองก็จริง แต่ในเมื่อรู้ว่า เธอไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน ก็ยิ่งชอบใจเท่านั้นเอง

“เอ่อ ถ้าตามที่เจ้าบ้ากวินมันพูดล่ะก็นะครับ”

“อืม งั้นก็เหมาะเลย คนกันเองแท้ๆ รู้อย่างนี้พ่อยิ่งอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น เธอดูเป็นคนใช้ได้นะ ไม่หวือหวาเท่ายายนางแบบอะไรนั่นที่ลูกควงด้วย ดีออก ว่าแต่แกจะทำยังไงกับหนูอิงฟ้าล่ะ”

คิ้วเข้มของชายหนุ่มเลิกขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“หมายความว่ายังไงหรือครับ เกี่ยวอะไรกับอิงฟ้ากัน”

“เกี่ยวสิ ตกลงแกชอบหนูอิงฟ้าหรือหนูวิวาห์มากกว่ากัน อย่ามาคบควบสอง แกต้องเลือกมาสักคน”

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว นี่พ่อรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา

อิงฟ้ากับวิวาห์ ยังกับเอาฟรัวกราส์ไปเทียบกับตับปิ้งข้างทางยังไงยังงั้น

“คุณพ่ออย่าเอานางฟ้าไปเทียบกับยายปิศาจสิครับ มันคนละชั้น เทียบกันไม่ติดฝุ่นเลย”

“เอาเถอะ ตกลงแกชอบใครกันแน่”

แต่ยังไม่ทันได้พูดตอบกลับไปเลยด้วยซ้ำ โทรศัพท์มือถือขององอาจก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน ดูเหมือนวันนี้บิดาของเขาจะออกไปดูที่ดินแถบชานเมืองเพื่อขยับขยายโรงงานผลิตสินค้า และเพราะมันจวนจะถึงเวลานัดแล้ว กรรมการคนอื่นจึงโทรมาเร่ง

พอรู้ว่าตนเองสายแค่ไหนแล้ว องอาจจึงลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร สั่งยิ่งยศไปเตรียมรถให้พร้อมเดินทาง แต่ไม่ลืมที่จะหันมากำชับกับบุตรชายอีกครั้ง

“บางทีตอนนี้แกอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ เอาเป็นว่าชวนหนูวิวาห์มาทานข้าวกับเราที่บ้านก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ช่วงเย็นๆ ก็ดีนะ พ่อว่างพอดี อย่างน้อยจะได้ทำความรู้จักกันให้ดีมากขึ้น”

ชายหนุ่มอ้าปากค้าง เขาพยายามจะบอกบิดาว่า มันเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์กเลยสักนิดกับการเชิญปิศาจมาทานข้าว หรือแม้กระทั่งเขาตัดสินใจอย่างไม่ลังเลเลยว่า เขาควรเลือกใคร แต่ก็นั่นล่ะตอนนี้บิดายุ่งเกินกว่าจะรับฟัง ดังนั้นสิ่งที่อชิระพอจะทำได้ก็คือ การยอมทำตามที่พ่อต้องการอย่างไม่มีทางเลือก ทำไงได้ล่ะ ยังไงเขาก็ยังอยากมีรถไว้ขับหรือเครดิตการ์ดไว้ใช้นี่

ว่าแต่เขาจะชวนวิวาห์มาทานข้าวที่บ้านได้ยังไง ในเมื่อเขาไม่มีแม้แต่เบอร์โทร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหาเธอเจอได้ที่ไหนด้วย จริงอยู่ที่กวินอาจจะรู้แต่หลายชั่วโมงผ่านไปแล้ว จนแล้วจนรอดเขาก็ทำใจติดต่อไปหาอดีตสหายผู้นี้ไม่ลง

ระหว่างที่กำลังลังเลอยู่ว่า จะทำอย่างไรต่อไปดี โทรศัพท์มือถือของเขาก็มีสายเรียกเข้า นึกว่าจะเป็นสาวน้อยในเครือโทรมาเสียอีก ที่แท้ก็จากโรงแรมซึ่งเมื่อคืนเขา เกือบได้ใช้บริการ โทรมาสอบถามเรื่องเช็คเอาท์ออก

ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังจริงสิ นี่ก็เกือบเที่ยงแล้วถึงเวลาเชคเอาท์ออก ถึงแม้เมื่อคืนเขาจะไม่ได้นอนค้างที่โรงแรมก็เถอะ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณยัยตัวแสบจริงๆ ที่ทำให้เขาต้องชำระเงินค่าห้อง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใช้บริการเลยด้วยซ้ำ

“อืม เข้าใจแล้ว ผมจะเข้าไปที่โรงแรมเดี๋ยวนี้แหละ” ชายหนุ่มกรอกเสียงลงกับโทรศัพท์ ก่อนจะตรงไปขึ้นรถยนต์คันหรูซึ่งจอดรออยู่หน้าบ้าน

 

 

“อ๊ะ! เจอแล้ว อยู่นี่เอง”

หลังจากใช้เวลากว่าชั่วโมงในการหาสร้อยเพชร เธอก็เจอมันตกอยู่ในซอกข้างเตียงในห้องพักจริงๆ เสียด้วย โชคดีที่พนักงานโรงแรมจำหน้าเธอได้ว่ามากับอชิระ จึงอนุญาตให้ขึ้นมาหาของเป็นกรณีพิเศษ ดีที่แม่บ้านยังไม่มาทำความสะอาดห้องพัก เธอจึงสามารถหาของที่ต้องการได้สะดวกขึ้น

 “อย่าหายไปไหนอีกนะ ลูกรัก” ริมฝีปากสวยบรรจงจูบของล้ำค่าอย่างแสนรัก เมื่อแน่ใจแล้วว่า ลูกรักจะปลอดภัยดีในกระเป๋าของเธอแล้ว เธอจึงลงมาที่ลอบบี้ชั้นล่างเพื่อบอกกับพนักงานรีเซปชั่นว่า เธอเจอของที่หาแล้ว

 

ฝ่ายอชิระเองเมื่อจัดการเรื่องเชคเอาท์จากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตั้งใจจะกลับ แต่ทว่าดวงตาคมกลับเหลือบไปเห็นร่างบอบบางของใครบางคนที่เขารู้จัก วิวาห์เพิ่งจะเดินผ่านลอบบี้ออกไป ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษเสียด้วย เขาไม่รู้ว่าหรอกว่า เธอกลับมาทำอะไรที่โรงแรมแห่งนี้ แต่การได้มาเจอเธอโดยบังเอิญครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องงอนง้ออดีตสหายขอเบอร์ติดต่อวิวาห์ให้ลำบากใจล่ะนะ

ร่างสูงเร่งฝีเท้าไล่ตามไป เขาตั้งใจจะร้องเรียกอยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่บังเอิญทำในสิ่งที่เขาต้องแปลกใจ แทนที่จะขับรถหรูๆ กลับบ้าน วิวาห์หลานสาวเศรษฐีตระกูลดังกลับนั่งรถเมล์ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะแอบตามไปดูอย่างเงียบเชียบ

คราวนี้แหละ เขาจะจับคนโกหกให้ได้คาหนังคาเขา!

 

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่การเดินทางกลับบ้านวันนี้ให้ความรู้สึกแปลกตะหงิดยังไงพิกล วิวาห์รู้สึกตั้งแต่ตอนอยู่ในรถเมล์แล้วว่า มีใครบางคนคอยจับจ้องมองเธออยู่ แต่ก็พยายามไม่ใส่ใจ บางทีเธออาจจะแค่กังวลเรื่องสร้อยเพชรมูลค่าหลายหลักในกระเป๋ามากไปหน่อย เลยพาลทำให้คิดว่าคนรอบข้างเป็นศัตรูไปหมด

ร่างโปร่งบางเร่งฝีเท้าเร็วมากขึ้น กระชับกระเป๋าแนบกับตัวเองอย่างระมัดระวัง ใครคิดจะแย่งมันไป เห็นทีว่าต้องข้ามศพเธอไปก่อนล่ะ

วิวาห์รู้สึกโล่งอก เมื่อในที่สุดแล้วเธอก็กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย

“เจ้าวิค เจ้าวิน พี่กลับมาแล้ว”

เธอตะโกนออกไปตามความเคยชิน หารู้ไม่ว่าปัญหาบางอย่างได้ก่อตัวขึ้น ณ บัดนั้นแล้ว หากผู้ติดตามเธอไม่แสดงตัว ด้วยการโพล่งออกมาอย่างเหยียดหยามเสียก่อน เธอคงยากที่จะสังเกตเห็นเขา อชิระทำตัวได้เหมือนผีน่ากลัวกว่าเธอเสียอีก คงเนื่องมาจากประสบการณ์ในการสะกดรอยตามสาวๆ มานับไม่ถ้วน

“นี่น่ะเหรอ บ้านของคุณ เอ่อ ถ้าคุณจะเรียกที่พรรค์นี้ว่า บ้านล่ะก็นะ”

“นี่คุณ…!” หญิงสาวหันขวับกลับไปทันที ร่างสูงกำลังยืนกอดอกพิงเสาไฟฟ้าอย่างสบายๆ ใช้สายตามองสำรวจบ้านไม้สับปะรังเคอย่างดูแคลน

“กล้าดียังไง คุณมีสิทธิอะไรมาตามสะกดรอยฉัน”

“แล้วคุณมีสิทธิอะไรถึงได้ลอยหน้าโกหกทุกคนไปทั่ว” เพลย์บอยหนุ่มย้อนถามทันควัน ดวงตาวาววับ “ไม่ยักรู้นะว่าคุณหนูตระกูลดังจะย้ายจากคฤหาสน์มาอยู่ในกระต๊อบผุๆ แบบนี้ด้วย ไม่อายบ้างเหรอ คุณมันจอมลวงโลกเลย วิวาห์”

แต่หญิงสาวไม่มีเวลาจะโต้เถียงกลับ ดวงตาของเธอเบิกโพลง ริมฝีปากสั่นระริก ไม่ใช่เพราะสนใจคำตำหนิของอีกฝ่าย แต่เพราะเมื่อมองข้ามไหล่ชายหนุ่มไป กลุ่มชายฉกรรจ์มหาโหดกำลังเดินตรงมาทางนี้

ซวยล่ะ นั่นมันกลุ่มเจ้าหนี้ของแม่เธอนี่ ทำไมต้องโผล่มาตอนนี้ด้วยนะ!

“ฉิบหาย!

ใบหน้าคมส่อประกายหงุดหงิดเมื่อถูกสาวเจ้าสบถใส่

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ คุณด่าผมเหรอ”

วิวาห์ไม่สนใจฟังเสียงประท้วงอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าความปลอดภัยของน้องๆ เธอแล้ว พอคิดได้อย่างนั้น ร่างบางจึงพุ่งพรวดเข้าไปในบ้าน พาทิศซึ่งควรจะเฝ้าดูแลเด็กๆ กำลังหลับสนิท กรนคร่อกอย่างมีความสุข

“เฮ้ย ไอ้ทิศ ตื่นเร็ว เจ้าหนี้มาเว้ย” แต่ถึงแม้จะตะโกนปลุกอย่างไรก็ไม่ได้ผล เธอน่าจะรู้อยู่แล้วว่าสหายผู้นี้พอได้หลับแล้วตื่นยากมาก ต่อให้เธอถีบเขาตกเก้าอี้ก็เถอะ ก็ไม่ได้ทำให้พาทิศตื่นมารับรู้หรอกว่า สถานการณ์ตอนนี้มันแย่เพียงใด

ฮึ่ย! ไอ้เพื่อนขี้เซา หวังพึ่งไม่ได้อีกตามเคย พอคิดได้ดังนั้น หญิงสาวก็อุ้มวินเซนต์ ส่วนมือหนึ่งก็จูงวิคเตอร์ออกมาจากบ้านอย่างรีบร้อน เธอไม่วางใจให้เด็กๆ อยู่บ้านโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล ใครจะรู้ว่าเจ้าหนี้พวกนั้นจะทำอะไรน่ากลัวได้บ้าง

อชิระถลึงตามองเธอและเด็กน้อยอีกสองคนอย่างตกใจ วิวาห์ไม่ต้องรอให้เขาอ้าปากถามด้วยซ้ำ ก็ส่งน้องเล็กให้เขาอุ้มทันที

“เฮ้ย! นี่มันอะไรกันน่ะคุณ นอกจากคุณจะอาศัยกระต๊อบเป็นที่ซุกหัวนอน คุณยังมีลูกแล้วด้วยเหรอ คุณมีอะไรเซอร์ไพรส์ผมอีกไหม”

“อย่าเพิ่งถาม” วิวาห์ส่งเสียงขู่ฟ่อ คว้าวิคเตอร์มาอุ้มไว้อย่างเตรียมพร้อมเช่นกัน ส่วนวินเซนต์ก็ส่งให้ชายหนุ่มรับไป นัยน์ตาสวยเพ่งมองไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์อย่างดูเชิง “พอฉันนับถึงสาม ให้คุณวิ่งสุดชีวิตเลยนะ”

อชิระหน้าเหวอ

 “อะไรนะ คุณหมายความว่ายังไง จะให้ผมวิ่งทั้งๆ ที่อุ้มเด็กอยู่เนี่ยเหรอ”

“ใช่ และคุณต้องวิ่งให้เร็วที่สุดด้วย” เธอบอกเสียงเครียด ในขณะที่เจ้าหนี้โหดเริ่มขยับมือ ขยับคอเตรียมพร้อมดังกรอบๆ ไม้หน้าสามและสารพัดอาวุธส่องประกายวาววับกับแสงแดด

“ไม่มีทาง ผมเกลียดเด็ก!

“เหรอ งั้นคุณก็ควรทำใจให้ชอบซะตั้งแต่ตอนนี้” วิวาห์งึมงำ ก่อนจะหันไปทางกลุ่มเจ้าหนี้

อย่างรอคอยโอกาสเหมาะ และแล้ว

“หนึ่งวิ่ง!” ไม่ต้องนับถึงสาม เธอก็คว้าข้อแขนของชายหนุ่มและออกวิ่งเต็มเหยียดแล้ว

“เดี๋ยวสิ ไหนว่านับถึงสามไง” คนตกกระไดพลอยโจนประท้วง

“แล้วฉันมีเวลานับถึงสามไหม เบิกตาดูข้างหลังคุณซะก่อน”

โอ้ให้ตายสิ นี่มันบ้าอะไรกันวะ

อชิระสบถกับตัวเอง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วสิว่า ทำไมถึงต้องวิ่งด้วย ให้สู้ตัวต่อตัวก็ยังพอไหว แต่นี่เล่นมาเป็นสิบ ยังกับแก้งค์มาเฟียในภาพยนต์ยกโขงมาพร้อมอาวุธครบมือ เขาไม่ใช่จาพนมหรือเฉินหลงเสียด้วยถึงจะได้รับมือด้วยมือเปล่าไหว

เขาไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เขาเริ่มเห็นดีกับแผนของวิวาห์แล้วสิ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ การโกยสุดชีวิต ภาวนาขออย่าให้ใครผ่านมาเจอเขาในสภาพนี้แล้วกัน

เพลย์บอยสุดฮอทต้องมากระเตงเด็กอ่อนวิ่งหนีตาย แค่คิดมันก็น่าสังเวชสุดๆ แล้ว



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
วิวาห์แสนกล (สนพ.ณ บ้านวรรณกรรม) ตอนที่ 11 : บทที่ 9: นาทีระทึก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5693 , โพส : 27 , Rating : 88% / 19 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2
# 27 : ความคิดเห็นที่ 243
ฮาสุดขีด
PS.  ติดใจจีงเข้ามาทักทาย ตินิดเพราะรักเธอ
Name : nunpanu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunpanu [ IP : 171.98.104.169 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ธันวาคม 2555 / 19:26
# 26 : ความคิดเห็นที่ 164
ฮาสุดๆ   อยากให้นักข่าวมาถ่ายรูปเพลย์บอยสุดออทกระเตงเด็กอ่อนวิ่งหนีตายมากๆ  555+  วาจ๋าจัดการแก้ปัญหาเรื่องที่อชิระรู้ความจริงให้ได้น่ะ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.98.4 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 / 10:10
# 25 : ความคิดเห็นที่ 163
555555 ขำอ่ะ
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 / 08:59
# 24 : ความคิดเห็นที่ 162
ไม่มีใครเจ๋งเท่าวิวาห์ 555555555555555555.
PS.  อะเน้อ_____:๑:;x___สิ่งที่เคยมี... เหลือเพียงอดีตกับความว่างเปล่า :"{ ไปๆมาๆ ชั้นไม่ใช่ 7-11 นะหล่อน!!!
Name : Mier :) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mier :) [ IP : 125.24.103.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 23:13
# 23 : ความคิดเห็นที่ 161
โอ้ยฮาประโยคสุดท้ายย ปล เชียร์อิงฟ้า-พี่ สุดๆ คู่นี้น่ารักดี
PS.  เคยไหม…? ที่เจ็บปวดจนแม้แต่น้ำตาก็ไม่อาจหลั่งริน เคยไหม…? ที่จะค้นหาความสุขด้วยหัวใจที่แตกร้าว
Name : Azalea (อาซาเลีย) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Azalea (อาซาเลีย) [ IP : 115.67.103.63 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 21:40
# 22 : ความคิดเห็นที่ 154
อุ้มเด็กวิ่งตามกัน  เด๋วก็ออกข่าวว่ามีลูกด้วยกันร๊อก
PS.   ชอบจังๆชอบจังๆ อัพต่อเยอะๆนะจ๊ะไรเตอร์
Name : meaw-ja < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ meaw-ja [ IP : 171.5.120.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 20:45
# 21 : ความคิดเห็นที่ 153
งานงอกแน่เรย
PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์คร่าาาา V( = . < )V
Name : MooGaM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MooGaM [ IP : 61.90.27.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 / 08:04
# 20 : ความคิดเห็นที่ 152
มาอั๊พไวๆ ><
Name : z-par < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ z-par [ IP : 27.130.18.118 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 / 20:42
# 19 : ความคิดเห็นที่ 150
ใช่ๆ  ลุ้นสุดๆ  วาจะโดนจับได้รึเปล่า  และขอให้พ่อของอชิระชอบวาด้วยน่ะค่ะ  มีพ่อของอชิระคอยเป็นกองหนุนจะดีมากๆ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.131.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 / 10:13
# 18 : ความคิดเห็นที่ 149
วิวาห์จะถูกจับได้มั๊ยนะ
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 / 00:12
# 17 : ความคิดเห็นที่ 148
ลุ้นง่ะ วิวาห์จะรู้ตัวป่าววววว
Name : g.nen-jennie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ g.nen-jennie [ IP : 124.120.145.100 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤศจิกายน 2555 / 17:36
# 16 : ความคิดเห็นที่ 147
กรี๊ดดดดดดด  
รีบรู้ตัวเร็วๆเข้า วาวา


PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์คร่าาาา V( = . < )V
Name : MooGaM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MooGaM [ IP : 27.55.5.64 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 / 20:31
# 15 : ความคิดเห็นที่ 146
โปรดติดตามตอนต่อไป.. เย่ๆ ><
Name : z-par < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ z-par [ IP : 14.207.168.165 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 / 19:33
# 14 : ความคิดเห็นที่ 144
ฮ่าๆๆๆๆๆ วิวาห์นี่สุดยอดไปเลย
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤศจิกายน 2555 / 11:33
# 13 : ความคิดเห็นที่ 143
ยกนิ้วให้หนูวิวาหืไปเลยงานนี้ 

อ่านเกมส์ออก

ทันคนดีจริงจริง

ชอบคะชอบ
PS.  
Name : pimpim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpim [ IP : 58.9.209.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 23:44
# 12 : ความคิดเห็นที่ 141
วาเจ๋งสุดๆ  ขอกดไลน์ให้เลย  อยากให้วาลบรอยเศร้าใจดวงตาของกวินมากๆ    สงสารกวิน
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.166.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 21:44
# 11 : ความคิดเห็นที่ 140
อยากให้อิงฟ้าคู่กับพีจังน่ารัก ^^
PS.  
Name : ✖ bAzzA✖ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ✖ bAzzA✖ [ IP : 58.8.30.110 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 10:59
# 10 : ความคิดเห็นที่ 138
ว้าย...อชิระจะทำไรอ่ะ ต่อค่าต่อ...
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 / 19:59
# 9 : ความคิดเห็นที่ 137
วาจ๋าจัดการเลย  ให้อชิระรู้ว่าใครเป็นใคร   หมั่นไส้อชิระมากๆ  และหมั่นไส้กับคำพูดที่ว่าอิงฟ้าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมแคร์   อยากให้ต่อไปอชิระเป็ฝ่ายตามตื้อวามากๆ  วาจ๋าอย่าหลงรักเพลย์บอยอย่างอชิระเด็ดขาดน่ะ
PS.  
Name : เมมฟิส < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เมมฟิส [ IP : 115.67.227.204 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 / 13:49
# 8 : ความคิดเห็นที่ 136
ค้างคามาก  ช่วงจังหวะระทึก 5555 รอออ อัพไวๆนะคะ
Name : g.nen-jennie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ g.nen-jennie [ IP : 171.96.18.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 / 00:39
# 7 : ความคิดเห็นที่ 135
รอค่าาา
PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์คร่าาาา V( = . < )V
Name : MooGaM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MooGaM [ IP : 27.55.15.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 20:30
# 6 : ความคิดเห็นที่ 134
มาอั๊พไวๆนะ อยากรู้ๆ ><
Name : z-par < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ z-par [ IP : 171.7.206.218 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 19:31
# 5 : ความคิดเห็นที่ 133
ค้างอ่ะ อยากรู้ต่อแล้วว่าจะเป็นไง วิวาห์ห้ามพลาดนะ 
PS.  
Name : ✖ bAzzA✖ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ✖ bAzzA✖ [ IP : 223.207.47.205 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 18:36
# 4 : ความคิดเห็นที่ 131
ต่อค่าาาาาาา
PS.   ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่น จะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร
Name : suket < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ suket [ IP : 183.88.249.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 12:39
# 3 : ความคิดเห็นที่ 130
กรี๊ดดดดด
รู้ตัวตรินถรีบแว้วววว
อยากจะจุฟ พาทิศ จริงๆ
แสบพอกัน

>___<
PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์คร่าาาา V( = . < )V
Name : MooGaM < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MooGaM [ IP : 27.55.0.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 00:44
หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android