พยัคฆ์ซ่อนแค้น ประกาศรายชื่อผู้โชคดีค่ะ :)

ตอนที่ 28 : บุคคลต้องห้าม 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    12 มี.ค. 56

 




โรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์

                ร่างโปร่งบางดูคล่องแคล่วของดาวคณะในชุดนิสิตเรียบร้อยพอดีตัวเดินลิ่วเฉียดโต๊ะของหนุ่มๆ ราวห้าถึงเจ็ดคนที่นั่งสรวลเสเฮฮากันอยู่ในชั่วโมงว่าง โดยปกติคนที่มาใช้บริการฝากท้องไว้ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กนิเทศฯ เสมอไป ด้วยว่าโรงอาหารแห่งนี้มีร้านขนมเจ้าเด็ดขายพ่วงด้วยกาแฟหอมกรุ่นซึ่งเป็นที่เลื่องชื่อไปทั้งมหาวิทยาลัย จึงไม่แปลกที่จะมีหนุ่มสาวคณะอื่นแวะเวียนมานั่งจิบกาแฟหอมๆ ทานขนมอร่อยๆ และส่องสาวนิเทศไปเพลินๆ

                “น้องรุตาน่ารักเหมือนเมื่อวานเลยนะคร้าบเสียงหนุ่มผมเกรียนโต๊ะหนึ่งร้องแซว

ศรุตาเพียงแค่ส่งยิ้มให้อย่างที่เคยทำเวลาโดนหยอกด้วยมุกแป้กๆ

                หญิงสาวลืมมองว่าโต๊ะที่เดินผ่านก่อนหน้าที่จะมีคนร้องทักนั้นมีอัชวินนั่งรวมอยู่ด้วย และตอนนี้เธอก็รีบร้อนเอาของมาฝากคืนให้เพื่อนที่ร้านขายผลไม้จนไม่ได้สังเกตคนรอบข้าง พอตอนหมุนตัวกลับนั่นแหละถึงได้ชะงักไปเล็กน้อยแล้วเดินต่อ

                “เฮ้ยไอ้อัช...นี่นายกับน้องเขาจะจบกันแบบมองหน้ากันไม่ติดอย่างนี้จริงๆ เหรอวะ คนคบกันมาดีๆ ตั้งหลายเดือนนะเว้ยหนึ่งในกลุ่มเพื่อนถามขึ้นเมื่อเห็นกิริยาของอัชวินและฝ่ายสาวเจ้าที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไปเมื่อครู่

                “ก็ไม่ได้บอกว่ามองหน้าไม่ติด แต่เขาไม่มองฉันเองอัชวินตอบเสียงเรียบ ตายังมองตามร่างสมส่วนที่เดินลิ่วไม่เหลียวหลัง

                “ก็เล่นทำเย็นชาใส่เขาอย่างวันนั้น เป็นใครก็คงไม่อยากมองหรอกว่ะ ว่าแต่เรื่องนายลูกครึ่งอะไรนั่นมันไม่ได้เกี่ยวกับรุตาเลยนะ แยกให้ออกหน่อยสิวะ มานั่งทำหยิ่งแล้วมองเขาเป็นหมาเป็นหมาหงอยแบบนี้ไม่เห็นเข้าท่าตรงไหนเพื่อนอีกคนเสริมขึ้น คนอื่นๆ ก็พยักพเยิดเห็นตาม

                “ไม่เกี่ยวได้ไง เขาน่ะเป็นต้นเหตุเห็นๆ เลย ถ้ารุตาไม่เปิดรูปให้พี่สาวเขาดู พี่น้ำค้างก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้มันเจตนาก่อเรื่องชัดๆ

                “แทนที่จะขอบคุณที่ทำให้พี่สาวนายตาสว่างหนุ่มหน้ายาวใส่ต่างหูวงใหญ่ข้างเดียวเอ่ยขัดขึ้น

                ทุกคนบนโต๊ะเริ่มคิดตาม รวมทั้งอัชวินด้วย

                “คิดดูดีๆ สิวะ ถ้าพี่สาวของรุตาไม่เห็นภาพ ไม่ไปฉะ แล้วอีกนานแค่ไหนพี่สาวนายจะรู้ความจริงว่าโดนหลอก มองอะไรอย่ามองด้านเดียวสิวะหนุ่มคนเดิมพูดต่อ

                “มันก็ถูกของไอ้เป๊กนะคนที่นั่งข้างอัชวินเออออเป็นคนแรก แล้วคนอื่นๆ ก็ยิ่งคล้อยตาม

 “บางทีน้องเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็ได้ ตอนถ่ายภาพใครจะไปเลือกถ่ายว่าไม่ให้คนนั้นคนนี้ติดไปในรูปด้วย พอถ่ายไปแล้วก็คงอยากจะให้พี่สาวดูว่าบรรยากาศงานวันนั้นเป็นยังไง สนุกแค่ไหน แล้วนี่นายเล่นควงกิ๊กเก่าไปเย้ยหน้าอย่างนั้นจะคืนดีก็คงยากแล้วล่ะ

                ฟังมาถึงตรงนี้คนเพิ่งเลิกกับแฟนก็ลุกพรวดแล้ววิ่งไปทางลานจอดรถข้างโรงอาหารอย่างรวดเร็ว แล้วพอมาถึงข้างนอกก็เห็นคนที่เขาหมายใจจะวิ่งตามมาให้ทันกำลังเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านข้างคนขับ ดูจากตรงนี้เห็นแค่ว่าเป็นผู้ชายและสวมเสื้อสีขาวซึ่งก็คงเป็นเสื้อนิสิต     

อัชวินได้แต่ยืนมองรถคันดังกล่าววิ่งฉิวออกไปต่อหน้าต่อตา ถ้าให้ขับรถตาม เขาคงตามไม่ทันแน่เพราะรถคันนั้นขับออกไปด้วยความเร็วสูงและรถของเขาก็จอดอยู่อีกฟากของถนน ความรู้สึกผิดเริ่มจู่โจมเข้ามาเมื่อคิดว่าเขาไม่อาจทนเสียเธอไปได้ และภาวนาให้ผู้ชายในรถเป็นแค่เพื่อนหรือใครสักคนที่ไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาเคยเป็น เพราะกว่าจะได้นั่งตรงพื้นที่ของ คนรักในใจเธอนั้นช่างยากเย็นนัก

 

                น้ำค้างไม่มีวันยอมแพ้หรอกนะคะ ไม่ว่ายังไงน้ำค้างก็ต้องทำให้พี่รูฟส์ยอมหย่าให้ได้ หยาดตะวันนั่งอ่านข้อความทางโปรแกรมแชทในโทรศัพท์ที่ตนเป็นคนส่งแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาไม่ตอบกลับมาบ้าง

                ตอนนี้หญิงสาวกลับมาที่รีสอร์ทแล้ว และกำลังออกไปเผชิญหน้ากับความจริงอีกอย่างหนึ่งที่เธอหลีกเลี่ยงมาตลอด นั่นก็คือหอคอยในฝันที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวดและการหลอกลวงสำหรับเธอไปเสียแล้ว เมื่อสัญญาก่อสร้างสิ้นสุด ก็เป็นเรื่องของการตกแต่งทั้งภายในและเป็นงานที่หญิงสาวไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ใช่เพราะบิดามารดามอบหน้าทีนี้ให้ ตรงกันข้ามท่านกลับเป็นฝ่ายห้ามไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างสูงตระหง่านกว่าหกชั้นด้วยซ้ำ แต่หยาดตะวันเองที่เป็นคนอาสาจะทำ

คีรูฟส์ได้กลายเป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับที่นี่ไปโดยปริยาย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ในเมื่อรีสอร์ทคือที่สำหรับให้ลูกค้าจากภายนอกเข้ามาพัก นั่นย่อมเป็นการยากที่จะควบคุมและตรวจตราถ้าหากว่า บุคคลต้องห้ามจะลักลอบเข้ามาด้วยเจตนาใดก็ตาม

และในทางกลับกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหากเขาต้องการแฝงตัวเข้ามาที่นี่อีกครั้ง อย่างเช่นครั้งนี้...ซึ่งไม่ใช่การมาเพื่อแก้แค้นและลวงเอาความสาวของลูกสาวเจ้าของรีสอร์ทอย่างเมื่อครั้งก่อน แต่เขามาเพื่อตามหาและทวงเอาหัวใจของเขาคืน หลังจากปลีกตัวไปตั้งหลักมากว่าสิบวันโดยให้คนของเขาสะกดรอยตามเจ้าของหัวใจของเขา

ไม่มีใครระแคะระคายว่าลูกค้าวีไอพีซึ่งเป็นสุภาพสตรีวัยย่างสี่สิบจะเป็นสปายจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เป็นเจ้าของโปรเจ็กต์หอคอยงามเด่นที่ตั้งอยู่กลางจุดชมวิว

วิรินกับครอบครัวมาพักที่นี่ร่วมสัปดาห์เศษ หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือตามลูกสาวเจ้าของรีสอร์ทมาจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่หยาดตะวันไปดูตัวอย่างสินค้าครั้งล่าสุด ที่ต้องมากันแบบครบเซ็ตพ่อแม่ลูกก็เพราะจะไม่เป็นที่ระแคะระคายของคนในรีสอร์ท ส่วนเจ้านายซึ่งเป็นถึงลูกชายคนเดียวของเจ้าของบริษัทก็ไม่ได้อยู่ที่ไหนอื่นไกล พักอยู่ที่บ้านไม้สักหลังงามถัดจากที่นี่ไปไม่กี่กิโลเท่านั้น

“ตอนนี้หอคอยที่จุดชมวิวเริ่มตกแต่งบ้างแล้วค่ะคุณรูฟส์ เมื่อเช้าคุณน้ำค้างเธอออกมาดูราวๆ ห้านาทีได้ ดิฉันกับสามีทำทีเดินผ่านไปปูเสื่อนั่งเล่นแถวๆ นั้น แต่รู้สึกจะมีผู้ชายผมสั้นอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ มากับเธอด้วยนะคะเลขาประธานบริษัทที่โชคดีได้ถือโอกาสหยุดพักร้อนเป็นอาทิตย์เพราะมีภารกิจพิเศษรายงานผ่านโทรศัพท์ด้วยสีหน้ายิ้มๆ ปลายสายเงียบไปชั่วครู่คล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เดี๋ยวผมจะเข้าไป...

“อุ๊ย !! ไม่ได้นะคะ ถ้าคุณรูฟส์เข้ามาแล้วเกิดอะไรขึ้นมีหวังคุณเกริกเอาดิฉันตายเธอรีบร้องห้าม สุ้มเสียงตกใจ

“ผมไม่ได้กลัวหรอกฮะ ที่ไม่เข้าไปตอนแรกก็เพราะอยากดูเชิงเขาอยู่ห่างๆ สักพักก่อนก็เท่านั้น ตอนนี้หมดเวลาสนุกของเขาแล้ว

“เห็นใจดิฉันเถอะนะคะคุณรูฟส์ นายใหญ่เป็นห่วงคุณมากนะคะ

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ...คนชั่วอย่างผมตายยากพูดเหมือนจะประชดตัวเองกรายๆ เพราะสิ่งที่เขาทำกับหยาดตะวันมันก็คงทำให้เธอมองเขาต่างไปจากที่พูดเมื่อครู่นี้เท่าไหร่นัก

“โธ่...เธอกำลังจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาต้านทาน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเสียงสัญญาณถูกตัดดังขึ้นเป็นการตัดบทสนทนาเสียก่อน

 

*****

 

พี่มีเรื่องจะคุยกับน้ำค้าง ข้อความแชทปรากฏบนหน้าจอ หยาดตะวันมองแล้วต้องยกมือขึ้นกรีดน้ำตาอย่างเจ็บใจในความอ่อนแอและอ่อนไหวของตนเอง

เธอไม่อยากเจ็บ ไม่อยากคิดถึง ไม่อยากหวั่นไหว ตรงกันข้าม หยาดตะวันอยากจะดีใจที่เขาหายเงียบไปตั้งแต่วันที่เจอกันที่ร้านอาหารโดยความตั้งใจของเขา แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังต้องยอมรับอย่างหน้าไม่อายว่าความรู้สึกของเธอช่างขัดกับสิ่งที่แสดงออกมากเหลือเกิน

น้ำค้างไม่มีอะไรจะคุย... ข้อความแรกกดส่งไปเรียบร้อย ก่อนจะพิมพ์ต่อเมื่อนึกขึ้นได้

นอกจากเรื่องหย่า

ถ้าไม่เหลือเยื่อใยมีหรือจะต่อปากต่อคำให้เสียเวลา สู้เงียบเฉยไม่พิมพ์โต้ตอบกลับไปจะดีกว่า เธอพลาดอีกแล้วสินะ แต่ช่างเถอะ เธออยากพูดกับเขาเรื่องหย่าจริงๆ นี่นา ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองจะใจเย็นเกินไปแล้ว ถ้าขืนยังนิ่งเฉยกันอยู่แบบนี้สักวันเรื่องจดทะเบียนคงถึงรู้ถึงหูบิดามารดาเป็นแน่

พี่ก็ไม่ได้บอกว่าจะคุยเรื่องอื่น

กลีบปากล่างถูกขบจนเป็นเส้นตรง ตาใสๆ เริ่มแวววาวเพราะคลอไปด้วยน้ำตาที่กรีดทิ้งไปแล้วครั้งหนึ่ง

แปลว่าพี่รูฟส์จะยอมหย่าให้น้ำค้างแล้วใช่มั้ยคะ เขาจะรู้ไหมนะว่าเธอเจ็บปวดเหลือเกิน พิมพ์ไปก็เท่ากับเฉือนใจตัวเองไป ไม่แน่หรอก ตอนนี้เขาอาจจะอยู่กับผู้หญิงคนนั้น คนที่เป็น ที่รัก ของเขา แล้วก็คงกำลังดูการสนทนาโต้ตอบนี้อยู่ก็เป็นได้

ขอคิดดูก่อน

หมายความว่ายังไง

ก็หมายความตามนั้น

หญิงสาวไม่รู้จะดีใจหรือผิดหวังดี แต่หัวใจของเธอเต้นรัวทั้งที่ยังเจ็บร้าวไปทั้งอกเมื่อคุยมาถึงตรงนี้

ขอคิดดูก่อน ก็คือขอคิดดูก่อน

งั้นก็คงไม่มีอะไรต้องคุยแล้วล่ะค่ะ เชิญพี่รูฟส์คิดดูซะให้พอ คิดให้เยอะๆ นะคะ ประโยคหลังที่บอกให้คิดเยอะๆ นั้นหยาดตะวันจงใจเหน็บ

ถ้าจะมีใครสักคนสังเกต ก็จะเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นตอบกลับรวดเร็วราวกับใจจดใจจ่อที่จะคุยกันเสียเต็มประดา แต่สาเหตุที่ไม่โทรคุยกันซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกกว่านั้นไม่ใช่จะประหยัดค่าโทร เพียงแต่ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่พร้อมที่จะใช้เสียงในการสนทนา

ตอนนี้พี่อยู่ห้องโซนป่าฝน น้ำค้างจะมาหาพี่หรือให้พี่ไปหาที่บ้าน พี่ให้เวลาตัดสินใจถึงเที่ยงคืน

คราวนี้โทรศัพท์แทบร่วงจากมือของหญิงสาว เขาอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ แล้วเขาเข้ามาได้ยังไง คนของพ่อเธอไม่เห็นเขาหรอกหรือไง แล้วถ้าเห็น เขาก็อาจจะโดนทำร้าย...

ฮึ ช่างเขาประไร เขาจะโดนซ้อมจนตายตกไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องสนใจ ในเมื่อเขายังใจร้ายฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นได้ ถึงจะคิดอย่างนี้แต่มือนั้นเร็วกว่าใจ รีบปิดโปรแกรมสนทนาก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์ที่ลบทิ้งไปแล้วแต่ยังจำได้ขึ้นใจ...ใจที่กำลังจะเต้นทะลุออกมานอกอก

แบบนี้ก็แปลว่าเขาไม่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้น !!

“ครับเสียงตอบรับสั้นๆ จากปลายสายทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์

“กลับออกไปจากที่นี่ซะเถอะนะคะ น้ำค้างเตือนด้วยความ...เอ่อ เตือนในฐานะเพื่อนร่วมโลก...น้ำค้างไม่อยากเห็นพี่รูฟส์ถูกทำร้ายแล้วต้องเป็นอะไรไปในรีสอร์ทของพ่อน้ำค้าง

มีเสียงหัวเราะหึๆ ดังมาตามสาย นี่เธอคิดถูกหรือคิดผิดกันนะที่โทรบอกเขา ทำไมจะต้องกลัวเขาถูกคนของบิดาทำร้ายในเมื่อเขาเองยังทำร้ายหยาดตะวันมาแล้วอย่างเลือดเย็น ทำร้ายหัวใจทำลายความรักของเธอเสียงยับเยิน !

“พี่รูฟส์กลับออกไปเถอะนะคะ ไม่ว่าพี่รูฟส์จะเข้ามาด้วยวิธีไหนก็ขอให้กลับออกไปให้พ้นเขตของพ่อน้ำค้างเพราะคนที่นี่ไม่มีใครต้อนรับพี่รูฟส์

“แม้แต่น้ำค้าง...อย่างนั้นใช่มั้ย ?เขาถามกลับมาด้วยกังวานเย้ยหยันชอบกล

“ค่ะหยาดตะวันสูดหายใจลึก ตอนนี้เขาก็เป็นได้แค่คนเคยรู้จัก และไม่อยากรู้จักไม่อยากข้องแวะอีกต่อไป

“ทำไม ไอ้เตชัสมันน่าต้อนรับมากกว่างั้นสิ !!”

“อย่ายุ่งกับพี่เต้...หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงปกป้องคนถูกกล่าวถึงเต็มที่ เธอคงหูฝาดไปสินะที่ได้ยินเสียงหายใจของเขาฟังดูแปร่งๆ สั่นๆ ชอบกล มันเหมือนเสียงผู้ชายที่จวนจะสะอื้นเต็มที

“พี่ขอเจอน้ำค้าง...ครั้งสุดท้าย แล้วพี่จะไปตามทางของพี่ ไปพร้อมกับใบหย่า !!”

ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาจะเชื่อถือได้มากสักแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้หยาดตะวันถือโทรศัพท์ค้างทั้งน้ำตานองหน้า เธอรู้ซึ้งแล้ว ที่เขาว่าเจ็บปวดไปทุกรูขุมขนทั้งที่ร่างกายปราศจากบาดแผลและไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายมันเป็นยังไง

 

 

ห้าทุ่มสี่สิบห้านาที

คีรูฟส์นั่งกุมขมับอยู่ในห้องสวีทในโซนป่าฝนของทางรีสอร์ทที่วิรินกับครอบครัวพักอยู่ก่อนในตอนแรก แว่นกันแดดและหมวกแก๊ปสีครีมยังวางอยู่ที่โต๊ะวางของซึ่งจัดเข้ามุมอย่างเป็นระเบียบดูเรียบหรูสบายตา

อีกห้านาที แค่ห้านาทีเท่านั้นสำหรับการรอคอยที่แสนทรมานและบีบคั้นจิตใจ ถ้าเธอไม่มา เขาจะเป็นฝ่ายไปหาเสียเอง ชายหนุ่มเข้ามาที่นี่โดยอาศัยรถขนของที่เข้ามาส่งพวกอาหารสดให้ทางครัวของรีสอร์ท เขาเลือกยืมเสื้อตัวเก่าสีมอซอของลุงคามาสวมและใส่แว่นสวมหมวกอำพรางตัวเข้ามาได้สำเร็จ ช่วงนี้ลูกค้าในรีสอร์ทค่อนข้างหนาตา จึงไม่ค่อยมีใครสังเกตเข้มงวดสักเท่าไหร่นัก ทั้งลูกค้าชาวไทยชาวต่างชาติก็มีปะปนกันเป็นรื่องปกติ ถึงรูปร่างหน้าตาจะดูโดดเด่นน่ามอง แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเขา บางคนอาจจะเคยเห็นจากงานทำบุญรีสอร์ท แต่ก็ใช่ว่าจะจำได้

เขาอยากเจอ อยากกอด อยากหอม อยากแสดงความรักทั้งหมดที่มีต่อเธอเหลือเกิน แต่ตอนนี้เขากลายเป็นแค่คนนอกหัวใจและกลายเป็นแค่คนเลวนอกสายตาของเธอไปเสียแล้ว คนที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่ารักเธอหมดหัวใจแสดงออกชัดเจนว่าพร้อมจะขุดหลุมฝังกลบความทรงจำทุกอย่างเป็นการถาวร ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เครียดขมึง หัวคิ้วย่นเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับความรู้สึกสูญเสีย

คงถึงเวลาที่เขาจะต้องยอมรับความจริงและชดใช้ความผิดของตัวเองแล้วสินะ สิ่งที่เขาได้รับมันช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของเธอ ภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เธอหมดสติที่โรงพยาบาลโดยไม่ทราบสาเหตุเริ่มวนเวียนกลับเข้ามารุมเร้าและสร้างความกระจ่างให้เขาได้เช่นเดียวกัน

วันนั้นเขาจำได้ว่าเธอขอตัวไปซื้ออาหาร และหายไปนานพอสมควรในขณะที่เขากำลังคุยเรื่องแก้แค้นอยู่กับบิดา...แล้วที่เธอหมดสติก็อาจจะเป็นเพราะบังเอิญกลับมาได้ยินเข้าพอดี เรื่องราวทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อไปรวมกับภาพที่เขาเห็นเธอยืนกอดกับเตชัสที่หน้าบ้าน

ตอนนั้นหยาดตะวันหนีกลับจากโรงพยาบาลโดยไม่รอเขาและออกจากบ้านไปพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า...เธอคงเจ็บมากกว่าที่เขาเจ็บตอนนี้หลายเท่านัก

พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษยอดรัก...พี่ขอโทษ เสียงหัวใจของเขาพร่ำบอกคำขอโทษพร้อมกับน้ำตาลูกผู้ชายหยดแรกที่ไหลออกมาด้วยความเครียดขนาดหนักและความเจ็บปวดสุดใจ

พี่รูฟส์น่ะเก่งออกจะตาย ขนาดโดนแตนต่อยตั้งหลายตัวยังไม่เห็นจะร้องไห้สักแอะ น้ำค้างสิ...โดนต่อยแค่สองตัวน้ำตามาเป็นเผาเต่า

                นึกถึงเสียงหวานๆ ที่เอ่ยชื่นชมเขาทำให้คีรูฟส์อดยิ้มแปร่งๆ ไม่ได้ ขนาดโดนแตนต่อยแค่สองตัวเธอยังเจ็บและเสียน้ำตามากมายขนาดนั้น แล้วนี่เขาเล่นทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆ จนแทบแหลกราญ มีหรือที่เธอจะไม่เจ็บ แต่ที่น่าแปลกคือเขาไม่เห็นน้ำตาของหยาดตะวันเลยสักหยดนับตั้งแต่เธอฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลจนถึงตอนนี้

ต่อไปน้ำค้างจะไม่ขี้แย ไม่อ่อนแอ ไม่ร้องไห้ให้พี่รูฟส์เห็นน้ำตาอีกแล้วไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องร้ายๆ แค่ไหนก็ตาม

 ตอนนั้นเธอพูดด้วยรอยยิ้มสดใส แต่ในตอนที่ ต้องกล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาเป็นต้นเหตุเล่า

รอยยิ้มขื่นขมค่อยๆ หุบลง ชายหนุ่มมองดูนาฬิกาเป็นครั้งที่เจ็ด

 

ร่างโปร่งบางของหยาดตะวันกำลังเดินไปเดินมาภายในห้องนอนเหมือนหนูติดจั่น เธอมีเวลาตัดสินใจอีกเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

จะไปก็ไปไม่ได้ เพราะสำนึกฝ่ายดีและคนของบิดาที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างประตูบ้านขวางกั้นเอาไว้ แต่ถ้าเธอไม่ไปแล้วเขาบุกมาที่บ้าน...อันนี้เธอเชื่อเหลือเกินว่าเขากล้าและบ้าพอที่จะทำ หญิงสาวไม่อยากจะคิดสภาพ ถ้าพวกน้าล่ำและคนอื่นๆ เห็นเขาโผล่มาที่นี่ ถ้าไม่เป็นศพกลับไปก็คงจะเลี้ยงไม่โต ไม่สิ เขาโตแล้ว ต้องเรียกว่าไม่ได้แก่ตายจะถูกกว่า

เธอจำได้ว่าแม่อิงเคยเล่าวีรกรรมสมัยสาวๆ ตอนที่ ปีนบ้านหนีพ่อหมอก เมื่อนึกถึงวิธีการหนีที่พูดกันทีไรก็เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกครั้ง ตากลมโตก็มองไปยังตู้เสื้อผ้าของตัวเอง

ใช่สิ !! เธอปีนออกทางหลังบ้านได้นี่นะ อย่างน้อยการยอมไปหาเขาครั้งนี้ก็เพื่อคุยเรื่องหย่าและสกัดไม่ให้เขามาตายในเขตบ้านเธอ หญิงสาวให้เหตุผลกับตัวเองเพื่อไม่ให้รู้สึกผิดมากเกินไป

เสื้อผ้าราวยี่สิบชุดถูกรื้อออกมาผูกกันเป็นปมด้วยมือไม้สั่นระริก เมื่อเสร็จแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเขาอีกครั้งเพื่อบอกสถานที่เพราะเธอไม่มีทางไปหาเขาที่ห้องพักเป็นแน่

“อีกสิบนาทีเจอกันที่สะพานท้ายรีสอร์ทนะคะที่นี่...เธอคุ้นเคยชนิดหลับตาเดินยังไปถูก เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับหยาดตะวัน ถึงแม้จะเป็นตอนกลางคืนแต่เธอก็อุ่นใจในทุกตารางเมตรของเขตรีสอร์ท

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปรับ

“ถ้าจะมาบ้านน้ำค้างก็เชิญเตรียมตัวเป็นผีเฝ้ารีสอร์ทได้เลยค่ะเธอว่าอย่างอดไม่ได้

“แต่พี่ไม่อยากให้น้ำค้างออกมาคนเดียว

น้ำเสียงที่ผ่านสายมาฟังดูอ่อนลง ถ้ายังไม่รู้ความจริงหยาดตะวันคงจะเป็นปลื้มกับความห่วงหาอาทรของเขา

“ที่นี่น้ำค้างอยู่มาแต่เกิด ถ้าจะห่วงหรือมีอะไรให้ต้องกลัว น้ำค้างกลัวพี่รูฟส์ดีกว่ามั้ยคะ

ที่น่ากลัวกว่าความมืดและอันตรายอย่างอื่นคือคนที่เธอกำลังจะออกไปพบนี่แหละ แต่เขาคงจะไม่ทำอะไรเธอกระมัง เธอเชื่ออย่างนั้น เพราะถึงเขาจะเคยกรีดหัวใจเธอมาแล้วครั้งหนึ่งนั่นก็เป็นเพราะความแค้น ถ้าตอนนี้เขาจะกล้าทำร้ายเธอหยาดตะวันก็จะขอยอมตาย ดีกว่าต้องทนเห็นเขาถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา

“โอเคครับ งั้นเจอกันที่เดิม

หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำว่า ที่เดิม แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเขาหมายถึงท้ายรีสอร์ทที่เธอกับเขาเคยไปเดินเล่นด้วยกัน โดนผึ้งต่อย...ด้วยกัน เจ็บด้วยกันและต่างคนต่างดูแลช่วยเหลือกัน แต่มันก็เป็นเพียงความห่วงหาอาทรจอมปลอมที่เขาใช้หลอกล่อให้เธอติดกับดักเท่านั้น

 

หญิงสาวมาถึงก่อนเขาและเลือกที่จะนั่งใต้ต้นหางนกยูงแทนที่จะนั่งบนม้านั่งที่มีไฟส่องสว่างด้วยกลัวว่าจะดูเด่นชัดจนเกินไป ไม่นานก็เห็นเงาตะคุ่มๆ และร่างสูงๆ เดินมุ่งหน้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร รูปร่างแบบนี้ ท่าเดินแบบนี้ เธอคุ้นตาคุ้นใจเสียยิ่งกว่าคุ้น

หญิงสาวโผล่ออกไปยืนดักหน้าเมื่อคิดว่าเขามองไม่เห็นเธอ คีรูฟส์ไม่มีทีท่าตกใจเลยสักนิด ร่างสูงในชุดลำลองแบบเรียบง่ายหากแต่คงความดูดีตามสไตล์ของเขาหยุดยืนมองหน้าเธอนิ่ง

 “น้ำค้างมีเวลาแค่สิบนาทีหยาดตะวันบอกอย่างไว้ท่า แผ่นหลังพิงอยู่กับหางนกยูงต้นใหญ่ขนาดเกือบสองคนโอบเห็นจะได้

ในความสลัวและเลือนลาง เธอเห็นประกายตาหม่นแสงและสีหน้าเครียดจัดของเขาได้ค่อนข้างชัดเพราะระยะห่างเพียงแค่เมตรเศษๆ เท่านั้น

เขายังคงเงียบ มีเพียงดวงตาคมปลาบเท่านั้นที่ยังมองหน้าเธอนิ่งราวกับจะบันทึกจดจำทุกรายละเอียดเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

“พี่รูฟส์มีอะไรจะพูดกับน้ำค้างก็พูดมาสิคะ น้ำค้างผูกปมเชือกห้อยเอาไว้ เดี๋ยวถ้าพวกน้าล่ำเดินตรวจรอบบ้านแล้วเห็นเข้า...เธอชะงักเมื่อเห็นดวงตาเขาไหววูบและชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา

“นี่น้ำค้างปีนลงจากบ้านอย่างงั้นเหรอเสียงเข้มดุฟังดูห่วงใยและใส่ใจในสวัสดิภาพของเธอเสียนักหนา

“ก็แล้วน้ำค้างมีทางเลือกอื่นหรือคะเธอถามกลับเสียงสูง

คีรูฟส์ถึงกับหัวใจหล่นวูบเมื่อคิดถึงภาพที่เธอกำลังโหนเชือกลงจากบนบ้าน ซึ่งบ้านของเธอนั้นถือว่าระยะห่างระหว่างชั้นสองกับพื้นสูงกว่าปกติเอามากพอควร

ถ้าเธอมือไม้ลื่นหรือจับพลาดขึ้นมา หรือถ้าโชคร้ายจริงๆ เกิดเชือกเปาะแล้วขาดขึ้นมา คิดมาถึงตรงนี้มือไม้ของชายหนุ่มก็เย็นเฉียบ หัวใจสั่นหวิวขึ้นมาทันที

“คราวหลังอย่าทำอย่างนี้อีกเด็ดขาดนะน้ำเสียงเฉียบขาดฟังดูจริงจังบอกให้รู้ว่าเขาห่วงเธอมากเพียงใด แต่หยาดตะวันกลับยิ้มจางๆ ให้เขาอย่างไม่ยี่หระ

“มันจะไม่มีคราวหลังแล้วล่ะค่ะไม่ต้องห่วงหรอก...ว่าแต่พี่รูฟส์จะพูดอะไรกับน้ำค้างก็รีบๆ พูดสิคะน้ำค้างจะได้กลับ

เขาทำท่าเหมือนจะสะอึก หยาดตะวันเงยหน้ามองแสงจันทร์เล็กน้อยเป็นกิริยาคล้ายเชิดหน้าใส่อีกฝ่าย

“ความจริงพี่ไม่ได้จะมาที่นี่เพื่อปล่อยน้ำค้างเป็นอิสระหรอกนะเขาเกริ่นเสียงขรึม

“น้ำค้างก็เป็นอิสระอยู่แล้วนี่คะ ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวอะไร เพียงแต่มันมีบางอย่างทำให้รู้สึกค้างๆ คาๆ จะทำอะไรก็ติดขัดไปเสียหมดก็เท่านั้น

ประโยคนี้ทำเอาเข้าใจกันไปคนละทิศละทาง ที่ว่าติดๆ ขัดๆ ก็เพราะทุกครั้งที่ต้องทำธุรกรรมแล้วเห็นชื่อกับนามสกุลของตัวเองมันก็เหมือนมีอะไรมากระตุกหัวใจของเธอแรงๆ แทบทุกครั้ง

ทางด้านคีรูฟส์ก็เข้าใจว่าหญิงสาวคงจะเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่ๆ ได้ไม่สะดวกใจ ถึงต้องร่ำร้องจะหย่าจากเขา ความโกรธเกลียดที่มีต่อเขาคงเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง

“ครับ พี่ก็จะได้รู้ว่าความรักที่เกิดจากหัวใจกับความรู้สึกที่บริสุทธิ์มันจืดจางได้ง่ายกว่าความรักที่เกิดจากความแค้นโง่ๆ อย่างที่พี่รักน้ำค้าง

หยาดตะวันเจ็บจี๊ดเขาไปถึงกลางใจกับคำพูดคล้ายจะตัดพ้อและประชดอยู่ในทีของเขา ใครบอกว่าความรักของเธอจืดจางกันล่ะ ความรักที่มีต่อเขามันไม่ได้หายไปไหนเลยแม้แต่เศษเสี้ยวของที่เคยรัก ตรงกันข้ามมันกลับถูกปิดตายเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

“พี่รูฟส์รักน้ำค้างเหรอคะถามพร้อมกันแค่นยิ้มฝืดๆ ให้เขา

คีรูฟส์ถึงกับหน้าชากับคำถามลอยๆ ฟังดูเยาะหยันของเธอ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

487 ความคิดเห็น

  1. #431 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 22:34
    มันเศร้าอ่ะ
    #431
    0
  2. #418 I'm not a girl (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 10:50
    เริ่มสงสารพี่รูฟส์แล้วนะเนี่ย
    #418
    0
  3. #411 kkk000 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 21:21
    ตอบน้ำค้างสิจ๊ะคีรูฟ
    #411
    0
  4. #406 fsn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 01:07
    เอ้า ตอบซิจ๊ะ หนุ่มรูฟท์
    #406
    0
  5. #405 mukneakib (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 23:20
    แงๆ น้ำตาซึมเลย เห็นใจทั้งคู่จัง
    #405
    0
  6. #404 เล่นลมฃมจันทร์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 22:57
    ชอบการเขียนมาก นางเอกหวานทุกรุ่น ต่อว่า โกรธ แต่ไม่เคยหยาบสักค้าง

    ผู้ดีโดยกมลสันดาน มันซึมลึกเจ็บลึกในใจน่ะไรเตอร์ ซึ้งจริงๆๆๆ

    ชอบนางเอกสไตล์นี้มากเลย!!!
    #404
    0
  7. #403 นัควัต (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 19:26
    อย่าบอกว่าน้ำค้างจะใจอ่อนเพราะพี่รูฟส์บอกรัก ม่ายยยยนะ อย่าเพิ่งใจอ่อน จัดหนักพี่รูฟส์ก่อนเซ่
    #403
    0
  8. #402 poy-mec (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 18:06
    จัดให้หนักเลยทำกับน้ำค่างไว้เยอะ
    #402
    0
  9. #401 Sunisa Papamai (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 01:46
    เริ่มจะสงสารพี่รูฟ ทั้งอยากสมนำ้หน้า
    #401
    0
  10. #400 apop (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 22:42
    สม
    #400
    0
  11. #399 MooGaM (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 21:35
    โสนะหน้ารูฟฟฟฟฟฟฟฟฟ


    #399
    0
  12. #398 kkk000 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 19:14
    รอต่อนะคะ
    #398
    0