THE DREAMS - / EXO SNSD

ตอนที่ 2 : The Dreams - / Chapter 01 : อาร์ตตัวแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 พ.ย. 59










ถึงฉันจะเป็นอาร์ตตัวแม่แต่ก็มีชายในฝันเป็นของตัวเองนะ!

( เจสสิก้าจอง )


















วันนี้เป็นวันหนึ่งในช่วงสัปดาห์ก่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งและตอนนี้ฉัน ‘เจสสิก้าจอง’ นักศึกษาหน้าใหม่ป้ายแดงที่กำลังจะได้มาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ความจริงก็ไม่อยากโอ้อวดหรอกนะแต่ว่ามหาวิทยาลัยนี้อ่ะถ้าไม่รวยหรือเรียนดีจริงเข้าไม่ได้นะคะ และแน่นอนว่าคนอย่างฉันเข้ามาเพราะหัวสมองล้วนๆค่ะ#เชิ่ด

 

ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่นักหรอกนะไม่ใช่ว่าเย่อหยิ่งคิดว่าตัวเองเก่งเหนือชาวบ้านแต่เป็นเพราะมันอยู่ในตัวเมืองทำให้ฉันต้องหอบเสื้อผ้ามาอยู่ที่หอพักของทางมหาวิทยาลัย และก่อนหน้านั้นฉันก็ได้ไปดูห้องเป็นที่เรียบร้อยพูดเลยนะว่า...โคตรสกปรกเลยว่ะ!

 

คือไม่เข้าใจว่าคนที่อยู่ก่อนหน้านี้มันจะทิ้งขยะอะไรไว้มากมายแล้วเจ้าของหอทำไมไม่ให้แม่บ้านมาดูแลห้องให้มันดีก่อนจะขายให้ลูกค้าเนี่ยแต่จริงๆแล้วมันก็คงผิดที่ฉันด้วยแหละมั้งเพราะไม่รู้จักขอดูห้องก่อนเพราะเกรงกลัวว่าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน(?) พอเขาบอกว่ายังมีห้องว่างอยู่ฉันก็รีบตอบเซย์เยสทันทีโดยไม่คิดจะไปดูห้องให้ดีเสียก่อนและที่ฉันได้ยินมามันเหมือนกับว่าฉันจะต้องแบ่งห้องกับใครไม่รู้อีกคนเนื่องจากห้องพักที่ฉันได้มันเป็นห้องพักที่จำเป็นต้องแชร์ห้องให้คนอื่นมาอยู่ด้วยแต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่รูมเมทฉันจะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!

 

และเหมือนฉันได้ยินมาว่าคนที่จะมาแชร์ห้องกับฉันก็เคยมาจองห้องไว้แล้วแต่ไม่ได้จ่ายเงินมัดจำไว้และพอฉันมาถึงฉันก็จ่ายเงินสดทำให้คนนั้นต้องเสียห้องไปอย่างน่าเสียดายแถมห้องอื่นก็ไม่มีเหลือ เลยต้องตกเป็นกรรมของฉันเนี่ยแหละที่จะต้องแชร์ห้องกับใครก็ไม่รู้ ว่าแต่ฉันมาบ่นเรื่องพวกนี้ให้รีดเดอร์ฟังทำไมวะ#ก็ไม่รู้สินะ -0-

 

ทำไมทำหน้าเหมือนปวดขี้อย่างนั้นวะ!?” สาบานว่ามันคือคำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจและหวังดีกับฉันมากจะเป็นใครไปได้ที่พูดแบบนี้ถ้าไม่ใช่ ‘คิมแทยอน’ ซึ่งมันเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญมากที่ฉันกับแทยอนเราได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันเพียงแต่อยู่คนละคณะเท่านั้นเอง

 

ก็เครียดเรื่องรูมเมทที่จะต้องมาแชร์ห้องด้วยอ่ะดิ -*-” ฉันตอบแทยอนพลางนิ่วหน้าอย่างนึกเครียดกับสิ่งที่ฉันไม่ค่อยจะให้มันเกิดเท่าไหร่ ก็ฉันไม่ชอบใช้ห้องร่วมกับใครนี่นา =[ ]=

 

จะเครียดไปทำไม? ยังไงคนที่น่าเป็นห่วงก็คือคนที่จะมาแชร์กับแกอยู่แล้วอ่ะดูมันโคตรรักพื่อนเลยว่ะมีมั้ยจะห่วงกันเนี่ยไปห่วงทำไมคนอื่นแล้วฉันน่ากลัวมากเลยรึไงยะ!

 

เฮ้ยจะเอาหรอ!?” ฉันถามแทยอนกลับด้วยสีหน้าที่จะเอาเรื่องก็แหม่มันน่าโมโหมั้ยล่ะเพื่อนกันแท้ๆแต่ไม่ห่วงฉันเลย =_=

 

โอ๋ๆๆ อย่าโกรธดิก็มันเรื่องจริงนี่หว่าแกมันความคิดประหลาดกว่าชาวบ้านคงยากที่คนอื่นจะเข้าใจว่ะแทยอนส่งเสียงง้อฉันก่อนจะพูดต่อที่เหมือนจะเป็นการด่าฉันทางอ้อมมากกว่า ทำไมอ่ะ? แค่เป็นอาร์ตตัวแม่มีความคิดไม่เหมือนใคร มีอารมณ์ศิลปินแล้วมันแปลกตรงไหน? ดีซะอีกจะได้ไม่โดนใครหาว่าก๊อปปี้ความคิดด้วย โฮ่ะๆๆๆๆๆ #ดูภูมิใจเน๊อะ

 

ไม่เข้าใจก็ไม่เห็นจะสนเลยดีซะอีกมันจะได้ทนไม่ไหวแล้วย้ายออกแล้วห้องก็จะเป็นของฉันคนเดียว :)” ฉันบอกอย่างเริ่มเห็นด้วยกับแทยอนก่อนจะยกยิ้มอย่างมีแผนการ ในเมื่อฉันเป็นคนที่หลายคนมักไม่เข้าใจและหาว่าประหลาดแล้วฉันก็ต้องใช้ข้อนี้ให้เป็นประโยชน์สิ!

 

นั่นไงมันมาและนางร้ายฉบับอาร์ตตัวแม่ -0-” แทยอนบอกพลางทำหน้าเอือมระอา แต่ช่างเหอะฉันเห็นหน้าของมันแบบนี้บ่อยจนชินไปเรียบร้อยแล้วเวลาฉันมีแผนการอะไรอยู่ในหัวเนี่ย แต่เชื่อมั้ย? ที่เห็นเหมือนว่ามันจะไม่สนับสนุนฉันพอถึงเวลาล่ะก็มันจัดหนักกว่าฉันอีกพูดเลย ไม่ได้โม้เพราะฉันไม่ใช่สมรักษ์ คำสิงห์ #ห๊ะ

 

เออแล้วนี่พี่แกนัดตอนไหนเนี่ย?” เพราะมัวแต่คุยกันเรื่องรูมเมทบ้าบอของฉันจนลืมไปว่าวันนี้ที่ฉันกับยัยแทยอนเรามาอยู่กันที่มหาวิทยาลัยเพราะวันนี้เป็นวันรับน้องวันแรกซึ่งแน่นอนหลายคนคงตื่นเต้น แต่สำหรับฉันแล้วมันเฉยๆว่ะ - -!

 

ตอนเก้าโมงอ่ะยัยแทยอนตอบพลางหยิบกระจกขึ้นมาส่องดูความเรียบร้อยบนใบหน้าของตัวเอง เออ..เห็นมันแบบนี้มันก็รักสวยรักงามมากที่มากที่สุด!

 

เหมือนกันเลยอ่ะตอนนี้ก็เวลาแปดโมงครึ่ง..เชี่ยแปดโมงครึ่ง!” ฉันพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาปรากฏว่ามันเป็นเวลาแปดโมงครึ่งแล้วซึ่งนั่นทำให้ทั้งฉันกับแทยอนต่างหลุดอุทานออกมาเสียงหลงเพราะคณะของฉันกับยัยแทยอนมันอยู่ไกลจากตรงที่พวกฉันนั่งอยู่พอสมควร

 

ถ้างั้นตัวใครตัวมันแล้วกันขอให้โชคดีนะเว้ย!” ยัยแทยอนบอกพลางลุกขึ้นแล้วกุลีกุจอเก็บของแล้วรีบวิ่งออกไปทันทีส่วนฉันเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน อุตส่าห์มาก่อนเวลาที่พี่นัดตั้งชั่วโมงครึ่งเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรีบแต่สุดท้ายฉันก็ต้องออกแรงวิ่งอีกแล้ว ให้ตายเถอะโรบิ้นนนนนนนนนนน

 

ซวยแล้วไง!” หลังจากที่ฉันตาลีตาเหลือกวิ่งมายังตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ตอนนี้ก็แทบจะไม่เหลือแรงอะไรแล้วเลยทำเพียงแค่ยืนหอบอยู่ตรงด้านหน้าก่อนจะหลุดอุทานออกมาเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่กำลังจะเก็บกระดาษบางอย่างที่เดาว่ามันอาจจะเป็นใบรายชื่อก็ได้

 

พี่คะรอก่อนค่ะ!” ฉันรีบตะโกนสุดเสียงเพื่อเป็นการรั้งรุ่นพี่ที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในตึกของคณะซึ่งแน่นอนในขณะที่ฉันพูดฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหารุ่นพี่ทันที

 

คือหนูเพิ่งมาต้องเซ็นชื่อตรงไหนคะ?” เมื่อฉันวิ่งมาหยุดยืนหอบอยู่ตรงหน้ารุ่นพี่แล้วก็พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เป็นปีหนึ่งทำไมต้องยากเบอร์นี้วะ -0-

 

น้องปีหนึ่งใช่มั้ยคะ? โชคดีนะคะเนี่ยที่ยังมาทันตอนช่วงเส้นยาแดงผ่าแปดไม่งั้นน้องโดนลงโทษแน่ๆเลย นี่ค่ะหาชื่อตัวเองแล้วเซ็นตามที่เพื่อนคนอื่นเซ็นนะคะรุ่นพี่บอกพลางพูดสาธยายไปก่อนจะยื่นใบรายชื่อมาให้ฉันเซ็น เฮอะให้มันได้อย่างนี้สิ - -

 

“น้องชื่ออะไรคะ?” พี่ปีสองที่เป็นคนบอกให้ฉันเซ็นชื่อก็ถาม

 

“ชื่อเจสสิก้าค่ะ” ฉันตอบหลังจากที่ฉันเสร็จชื่อเสร็จ ส่วนพี่ปีสองก็เขียนชื่อฉันลงในกระดาษแข็งที่มีเชือกอยู่ ซึ่งฉันเดาว่ามันต้องเป็นป้ายชื่อที่ให้ฉันแขวนแน่ๆ

 

“นี่ค่ะรักษาดีๆนะคะแล้วก็แขวนตลอดช่วงที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัยนะคะแต่ถ้าอยู่นอกมหาวิทยาลัยแล้วก็ไม่ต้องแขวนนะคะ” พี่ปีสองบอกเชิงชี้แจงพลางยื่นป้ายชื่อให้กับฉันพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ซึ่งฉันก็รับมันมาแขวนอย่างรวดเร็ว

 

“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกคนอายุมากกว่าพลางส่งยิ้มไปให้อย่างน่ารัก ก็ในเมื่อมีความผิดอยู่ก็เลยต้องทำตัวน่ารักเผื่อพี่จะใจดี คิคิ

 

โอเคจ้ะ เดี๋ยวเข้าไปนั่งข้างในนะเดี๋ยวจะมารุ่นพี่มาพูดคุยนะคะรุ่นพี่บอกกับฉันพลางผายมือไปข้างในเป็นการบอกฉันจึงยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปนั่งภายในตึก

 

ขอนั่งด้วยนะเมื่อเดินเข้ามาภายในตึกก็พบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันกำลังนั่งคุยกันอย่างมันปากเนื่องจากยังไม่มีรุ่นพี่เข้ามาส่วนฉันก็ใช้สายตาสอดส่องมองหาที่นั่งที่ยังว่างพอให้ฉันนั่งได้ และเมื่อเจอฉันจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะเอ่ยปากบอกคนข้างๆ

 

เอ่อ...สวัสดีเราชื่อคังซึลกินะ ^_^” ในขณะที่ฉันอยู่ในท่านั่งชันเข่าซึ่งมันเป็นท่านั่งที่สบายที่สุดสำหรับฉันพลางชะเง้อคอมองว่าเมื่อไหร่รุ่นพี่จะมาเสียทียัยแว่นเอ๋อ(?)ที่นั่งข้างๆฉันก็หันมาเอ่ยปากแนะนำตัวกับฉันพลางส่งยิ้มจนตาหยีมาให้ เออยัยนี่ก็น่ารักดีนะแต่แมร่ง...เฉิ่มว่ะ!

 

บอกฉันทำไม?” ฉันหันไปถามยัยแว่นเอ๋อพลางขมวดคิ้วก่อนจะเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นนั่งขัดสมาธิให้เรียบร้อย

 

ก็..ก็..เราอยากรู้จักเธออ่ะ เธอหน้าตาน่ารักดี เราชอบ :)” ยัยแว่นเอ๋อตอบฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางก้มหน้าก้มตาเสมือนว่ากำลังหวาดกลัวฉันอยู่ ขอโทษนะคะ..นี่คนค่ะไม่ใช่ผีเว้ย!

 

ถามฉันยังว่าอยากรู้จักเธอป่ะ?” ฉันตอบกลับอย่างไม่นึกแคร์ความรู้สึกของยัยแว่นเอ๋อหรอก ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันทำไมต้องแคร์ด้วย?

 

เราขอโทษอีกฝ่ายบอกพลางทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมานั่นทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย อะไรกันวะ? อ่อนไหวง่ายเกิ๊นแม่คุณ!

 

 “เออๆบอกก็ได้ฉันชื่อเจสสิก้าจองจบนะเพราะสงสารหรอกก็เลยยอมแนะนำตัวไปซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันน่าดีใจมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ? เพราะพอฉันบอกชื่อไปยัยแว่นเอ๋อที่ทำหน้าเหมือนร้องไห้เมื่อกี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เออๆยอมรับว่าน่ารักแต่ยังไงก็เฉิ่มว่ะ! -0-

 

 “เธอเป็นลูกครึ่งเหรอ? ชื่อน่ารักมากเลย >/////<” ยัยแว่นเอ๋อเอ่ยถามฉันก่อนจะทำท่าทางเขินอายเหมือนเห็นผู้ชายกำลังเปิดเสื้อโชว์ซิกแพคให้ดูอย่างนั้นแหละ #ดูนางเปรียบเทียบ - -!

 

 “ขอบใจที่ชมฉันตอบแบบขอไปทีก่อนที่จะเปลี่ยนมานั่งตัวตรงเมื่อเห็นเงาของรุ่นพี่เดินมาลางๆ

 

เธอนี่น่ารักจริงๆเลยถ้าเราเป็นผู้ชายเราจะจีบเธอเลยนะ ^///^” ยัยแว่นเอ๋อซึลกิเอ่ยปากชมฉันพลางทำหน้าเขินอาย เฮ้ยๆๆไม่เอานะเว้ยฉันชอบผู้ชายไม่ได้ชอบชะนีนะ =[  ]=

 

สวัสดีน้องๆปีหนึ่งทุกคนเลยนะคะ พวกพี่ก็ขอต้อนรับน้องๆทุกคนเข้าสู่บ้านศิลปกรรมศาสตร์ของเรานะคะ ^_^” เสียงของรุ่นพี่คนหนึ่งดังขึ้นทำให้คนที่กำลังคุยอยู่ก็เงียบลงก่อนจะเริ่มตั้งใจฟังสิ่งที่รุ่นพี่เอ่ย

 

สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับพวกเราทั้งหมดต่างก็เอ่ยทักทายรุ่นพี่ตามมารยาท

 

เอาล่ะค่ะพี่ขอแนะนำตัวก่อนนะพี่ชื่อนานะอยู่ปีสองนะคะ วันนี้พี่จะมาบอกเกี่ยวกับเรื่องกฏระเบียบต่างๆของคณะเราแล้วก็จะมีการจับพี่เทคกันนะคะรุ่นพี่เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานน่าฟังเป็นที่สุด!

 

 “พี่เขาน่ารักเหมือนเธอเลยอ่ะ > <” แต่ฉันที่ตอนแรกกำลังยกยิ้มอย่างมีความสุขก็ต้องหุบลงทันทีเปลี่ยนเป็นกรอกตาไปมาตามความเซ็งเมื่อยัยแว่นเอ๋อซึลกิพูดขึ้นทำท่าทางเขินอายแบบว่าโอเวอร์แอคติ้งมากๆ #แหวะ

 

สวัสดีนะคะพี่ชื่อยูอีอยู่ปีสองเหมือนกัน วันนี้พี่ก็จะมาบอกเล่าเกี่ยวกับระเบียบของคณะเรานะคะ อย่างแรกคือเรื่องการแต่งกายของปีหนึ่งพี่ขอให้ใส่เสื้อไม่รัดรูป ทั้งผู้ชายและผู้หญิงใส่เสื้อกล้ามให้เรียบร้อย กระโปรงพี่ให้ใส่แค่ประโปรงพลีสเท่านั้นนะคะ รองเท้าน้องจะใส่เป็นผ้าใบหรือคัทชูก็ได้ค่ะเรื่องนี้พวกพี่ไม่ซีเรียส เรื่องที่สองคือเรื่องความเคารพคนอายุมากกว่าถ้าน้องใครที่อายุมากกว่าพี่ก็อยากจะให้ไหว้ให้หมดเลยนะคะมันเป็นวัฒนธรรมของเราพี่ไม่อยากให้น้องหลงลืมกันไปเนอะ ส่วนนอกนั้นพี่ก็ขอให้น้องๆปฏิบัติกันตามความเหมาะสมนะคะเสียงของรุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่ตอนแรกยืนอยู่ข้างพี่นานะก็เปลี่ยนมายืนตรงกลางก่อนจะแนะนำตัวเองแล้วอธิบายเกี่ยวกับกฏระเบียบของคณะ จะว่าไปมันก็ไม่เห็นต่างกับตอนเรียนมัธยมเลยนี่หว่า -0-

 

พี่ถือว่าน้องเข้าใจกันหมดนะคะ เดี๋ยวพี่จะให้น้องๆจับพี่เทคกันเนอะ จับแล้วก็ตามหาพี่ๆเขาด้วยนะคะพี่เขารอน้องๆกันอยู่นะ :)” พี่นานะพูดต่อก่อนจะให้เพื่อนอีกคนเดินไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมออกมายืนตามหน้าแถวของพวกเราก่อนที่พวกเขาจะเริ่มให้เราเดินไปจับฉลากที่น่าจะมีชื่อของรุ่นพี่อยู่ เฮอะๆๆ ฉันคงจะตามหาหรอกในมหาวิทยาลัยคนน้อยมากมั้ง? พี่ไม่คิดกันเลยเหรอ? - -!

 

สิก้าเธอได้พี่ชื่ออะไรเป็นพี่เทคเหรอ?” หลังจากที่ฉันจับเสร็จยัยแว่นเอ๋อซึลกิก็รีบเสนอหน้า(?)มาถามฉันด้วยท่าทางตื่นเต้น เดี๋ยวนะ? ฉันไปสนิทกับยัยนี่ตอนไหนกันวะถึงได้เรียกฉันแบบนั้น - -

 

พี่นีออนอ่ะฉันตอบพลางทำหน้าเซ็งๆระคนเบื่อหน่าย เบื่อหน่ายทั้งยัยนี่แล้วก็รุ่นพี่นั่นแหละคือพี่คะ..ถ้าจะให้หนูตามหาตัวพี่แต่พี่เล่นไม่บอกชื่อจริงๆมาแบบนี้ชาติหน้าเถอะค่ะถึงจะหาเจอ - -!!

 

เราได้พี่ปาร์คจีมินอ่ะยัยซึลกิตอบพลางชูกระดาษให้ฉันดู เฮ้ยได้ยังไงวะ?

 

เดี๋ยวดิไม่เห็นยุติธรรมเลยทำไมของเธอได้ชื่อพี่จริงๆล่ะ? แต่ของฉันเป็นชื่อปลอมเนี่ย!” ฉันพูดอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก คือพี่ต้องการแกล้งฉันหรือไง? ลำเอียง!

 

เราก็ไม่รู้...ยัยซึลกิตอบฉันด้วยน้ำเสียงสั่นๆพลางก้มหน้างุดเหมือนพวกที่กำลังโดนคุณครูดุด่าจนไม่กล้าสบตา ส่วนฉันที่รำคาญลูกตามากๆฉันจึงทำเพียงแค่พ่นลมหายใจออกมาแรงๆก่อนจะเดินก้าวเท้าฉับๆออกไปอย่างหงุดหงิด โอ๊ยยยยยย!! นี่มันวันอะไรวะเนี่ยทำไมมันถึงได้มีแต่อะไรขัดหูขัดตาไปหมดเลยเนี่ย

 

สิก้าเธอจะไปไหนต่อเหรอ?” แต่ดูเหมือนว่ายัยแว่นเอ๋อซึลกิจะไม่ยอมลดละที่จะมาคุยกับฉันถึงได้วิ่งตามมาก่อนจะเอ่ยถามฉันอย่างเซ้าซี้

 

ไม่รู้สิแล้วก็เธอสนิทกับฉันแล้วเหรอถึงได้เรียกชื่อฉันแบบนั้นน่ะห๊ะ?” ฉันตอบพลางไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะถามต่อพลางส่งสายตาพิฆาตไปให้ทำให้คนตรงหน้ามีอาการกลัวเล็กน้อย ตอนแรกก็กะว่าจะปล่อยผ่านแล้วนะแต่ยัยนี่ก็ยังเรียกชื่อฉันเหมือนกับเราสนิทกันมานานมากกกกกซึ่งฉันไม่ชอบ!

 

ก็...ก็ฉันแค่อยากสนิทกับเธอนี่นา T^T” ยัยแว่นเอ๋อซึลกิตอบฉันด้วยน้ำเสียงสั่นๆพลางทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ เฮ้ยทำแค่นี้ถึงกับจะร้องไห้เลยเร๊อะ!? ยัยนี่มันบ่อน้ำตาตื้นจริงๆพับผ่าสิ -*-

 

ไม่ต้องเลยฉันไม่ชอบมีเพื่อนเยอะคนอื่นก็มีอีกหลายคนที่น่าคบกว่าฉันอีกเยอะแยะไปหาคบไป๊ ไปและฉันบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนจะเดินสะบัดผมออกไปโดยไม่แคร์ความรู้สึกของยัยนั่นหรอก

 

หลังจากที่ฉันเดินออกมาจากตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์แล้วจุดหมายต่อไปที่ฉันจะไปคือตึกคณะนิเทศศาสตร์คงไม่ตองบอกนะว่าฉันจะไปหาใคร...ยัยคิมแทยอนเพื่อนสนิ๊ทสนิทของฉันเองแหละ โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆ #นางไม่ไหวละ -..-

 

แต่ว่าระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปที่ตึกคณะนิเทศศาสตร์นั้นฉันกลับรู้สึกเหมือนโดนใครบางคนเดินตามหลังฉันจึงหันไปมองแต่ก็ว่างเปล่าไม่ได้มีใครนี่ฉันคิดไปเองเหรอ? หรือว่า...ผีจะเดินตามหลังฉัน อ๊ากกกกกก =[   ]= เจ้าแม่กล้วยบวชชี(?)เจ้าขาช่วยลูกช้างด้วยยยยยยยยย T[         ]T

 

 “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!” ฉันกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวที่เกิดจากความคิดของตัวเองว่าผีเดินตามหลังจนคนที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้นสะดุ้งเป็นแถวก่อนจะมองฉันเป็นตาเดียว แต่ในเวลานี้ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้นแหละ!

 

เจสสิก้าเป็นอะไรไปกรี๊ดทำไมเหรอ?” จู่ๆยัยแว่นเอ๋อซึลกิก็โผล่มาแตะไหล่ฉันพลางถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

 

เฮ้ยเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!?” หลังจากฉันเห็นหน้ายัยแว่นเอ๋อซึลกิฉันก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนตกใจ

 

ก็ฉันไม่รู้จะไปไหนดีเลยเดินตามเธอมาอ่ะยัยแว่นเอ๋อซึลกิบอกฉันพลางก้มหน้าแล้วเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นมาจิ้มๆกันเหมือนกำลังทำควีโยมิ จะๆแบ๊วเหลือเกินคนสวยขอเพลีย -0-

 

ตกลงเธอเป็นคนเดินตามฉันมาตลอดเลยเหรอ?” ฉันถามยัยซึลกิอย่างคาดคั้นพลางมองหน้าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

ก็ใช่อ่ะยัยซึลกิตอบฉันด้วยหน้าตาใสซื่อ ปั๊ดโธ่ฉันก็นึกว่าผีประจำมหาวิทลัยจะเล่นงานฉันซะแล้วนี่เกือบจะเอาพระออกมาท่องคาถาไล่แล้วนะเนี่ย #ไปหมดแล้วนางเอกฉัน =[ ]=

 

แล้วเธอจะเดินตามฉันมาทำไมห๊ะ!?” ฉันถามยัยซึลกิพลางใส่อารมณ์ ก็คนมันหงุดหงิดนี่หว่ายัยนี่มันจะตามฉันไปเหมือนเงาตามตัวเลยรึไง

 

ก็ฉันเหงาอ่ะยัยซึลกิบอกพลางทำหน้าสลด แต่ขอโทษคนอย่างเจสสิก้าจองไม่เคยสงสารใครหรอกย่ะถ้าไม่พิการหรือใกล้ปางตาย #เอิ่ม

 

เธอเหงาก็ไปหาอะไรทำสิแล้วฉันขอบอกอีกรอบนะถ้าเธอยังตามฉันมาอีกฉันจะฆ่าเธอหมกห้องน้ำเลยคอยดู!” ฉันตะคอกใส่ยัยแว่นเอ๋อซึลกินั่นก่อนจะพูดขู่แล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด ไม่มีอารมณ์จะไปหายัยแทยอนแล้วกลับห้องพักไปนอนตีพุงแม่ม!!

 

ไม่นานฉันก็เดินมาถึงหอพักซึ่งพูดเลยว่าไม่อยากจะเดินไปห้องห้องพักของตัวเองเลยไม่รู้ว่าตอนนี้แม่บ้านจะทำความสะอาดให้หรือยังนึกถึงสภาพห้องแล้วก็ขนลุกเลย บรึ๋ย!

 

โอ๊ยเธอจะตามฉันไปทุกที่เลยรึไงแม้แต่ที่ห้องพักเธอก็ยังไม่เว้นเหรอ!?” แต่ยังไม่ทันจะย่างก้าวเดินเข้าไปภายในหอพักยัยซึลกิก็เดินผ่านฉันไปฉันจึงร้องออกมาด้วยความหงุดหงิด เมื่อกี๊พูดไม่เข้าใจรึไงฟะว่าอย่าตามคนสวยอยากตายยยยยยยยยยยยยยยย

 

เปล่านะ ฉันไม่ได้ตามเธอมาก็ฉันพักที่นั่เหมือนกันนี่นายัยซึลกิรับหันขวับมาตอบปฏิเสธพลางยกมือโบกไปมาเป็นพัลวัน ถามจริงฉันน่ากลัวขนาดนั้นที่ยัยนี่ต้องทำหน้าจิตตกขนาดนี้เลยเร๊อะ!?

 

แน่ใจนะ? ถ้าเธอไม่ได้ตามฉันก็แล้วไปขอตัวล่ะแล้วก็หวังว่าคงไม่เจอกันอีกนะฉันถามเชิงคาดคั้นยัยซึลกิพลางเดินย่างสามขุมเข้าไปใกล้จนยัยนั่นนึกกลัวจึงถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดต่อแล้วทำท่าจะเดินไปขึ้นบันไดไปแต่ก็ต้องชะงักเท้าเหมือนยัยนั่นเอ่ยถามฉันขึ้นมา

 

เดี๋ยวสิเธออยู่ห้องไหนเหรอ?”

 

ถามมากจริงๆเลยยัยแว่นเอ๋อฉันอยู่ห้อง 402 โอเคนะฉันไปล่ะฉันถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความเบื่อหน่ายพลางบ่นออกมาก่อนจะตอบยัยซึลกิไปพลางทำท่าจะเดินขึ้นบันไดไปแต่ฉันก็ต้องชะงักเท้าอีกครั้ง..

 

งั้นเธอก็คือรูมเมทก็ฉันสินะกรี๊ดดดดดดดดดดดดเธอน่ารักที่สุดเลย > <” ดวงตาของฉันก็เริ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดกับสิ่งที่ยัยซึลกินั่นพูดออกมา แถมยังกรีดร้องเหมือนกับคนบ้าอีก พระเจ้าช่วยเถอะฉันไปทำบาปอะไรมาเหรอทำไมต้องส่งยัยนี่มาอยู่กับฉันด้วยยยยยยยยยย ToT

 

เธอว่าอะไรนะ?” ฉันถามยัยซึลกินั่นก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆยัยนั่นด้วยสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ

 

ก็เธอบอกว่าอยู่ห้อง 402 ใช่มั้ยล่ะ? ห้องนั้นฉันจองไว้ก่อนแต่เจ้าของบอกว่ามีคนเช่าไปแล้วเจ้าของหอเลยให้ฉันแชร์ห้องกับคนที่เช่าไปไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเธอนะ ^_^” ยัยซึลกิบอกเชิงอธิบายให้ฟังก่อนก่อนจะส่งยิ้มมาให้ฉันเหมือนเด็กที่เจอของเล่นถูกใจ แต่ฉันกลับมีสภาพที่ต่างกันตอนนี้ฉันช็อค ฉันอึ้ง ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะออกไปอยู่ที่อื่นแต่มันติดที่หอพักที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมันเต็มหมดแล้ว อ๊ากกกกกกกกกก

 

เหอะๆชีวิตอันสงบสุขของฉัน TT” ฉันหัวเราะเยาะกับตัวเองในลำคอก่อนจะทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจฟิลของยัยแว่นเอ๋อแล้วล่ะ TOT

 

เธออย่าร้องไห้นะฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งย่ามอะไรกับของของเธอเลยสาบาน!” ยัยซึลกิบอกพลางมือขึ้นมาแล้วชูสามนิ้วเป็นการสัญญาและสาบานแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้นหรอก!!!

 

 

#วันต่อมา

หลังจากที่ฉันได้ใช้ชีวิตร่วมกับยัยแว่นเอ๋อนั่นไปคืนหนึ่งพูดเลยว่า...ชาตินี้ขออย่าเจอคนอย่างยัยนี่อีกเลย =[      ]= ทำไมน่ะเหรอ? ทุกคนยังจำที่ยัยนี่บอกได้ใช่มั้ย? ว่าจะไม่ยุ่งย่ามอะไรกับของส่วนตัวของฉัน แต่พอเข้าไปถึงในห้องพักเท่านั้นแหละยัยนี่ก็จัดการหยิบกระเป๋าของฉันไปก่อนจะหยิบเสื้อผ้าฉันไปจัดเข้าตู้ให้โดยที่ฉันก็มองด้วยสายตาพิฆาตที่ฉันว่ายัยนี่ต้องกลัวจนขี้หดตดหาย...แต่เปล่าเลยยัยนี่กลับไม่สนใจแถมยังมีหน้ามายิ้มให้ฉันอีก!! หรือว่ายัยนี่มันหายกลัวฉันแล้ววะ? ไม่ได้นะเห้ยแล้วแบบนี้ฉันจะขู่ยัยนี่ยังไงล่ะ? คนสวยขอกลุ้มมมมมมมมม T0T

 

ตื่นแล้วเหรอ? มาทานแซนวิชรองท้องก่อนสิฉันทำเองเลยนะ ^^” ฉันที่กำลังเดินไปใส่รองเท้าเพื่อเตรียมตัวจไปมหาวิทยาลัยตามที่รุ่นพี่นัดไว้ในไลน์เมื่อคืนจู่ๆเสียงของยัยแว่นเอ่อก็ดังขึ้นทำให้ฉันลอบหายใจออกมาอย่างเซ็งๆก่อนจะหันไปตอบ

 

ไม่ตื่นจะมายืนตรงนี้ป่ะ? แล้วก็แซนวิชอะไรนั่นอ่ะฉันไม่อยากกินเธอกินไปคนเดียวเหอะฉันตอบยัยแว่นเอ๋อซึลกิอย่างไม่รักษาน้ำใจ รู้หรอกว่าทำแบบนี้มันไม่มีมารยาท แต่ทำไมฉันต้องแคร์ด้วยล่ะ?

 

ทำไมสิก้าต้องพูดจาทำร้ายน้ำใจเราขนาดนี้ด้วยล่ะ T^T” ยัยแว่นเอ๋อซึลกิพูดด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจก่อนที่จะร้องไห้ออกมา เฮ้ยยยยยยยยทำไมอ่อนแอจังวะ =[  ]=

 

โอ๊ย!~ เลิกร้องไห้เดี๋ยวนี้นะโอเคๆฉันยอมกินแซนวิชของเธอก็ได้จบนะ!” ฉันพูดอยางตัดรำคาญก่อนจะเดินไปหยิบแซนวิชไส้ทูน่าขึ้นมาก่อนจะเดินไปใส่รองเท้าเพื่อเตรียมตัวออกไปก่อนจะไปเปิดประตูแล้วแทรกตัวออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูไว้เหมือนเดิมก่อนจะเดินออกจากหอพักแล้วตรงไปยังมหาวิทยาลัยที่อยู่ห่างไม่ไม่กี่กิโลเมตร

 

โอ๊ยไอบ้านี่!” ในระหว่างทางที่ฉันกำลังจะเดินไปมหาวิทยาลัยจู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะรีบอะไรหนักหนาบ้านไฟไหม้รึอย่างยังไถึงได้วิ่งชนฉันอย่างแรงแถมไม่มีการช่วยเหลือหรือแม้แต่คำขอโทษ ฉันจึงสบถด่าออกมาอย่างหงุดหงิดระคนโมโหก่อนจะก้มตัวลงไปเก็บของที่กระเด็นออกมาจากในกระเป๋าของฉัน ฮึ่ยถือว่าไอบ้านั่นโชคดีมากเลยนะที่ของในกระเป๋าฉันมันไม่ได้มีของที่แตกหักง่ายไม่อย่างนั้นเจสสิก้าจองคนนี้กัดไม่ปล่อยแน่ๆ

 

เดี๋ยวผมช่วยจู่ๆก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับนั่งลงช่วยฉันเก็บของที่ล่วงหล่นจากฝีมือของไอบ้าคนหนึ่ง

 

ขอบคุณนะคะฉันเอ่ยขอบคุณผู้ใจดีโดยไม่ได้มองหน้าพลางหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่พร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นที่เปอะเปื้อนกระโปรงของฉัน

 

ไม่เป็นไรครับ :)” เขาบอกพลางส่งยิ้มมาให้เป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเงยหน้ามองเขาพอดิบพอดีซึ่งมันทำให้ฉันนิ่งไปพักหนึ่ง คืออยากจะบอกว่าผู้ชายคนนี้หล่อมากกกกก สูง ขาว หุ่นดี ยิ้มทีกระชากใจมาก แถมยังมีน้ำใจดี พระเจ้าขาสิก้าอยากได้มาเป็นพ่อของลูกพูดเลยว่าคนนี้สเปคมาก กรี๊ดดดดดดดดดดดดด > ////<

 

 “ยังไงก็ขอบคุณนะคะฉันบอกผู้ชายตรงหน้าพลางโค้งให้เล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะทำท่าจะเดินออกไปความจริงไม่ใช่อะไรหรอกนะฉันเขินอ่ะไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนจะหล่อได้บรรลัย(?)ขนาดนี้มาก่อนเลย

 

เดี๋ยวสิผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลยผมชื่อลีแทยงนะ :)” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะก้าวเท้าไปได้ไกลผู้ชายคนที่เป็นเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวก็ส่งเสียงเรียกฉันให้หยุดชะงักเท้าก่อนที่เขาจะแนะนำชื่อของตัวเองให้ฉันรู้จัก

 

ฉันชื่อจองซูยอนฉันตอบคำถามคนตรงหน้าไปพลางก้าวเท้าเดินไปด้วยซึ่งแทยงก็เดินไปพร้อมกับฉัน อุ๊ยเหมือนเราเป็นแฟนกันเลย > < #นางมโนไปได้ไกลมากค่ะ - -

 

ซูยอนเหรอ? ชื่อเธอดูเรียกยากจังไม่มีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้เหรอ?” แทยงบอกก่อนจะถามฉันต่อ

 

งั้นเรียกเจสสิก้าก็ได้ฉันตอบแทยงพลางส่งยิ้มบางๆไปให้ พูดเลยนะว่าตอนนี้ฉันเหมือนไม่ใช่ตัวเองที่สุดเลยอ่ะผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆที่ทำให้ฉันสูญเสียความเป็นตัวเอง TT

 

เจสสิก้าเรียกง่ายกว่าชื่อเมื่อกี้ตั้งเยอะเลย :)” แทยงบอกพลางส่งยิ้มมาให้ฉันในขณะที่เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงไปพลาง อุ๊ต๊ะกะจะให้ฉันลงไปชักดิ้นชักงอให้ได้เลยใช่ป่ะ!! รู้แล้วว่าหล่ออย่ายิ้มแบบนี้มันเขินเว้ย!

 

ความจริงชื่อซูยอนคนก็ไม่รู้หรอกนะเพราะมันเรียกยากฉันตอบแทยงไปพลางหันไปมองทางอื่นแก้เขิน

 

ว่าแต่เธอเรียนคณะอะไรเหรอ?” แทยงถามฉันด้วยหน้าตาที่เหมือนจะรอคำตอบ

 

ฉันเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์แล้วนายล่ะ?” ฉันตอบพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะถามต่อ

 

คณะสหเวชศาสตร์แทยงตอบพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย พูดเลยว่าเท่ห์บรรลัย เท่ห์ไม่เผื่อแผ่ใคร เท่ห์แบบไม่ให้ใครเกิด(?) ให้ตายสิพับผ่า >_<

 

แล้วนายเรียนสาขาอะไรเหรอ?” ฉันถามต่อพลางจ้องหน้าเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

สาขาเทคนิคการแพทย์แทยงตอบพลางส่งยิ้มบางๆมาให้ฉัน เลิกยิ้มเหอะแค่นี้ก็เขินจนไส้จะบิดไปกองรวมกันอยู่แล้ว >///<

 

ว่าแต่วันนี้นายมาทำอะไรที่มหาลัยเหรอ?” ฉันเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

ก็มาเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องนั่นแหละ เธอก็เหมือนกันใช่มั้ย?” แทยงตอบพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยส่วนฉันก็พยักหน้ารับเป็นการตอบคำถามของเขา โอ้โหแค่นี้ก็หล่อกินขาดแล้วจ้า นี่กะไม่ให้ใครหล่อเกินเลยใช่ป้ะ! >_<

 

งั้นแยกกันตรงนี้เลยแล้วกันเน๊อะฉันบอกแทยงก่อนจะเดินแยกไปแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงของเขาที่เรียกเอาไว้

 

วันนี้เธอเลิกรับน้องกี่โมงเหรอ?” แทยงเอ่ยปากถามฉันพลางมองหน้าอย่างรอคำตอบ

 

ไม่รู้เหมือนกันรุ่นพี่ยังไม่ได้บอกอ่ะฉันตอบพลางส่ายหน้าเล็กน้อย เพราะในไลน์เมื่อคืนที่รุ่นพี่ส่งมาก็แค่บอกว่านัดให้มากี่โมงแต่ไม่ได้บอกว่าเลิกกี่โมง เกลียดตรงนี้เนี่ยแหละ -0-

 

ถ้าอย่างนั้นจะเป็นอะไรมั้ย? ถ้าเราจะขอเบอร์โทรเธอเอาไว้แทยงบอกก่อนจะถามฉันต่อ กรี๊ดดดดด!~ แม่ขาผู้ชายขอเบอร์หนูค่ะ >_<

 

จะเอาเบอร์เราไปทำไมอ่ะ?” ฉันแสร้งทำหน้าซื่อเหมือนนางเอกในละคร ก็แหม..ถ้าเกิดให้เลยเขาจะหาว่าฉันแรดนี่นา -////-

 

ก็เรากะว่าจะชวนเธอไปกินข้าวอ่ะ :)” แทยงตอบพลางส่งยิ้มมาให้ อ๊ายยยยยลอยแล้วค่าพ่อคุณขา~~

 

อ๋อ..ถ้างั้นเราขอชวนเพื่อนไปอีกคนได้มั้ย?” ฉันตอบก่อนจะถามต่อ

 

ได้สิ ไม่มีปัญหาใส่เบอร์เธอมาเลยแทยงตอบอย่างไม่มีอิดออดก่อนที่เขาจะยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันซึ่งฉันก็รับมันมาก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองให้กับเขาแล้วส่งมันคืนกลับไป

 

เดี๋ยวยังไงเราจะโทรไปถามนะขอให้รับน้องให้สนุกนะ ^_^” แทยงบอกพลางส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ฉันก่อนที่เขาจะเดินออกไป โอ๊ยยยยยยยฉันต้องทำยังไงถึงจะได้ฮยองวอนมาครอบครองคะ > <

 

Rrrrrrrrrrrr~~

 

ในขณะที่ฉันเดินมาถึงหน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นฉันจึงหยิบมันขึ้นมาในขณะที่กำลังเดินไปที่ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์แต่พอเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้เธอกดรับทันทีอย่างไม่คิดอะไร ‘ยัยทอมเตี้ยคิมแทยอน

 

ว่ายังไงฮะ?” ฉันกดรับก่อนจะกรอกเสียงทักทายไปยังปลายสาย #สาบานมันคือคำทักทายนะคะ -..-

 

( เคยจะทักทายกันดีๆไม่ได้หรือไงยัยเพื่อนบ้า ) แทยอนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเอือมระอา

 

อย่าเลยแกก็ไม่เคยจะทักฉันดีหรอกมีอะไรหรือเปล่า?” ฉันบอกแกมเหน็บปลายสายเล็กน้อยก่อนจะถามต่อถึงประเด็นที่โทรมาหา

 

( อ๋อฉันจะโทรมาถามแกว่ารูมเมทแกเดี้ยงยัง? ) ปลายสายบอกก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

 

เดี้ยงบ้าอะไรล่ะฉันล่ะสิจะเดี้ยงยัยนั่นมันไม่กลัวฉันเลยเถอะฉันบอกแกมบ่นให้ปลายสายฟังเมื่อนึกถึงหน้ายัยแว่นเอ๋อซึลกิอะไรนั่นอ่ะ

 

( ตายจริงท่าทางแกคงเจอคนที่กระดูกเบอร์เดียวกันแล้วสิฉันอยากเห็นหน้าว่ะ ) แทยอนบอกแกมล้อเลียนฉันเล็กน้อย

 

ไม่ต้องเลยแล้วนี่ไม่ได้ไปรับน้องหรือไง? รีบๆวางสายไปเลยไปฉันบอกแบบปัดๆก่อนจะเอ่ยปากสั่งปลายสาย

 

( เถียงไม่ได้ก็ไล่เพื่อนตลอดเลยโอเคๆแค่นี้นะเสร็จแล้วจะโทรมาบอกนะจ๊ะแม่คนอาร์ตติส :P ) ปลายสายบอกก่อนจะกดตัดสายไป เอาจริงๆนะถ้าเป็นคนอื่นฉันสามารถเถียงได้อย่างไม่มีวันเจอทางตันแต่กับยัยแทยอนนี่ขอบายเถอะฉันไม่เคยจะเถียงมันได้ชนะสักทีเลยต้องบ่ายเบี่ยงหรือไม่ก็ไล่มันแบบนี้นี่แหละ T^T

 

โอ๊ะขอโทษค่ะในขณะที่ฉันกำลังเดินไปยังตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ต่อแต่เพราะว่าเอาแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์เลยทำให้ไม่ระวังจนไปชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง อะไรวะ? ก่อนหน้านี้ก็โดนคนอื่นชนมาตอนนี้ฉันชนซะเอง เยี่ยมค่ะ!

 

ไม่เป็นไร คราวหลังเดินดูทางด้วยอย่ามัวเอาแต่ก้มหน้ามองโทรศัพท์ผู้ชายคนที่ฉันเดินชนตอบฉันเสียงเรียบพลางทำหน้านิ่งจนฉันรู้สึกกลัว พอพูดจบผู้ชายคนนั้นก็เดินผ่านฉันไป เอ่อ...คือขอโทษนะคะทำไมพี่ต้องทำหน้านิ่งใส่หนูคะ? หนูกลัวววววววววว T[  ]T

 

 

ขณะนี้ฉันก็เดินมาถึงตึกคณะศิลปกรรมศาสตรเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งตอนนี้ฉันกำลังเซ็นชื่อก่อนจะเข้าไปนั่งรวมกับเพื่อนคนอื่นๆข้างในด้วยใบหน้าเซ็งๆ เอาจริงๆก็ไม่ได้อยากเข้าหรอกนะไอกิจกรรมรับน้องเนี่ยแต่ก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่มีเพียงแค่ปีนี้ปีเดียวเท่านั้น!

 

สิก้าทางนี้เลยจ้า!~~” ในขณะที่ฉันกำลังกวาดสายตามองหาที่นั่งเสียงออกทุ้มเล็กน้อยที่ฉันแทบไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้นฉันจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นยัยแว่นเอ๋อซึลกิที่กำลังโบกไม้โบกมาทางฉันด้วยสีหน้าตื่นเต้นระคนมีความสุข ใครก็ได้ช่วยเอายัยนี่ออกไปที!!!

 

ฉันเบื่อคนอย่างเธอจริงๆเลย!” ฉันเปิดปากบ่นอุบอิบหลังจากที่เดินเอากระเป๋าปิดหน้ามานั่งข้างๆยัยแว่นเอ๋อซึลกิด้วยความอับอาย ก็ไม่รู้ดิฉันไม่ชอบให้ใครมาเพ่งความสนใจนี่หว่า T^T

 

เราทำอะไรผิดอีกแล้วเหรอ?” ยัยแว่นเอ๋อซึลกิเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางทำหน้าเหมือนลูกแมวตกน้ำ โอ๊ยยยยย!~ ยัยนี่กำลังทำให้ฉันใจอ่อน =[  ]=

 

เออๆเธอไม่ผิดฉันผิดเองแหละ!” ฉันบอกอย่างตัดรำคาญก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมองหน้ายัยแว่นเอ๋อซึลกิอีกแล้ว!

 

เอาล่ะค่ะวันนี้พี่ก็จะมาแจ้งเกี่ยวกับการเข้าประชุมเชียร์นะคะเสียงของพี่นานะดังขึ้นทำให้นักศึกษาปีหนึ่งทั้งหมดต่างก็หันไปสนใจที่พี่เขา

 

เราจะเริ่มมีการประชุมเชียร์การในสัปดาห์หน้านะคะซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอมโดยพี่จะนัดทุกเย็นแล้วน้องๆทุกคนต้องเข้าร่วมทุกครั้งด้วยนะคะ แล้วพี่ก็อยากให้น้องๆทุกคนเข้าร่วมทุกคนด้วย น้องๆเข้าใจมั้ยคะ?” พี่ยูอีเป็นคนพูดต่อก่อนจะเอ่ยถามพวกเราซึ่งแน่นอนที่พวกเราต้องตอบตกลง มีที่ไหนจะตอบไม่เข้าใจบ้างถามหน่อย - -

 

ปีสองออกไป!” ในขณะที่พวกเรากำลังให้ความสนใจกับพี่นานะและพี่ยูอีอยู่ๆก็มีเสียงโหดของผู้ชายดังขึ้นข้างหลังทำให้พวกพี่ๆปีสองต่างก็รีบลุกลี้ลุกลนวิ่งกันออกไปจนไม่เหลือพี่ปีสองอยู่เลยสักคนส่วนพวกฉันก็ทำเพียงแค่หันไปมองด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ พี่พวกนี้คือใครกันวะ? ว่าแต่ทำไมพี่คนนั้นหน้าตาคุ้นมาก คุ้นมากๆเลย -..-

 

สวัสดีปีหนึ่งผมเสี่ยวลูฮานเป็นรุ่นพี่ปีสามของพวกคุณ!” หลังจากที่พวกพี่ที่เข้ามาใหม่เดินเข้ามาจนมาหยุดอยู่ตรงกลางก่อนที่พี่ผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันคุ้นหน้ามากๆแต่นึกยังไงก็ไม่ออกอยู่ดีเดินหน้าขึ้นมาหนึ่งก้าวก่อนจะแหกปาก(?)พูดพร้อมตีหน้าโหด เดี๋ยวนะ..ฉันว่าใช่ว่ะพี่ผู้ชายคนนั้นฉันเดินชนไง! =[  ]=

 

ไม่ทักทายพวกผมกันหน่อยเหรอครับ!?” เมื่อพี่เขาเห็นว่าพวกเรานิ่งกันไปเพราะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกพี่ผู้ชายคนเดิมที่ชื่อลูฮานก็แหกปากอีกครั้งพร้อมกับกวาดสายตาที่มีรังสีความโหดให้กับพวกเราจนบางคนก็แทบร้องไห้กันไปเลย แต่พวกเราก็เลือกจะทำตามโดยการเอ่ยปากสวัสดีพี่เขาไป

 

ตลอดระยะเวลาหนึ่งพวกคุณจะอยู่ภายใต้การดูแลของผมและขอแจ้งให้ทราบว่าการเข้าประชุมเชียร์ต้องเข้าทุกครั้งและทุกคน!” พี่ลูฮานก็ยังคงแหกปากพูดต่อไป พี่ขาไม่เจ็บคอบ้างเหรอคะ? จบงานนี้ไปตรวจเช็คก็ดีนะคะ -0-

 

ขออนุญาตค่ะ แล้วถ้าเกิดว่าพวกเราติดเรียนกะทันหันล่ะคะ?” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นหลังจากที่เธอยกมือขออนุญาตในการพูด

 

นั่นมันปัญหาของคุณคุณต้องแก้เองแต่ยังไงก็ต้องเข้าประชุมไม่อย่างนั้นผมจะไม่ให้ผ่านกิจกรรม!” พี่ลูฮานตอบพร้อมกับเปรยตามองรอบๆโดยที่ไม่มีหลุดลุคความโหดเลย

 

อ่อจะว่าไปพวกคุณอยากรู้จักกับพวกผมมั้ยครับ?” พี่ลูฮานเอ่ยปากถามพลางกวาดสายตามองหน้าพวกเราทุกคนที่ต่างก็มองหน้ากันประมาณว่า เราควรจะตอบว่ายังไงดี? จะตอบตามความจริงมั้ย? ว่าอยากรู้จักแค่บางคนแต่ไม่อยากรู้จักพวกพี่อ่ะ =[  ]=

 

ผมถามก็ตอบสิครับ!” และดูเหมือนว่าพวกเราจะทำให้พี่เขาโมโหขึ้นมาจริงๆพี่แกก็เลยตะคอกออกมาเสียงดังซะจนพวกเราต่างก็สะดุ้งไปตามๆกัน พี่ไม่กลัวพวกหนูจะหัวใจวายเพราะเสียงพี่บ้างเหรอคะ? T^T

 

อยากรู้จักค่ะ/ครับพวกเราก็ตอบออกไปแบบจำใจ

 

ถ้าอย่างนั้นพวกผมก็จะให้พวกคุณมาทำความรู้จักโดยการล่าลายเซ็นผมให้เวลาพวกคุณหนึ่งสัปดาห์ในการล่าลายเซ็นรุ่นพี่มาให้ได้มากที่สุด แต่มีข้อบังคับอย่างหนึ่งคือในสมุดลายเซ็นของพวกคุณต้องมีลายเซ็นของพวกผมไม่ต่ำกว่า 10 คน!” พี่ลูฮานพูดเชิงอธิบายให้ฟังแต่พอจบประโยคสุดท้ายก็ทำเอาพวกเราทุกคนต่างก็ร้องโวยวายกันขึ้นมาด้วยความลำบากใจ ก็ถ้าพี่พูดดีๆพวกหนูก็อยากไปขอหรอกค่ะ =[  ]=

 

จะคุยอะไรกันเข้าใจที่ผมสั่งมั้ยครับ!?” พี่ลูฮานตะโกนต่อว่าพวกเราก่อนจะถามพวกเราเสียงเข้ม ซึ่งมีหรือที่พวกเราจะปฏิเสธได้ ถ้าเกิดปฏิเสธไปมีหวังโดยเล่นงานหนักแน่ๆ =[  ]=

 

ทำไมพี่เขาน่ากลัวจัง?” ยัยแว่นเอ๋อซึลกิพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ โอ๊ยยยยยย ยัยนี่ก็ขี้กลัวอะไรเบอร์นั้นวะ!?

 

ฉันจะไปรู้ป่ะ?” ฉันตอบไปพลางมองหน้าพี่ลูฮานนิ่งๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อยที่อยู่ๆพี่ลูฮานก็หันมามองหน้าฉัน อึ๊ยน่ากลัวอ่ะ -0-

 

ผมหวังว่าพวกคุณจะทำสำเร็จตามที่ผมบอกไปนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ปีสองมาพูดคุยกับพวกคุณต่อเมื่อสิ้นประโยคพี่ลูฮานและเหล่าเพื่อนๆของพี่เขาก็เริ่มเดินทยอยกันออกไปจากตรงที่พวกเรารวมกันอยู่ ไปเถอะค่ะอยู่นานพวกหนูก็เกร็ง

 

ให้ตายเถอะฉันเปิดปากบ่นพลางพ่นลมหายใจออกมา ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เลยนะ ก็รู้แหละว่าในระบบการรับน้องก็ต้องมีพี่ว้ากอะไรบ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะโหดใส่เบอร์นี้ป่ะ =[  ]=

 

 

หลังจากกิจกรรมรับน้องในวันนี้ได้จบลงฉันก็แทบอยากจะร้องกรีดออกมาดังๆคือทั้งเบื่อยัยแว่นเอ๋อซึลกิแล้วก็เรื่องล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ คือเข้าใจมั้ยว่าฉันไม่ชอบเข้าหาใครก่อนอ่ะ งานนี้แมร่งทำร้ายฉันชัดๆแล้วแบบนี้ฉันจะทำได้เหรอวะ? ตอนนี้ฉันเกลียดพี่ลูฮานแล้วววววววว!!

 

แกมาสายไปตั้งครึ่งนาทีนะเว้ย!” เมื่อฉันเดินมาถึงหน้าตึกของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่มียัยเตี้ยแทยอนเพื่อนสนิทของฉันรออยู่ เมื่อยัยแทยอนเห็นหน้าฉันก็เปิดปากพร้อมพ่นคำบ่นบวกกับหน้าที่พร้อมเหวี่ยงเต็มที่ -*-

 

อย่ามาเว่อร์ต้นไม้ยังไม่ทันรากงอกเลยขอบอก!” ฉันบอกแทยอนอย่างดักทางเพราะฉันกับยัยแทยอนมีข้อตกลงกันว่าถ้าวันไหนใครมารอที่คณะของตนเองนานเกิน 10 นาทีคนนั้นต้องเลี้ยงข้าวเว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆถึงจะรอด

 

เชอะเบื่อแกว่ะแมร่งแทยอนส่งเสียงแง่งอนใส่ฉันก่อนจะเชิ่ดหน้าไปทางอื่นพลางพิงตัวไปกับเสาที่หน้าตึกคณะของฉัน

 

ไม่ต้องมางอนเลยฉันไม่เลี้ยงข้าวแกหรอกนะฉันบอกเชิงดักทางแทยอนอีกครั้งเพราะยัยแทยอนชอบใช้มุกงอนแล้วให้ฉันง้อโดยการเอาของกินมาล่อเนี่ยแหละ ถึงฉันจะอินดี้แต่ก็ไม่ได้โง่ที่จะตามคนไม่ทันจะเว้ย!

 

รู้ทันอีกแล้วสงสัยต่อไปต้องใช้มุกใหม่แทยอนหันมามองฉันอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยที่สามารถจับทางของแทยอนได้พลางเปิดปากพูด

 

พอเลยฉันเบื่อต้องมานั่งตามมุกแกแล้วนะฉันบอกเชิงห้ามปรามยัยแทยอนที่กำลังทำหน้าเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง

 

ชิว่าแต่เรื่องรูมเมทที่แกเล่าให้ฉันฟังอ่ะมันเป็นยังไงบอกรายละเอียดหน่อยดิอยากรู้อ่ะแทยอนส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างงอนๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

พูดเลยถ้าไม่ติดว่าฉันไม่สามารถหาหอพักได้แล้วนะฉันจะย้ายมันออกซะตั้งแต่รู้ว่ายัยนั่นเป็นรูมเมทฉันเลยฉันบอกเชิงเล่าให้แทยอนฟังพลางใส่อารมณ์ไปตามความรู้สึกในตอนนี้ -^-

 

ทำไมอ่ะ?” ยัยแทยอนถามต่ออย่างอยากรู้เสียเต็มประดา

 

ก็ยัยนั่นทั้งซื่อ ทั้งเฉิ่ม ทั้งเอ๋อ แถมยังชอบขัดคำสั่งของฉันอีกพูดเลยว่ามันน่ารำคาญ!” ฉันบอกยัยแทยอนพลางยกมือขึ้นมากอดอก

 

แล้วรูมเมทที่แกว่าชื่ออะไรอ่ะ?” แทยอนถามต่อ

 

ชื่อยัยแว่นเอ๋อซึลกิอ่ะ แต่มีพีคไปกว่านั้นคือฉันเจอนางตอนเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องด้วย+ฉันตอบยัยแทยอนไปพลางเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหน้ายัยรูมเมทของตัวเอง

 

ดูเรียกชื่อเพื่อนซะหมดราคาเลยไอเพื่อนบ้า ถ้าอย่างนั้นยัยแว่นอะไรของแกนี่ก็เรียนคณะเดียวกับแกงั้นดิ?” แทยอนต่อว่าฉันพลางมองหน้าฉันอย่างเอือมระอา

 

ก็ใช่อ่ะดิตอนแรกก็เห็นว่าหน้าตาน่ารักดีอ่ะนะแต่ไม่คิดเลยว่ายัยนั้นจะน่ารำคาญได้มากขนาดนี้ -*-” ฉันบอกอย่างขมวดคิ้วยุ่งอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงยัยเฉิ่มเบ๊อะนั่น

 

อยากเห็นหน้าอ่ะ! > <” แทยอนพูดขึ้นพลางทำหน้าดี๊ด๊าเหมือนเจอเนื้อคู่คนที่ 190 O_O

 

เพื่อ?” ฉันถามพลางเลิกคิ้วสูงใส่พร้อมกับเท้าเอว

 

ก็แหม..นานๆทีจะมีคนที่ทำให้แกรำคาญได้ขนาดจะย้ายออกก็อยากจะเห็นหน้าซะหน่อยแทยอนบอกพลางส่งยิ้มกวนๆมาให้ฉัน ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นเพื่อนนี่จะเอากระเป๋าราคาแพงฟาดหน้ามันแล้วนะเนี่ย -_- #โหดเว่อออออออออ

 

ไม่ต้องมาเว่อเลยยัยเตี้ยแทยอนฉันบอกแกมดุยัยแทยอนที่ทำหน้าเหมือนอยากจะเจอยัยแว่นเอ๋อนั่นเสียจนตัวสั่น

 

แรงอ่ะบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกว่าเตี้ยให้เรียกว่าองครักษ์ของสโนไวท์พอยัยแทยอนบอก

 

มันยาวฉันตอบยัยแทยอนสั้นๆพลางทำหน้าเอือมระอา จริงๆก็ไม่ได้อยากจะว่ายัยแทยอนว่าเตี้ยหรอกนะเพราะมันก็กระทบฉันด้วยแหละแต่ก็นะมันอดไม่ได้อ่ะ คิคิ

 

ฉันไม่เถียงกับแกแล้วไปกินข้าวกันฉันหิวข้าวมากกกกกกกกกกกกกยัยแทยอนยกธงขาวยอมแพ้ในการปะทะริมฝีปากกับฉันก่อนจะเปลี่ยนเรื่องทันที

 

โอเคๆฉันตอบแทยอนพลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยยัยแทยอนจึงรีบจับมือฉันก่อนจะออกแรงกระชากให้เดินตามไป ยัยเพื่อนบ้ากระชากมาได้ดีนะที่ฉันทรงตัวได้ไม่งั้นหน้าฉันแหกกลางหน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์แน่ๆ TT  แต่เดี๋ยวนะฉันว่าฉันลืมอะไรไปซักอย่างหนึ่งอ่ะแต่ฉันลืมอะไรไปหว่า?...

 

เป็นอะไรไปยัยสิก้าหยุดเดินทำไม?” ยัยแทยอนหันมาถามฉันที่จู่ๆก็หยุดชะงักเท้าไปโดยไม่บอกไม่กล่าว

 

ฉันว่าฉันลืมอะไรไปอ่ะ?” ฉันบอกยัยแทยอนพลางนึกคิดแต่ก็นึกไม่ออกสักที ฉันยังไม่แก่นะเฟ้ยทำไมขี้ลืมจังเนี่ย!

 

ฉันรู้ว่าแกลืมอะไรยัยแทยอนบอกทำให้ฉันรีบหันไปมองหน้าแทยอนอย่างตาไม่กระพริบทันที

 

แกลืมไปเช็คสมองที่โรงพยาบาลประสาทแน่ๆคิมแทยอนฟันธงคอนเฟิร์มมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวรัดคอยัยแทยอนบอกแต่คำตอบของยัยแทยอนกลับทำให้ฉันอยากจะยกมือสองข้างแล้วพุ่งเข้าไปบีบที่ต้นคอขาวเนียนของยัยแทยอนมาก มันใช่เวลามั้ยเนี่ย!!

 

ไม่ใช่แล้วยัยเพื่อนบ้า!” ฉันบอกแกมดุยัยแทยอนที่เล่นไม่รู้เรื่อง

 

อ้าวเหรอ? ช่างมันเถอะน่าเลิกคิดแล้วไปกินข้าวกับฉันเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะจับแกไปเชือดกินที่หลังมหาวิทยาลัยนะ!” แทยอนบอกแกมขู่ฉัน

 

เออๆจะหิวอะไรนักหนานะทำอย่างกับไม่ได้กินข้าวมาสามวันเต็มอย่างนั้นแหละฉันบอกอย่างเอมระอากับท่าทางของยัยแทยอนในตอนนี้ที่สามารถจะกินช้างได้ทั้งโขลงเลยล่ะ #เว่อร์ไปนะลูก - -

 

เถอะน่าถ้าแกไม่ยอมพาฉันไปกินข้าวนะฉันจะให้แกเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมดเลยคยดู!” ยัยแทยอนบอกแกมขู่พลางส่งสายตาพิฆาตมาให้

 

เรื่องอะไรที่ฉันต้องจ่ายล่ะฉันรีบเถียงทันควัน

 

อ๊ากกกกกกกกยัยเจสสิก้า!!!!!!!!!” แทยอนร้องออกมาอย่างหมดความอดทนก่อนจะจับมือฉันแล้วออกแรงกระชากตามไปโดยไม่สนว่าหน้าฉันจะแหกไม่แหก หรือว่าจะเดินเท้าพันกันหรือไม่ เอาเถอะนี่แหละค่ะที่เขาเรียกว่า ‘เพื่อน’ พูดเลยตอนนี้ฉันรู้ซึ้งถึงสัจธรรมของคำนี้เลยล่ะ =[   ]=

 

Rrrrrrrr~~

 

เดี๋ยวๆรับโทรศัพท์ก่อนเสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นฉันเลยเปิดปากบอกแกมสั่งยัยแทยอนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นแต่ฉันก็รับไปอย่างไม่คิดอะไร

 

สวัสดีค่ะฉันกรอกเสียงไปยังปลายสายด้วยคำพูดและน้ำเสียงสุภาพ ไม่รู้ว่าใครหรอกแต่แม่สอนไว้ว่าต้องพูดจาเพราะๆไว้ก่อน อ่อแต่จะไม่ใช้คำพูดแบบนี้ถ้าเป็นยัยเตี้ยแทยอนนะ ฮ่าๆๆๆๆ

 

( เราแทยงเอง ) ปลายสายตอบรับฉัน เดี๋ยวนะ? แทยงโทรมา กรี๊ดดดดดดดดดด!~ อยากจะกรี๊ดดดดดดดดังๆ อยากให้โลกรับรู้ว่าผู้ชายโทรหา >////<

 

อะ..อ๋อมีอะไรเหรอ?” ฉันที่แอบกระแอมเบาๆก่อนจะตอบปลายสาย

 

( ก็เรื่องที่เราจะชวนเธอไปกินข้าวไง? ลืมแล้วเหรอ? ) ปลายสายบอกแกมเตือนสติฉัน เออว่ะแทยงเป็นคนนัดฉันให้ไปกินข้าวด้วยนี่หว่า

 

อ๋อจริงด้วยขอโทษทีพอดีเพื่อเรามารอแล้วมันหิวก็เลยลากเราจะไปที่ร้านอาหารอ่ะฉันตอบปลายสาย

 

( อย่างนั้นเหรอ? ถ้างั้นไปเจอกันที่ร้านอาหารเลยก็ได้นะ แล้วเธอไปกินร้านไหนล่ะ? ) ปลายสายบอกเชิงยื่นข้อเสนอ

 

อืม...งั้นไปเจอกันที่ร้านหมูกะทะหน้ามอก็ได้ฉันตอบปลายสายไป

 

( โอเค เดี๋ยวเจอกันนะ ) ปลายสายบอกก่อนจะกดวางสายไป

 

ใครโทรมาเหรอ? ทำไมหน้าแด๊งแดง?” เมื่อฉันวางสายไปยัยแทยอนก็ไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้ามาเอ่ยปากถามฉันทันที ยัยนี่สอดรู้สอดเห็นจริงๆ

 

ก็แค่เพื่อนเฉยๆฉันตอบพลางแกล้งทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนความเขินอาย

 

แน่ใจเหรอ? ผู้หญิงผู้ชาย?” ยัยแทยอนทำน้ำเสียงแซวก่อนจะถามต่อ

 

ผู้ชายฉันตอบพลางทำหน้านิ่ง

 

ง่อวววววววว อะไรยังไง ทำไมเหมือนว่าเพื่อนฉันจะมีความรักนะยัยแทยอนรีบพูดแซวฉันทันทีพลางมองหน้าฉันอย่างแซวๆ เกลียดมัน - -

 

พูดมาก หิวไม่ใช่เหรอ? ไปกินหมูกะทะนะฉันบอกแกมสั่งยัยแทยอนก่อนจะออกแรงลากมันไปโดยที่ไม่รอให้มันได้พูดอะไรหรอก ก็แหม..ถ้าปล่อยให้มันพูดมีหวังฉันโดนล้อไม่เลิกแน่ๆ

















#สวัสดีค่ะ อัพใหม่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน

อ่านใหม่ก็ดีนะคะ กลัวว่าจะไม่เข้าใจ 55555555





 


B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

290 ความคิดเห็น

  1. #288 JESSICA_JSY (@lovejessica20) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 17:50
    ว้าววว กินหมูกะทะ อยากกินนนนน
    #288
    0
  2. #283 Ohstephi (@Ohstephi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 00:06
    คริสฟานี่. ❤️
    #283
    0
  3. #277 The only one I love (@lovejessica20) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 23:40
    นาอึนคือตัวป่วนในชีวิตของสิก้า 5555
    คริสฟานี่ ชอบบ
    #277
    0
  4. #271 j_snsd (@chutikan-10) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:34
    สิก้านางมึนได้อีก ชอบคริสสิกซะแระ
    #271
    0
  5. #257 แก้วเกล้า (@veerat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 14:08
    แสบนักนะ
    แล้วนี่
    เก็บเศษหน้าทันไหมสิก้า 555555
    นาอึนนี่เข้ามาไม่มีจุดประสงค์อื่นชะ ????
    ไม่รู้จะสงสารใครดีในรูมเมท ==
    #257
    0
  6. #248 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 01:45
    ในที่สุดคริสฟานี่ก็โผล่มา
    #248
    0
  7. วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 00:38
    พี่ลู่แกร้าย55555
    #247
    0
  8. #243 ambook (@igotaboy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 20:15
    รอค่าาาา
    #243
    0
  9. #242 S.WfK (@sonnebhtw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 20:48
    รอค่าาาาา 
    คริสฟานี่ คริสฟานี่
    #242
    0
  10. #241 ambook (@igotaboy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:35
    รอค่าาาา
    #241
    0
  11. #240 mindmintlovefany (@mmfany) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 11:29
    รอคริสฟานี่อยุ่น่ะ   ออกมาเร็วๆสิ
    มาต่อเร็วๆน่ะไร  จะรอติดตาม
    #240
    0
  12. วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 23:35
    รอต่อค่าา
    #239
    0
  13. #238 ambook (@igotaboy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 21:04
    รอค่าาาาา
    #238
    0
  14. #234 Nook Kra (@nongnookpoohza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 08:45
    เจสสิก้าร้ายไม่เบาน้าา
    #234
    0
  15. #232 Jessica'z (@jessica890) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 00:18
    สิก้าแรงไม่เบาา-..-
    #232
    0
  16. #229 Smurfette (@smurfette) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 23:19
    รอ สิก้าเจอรูมเมท
    #229
    0
  17. #228 NagiHime (@nang1896) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 00:34
    ฮะ นาอึนทำไมนิสัยเป็นเยี่ยงนี้ ขนาดสิก้ายังผวา 55
    นาอึนก็ไม่กลัวสิก้าเลยรึไงเนี่ย 
    #228
    0
  18. #226 love sica (@num-chanidapa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 23:13
    นาอึนเข้ามาแบบนี้ คงไม่มีจุดประสงค์ร้ายหรออกนะ
    สิก้าเป็นมิตรสุดๆ 55555 เจอกันครั้งแรกก็ได้ฉายาซะแล้ว
    รอค่าาาาาา สิก้ากับนาอึนจะเป็นยังไงต่อไป
    #226
    0
  19. #225 Smurfette (@smurfette) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 08:25
    นางจะเกรียน แกล้งรูมเมทยังงัยนะ ???
    #225
    0
  20. #224 love sica (@num-chanidapa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 23:36
    แค่10เปอร์เซ็นก็ฮาแล้ววว คนที่มาแชร์ห้องคือลู่ใช่ไหม รอค่าาาา สิกจะทำยังไงนะ
    #224
    0
  21. #222 mintcupid (@mintcupid) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 09:12
    รอเรื่องนี้แค่เริ่มก็ฮาแล้ว 555555 ยุนอารึป่าวที่แชร์ห้องร่วมกัน มโนล้วนๆ
    #222
    0
  22. #221 jessica-nonthiya (@nonthiya-jessica) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 11:18
    ใครจะมาแชร์ห้องคู่หญิงสิกค้าาา
    #221
    0
  23. #220 Love sica (@nicha-i08) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 09:40
    ใครจะมาแชห้อง ??? 
    มาตอนแรกก้เกรียนเลยนะคะ 555
    #220
    0
  24. #218 นานา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 05:32
    ใคนจะเป็นผู้โชคร้ายได้เป็นรูมเมทสิก้า5555
    #218
    0
  25. #217 NagiHime (@nang1896) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 02:13
    สิก้า นี่ขนาดแค่เริ่มยังเกรียนขนาดนี้ ใครจะเป็นผู้โชคร้าย เอ้ย ผู้โชคดีแชร์ห้องเดียวกับสิก้า
    จะเป็นพี่ลู่รึเปล่าเนี่ย แต่ถ้าเป็นพี่ลู่จริง เกรงว่าแผนของสิก้าจะใช้ไม่ได้ผล
    เพราะพี่ลู่ก็ติสท์ตัวพ่อ พี่แทก็โครตจะรักเพื่อนและจริงใจมาก 555
    ทำเป็นเหมือนไม่เห็นด้วยกับแผนสิก้าแต่ถ้าถึงคราวจริงพี่แทจะจัดหนักกว่าสิก้าอีกเรอะ =[ ]=
    อย่างว่า เพื่อนกันคงไม่ต่างกันเท่าไร คงรู้นิสัยด้วยกันหมดไม่งั้นคงไม่เป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้ 
    #217
    0