วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 ที่พักใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ส.ค. 55

            กระทั่งวันหนึ่งที่ผู้เป็นอาของเธอยอมบอกความจริงว่ากำลังคบหาดูใจอยู่กับอรรณพ ชายหนุ่มหน้าสวยทายาทเพียงคนเดียวของเศรษฐินีม่ายเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้านตัดเสื้อแห่งนี้มานานกว่าสิบปี ทำเอาอรุสาซึ่งอยู่ในวัยมัธยมต้นถึงกับตกใจและแปลกใจเป็นอันมากกับความจริงที่ได้รับรู้ แต่เธอก็ไม่ได้ต่อว่าต่อขานหรือแสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ในความรักที่ต่างรูปแบบไปจากคนส่วนใหญ่ของผู้เป็นอากับชายหนุ่มคนรักของเขาแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็ได้เห็นผู้เป็นอามีคนที่พร้อมจะคอยเดินเคียงข้างและใช้ชีวิตร่วมกันไปไม่ต้องอยู่เป็นโสดโดดเดี่ยวต่อไปอีกแล้ว แม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคนเพศเดียวกันกับเกื้อกูลก็ตาม

 

            “มาถึงแล้วเหรอจ๊ะหลานรักของอา”

 

            เสียงทุ้มนุ่มลึกของใครบางคนดังแว่วเข้ามาจากทางด้านหลัง ทำให้สองสาวต่างวัยที่กำลังยืนคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งพลางหันไปมองตามต้นเสียงเป็นสายตาเดียวกัน จึงได้เห็นชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นมาไว้ตรงข้อศอกสวมกางเกงยีนส์ฟอกสีเทาตะกั่วกำลังเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมสันแลดูขาวสว่างสดใส รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นจนดวงตาเรียวนั้นเล็กหยีแทบกลายเป็นเส้นตรง

 

            “อาเกื้อคะ สาคิดถึงอาเกื้อจังเลย”

 

            เมื่อได้เห็นว่าเจ้าของเสียงทักทายนั้นเป็นใคร อรุสาก็รีบผละจากหญิงรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วหันไปโผเข้ากอดผู้เป็นอาทันทีอย่างแสนคิดถึง เธอไม่ได้เจอหน้าค่าตาของเกื้อกูลมาราวหกเดือนเห็นจะได้ นับตั้งแต่หนุ่มใหญ่นั้นรับงานออกแบบเสื้อผ้าในโปรเจ็กต์พิเศษให้กับห้องเสื้อชั้นนำแบรนด์ดังในประเทศอังกฤษ ทำให้ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างบ้านต่างเมืองเสียนานก็เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบตัดเย็บชุดอันผสมผสานกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมของผู้ผลิตแบรนด์ดังนั้นอย่างเหมาะสมและลงตัวเป็นอย่างมาก

 

            เกื้อกูลอ้าแขนรับหลานสาวที่เขาเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดเข้ามาในอ้อมกอดแล้วกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นด้วยความคิดถึงเฉกเช่นเดียวกัน โดยมีหญิงรับใช้คนสนิทยืนมองสองอาหลานกอดกันกลมด้วยสีหน้าแช่มชื่นรู้สึกได้ถึงกระแสความผูกพันอันอบอุ่นและลึกซึ้งที่ลอยอวลอยู่รอบกายคนทั้งสอง

 

            “อาก็คิดถึงหลานเหมือนกันจ้ะ แล้วนี่หิวรึยัง เที่ยงกว่าแล้วนะรีบทานข้าวกันดีกว่า อาทำของโปรดเราเตรียมไว้ให้หลายอย่างเลยล่ะ นิ่มครับบอกให้แม่บ้านตั้งโต๊ะรอเลยนะ”

 

            หนุ่มใหญ่คลายอ้อมกอดของตนลง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วเปลี่ยนเป็นโอบไหล่หลานสาวเอาไว้เพียงหลวมๆ พาเดินนำไปยังห้องรับประทานอาหารด้านในของคฤหาสน์

 

            “ขอบคุณนะคะ อาเกื้อของสาเนี่ยน่ารักจริงๆ เลย ทั้งที่เพิ่งกลับมาแท้ๆ ยังอุตส่าห์ลงครัวเองทำของอร่อยไว้ให้หลานสาวคนนี้อีก”

 

            อรุสาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่าพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางซบศีรษะลงกับไหล่กว้างแล้วสวมกอดรอบเอวผอมบางของผู้เป็นอาราวลูกแมวตัวน้อยที่กำลังเบียดซุกกายเข้าหาไออุ่นออดอ้อนเจ้านายของตน

 

            “โตแล้วนะเราน่ะ ยังทำตัวขี้อ้อนเป็นเด็กๆ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย”

 

            เกื้อกูลยิ้มน้อยๆ กับท่าทางของหลานสาวที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ในสายตาของเขาก็ยังคงมองเห็นเธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักที่เขาเฝ้าฟูมฟักด้วยความรักราวกับเป็นลูกในไส้แท้ๆ เหมือนอย่างเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนมิได้

 

            “ก็แหม สายังเด็กอยู่นี่คะ ทีคุณนพทำแบบนี้บ้างอาเกื้อไม่เห็นว่าอะไรซักคำ”

 

            แม้จะรู้ดีว่าผู้เป็นอาเพียงแค่หยอกล้อด้วยความเอ็นดูมิได้ตำหนิติเตียนจริงจังแต่อย่างใด แต่อรุสาก็แกล้งทำเป็นกระเง้ากระงอดพูดตัดพ้อพาดพิงไปถึงคนรักของเกื้อกูล เรียกรอยยิ้มเก้อเขินพร้อมกับสองแก้มที่แดงปลั่งจากหนุ่มใหญ่ขึ้นมาทันใดจนอดมิได้ที่จะแจกมะเหงกลงตรงกลางกระหม่อมของหลานสาวอย่างหมั่นเขี้ยว แกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน

 

            “แก่แดดแก่ลมจริงเชียวแม่คนนี้ เดี๋ยวนี้ถึงขั้นกล้าแซวอาเลยเหรอ รู้อย่างนี้ไม่น่าทำของโปรดเตรียมไว้ให้เลยนะ”

 

            “โธ่ อาเกื้อ สาก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเองนะ ไม่เอาละเรารีบไปทานข้าวดีกว่า สาน่ะคิดถึงฝีมือปลายจวักของอาเกื้อจะแย่อยู่แล้วล่ะค่ะ”

 

            อรุสารีบแก้ตัวเสียงอ่อยเพราะกลัวว่าอาของเธอจะโกรธขึ้นมาจริงๆ พร้อมกับรีบดึงแขนลากหนุ่มใหญ่เดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหารด้วยกันอย่างรวดเร็ว

 

            หลังจากที่สองอาหลานจัดการกับอาหารมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงย้ายมานั่งสนทนากันอยู่ตรงเฉลียงด้านหลังคฤหาสน์ที่ปูด้วยไม้ปาร์เก้ทอดตัวยื่นออกไปเหนือบ่อน้ำซึ่งโอบล้อมไว้ด้วยสวนสวยบนพื้นหญ้าเขียวชะอุ่มที่ถูกตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลแทน

 

ระหว่างที่เกื้อกูลขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่หลังได้รับโทรศัพท์จากคนรักว่ากำลังเดินทางกลับมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จึงเหลือเพียงอรุสานั่งจิบน้ำชายามบ่ายทอดอารมณ์มองไปยังสายน้ำที่ไหลรินจากรั้วกำแพงหินสูงตระหง่านลงสู่บ่อน้ำซึ่งมีฝูงปลาคาร์พแหวกว่ายไปมาอยู่เบื้องล่างอย่างครุ่นคิดเพียงลำพัง บนโซฟาไม้ตัวยาวที่มีเบาะผ้าสีเหลืองสดใสปูรองเอาไว้

 

 หญิงสาวยังคิดไม่ตกว่าเธอจะบอกกับผู้เป็นอาอย่างไรในเรื่องที่ถูกสั่งพักงานอย่างกะทันหัน ด้วยกลัวว่าเกื้อกูลนั้นจะเป็นห่วงเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร และพลอยทำให้งานของเขามีอันต้องหยุดชะงักลงกลางคัน เพราะรู้นิสัยดีว่าเกื้อกูลจะยอมรามือวางภาระหน้าที่อื่นๆ ลงจนหมดสิ้น แล้วมาให้ความสนใจกับเรื่องทุกข์ร้อนใจของหลานสาวอย่างเธออย่างเต็มที่ แม้จะรู้สึกดีที่เขายอมละทิ้งทุกสิ่งอย่างเพียงเพื่อให้ความช่วยเหลือเธอ แต่หญิงสาวก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกื้อกูลต้องมานั่งวุ่นวายใจไปด้วยกัน แต่ถึงกระนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปปรึกษาใครนอกจากดีไซเนอร์หนุ่มใหญ่ผู้เป็นอาของเธอได้อีกแล้ว

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #59 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 21:58
    เป็นอาหลานที่น่ารัก
    #59
    0
  2. #10 tungkn4841 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2555 / 21:24
    สุดท้ายอุรสาก็ต้องหวังพึงอา เพราะตัวเองก็ไม่มีใคร และคนที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือคุณอาคนนี้

    รอไรเตอร์มา up ต่อ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 สิงหาคม 2555 / 01:10
    #10
    0
  3. #6 jeabkiss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 17:51
    อาหลานคู่นี้น่ารักจัง
    #6
    0