วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16 อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 ก.ย. 55

สายพิรุณโปรยปรายลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว สายลมพัดกรรโชกแรงหอบเอาละอองหยาดฝนเย็นฉ่ำปลิวลอยเข้ามาช่องว่างตรงรอยต่อของหน้าต่างและบานประตู จนทำให้คนที่นอนอยู่บนเก้าหวายตัวยาวในห้องรับแขกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งกายด้วยความหนาวภายใต้ผ้าแพรผืนบาง หลังอุตส่าห์ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษใจดียกห้องนอนของตัวเองให้กับแขกผู้มาเยือนได้ครอบครอง 

 

ธมกรได้แต่นอนพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่ายบนเก้าอี้แคบๆ ตัวนั้น แม้จะพยายามข่มตาให้หลับลงเท่าใด แต่ภาพอันน่าเย้ายวนใจของหญิงสาวในชุดเสื้อนอนตัวโคร่งของเขาเมื่อตอนหัวค่ำระหว่างที่ทั้งคู่กำลังนั่งรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารมื้อเย็น ยังคงติดตราตรึงใจไม่จางหาย นั้นยังไม่นับรวมถึงร่างบอบบางที่เปียกโชกไปด้วยหยาดฝน กับร่างขาวโพลนที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่อหุ้ม ที่ทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มสูบฉีดพล่านจนรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มดังถูกไฟสุมไปทั่วร่าง จนแทบหักห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้

 

หลายปีมาแล้วที่ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกแบบนี้ แม้จะมีหญิงสาวผ่านเข้ามาในชีวิตคนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่เคยมีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้ จะว่าเป็นเพราะห่างหายจากการมีความสัมพันธ์กับใครมานาน แต่ก็ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่เหตุผลที่กระจ่างชัดนัก ใบหน้าแฉล้มของหญิงสาวจอมเอาแต่ใจจึงได้ลอยฟุ้งกระจายวนเวียนอยู่ในจินตนาการของเขาจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเช่นนี้

 

ท่ามกลางความเงียบงันภายในบ้านที่มีเพียงเสียงฝนโปรยลงมาบนหลังคาอย่างไม่ขาดสาย แสงสว่างวูบวาบราวกับแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปพร้อมกับเสียงคำรามดังกึกก้องจากท้องฟ้าเบื้องบนก็ดังขึ้นมาติดต่อกันหลายครั้ง

 

“กรี๊ด!!!

 

เสียงหวีดร้องของหญิงสาวดังออกมาจากห้องนอนของเขา ทำให้ธมกรถึงกับสะดุ้งพลางลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ ยิ่งเสียงสายฟ้าฟาดดังเปรี้ยงปร้างมากขึ้นเท่าไร ดูเหมือนว่าเสียงของคนที่อยู่ภายในห้องก็จะดังตามขึ้นมาด้วยเท่านั้น

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

ชายหนุ่มเจ้าของบ้านกระโจนพรวดเดียวก็มาถึงยังหน้าห้องนอนของตัวเอง เขาเอ่ยถามผ่านประตูบานไม้ด้วยน้ำเสียงร้อนรนอย่างเป็นห่วง แต่กลับได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องสลับกับเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาภายนอก จึงตัดสินใจถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว แสงสะท้อนจากฟ้าแลบที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเอาไว้เผยให้เห็นร่างเล็กที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่ที่พื้นตรงปลายเตียงนอนและมีผ้านวมผืนหนาคลุมโปงเอาไว้อีกชั้น

 

 นอกจากกลัวตุ๊กแกแล้วยังกลัวเสียงฟ้าร้องด้วยเหรอเนี่ย

 

ธมกรนึกในใจ พลางมองไปยังคนที่นั่งกอดเข่ายกมือขึ้นมาปิดหู และสะดุ้งโหยงทุกครั้งที่เสียงสายฟ้าฟาดลงมาดังเปรี้ยงก้องกังวานไปทุกทิศทุกทาง พลันภาพของเด็กหญิงในความทรงจำคนหนึ่งก็ลอยเข้ามาในสมอง  กระทั่งได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังมาจากร่างเล็กๆ ที่กำลังสั่นไหวด้วยความตื่นกลัวนั้น ก็เหมือนหัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบไหวขึ้นมาทันที เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอพลางย่อตัวลงและถือวิวาสะโอบกอดร่างหญิงสาวภายใต้ผ้านวมเอาไว้หลวมๆ

 

“นายทำอะไรน่ะ คิดจะแต๊ะอั๋งฉันหรือไง ออกไปห่างๆ เลยนะ”

 

แม้จะอยู่ในอารมณ์กลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเช่นไร แต่เมื่ออรุสาได้รับรู้ว่ามีใครก้าวเข้ามาในห้องแถมยังตรงเข้ามาประคองกอดเธอ ก็ยังมีแก่ใจหันมาตวาดแหวใส่เจ้าของอ้อมแขนนั้นพร้อมกับพยายามเบี่ยงตัวหลบในขณะที่สองมือก็ผลักร่างหนาออกไป แต่ครั้นเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมายังบริเวณใกล้ๆ บ้านพักจนรับรู้ได้ถึงพื้นเรือนที่สั่นสะเทือน หญิงสาวก็จำใจต้องปล่อยมือจากชายหนุ่มแล้วยกขึ้นมาปิดหูตัวเองอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางลมพายุที่รุนแรงขึ้นและหอบเอาละอองสายฝนเย็นชุ่มฉ่ำพัดกรูเข้ามาทางช่องของขอบหน้าต่าง พลางห่อกายด้วยความหนาว

 

ความจริงอรุสาไม่ใช่คนที่กลัวเสียงฟ้าร้องเท่าไรนัก เธอสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างบนอาคารชุดสุดหรูโดยไม่มีอาการตื่นตกใจเช่นนี้ บางทีอาจเพราะกำแพงที่มีฉนวนกั้นเสี่ยงดังจากภายนอก หรือเพราะเสียงพายุฝนฟ้าคะนองในเมืองใหญ่นั้นถูกกลบด้วยเสียงยวดยานพาหนะที่วิ่งกันขวักไขว่อยู่บนท้องถนนก็เป็นได้ ขณะที่เสียงฟ้าคำรามในพื้นที่ห่างไกลความเจริญและแสนเงียบสงบเช่นนี้ กลับฟังดูช่างแสนเกรี้ยวกราดและน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงเสียเหลือเกิน

 

หญิงสาวจำได้ว่าตอนเด็กๆ เธอก็เคยเป็นคนที่กลัวเสียงฟ้าร้องมาก อาจเพราะในวันที่เกิดอุบัติเหตุกับบุพการีนั้น เธอถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังคนเดียวในบ้านท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ระหว่างที่รอพวกเขากลับมาจากทำงาน แต่ที่ผ่านมันมาได้ก็เพราะว่ามีอ้อมกอดของผู้เป็นอาที่แสนอบอุ่นและคอยปลอบโยนอยู่ใกล้ๆ จึงค่อยคลายความรู้สึกกลัวลงไปได้บ้าง เช่นเดียวกับในตอนนี้ที่เธอกำลังรู้สึกอุ่นใจแม้จะอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้าก็ตาม

 

“ผมไม่ได้คิดจะล่วงเกินคุณหรอกนะ แต่ถ้าอ้อมแขนของผมจะช่วยให้คุณหายกลัวได้ ผมก็ไม่ห่วงหรอกนะว่าจะถูกคุณตราหน้าว่าเป็นพวกโรคจิตหรือคิดจะเอาคืนทีหลังด้วยการตบตีแบบเด็กๆ นั่นน่ะ”

 

น้ำเสียงทุ้มที่ฟังนุ่มหูชวนให้คนที่เพิ่งดิ้นรนหนีออกจากวงแขนแกร่งของชายหนุ่มรู้สึกถึงกระแสของความห่วงหาอาทรที่ส่งผ่านมาพร้อมกับความอบอุ่นทางกายและใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ อรุสาหันกลับมาเหลือบมองใบหน้าคมเข้มเจ้าของอ้อมกอดนั้นแวบหนึ่งก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปโดยไม่ปฏิเสธคำพูดของเขาอีก พื้นเรือนไม้ไผ่ที่สะเทือนไหวด้วยคลื่นเสียงฟ้าคำรามนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับแรงสั่นสะเทือนในใจของเธอตอนนี้ ใบหน้านวลพลันแดงระเรื่อขึ้นและร้อนวูบวาบราวกับถูกนาบด้วยแผ่นเหล็กร้อนในกองเพลิงก็ไม่ปาน ไม่รู้ทำไมอรุสาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับสัมผัสของชายหนุ่มอย่างน่าประหลาด ทั้งๆ ที่ตั้งแต่จำความได้ นอกจากอ้อมกอดของบุพการีทั้งสองแล้ว ก็มีแค่เกื้อกูลคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอวางใจและคลายความกังวลไปจนหมดสิ้นเช่นนี้

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #71 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 23:00
    เกือบไปแล้ว เกือบแก้วหูแตก 
    #71
    0
  2. #37 tungkn4841 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 01:35
    หวิดไปแล้ว นายกานต์ทำคุณกลับเกือบบูชาโทษโดนอรุสาจัดให้อีก 1 ดอก
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #37
    0
  3. #36 jeabkiss (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 11:28
    คุณกรน่ารักมาก
    #36
    0