วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 14 อีตาบ้าลามก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ก.ย. 55

สายตาของหนุ่มร่างสูงที่มองมา ทำให้อรุสาก้มลงมองสำรวจร่างกายของตัวเองบ้าง ก่อนจะร้องกรี๊ดและตวาดใส่เขาเสียงดังลั่นเมื่อรู้ว่าตนอยู่ในสภาพที่ล่อแหลมเพียงใด เธอยกแขนขึ้นมากอดอกตัวเองเอาไว้เพื่อปิดบังเรือนกายของตนจากสายตาของคนตรงหน้า สองแก้มร้อนผ่าวทั้งโกรธทั้งอายระคนกันไปจนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกอย่างไหนมากกว่ากัน

 

“ว้าย! มองอะไรฉันน่ะ ตาบ้าลามก นายนี่มันทุเรศที่สุดเลย”

 

“ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ รออยู่นี่ก่อนนะเดี๋ยวผมมา”

 

เสียงอันแสนแสบแก้วหูของอรุสา ทำให้เจ้าของบ้านหนุ่มหลุดจากภวังค์ในทันที เขารีบกล่าวขอโทษขอโพยอีกฝ่ายที่เผลอเคลิ้มไปตามสัญชาตญาณชายเมื่อได้เห็นภาพอันแสนรัญจวนใจของหญิงสาวเข้าโดยบังเอิญ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องหนึ่ง ทิ้งให้สาวชาวกรุงยืนอึ้งไปชั่วครู่ เมื่อจู่ๆ ต้องตกเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มแปลกหน้าเสียอย่างนั้น

 

“โธ่เอ๊ย ยายสา...ทำไมเธอถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้นะ นี่มันหนีตุ๊กแกปะหมาป่าเจ้าเล่ห์ชัดๆ เลย”

 

คนที่เผลอโชว์ความเซ็กซี่แบบไม่ตั้งใจได้แต่บ่นอุบกับตัวเองอย่างหงุดหงิด พลางชะเง้อคอมองตามร่างสูงที่เดินหายลับเข้าไปภายในด้วยท่าทางหวาดระแวง กระทั่งเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนย่อมในมือ

 

“เช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อนสิ หรือคุณจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะ ปล่อยให้ตัวเปียกนานๆ แบบนี้เดี๋ยวเป็นหวัดแย่”

 

ธมกรส่งผ้าให้หญิงสาวด้วยท่าทางเก้อเขิน เมื่อภาพของเธอเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาไม่หาย

 

“ขอบใจ แล้วห้องน้ำอยู่ทางไหนล่ะ”

 

“เดินตรงเข้าไปแล้วเลี้ยวขวาน่ะ เอ่อ เชิญตามสบายนะครับ ผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อน”

 

อรุสากล่าวแล้วยื่นมือข้างหนึ่งไปรับผ้าจากอีกฝ่าย โดยที่มืออีกข้างยังคงกอดอกแน่น พลางแอบลอบมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อครู่เขาเพิ่งจะต่อปากต่อคำกับเธออยู่หยกๆ มาตอนนี้กลับเอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตามองพื้นคล้ายกำลังหลบตาเธออย่างนั้น แถมยังพูดจากับเธออย่างสุภาพราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่ ทำให้อรุสายิ่งรู้สึกฉงนกับท่าทางของคนตรงหน้ายิ่งนัก แต่เธอก็ไม่อยากใส่ใจอะไรมากนัก เพราะตอนนี้สายลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างกำลังทำให้เธอหนาวสะท้านไปทั้งกาย หากไม่รีบไปทำให้ตัวแห้งมีหวังได้เป็นหวัดอย่างที่อีกฝ่ายบอกแน่นอน หญิงสาวจึงเดินเข้าห้องน้ำไป โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวย่างของเธอนั้นถูกจับจ้องด้วยสายตาคมของหนุ่มผิวเข้มที่ยืนอยู่เบื้องหลังอย่างไม่วางตา

 

เมื่อเข้ามาในห้องน้ำได้ อรุสาก็ไม่ลืมที่จะสำรวจอีกครั้งให้แน่ใจว่าจะไม่มีตัวประหลาดอะไรโผล่มาให้ตกใจเล่นอีก หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว เมื่ออยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อพันร่างกายเอาไว้ หญิงสาวจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเสื้อผ้าที่ใส่มาเปียกฝนหมดแล้ว ซ้ำยังไม่ได้นำข้าวของส่วนตัวหรือแม้แต่ชุดที่จะเปลี่ยนติดมาด้วย

 

“จริงสิ! ชุดฉันล่ะ โธ่เอ๊ย เป็นเพราะตาบ้านั่นแท้ๆ เชียวให้รีบออกมาอยู่ได้ แล้วฉันจะออกไปข้างนอกในสภาพนี้ได้ไงเล่า”

 

สาวชาวกรุงผู้ที่เคยแต่ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวในห้องชุดสุดหรูท่ามกลางเมืองใหญ่มาตลอดแทบลืมไปเสียสนิทว่าคืนนี้เธอต้องอยู่เพียงตามลำพังสองต่อสองกับชายหนุ่มแปลกหน้าท่าทางประหลาดๆ  คนนั้น เธอได้แต่นึกโกรธตัวเองที่หลงเชื่อเดินตามเขามาต้อยๆ ถึงที่นี่ แค่คิดว่าอาจจะมีเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นระหว่างเธอและเขา ก็ทำให้หญิงสาวโมโหตัวเองแทบบ้าแล้ว เธอยืนหันรีหันขวางอยู่กลางห้องน้ำครู่หนี่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูแง้มออกไปยื่นหน้ามองหันซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น จึงตัดสินใจว่าจะลองเดินเข้าไปในห้องนอนเจ้าของบ้านทั้งสอง เผื่อว่าจะมีชุดของหญิงวัยกลางคนผู้เป็นป้าของชายหนุ่มให้เธอหยิบยืมมาใส่ก่อนได้ เธอยืนลังเลอยู่ตรงหน้าประตูสองบานที่อยู่ติดๆ กัน ด้วยเพราะไม่รู้ว่าห้องไหนคือห้องของสองสามีภรรยาเจ้าของบ้านกันแน่ แต่เมื่อลองเทียบจากขนาดห้องแล้ว หญิงสาวจึงตัดสินใจเลือกห้องที่อยู่ทางขวามือซึ่งดูเหมือนว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องทางซ้ายเกือบสองเท่า แต่ก็ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดเธอจึงลองหมุนลูกบิดประตูของห้องที่อยู่ด้านซ้ายมือก่อน หากว่ามันล็อกนั่นคงจะแปลว่าชายหนุ่มเจ้าของบ้านอยู่ข้างใน แต่หากไม่ใช่ก็แสดงว่าอยู่อีกห้องหนึ่งแน่ๆ

 

ทว่า เมื่อลองหมุนลูกบิดดูกลับพบว่ามันเปิดไม่ออก เธอจึงเปลี่ยนมาหมุนลูกบิดของประตูด้านขวาดูบ้าง คราวนี้มันกลับเปิดออกได้โดยง่าย เธอจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปภายใน พลางมองสำรวจอย่างเงียบๆ ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ ห้อง เธอเห็นเตียงนอนหลังใหญ่วางอยู่ตรงกลาง มีโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสืออยู่ตรงมุมห้องถัดไปจากประตู และมีเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ รายล้อมอยู่โดยรอบ โดยไม่ทันสังเกตเห็นทางเดินเล็กๆ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังอีกห้องหนึ่งด้านในได้

 

“หวังว่าคุณป้าเจ้าของบ้านคงพอจะมีเสื้อให้ฉันยืมใส่ได้บ้างนะ”

 

อรุสาพูดกับตัวเองเบาๆ พลางเดินตรงเข้าไปยังตู้ใบใหญ่ที่อยู่ใกล้กับเตียงนอนมากที่สุด ซึ่งเธอคาดเดาว่าน่าจะเป็นตู้ที่เก็บเสื้อผ้าเหมือนอย่างห้องของคนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อเธอเปิดมันออก กลับพบแต่หนังสือวารสาร และนิตยสารมากมายเรียงรายอัดกันแน่นอยู่เต็มตู้นั้น สร้างความประหลาดใจให้หญิงสาวเป็นอย่างมาก เธอจึงลองเปิดตู้อีกใบที่ตั้งอยู่ข้างๆ กัน แต่ก็พบว่าภายในนั้นไม่ได้ต่างจากตู้แรกที่เธอเปิดออกเลยสักนิด

 

“อะไรกันเนี่ย ทำไมมีแต่หนังสือล่ะ แล้วเสื้อผ้าอยู่ที่ไหน”

 

หญิงสาวถือวิสาสะค้นดูแทบทุกตู้ ไม่เว้นแม้แต่ในลิ้นชัก ก็พบเพียงแต่หนังสือ และแผ่นซีดี ดีวีดีสารคดีธรรมชาติหรือไม่ก็สัตว์โลกน่ารู้เต็มไปหมด ไม่เจอแม้แต่ผ้าเช็ดหน้าสักผืน จึงได้แต่ยืนหมุนคว้างอยู่กลางห้องก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงอย่างหมดแรงบนเตียงหลังใหญ่นั้น เมื่อไม่พบสิ่งที่ต้องการหา

 

“เฮ้ย!!! คุณเข้ามาได้ไงเนี่ย”

 

เสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางสิ้นหวังถึงกับสะดุ้งโหยง อรุสาหันไปมองก็พบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องเดินออกมาจากช่องแคบเล็กๆ ที่อยู่ถัดไปจากเตียงทางด้านขวา ในสภาพที่มีผ้าขนหนูพันกายท่อนล่างหลวมๆ ไว้เพียงผืนเดียว เรือนกายที่แกร่งกำยำมีหยดน้ำเกาะพราวไปทั่วนั้น ทำให้หญิงสาวถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดตาแล้วส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่นบ้าน

 

“กรี๊ด!!! ตาบ้าลามก ไอ้โรคจิต อย่าเข้ามานะ”

 

เสียงแหลมเล็กของหญิงสาวที่บุกรุกเข้ามาในห้องส่วนตัวของเขา  ทำให้ธมกรตกใจเช่นกัน เขารีบกระโจนขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับตะครุบปิดปากเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงหลุดรอดออกมาภายนอก ทว่าคนที่กำลังตกใจแทบไร้สติที่ได้เห็นร่างเกือบเปลือยของชายหนุ่มกลับพยายามออกแรงดิ้นรนขัดขืนอย่างเต็มที่

 

“คุณนั่นแหละโรคจิตหยุดร้องโวยวายได้แล้ว หุ่นอนุบาลแถมแบนเป็นไม้กระดานอย่างนี้ไม่มีใครเขาสนใจหรอกน่า”

 

คำพูดของชายหนุ่มได้ผลชะงัดนัก ร่างเล็กที่กำลังดิ้นเร่าๆ จะหนีจากวงแขนของชายหนุ่มแปลกหน้าพลันนิ่งสนิท เสียงร้องแหลมแสบแก้วหูนั้นหยุดลงทันที ดวงหน้างามเชิดปลายคางขึ้นมองคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาวาวราวกับว่าได้ยินคำต้องห้ามอย่างไรอย่างนั้น

 

อีตาบ้าลามกนี่ ทุเรศที่สุดเลย ทำไมต้องมาวิจารณ์รูปร่างฉันด้วยนะ

 

อรุสาได้แต่นึกก่นด่าในใจพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายจนตาแทบถลน ใช่ เธอยอมรับว่ารูปร่างทรวดทรงของตัวเองไม่ได้ดูดีมีเสน่ห์เหมือนอย่างหญิงสาวคนอื่นๆ แต่เมื่อมาได้ยินคำวิจารณ์แบบตรงไปตรงมาชนิดที่ไม่มีคำว่าเกรงใจจากชายหนุ่มแปลกหน้าเช่นนี้ ก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาไม่น้อย ตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกเธอก็ไม่ถูกชะตากับเขาแล้วนี่ยังจะมากวนประสาทเธอไม่เลิกแบบนี้อีก

 

ในขณะที่สาวชาวกรุงกำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันโมโหจนแทบหัวฟัดหัวเหวี่ยง เธอจึงไม่ทันสังเกตเลยว่าใบหน้าคล้ำแดดของอีกฝ่ายนั้นเจือไว้ด้วยสีแดงระเรื่อไปทั้งแก้มลามไปถึงใบหู ที่จริงชายหนุ่มเจ้าของห้องก็พยายามตั้งสติและสะกดกลั้นอารมณ์ข่มใจตัวเองไม่ให้เผลอเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ จากเรือนกายของหญิงสาวที่ลอยโชยมาแตะจมูก ยามที่เธอขยับไปมาเพื่อดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการของเขา แค่ภาพของหญิงสาวในชุดแนบเนื้อโชว์สัดส่วนโดยไม่ตั้งใจเพราะสายฝนนั่น ก็ทำให้เขาหวั่นไหวแทบแย่แล้ว มาเจอเรื่องแบบนี้อีกก็ดูเหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่ หากไม่ติดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เขาคงคิดว่าเธอกำลังยั่วยวนปั่นหัวเขาให้หมุนติ้วเป็นลูกข่างอย่างแน่นอน

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #69 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:57
    ติดเรทกันทันทีที่พระเอกเข้ามา 555
    #69
    0
  2. #51 วนัน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2555 / 15:49
    oน่ารักคะ
    #51
    0
  3. #34 tungkn4841 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 13:31
    อรุสาหลงทางเข้าห้องชายหนุ่มเสียแล้ว อย่างนี้จะเกิดอะไรขึ้น .....รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #34
    0
  4. #32 jeabkiss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 19:49
    หนูสาจะถูกปราบพยศหรือเปล่าเนี่ย
    #32
    0